Sunday, 9 August 2026
Hard News Team

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดพิธีบวงสรวงอัญเชิญพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) จากแท่นประดิษฐาน เพื่อบูรณะซ่อมแซม ณ กรมศิลปากร

(9 พ.ค. 65) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดพิธีบวงสรวงเพื่ออัญเชิญพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฎวิทยมหาราช (รัชกาลที่ 4) จากแท่นประดิษฐานด้านหน้าอาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อไปบูรณะซ่อมแซม ณ สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร โดยมี พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีฯ พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และข้าราชการตำรวจในสังกัดเข้าร่วมพิธีฯ โดยพร้อมเพรียง 

พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฎวิทยมหาราช (รัชกาลที่ 4) จัดสร้างขึ้นจากดำริของ พล.ต.อ.เภา สารสิน อดีตอธิบดีกรมตำรวจ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่านและราชวงศ์จักรี ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของข้าราชการตำรวจทั่วประเทศ และเพื่อเป็นการระลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ อีกทั้งเพื่อให้ประชาชนได้ทราบถึงประวัติความเป็นมาของตำรวจ และเป็นที่สักการบูชาของข้าราชการตำรวจและประชาชนทั่วไป 

ทั้งนี้ พระบรมราชานุสาวรีย์ฯ เป็นพระบรมรูปหล่อสัมฤทธิ์ ขนาดเท่าพระองค์จริง สูง 175 ซม. ในพระอิริยาบถทรงประทับยืน คาดพระแสงกระบี่นารายณ์  พระหัตถ์ขวาทรงธารพระกร (ไม้เท้า) ผู้ปั้น คือ อาจารย์สุภร ศิระสงเคราะห์ นายช่างประติมากร กองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร และผู้ดำเนินการหล่อ คือ นายแหลมสิงห์ ดิษฐพันธุ์ โรงหล่อแหลมสิงห์ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี 

โดยเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 31 พล.ต.อ.เภา สารสิน อธิบดีตำรวจ ในขณะนั้น ได้กราบบังคมทูล เชิญพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเททองหล่อพระบรมรูปฯ ณ บริเวณปะรำพิธี หน้ากรมตำรวจ และในวันที่ 16 ม.ค. 35 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ 

'เพชร กรุณพล' ซัด ผบ.ทบ. ปมแบน 'ลาซาด้า' ชี้ ไม่ใช่หน้าที่กองทัพ สะท้อนทัศนคติล้าหลัง

เพชร กรุณพล ซัด ผบ.ทบ. กรณีสั่งแบนลาซาด้าไม่ใช่หน้าที่กองทัพสะท้อนทัศนคติล้าหลัง ดีแต่ใช้อำนาจ ยิ่งสร้างความแตกแยกหวาดกลัวในยุคข้าวยากหมากแพง

กรุณพล เทียนสุวรรณ รองโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่ กองทัพบกห้ามลาซาด้าเข้าพื้นที่ทหารทั่วประเทศตามที่ พลเอกณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบกมีคำสั่ง ว่าไม่คิดบุคคลที่มีตำแหน่งถึงผู้บัญชาการทหารบกจะมีคำสั่งที่ไม่เข้าใจโลกขนาดนี้ อีกทั้งกองทัพเป็นหน่วยงานรัฐควรวางตัวเป็นกลางไม่เลือกปฏิบัติต่อเอกชนผู้ให้บริการรายใด รวมถึงกองทัพไม่มีหน้าที่ชี้นำต่อสังคมว่าควรหรือไม่ควรใช้บริการใด 

นอกจากนี้ การออกมาแบนโดยอ้างเหตุเรื่องพฤติกรรมไม่เหมาะสมและสร้างความแตกแยก ยิ่งเป็นการสร้างบรรยากาศความหวาดกลัวในสังคม ทั้งยังเป็นการผลักภาระให้กลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์รายเล็กรายน้อย ซึ่งหากการชี้นำของกองทัพในครั้งนี้มีผลในการสร้างความลำบากติดขัดของการดำเนินธุรกิจทั้งที่ควรสนับสนุนให้มีความสะดวกยิ่งขึ้นในยามเศรษฐกิจแบบนี้ยิ่งเท่ากับว่า กองทัพไทยกำลังเป็นแกนนำในการแบนธุรกิจ ผู้ประกอบการ และพาทเนอร์ที่ทำการค้าในแพลทฟอร์มนี้ให้ได้รับผลกระทบและต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่กำลังจะเกิดขึ้น

"ผมคิดว่าถ้าท่านไม่รู้เรื่องอะไรก็อย่าเสนอหน้าเข้าไปยุ่งเลย ปกติลำพังการซื้ออาวุธคนเขาก็ระอาใจกับพวกท่านพอแล้ว หากคุณไม่เคยสนับสนุนอะไรกับประชาชนที่เขาทำมาหากิน ก็อย่าไปสร้างความลำบากให้พวกเขาดีกว่า"

แม่ค้าราชบุรี เปิดแผงขายปูม้า ตัวละ 10 บาท สวนกระแสของแพง แถมจัดโปร 100 บาทส่งฟรี

แม่ค้ารายหนึ่งนำปูม้าตัวละ 10 บาท มาวางขายข้างถนน อ.เมือง จ.ราชบุรี ได้รับความสนใจจากประชาชนเข้าเลือกซื้อไปทำอาหารคึกคัก แต่ละตัวมีไข่ เนื้อแน่น สด แถมราคาถูก

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หน้าวัดชาวเหนือ ตำบลบ้านไร่ อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ได้มีร้านตั้งขายปูม้าสดๆ สวนทางกับราคาของอื่นๆ ขายถูกเพียงราคาตัวละ 10 บาท มีนายสุนันท์ ริ้วสุวรรณ อายุ 45 ปี นางพัชรี ทับทิมทอง อายุ 31 ปี อาและหลาน ได้มาช่วยกันตั้งร้านวางจำหน่ายปูม้าราคาถูก เนื้อแน่น สด ใหม่ โดยได้ดึงกระดองออกมาโชว์ให้เห็นเนื้อปูสดที่บางตัวมองเห็นมันและไข่ปูอย่างชัดเจน โรยด้วยน้ำแข็งเพื่อคงความสดอยู่ มีการจำหน่าย 2 ราคา ไซซ์เล็กอยู่ที่ตัวละ 10 บาท ส่วนไซซ์ใหญ่ขายตัวละ 25 บาท

นางพัชรี ทับทิมทอง เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า จะมีการนำปูไข่มาวางขาย 2 ไซซ์ โดยไซซ์เล็ก ราคาตัวละ 10 บาท ส่วนไซซ์ใหญ่จะขายตัวละ 25 บาท อย่างตามท้องตลาดบ้านเราหากเป็นไซซ์นี้จะขายอยู่ประมาณกิโลกรัมละ 180 บาท ได้ประมาณ 8-9 ตัว/กก. แต่หากเป็นไซซ์ใหญ่หน่อยแบบนี้ประมาณ 5-6 ตัว/กก. ทางท้องตลาดหากเป็นตัวผู้จะมีตะปิ้งเล็กๆ อยู่หน้าท้อง จะขายอยู่ที่ราคากิโลกรัมละ 260 บาท ตัวเมียจะมีตะปิ้งใหญ่ๆ ด้านหน้าท้อง ขายอยู่กิโลกรัมละ 280-300 บาท

ตร.ยังไม่บังคับเด็กต่ำกว่า 6 ขวบนั่งคาร์ซีท รอครบ 120 วัน พ.ร.บ.จราจรฯ ประกาศใช้

ตำรวจนครบาล ยันยังไม่บังคับใช้กฎหมายเด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบต้องนั่งคาร์ซีทในขณะนี้ ชี้ ต้องรอครบ 120 วัน หลังประกาศพ.ร.บ.จราจรทางบก ลงในราชกิจจาฯ จึงจะมีผลบังคับใช้

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผบช.น. ในฐานะโฆษกบช.น. เปิดเผยถึงการประกาศบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก ให้รถยนต์ที่มีเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี โดยสารต้องมีที่นั่งนิรภัย หรือคาร์ซีท เพื่อความปลอดภัยว่า ตรวจสอบพบว่าข้อกฎหมายตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก ฉบับล่าสุดที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา นั้นจะมีผลบังคับใช้ในอีก 120 วัน หรือในวันที่ 5 กันยายนนี้ ซึ่งกฎหมายดังกล่าวมีใจความสำคัญ คือ ป้องกันไม่ให้เด็กได้รับบาดเจ็บ หรือเป็นอันตรายหากเกิดอุบัติเหตุทางถนนโดยการจัดที่นั่งที่เหมาะสมให้ โดยระบุใจความสำคัญในการป้องกันไว้ 3 รูปแบบ คือ ผู้ปกครองต้องจัดที่นั่งนิรภัย หรือคาร์ซีท สำหรับเด็กอายุไม่เกิน 6 ขวบ หรือต้องจัดหาที่นั่งพิเศษสำหรับเด็ก อายุไม่เกิน 6 ขวบ หรือหาวิธีป้องกันสำหรับเด็กที่โดยสารบนรถ

พล.ต.ต.จิรสันต์กล่าวว่า หากตีความข้อกฎหมายดังกล่าวจะเห็นได้ว่า ไม่ได้บังคับตายตัวว่า จะต้องใช้เพียงที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก หรือคาร์ซีท เพียงอย่างเดียว แต่ยังระบุว่า หรือ จัดหาที่นั่งสำหรับเด็ก เช่นการจัดให้เด็กนั่งและคาดเข็มขัดนิรภัยให้ หรืออาจใช้วิธีการป้องกันอื่นๆ เช่น การนำเด็กมานั่งตักและคาดเข็มขัดนิรภัยให้ทั้งตัวเด็กและผู้ปกครอง ซึ่งลักษณะและวิธีการป้องกันดังกล่าวต้องรอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่างข้อกำหนดให้ชัดเจนว่าการติดตั้งหรือจัดหาที่นั่งแต่ละแบบนั้น จะมีรูปแบบอย่างไร แบบไหนที่สามารถนำมาใช้ได้หรือไม่ได้

สืบสานกว่า 100 ปี!! ‘เครื่องแบบนักเรียน’ เมื่อแรกมีในไทย สู่ความภาคภูมิใจแห่งสถาบันศึกษา 

การแต่งเครื่องแบบมีพื้นฐานจากการแต่งตัวให้เข้ากับกาลเทศะ ความเหมาะสมของโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา เครื่องแบบของนักเรียนชายส่วนใหญ่ ประกอบด้วยกางเกงขาสั้นหรือกางเกงขายาว เสื้อเชิ้ตสีขาว ขณะที่เครื่องแบบนักเรียนหญิงจะต่างกันในแต่ละประเทศและระบบการศึกษาของโรงเรียน อีกทั้งมีการออก พระราชบัญญัติเครื่องแบบนักเรียน มาบังคับใช้ด้วย เพื่อส่งเสริมความมีระเบียบวินัย และเป็นการคุ้มครอง มิให้บุคคลอื่นใดแต่งเครื่องแบบนักเรียนโดยไม่มีสิทธิที่จะแต่ง

โรงเรียนในประเทศไทยเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการในสมัยรัชกาลที่ 5 ทรงตั้งโรงเรียนหลวงขึ้นในพระบรมมหาราชวัง จากนั้นก็ทรงให้มีโรงเรียนสำหรับสามัญชนตามมา และได้มีพระราชบัญญัติเครื่องแบบนักเรียน ปี 2482 ออกมาบังคับใช้

หลังจากใช้ พ.ร.บ. ดังกล่าวมาเป็นเวลานาน พบว่าบทบัญญัติบางประการไม่เหมาะสมกับสภาวการณ์ปัจจุบัน จึงยกเลิกพระราชบัญญัติฯ ปี 2482 แล้วให้ใช้ พระราชบัญญัติเครื่องแบบนักเรียน พ.ศ. 2551 แทน โดยกำหนดให้มีเครื่องแบบนักเรียนไว้เป็นมาตรฐานกลาง เพื่อประโยชน์ในการประหยัดและความเป็นระเบียบเรียบร้อย

สำหรับวิวัฒนาการของเครื่องแบบนักเรียนไทย ดร.อาทร จันทวิมล อดีตรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่ปรึกษาหอประวัติศาสตร์กระทรวงศึกษาธิการได้เคยให้ข้อมูลเอาไว้ว่า ยุคแรกของการศึกษาไทย การเรียนการสอนมีขึ้นที่วัดโดยพระเป็นผู้สอนหนังสือ ต่อมาเมื่อมีโรงเรียนหลวง โรงเรียนราษฎร์ เกิดขึ้น ก็มีการบังคับใช้ เครื่องแบบนักเรียน ตามมา

ส่วนที่มาของเครื่องแบบนักเรียน พบว่าในปี ค.ศ.1846 ได้ปรากฏภาพเจ้าชายเอ็ดเวิร์ดของอังกฤษ (โอรสพระราชินีวิคตอเรีย) ทรงแต่งชุดกะลาสีเผยแพร่ทางหนังสือพิมพ์ ชุดดังกล่าวจึงกลายเป็นที่นิยมของเด็กๆ ทั่วโลก จากนั้นมีการนำชุดกะลาสีไปเป็นแบบฟอร์มชุดนักเรียนในสหรัฐอเมริกา และแพร่ขยายต่อไปยังเยอรมนี  ญี่ปุ่น และประเทศไทย

สำหรับประเทศไทยเรามีวิวัฒนาการมาหลายยุคหลายสมัย อาทิ ในยุคหนึ่ง เครื่องแบบนักเรียนไทยในยุคหนึ่งต้องสวมหมวกด้วย โดยเกิดขึ้นในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นหมวกที่ทำด้วยวัสดุหลายรูปแบบ ฯลฯ ถือว่าเป็นยุคที่นักเรียนสวมหมวกเป็นเครื่องแบบเป็นยุคแรก 

บางโรงเรียนใช้เครื่องแบบเป็น "ชุดราชปะแตน" นอกจากนี้ยังพบว่ามีบางโรงเรียนมีเครื่องแบบนักเรียนคล้ายชุดทหาร นั่นคือ "โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย" เนื่องจากโรงเรียนนี้มีจุดเริ่มต้นจากโรงเรียนในพระบรมมหาราชวัง ในสมัยรัชกาลที่ 5 และเป็นโรงเรียนเป็นการฝึกหัดบุคคลเข้ารับราชการทหาร เครื่องแต่งกายจึงใช้แบบทหาร

ต่อมาโรงเรียนถูกเปลี่ยนฐานะเป็นโรงเรียนสำหรับพลเรือน เครื่องแต่งกายของนักเรียนจึงเปลี่ยนไป โดยในยุคแรกเครื่องแบบนักเรียนใช้เป็น "เสื้อราชปะแตน นุ่งผ้าโจงกระเบน สวมถุงเท้ายาวสีขาวพับขอบบน รองเท้าหนังสีดำ"

ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 เครื่องแบบโรงเรียนนี้ได้ปรับเปลี่ยนเป็นกางเกงตัดเป็นจีบ รูดเลยหัวเข่าคล้ายโจงกระเบน ต่อมาเปลี่ยนรูปแบบเป็นกางเกงขาสั้นแคบสีดำ เสื้อคงเดิม และสวมหมวกยาวปีกกลมคาดแถบผ้าสีเหลือง ตรงกลางหน้าหมวกมีเข็มกลัดโลหะอักษร สก. จากนั้นเครื่องแบบนักเรียนถูกเปลี่ยนอีกครั้ง กลายเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงขาสั้นสีกากี และพัฒนามาเป็นกางเกงขาสั้นสีดำ

‘ราวปันสุข ปีที่ 2’ โครงการแบ่งปันชุดนักเรียน โดย หจก.กนกวรรณบูติค นครสวรรค์ 

เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ห้วงก่อนเปิดเทอมนี้ บริเวณหน้าร้าน หจก.กนกวรรณบูติค ร้านขายชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนรายใหญ่ของนครสวรรค์คึกคัก มีผู้ปกครองจูงลูก-หลานมาเลือกซื้อชุดนักเรียนกันอย่างต่อเนื่อง หลังจากต้องเลื่อนเปิดเทอมป้องกันโควิดระบาดกันทั้งประเทศ

แต่ด้วยเสื้อผ้านักเรียน-อุปกรณ์บางอย่างมีการปรับราคาขึ้นแล้วชิ้นละประมาณ 5-10 บาท เพราะด้วยต้นทุนที่สูงขึ้น ทำให้ผู้ปกครองส่วนใหญ่ลดจำนวนการซื้อชุดใหม่แค่ 1-2 ชุดต่อคนเท่านั้นเพื่อลดค่าใช้จ่าย เนื่องจากยังต้องซื้อชุดพละและชุดลูกเสือด้วย

ขณะที่ทางร้านฯ ได้จัดโครงการ “ราวปันสุข ปีที่ 2” เชิญชวนพ่อแม่ผู้ปกครอง-ผู้ใจบุญนำเสื้อผ้าชุดนักเรียนที่อยู่ในสภาพดีมาร่วมบริจาค ก่อนคัดแยกตั้งราวแขวนไว้ให้พ่อแม่ผู้ปกครองมาเลือกหยิบกลับไปให้ลูกหลานใช้ในภาคเรียนใหม่ที่จะถึงนี้ เพื่อลดภาระให้แก่ผู้ปกครองที่มีรายได้น้อยอีกทางหนึ่ง

ทบ. สั่งแบนรถ Lazada ห้ามเข้าหน่วยทหาร เซ่นปมคลิปโฆษณาหมิ่นเหม่

ผบ.ทบ. บอยคอตต์ “ลาซาด้า” สั่งห้าม รถขนส่ง Lazada เข้าหน่วยทหารทั่วประเทศ แต่ไม่ห้ามซื้อ หากใครสั่ง ก็ให้ออกไปรับนอกพื้นที่หน่วยทหาร

วันนี้ (9 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีคลิปและภาพโปรโมตจากอินฟลูเอนเซอร์ “นารา เครปกะเทย” หมิ่นเหม่พาดพิงบุคคล และเป็นการล้อเลียนลักษณะทางร่างกายที่เกิดจากความเจ็บป่วยในโฆษณาของลาซาด้า เป็นที่มาของการแถลงการณ์ขออภัยต่อสังคม

‘พิชัย’ จี้ ‘ประยุทธ์’ เร่งเพิ่มรายได้คนไทยสู้เงินเฟ้อ ชี้ ฟื้นศก. ไทยต้องพึ่งต่างประเทศ หยุดขายฝันมั่ว

‘พิชัย’ จี้ ‘ประยุทธ์’ เร่งเพิ่มรายได้คนไทยสู้เงินเฟ้อก่อนจะอดตายกันหมด และหยุดขายฝันมั่ว ชี้ ฟื้นเศรษฐกิจไทยต้องพึ่งต่างประเทศจึงต้องเข้าพบหลายสถานทูตสร้างความมั่นใจ แนะ หลักคิดเพื่อไทยฟื้นเศรษฐกิจได้แน่

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า เงินเฟ้อในเดือนเมษายนอยู่ที่ 4.65% ทำให้เงินเฟ้อของ 4 เดือนแรกของปีนี้อยู่ที่ 4.71% ซึ่งสูงมาก อย่างไรก็ตามในเดือนพฤษภาคมนี้เงินเฟ้อน่าจะสูงเพิ่มขึ้นอีกจากราคาน้ำมันดีเซลที่รัฐบาลปล่อยให้ทะลุเกินลิตรละ 30 บาท เป็นลิตรละ 32 บาทและ อีกไม่นานคงจะถึงลิตรละ 35 บาท (ทั้งที่ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ราคาน้ำมันโลกก็ประมาณ 100 กว่าเหรียญนี้ แต่ยังสามารถตรึงราคาน้ำมันดีเซลได้ลิตรละต่ำกว่า 30 บาทได้) อีกทั้งค่าไฟฟ้าปรับขึ้นเป็นหน่วยละ 4 บาท และราคาก๊าซหุงต้มก็ปรับขึ้นอีก ซึ่งส่งผลให้ราคาสินค้าปรับขึ้นแทบทุกชนิด ทั้งราคาไข่ ราคาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ราคาหมู ราคาน้ำมันปาล์ม อาหารแทบทุกชนิดราคาเพิ่มขึ้นมาก และจะเพิ่มขึ้นอีกจากที่สมาคมขนส่งประกาศขึ้นค่าขนส่ง 20% หลังจากที่ราคาน้ำมันดีเซลทะลุเกิน 30 บาท สถานการณ์เงินเฟ้อ ข้าวของแพง พลเอกประยุทธ์ ทำท่าจะเอาไม่อยู่ ซึ่งจะทำให้คนเดือดร้อนกันอย่างมาก ซึ่งเรื่องนี้คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยได้เตือนมาก่อนเป็นเดือนๆ แล้วแต่พลเอกประยุทธ์ เหมือนไม่เข้าใจและทำเหมือนไม่เดือดร้อน

ล่าสุดพลเอกประยุทธ์ประกาศว่าจะเพิ่มรายได้ให้คนไทยเฉลี่ยปีละ 300,000 บาท ซึ่งไม่รู้เอาความคิดนี้มาจากไหน น่าจะฝันตื่นมาเห็นตัวเลขเหมือนฝันเลขหวย เพราะที่ผ่านมาพลเอกประยุทธ์ บริหารเศรษฐกิจของไทยได้ย่ำแย่มาตลอด เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำ จะไปเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนขนาดนั้นได้อย่างไร แนวคิดพัฒนาเศรษฐกิจยังโบราณมาก และไม่รู้ว่าเมาหรือเครียด พลเอกประยุทธ์ ยังได้กล้าประกาศว่าคนจนจะหมดไปในวันที่ 30 กันยายน 2565 นี้ ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลย ไม่ต่างอะไรกับที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯ ได้เคยประกาศไว้เช่นกันว่าคนจนจะหมดไปตั้งแต่ปี 2561 แต่หลังจากประกาศเศรษฐกิจไทยก็เละเทะมาตลอด คนจนกลับเพิ่มขึ้นมาก จนสุดท้ายต้องถูกปลดออกไป ดังนั้นการที่พลเอกประยุทธ์เลียนแบบนายสมคิดและประกาศตามก็คงเละตามกันไปเหมือนกัน คนจนจะยิ่งเพิ่มขึ้นอีกมาก และคนจะลำบากกันอย่างมากจนจะทนกันไม่ไหว 

จริงอยู่ สถานการณ์เงินเฟ้อเกิดขึ้นกับทั้งโลก แต่รัฐบาลที่ฉลาดและมีประสิทธิภาพเขาจะพัฒนาเศรษฐกิจให้ขยายตัวสูง ทำให้ประชาชนของประเทศเขามีรายได้เพิ่มขึ้นเพื่อรับมือกับภาวะข้าวของแพงได้ แต่ประเทศ ไทยกลับทำตรงกันข้าม พลเอกประยุทธ์ด้อยความสามารถในการบริหารเศรษฐกิจ ทำให้คนไทยต้องเผชิญกับ เงินเฟ้อสูง ราคาข้าวของแพงแต่รายได้ไม่เพิ่ม ค่าแรงไม่เพิ่ม ราคาสินค้าเกษตรเพิ่มน้อยมาก ยังไม่พอกับราคาค่าปุ๋ยที่แพงขึ้นมาก คนหาเช้ากินค่ำค้าขายฝืดเคืองเพราะขายของไม่ดีคนไม่มีเงินซื้อ พอแม่ค้าตอบพลเอกประยุทธ์ว่าขายไม่ดี พลเอกประยุทธ์กลับเสนอให้ไปขายของชนิดอื่น ซึ่งแสดงถึงความไม่เข้าเลยว่าเศรษฐกิจไม่ดี ขายอะไรก็ไม่ดี เปลี่ยนของขายก็จะขายไม่ดี ทางที่ดีที่สุดคือการต้องเปลี่ยนนายกฯ ทันทีอย่างเดียว และหานายกฯ ที่เก่งเศรษฐกิจมาบริหารถึงจะขายของได้ดี คนมีรายได้เพิ่ม 

โดยอยากให้พลเอกประยุทธ์ ไปศึกษา 5 แนวทางที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เสนอไว้แล้ว คือการกระจายอำนาจ ดึงศักยภาพคนไทยด้วย Soft Power การใช้ AI เพื่อการเกษตร การปรับภาครัฐและภาคเอกชนเข้าสู่ Digital Transformation และ การเตรียมคนไทยเข้าสู่ Metaverse ซึ่งสามารถเปลี่ยนประเทศ และรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต อีกทั้งจะเพิ่มรายได้ของประชาชนให้มากขึ้นได้อย่างแน่นอน อย่าอ้างแก้ตัวมั่วว่าได้ทำแล้วทั้งที่ตัวเองยังไม่เข้าใจเลย แล้วจะทำได้อย่างไร และพรรคเพื่อไทยยังจะมีนโยบายเศรษฐกิจที่จะฟื้นฟูประเทศไทยออกมาอีกมากที่จะประกาศเมื่อมีการเลือกตั้งใหม่ โดยเศรษฐกิจไทยเป็นเศรษฐกิจเล็กและเป็นเศรษฐกิจเปิด 

UNPKFC ตั้งวงบอยแบนด์ชื่อดังเกาหลีใต้ ศิลปิน K-POP วงเกรทกายส์ (GREATGUYS) เป็น ทูตสันติภาพเยาวชน  

UNPKFC ตั้งวงบอยแบนด์ชื่อดังเกาหลีใต้ ศิลปิน K-POP วงเกรทกายส์ (GREATGUYS) เป็น ทูตสันติภาพเยาวชน เพื่อแลกเปลี่ยนเผยแพร่วัฒนธรรมสันติภาพระดับนานาชาติ เพื่อให้เกิดคุณูปการต่อเยาวชนโลกที่จะเป็นผู้นำในอนาคต UNPKFC นำโดยประธานในที่ประชุม ดร.อภินิตา ไชยชนะ ประธาน UNPKFC พร้อมด้วยคณะบอร์ดบริหาร นายศรพงษ์ศักดิ์ สุวรรณปรุง ที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการสำนักงานปลัด สำนักนายกรัฐมนตรี และคณะบอร์ดบริหาร เข้าร่วมประชุมหารือ เกี่ยวกับงาน UNPKFC GLOBAL PEACE SUMMIT 2022 ที่เตรียมการจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในประเทศไทย เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวันสันติภาพสากล 

โดยสหประชาชาติได้กำหนดให้ทุกวันที่ 21 กันยายน ของทุกปี ถือเป็นวันสันติภาพโลกของทุกปี และองค์กรได้ให้ความสำคัญและร่วมเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ในประเทศไทยมายาวนาน ในประเทศไทย ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ได้มีบุคคลสำคัญเข้าร่วมประชุมหลายประเทศ ซึ่งได้รับเกียรติผู้เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้โดยมีผู้แทนจากประเทศพม่า นำโดยรองสมเด็จพระสังฆราช ประเทศพม่า และศิลปินบอยแบนด์ชื่อดังของเกาหลีใต้ วงเกรทกายส์ เคป๊อป (GreatGuys Band) จากประเทศเกาหลี

ในวันเดียวกันได้มีการแต่งตั้ง ศิลปินบอยแบนด์ชื่อดังของเกาหลีใต้ วงเกรทกายส์ เคป๊อป (GreatGuys Band) จากประเทศเกาหลีให้ดำรงตำแหน่ง ทูตสันติภาพเยาวชน (Youth Peace Ambassador) อย่างเป็นทางการ วงบอยแบนด์ชื่อดัง GreatGuys ได้กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกด้วยการแสดงที่ทำลายสถิติ มีพลังและการออกแบบท่าเต้นได้ดีทุกที่ที่พวกเขาแสดง และมีผู้ติดตามจำนวนมากในหมู่เยาวชนทั่วโลก และจะมีบทบาทสำคัญที่จะส่งสารสันติภาพ ด้านความหวังและความรัก  ให้เข้าถึงกับเยาวชนคนรุ่นใหม่ทั่วโลก

ดร.อภินิตา ไชยชนะ ประธาน UNPKFC ได้พูดถึงแนวทางการพัฒนากิจกรรมที่สันติภาพโลกที่จะเกิดขึ้นที่เมืองไทย ซึ่งปกตินั้นตนได้ทำด้านนี้ยาวนานต่อเนื่องมาโดยตลอด ประสบการณ์และพลังเครือข่ายทั้งภาครัฐ และเอกชน ตลอดจนภาคประชาชนจิตอาสา พร้อมที่จะผลักดันเยาวชน ส่งเสริมพัฒนาการและทักษะ ด้วยวิธีการแลกเปลี่ยนการสืบสานวัฒนธรรม และสังคม ให้ทันตามยุคตามสมัย เพื่อการผลักดันเป้าหมายและการพัฒนาที่ยั่งยืนในปี  2030 โดยใช้หลักส่งเสริมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และความสามารถของเยาวชนที่แตกต่างหลากหลาย เพื่อการเผยแพร่วัฒนธรรมแห่งสันติภาพแบบบูรณาการในอนาคต จึงขอขอบคุณผู้บริหารและผู้แทนแต่ละประเทศ ที่ให้ความเชื่อมั่น และให้ความร่วมมือด้วยดีตลอดมา 

‘เจ๊เกียว’ โอด ‘พิษโควิด - น้ำมันแพง’ ทำเจ๊งยับ แถมไร้คนสืบต่อกิจการ จ่อปิดตำนาน 65 ปี

สุจินดา เชิดชัย หรือ ‘เจ๊เกียว’ โอดพิษโควิด - น้ำมันแพง ทำขาดทุนยับ เตรียมขอขึ้นตั๋ว พร้อมประกาศขาย ‘เชิดชัยทัวร์’ เหตุไร้คนสืบทอดกิจการ จ่อปิดตำนานธุรกิจรถทัวร์ 65 ปี 

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม นางสุจินดา เชิดชัย หรือ เจ๊เกียว นายกสมาคมผู้ประกอบการรถร่วมรถโดยสาร บขส. และเจ้าของอู่รถเชิดชัย และบริษัท เดินรถเชิดชัย ดำเนินธุรกิจมา 65 ปี กล่าวเมื่อวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า ผลกระทบจากราคาน้ำมันดีเซลสูงขึ้นถึง 32 บาทต่อลิตร ในวันที่ 12 พฤษภาคม จะยื่นหนังสือต่อนายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ขอขึ้นค่าโดยสารรถประจำทางอีก 1 สตางค์ต่อกิโลเมตร จากปัจจุบันคิดค่าโดยสารในราคาน้ำมัน 27 บาทต่อลิตร นอกจากนี้จะขอให้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการรถร่วม โดยลดค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าประกันภัย และค่า พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถเพื่อบรรเทาภาระในช่วงรายได้ลดลง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top