Friday, 6 November 2026
Hard News Team

'บิ๊กป้อม' ชื่นชม 'น้องบาส' ช่วยผู้ถูกไฟดูดจากน้ำท่วม กำชับ 'การไฟฟ้า' เข้าตรวจสอบ เพื่อความปลอดภัยของปชช.

เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 65 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี แสดงความชื่นชมน้องบาส หรือ นายอรรถชัย อาจอุดม อายุ 19 ปี นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคอุดรธานี จ.อุดรธานี เข้าช่วยเหลือนักเรียนชายบริเวณหลังโรงเรียนสตรีราชินูทิศ จ.อุดรธานี จากเหตุการณ์ไฟฟ้าดูดเนื่องจากฝนตกน้ำท่วม โดยทั้งคู่ปลอดภัย และขณะนี้พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล รองนายกรัฐมนตรี ได้ชื่นชมในความกล้าหาญ มีสติ โดยใช้ร่มดึงตัวผู้ประสบเหตุ ไม่ใช้มือสัมผัสซึ่งมีความเสี่ยงที่จะถูกไฟฟ้าดูดร่วม ถือเป็นแบบอย่างที่ดีในการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุไฟฟ้าดูอย่างถูกต้อง

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า รองนายกรัฐมนตรี ยังกำชับให้การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้ติดตามสถานการณ์ระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง และเฝ้าระวังตรวจสอบเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าที่ติดตั้งบนเสาไฟฟ้าให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย รวมถึงพร้อมให้ความช่วยเหลือด้านระบบไฟฟ้าแก่ประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกันนี้ ยังขอให้เพิ่มการประชาสัมพันธ์ ย้ำเตือนประชาชน ให้ระมัดระวังอันตรายจากไฟฟ้ารั่วในสถานการณ์อุทกภัย ซึ่งพบเจออยู่บ่อยครั้ง 

'โฆษกรัฐฯ' เผย Dog Park สวนป่าเบญจกิติ คึกคัก ย้ำ!! รัฐพร้อมพัฒนาสวนสาธารณะ เพื่อประโยชน์ปชช.

เมื่อวันที่ 17 ก.ย. นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการปรับปรุงภูมิทัศน์สวนป่าเบญจกิติ ระยะที่ 2 - 3 ตามที่รัฐบาลได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์สวนป่าเบญจกิติ โดยให้คำนึงถึงความหลากหลายในการใช้ประโยชน์พื้นที่สวนป่า ตามข้อสั่งการของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อครั้งการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการเชื่อมสวนสาธารณะ 'เบญจกิติ' กับสวนลุมพินี ครั้งที่ 1/2565 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2565 ที่ผ่านมา ที่ทำเนียบรัฐบาล 

ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ ได้ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมในขณะนั้น และได้ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินการอย่างต่อเนื่องใกล้ชิด และได้ให้ข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนาปรับปรุงสวนสาธารณะ และการเชื่อมสวนสาธารณะ 'เบญจกิติ' กับสวนลุมพินี โดยคำนึงถึงความหลากหลายในการใช้ประโยชน์พื้นที่สวนป่า พร้อมเสนอแนะให้มีการปรับแต่งภูมิทัศน์เพิ่มเติมให้สวยงาม อาทิ การปลูกบัวฉลองขวัญ การปลูกพันธุ์ไม้และต้นไม้ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เช่น การปลูกไม้ไม่ผลัดใบแซมกับต้นไม้อื่น ๆ เพื่อให้สวนสาธารณะยังเป็นพื้นที่สีเขียวสวยงามอยู่เสมอ และปลูกพันธุ์ไม้ที่เป็นอาหารสำหรับนกต่าง ๆ ได้ด้วย  

นายอนุชา กล่าวว่า นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการเตรียมพื้นที่จอดรถให้เพียงพอสำหรับประชาชน การจัดระเบียบร้านค้าต่าง ๆ ภายในสวนสาธารณะให้เป็นระเบียบสวยงาม สะอาด ไว้รองรับประชาชนทุกกลุ่ม และที่สำคัญคือได้มีข้อสั่งการให้มีการจัดพื้นที่เฉพาะสำหรับสุนัข โดยย้ำให้พิจารณาในส่วนใดที่สามารถทำได้ก็ให้ทยอยดำเนินการไปก่อน

นายอนุชา กล่าวว่า มาถึงวันนี้ รัฐบาลยินดีที่จะแจ้งความคืบหน้านโยบายการนำสุนัขเข้าสวนสาธารณะ (Dog Park) ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญที่รัฐบาลสนับสนุนให้กรุงเทพมหานครดำเนินการ จัดพื้นที่ในสวนป่าเบญจกิติ ให้ประชาชนนำสุนัขมาเดินเล่น ออกกำลังกาย โดยทางกรุงเทพมหานครได้เริ่มเปิดให้บริการแล้วตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา พบว่ามีประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่พักอยู่ในประเทศไทย ให้ความสนใจ นำสุนัขเข้ามาในสวนป่าเบญจกิติเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ สุนัขต้องคล้องสายจูง และฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ส่วนการเก็บอุจจาระ เจ้าของจะเก็บอุจจาระเอง ซึ่งทางสวนจะมีห้องน้ำสุนัขเป็นคอกสี่เหลี่ยม เททรายบนพื้น มีถุงเก็บอุจจาระและถังขยะให้อยู่จุดเดียวกัน

อัปเดตราคา 'หมู-เนื้อ-ไก่' วันที่ 17 กันยายน 2565

อัปเดตราคาอาหารสดวันนี้ มาดูกันว่าตามท้องตลาด ราคาอาหารสด ประจำวันที่ 17 กันยายน 2565 จะเพิ่มขึ้นหรือลดลงแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็น ราคาหมู ราคาไก่ ราคาไข่ไก่ รวมไปถึงราคาผักสด เช็กกันเลย..

'ธนกร' เผย พ่อค้าแม่ค้า-ปชช. ฝากขอบคุณ 'บิ๊กตู่' หลังคนละครึ่งเฟส 5 ช่วยลดค่าครองชีพ - กระตุ้นเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 65 นายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ความคืบหน้าโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 ข้อมูล ณ วันที่ 16 กันยายน 2565 มีผู้ใช้สิทธิที่เป็นประชาชนรายเดิมที่เคยใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งระยะที่ 4 (ประชาชนรายเดิมฯ) จำนวน 23.24 ล้านคน คิดเป็นยอดใช้จ่ายสะสม 21,192.1 ล้านบาท และมีผู้ใช้สิทธิที่เป็นประชาชนรายใหม่ที่ไม่เคยใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งระยะที่ 4 (ประชาชนรายใหม่ฯ) จำนวน 1.58 แสนคน คิดเป็นยอดใช้จ่ายสะสม 145.9 ล้านบาท รวมมีผู้ใช้สิทธิทั้งหมดจำนวน 23.40 ล้านคน และมียอดใช้จ่ายรวม 21,338 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่ายจำนวน 10,817 ล้านบาท และเงินที่รัฐร่วมจ่ายจำนวน 10,521 ล้านบาท 

'เดวิด เบ็คแฮม' รอคิวนานถึง 12 ชั่วโมง เพื่อเข้าเคารพพระบรมศพสมเด็จพระราชินีนาถ เอลิซาเบธที่ 2

สกายสปอร์ต สื่อชั้นนำของประเทศอังกฤษ เปิดเผยคลิปวิดีโอที่ เดวิด เบ็คแฮม ตำนานนักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษ และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เดินทางไปเข้าคิวพร้อมกับผู้คนนับพันเพื่อรอเข้าเฝ้าพระบรมศพของสมเด็จพระราชินีนาถ เอลิซาเบธที่ 2 เป็นเวลานานถึง 12 ชั่วโมงเต็ม

ทั้งนี้ เดวิด เบ็คแฮม ให้สัมภาษณ์เปิดใจผ่านสกายสปอร์ต ว่า “วันนี้เป็นเรื่องที่ทำใจได้ยาก มันยากสำหรับประเทศของเรา และเป็นเรื่องที่ยากสำหรับทุกคนทั่วโลก ผมคิดว่าทุกคนรู้สึกได้ ความคิดของครอบครัวเรามันชัดเจนเช่นเดียวกับทุกคนที่นี่”

“เพราะเป็นสิ่งที่พิเศษที่ได้มาอยู่ตรงนี้เพื่อทำความเคารพ และได้รับฟังเรื่องราวต่างๆ ที่ผู้คนต่างต้องพูดถึง ช่วงเวลาที่พิเศษที่สุดสำหรับผมคือการได้รับเครื่องอิสริยาภรณ์ ชั้นโอบีอี วันนั้นผมพาปู่ย่าไปกับผมด้วย พวกเขาเป็นคนที่เลี้ยงดูผมให้กลายเป็นผู้ที่นิยมในลัทธิราชาธิปไตย และหลงรักในราชวงศ์ รวมถึงภรรยาของผมด้วย”

'เฉลิมชัย' รัฐมนตรีเกษตรฯ ลุยช่วยกรุงเทพต่อเนื่องสั่งชลประทานเร่งระบายน้ำในพื้นที่ กทม.ฝั่งตะวันออกลงแม่น้ำบางปะกง

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง บริเวณประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำท่าถั่ว จ.ฉะเชิงเทรา โดยมี นายธนา ชีรวินิจเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสมเกียรติ กอไพศาล ประธานคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประยูร อินสกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทานและผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมรับฟังการรายงานสรุปสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำ

ทั้งนี้ นายเฉลิมชัยกล่าวว่า กรมชลประทานได้บริหารจัดการน้ำในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีการระบายน้ำออกทางคลองแนวขวางทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตก ผ่านสถานีสูบน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาแม่น้ำนครนายก และแม่น้ำบางปะกง ประกอบด้วย คลองรังสิตประยูรศักดิ์ ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านสถานีสูบน้ำกึ่งถาวรปากคลองรังสิต และระบายน้ำลงสู่แม่น้ำนครนายก ผ่านสถานีสูบน้ำเสาวภาผ่องศรี, คลองหกวาสายล่าง ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำบางปะกง ผ่านสถานีสูบน้ำสมบูรณ์, คลองบางขนากระบายน้ำลงสู่แม่น้ำบางปะกง ผ่านสถานีสูบน้ำบางขนาก, คลองนครเนื่องเขต ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำบางปะกง ผ่านสถานีสูบน้ำท่าไข่, คลองประเวศน์บุรีรมย์ ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำบางปะกง ผ่านสถานีสูบน้ำท่าถั่ว และคลองสำโรง ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำบางปะกง ผ่านสถานีสูบน้ำท่าปากตะคลอง และยังได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม เสริมศักยภาพการระบายน้ำซึ่งปัจจุบันสามารถระบายน้ำได้รวมกันประมาณวันละ 63 ล้านลบ.ม.

สำหรับการบริหารจัดการน้ำในคลองประเวศบุรีรมย์ ซึ่งเป็นคลองหลักที่ใช้ระบายน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพมหานครกรมชลประทานได้สูบระบายน้ำในคลองประเวศฯ ออกทางสถานีสูบน้ำประเวศบุรีรมย์ ลงสู่คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิตก่อนจะสูบระบายออกทางแม่น้ำบางปะกง ผ่านทางสถานีสูบน้ำท่าถั่ว และได้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่โดยเร็ว พร้อมใช้คลองแนวตั้งฝั่งตะวันออกของลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพื่อแบ่งรับน้ำจากทางตอนบนของกรุงเทพมหานคร ระบายน้ำผ่านคลองพระองค์ไชยานุชิต ก่อนจะใช้สถานีสูบน้ำที่ตั้งอยู่ริมคลองชายทะเล ได้แก่ สถานีสูบน้ำตำหรุ สถานีสูบน้ำบางปลาร้า สถานีสูบน้ำบางปลา สถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิ สถานีสูบน้ำเจริญราษฎร์ สถานีสูบน้ำคลองด่าน 2 สถานีสูบน้ำชลหารพิจิตร 1, 2, 3 สถานีสูบน้ำนางหงษ์ สถานีสูบน้ำพระยาวิสูตร และสถานีสูบน้ำเทพรังสรรค์ เร่งระบายน้ำลงสู่ทะเลอ่าวไทยต่อไป

นอกจากนี้ กรมชลประทานยังได้มีการขุดลอกตะกอนดินบริเวณด้านเหนือของสถานีสูบน้ำท่าถั่วให้กว้างและลึกขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้สามารถรองรับปริมาณน้ำได้มากขึ้น พร้อมกับติดตั้งบาน Bulkhead Gate ที่ประตูน้ำ เพื่อเสริมความแข็งแรงอีกชั้นหนึ่ง เตรียมรองรับปริมาณน้ำที่จะไหลลงมาสมทบอีกในระยะต่อไป ทั้งนี้ การเร่งระบายน้ำดังกล่าว จะทำให้ระดับน้ำในคลองประเวศฯ บริเวณที่ไหลผ่านเขตลาดกระบังลดต่ำลง ซึ่งจะทำให้น้ำที่ท่วมขังอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำเขตลาดกระบังและพื้นที่ใกล้เคียง ไหลลงสู่คลองประเวศฯได้สะดวกมากขึ้น ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องชาว กทม.ฝั่งตะวันออก ที่กำลังประสบกับปัญหาน้ำท่วมขังอยู่ในขณะนี้  ส่วนในระยะยาวกรมชลประทาน ได้วางแผนดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำสถานีสูบน้ำท่าถั่ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง หากแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำจากพื้นที่ออกสู่แม่น้ำบางปะกงให้เร็วขึ้นอีกด้วย

นายกสมาคมสื่อมวลชนเพื่อสังคม จัดงานมอบรางวัลและมอบใบประกาศเกียรติคุณ 'ยุวชนไทยต้นแบบดีเด่น' ประจำปี 2565 เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ 20 กันยายน 2565

องค์การสหประชาชาติได้ประกาศให้ปี พ.ศ. 2528 เป็นปีเยาวชนสากล และประเทศไทย โดยมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2528 ได้กำหนดให้วันที่ 20 กันยายนของทุกปี เป็น 'วันเยาวชนแห่งชาติ' เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระมหากษัตริย์ในพระบรมราชจักรีวงศ์สองพระองค์ ได้แก่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล (รัชกาลที่ 8) ซึ่งทั้งสองพระองค์ได้เสด็จขึ้นครองราชสมบัติในขณะที่ทรงพระเยาว์ จึงถือได้ว่าเป็นวันสิริมงคลที่เยาวชนควรสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของทั้งสองพระองค์ และควรแสดงความกระตือรือร้นในการพัฒนาตนเองและประพฤติตนให้เป็นประโยชน์ต่อชุมชน สังคม และประเทศชาติ ดังเช่นยุวกษัตริย์ทั้งสองพระองค์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ (สยช.) จึงได้เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อขอความเห็นชอบให้มีการจัดงานวันเยาวชนแห่งชาติขึ้น เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2528 และได้จัดให้มีการมอบรางวัลเยาวชนแห่งชาติดีเด่น ให้กับเยาวชนที่มีคุณสมบัติที่พึงประสงค์ของเด็กไทยอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีตั้งแต่นั้นมา

ในปีนี้ ทางสมาคมสื่อมวลชนเพื่อสังคม โดยนายธวัชชัย กิตติรัตนวิวัฒน์ นายกสมาคมฯ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของเด็กไทย ซึ่งเป็นอนาคตของชาติ จะเป็นกำลังสำคัญที่จะสืบสาน สืบทอดคุณธรรม จริยธรรม ประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของชาติไทย พร้อมที่จะพัฒนาบ้านเมืองไทยของเราให้เจริญรุ่งเรืองวัฒนาถาวรสืบไป จึงได้ริเริ่มการจัดงานมอบรางวัลและมอบใบประกาศเกียรติคุณ 'ยุวชนไทยต้นแบบดีเด่น' ประจำปี 2565 ซึ่งเป็นรางวัลสำหรับกลุ่มเด็กเล็ก โดยกำหนดคุณสมบัติเฉพาะที่สำคัญไว้ดังนี้...

1.เป็นเด็กไทย ที่มีอายุระหว่าง 6 – 12 ปี 
2.มีสายใยผูกพันกับสมาชิกในครอบครัว ภาคภูมิใจในความเป็นไทย 
3.มีผลการเรียนดี สุภาพ และมีความประพฤติเรียบร้อย 
4.มีสุขภาพดีทั้งร่างกายและจิตใจ มีวุฒิภาวะทางอารมณ์เหมาะสมตามวัย
5.มีจริยธรรม คุณธรรม และมีความรับผิดชอบต่อตัวเอง และต่อสังคมโดยสมควรตามวัย
6.มีความรักชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ เข้าร่วมกิจกรรมเนื่องในวันสำคัญของชาติในวาระและโอกาสต่างๆ โดยเข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาช่วยงานสังคมอย่างเหมาะสมตามวัยอย่างสม่ำเสมอ

'อลงกรณ์' ชู นครปฐม เมืองอุตสาหกรรมเกษตร ไฟเขียวแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครปฐม 5 ปี (2566-2570) ย้ำเร่งเดินหน้าพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนระดับตำบลและชุมชนเมือง

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครปฐม โดยมี นายรัฐศาสตร์ ชิดชู รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นายพูลลาภ อุไรงาม เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครปฐม นายศิริชัย เลี้ยงอำนวย เกษตรจังหวัดนครปฐม นายสมคิด เปี่ยมค้า นายณฐกร สุวรรณธาดา คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายจิตติศักดิ์ ศรีปัญญา ผู้อำนวยการกองนโยบายเทคโนโลยีเพื่อการเกษตรและเกษตรกรรมยั่งยืน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสามัคคีมุขมาตย์ ชั้น 4 (ส่วนต่อขยาย) ศาลากลางจังหวัดนครปฐม

นายอลงกรณ์ กล่าวว่า นครปฐมเป็นเมืองอุตสาหกรรมเกษตรที่สำคัญของประเทศและเป็นเมืองหลักของจังหวัดปริมณฑล สำหรับการขับเคลื่อนการดำเนินงานภาคการเกษตรในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ตามนโยบาย 5 ยุทธศาสตร์ 15 นโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีโครงการสำคัญที่ดำเนินการใน 5 เรื่อง ได้แก่ 1) การขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง 2) การพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง 3) การพัฒนาการเกษตรกรรมยั่งยืนระดับตำบล 4) การขับเคลื่อน BCG ด้านการเกษตร และ 5) การขับเคลื่อนการดำเนินงานศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (AIC) และการบริหารจัดการเชิงพื้นที่จังหวัดนครปฐม มีสินค้าสำคัญ ทั้งด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ ได้แก่ ข้าว กล้วยไม้ มะพร้าวน้ำหอม กุ้งขาว กุ้งก้ามกราม ปลานิล สุกร โคนม และไก่ไข่

ซึ่งการประชุมในครั้งนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบ (ร่าง) แผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครปฐม ฉบับ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ฉบับทบทวน รอบปี พ.ศ. 2567 ที่จะเป็นกรอบในการขับเคลื่อนงานภาคการเกษตรในพื้นที่ต่อไปแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครปฐม 5 ปี (2566-2570) 

"กระทรวงเกษตรฯ มุ่งขับเคลื่อนภาคการเกษตรสู่เกษตรมูลค่าสูง (Next Normal) โดยมี 12 คานงัดสำคัญ ได้แก่ 1) ศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (AIC) 2) ศูนย์ข้อมูลเกษตรแห่งชาติ 3) ดิจิตอล ทรานสฟอร์เมชั่น (Digital Transformation) 4) เกษตรอัจฉริยะและตลาดออนไลน์ 5) เกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง-ชนบท 6) เกษตรแห่งอนาคต อาหารแห่งอนาคต 7) โลจิสติกส์เกษตรเชื่อมไทย-เชื่อมโลก 8) เกษตรแปลงใหญ่ สตาร์ทอัพเกษตร 9) ยกระดับเกษตรกรก้าวใหม่ 10) เกษตรสร้างสรรค์ สู่เกษตรมูลค่าสูง (The Brand Project) เน้นแปรรูปสร้างมูลค่าและพัฒนาแบรนด์ 11) การพัฒนาเชิงพื้นที่ (Area base) ไม่มีเหลื่อมล้ำ 12) เปิดกว้างสร้างหุ้นส่วน (Partnership platform) ในประเทศและต่างประเทศ”

นายอลงกรณ์ได้ย้ำให้เดินหน้าพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนระดับตำบลและชุมชนเมืองเป็นโครงการใหม่เสมือนคานงัดการปฏิรูปภาคเกษตรของกระทรวงเกษตรฯ ภายใต้แนวคิด “บริหารโดยชุมชน เป็นของชุมชน และเพื่อชุมชน” โดยมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนทุกตำบลของนครปฐมและทุกจังหวัดแล้ว ซึ่งจะเป็นกลไกพัฒนาหมู่บ้านตำบลแบบบูรณาการทุกภาคส่วน ควบคู่กับการเดินหน้าโครงการเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมระบบเกษตรกรรมยั่งยืนในรูปแบบต่างๆ เช่น เกษตรอินทรีย์ เกษตรทฤษฎีใหม่ วนเกษตร เกษตรธรรมชาติ เกษตรผสมผสาน เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนครอบคลุม 76 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร

จากนั้นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานแปลงใหญ่ข้าวและการบริหารจัดการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) โดยมี ว่าที่ร้อยโทอรรถชล ทรัพย์ทวี นายอำเภอกำแพงแสน เจ้าหน้าที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและนายสมคิด เปี่ยมคล้า ทีมงานที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรรวมถึงเกษตรกร ให้การต้อนรับ ณ หมู่1 ตำบลทุ่งขวาง อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ซึ่งแปลงใหญ่ดังกล่าว สามารถลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิต จากเดิม 800 กิโลกรัม/ไร่ เพิ่มเป็น 1,000 กิโลกรัม/ไร่ มีการพัฒนาคุณภาพ โดยสมาชิกผู้ปลูกข้าวแปลงใหญ่ทั้งหมด อยู่ระหว่างการขอการรับรองมาตรฐานการผลิตข้าว GAP แบบกลุ่ม ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการเตรียมความพร้อมเพื่อขอการรับรอง เป้าหมายเกษตรกรแปลงใหญ่ได้รับใบรับรอง GAP ทั้งหมด 32 ราย หรือ 100% รวมถึงมีการสร้างเครือข่ายด้านการตลาด และจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น facebook ฯลฯ

‘บิ๊กป้อม’ ชักธงรบลุยพื้นที่ภาคอีสาน เตรียมเยือน ‘หนองบัวลำภู’ 17 ก.ย.นี้

‘พลเอกประวิตร’ ชักธงรบ ‘หนองบัวลำภู’  ไปต่อไม่รอแล้วนะ  ชี้ชาวอีสานต้อง ‘อยู่ดีมีแฮง’  ย้ำ 17 กันยานี้พ่อกันเด้อ 

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ในฐานะทีมโฆษกพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า จากการที่พรรคพลังประชารัฐจัดกิจกรรมลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนในหลายจังหวัดที่ผ่านมา มีเสียงตอบรับจากพี่น้องประชาชนอย่างล้นหลาม ล่าสุดพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มีกำหนดการลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนที่ จ.หนองบัวลำภู ในวันที่ 17 กันยายน 2565 ภายใต้ชื่องาน ‘พลังประชารัฐ มัดใจประชาชน’ ที่ร้านดงตาลคาเฟ่ & นัวเว่อร์ อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า พลังประชารัฐ มุ่งเดินหน้าไปต่อ โชว์ผลงาน โชว์ความพร้อม ที่จะดูแลทุกคนในประเทศไทย โดยภายในงานจะมีการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ในพื้นที่ภาคอีสาน  ทั้งมีการจัดแสดงผลงานของรัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะเป็นโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ ‘บัตรแก้จน’ ที่มีประชาชนกว่า 20 ล้าน ได้รับ และสามารถช่วยให้มีกินมีใช้ของจำเป็น ทั้งใช้ง่าย สะดวกรวดเร็วและเข้าถึงประชาชนในทุกพื้นที่ 

การลงโรดโชว์ครั้งนี้ จะแสดงถึงโครงการรักษาป่าต้นน้ำ ที่เพิ่มผืนป่ามากถึง 10 ล้านไร่ สร้างป่าเพื่อป้องกันฝุ่น PM2.5 สร้างวิถีชุมชนกับป่าอยู่ร่วมกันได้ และโครงการพัฒนาน้ำบาดาล ที่ทำให้ไม่มีการประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้ง ที่สามารถกักเก็บน้ำ พัฒนาต่อยอดเกษตรกรไทย พลิกชีวิตเกษตรกรไทยให้มีน้ำใช้ตลอดทั้งปี ซึ่งเป็นเรื่องที่ชาวหนองบัวลำภูชื่นชอบ ที่สามารถทำมาหากินได้ ส่วนเวทีเสวนาจะจัดแบบใกล้ชิด แบบอบอุ่น เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้สมัคร ส.ส. กับชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อสรุปเป็นแนวนโยบายเสนอต่อท่าน พล.อ.ประวิตร เพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขและยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนต่อไป 

“บรรยากาศในงานจะเป็นไปด้วยความสนุกสนานและเป็นกันเองอย่างที่เคยจัดกิจกรรมในหลายพื้นที่ ให้พี่น้องประชาชนได้รับรู้ถึงผลงานของรัฐบาล ที่รัฐมนตรีจากพรรคพลังประชารัฐได้ผลักดัน จนเกิดเป็นผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนการพูดจริง ทำจริง และเกิดผลสำเร็จจริงแบบยั่งยืนให้พี่น้องประชาชนชาวอีสานอยู่ดี กินดี หรือ ภาษาอีสาน บอกว่า อยู่ดี มีแฮง จึงเชื่อมั่นว่าจะมัดใจพี่น้องประชาชนและให้สนับสนุนในการเลือกตั้งครั้งหน้า” น.ส.ทิพานัน กล่าว

‘แบงก์ชาติ’ แจง!! สื่อปั่นเงินทุนสำรองลดลงมาก เพราะต้องใช้พยุงค่าเงินบาท ‘ไม่เป็นความจริง’

(16 ก.ย. 65) จากเฟซบุ๊ก Warat Karuchit ของ ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนาคณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้โพสต์ข้อความในหัวข้อว่า... ‘แบงก์ชาติชี้แจงข่าวลือ จากการออกข่าวของสำนักข่าวบางสำนัก เกี่ยวกับกรณีเงินสำรองลดลง’

คำถาม: เงินทุนสำรองลดลงมาก เพราะต้องใช้พยุงค่าเงินบาท?
คำตอบ: “ไม่จริง”

>> ต้นเหตุคือ สหรัฐฯ เกิดเงินเฟ้อต่อเนื่อง จึงเลือกใช้นโยบายการเงินที่ทำให้ เงินดอลลาร์แข็งตัวขึ้น 14.6% กระทบการตีค่าสินทรัพย์ทั่วโลก และอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราด้วย เป็นเหตุให้การตีค่า ทุนสำรองระหว่างประเทศของไทยลดลง จาก 2.78 แสนล้านดอลลาร์ เหลือ 2.4 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเงินทุนสำรองของประเทศอื่นๆ ก็ปรับลดเช่นกัน จีน, สวิส, สิงคโปร์, ญี่ปุ่น, อินเดีย ลดลงมากกว่าไทยทั้งสิ้น

คำถาม: เงินทุนสำรองที่ลดลง จะกระทบเสถียรภาพการเงินไทย จนเกิดวิกฤตแบบปี 40?
คำตอบ: “ไม่จริง”

>> เงินทุนสำรองของไทยสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก (มูลค่าอันดับ 12 ของโลก คิดเป็นสัดส่วนต่อ GDP อันดับ 8 ของโลก) สถานะการเงินไทยยังแข็งแกร่ง และแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นมากจากปี 40

นักข่าวท่านใดสงสัย ธปท. มีสายด่วน 1213 นะครับ โทรไปสอบถามได้ก่อนลงข่าว จะได้ไม่ผิดพลาด และก่อให้เกิดความตื่นตระหนกโดยไม่จำเป็นครับ


ที่มา : https://www.facebook.com/warat.karuchit/posts/pfbid0PgLqib4yWquJeAuQR9UJNFbh3KKSyfweaFv9grqEbdnuPVQpsp2z5SMxahjuZKCQl


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top