Friday, 6 November 2026
Hard News Team

เกิดเหตุกราดยิงขบวนฉลองวันชาติสหรัฐ ดับ 6 ราย ตร.รวบผู้ต้องสงสัย เป็นชายวัย 22 ปี

เกิดเหตุมือปืนใช้ปืนไรเฟิลอานุภาพสูงกราดยิงขบวนพาเหรดฉลองวันชาติสหรัฐฯ ในเมืองไฮแลนด์ปาร์ก รัฐอิลลินอยส์ ตาย 6 ราย เจ็บมากกว่า 30 คน

เจ้าหน้าที่ในเมืองไฮแลนด์ปาร์ก รัฐอิลลินอยส์ของสหรัฐฯ ระบุว่า เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ (4 ก.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น เกิดเหตุกราดยิงขบวนพาเหรดเฉิลมฉลองวันชาติสหรัฐฯ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 30 ราย โดยมือปืนเปิดฉากยิงจากดาดฟ้าร้านค้าแห่งหนึ่งหลังขบวนพาเหรดเริ่มกิจกรรมไปประมาณ 10 นาทีเท่านั้น

เจ้าหน้าที่กล่าวว่า เดิมมีรายงานผู้บาดเจ็บ 24 รายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ต่อมาโฆษกของโรงพยาบาลรายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 31 คน

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ระบุตัวผู้ต้องสงสัยได้ เป็นชายผิวขาวสวมเสื้อยืดสีขาวหรือสีน้ำเงิน ในเวลาต่อมา ตำรวจยืนยันตัวผู้ต้องสงสัยคือ โรเบิร์ต ครีโมที่ 3 วัย 22 ปี โดยเชื่อว่าครีโมมีอาวุธและเป็นบุคคลอันตราย

โฆษกของหน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจด้านอาชญากรรมแห่งเทศมณฑลเลคเคาน์ตี้ คริสโตเฟอร์ โคเวลลี กล่าวว่า มือปืนใช้ “ปืนไรเฟิลอานุภาพสูง” ยิงลงมาจากบนอาคารซึ่งคนอื่นจะมองเห็นเขาได้ยากมาก

จนกระทั่งราว 5-6 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจรายงานว่า สามารถจับกุมครีโมได้แล้ว และเชื่อว่าน่าจะเป็นผู้ก่อเหตุจริง ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน

การโจมตีในไฮแลนด์ปาร์กยังส่งผลให้ผู้เข้าร่วมขบวนพาเหรดหลายร้อยคนต้องหนีตาย บางคนมีร่องรอยได้รับบาดเจ็บ หลายคนต้องทิ้งเก้าอี้ รถเข็นเด็ก และผ้าห่มไว้

5 กรกฎาคม พ.ศ.2503 ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จเยือนนิวยอร์ก ปชช.กว่า 7 แสนคน รอรับเสด็จบนถนนบรอดเวย์

วันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ.2503 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จฯโดยรถยนต์พระที่นั่งเปิดประทุนไปบนถนนโลเวอร์บรอดเวย์ (Lower Broadway) นครนิวยอร์ก ท่ามกลางประชาชนรอรับเสด็จเนืองแน่น

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 1960 (พ.ศ.2503) ประชาชนกว่า 7.5 แสนคน (จากการประเมินของเจ้าหน้าที่ตำรวจ) ได้มาเฝ้ารอรับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ซึ่งประทับรถยนต์พระที่นั่งเปิดประทุนมาพร้อมกับขบวนพาเรด บนถนนโลเวอร์บรอดเวย์ (Lower Broadway) นครนิวยอร์ก โดยมีแถบกระดาษขนาดเล็กจำนวนมากโปรยปรายลงมาระหว่างการเคลื่อนขบวนเสด็จ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของการต้อนรับขบวนพาเรดในนครนิวยอร์ก

ขบวนพาเรดดังกล่าวกินเวลาประมาณ 20 นาที นำเสด็จจากถนนโลเวอร์บรอดเวย์ ไปถึงศาลาว่าการนครนิวยอร์ก เมื่อเวลาประมาณ 12.25 นาฬิกา
 

‘ยูเครน’ ดี๊ด๊า!! ประกาศชัยเหนือรัสเซีย หลัง ‘ซุปบอร์ช’ กลายเป็นมรดกของยูเครน

เมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2022 ที่ผ่านมา องค์การ UNESCO (ยูเนสโก) แห่งสหประชาชาติ ได้ขึ้นทะเบียนซุปผัก ที่เรียกว่า ‘Borscht Soup’ เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเครน ต้องได้รับการคุ้มครองอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเหตุปัจจัยจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่อาจทำให้ ซุปบอร์ช ต้นตำรับดั้งเดิมของยูเครนสูญหายไป 

ข่าวนี้สร้างความยินดีแก่ชาวยูเครนเป็นอย่างมาก โดยนาย โอเล็กซานเดอร์ ทคาเชงโก้ รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมของยูเครนได้ออกมาประกาศว่า “ชัยขนะในสงครามซุปบอร์ชเป็นของพวกเราแล้ว!”

ขณะที่ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ได้ออกมาตอบโต้ว่า ซุปบอร์ชเป็นของรัสเซียและไม่จำเป็นต้องให้ใครมาปกป้อง

สำหรับ ซุปบอร์ช นั้น เป็นซุปผักชนิดหนึ่งที่ทำจากบีทรูท เคี่ยวจนได้เป็นน้ำซุปสีแดงเข้ม แต่บางครั้งก็พบซุปบอร์ชที่ทำจากมันฝรั่ง และกะหล่ำปลี ที่ทำให้น้ำซุปมีสีเขียว หรือขาวได้เช่นกัน มักนิยมบริโภคในกลุ่มประเทศฝั่งยุโรปตะวันออก โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่เคยอยู่ในเครือสหภาพโซเวียต ที่หล่อหลอมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และอาหารการกินซึ่งกันและกัน จนยากที่จะแยกได้อย่างชัดเจนว่าถิ่นกำเนิดที่แท้จริงมาจากไหน 

อย่างไรก็ตาม ซุปบอร์ช ได้กลายเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอย่างร้อนแรงมาหลายปีระหว่างรัสเซีย และยูเครน ที่ต่างก็ต้องการอ้างสิทธิ์ว่าซุปดังกล่าวเป็นอาหารประจำชาติของตน 

โดยยูเครนเคยอ้างสิทธิ์การเป็นต้นกำเนิดของซุปบอร์ช ที่มีแพร่หลายไปทั่วทุกบ้านของชาวยูเครน ที่มีแม้แต่เมืองชื่อ ‘บอร์ช’ และยูเครนยังเป็นแหล่งปลูกบีทรูทที่ใช้เป็นวัตถุดิบพื้นฐานของการทำซุปบอร์ช และเชื่อว่าซุปบอร์ชเผยแพร่เข้าไปในรัสเซียตั้งแต่ยูเครนยังเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต ซึ่งมีการอ้างถึงตำราทำอาหารในยุคสมัยของผู้นำ โจเซฟ สตาลิน ยังเคยเรียกมันว่า ‘ซุปยูเครน’ 

แต่การอ้างอิงต้นกำเนิดของสิ่งใด ด้วยชื่อเมือง หรือความเป็นแหล่งปลูกวัตถุดิบอาจไม่เพียงพอเสมอไป โดยฝ่ายรัสเซียค้านว่า ซุปบอร์ช ก็มีสูตรเฉพาะของรัสเซียเหมือนกัน และมีการบริโภคกันอย่างแพร่หลายมานานแล้ว และมีประวัติศาสตร์ย้อนไปไกลถึงสมัยยุคกลาง ที่ได้เชื่อว่าเป็นอาหารของชาวบ้านรากหญ้าทั่วไป และมีความผูกพันกับชาวรัสเซียจนสามารถยกให้เป็นอาหารประจำชาติได้ 

‘ศุภชัย’ จวก ‘ชมรมแพทย์ชนบท’ ไร้มารยาท หลังวิจารณ์กัญชาเป็นยาเสพติด ทั้งที่สภาฯปลดล็อกแล้ว

‘ศุภชัย ใจสมุทร’ เดือดจัด! ซัด ‘ชมรมแพทย์ชนบท’ ไร้มารยาท ไม่รู้จักหน้าที่ตัวเอง หลังวิจารณ์กัญชาเป็นยาเสพติด เพราะที่ประชุมรัฐสภาปลดล็อกแล้ว

ขณะที่นายศุภชัย ใจสมุทร ในฐานะประธานกรรมาธิการร่างพรบ.กัญชา กัญชง กล่าวถึงกรณีชมรมแพทย์ชนบท โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กว่า ‘กัญชาเสรีคือยาเสพติด’ นายศุภชัย มองว่าโพสต์ดังกล่าวไร้มารยาท ผิดจรรยาบรรณแพทย์ กำลังทำผิดวัตถุประสงค์ที่แพทย์ชนบทรุ่นก่อนทำกัน มีการบิดเบือนและหลอกลวงประชาชนและไม่เหมาะสม สูญเสียความเป็นกลาง อีกทั้งยังเกินกว่าบทบาทหน้าที่ ซึ่งขณะนี้ประชาชนในประเทศใช้กัญชาอย่างแพร่หลาย

“ท่านกำลังก้าวล่วงมาในสิ่งที่ท่านกำลังทำในฐานะสิ่งที่ไม่ชอบต่อหน้าที่ของท่านด้วย เพราะล่าสุดก็คือวันนี้กัญชาไม่ใช่ยาเสพติด เพราะรัฐสภาแห่งนี้ได้ปลดล็อคกัญชาออกจากยาเสพติดจากพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษปี 2522 เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านโพสต์บอกว่ากัญชาเป็นยาเสพติด กำลังบิดเบือนหลอกลวงประชาชน สองก็คือท่านเป็นแพทย์ที่มีหน้าที่ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายของกระทรวง ก็คือการนำกัญชา มาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ แต่แทนที่ท่านจะทำหน้าที่ตรงนี้ท่านกลับไปพูดเท็จ ทำให้ชาวบ้านตื่นตระหนก”

นายศุภชัย ยังพูดถึงโรงพยาบาลจะนะ จังหวัดสงขลา ที่ประธานแพทย์ชนบทคนใหม่เป็นผู้อำนวยการ ก็มีการใช้กัญชารักษาอาการนอนไม่หลับ ยาแก้ไข้ แก้ลม รวมแล้วมีผู้ได้รับยาประมาณ 1,000 คน รวมถึงโรงพยาบาลในภาคใต้และทั่วประเทศมีการใช้กัญชามากกว่า 1 ล้านขวดและได้ประโยชน์กันถ้วนหน้า

ทัวร์ลง 'ปิยบุตร' หลังแย้งเรื่องอุดมการณ์ 'ชัชชาติ' ด้าน 'โบว์ ณัฏฐา' ให้กำลังใจ ไม่เห็นด้วยกับพวกถล่มด่า

(4 ก.ค. 65 ) นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊กว่า เมื่อผมฟังคำอธิบายเรื่องค่าโดยสารสีเขียวของอาจารย์ชัชชาติ และเห็นว่าวิธีคิดของแก คือ นีโอลิเบอรัลที่เน้นการแข่งขันเอกชน และให้เอกชนดำเนินการเป็นหลัก รัฐแทบไม่มีบทบาททางเศรษฐกิจและสังคม ทันใดนั้น ผมก็โดนทัวร์ลงทันที

วัฒนธรรม “ทัวร์ลง” ทำให้คนจำนวนมาก “เลือก” ที่จะไม่พูดถึงเรื่องที่เสี่ยงทำให้ “ทัวร์ลง”

ต่อไป เมื่อมีกลุ่มบุคคลทำหน้าที่ชี้เป้าให้ “ทัวร์ลง” มากขึ้น ก็ทำให้คนที่ต้องการวิจารณ์เรื่องใด เลือกที่จะไม่วิจารณ์ในที่สาธารณะ เกิดการเซนเซอร์ตนเองมากขึ้น

สังคมนี้ มีเครื่องมือจำกัดแสดงความเห็น ตั้งแต่ ขนาดเบา คือ “ทัวร์ลง” ตามมาด้วย “ล่าแม่มด” ไปไกลก็ “ฟ้องคดีใช้กฎหมายปิดปาก”

นายปิยบุตรยังตอบคอมเม้นต์ว่า ถ้าวัฒนธรรม “ทัวร์ลง” ทำงานได้ดีในโลกโซเชียล ประกอบกับพื้นที่โซเชียลบีบให้คนต้องพูดสั้น เขียนสั้น สื่อต้องพาดหัวหวือหวาเพื่อเรียกยอดไลค์ยอดวิว และคนส่วนใหญ่มักอ่านแต่พาดหัว

สภาพเช่นนี้ ต่อไป ปัญญาชนหรือบุคคลสาธารณะจะเลือกไม่แสดงความคิดเห็นที่แหลมคมแต่อาจพาไปสู่การถกเถียงหรือ controversial มากขึ้น เลือกที่จะไม่แสดงออกซึ่งความเห็นที่ แม้ฝ่ายเดียวกัน ฟังแล้วอาจจะแสลงหู เพราะ ความเห็นแบบนี้ เสียงต่อโดนทัวร์ลง และเสียการยอมรับนับถือ หรือความนิยมไป

นอกจากนี้ ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ Bow Nuttaa Mahattana นักเคลื่อนไหวสิทธิเสรีภาพ สิทธิมนุษยชน คอมเม้นต์ว่า เห็นใจอาจารย์นะคะครั้งนี้ สิ่งที่อาจารย์พูด เรื่องการยกพวกถล่มด่าหรือที่เรียกว่าทัวร์ลง และ cancel culture ต่าง ๆ คือสิ่งที่โบว์เคยพูดมาก่อนแล้วเป็นปี ๆ แต่ก็มีกลุ่มคนที่ส่งเสริมวัฒนธรรมแบบนั้นมาก่อน โดยไม่เคยมีการท้วงติงใด ๆ จนวันนี้ ภายใต้คำว่าเสรีภาพในการพูด

'ฤทธิ์ ลือชา' โชว์เติมน้ำมันที่มาเลเซีย ลิตรละ 16.4 บาท ถูกจนอยากขับรถเล่นทั้งวัน

(4 ก.ค.65) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘ฤทธิ์ ลือชา’ โพสต์ภาพขณะเติมน้ำมัน โดยระบุข้อความว่า…

เติมเองก็ได้วะ! ถ้ามันถูกขนาดนี้! ที่มาเลย์วันนี้ลงจากรถไปเติมน้ำมันไห้เห็นกันจะ ๆ ไปเลย! 
 

กราดยิงกลางห้างในกรุงโคเปนเฮเกน ตายหลายคน คาดอาจเป็นก่อการร้าย

เดนมาร์กช็อก!! หลังเมืองที่ปลอดภัยที่สุดในโลกอย่างกรุงโคเปนเฮเกน เกิดเหตุกราดยิงกันที่ศูนย์การค้าแห่งหนึ่งเมื่อวันอาทิตย์ (3 ก.ค.) พบผูัเสียชีวิตหลายราย ด้านตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัยชาวเดนมาร์กวัย 22 ปี แต่ยังไม่ตัดความเป็นไปได้ที่ว่าเหตุรุนแรงครั้งนี้อาจเป็น ‘การก่อการร้าย’

สารวัตรใหญ่ โวเรน โทมัสเซน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า "มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายคน และเท่าที่เรารู้ในตอนนี้คือ มีผู้เสียชีวิตหลายคนเช่นกัน" พร้อมระบุว่าตำรวจได้ปฏิบัติการตรวจค้นตามล่าครั้งใหญ่ทั่วภูมิภาคซีแลนด์

ตำรวจโคเปนเฮเกน ระบุว่า เจ้าหน้าที่ติดอาวุธถูกส่งไปยังห้างสรรรพสินค้าฟิลด์ส ในเมืองหลวงของเดนมาร์ก ในช่วงบ่ายวันอาทิตย์ (3 ก.ค.) หลังได้รับแจ้งเกี่ยวกับเหตุยิงกัน และแจ้งให้ประชาชนภายในห้างอยู่นิ่งๆ รอคอยความช่วยเหลือ อย่างไรก็ตาม คลิปวิดีโอที่เผยแพร่โดยสื่อมวลชนท้องถิ่น พบเห็นผู้คนกำลังแตกตื่นวิ่งหนีตายออกจากห้างแห่งนี้

ไม่มีสิ่งบ่งชี้ว่ามีมือปืนคนอื่น ๆ อีก จากการเปิดเผยของตำรวจ ส่วน โทมัสเซน ปฏิเสธให้ข้อสันนิษฐานใด ๆ เกี่ยวกับแรงจูงใจของคนร้ายหรือให้ข้อมูลว่ามือปืนเคยเป็นที่ติดตามจับตาของตำรวจหรือไม่ 

โฆษกของ Rigshospitalet โรงพยาบาลหลักในเมืองหลวง ระบุว่า ทางโรงพยาบาลได้รับคนไข้กลุ่มหนึ่งจำนวนเล็ก ๆ มารักษา และได้เรียกตัวแพทย์และพยาบาลเข้ามาช่วยดูแลเป็นกรณีพิเศษด้วย

BT หนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ของเดนมาร์ก เผยแพร่คลิปวิดีโอหนึ่งซึ่งยังไม่ผ่านการตรวจสอบ อ้างว่าบันทึกภาพโดย มาห์ดิ อัล-วาซนิ ผู้เห็นเหตุการณ์ เป็นภาพชายคนหนึ่งกำลังถือปืนไรเฟิลขนาดใหญ่เดินไปทั่วห้างสรรพสินค้าและกวัดแกว่งมันข้ามบ่าไปมา "เขาดูก้าวร้าวมากและยิงสิ่งต่าง ๆ ไปทั่วเลย"

'มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เสริมสร้าง อนาคตเด็กไทย' มอบทุนการศึกษาระดับชั้นประถมแก่เยาวชนที่ประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ประจำปี 2565

วันนี้ (วันที่ 4 กรกฎคม 2565 เวลา 10.00 น.) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการ นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ และคณะกรรมการมูลนิธิฯ ร่วมในพิธีมอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนที่ประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในระดับชั้นประถมศึกษา ประจำปี 2565 จำนวน 1,500 ทุนๆ ละ 2,000 บาท เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 3,000,000 บาท (สามล้านบาทถ้วน) เพื่อให้เยาวชนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมโดยไม่ต้องละทิ้งหรือยุติการศึกษาลงเพราะขาดแคลนทุนทรัพย์ เติมเต็มความมุ่งหวังในชีวิต เติบโตพร้อมมีวิชาความรู้ สร้างอนาคตของตนเองและครอบครัว เป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติ 

อีกทั้งยังเป็นการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยมีเยาวชน และผู้แทนจากสถาบันการศึกษา เป็นตัวแทนรับมอบ ณ ห้องประชุมชั้น 2  อาคาร 2 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กล่าวว่า การมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษาเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เป็นหนึ่งในนโยบายหลักของมูลนิธิฯ โดยมีการมอบทุนการศึกษาทั้งในระดับชั้นประถมศึกษา ทุนการศึกษาต่อเนื่องในทุกระดับชั้น ทุนการศึกษาทุกระดับชั้นปีสุดท้าย และทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนในถิ่นทุรกันดาร

'พรรคเพื่อไทย' เปิดตัว 30 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ภาคเหนือตอนบน เดินหน้าแลนด์สไลด์

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมาและเลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่และที่ปรึกษาคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยาและประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย และนางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กมท.และโฆษกพรรคเพื่อไทยร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัด 

โดย นายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่า การเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคเหนือตอนบน 30 คนในวันนี้เป็นการแสดงให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทย มั่นใจในเป้าหมายที่จะแลนด์สไลด์ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน เพราะเป็นพื้นที่ที่เข้มแข็ง พี่น้องประชาชนชื่นชอบและสนับสนุนพรรคเพื่อไทย มาตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชนอย่างเหนียวแน่นและเข้มแข็งมาตลอด ประกอบกับบุคลากรของพรรคได้คัดเลือกและนำเสนอต่อพี่น้องประชาชน ทั้งที่เป็น ส.ส.อยู่แล้วและอีกหลายคนก็เป็นผู้ที่ได้ทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนมาโดยตลอด 

อีกทั้งนโยบายของพรรคเพื่อไทย ซึ่งจะประกาศในช่วงการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งทำให้มั่นใจว่าจะเป็นที่ถูกใจและชื่นชอบของพี่น้องประชาชน ในการสร้างโอกาส สร้างอนาคตและความหวังให้ประชาชน อย่างไรก็ตามการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครครั้งนี้เป็นกระบวนการพิจารณาภายในของพรรค ซึ่งว่าที่ผู้สมัครทุกคนพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการสรรหาตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป 

นายสมพงษ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยได้เตรียมความพร้อมในเรื่องของการคัดสรรรผู้ที่เหมาะสม อาสามาเป็นตัวแทนของพรรคในทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน เพื่อเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.มาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งขณะนี้สถานการณ์การเมืองไม่แน่นอน และมีโอกาสจะเกิดอะไรขึ้นก็ได้ตลอดเวลา โดย ส.ส. ภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัดจะมีทั้งหมด 36 คน โดยในวันนี้จะเปิดตัวทั้งสิ้น 30 คน ส่วนที่เหลืออีก 6 คนยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาผู้ที่เหมาะสม ซึ่งจะมีการเปิดตัวกับพี่น้องประชาชนอย่างเป็นทางการอีกครั้ง และยืนยันว่าตัวแทนของพรรคเพื่อไทย มีความพร้อม โดยได้ปฏิบัติหน้าที่และดูแลพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนมาตลอดเวลา 

สำหรับว่าที่ผู้สมัครทั้ง 30 คนมีรายชื่อดังต่อไปนี้ 

จังหวัดเชียงใหม่
เขต 1 นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม
เขต 2 นายณัฏฐ์พัฒน์ รัฐผไท
เขต 3 นางสาวทัศนีย์ บูรณุปกรณ์
เขต 4 นายวิทยา ทรงคำ
เขต 5 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์
เขต 6 นายบัณจงศักดิ์ วงศ์รัตนวรรณ
เขต 7 นายนิติกร วุฒินันชัย
เขต 8 นายสุรพล เกียรติไชยากร
เขต 9 นางสาวศรีโสภา โกฎิคำลือ
เขต 10 นายโกวิทย์ พิริยะอานันต์
เขต 11 อยู่ในระหว่างการพิจารณา

จังหวัดเชียงรายประกอบด้วย 
เขต 1 ร.ต.อ.ดร.ธนรัช จงสุทธานามณี
เขต 2 นายวิกรม เตชะธีราวัฒน์
เขต 3 นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์
เขต 4 นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์
เขต 5 นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน
เขต 6 นายอิทธิเดช แก้วหลวง
เขต 7 นางสาวละออง ติยะไพรัช
เขต 8 อยู่ในระหว่างการพิจารณา 

จังหวัดลำปาง 
เขต 1 นายกิตติกร โล่ห์สุนทร
เขต 2 นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร
เขต 3 นายจรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์
เขต 4 นายพินิจ จันทรสุรินทร์

นพดล ชี้การคำนวณ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อในการเลือกตั้งครั้งหน้าตามรัฐธรรมนูญที่แก้ไขต้องหารด้วย 100

นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงแนวคิดการพิจารณากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญในประเด็นการคำนวณจำนวนที่นั่ง ส.ส.ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปที่มีผู้เสนอให้หารด้วย 500 แทนการหารด้วย 100 นั้น ตนเห็นว่าความเห็นว่าควรหารด้วย 500 นั้นไม่ถึงกับไร้เหตุผล และเป็นการดีที่ได้แลกเปลี่ยนกัน ส่วนที่ประชุมรัฐสภาจะโหวตอย่างไรก็รอติดตาม 

อย่างไรก็ตามในประเด็นนี้ ได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ใช้บัตร 2 ใบในการเลือกตั้ง และคำนวณที่นั่ง ส.ส. แตกต่างจากเดิมที่เรียกว่าระบบจัดสรรปันส่วนผสม มาเป็นระบบสัดส่วนที่เคยใช้ในการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญปี 40 และ ปี 50 โดย ส.ส.มีที่มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต 400 คนและจากบัญชีรายชื่อ 100 คน มีที่มาชัดเจนแยกจากกัน คำนวณแยกกัน ตนอ่านรัฐธรรมนูญที่แก้ไขใหม่แล้วยังไม่เห็นว่าจะกลับไปคำนวณ ส.ส. พึงมีหารด้วย 500 เช่นที่เคยกระทำในระบบจัดสรรปันส่วนผสมได้อย่างไร ในเมื่อระบบจัดสรรปันส่วนผสมถูกแทนที่โดยระบบสัดส่วนไปแล้ว กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ คือ ระบบการเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสมถูกยกเลิกไปแล้ว การหารด้วย 500 ไม่น่าจะทำได้แล้ว

โดยหลัก กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญจะมีเนื้อหาขัดรัฐธรรมนูญไม่ได้ เนื้อหามาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญเขียนวิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อจำนวน 100 คนไว้ขัดเจน ไม่มีการไปคำนวณ ส.ส.พึงมี 500 คนเช่นในอดีต ดังนั้นต้องคำนวณตามนั้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top