Wednesday, 29 July 2026
Hard News Team

‘ฮุน มาเนต’ ขู่ฟ่อ ‘กัมพูชา’ เหมือนงูนอนนิ่งแต่พร้อมกัด ส่งคำเตือนถึงไทย ลั่นมีมาตรการอีกเพียบที่ยังไม่ใช้

(23 มิ.ย. 68) ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวในการประชุมใหญ่สหพันธ์เยาวชนแห่งชาติกัมพูชาเมื่อ 23 มิ.ย. ว่า ท่าทีของกัมพูชาต่อความตึงเครียดชายแดนกับไทยนั้น “เหมือนงู” ซึ่งปกตินิ่งเงียบ แต่หากถูกรุกรานก็พร้อมตอบโต้รุนแรงทันที เพื่อปกป้องอธิปไตยและศักดิ์ศรีของชาติ

บุตรชายคนโตจากจำนวนบุตร 5 คนของ ฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ย้ำว่ากัมพูชาไม่ใช่ฝ่ายเริ่มความขัดแย้ง แต่พร้อมใช้มาตรการตอบโต้ทุกเมื่อ โดยยกตัวอย่างกรณีไทยปรับเวลาเปิด-ปิดด่านชายแดนฝ่ายเดียว กัมพูชาก็ปรับตามทันทีเพื่อแสดงจุดยืน ไม่ยอมอยู่ในสถานะฝ่ายเสียเปรียบ และเพื่อให้ฝ่ายไทยรู้สึกถึงแรงสะท้อนกลับ

ในประเด็นการขู่ตัดไฟและอินเทอร์เน็ตจากไทย ฮุน มาเนต ระบุว่าได้สั่งให้หน่วยงานกัมพูชาตัดการพึ่งพาทันที เปลี่ยนไปใช้แหล่งพลังงานภายในประเทศเพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน พร้อมกล่าวว่า ความเคลื่อนไหวเหล่านี้เป็นการตอบโต้ ไม่ใช่การยั่วยุ

ส่วนข้อพิพาทบริเวณปราสาทตาเมือนธม และสามเหลี่ยมมรกต รัฐบาลกัมพูชาตัดสินใจนำเรื่องเข้าสู่ศาลโลก โดยไม่ผ่านกลไกทวิภาคี JBC และไม่แจ้งฝ่ายไทยล่วงหน้า ถือเป็นการเดินเกมรุกที่สะท้อนความเด็ดขาดของผู้นำ

ฮุน มาเนต ย้ำว่าทุกมาตรการของกัมพูชาเป็นผลจากการวิเคราะห์อย่างรอบคอบ ไม่ใช่การตัดสินใจแบบใช้อารมณ์ พร้อมส่งสารถึงไทยว่า หากยังเดินเกมกดดัน กัมพูชาก็พร้อมโต้กลับอย่างเต็มรูปแบบ และยังมี “ทางเลือกอีกมาก” ที่ยังไม่ถูกเปิดใช้

อดีตทูตอิหร่านแฉ! สหรัฐฯ ลงมือเพราะอิสราเอลใกล้แพ้ เชื่อ ‘เนทันยาฮู’ บงการเบื้องหลัง ทำเนียบขาวแค่หุ่นเชิด

(23 มิ.ย. 68) เซย์เยด ฮุสเซน มูซาเวียน (Seyed Hossein Mousavian) อดีตเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำเยอรมนี ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว RIA Novosti ว่าสหรัฐอเมริกาเข้าร่วมความขัดแย้งในตะวันออกกลางก็เพราะอิสราเอลใกล้พ่ายแพ้ในการรบกับอิหร่าน โดยระบุว่า “หากอิสราเอลไม่เข้าสู่ภาวะวิกฤต สหรัฐฯ ก็คงไม่แทรกแซง”

เซย์เยด มูซาเวียน ยอมรับว่าอิหร่านได้รับความเสียหายรุนแรงจากปฏิบัติการของสหรัฐฯ แต่เตือนว่า ผลสะท้อนจากการโจมตีกลับจะย้อนเล่นงานสหรัฐฯ เอง ทั้งด้านความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาค ซึ่งขณะนี้กำลังเสี่ยงลุกลาม

อดีตทูตอิหร่านตั้งข้อสังเกตว่า ทีมที่ปรึกษาความมั่นคงของประธานาธิบดีทรัมป์อาจคาดการณ์ผลลัพธ์ของการโจมตีอิหร่านผิด หรือไม่ก็ไม่มีใครกล้าคัดค้านคำสั่งของทรัมป์เลย ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของรัฐบาลสหรัฐฯ มากกว่าที่หลายฝ่ายคิด

โดยเมื่อค่ำวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตี 3 จุดสำคัญของโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน ได้แก่ นาทานซ์ ฟอร์โดว์ และอิสฟาฮาน โดยทรัมป์ยืนยันว่า เป้าหมายเพื่อ “ทำลายนิวเคลียร์ของอิหร่าน” พร้อมขู่จะใช้มาตรการที่รุนแรงยิ่งกว่านี้ หากเตหะรานไม่ยอมถอย

อย่างไรก็ดี อิหร่านปฏิเสธว่าตนไม่มีโครงการอาวุธนิวเคลียร์ โดยผู้อำนวยการใหญ่ของ IAEA ระบุเมื่อ 18 มิ.ย. ว่ายังไม่พบหลักฐานชัดเจนใด ๆ ขณะที่ข้อมูลจากหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ และรายงาน CNN ก็สอดคล้องกันว่าอิหร่านไม่มีแผนพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ด้านอดีตเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำอุซเบกิสถานกล่าวเสริมว่า อิหร่านได้แสดงความอดทนและสันติอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แม้ถูกยั่วยุโดยอิสราเอลก็ตาม

กลัวแล้ว! สหรัฐฯ วอนจีนช่วยคุยอิหร่าน หวั่นปิด ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’ เขย่าน้ำมันโลกพุ่ง

(23 มิ.ย. 68) วอชิงตันส่งสัญญาณตรงถึงปักกิ่ง เมื่อมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เรียกร้องให้รัฐบาลจีนใช้อิทธิพลเกลี้ยกล่อมอิหร่านไม่ให้ปิด “ช่องแคบฮอร์มุซ” หลังสื่อ Press TV รายงานว่ารัฐสภาเตหะรานลงมติหนุนแผนดังกล่าว แม้คำตัดสินสุดท้ายยังอยู่ที่สภาความมั่นคงแห่งชาติของอิหร่าน

รูบิโอเตือนว่าการปิดช่องแคบซึ่งเป็นเส้นทางผ่านของน้ำมันราว 20 % ของโลกจะเขย่าตลาดพลังงานทั่วโลก โดยเฉพาะจีนซึ่งนำเข้าน้ำมันอิหร่านมากที่สุดในโลก “ถ้าเตหะรานทำจริงก็เท่ากับฆ่าตัวตายทางเศรษฐกิจ” เขากล่าว พร้อมกระตุ้นชาติอื่นให้จับตาเพราะจะเจอผลกระทบจะรุนแรงยิ่งกว่าสหรัฐฯ

ทั้งนี้ ผลพวงมาจากสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีเป้าหมายนิวเคลียร์หลักของอิหร่านเมื่อสุดสัปดาห์ ทำให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ พุ่งแตะ 78.5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือประมาณ 2,865 บาท สูงสุดในรอบห้าเดือน ธนาคารเพื่อการลงทุน ‘โกลด์แมน แซคส์’ เตือนว่าหากการขนส่งในฮอร์มุซหยุดชะงัก ราคาน้ำมันอาจพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ได้ไม่ยาก

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ด้านพลังงานมองว่าอิหร่าน “มีอะไรต้องเสียมากกว่าจะได้” เพราะการปิดช่องแคบอาจทำให้ชาติผู้ผลิตน้ำมันอ่าวเปอร์เซียกลายเป็นศัตรู และยังเสี่ยงทำให้จีน และลูกค้าหลักต้องออกมาคัดค้าน

ทั้งนี้ รัฐบาลจีนออกแถลงการณ์ตำหนิสหรัฐฯ ว่าเสียความน่าเชื่อถือจากการใช้กำลัง และเรียกร้องให้ทุกฝ่าย “ยับยั้งการใช้กำลังที่รุนแรง และอย่าซ้ำเติมไฟสงคราม” บทบรรณาธิการ Global Times ยังระบุว่าการโจมตีของวอชิงตันทำให้สถานการณ์ตะวันออกกลาง “ส่อเค้าเลวร้ายจนควบคุมไม่ได้” 

‘กัมพูชา’ เผชิญ 3 วิกฤตหลังปิดด่านประชดไทย โรคระบาด – พลังงาน - เสื่อมศรัทธาทางการทูต

(23 มิ.ย. 68) กัมพูชากำลังเข้าสู่ “สามวิกฤต” ซ้อน - สุขภาพ พลังงาน และศรัทธาระหว่างประเทศ หลังปิดด่านประชดไทย

ณ เวลานี้ กัมพูชากำลังเผชิญกับวิกฤตหลายด้านพร้อมกันอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน จนอาจกล่าวได้ว่าประเทศกำลังก้าวเข้าสู่ “สามวิกฤตรุมเร้า” ซึ่งประกอบด้วยภัยสาธารณสุข ภัยเศรษฐกิจ และภัยทางการทูตอย่างรุนแรง

1. ไข้หวัดนกระบาดหนัก – ชายแดนไทย–กัมพูชาส่อปิดยาว
สถานการณ์ไข้หวัดนกในกัมพูชากำลังทวีความรุนแรง โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่ติดต่อสู่คนได้ ทำให้อัตราการตายสูงเกิน 50% ในหลายกรณี (เช่น H5N1)มีความเป็นไปได้สูงครับว่า ภาครัฐของไทยมีแนวโน้มจะพิจารณาปิดด่านชายแดนเพื่อจำกัดการแพร่ระบาด ถ้าเกิดขึ้นไม่เพียงแต่กระทบแรงงานข้ามชาติ แต่ยังทำให้เศรษฐกิจชายแดนของกัมพูชาแทบหยุดชะงักไปยาวๆอีกสักพักนึงเลยครับ

2. วิกฤตน้ำมัน – ราคาพุ่งจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ
จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำให้ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงแบบฉับพลัน กัมพูชาในฐานะประเทศที่พึ่งพาน้ำมันนำเข้าเกือบทั้งหมดต้องรับผลเต็ม ๆ โดยเฉพาะเมื่อชายแดนไทยที่เคยเป็นเส้นทางลำเลียงพลังงานทางบกกลับมีแนวโน้มจะปิดตามมาตรการสาธารณสุข วิกฤตพลังงานจึงกลายเป็นวิกฤตต้นทุนชีวิตของประชาชน ซึ่งเรื่องนี้เนี่ยมือถือเป็นนโยบายที่ผิดพลาดโดยกัมพูชาโดยตรงเพราะว่าคนที่ออกนโยบายสกัดกั้นน้ำเป็นน้ำมันจากไทยนั้นก็ไม่ออกเลยรัฐบาลกัมพูชาซึ่งเพิ่งประกาศใช้ไปเมื่อวานนี้เอง

3. เสียหน้าในเวทีระหว่างประเทศ – พฤติกรรมทางการทูตสะท้อนความไม่เป็นมืออาชีพ
แม้รัฐบาลกัมพูชาจะพยายามใช้การเปิดคลิปเสียงโจมตีผู้นำไทยเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการเมือง แต่ผลที่ตามมากลับกลายเป็นภาพลักษณ์ที่ตกต่ำในสายตานานาชาติ การนำข้อมูลลับทางการทูตออกมาเปิดเผยเพื่อหวังผลทางการเมืองภายใน ถือเป็นการทำลายความเชื่อถือของระบบการทูตระหว่างประเทศโดยตรง ประเทศใดที่ไม่เคารพหลักการพื้นฐานของการทูต ย่อมถูกมองว่า “ไม่สามารถไว้วางใจได้”

เรื่องนี้อย่าทำให้เห็นภาพชัดว่าฮุนเซนกำลังเผชิญกับการสูญเสียภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือโดยเฉพาะการทำลายมิตรภาพที่ยาวนานกว่าหลาย 10 ปีเพียงเพื่อการเอาชนะในสรภูมิการเมืองเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้นเอง

บทสรุป
ในขณะที่ประชาคมโลกเผชิญกับความผันผวนจากภูมิรัฐศาสตร์ กัมพูชากลับเผชิญ “ไฟสามด้าน” พร้อมกัน ทั้งโรคระบาด วิกฤตพลังงาน และความเสื่อมศรัทธาทางการทูต

คำถามสำคัญคือ—ผู้นำกัมพูชาจะรับมือกับสถานการณ์เหล่านี้อย่างไร โดยไม่ยิ่งซ้ำเติมประชาชน และไม่พาประเทศให้ถลำลึกสู่ความโดดเดี่ยวทางการเมืองมากไปกว่านี้?

โฆษกฮุนเซน หยามไทยไม่กล้ายอมรับความพ่ายแพ้ ชี้ไทยจองหอง-ดื้อดึง จะยิ่งเจ็บทั้งเศรษฐกิจและการเมือง

(23 มิ.ย. 68) เพ็ญ โบนา โฆษกรัฐบาลกัมพูชา ออกแถลงการณ์อย่างแข็งกร้าวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ตอบโต้ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยระบุว่าไทยเป็นฝ่ายเริ่มกดดันก่อน ทั้งปิดชายแดนฝ่ายเดียวและขู่ตัดการเชื่อมต่อด้านพลังงานและเศรษฐกิจ จนทำให้กัมพูชาต้องตอบโต้กลับอย่างจริงจัง

โฆษกกัมพูชา เปิดเผยว่า กองทัพไทยและนักการเมืองบางกลุ่ม รวมถึงฝ่ายหัวรุนแรง มีทัศนคติล้าหลัง มองกัมพูชาอย่างดูแคลน คิดว่าประเทศเพื่อนบ้านยังพึ่งพาไทยเหมือนในอดีต ทั้งที่ปัจจุบันกัมพูชาแข็งแกร่งขึ้นและไม่ยอมถูกกดดันอีกต่อไป

หนึ่งในมาตรการตอบโต้ที่ถูกนำมาใช้คือ การระงับการนำเข้าน้ำมันและก๊าซจากไทย ซึ่งโฆษกระบุว่าไทยเริ่มรู้แล้วว่าแรงกดดันไม่ได้ผล และกัมพูชาคือฝ่ายที่เคลื่อนไหวก่อนด้วยซ้ำ ทำให้ความเสียหายที่เกิดขึ้นกลับย้อนคืนสู่ไทยเอง

เพ็ญ โบนา ยังเผยอีกว่าไทยพยายามติดต่อผู้นำกัมพูชาทั้งฮุน มาเน็ต และฮุน เซน เพื่อเจรจาอย่างลับ ๆ แต่กัมพูชาไม่หลงกล เพราะมองว่าเป็นเพียงกลยุทธ์ทางการทูตที่แฝงเจตนาอย่างไม่จริงใจ ภายใต้ฉากหน้าว่าเป็นมิตร

ทั้งนี้  โฆษกรัฐบาลกัมพูชายืนยันไม่ต้องการความขัดแย้ง แต่จะไม่ยอมถูกมองข้ามอีกต่อไป พร้อมเตือนว่าหากไทยยังยึดถือความหยิ่งผยอง สถานการณ์จะยิ่งเลวร้ายลง ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง และความรู้สึกของประชาชนภายในประเทศเอง

ประธานาธิบดีบูร์กินาฟาโซจี้ถามโลกตะวันตก เหตุใดสันติภาพต้องมากับการใช้ความรุนแรง

(23 มิ.ย. 68) อิบราฮิม ตราโอเร (Ibrahim Traoré) วัย 37 ปี ประธานาธิบดีและผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งบูร์กินาฟาโซ กล่าวตั้งคำถามต่อโลกว่า ทำไมบางประเทศจึงใช้ความรุนแรง เช่น การทิ้งระเบิดใส่ชาติอื่น แล้วอ้างว่ากระทำเพื่อสันติภาพ ซึ่งเขามองว่าข้ออ้างดังกล่าวไม่ชอบธรรม และเป็นการเชิดชูการใช้อาวุธรุนแรงอย่างผิดหลักมนุษยธรรม

เขาระบุว่าในโลกปัจจุบันมีบทเรียนสำคัญที่สอนให้รู้ว่า ความเป็นมหาอำนาจทางทหารอาจต้องพึ่งพาอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งถือเป็น “เครื่องมือที่ต้องมีไว้ในครอบครอง” เพื่อสร้างความเคารพและความมั่นคงให้แก่ประเทศ

ก่อนหน้านี้ หลังการยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนในปี 2022 ตราโอเรพยายามยกระดับความร่วมมือทางทหาร ทั้งกับรัสเซียและชาติชั้นนำระดับภูมิภาคอื่น ๆ เพื่อเสริมความเข้มแข็งให้กองทัพบูร์กินาฟาโซ ซึ่งถือเป็นการปรับนโยบายด้านความมั่นคงให้มุ่งเน้นอาวุธเทคโนโลยีขั้นสูง และการสร้างพันธมิตรทางยุทธศาสตร์

แนวทางของตราโอเรไม่เพียงสะท้อนถึงความไม่พอใจต่ออิทธิพลตะวันตก แต่ยังชี้ให้เห็นถึงการพลิกบทบาทของชาติแอฟริกาที่พร้อมพึ่งพาอำนาจทางทหารระดับสูงเพื่อรักษาเอกราช 

‘SPR’ คือ คำตอบรับมือวิกฤตพลังงาน หากอิหร่าน ตัดสินใจปิดช่องแคบ ‘ฮอร์มุซ’

(23 มิ.ย. 68) จากผลพวงสหรัฐ อเมริกา ปฏิบัติการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ 3 แห่งของอิหร่าน ทำให้สภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน เตรียมตัดสินใจตอบโต้ด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากมีรายงานว่ารัฐสภาของประเทศได้ยกมือสนับสนุนมาตรการดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตามรายงานของสำนักข่าวเพรส ทีวี ของอิหร่าน เมื่อวันอาทิตย์(22มิ.ย.68)

แน่นอนว่า หากอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซขึ้นมาจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นชั่วคราว หรือ ยืดเยื้อระยะยาว นั่นคือจุดเริ่มต้นของหายนะระดับโลก เพราะช่องแคบฮอร์มุซ นับเป็นเส้นทางการขนส่งน้ำมันที่มีปริมาณถึง 20% ของการบริโภคทั่วโลก เรียกได้ว่าเป็นเส้นเลือดใหญ่ของการค้าพลังงานโลก โดยเฉพาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจของยุโรปและเอเชีย นั่นและนั่นจะเป็นสาเหตุให้ราคาพลังงานพุ่งทะยานและต้นทุนการดำรงชีวิตของประชาชนสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม ในการรับมือกับวิกฤตพลังงานน้ำมันในส่วนของประเทศไทยนั้น ทางนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มีแนวคิดที่จะดำเนินนโยบายการสำรองเชื้อเพลิงปิโตรเลียมทางยุทธศาสตร์ (SPR : Strategic Petroleum Reserve) เพื่อให้ประเทศมีปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงสำรองเพียงพอต่อการใช้งานได้ถึง 90 วัน เช่นเดียวกับประเทศใหญ่หลายประเทศที่มีน้ำมันสำรองเพียงพอ 90 วัน ทำให้มีเวลาแก้ไขปัญหาและสามารถเตรียมการรองรับผลกระทบที่เกิดขึ้นได้นานขึ้น

เนื่องจากในปัจจุบัน ประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองที่เอกชนจัดเก็บเพียงพอต่อการบริโภค 25-36 วัน นั่นหมายความว่า หากปัญหาวิกฤตน้ำมันในประเทศไม่สามารถแก้ไขได้แล้วเสร็จภายในเวลา 1 เดือน ย่อมจะเกิดผลกระทบที่จะสร้างความเสียหายอันใหญ่หลวงต่อประเทศในภาพรวม ไม่ว่าในด้าน เศรษฐกิจ สังคม การเมือง การเงิน และการคลัง ฯลฯ อย่างแน่นอน ดังนั้น SPR ของ ‘พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค’ ที่กำลังผลักดันและร่างกฎหมายอยู่ในขณะนี้ คือ คำตอบที่จะทำให้ประเทศสามารถรับมือวิกฤตพลังงานโลกที่อาจจะเกิดขึ้นอีกครั้งเร็วๆ นี้

เป้าหมายของนายทุนคือ ต้องเขี่ยพีระพันธุ์

(23 มิ.ย.68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Roytu NP’ ได้โพสต์ข้อความว่า...

เกมครั้งนี้ลึกกว่าที่คิด

สังคมรับรู้แล้วว่าเงาดำที่คอยกำกับการแสดงอยู่ข้างหลังการเคลื่อนไหวของกลุ่มกบฏในพรรครวมไทยสร้างชาติคือทุนพลังงานที่กำลังจะเสียผลประโยชน์จากการทำงานของพีระพันธุ์ 

เป้าหมายของนายทุนคือ ต้องเขี่ยพีระพันธุ์ ออกไปให้พ้นเส้นทางกระทรวงพลังงานให้ได้ ถ้ากลุ่มกบฏทำสำเร็จก็จะได้รับผลตอบแทนคือตำแหน่งเจ้ากระทรวงและอื่นๆที่แต่ละคนปรารถนา

เริ่มแรกทุกคนมั่นใจในพลังเงินและคอนเนคชั่นของนายทุนว่าปึ้กมาก 

มาถึงวันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่เป็นเช่นนั้น พีระพันธุ์ยังคุมกระทรวงพลังงานได้เหมือนเดิม แต่พวกตัวเองกลับไม่ได้อะไรเพิ่มเติม จนต้องออกมาโวยวายขอโควตารัฐมนตรีในฝั่งตนเองเพิ่ม

คำถามคือ 
ทุนพลังงานที่ว่าแน่ทำไมยังพ่ายแพ้ต่อพีระพันธุ์ ? 

ทำไมถึงยังเขี่ยพีระพันธุ์ออกไปจากกระทรวงพลังงานไม่ได้ ? 

หรือเบื้องหลังพีระพันธุ์มีใครเป็นแบ็คให้สู้กับนายทุนต่อไป ? 

และหรือนี่คือลางร้ายของเสือนอนกินว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องโดนสะสาง !?

นับจากนี้ไปให้ดูจำนวนสมาชิกของกลุ่มกบฏว่าจะเพิ่มขึ้น เท่าเดิม หรือว่าลดลง เพราะเกมมันได้ออกมาหน้านี้แล้ว 

การนัดกินข้าวกับนายทุนเย็นวันนี้ก็บวก ลบ คูณ หาร ให้ดีว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้ ถ้าจะไปต่อก็ขออย่าให้โดนหลอกใช้ก็แล้วกัน

โฆษกทรัมป์ฉะสื่อ อย่าใส่ร้ายสหรัฐฯ ลั่นไม่เคยรุกรานประเทศไหน สร้างแต่สันติภาพเท่านั้น

(23 มิ.ย. 68) คาโรไลน์ ลีวิตต์ (Karoline Leavitt) โฆษกทำเนียบขาว ตำหนิสื่อมวลชน หลัง CNN รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เข้าร่วมสงครามเคียงข้างอิสราเอลเพื่อ “รุกรานอิหร่าน” โดยยืนยันว่า สหรัฐฯ ไม่เคยรุกรานประเทศใด และการกระทำทั้งหมดเป็นไปเพื่อสันติภาพ

ลีวิตต์เตือนสื่อว่า “อย่าใช้คำว่ารุกรานกับประธานาธิบดีทรัมป์ หรือแม้แต่ประเทศของเรา” พร้อมย้ำว่าสหรัฐฯ เป็นชาติที่ยิ่งใหญ่ มีเกียรติ และมีกองทัพที่ไม่มีใครเทียบได้ในโลก

โฆษกสาวของทำเนียบขาววัย 27 ปี ระบุว่า แม้สหรัฐฯ มีปฏิบัติการทางทหารกับอิหร่าน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นการรุกราน เพราะสหรัฐฯ ไม่ยอมให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งถือเป็นเส้นแดงสำคัญด้านความมั่นคง

คาโรไลน์ ลีวิตต์ ทิ้งท้ายว่าทรัมป์ไม่ได้ต้องการเปลี่ยนแปลงระบอบปกครองในอิหร่าน และยังคงหวังว่าเตหะรานจะเลือกการเจรจา พร้อมกล่าวว่า “ขอพระเจ้าอวยพรโลกใบนี้”

กลุ่มฮูตีในเยเมนเดือด!!..จ่อเปิดศึกกับสหรัฐฯ หลังเหตุโจมตีอิหร่าน ลั่นรอวันเอาคืน

(23 มิ.ย. 68) กลุ่มฮูตีในเยเมนออกมาเตือนว่า พวกเขาจะตอบโต้สหรัฐฯ จากเหตุโจมตีอิหร่านอย่างแน่นอน โดยระบุว่า “เป็นเพียงเรื่องของเวลา” เท่านั้น

โมฮัมเหม็ด อัล-บุคไฮติ (Mohammed Al-Bukhaiti) แกนนำทางการเมืองของฮูตี ให้สัมภาษณ์ว่า ข้อตกลงหยุดยิงกับสหรัฐฯ นั้นเกิดขึ้นก่อนที่ความขัดแยกระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะรุนแรงขึ้น

ที่ผ่านมา กลุ่มฮูตีได้โจมตีเรือสินค้าตามเส้นทางเดินเรือ และยิงอาวุธใส่อิสราเอล โดยอ้างว่าเป็นการช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา ท่ามกลางสงครามกับอิสราเอล

โดยในเดือนพฤษภาคม ฮูตีเคยตอบตกลงหยุดโจมตีเรือของสหรัฐฯ แลกกับการที่สหรัฐฯ จะหยุดโจมตีกลุ่มฮูตีในเยเมน แต่เหตุการณ์ล่าสุดกับอิหร่านอาจทำให้ข้อตกลงนั้นเปลี่ยนไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top