Friday, 6 November 2026
Hard News Team

ตร.ยังไม่บังคับเด็กต่ำกว่า 6 ขวบนั่งคาร์ซีท รอครบ 120 วัน พ.ร.บ.จราจรฯ ประกาศใช้

ตำรวจนครบาล ยันยังไม่บังคับใช้กฎหมายเด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบต้องนั่งคาร์ซีทในขณะนี้ ชี้ ต้องรอครบ 120 วัน หลังประกาศพ.ร.บ.จราจรทางบก ลงในราชกิจจาฯ จึงจะมีผลบังคับใช้

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผบช.น. ในฐานะโฆษกบช.น. เปิดเผยถึงการประกาศบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก ให้รถยนต์ที่มีเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี โดยสารต้องมีที่นั่งนิรภัย หรือคาร์ซีท เพื่อความปลอดภัยว่า ตรวจสอบพบว่าข้อกฎหมายตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก ฉบับล่าสุดที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา นั้นจะมีผลบังคับใช้ในอีก 120 วัน หรือในวันที่ 5 กันยายนนี้ ซึ่งกฎหมายดังกล่าวมีใจความสำคัญ คือ ป้องกันไม่ให้เด็กได้รับบาดเจ็บ หรือเป็นอันตรายหากเกิดอุบัติเหตุทางถนนโดยการจัดที่นั่งที่เหมาะสมให้ โดยระบุใจความสำคัญในการป้องกันไว้ 3 รูปแบบ คือ ผู้ปกครองต้องจัดที่นั่งนิรภัย หรือคาร์ซีท สำหรับเด็กอายุไม่เกิน 6 ขวบ หรือต้องจัดหาที่นั่งพิเศษสำหรับเด็ก อายุไม่เกิน 6 ขวบ หรือหาวิธีป้องกันสำหรับเด็กที่โดยสารบนรถ

พล.ต.ต.จิรสันต์กล่าวว่า หากตีความข้อกฎหมายดังกล่าวจะเห็นได้ว่า ไม่ได้บังคับตายตัวว่า จะต้องใช้เพียงที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก หรือคาร์ซีท เพียงอย่างเดียว แต่ยังระบุว่า หรือ จัดหาที่นั่งสำหรับเด็ก เช่นการจัดให้เด็กนั่งและคาดเข็มขัดนิรภัยให้ หรืออาจใช้วิธีการป้องกันอื่นๆ เช่น การนำเด็กมานั่งตักและคาดเข็มขัดนิรภัยให้ทั้งตัวเด็กและผู้ปกครอง ซึ่งลักษณะและวิธีการป้องกันดังกล่าวต้องรอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่างข้อกำหนดให้ชัดเจนว่าการติดตั้งหรือจัดหาที่นั่งแต่ละแบบนั้น จะมีรูปแบบอย่างไร แบบไหนที่สามารถนำมาใช้ได้หรือไม่ได้

สืบสานกว่า 100 ปี!! ‘เครื่องแบบนักเรียน’ เมื่อแรกมีในไทย สู่ความภาคภูมิใจแห่งสถาบันศึกษา 

การแต่งเครื่องแบบมีพื้นฐานจากการแต่งตัวให้เข้ากับกาลเทศะ ความเหมาะสมของโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา เครื่องแบบของนักเรียนชายส่วนใหญ่ ประกอบด้วยกางเกงขาสั้นหรือกางเกงขายาว เสื้อเชิ้ตสีขาว ขณะที่เครื่องแบบนักเรียนหญิงจะต่างกันในแต่ละประเทศและระบบการศึกษาของโรงเรียน อีกทั้งมีการออก พระราชบัญญัติเครื่องแบบนักเรียน มาบังคับใช้ด้วย เพื่อส่งเสริมความมีระเบียบวินัย และเป็นการคุ้มครอง มิให้บุคคลอื่นใดแต่งเครื่องแบบนักเรียนโดยไม่มีสิทธิที่จะแต่ง

โรงเรียนในประเทศไทยเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการในสมัยรัชกาลที่ 5 ทรงตั้งโรงเรียนหลวงขึ้นในพระบรมมหาราชวัง จากนั้นก็ทรงให้มีโรงเรียนสำหรับสามัญชนตามมา และได้มีพระราชบัญญัติเครื่องแบบนักเรียน ปี 2482 ออกมาบังคับใช้

หลังจากใช้ พ.ร.บ. ดังกล่าวมาเป็นเวลานาน พบว่าบทบัญญัติบางประการไม่เหมาะสมกับสภาวการณ์ปัจจุบัน จึงยกเลิกพระราชบัญญัติฯ ปี 2482 แล้วให้ใช้ พระราชบัญญัติเครื่องแบบนักเรียน พ.ศ. 2551 แทน โดยกำหนดให้มีเครื่องแบบนักเรียนไว้เป็นมาตรฐานกลาง เพื่อประโยชน์ในการประหยัดและความเป็นระเบียบเรียบร้อย

สำหรับวิวัฒนาการของเครื่องแบบนักเรียนไทย ดร.อาทร จันทวิมล อดีตรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่ปรึกษาหอประวัติศาสตร์กระทรวงศึกษาธิการได้เคยให้ข้อมูลเอาไว้ว่า ยุคแรกของการศึกษาไทย การเรียนการสอนมีขึ้นที่วัดโดยพระเป็นผู้สอนหนังสือ ต่อมาเมื่อมีโรงเรียนหลวง โรงเรียนราษฎร์ เกิดขึ้น ก็มีการบังคับใช้ เครื่องแบบนักเรียน ตามมา

ส่วนที่มาของเครื่องแบบนักเรียน พบว่าในปี ค.ศ.1846 ได้ปรากฏภาพเจ้าชายเอ็ดเวิร์ดของอังกฤษ (โอรสพระราชินีวิคตอเรีย) ทรงแต่งชุดกะลาสีเผยแพร่ทางหนังสือพิมพ์ ชุดดังกล่าวจึงกลายเป็นที่นิยมของเด็กๆ ทั่วโลก จากนั้นมีการนำชุดกะลาสีไปเป็นแบบฟอร์มชุดนักเรียนในสหรัฐอเมริกา และแพร่ขยายต่อไปยังเยอรมนี  ญี่ปุ่น และประเทศไทย

สำหรับประเทศไทยเรามีวิวัฒนาการมาหลายยุคหลายสมัย อาทิ ในยุคหนึ่ง เครื่องแบบนักเรียนไทยในยุคหนึ่งต้องสวมหมวกด้วย โดยเกิดขึ้นในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นหมวกที่ทำด้วยวัสดุหลายรูปแบบ ฯลฯ ถือว่าเป็นยุคที่นักเรียนสวมหมวกเป็นเครื่องแบบเป็นยุคแรก 

บางโรงเรียนใช้เครื่องแบบเป็น "ชุดราชปะแตน" นอกจากนี้ยังพบว่ามีบางโรงเรียนมีเครื่องแบบนักเรียนคล้ายชุดทหาร นั่นคือ "โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย" เนื่องจากโรงเรียนนี้มีจุดเริ่มต้นจากโรงเรียนในพระบรมมหาราชวัง ในสมัยรัชกาลที่ 5 และเป็นโรงเรียนเป็นการฝึกหัดบุคคลเข้ารับราชการทหาร เครื่องแต่งกายจึงใช้แบบทหาร

ต่อมาโรงเรียนถูกเปลี่ยนฐานะเป็นโรงเรียนสำหรับพลเรือน เครื่องแต่งกายของนักเรียนจึงเปลี่ยนไป โดยในยุคแรกเครื่องแบบนักเรียนใช้เป็น "เสื้อราชปะแตน นุ่งผ้าโจงกระเบน สวมถุงเท้ายาวสีขาวพับขอบบน รองเท้าหนังสีดำ"

ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 เครื่องแบบโรงเรียนนี้ได้ปรับเปลี่ยนเป็นกางเกงตัดเป็นจีบ รูดเลยหัวเข่าคล้ายโจงกระเบน ต่อมาเปลี่ยนรูปแบบเป็นกางเกงขาสั้นแคบสีดำ เสื้อคงเดิม และสวมหมวกยาวปีกกลมคาดแถบผ้าสีเหลือง ตรงกลางหน้าหมวกมีเข็มกลัดโลหะอักษร สก. จากนั้นเครื่องแบบนักเรียนถูกเปลี่ยนอีกครั้ง กลายเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงขาสั้นสีกากี และพัฒนามาเป็นกางเกงขาสั้นสีดำ

‘ราวปันสุข ปีที่ 2’ โครงการแบ่งปันชุดนักเรียน โดย หจก.กนกวรรณบูติค นครสวรรค์ 

เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ห้วงก่อนเปิดเทอมนี้ บริเวณหน้าร้าน หจก.กนกวรรณบูติค ร้านขายชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนรายใหญ่ของนครสวรรค์คึกคัก มีผู้ปกครองจูงลูก-หลานมาเลือกซื้อชุดนักเรียนกันอย่างต่อเนื่อง หลังจากต้องเลื่อนเปิดเทอมป้องกันโควิดระบาดกันทั้งประเทศ

แต่ด้วยเสื้อผ้านักเรียน-อุปกรณ์บางอย่างมีการปรับราคาขึ้นแล้วชิ้นละประมาณ 5-10 บาท เพราะด้วยต้นทุนที่สูงขึ้น ทำให้ผู้ปกครองส่วนใหญ่ลดจำนวนการซื้อชุดใหม่แค่ 1-2 ชุดต่อคนเท่านั้นเพื่อลดค่าใช้จ่าย เนื่องจากยังต้องซื้อชุดพละและชุดลูกเสือด้วย

ขณะที่ทางร้านฯ ได้จัดโครงการ “ราวปันสุข ปีที่ 2” เชิญชวนพ่อแม่ผู้ปกครอง-ผู้ใจบุญนำเสื้อผ้าชุดนักเรียนที่อยู่ในสภาพดีมาร่วมบริจาค ก่อนคัดแยกตั้งราวแขวนไว้ให้พ่อแม่ผู้ปกครองมาเลือกหยิบกลับไปให้ลูกหลานใช้ในภาคเรียนใหม่ที่จะถึงนี้ เพื่อลดภาระให้แก่ผู้ปกครองที่มีรายได้น้อยอีกทางหนึ่ง

ทบ. สั่งแบนรถ Lazada ห้ามเข้าหน่วยทหาร เซ่นปมคลิปโฆษณาหมิ่นเหม่

ผบ.ทบ. บอยคอตต์ “ลาซาด้า” สั่งห้าม รถขนส่ง Lazada เข้าหน่วยทหารทั่วประเทศ แต่ไม่ห้ามซื้อ หากใครสั่ง ก็ให้ออกไปรับนอกพื้นที่หน่วยทหาร

วันนี้ (9 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีคลิปและภาพโปรโมตจากอินฟลูเอนเซอร์ “นารา เครปกะเทย” หมิ่นเหม่พาดพิงบุคคล และเป็นการล้อเลียนลักษณะทางร่างกายที่เกิดจากความเจ็บป่วยในโฆษณาของลาซาด้า เป็นที่มาของการแถลงการณ์ขออภัยต่อสังคม

‘พิชัย’ จี้ ‘ประยุทธ์’ เร่งเพิ่มรายได้คนไทยสู้เงินเฟ้อ ชี้ ฟื้นศก. ไทยต้องพึ่งต่างประเทศ หยุดขายฝันมั่ว

‘พิชัย’ จี้ ‘ประยุทธ์’ เร่งเพิ่มรายได้คนไทยสู้เงินเฟ้อก่อนจะอดตายกันหมด และหยุดขายฝันมั่ว ชี้ ฟื้นเศรษฐกิจไทยต้องพึ่งต่างประเทศจึงต้องเข้าพบหลายสถานทูตสร้างความมั่นใจ แนะ หลักคิดเพื่อไทยฟื้นเศรษฐกิจได้แน่

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า เงินเฟ้อในเดือนเมษายนอยู่ที่ 4.65% ทำให้เงินเฟ้อของ 4 เดือนแรกของปีนี้อยู่ที่ 4.71% ซึ่งสูงมาก อย่างไรก็ตามในเดือนพฤษภาคมนี้เงินเฟ้อน่าจะสูงเพิ่มขึ้นอีกจากราคาน้ำมันดีเซลที่รัฐบาลปล่อยให้ทะลุเกินลิตรละ 30 บาท เป็นลิตรละ 32 บาทและ อีกไม่นานคงจะถึงลิตรละ 35 บาท (ทั้งที่ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ราคาน้ำมันโลกก็ประมาณ 100 กว่าเหรียญนี้ แต่ยังสามารถตรึงราคาน้ำมันดีเซลได้ลิตรละต่ำกว่า 30 บาทได้) อีกทั้งค่าไฟฟ้าปรับขึ้นเป็นหน่วยละ 4 บาท และราคาก๊าซหุงต้มก็ปรับขึ้นอีก ซึ่งส่งผลให้ราคาสินค้าปรับขึ้นแทบทุกชนิด ทั้งราคาไข่ ราคาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ราคาหมู ราคาน้ำมันปาล์ม อาหารแทบทุกชนิดราคาเพิ่มขึ้นมาก และจะเพิ่มขึ้นอีกจากที่สมาคมขนส่งประกาศขึ้นค่าขนส่ง 20% หลังจากที่ราคาน้ำมันดีเซลทะลุเกิน 30 บาท สถานการณ์เงินเฟ้อ ข้าวของแพง พลเอกประยุทธ์ ทำท่าจะเอาไม่อยู่ ซึ่งจะทำให้คนเดือดร้อนกันอย่างมาก ซึ่งเรื่องนี้คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยได้เตือนมาก่อนเป็นเดือนๆ แล้วแต่พลเอกประยุทธ์ เหมือนไม่เข้าใจและทำเหมือนไม่เดือดร้อน

ล่าสุดพลเอกประยุทธ์ประกาศว่าจะเพิ่มรายได้ให้คนไทยเฉลี่ยปีละ 300,000 บาท ซึ่งไม่รู้เอาความคิดนี้มาจากไหน น่าจะฝันตื่นมาเห็นตัวเลขเหมือนฝันเลขหวย เพราะที่ผ่านมาพลเอกประยุทธ์ บริหารเศรษฐกิจของไทยได้ย่ำแย่มาตลอด เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำ จะไปเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนขนาดนั้นได้อย่างไร แนวคิดพัฒนาเศรษฐกิจยังโบราณมาก และไม่รู้ว่าเมาหรือเครียด พลเอกประยุทธ์ ยังได้กล้าประกาศว่าคนจนจะหมดไปในวันที่ 30 กันยายน 2565 นี้ ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลย ไม่ต่างอะไรกับที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯ ได้เคยประกาศไว้เช่นกันว่าคนจนจะหมดไปตั้งแต่ปี 2561 แต่หลังจากประกาศเศรษฐกิจไทยก็เละเทะมาตลอด คนจนกลับเพิ่มขึ้นมาก จนสุดท้ายต้องถูกปลดออกไป ดังนั้นการที่พลเอกประยุทธ์เลียนแบบนายสมคิดและประกาศตามก็คงเละตามกันไปเหมือนกัน คนจนจะยิ่งเพิ่มขึ้นอีกมาก และคนจะลำบากกันอย่างมากจนจะทนกันไม่ไหว 

จริงอยู่ สถานการณ์เงินเฟ้อเกิดขึ้นกับทั้งโลก แต่รัฐบาลที่ฉลาดและมีประสิทธิภาพเขาจะพัฒนาเศรษฐกิจให้ขยายตัวสูง ทำให้ประชาชนของประเทศเขามีรายได้เพิ่มขึ้นเพื่อรับมือกับภาวะข้าวของแพงได้ แต่ประเทศ ไทยกลับทำตรงกันข้าม พลเอกประยุทธ์ด้อยความสามารถในการบริหารเศรษฐกิจ ทำให้คนไทยต้องเผชิญกับ เงินเฟ้อสูง ราคาข้าวของแพงแต่รายได้ไม่เพิ่ม ค่าแรงไม่เพิ่ม ราคาสินค้าเกษตรเพิ่มน้อยมาก ยังไม่พอกับราคาค่าปุ๋ยที่แพงขึ้นมาก คนหาเช้ากินค่ำค้าขายฝืดเคืองเพราะขายของไม่ดีคนไม่มีเงินซื้อ พอแม่ค้าตอบพลเอกประยุทธ์ว่าขายไม่ดี พลเอกประยุทธ์กลับเสนอให้ไปขายของชนิดอื่น ซึ่งแสดงถึงความไม่เข้าเลยว่าเศรษฐกิจไม่ดี ขายอะไรก็ไม่ดี เปลี่ยนของขายก็จะขายไม่ดี ทางที่ดีที่สุดคือการต้องเปลี่ยนนายกฯ ทันทีอย่างเดียว และหานายกฯ ที่เก่งเศรษฐกิจมาบริหารถึงจะขายของได้ดี คนมีรายได้เพิ่ม 

โดยอยากให้พลเอกประยุทธ์ ไปศึกษา 5 แนวทางที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เสนอไว้แล้ว คือการกระจายอำนาจ ดึงศักยภาพคนไทยด้วย Soft Power การใช้ AI เพื่อการเกษตร การปรับภาครัฐและภาคเอกชนเข้าสู่ Digital Transformation และ การเตรียมคนไทยเข้าสู่ Metaverse ซึ่งสามารถเปลี่ยนประเทศ และรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต อีกทั้งจะเพิ่มรายได้ของประชาชนให้มากขึ้นได้อย่างแน่นอน อย่าอ้างแก้ตัวมั่วว่าได้ทำแล้วทั้งที่ตัวเองยังไม่เข้าใจเลย แล้วจะทำได้อย่างไร และพรรคเพื่อไทยยังจะมีนโยบายเศรษฐกิจที่จะฟื้นฟูประเทศไทยออกมาอีกมากที่จะประกาศเมื่อมีการเลือกตั้งใหม่ โดยเศรษฐกิจไทยเป็นเศรษฐกิจเล็กและเป็นเศรษฐกิจเปิด 

UNPKFC ตั้งวงบอยแบนด์ชื่อดังเกาหลีใต้ ศิลปิน K-POP วงเกรทกายส์ (GREATGUYS) เป็น ทูตสันติภาพเยาวชน  

UNPKFC ตั้งวงบอยแบนด์ชื่อดังเกาหลีใต้ ศิลปิน K-POP วงเกรทกายส์ (GREATGUYS) เป็น ทูตสันติภาพเยาวชน เพื่อแลกเปลี่ยนเผยแพร่วัฒนธรรมสันติภาพระดับนานาชาติ เพื่อให้เกิดคุณูปการต่อเยาวชนโลกที่จะเป็นผู้นำในอนาคต UNPKFC นำโดยประธานในที่ประชุม ดร.อภินิตา ไชยชนะ ประธาน UNPKFC พร้อมด้วยคณะบอร์ดบริหาร นายศรพงษ์ศักดิ์ สุวรรณปรุง ที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการสำนักงานปลัด สำนักนายกรัฐมนตรี และคณะบอร์ดบริหาร เข้าร่วมประชุมหารือ เกี่ยวกับงาน UNPKFC GLOBAL PEACE SUMMIT 2022 ที่เตรียมการจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในประเทศไทย เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวันสันติภาพสากล 

โดยสหประชาชาติได้กำหนดให้ทุกวันที่ 21 กันยายน ของทุกปี ถือเป็นวันสันติภาพโลกของทุกปี และองค์กรได้ให้ความสำคัญและร่วมเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ในประเทศไทยมายาวนาน ในประเทศไทย ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ได้มีบุคคลสำคัญเข้าร่วมประชุมหลายประเทศ ซึ่งได้รับเกียรติผู้เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้โดยมีผู้แทนจากประเทศพม่า นำโดยรองสมเด็จพระสังฆราช ประเทศพม่า และศิลปินบอยแบนด์ชื่อดังของเกาหลีใต้ วงเกรทกายส์ เคป๊อป (GreatGuys Band) จากประเทศเกาหลี

ในวันเดียวกันได้มีการแต่งตั้ง ศิลปินบอยแบนด์ชื่อดังของเกาหลีใต้ วงเกรทกายส์ เคป๊อป (GreatGuys Band) จากประเทศเกาหลีให้ดำรงตำแหน่ง ทูตสันติภาพเยาวชน (Youth Peace Ambassador) อย่างเป็นทางการ วงบอยแบนด์ชื่อดัง GreatGuys ได้กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกด้วยการแสดงที่ทำลายสถิติ มีพลังและการออกแบบท่าเต้นได้ดีทุกที่ที่พวกเขาแสดง และมีผู้ติดตามจำนวนมากในหมู่เยาวชนทั่วโลก และจะมีบทบาทสำคัญที่จะส่งสารสันติภาพ ด้านความหวังและความรัก  ให้เข้าถึงกับเยาวชนคนรุ่นใหม่ทั่วโลก

ดร.อภินิตา ไชยชนะ ประธาน UNPKFC ได้พูดถึงแนวทางการพัฒนากิจกรรมที่สันติภาพโลกที่จะเกิดขึ้นที่เมืองไทย ซึ่งปกตินั้นตนได้ทำด้านนี้ยาวนานต่อเนื่องมาโดยตลอด ประสบการณ์และพลังเครือข่ายทั้งภาครัฐ และเอกชน ตลอดจนภาคประชาชนจิตอาสา พร้อมที่จะผลักดันเยาวชน ส่งเสริมพัฒนาการและทักษะ ด้วยวิธีการแลกเปลี่ยนการสืบสานวัฒนธรรม และสังคม ให้ทันตามยุคตามสมัย เพื่อการผลักดันเป้าหมายและการพัฒนาที่ยั่งยืนในปี  2030 โดยใช้หลักส่งเสริมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และความสามารถของเยาวชนที่แตกต่างหลากหลาย เพื่อการเผยแพร่วัฒนธรรมแห่งสันติภาพแบบบูรณาการในอนาคต จึงขอขอบคุณผู้บริหารและผู้แทนแต่ละประเทศ ที่ให้ความเชื่อมั่น และให้ความร่วมมือด้วยดีตลอดมา 

‘เจ๊เกียว’ โอด ‘พิษโควิด - น้ำมันแพง’ ทำเจ๊งยับ แถมไร้คนสืบต่อกิจการ จ่อปิดตำนาน 65 ปี

สุจินดา เชิดชัย หรือ ‘เจ๊เกียว’ โอดพิษโควิด - น้ำมันแพง ทำขาดทุนยับ เตรียมขอขึ้นตั๋ว พร้อมประกาศขาย ‘เชิดชัยทัวร์’ เหตุไร้คนสืบทอดกิจการ จ่อปิดตำนานธุรกิจรถทัวร์ 65 ปี 

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม นางสุจินดา เชิดชัย หรือ เจ๊เกียว นายกสมาคมผู้ประกอบการรถร่วมรถโดยสาร บขส. และเจ้าของอู่รถเชิดชัย และบริษัท เดินรถเชิดชัย ดำเนินธุรกิจมา 65 ปี กล่าวเมื่อวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า ผลกระทบจากราคาน้ำมันดีเซลสูงขึ้นถึง 32 บาทต่อลิตร ในวันที่ 12 พฤษภาคม จะยื่นหนังสือต่อนายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ขอขึ้นค่าโดยสารรถประจำทางอีก 1 สตางค์ต่อกิโลเมตร จากปัจจุบันคิดค่าโดยสารในราคาน้ำมัน 27 บาทต่อลิตร นอกจากนี้จะขอให้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการรถร่วม โดยลดค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าประกันภัย และค่า พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถเพื่อบรรเทาภาระในช่วงรายได้ลดลง

‘เจนภพ’ สุดทน! รับไม่ได้กรณีโฆษณาลาซาด้า ชี้ ถ้าเป็นสมัยเก่า โดนกุดหัว 7 ชั่วโคตรไปแล้ว

‘เจนภพ จบกระบวนวรรณ’ รับไม่ได้กรณีโฆษณาลาซาด้า เผย ทำน้ำตาตกใน ไม่เคยพบไม่เคยเห็นแบบนี้ ถ้าเป็นสมัยเก่า โดนกุดหัวไปแล้วพร้อมระบุเขียนเพลงตั้งไว้สองชื่อ "ช้อปปี้ขยี้ใจ" กับ "เสร็จลาซาด้า" แต่สุดท้ายยอมทิ้ง แต่งเพลงใหม่

วันนี้ (9 พ.ค.) จากกรณี นายอนิวัต ประทุมถิ่น หรือ นารา เครปกะเทย เน็ตไอดอล ได้ทำแคมเปญโฆษณา Lazada 5.5 ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ที่พบว่ามีการแต่งกายล้อเลียนบุคคลสำคัญที่คนไทยเคารพ และล้อเลียนบุคคลทุพพลภาพหรือผู้พิการนั้น 

ล่าสุด เจนภพ จบกระบวนวรรณ นักแต่งเพลงและนักวิชาการเพลงไทยลูกทุ่ง ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ปรากฎการณ์ ลาซาด้า ทำให้น้ำตาฅนสูงอายุอย่างผมต้องไหลพรากโดยไม่รู้ตัว เพราะตั้งแต่เกิดมาจนอายุใกล้ ๗๐ แล้ว ผมเผ้าหงอกเกือบหมดทั้งหัวแล้ว ไม่เคยพบไม่เคยเจอไม่เคยเห็นอย่างนี้มาก่อน

การกระทำเยี่ยงนี้ ไม่น่าจะเป็นการกระทำของ " ฅน " เลย ถ้าเป็นเพียง ไส้เดือน กิ้งกือ ก็แล้วไป แต่นี่เป็นความคิดและการกระทำของ " ฅน " ซ้ำยังเป็น " ฅนไทย " ด้วย ซึ่งปกติธรรมเนียมนิยมและวัฒนธรรมของ " ฅนไทย " เรื่องการล้อเลียนเหยียดหยามอย่างนี้เขาจะไม่ทำกัน เพิ่งจะมียุคนี้สมัยนี้นี่แหละ สมัยที่วัฒนธรรมตะวันตกไหลบ่าเข้ามาท่วมท้นสังคมไทยจนสำลักอิสระเสรีสิทธิมนุษยชนประชาธิปไตยโดยไม่รับผิดชอบต่อผู้อื่น กระทบกระเทือนผู้อื่น ซึ่งผมก็งงว่ามันเป็น สิทธิมนุษยชน - ประชาธิปไตย ตรงไหน?

การกระทำอย่างนี้ มิได้สร้างความเดือดร้อนให้ตัวเองเท่านั้น แต่ยังสร้างความเดือดเนื้อร้อนใจกินไม่ได้นอนไม่หลับให้โคตรเหง้าสักหลาดของตัวเองด้วย เพราะญาติโกโหติกาท่านอื่นๆ เขาไม่ได้รู้เห็นดีด้วย เป็นสมัยเก่า โดนกุดหัว ๗ ชั่วโคตรไปแล้ว เป็นพระมหากรุณาธิคุณแค่ไหนที่เบื้องพระยุคลบาทไม่คิดเอาความ

กระนั้นก็เถอะ " ฅนไทย " ผู้จงรักภักดีที่มีท่วมแผ่นดิน ใฅรเขาจะยอม 

แรงกระเพื่อมของ ลาซาด้า ครั้งนี้ ไม่ได้เกิดกับ ไส้เดือน กิ้งกือ ไม่กี่ตัว แต่มันส่งผลกระเทือนมากมายไปยัง ทุกฅนที่หวังพึ่งพาแอพนี้ในการขายของซื้อของฝากของทำธุรกิจกับแอพนี้ ฅนซื้อน่ะไม่เท่าไหร่ ซื้อที่อื่นก็ได้ แต่ ฅนขาย นี่สิ ใฅรหน้าไหนจะรับผิดชอบความเสียหายที่เขาได้รับไปด้วย จะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้กับใฅร? กับ ลาซาด้า กับ เอเจนซี่ต้นเรื่อง หรือกับ ไส้เดือน กิ้งกือ ตัวนั้น 

เรื่องหยามหยาบจาบจ้วงอย่างนี้ ถึงเวลาที่ " ฅนไทย " ทั้งมวล สำคัญที่สุดคือ รัฐบาล จะเพิกเฉยทำเป็นทองไม่รู้ร้อนไม่ได้แล้วครับ ที่จริงมันควรมีปฏิกิริยาอย่างจริงจังมานานแล้ว แต่ก็ทำตัวอยู่เหนือปัญหามาตลอด ไม่คิดจะแก้ไขสักที อย่าลืมนะครับว่าไม่มียุคใดสมัยใดที่ สถาบันพระมหากษัตริย์ จะถูกกระทำย่ำยีอย่างหนักหน่วงมากมายเท่ายุคนี้ !!!!!

มีหลายฅนแสดงอาการโกรธเคืองอย่างรุนแรง และ บอกว่า พวกไส้เดือนกิ้งกือ เหล่านี้ แค่ด่าทอมัน มันไม่รู้สึกรู้สาหรอก ต้องไปลากมันออกมากระทืบให้ตายคาตีน ซึ่งผมก็ไม่เห็นด้วยการใช้ความรุนแรงขนาดนั้น แต่ ฅนประเภทนี้ ถ้าไม่มีกฎบทกฎหมายอะไรจัดการได้ มันก็จะเป็นไฟสุมขอนสร้างความเดือดดาลสร้างความแตกแยกรุนแรงมากขึ้นๆ จนที่สุดก็ปะทุ ได้ 

บางท่านบอกกับผมว่า เห็นเป็น ไส้เดือน กิ้งกือ ก็ยังสูงเกินไป เพราะ ไส้เดือน กิ้งกือ จริงๆ ก็มีประโยชน์ มีคุณค่า ควรจะเห็นว่าเป็นเพียง เห็บ เหา เท่านั้น ซึ่งไร้ค่าไร้ประโยชน์ควรกำจัดเสียให้สิ้นซากสถานเดียว

‘อดีตบิ๊กข่าวกรอง’ งง! คนแซะ ‘ลุงตู่’ ชักศึกเข้าบ้าน เหตุไปร่วมประชุมกับผู้นำมะกัน ยันไม่กระทบสัมพันธ์จีน

(9 พ.ค. 65) นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Nantiwat Samart เรื่อง “นาโต 2 (2)” ระบุว่า ขอเพิ่มเติมเรื่องนาโต 2 เอาให้ชัดเจน จะได้ไม่คาใจ แรกสุดอยากจะเล่าว่า ไทยไม่ใช่ประเทศเดียวที่จะไปร่วมประชุมกับผู้นำอเมริกัน แต่ไทยและกลุ่มอาเซียนได้รับเชิญจากไบเดนให้ไปร่วมประชุม ลุงตู่ไม่ได้วิ่งไปขอให้เค้าเชิญ มีเพียงพม่าประเทศเดียวที่ไม่ได้รับเชิญ และผู้นำฟิลิปปินส์ที่จะไม่ไปเพราะติดเลือกตั้งในประเทศ

เรื่องที่สอง งงๆ กับวิธีคิดว่า การไปอเมริกาจะเป็นการชักศึกเข้าบ้าน วิธีคิดอย่างนี้ถูกต้องหรือไม่ ไทยไม่ได้มีความขัดแย้งอะไรกับประเทศใด เราดำเนินนโยบายเป็นมิตรกับทุกประเทศ ไทยพยายามถ่วงดุลอำนาจ ไม่ได้เป็นศัตรูกับประเทศใด ไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งกับประเทศใด เรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศจีน ที่หลายคนเป็นห่วง

อ.เจษฎ์ เตือน ‘นักดื่ม’ อย่าเสี่ยง ชี้ เรื่องจริง ‘กินทุเรียนกับเหล้า’ ผลร้ายถึงตาย

ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ ถึงกรณี ทหารหนุ่มวัย 24 ปี กินทุเรียนตามด้วยเบียร์ผ่านไปไม่ถึงสองชั่วโมงหน้ามืดหายใจไม่ออกเสียชีวิต โดยระบุว่า กรณี ห้ามกินทุเรียนกับเหล้าเบียร์นั้น เป็นเรื่องจริง

ก่อนอื่น ต้องขอแสดงความเสียใจกับญาติพี่น้องเพื่อนฝูง ของทหารท่านที่เสียชีวิตไป ภายหลังจากกินทุเรียนและเบียร์ ตามข่าวด้านล่างนะครับ

แม้ว่าคำเตือนเรื่อง "ห้ามกินอาหารคู่กัน" หลายๆ อย่าง จะเป็นเรื่องมั่วเรื่องหลอก เป็นส่วนใหญ่ (เช่น ห้ามกินทุเรียนร่วมกับโคล่า เพราะจะมีพิษอันตราย ระดับเดียวกับพิษงูเห่า....ก็เป็นเรื่องหลอกนะครับ)  

แต่เรื่อง "ห้ามกินทุเรียน กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่างๆ" เป็นเรื่องจริงนะครับ ! แล้วก็เตือนกันมานานแล้ว ผมเคยทำเป็นคลิปวีดีโออธิบายไว้แล้วตามนี้ (ดูคลิปรายการ SciFind ตอน ห้ามกินอาหารคู่กัน จริงหรือ? https://youtu.be/5kHa9A4iQS0)

ส่วนการกินทุเรียนกับการดื่มเหล้าเบียร์แล้วอันตรายนั้น คาดกันว่ามาจากเหตุผลดังนี้

- ปรกติ เมื่อดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปแล้ว ร่างกายของเรา จะมีกลไกในการทําลาย เพื่อลดความเป็นพิษของแอลกอฮอล์

- เริ่มจากการเปลี่ยนแอลกฮอล์ ให้เป็นสาร อะเซตาดีไฮด์ (acetaldehyde) โดยใช้เอนไซม์ชื่อ แอลกอฮอล์ดีไฮโดรจีเนส (alcohol  dehydrogenase, ADH)

- แล้วเปลี่ยนต่อเป็นสาร อะซีเตท (acetate) ด้วยเอนไซม์ แอลดีไฮน์ดีไฮโดรจีเนส (aldehyde dehydrogenase, ALDH)

- จากนั้น อะซีเตทจะถูกเปลี่ยนเป็นน้ำ และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และขับออกจากร่างกายในที่สุด 

- แต่ในทุเรียนมีสารบางตัวค่อนข้างมาก คือ พวกสารประกอบซัลเฟอร์ (ธาตุกำมะถัน) ที่สามารถยับยั้งการทํางานของเอนไซม์ ALDH 

- ดังนั้น การกินทุเรียนร่วมกับการดื่มเหล้า อาจจะทําให้การทําลายแอลกอฮอล์ไม่สมบูรณ์ เกิดการคั่งของสาร acetaldehyde (ที่เป็นสารตัวกลางของปฏิกิริยา) ทําให้มีอาการไม่พึงประสงค์ เช่น หน้าแดง เหงื่อออก คลื่นไส้อาเจียน เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ หายใจเร็ว 

- อาการดังกล่าว จะคล้ายกับอาการของผู้ที่ได้รับยาเลิกเหล้าชื่อ ไดซัลฟูแรม (Disulfuram หรือ tetraethylthiuram disulfide) ส่วนใหญ่ อาการดังกล่าวไม่ค่อยจะรุนแรง 

- อย่างไรก็ตาม ใน "บางราย" ที่มีปฏิกิริยารุนแรง อาจจะทําให้เกิดภาวะหายใจลําบาก หัวใจล้มเหลว และอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

- นอกจากนี้ ทุเรียนยังเป็นผลไม้ที่ให้พลังงานสูง โดยมีคาร์โบไฮเดรตและไขมันสูง  (เนื้อทุเรียน 100 กรัมให้พลังงาน 150-160 แคลอรี่) 

- ขณะที่ แอลกอฮอล์ ก็ให้พลังงานสูง และดูดซึมได้อย่างรวดเร็ว (แอลกอฮอล์ 1 กรัม ให้พลังงาน 7 แคลอรี่เทียบกับคาร์โบไฮเดรตและโปรตีน ที่ให้พลังงาน 4 แคลอรี่ต่อกรัม และไขมันให้พลังงาน 9 แคลอรี่ต่อกรัม)

- การกินทุเรียนร่วมกับการดื่มเหล้า จึงทำให้ร่างกายได้รับพลังงานสูงอย่างรวดเร็ว เมื่อร่างกายย่อยอาหารพวกนี้ ทําให้เกิดความร้อนเพิ่มขึ้น น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น 

- นอกจากนี้ การดื่มแอลกอฮอล์ มีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะ ส่งเสริมให้ร่างกายมีภาวะขาดน้ำได้  

- ยิ่งถ้าเป็นคนที่มีโรคประจําตัวเบาหวาน กินยาบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะ อาจจะกระตุ้นให้เกิดภาวะขาดน้ำ น้ำตาลในเลือดสูง และเกลือแร่ผิดปกติได้

#สรุปว่า การกินทุเรียนร่วมกับเหล้าเบียร์ อาจจะมีผลเสียต่อสุขภาพได้ โดยอาการอาจจะมากน้อยขึ้นกับปัจจัยแต่ละคน คือ ปริมาณที่กิน และ ความสามารถของร่างกายในการทําลายแอลกอฮอล์

ข้อมูลจากบทความเรื่อง "กินทุเรียนตอนเมาอาจเสียชีวิตจริงหรือไม่ ?" ในนิตยสารวาไรตี้เพื่อสุขภาพ Volume: 

ฉบับที่ 6 เดือน มกราคม 2556 โดย

พญ.ดรุณีวัลย์ วโรดมวิจิตร ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล https://www.rama.mahidol.ac.th/atrama/issue006/believe-it-or-not


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top