Wednesday, 29 July 2026
Hard News Team

‘จีน’ ตอบโต้!! ข้อตกลงการค้า ระหว่าง ‘สหรัฐอเมริกา’ กับ ‘เวียดนาม’ ลั่น!! พร้อมตอบโต้อย่างหนัก เพื่อปกป้องสิทธิ ผลประโยชน์อันชอบธรรม

(5 ก.ค. 68) หลังจากที่สหรัฐฯ ประกาศข้อตกลงการค้ากับเวียดนาม จีนกล่าวว่ากำลังพิจารณาข้อตกลงดังกล่าว และจะตอบโต้หากผลประโยชน์ของพวกเขาได้รับผลกระทบ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมบนแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ Truth Social ของเขาว่า สหรัฐฯ และเวียดนามได้สรุปข้อตกลงการค้าแล้ว

ในอีกโพสต์ ทรัมป์ได้ให้รายละเอียดว่า ข้อตกลงดังกล่าวกำหนดภาษีนำเข้าสินค้าเวียดนามทั้งหมดที่เข้าสู่สหรัฐฯ 20 เปอร์เซ็นต์ และภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศอื่นที่ใช้เวียดนามเป็นทางผ่าน 40 เปอร์เซ็นต์

ในทางกลับกัน เวียดนามให้สิทธิ์สหรัฐฯ เข้าถึงตลาดการค้าได้อย่างเต็มที่ โดยไม่มีภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ

ภาษีการใช้เวียดนามเป็นทางผ่านสินค้า ซึ่งมุ่งเป้าไปที่การส่งออกของจีนไปยังสหรัฐฯ เป็นหลัก เกี่ยวข้องกับบริษัทบางแห่งที่ส่งสินค้าที่ผลิตในจีนผ่านเวียดนาม เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ

จีนได้พูดถึงข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และเวียดนาม

เหอหยงเฉียน โฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวในการแถลงข่าวที่ปักกิ่งเมื่อวันพฤหัสบดีว่า จีน “คัดค้านอย่างหนักแน่นต่อฝ่ายใดก็ตามที่ตกลงกันโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของจีน”

“หากเกิดสถานการณ์เช่นนี้ขึ้น จีนจะตอบโต้อย่างหนักเพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรม” เธอกล่าวเสริม โดยไม่ได้ระบุมาตรการที่จะดำเนินการ

เวียดนามได้รับประโยชน์จากความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน เนื่องจากบริษัทจำนวนมากย้ายฐานการผลิตจากจีนมาที่เวียดนาม เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ตั้งคำถามมาเป็นเวลานานแล้ว เกี่ยวกับการที่จีนใช้ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นทางผ่านสำหรับส่งสินค้า ซึ่งส่งผลให้สินค้าจีนถูกฟอกตัว

ในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการจัดสรรงบประมาณของวุฒิสภาเมื่อเดือนมิถุนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ โฮเวิร์ด ลุตนิก ปฏิเสธแนวคิดข้อตกลงการค้าปลอดภาษีศุลกากรกับเวียดนาม โดยเรียกสิ่งนี้ว่า “สิ่งที่โง่เขลาที่สุดที่เราสามารถทำได้” เขากล่าวถึงการที่จีนใช้เวียดนามเป็นตลาดของบุคคลที่สามเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ

ปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษาด้านการค้าของทรัมป์ กล่าวถึงเวียดนามว่าเป็น "อาณานิคมของจีนคอมมิวนิสต์" ในบทสัมภาษณ์กับ Fox News เมื่อเดือนเมษายน โดยกล่าวหาว่าจีนใช้เวียดนามเป็น "ช่องทางการส่งสินค้า" เพื่อหลบเลี่ยงภาษีของสหรัฐฯ

“มันทำงานยังไง เวียดนามขายให้เรา 15 ดอลลาร์ต่อ 1 ดอลลาร์ที่เราขาย และประมาณ 5 ดอลลาร์เป็นสินค้าจีนที่เข้ามาในเวียดนาม พวกเขาติดฉลากว่าผลิตในเวียดนาม และส่งต่อให้เราเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี” เขากล่าว

ในระหว่างการเยือนเวียดนามระหว่างวันที่ 14-15 เมษายน ผู้นำจีน สีจิ้นผิง สนับสนุนให้มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับเวียดนามมากขึ้น และสนับสนุนการต่อต้าน 'การกลั่นแกล้งฝ่ายเดียว'

ตั้งแต่ทรัมป์เริ่มกดดันจีนในปี 2018 บริษัทจีนก็เข้ามาตั้งรกรากในเวียดนาม โดยสินค้าส่งออกไปยังสหรัฐฯ ของเวียดนามส่วนใหญ่ อย่างเช่น AirPods และโทรศัพท์ ได้ประกอบในเวียดนามโดยใช้ชิ้นส่วนของจีน

ข้อตกลงดังกล่าวถือเป็นข้อตกลงการค้าฉบับที่ 2 ของทรัมป์ นับตั้งแต่เขาประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าในวันที่ 2 เมษายน เมื่อเดือนพฤษภาคม สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรได้ลงนามในข้อตกลงที่มีมาตรการรักษาความมั่นคงที่เข้มงวดสำหรับเหล็กและยา ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อกีดกันจีนจากห่วงโซ่อุปทานของสหราชอาณาจักร

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐฯ หลายคนกล่าวว่า หลายประเทศกำลังเร่งดำเนินการให้บรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ ก่อนเส้นตายวันที่ 9 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันที่ภาษีศุลกากรต่างตอบแทนที่ทรัมป์ระงับไว้จะเริ่มมีผลบังคับใช้

‘จ่าสิบโท สมครก’ ถูกยกเป็นฮีโร่ จากภาพถือ RPG ปั่นกระแส รับบริจาค นำไปโปรโมท!! เพจการพนันออนไลน์ โดยที่จ่าไม่ได้ แม้เเต่เรียลเดียว

(5 ก.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Army Military Force - สำรอง’ ได้โพสต์ข้อความ เกี่ยวกับ ‘จ่าสิบโท สมครก’ โดยมีใจความว่า ...

จ่าสิบโท สมครก อายุ 72 ปี กลายเป็นฮีโร่สำหรับคนเขมรทั่วประเทศ หลังสื่อและนักการเมืองกัมพูชาปั่นกระแสยกย่องถือ RPG จีนแดงขู่ยิ..ทหารพรานไทยที่จุดชมวิวภูผี จ.ศรีสะเกษ เมื่อวานนี้ 

ขณะเดียวกันพวกอินฟลูเอนเซอร์เขมรใช้โอกาสดังกล่าวเปิดรับบริจาคหลอกเอาเงินคนเขมร อ้างว่าจะนำเงินไปซื้อยูนิฟอร์ม, กล้องติดตัวและรองเท้าคอมแบตมอบให้จ่าสมครก ตามรายงานระบุว่าอินฟลูเอนเซอร์เขมรบางรายได้รับเงินบริจาคหลายแสนเรียลจนถึงหลายล้านเรียล (หลายพันบาทจนถึงหลายหมื่นบาท) แล้วหายเข้ากลีบเมฆไป และยังพบว่าคลิปจ่าสมครกถูกนำไปโปรโมทเว็บไซต์และเพจการพนันออนไลน์กัมพูชาอีกด้วย โดยจ่าสมควรไม่ได้รับเงินบริจาคแม้เเต่เรียลเดียว

อนึ่ง จ่าสมครกอยู่สังกัดกองพันแทรกแซงที่ 371 แห่งกองพลลาดตระเวนชายแดนกองทัพกัมพูชา

เชียงใหม่- พิธีมอบเงินสงเคราะห์ ให้เเก่บุพพาการีทุพพลภาพ เเละบุตรที่มีความต้องการพิเศษของกำลังพล มทบ.33 ประจำปี 2568

เมื่อวานนี้ (4 ก.ค. 68) เวลา 10.30 น พล.ต.ธีระ ผดุงสุนทร ผบ.มทบ.33 พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา และ พ.อ.หญิง อรอุมา อุตรพงศ์ รองประธานสมาคมแม่บ้าน ทบ. สาขา มทบ.33 พร้อมคณะฯ ร่วมพิธีมอบเงินสงเคราะห์ ให้เเก่บุพพาการีทุพพลภาพ เเละบุตรที่มีความต้องการพิเศษของกำลังพล มทบ.33 ประจำปี 2568 พร้อมทั้งมอบกายอุปกรณ์ ประเภท รถเข็นนั่ง, ไม้ค้ำช่วยเดิน, ของเล่นเสริมพัฒนาการ ณ ศาสนสถานค่ายกาวิละ อ.เมือง จว.ช.ม.

ผู้สูงอายุ และบุตรหลานที่มีความต้องการพิเศษ โดยการมอบสิ่งของและเงินช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

 


  

สีจิ้นผิง ไม่ไปประชุม BRICS ที่บราซิลด้วยตัวเอง การประชุม G20 ที่อินเดีย ก็ไม่ไปเอง จีน ต้องการส่งสัญญาณอะไร มากกว่านั้น

(5 ก.ค. 68) รองศาสตราจารย์ ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Aksornsri Phanishsarn ระบุว่า …

สีจิ้นผิง ไม่ไปประชุม BRICS ที่บราซิลด้วยตัวเอง 
แต่ส่ง หลี่เฉียง ไปแทน 
การประชุม G20 ที่อินเดีย ก็ไม่ไปเอง 
ส่ง หลี่เฉียง ไปเช่นกัน 
ไม่ใช่ว่า BRICS ไม่สำคัญ แต่ 
จีน ต้องการส่งสัญญาณอะไร มากกว่านั้น

ไม่ใช่แค่ #สีจิ้นผิง   แต่สุดซี้จีน #ปูติน   ก็ไม่ไปร่วมประชุม BRICS summit ด้วยตัวเองในรอบนี้ คำถาม คือ #อินเดีย เป็นตัวถ่วงใน BRICS หรือไม่ 

ไม่ใช่ว่า #BRICS ไม่สำคัญสำหรับจีน แต่มีตัวปัญหาอื่นในกลุ่มหรือไม่   #อินเดีย (แว่วมาว่า อินเดีย คือ ตัวขวางไม่ให้ #ไทย ได้เป็นสมาชิก BRICS แบบ full member ทั้งๆ ที่ จีนสนับสนุนไทยเต็มที่)

เรื่อง #ความปลอดภัย ก็เป็นอีกเหตุผลทั้งสีจิ้นผิงและปูติน ไม่ไปประชุม BRICS ที่ #บราซิล เป็นเจ้าภาพปีนี้ เกรงว่า บราซิลอาจจะไม่เป็นมืออาชีพมากพอ (สีจิ้นผิงเคยมีประสบการณ์ไม่น่าประทับใจเรื่องระบบความปลอดภัย ตอนที่ #แอฟริกาใต้ เป็นเจ้าภาพประชุม BRICS เมื่อปี 2023)

#ความปลอดภัย ต้องมาก่อน !! ชมคลิป #สีจิ้นผิง เคยมีประสบการณ์ไม่น่าประทับใจกับระบบความปลอดภัยที่ไม่เป็นมืออาชีพของประเทศ #แอฟริกาใต้ ในฐานะเป็นเจ้าภาพประชุม BRICS เมื่อปี 2023

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติชื่นชมนักเรียนนายสิบตำรวจ 9 นาย มี Mindset ความเป็นตำรวจ พบอุบัติเหตุซึ่งหน้า รีบให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บทันท่วงที  

(5 ก.ค. 68) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ชื่นชมนักเรียนนายสิบตำรวจ (นสต.) ที่เข้าให้ความช่วยเหลือกรณีเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2568 เวลาประมาณ 18.00 น. โดยขณะที่นักเรียนนายสิบตำรวจ ศูนย์ฝึกอบรมกลาง กองร้อยที่ 1 และ กองร้อยที่ 2 รวม 9 นาย ประกอบด้วย นสต.เกริกเกียรติ จำนงจิต , นสต.ณัฐพงศ์ แพงมาก , นสต.ยศกร เพชรกาศ , นสต.วงศ์วรัณ มณีฉาย , นสต.อิทธิชัย นพรัตน์ ประกอบด้วย นสต.วรพล ลาพรมมา , นสต.วัฒนา พูนอยู่ , นสต.วุฒิชัย พาโคตร และ นสต.สรวิศ พรมรินทร์ ยืนรอรถโดยสารบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อเดินทางกลับที่พัก ได้พบเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บในที่เกิดเหตุ นักเรียนนายสิบตำรวจ ทัง 9 นาย จึงได้ร่วมกันให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บในเบื้องต้น แจ้งประสานหน่วยกู้ภัย และอำนวยความสะดวกด้านการจราจรร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ สถานการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยการกระทำดังกล่าวเป็นการแสดงออกถึงความมีน้ำใจ และจิตสาธารณะต่อสังคม เป็นต้นแบบและเป็นแบบอย่างที่ดี ตาม Mindset แนวคิดใหม่ของความเป็นตำรวจตามที่มอบแนวนโยบายไว้ 

ตามที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้สั่งการกำชับหน่วยที่มีภารกิจเกี่ยวกับการศึกษา การเรียนการสอน การฝึกอบรม ต้องให้ความสำคัญกับบุคลากรทางการศึกษา ครูฝึก ผู้บรรยายให้ความรู้ด้านต่าง ๆ รวมทั้งฝ่ายปกครองที่เป็นต้นแบบในการขัดเกลา หล่อหลอม ปลูกฝังการเป็นตำรวจที่ดีให้สมกับการเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างแท้จริง เพื่อสร้างบุคลากรที่มีความสามารถและแนวคิดให้กับข้าราชการตำรวจ ในส่วนของนักเรียนหรือผู้เข้ารับการฝึกอบรมทุกหลักสูตรซึ่งเป็นกำลังหลักของข้าราชการตำรวจ ต้องยึดมั่นในหลักกฎหมาย มีภาวะผู้นำ ดำรงตนด้วยหลักคุณธรรม จริยธรรม พร้อมปกป้อง รักษา ภาพลักษณ์ และชื่อเสียง ให้เป็นแบบอย่างแก่ข้าราชการตำรวจและพี่น้องประชาชน ให้สมกับการเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างแท้จริง 

ด้าน พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา กล่าวว่า ในส่วนของกองบัญชาการศึกษา ในฐานะเป็นหน่วยที่มีภารกิจเกี่ยวกับการศึกษา การเรียนการสอน การฝึกอบรม ได้ขับเคลื่อนข้อสั่งการของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติอย่างต่อเนื่องและเคร่งครัด การเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บของนักเรียนนายสิบตำรวจในครั้งนี้ เป็นการปฏิบัติตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยยึดหลักปรับแนวคิดใหม่ มี Mindset 6 ด้าน ตามข้อสั่งการของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งนักเรียนนายสิบตำรวจทั้ง 9 นาย ได้รับการถ่ายทอดปลูกฝังจากครูฝึก แล้วนำเอามาใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงขอชื่นชมนักเรียนนายสิบตำรวจทั้ง 9 นาย ในการให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที เป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชนได้อย่างแท้จริง และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับนักเรียนนายสิบตำรวจที่จะก้าวเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่มีคุณภาพต่อไป

ผบ.ตร.สร้างขวัญกำลังใจตำรวจ เปิด 900 อัตรา สร้างความก้าวหน้าชั้นประทวนวุฒินิติศาสตร์สามารถสอบเลื่อนเป็นสัญญาบัตร ตำแหน่งพนักงานสอบสวน  แก้ปัญหาการแคลน

(5 ก.ค. 68) พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล (ผบช.สกพ.) และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ขับเคลื่อนการปฏิบัติราชการตาม 15 นโยบายสำคัญของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยเฉพาะนโยบายข้อที่ 5 เรื่องการพัฒนางานสอบสวนและยกระดับมาตรฐานความยุติธรรม รวมถึงนโยบายข้อที่ 12 การบริหารจัดการบุคลากรและงบประมาณอย่างคุ้มค่า เพื่อให้การสอบสวนคดีมีความรวดเร็ว เป็นธรรม โปร่งใส และตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในส่วนนี้โดยเฉพาะปัญหาพนักงานสอบสวน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ให้ความสำคัญมาต่อเนื่อง จัดประชุมหารือร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิ ส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะแก้ไขให้ตรงจุด ทั้งการขาดแคลน ขวัญกำลังใจในการทำงาน เพื่อเกิดประโยชน์ต่อพนักงานสอบสวนและประชาชนให้มากที่สุด 

สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้กันอัตราเงินเดือนไว้เพิ่มเติม จำนวน 900 อัตรา เพื่อเปิดรับสมัครสอบคัดเลือกบรรจุเป็นพนักงานสอบสวน  ผบ.ตร.เห็นความสำคัญของข้าราชการตำรวจชั้นประทวน จึงมีนโยบายสนับสนุนความก้าวหน้าแก่ข้าราชการตำรวจชั้นประทวนที่มีวุฒินิติศาสตรบัณฑิต ให้สามารถสอบเลื่อนชั้นเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรได้ในตำแหน่งพนักงานสอบสวนทั้ง 900 นาย เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้ตำรวจ และแก้ปัญหาการขาดแคลนพนักงานสอบสวนด้วย 

นอกจากนี้ที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินมาตรการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ในตำแหน่งพนักงานสอบสวนอย่างต่อเนื่อง ภายใต้มาตรการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ และภายในกรอบงบประมาณที่ได้รับจัดสรร โดยปัจจุบันมีผู้ผ่านการสอบคัดเลือกอยู่ระหว่างการฝึกอบรม จำนวน 1,174 นาย ซึ่งคาดว่าจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ประมาณเดือนมีนาคม 2569
    
พล.ต.ท.อาชยน กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินมาตรการดังกล่าว นอกจากจะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนพนักงานสอบสวนและลดภาระงานที่หนักแล้ว ยังเป็นไปตามนโยบายข้อที่ 14 ของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในการสร้างขวัญและกำลังใจแก่บุคลากรผู้ปฏิบัติหน้าที่ เพื่อยกระดับคุณภาพการบริการประชาชนให้ได้มาตรฐานและสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอยืนยันความมุ่งมั่นในการพัฒนาบุคลากรและเพิ่มประสิทธิภาพ การปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพและความเป็นธรรมอย่างแท้จริง

‘เอกนัฏ’ ฟาด!! รีไซเคิล EEC เถื่อน นำเข้ากากขยะพิษ อุตสาหกรรมศูนย์เหรียญ ลุย!! ธุรกิจรักษ์โลกจอมปลอม ทำลายสิ่งแวดล้อม ลั่น!! ไม่หยุดจนกว่าจะสุดซอย

(5 ก.ค. 68) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีการลักลอบนำเข้ากากอุตสาหกรรมของผู้ประกอบการที่กระทำอย่างผิดกฎหมาย โดยมีใจความว่า

‘ปิดประตูตีมาร’

ที่ผ่านมาประเทศไทยปล่อยปละละเลยการควบคุมภาคอุตสาหกรรม จนถูกโลกมองว่าเป็นทางผ่านของสินค้าสวมสิทธิ์ เป็นที่ดั๊มสินค้าเถื่อนด้อยคุณภาพ เป็นกองขยะ เป็นสวรรค์ของอุตสาหกรรมศูนย์เหรียญที่ไร้ความรับผิดชอบ

โดยเฉพาะในพื้นที่โซน EEC ที่มีการออกใบอนุญาตโรงงานรีไซเคิลสะสมมาหลายปีจนล้นความต้องการ ฉากหน้าเป็นธุรกิจรักษ์โลก แต่ของจริง กลับเป็นธุรกิจรับกำจัดกากแบบเถื่อน ๆ ไม่จัดการของเสียในประเทศอย่างถูกต้อง แถมไปร่วมขบวนการนำเข้ากากพิษผิดกฎหมายมาเพิ่ม

ผมและทีม #สุดซอย ยิ่งขุดยิ่งพบ ล่าสุดพบว่ามีการลักลอบนำกากอุตสาหกรรมไปฝั่งใต้ดินปริมาณมหาศาลประมาณ 50,000 ตัน ใน อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา ทั้งๆที่ในบริเวณใกล้เคียงมีโรงงานที่ได้รับอนุญาตในกลุ่มรีไซเคิลกว่า 40 โรงงาน

เราคงปล่อยให้ความผิดถูกซุกไว้แบบนี้ต่อไปไม่ได้ กรณีนี้ ผมได้สั่งให้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและขยายผล ให้ทางบก.ปทส. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และ DSI เข้ามาร่วมดำเนินคดี

และอย่าคิดว่าจะรอดพ้นไปได้…

ดูตัวอย่างบริษัท ที แอนด์ ที เวสท์ แมเนจเม้นท์ 2017 จำกัด ขาใหญ่ที่พบหลักฐานการร่วมขบวนการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ระดับโลก ถูกออกคำสั่งให้ปิดและเพิกถอนใบอนุญาต ใช้อำนาจรัฐมนตรีพิจารณายกอุทธรณ์และทำหนังสือแจ้งผลถึงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตัดไฟ ยกระดับเป็นคดีพิเศษ ส่งคดีให้ DSI ขยายผลไปถึงเครือข่ายอิทธิพล เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จนกระทั่งปัจจุบัน อัยการได้ส่งฟ้องต่อศาลแล้ว

ถึงเวลาแล้ว…

ในโซน EEC ที่มีการออกใบอนุญาตเกินความต้องการ และพบว่ามีการลักลอบประกอบกิจการผิดกฎหมายอย่างแพร่หลาย 

ผมให้นโยบาย #ปิดประตูตีมาร ระงับการออกใบอนุญาต ปูพรมตรวจการประกอบกิจการของโรงงานที่ได้ใบอนุญาตไปทั้งหมด หากพบว่าไม่ดำเนินการให้ถูกต้อง ก็ต้องหยุด ปรับปรุง ไม่ก็ปิด เพิกถอนใบอนุญาต ดำเนินคดีตามลำดับ

เราต้องเร่งคืนพื้นที่ปลอดภัย บังคับใช้กฎหมายกับทุนเทา เพื่อสร้างโอกาสให้อุตสาหกรรมสีเขียวในไทย ได้เกิดใหม่ ทุกวันเวลา ทุกวินาทีมีค่า… ผมจะไม่หยุดจนกว่าจะสุดซอยครับ

ผู้บริหาร ARIP วิเคราะห์!! ความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์ ในยุคเทคโนโลยีแบ่งขั้ว โลก AI ไม่ได้วัดกันที่ใครเร็วที่สุด แต่ใครจะอยู่รอด ปรับตัวได้ในทุกสถานการณ์

(5 ก.ค. 68) นายปฐม อินทโรดม กรรมการผู้จัดการ บมจ. เออาร์ไอพี (ARIP) ผู้จัดงานคอมมาร์ท ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

เมื่อ NVIDIA หายไป: ความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์ของ AI ไทยในยุคเทคโนโลยีแบ่งขั้ว

ประเทศไทยอาจถูกอเมริกาแบนการส่งออกเทคโนโลยีชั้นสูง โดยเฉพาะชิป GPU ของ NVIDIA ผู้ผลิตชิปกลุ่ม GPU (Graphic Processing Unit) โดยเฉพาะรุ่นเรือธงอย่าง A100, H100 และล่าสุดคือ Blackwell B200 ที่เป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนโมเดล AI ตั้งแต่ OpenAI, Google ไปจนถึงบริษัทหน้าใหม่ทั่วโลก รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ มหาวิทยาลัย และสตาร์ตอัปด้าน DeepTech ความได้เปรียบของ NVIDIA ไม่ได้อยู่ที่แค่ 'ความแรง' แต่รวมถึง ecosystem ทั้งซอฟต์แวร์ (CUDA, TensorRT), เฟรมเวิร์ก, ไลบรารี และการสนับสนุนโมเดล AI ที่ครบวงจร จนถูกมองว่าใครไม่มี NVIDIA ก็เหมือนนักแข่ง F1 ที่ไม่มีเครื่องยนต์ หากเราถูกแบนจริงจะเกิดผลกระทบหลายด้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้…

1. การพัฒนาด้าน AI หยุดชะงัก
หน่วยงานวิจัย มหาวิทยาลัย และสตาร์ตอัป AI ในไทย พึ่งพา GPU จาก NVIDIA ในการเทรนโมเดลและทดลองงานวิจัย หากไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีดังกล่าวได้
• งานวิจัยจะต้องลดขนาดโมเดลหรือรันบนโครงสร้างที่ล้าหลัง
• ไม่สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ในด้านความแม่นยำ ความเร็ว และนวัตกรรม
• ลดความสามารถในการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์พื้นฐาน เช่น Natural Language Processing, Computer Vision, หรือ Generative AI

2. Cloud Provider ในไทยชะงัก
ผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ในไทยต่างลงทุนใน GPU cluster สำหรับ AI Cloud ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ NVIDIA หากถูกแบน
• บริการ AI-as-a-Service จะไม่สามารถขยาย capacity ได้
• ลูกค้ารายใหญ่จะย้าย workload ไปยังต่างประเทศ เช่น AWS, Azure, Google Cloud ซึ่งยังเข้าถึง NVIDIA ได้
• ความมั่นคงของข้อมูลภาครัฐและองค์กรไทยจะเสี่ยงจากการย้ายศูนย์ประมวลผลออกนอกประเทศ

3. อุตสาหกรรม AI ด้านสุขภาพ เกษตร และโลจิสติกส์ ได้รับผลกระทบ
ประเทศไทยกำลังใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในภาคเศรษฐกิจที่เป็นจุดแข็ง เช่น
• วิเคราะห์ภาพทางการแพทย์ด้วย Deep Learning
• ตรวจวัดคุณภาพดินหรือพืชผ่านภาพถ่ายดาวเทียม
• วางแผนเส้นทางขนส่งแบบ Real-time ด้วย AI
การขาดชิปที่แรงพอจะทำให้โมเดลเหล่านี้ไม่สามารถพัฒนาและนำมาใช้งานได้ในระดับที่ควรจะเป็น

4. กระทบเป้าหมายการเป็น AI Nation ของไทย
รัฐบาลไทยตั้งเป้าให้ AI เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล โดยสนับสนุนทั้งแผนยุทธศาสตร์ AI แห่งชาติ และการจัดตั้งศูนย์ประมวลผล AI ภายในประเทศ หากถูกตัดการเข้าถึงชิป NVIDIA
• แผนงานต่าง ๆ จะล่าช้า
• ความเชื่อมั่นจากนักลงทุนต่างชาติใน ecosystem AI ไทยจะลดลง
• เราอาจตกขบวน Digital Transformation ครั้งสำคัญของโลก
ทางเลือกที่อาจต้องพิจารณา: พึ่งพาจีน?

เมื่อไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีจากตะวันตกได้ ทางเลือกหนึ่งคือหันไปพึ่งพา เทคโนโลยีจากจีน ซึ่งพัฒนาอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เช่น:

Huawei Kunlun & Ascend AI chips
• Huawei ได้พัฒนา Kunlun และ Ascend series ซึ่งรองรับ AI workload และมี framework ของตัวเองชื่อ MindSpore
• แม้ยังตามหลัง NVIDIA อยู่หลายปี แต่กำลังเร่งความเร็วในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
• เริ่มมีผู้ให้บริการคลาวด์ในจีนและตะวันออกกลางใช้งานแล้ว

สถาปัตยกรรมอื่น เช่น Alibaba T-Head, Biren, หรือ Loongson
• แม้ยังไม่เป็นที่แพร่หลายนอกจีน แต่ในแง่ของ “เอาตัวรอด” ก็อาจเป็นทางเลือกที่ต้องเริ่มศึกษา
• ความท้าทายอยู่ที่ ecosystem และการหานักพัฒนาที่เข้าใจ tools เหล่านี้

ความมั่นคงทางเทคโนโลยีคือความมั่นคงของชาติ
ประเทศไทยไม่ควรผูกอนาคตไว้กับผู้ขายรายเดียว แม้ NVIDIA จะยังเป็นเบอร์หนึ่ง แต่ความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์ทำให้เราควรวางแผนสำรองไว้ เช่น
• ลงทุนใน Open Source AI Model ที่ไม่ต้องการทรัพยากรมาก
• สนับสนุนการศึกษาและ R&D ด้าน RISC-V, ARM-based AI, และ Edge Computing
• วางยุทธศาสตร์ร่วมกับพันธมิตรในเอเชีย เช่น จีน อินเดีย หรือสิงคโปร์ เพื่อสร้าง AI Resilience

โลกในยุค AI ไม่ได้วัดกันที่ใครเร็วที่สุด แต่ใครจะ 'อยู่รอด' และปรับตัวได้เร็วกว่าในทุกสถานการณ์และการเตรียมพร้อมทางเทคโนโลยีก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ไม่อาจมองข้ามได้อีกต่อไป

เชียงใหม่-คณะพยาบาลศาสตร์ มช.มอบหมวกและติดเข็มชั้นปี ประจำปีการศึกษา 2568

ชีวิตเธอมีคุณค่า มวลประชาเขารออยู่
รอเธอเป็นผู้ก้าวไป 
ดั่งมวลดอกไม้ที่งอกงาม
ยามถึงคราวชูช่อใบ ไปเถิดจงไปทั่วแดน
อยากให้เธอเป็นเทียนเล่มน้อยที่ส่องเสียง สู่หนทางมืดมน
เทียนสว่างไสว อยู่ในใจผู้คน ตราบจน นิรันดร 

คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดพิธีมอบหมวกและเข็มชั้นปีแก่นักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 3 ประจำปีการศึกษา 2568 (Capping and Pinning Ceremony 2025) โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุภารัตน์ วังศรีคูณ คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ เป็นประธาน ภายในงานได้รับเกียรติจาก ผู้แทนหัวหน้าฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ผู้แทนสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ สาขาภาคเหนือ นายกสมาคมศิษย์เก่าพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมด้วยคณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา และ ผู้ปกครองของนักศึกษา ร่วมแสดงความยินดีอย่างอบอุ่น ณ ห้องประชุมวิจิตร ศรีสุพรรณ อาคาร 2 เมื่อวันเสาร์ที่ 5 กรกฎาคม 2568

พิธีมอบหมวกและเข็มชั้นปีเป็นพิธีการที่สำคัญถือปฏิบัติก่อนการขึ้นฝึกปฏิบัติงานบนหอผู้ป่วย แสดงถึงเอกลักษณ์อันทรงเกียรติในวิชาชีพพยาบาล เพื่อเตรียมความพร้อมของนักศึกษาเข้าสู่วิชาชีพการพยาบาลอย่างสมภาคภูมิ โดยนักศึกษาพยาบาลจะให้การปฏิบัติการพยาบาล รวมทั้งดูแลผู้ป่วยในสถานการณ์จริง ทั้งนี้นักศึกษาพยาบาลที่เข้ารับมอบหมวกและเข็มชั้นปีต้องศึกษาภาคทฤษฎีและสอบผ่านรายวิชาการพยาบาลพื้นฐานครบถ้วน จึงจะสามารถฝึกปฏิบัติการพยาบาลกับผู้รับบริการในสถานบริการสุขภาพได้

พล.อ.ณัฐพล ชี้แจง!! กรณีให้สัมภาษณ์คลาดเคลื่อน ยัน!! ไม่ได้เอ่ยถึง ‘พล.อ.เตีย เซ็ยฮา’ ของกัมพูชา

(5 ก.ค. 68) จากกรณีที่ถ้อยคำการให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 2 ก.ค. 68 ถูกตีความคลาดเคลื่อนและสร้างความเข้าใจผิดในสังคม พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ ผู้อำนวยการศูนย์บูรณาการแก้ไขสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ผอ.ศบ.ทก.) ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง

พล.อ.ณัฐพล ย้ำว่าการพูดคุยดังกล่าวเป็นการพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อหาทางออกร่วมกันด้วยความจริงใจ และยืนยันว่า

ไม่ได้กล่าวถึง พล.อ.เตีย เซ็ยฮา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา แต่อย่างใด

"ขอความเชื่อมั่นและไว้ใจว่าผมในฐานะ ผอ.ศบ.ทก. จะดำเนินการอย่าง 'รอบคอบ รอบด้าน ใช้สติ สร้างสันติ' นำความสงบสุขกลับคืนมาสู่แผ่นดินไทย และก้าวสู่กลไกการพูดคุยที่มีศักยภาพบนพื้นฐานของความจริงใจและไว้เนื้อเชื่อใจกันต่อไป" พล.อ.ณัฐพล กล่าวทิ้งท้าย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top