Tuesday, 28 July 2026
Hard News Team

กระทรวงกลาโหม เปิดตัวทีมโฆษกใหม่ เน้นสื่อสารทันสมัยสร้างความเข้าใจคนทุกกลุ่ม

เมื่อวันที่ (7 ก.ค. 68) พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงนามคำสั่ง แต่งตั้งคณะทำงานโฆษกกระทรวงกลาโหม ย้ำภารกิจด้านความมั่นคงจะเข้มแข็ง ก็ต่อเมื่อประชาชนเข้าใจและมั่นใจในเจตนารมณ์ของรัฐ โปร่งใส เปิดเผย ประชาชนมีส่วนร่วม นี่คือรากฐานใหม่ของการสื่อสารเพื่อความมั่นคงของชาติ

สำหรับทีมโฆษกกระทรวงกลาโหม ประกอบด้วย  

1. พลโท เทวัญ ตันกุล เป็น หัวหน้าสำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม
2. พลตรี แรงภูมิ เหมะทัพพะ เป็น รองหัวหน้าสำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม 
3. พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ เป็น โฆษกกระทรวงกลาโหม
4. พันเอก วีรยุทธ์ น้อมศิริ เป็น รองโฆษกกระทรวงกลาโหม 
5. พันตรีหญิง องค์กช วรรณภักตร์ เป็น รองโฆษกกระทรวงกลาโหม 
6. ร้อยเอก บรรลุ ฉลาดปรุ เป็น คณะทำงานโฆษกกระทรวงกลาโหม

เพื่อให้การสื่อสารของกระทรวงกลาโหมมีความทันสมัย เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทีมโฆษกกระทรวงกลาโหมจึงได้ถูกจัดตั้งขึ้นภายใต้แนวคิด "สร้างการรับรู้ ทำความเข้าใจ ส่งเสริมการมีส่วนร่วม" 

ทีมโฆษกชุดนี้ได้ถูกปรับโครงสร้างให้มีความกระชับ คล่องตัว และเปิดกว้าง ภารกิจของทีมโฆษก ไม่ได้หยุดอยู่ที่การแถลงข่าวหรือชี้แจงประเด็นต่าง ๆ แต่ยังรวมถึง การสร้างการรับรู้ที่ถูกต้อง ให้ประชาชนเข้าใจภารกิจของกองทัพอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติความมั่นคง การช่วยเหลือประชาชน และบทบาทของทหารในโลกยุคใหม่ นี่คือจุดเริ่มต้นของทีมที่พร้อมจะเป็น “กระบอกเสียงแห่งความจริง” สู่สังคมไทย เพราะการสื่อสารที่ดี... คือพลังเสริมความมั่นคงของประเทศ

‘ดร.กอบศักดิ์’ มองไทยยังมีโอกาสลดภาษีทรัมป์ เชื่อเจรจาลดจาก 36% ได้ แต่ขอดูข้อเสนออีกรอบ

(15 ก.ค.68) ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ และเลขานุการ ธนาคารกรุงเทพ และประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กกอบศักดิ์ ภูตระกูล ระบุว่า... 

หลังผ่านมา 1 สัปดาห์ เราเริ่มเห็นกรอบการค้าใหม่ของสหรัฐ ซึ่งให้ข่าวและทยอยส่งจดหมายแจ้งอัตรา Tariffs รวมแล้ว 27 ประเทศ ครบเกือบหมด โดยเฉพาะเศรษฐกิจที่สหรัฐขาดดุลการค้ามากมากด้วย

โดยจีน (ที่ไม่อยู่ในตาราง) มีข้อตกลงเบื้องต้นไว้ที่ 30% (20% สำหรับ Fentanyl บวก 10% Minimum) สำหรับสินค้าจีนที่มีราคาต่ำกว่า $800 โดนที่ 54% จะขาดก็เพียงไต้หวัน ตลอดจนอินเดีย ที่ยังเจรจาโค้งสุดท้ายกันอยู่

ส่วนประเทศอื่นๆ รวมกว่า 100 ประเทศ (รวมถึงสิงคโปร์ และประเทศอื่นๆ ที่สหรัฐเกินดุลการค้าด้วย) เดิมได้อัตราต่ำสุดกันที่ 10% แต่ล่าสุดท่าน President Trump พูดว่า กำลังตัดสินใจว่าจะจบที่ 15% หรือ 20% ดี

ซึ่งอีกสักพัก หลังการตอบโต้กลับไปมาจบลง (โดยเฉพาะกรณีของยุโรป) บวกกับภาษีที่คิดเพิ่มกับคน "เข้าร่วม" BRICS อีก 10% ตามที่เคยได้เกริ่นไว้ เราก็จะได้เห็นคร่าวๆ ถึง New Trade Landscape ของสหรัฐ ว่า

ใครจะได้เปรียบ
ใครจะเสียเปรียบ
ใครจะแข่งขันได้ดีขึ้น
ใครจะไม่สามารถแข่งขันได้ในตลาดสหรัฐ

ทั้งนี้ สิ่งที่น่าสังเกตในตารางข้างล่าง ก็คือ
1. อัตราที่ออกมาสำหรับประเทศต่างๆ เป็นอัตราง่ายๆ
เป็นไปตามดำริของท่านประธานาธิบดี ที่เคยพูดไว้ว่าอยากให้จบที่ 10% 15% 20% 25% 30% 35% 40% 45% 50% (ซึ่งเคยพูดไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 3 กค - สามารถฟังได้ที่ลิงก์ในคอมเมนต์ข้างล่าง ระหว่างนาที 4:22-4:42 ครับ)
ไม่ต้องวุ่นวายเหมือนตอนวันที่ 2 เมษายน Liberation Day ที่ผ่านมา
ที่คำนวณมาจากสูตร ทำให้มีอัตรามากมายหลายระดับ

ดังนั้น อัตรา Tariffs ของหลายๆ ประเทศ จึงถูกปรับลด ปรับขึ้น ปัดให้เข้ากรอบ อย่างเช่น ฟิลิปปินส์ ปัดขึ้น +3% มาที่ 20% มาเลเซีย ญี่ปุ่น บูรไน ปัดขึ้น +1% มาที่ 25% คาซัคสถาน ปัดลง -2% ตูนีเซีย ปัดลง -3% มาที่ 25% เป็นต้น

ประเทศเหล่านี้คงเป็นไปตามที่ President Trump บอกไว้ว่า อยู่ในกลุ่ม "Others, we met with and we don't think we're going to make a deal. So, we just send them a letter."

แจ้งตัวเลขง่ายๆ ไปว่า สหรัฐจะให้เท่านี้
ทั้งหมดนี้ มีข้อยกเว้นก็เพียง 3 ประเทศ
กัมพูชาที่ 36%
ไทยที่ 36%
อินโดนีเซียที่ 32%
ที่ยังไม่ได้เข้ากรอบง่ายๆ ที่มีอยู่ในใจท่าน President Trump

2. จากตัวเลขที่ออกมา 27 ประเทศ มีอยู่เพียง 6 ประเทศ ที่อัตราเท่าเดิม อังกฤษ 10% เกาหลีใต้ 25% แอฟริกาใต้ 30% อัลจีเรีย 30% อินโดนีเซีย 32% ไทย 36% ในกลุ่มนี้ อังกฤษได้เจรจาแล้ว น่าจะจบ
ส่วนแอฟริกาใต้ มีข้อขัดแย้งมากหลายๆ อย่างกับสหรัฐ ก็คงจะจบแล้วเช่นกัน

สำหรับอัลจีเรีย สหรัฐส่งออกไปที่ประเทศนี้ 1 พันล้านดอลลาร์ นำเข้า 2.5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเล็กน้อยมาก คงจบตรงนี้ จะเหลือก็เพียงเกาหลีใต้ ที่พยายามเจรจาอยู่ ที่คิดว่าจะพยายามให้ทัน 1 สิงหาคม
ส่วนไทยและอินโดนีเซีย ก็พยายามเจราจาอยู่เช่นกัน

ทั้งนี้ หากดูประกอบกับข้อ 1 การที่สหรัฐไม่ได้ปัดตัวเลขเข้ากรอบ ส่งตัวเลข 32% และ 36% เท่าเดิมมาให้
ถ้าตีความให้ดีสุด อาจหมายความว่า
"ยังรออยู่"
"ขอดูข้อเสนออีกรอบ"
"ขอดูว่าจะมีข้อเสนอที่ดีกว่ารอบที่แล้วไหม"
"จะมี Good Deal กว่านี้ให้ไหม"

จะได้แจ้งให้ทราบอีกครั้งว่า สุดท้ายแล้ว จะจบอยู่ที่ตรงไหน ในกรอบง่ายๆ ของสหรัฐ ขอเป็นกำลังใจให้กับทีมเจรจาครับ ให้พยายามจบให้ได้ที่อย่างน้อย 25% แล้วพรุ่งนี้ จะมาวิเคราะห์เพิ่มว่า ทางออกของไทยคืออะไร และอยากให้เลือกทางไหนครับ

กองทัพอากาศไทย–สิงคโปร์ ซ้อมรบทางอากาศ Air ThaiSing 2025 ฉลอง 60 ปีทางการทูต!! ส่งสัญญาณร่วมปกป้องอธิปไตยของชาติ

(15 ก.ค. 68) กองทัพอากาศไทยและสิงคโปร์เปิดฉากการฝึกผสมทางอากาศ “Air ThaiSing 2025” ณ กองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมา และสนามฝึกชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ระหว่างวันที่ 14-25 กรกฎาคมนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจร่วมกัน ทั้งด้านภาษา แนวคิด และวัฒนธรรมทางทหาร

ในโอกาสครบรอบ 60 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต สิงคโปร์ได้ตกแต่งแพนหางเครื่องบิน F-16D ด้วยตราสัญลักษณ์พิเศษ พร้อมร่วมกับไทยปลูก “Friendship Tree” เป็นสัญลักษณ์แห่งความสัมพันธ์ที่เติบโตและยั่งยืนระหว่างสองประเทศ

การฝึกครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่เครื่องบินแบบ AT-6TH ของไทยจากฝูงบิน 411 กองบิน 41 (เชียงใหม่) เข้าร่วมฝึกกับเครื่องบิน F-16 จากทั้งสองชาติ เสริมประสิทธิภาพการรบทางอากาศและความพร้อมในการปกป้องอธิปไตยของชาติในอนาคต

ความร่วมมือในครั้งนี้ยังสะท้อนจุดยืนของสิงคโปร์ในเวทีอาเซียน ที่เคยแสดงจุดยืนชัดเจนในการผลักดันประเด็นสำคัญร่วมกับไทย แม้เสียงในสภาอาเซียนจะยังไม่ถึงครึ่ง แต่ภาพความร่วมมือทางทหารในวันนี้คือคำตอบของ “มิตรแท้ประเทศไทย”

นักยุทธศาสตร์ชี้ “สงครามโลกครั้งที่ 3 เริ่มแล้ว” ‘ยุโรป-อเมริกา’ รุมกำจัด ‘รัสเซีย’ ไม่ใช่แค่คุมยูเครน

(15 ก.ค. 68) ดมิตรี เทรนิน (Dmitri Trenin) นักยุทธศาสตร์ชาวรัสเซีย ออกบทวิเคราะห์ชี้ว่า สงครามโลกครั้งที่ 3 ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วในรูปแบบใหม่ที่ไม่เหมือนยุคก่อน ไม่ใช่การบุกแบบยุทธการบาร์บาร็อสซา หรือภาวะตึงเครียดแบบวิกฤตคิวบา แต่เป็นสงครามที่แพร่กระจายหลายมิติ ทั้งการทหาร เศรษฐกิจ และข้อมูล โดยมีคู่ขัดแย้งหลักคือ “ตะวันตก” กับ “รัสเซีย-จีน-อิหร่าน”

เทรนินมองว่า สำหรับรัสเซียสงครามเริ่มมาตั้งแต่ปี 2014 ขณะที่ตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐฯ พยายามทำทุกทางเพื่อสกัดไม่ให้รัสเซียและจีนกลายเป็นมหาอำนาจ ทั้งในเชิงอุดมการณ์และอำนาจระหว่างประเทศ โดยใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจ การโจมตีทางไซเบอร์ การสร้างความปั่นป่วนภายใน และแม้แต่การลอบสังหาร

นักยุทธศาสตร์ชาวรัสเซียรายนี้ย้ำว่า เป้าหมายของตะวันตกไม่ใช่แค่ชนะในสนามรบ แต่คือการล่มสลายของประเทศรัสเซียจากภายใน ผ่านความไร้เสถียรภาพ เศรษฐกิจทรุด และความแตกแยกในสังคม พร้อมอ้างว่า “ความเป็นมนุษย์” ของชาวรัสเซียถูกลดทอนผ่านการโฆษณาชวนเชื่อในโลกตะวันตก ซึ่งใช้ทั้งสื่อ ข้อมูลเท็จ และการควบคุมความคิดเห็น

โดยเทรนินเสนอว่า รัสเซียต้องตอบโต้ด้วยการระดมทรัพยากรภายในประเทศอย่างชาญฉลาด ไม่ใช่แค่กำลังทหาร แต่รวมถึงเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และประชากร พร้อมขยายพันธมิตร เช่น เบลารุส เกาหลีเหนือ และหาพันธมิตรเพิ่มในภูมิภาคอื่น 

สุดท้าย เขาเตือนว่ารัสเซียไม่ควรกลัวการยกระดับ แม้แต่การใช้อาวุธพิเศษอย่าง “นิวเคลียร์” หากสถานการณ์จำเป็น พร้อมย้ำว่าสงครามครั้งนี้ไม่มีที่ให้กับการประนีประนอมอีกต่อไป และรัสเซียต้องกล้าเดินเกมเชิงรุก หากไม่อยากตกเป็นฝ่ายพ่ายในระเบียบโลกใหม่ที่กำลังจะถูกกำหนดขึ้น

อินเดียตรวจประวัติสุขภาพจิตกัปตัน Air India หลังเครื่องตก ลือเคยซึมเศร้า!! อาจเป็นคนปิดสวิตช์เชื้อเพลิงทำเครื่องร่วง

(15 ก.ค. 68) ทีมสอบสวนเหตุเครื่องบิน แอร์อินเดีย (Air India) เที่ยวบิน AI-171 รุ่น Boeing 787 Dreamliner ทะเบียน VT-ANB ตกใกล้อาห์เมดาบัดระหว่างบินขึ้น มุ่งหน้าสู่ลอนดอน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 241 คน จากทั้งหมด 242 คนบนเครื่อง ซึ่งล่าสุดอยู่ในขั้นตรวจสอบประวัติสุขภาพจิตของกัปตันซูมีต ซับฮาร์วาล (Sumeet Sabharwal) วัย 56 ปี หลังมีรายงานว่าเขาเคยมีภาวะซึมเศร้า และเคยลาพักงานบ่อยในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา โดยอ้างเหตุผลเรื่องการดูแลพ่อที่ชรา หลังจากสูญเสียแม่ในปี 2022

มีการเปิดเผยว่า ซับฮาร์วาลมีประสบการณ์บินกว่า 15,000 ชั่วโมง และผ่านการตรวจสุขภาพชั้น 1 เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม รายงานเบื้องต้นชี้ว่าเหตุเกิดจาก “การปิดสวิตช์ควบคุมเชื้อเพลิง” ซึ่งทำให้เครื่องสูญเสียแรงขับทันทีหลังเทกออฟ และข้อมูลจากกล่องดำเผยว่า นักบินคนหนึ่งถามอีกคนว่า “ทำไมปิดสวิตช์เชื้อเพลิง?” และอีกคนตอบว่า “ไม่ได้ปิด”

แม้ยังไม่สามารถระบุว่าใครเป็นคนปิด แต่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ขณะเกิดเหตุ ผู้ควบคุมการบินหลักคือนักบินผู้ช่วยวัย 28 ปี ส่วนกัปตันซับฮาร์วาลอยู่ในตำแหน่งที่อาจเข้าถึงสวิตช์ดังกล่าวได้ง่าย ขณะเดียวกัน เพื่อนบ้านในมุมไบเล่าว่า กัปตันเป็นคนเงียบ ๆ และรักพ่อมาก มักพาพ่อออกไปเดินเล่นในตอนเย็น และเคยบอกว่าอีกไม่กี่เที่ยวบินจะลาออกมาดูแลพ่อเต็มตัว

ด้าน Air India ปฏิเสธให้ความเห็น แต่เจ้าหน้าที่ในกลุ่มทาทา (Tata Group) ซึ่งเป็นเจ้าของสายการบิน ยืนยันว่ากัปตันไม่ได้ลาป่วยช่วงหลัง และมีการส่งผลตรวจสุขภาพครบถ้วน ขณะที่สมาคมนักบินอินเดียออกแถลงการณ์ค้านแนวทางสอบสวนที่พุ่งเป้าไปที่สุขภาพจิตของนักบินว่า เป็นการกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน

ขณะที่ ญาติผู้เสียชีวิตบางรายวิจารณ์รายงานว่า ถือเป็นการตบหน้าและไม่เข้าใจว่าความผิดพลาดเพียงแค่ “ปิดสวิตช์หนึ่งตัว” ทำไมถึงทำให้เกิดโศกนาฏกรรมใหญ่ที่คร่าชีวิตคน 241 คน โดยเหลือผู้รอดชีวิตเพียง 1 คนเท่านั้น

‘เชอร์นีชอฟ’ คนสนิทเซเลนสกี้ โดนตั้งข้อหาทุจริต ศาลให้ประกันตัว วงเงิน 120 ล้าน สั่งห้ามออกนอกประเทศ

(15 ก.ค. 68) โอเล็กซีย์ เชอร์นีชอฟ (Oleksiy Chernyshov) ตำแหน่งรองนายก และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเอกภาพแห่งชาติของยูเครน ถูกศาลต่อต้านคอร์รัปชันตั้งวงเงินประกันตัวสูงถึง 120 ล้านฮรีฟเนีย (ราว 120 ล้านบาท) หลังถูกตั้งข้อหาทุจริตในช่วงที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาชุมชนฯ ระหว่างปี 2020–2022 โดยอัยการเปิดเผยว่า เชอร์นีชอฟและพวกเกี่ยวข้องกับการรับสินบนมูลค่า 40 ล้านดอลลาร์ ผ่านดีลลับซื้อขายที่ดินในกรุงเคียฟ

ความน่าสนใจไม่ได้จบแค่คดีโกงธรรมดา แต่ลึกลงไปคือความระส่ำระสายภายในรัฐบาลเซเลนสกี้ แหล่งข่าวระบุว่า ประธานาธิบดีเคยมีคำสั่งให้ปกปิดเรื่องนี้และยกฟ้องให้นายอเล็กซี่ แต่ถูก “ขัดคำสั่ง” โดยตรงจากคนใกล้ชิดอย่างนายคิริลล์ บูดานอฟ (Kyrylo Budanov) ผอ.ข่าวกรอง และวาซิลี่ มาริอุค (Marius Vassiliou) ผอ.สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ ที่ต่างปฏิเสธให้ความร่วมมือ

นี่ถือเป็นครั้งแรกที่มีการดื้อแพ่งต่อคำสั่งผู้นำยูเครนอย่างเปิดเผย ส่งสัญญาณว่าฐานอำนาจของเซเลนสกี้เริ่มสั่นคลอน แขนขาที่เคยภักดีเริ่มเปลี่ยนขั้ว หรือไม่ก็หันไปนิ่งเฉย ปล่อยให้ผู้นำต้องเผชิญศึกโดดเดี่ยวกลางกระแสต้าน

ทั้งนี้ เชอร์นีชอฟยังยืนยันไม่ลาออก อ้างยังมีงานสำคัญและต้องทำหน้าที่ต่อ แม้ถูกศาลสั่งห้ามเดินทาง ห้ามติดต่อพยาน และต้องรายงานตัวตามนัด หากฝ่าฝืนอาจถูกเปลี่ยนมาตรการเป็นการควบคุมตัว

เยอรมนีไม่ส่งขีปนาวุธ ‘ทอรัส’ ให้ยูเครน ห่วงคลังแสงเบอร์ลินไม่พอรับมือภัยคุกคาม

(15 ก.ค. 68) เยอรมนียืนยันจะไม่ส่งขีปนาวุธทอรัส (Taurus) ให้ยูเครน แม้ยูเครนจะร้องขอมานาน โดยรัฐมนตรีกลาโหม บอริส พิสโตริอุส (Boris Pistorius) ระบุว่าจะช่วยเหลือด้วยระบบป้องกันภัยทางอากาศแพทริออต (Patriot) แทน ซึ่งเป็นของที่เยอรมนีซื้อจากสหรัฐฯ เพราะของที่มีอยู่ในประเทศตอนนี้เหลือน้อย และยังต้องเก็บไว้ใช้ตามข้อผูกพันกับ NATO

พิสโตริอุสกล่าวว่า เยอรมนีมี Patriot เหลือเพียง 6 ชุดในประเทศ ขณะที่อีก 2 ชุดอยู่ในโปแลนด์ และอีกชุดใช้ในการฝึกหรือต้องซ่อมบำรุง จึงไม่สามารถแบ่งเพิ่มเติมได้ พร้อมย้ำว่าเยอรมนียังมีบทบาทนำด้านความมั่นคงในยุโรป และต้องรับผิดชอบต่อแนวป้องกันฝั่งตะวันออกของ NATO

แม้ไม่ส่ง Taurus ซึ่งมีพิสัยยิงไกลถึง 500 กิโลเมตร แต่เยอรมนีจะยังเดินหน้าโครงการสนับสนุนยูเครน โดยในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ เคียฟจะได้รับอาวุธระยะไกลที่ผลิตในเยอรมนีหลายร้อยระบบ ภายใต้ข้อตกลงการเงินที่เยอรมนีเป็นผู้สนับสนุนเต็มรูปแบบ

พร้อมกันนี้ รัฐมนตรีกลาโหมเยอรมันยังเรียกร้องให้อุตสาหกรรมป้องกันประเทศเร่งเพิ่มกำลังการผลิตครอบคลุมทั้งกระสุน โดรน และรถถัง โดยต้องเปลี่ยนแนวคิดจาก “ซ่อมหรือสั่งซื้อเมื่อหมด” เป็นระบบผลิตต่อเนื่องเพื่อให้กองทัพพร้อมใช้งานเสมอ

ขอนแก่น - "มทบ.23" รับมอบเมล็ดพันธุ์พืชพระราชทาน "เพื่อนช่วยเพื่อน" พื้นที่อีสานเหนือ

(15 ก.ค. 68) ด้วยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเมล็ดพันธุ์พืชให้กับโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการทหารพันธุ์ดีชุมชนเบิกบานอาหารปลอดภัยในพื้นที่อีสานตอนบนจำนวน 50 โรงเรียนเพื่อให้เป็นแหล่งอาหารแก่นักเรียน

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 14 กรกฎาคม 2568 ที่ กองพลทหารม้าที่ 3 อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น พันโท เรืองฤทธิ์ ศรีโยธา รองผู้บังคับกองพันมณฑลทหารบกที่ 23 เป็นผู้แทนผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 23 เข้ารับมอบเมล็ดพันธุ์พืชพระราชทาน "เพื่อนช่วยเพื่อน" พื้นที่อีสานเหนือ โดยมีพลตรี เรืองพงษ์ วงษ์ศรีสุข ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 3 เป็นประธานในการมอบ ที่ กองพลทหารม้าที่ 3 เพื่อนำไปมอบให้กับโรงเรียนในความพื้นที่รับผิดชอบ 1 โรงเรียน ได้แก่โรงเรียนพระเทพญาณวิศิษฏ์อุดมวิทย์ ตำบลนิคมห้วยผึ้ง อำเภอห้วยผึ้ง จังหวัดกาฬสินธุ์

เพื่อใช้เพาะปลูกเป็นอาหารกลางวันให้กับนักเรียน และแบ่งปันผลผลิตให้กับชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียง ตามแนวพระราชดำริ ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาสยามบรมราชกุมารี โดยโครงการทหารพันธุ์ดี มณฑลทหารบกที่ 23 จะนำเมล็ดพันธุ์ ไปมอบให้กับโรงเรียน และแนะนำการเพาะเมล็ด การเตรียมเพาะปลูกต่อไป

‘ทรัมป์’ ขู่รัสเซีย ขีดเส้น 50 วันหยุดสงคราม ไม่งั้นเจอภาษี 100% แถมลากชาติอื่นติดร่างแห

(15 ก.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเตือนรัสเซียว่าหากไม่ยุติสงครามภายใน 50 วัน สหรัฐจะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้ารัสเซีย 100% พร้อมเตรียมใช้ “ภาษีลูกโซ่” เล่นงานประเทศที่ยังค้าขายน้ำมันกับรัสเซีย

นอกจากนี้ ทรัมป์เผยว่าได้ตกลงกับพันธมิตร NATO ในการจัดส่งอาวุธจำนวนมหาศาล รวมถึงระบบป้องกันภัยทางอากาศแพทริออท (Patriot) ให้ยูเครน โดยเขาย้ำว่า “ดีลนี้ใหญ่มาก” และอาวุธเหล่านี้จะถูกกระจายไปแนวหน้าอย่างรวดเร็ว

ขณะอยู่ร่วมแถลงข่าวกับเลขาธิการ NATO มาร์ก รุทเต้ (Mark Rutte) ที่ทำเนียบขาว ทรัมป์ยังกล่าวหาว่า วลาดิเมียร์ ปูติน ทำทีเหมือนจะเจรจาสันติภาพ แต่ยังคงโจมตีเมืองต่าง ๆ ของยูเครนทุกวัน

‘จักรภพ’ ขอโทษ ‘จิรายุ’ ปมตำแหน่งโฆษกรัฐบาล ยันไม่มีเจตนาทำให้ไม่สบายใจ ลั่นสถานการณ์การเมืองขณะนี้ชักช้าไม่ได้ ต้องทำงานแบบเชิงรุก

(15 ก.ค. 68) นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กว่า ผมต้องขอโทษ คุณจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ทำให้ท่านรู้สึกว่าผมมาวุ่นวายกับงานของท่าน ความจริงผมไม่มีเจตนาใด ๆ เลยที่จะให้ภาพออกมาแบบนี้

ข้อเท็จจริงคือ ผมได้รับการทาบทามให้เข้ามาทำงานนี้ โดยท่านที่ทาบทามใช้คำว่า “มาช่วยรับ (หน้าที่นี้) ได้ไหม?“ เพราะท่านทราบดีว่าผมเคยรับตำแหน่งที่สูงกว่ามาก่อน ก็เลยให้เกียรติถามความสมัครใจ ผมรับทันที เพราะเข้าใจว่าคงจะได้พูดจากันภายในเรียบร้อยแล้ว และมั่นใจว่าผมจะช่วยงานนี้ตามความจำเป็นของรัฐบาลได้ ผมรู้สึกว่างานการเมืองในระยะนี้ชักช้าไม่ได้ ความขัดแย้งกำลังสูง เกิดความเข้าใจผิดในชาติได้มากมาย ใครก็ตามที่ทำหน้าที่นี้ต้องลงมือทำโดยไม่รอช้า นั่นคือเหตุผลที่ผมตอบคำถามสื่อมวลชนทุกค่ายที่ถามเข้ามาว่า จะเข้ารับตำแหน่งนี้หรือไม่ ส่วนสื่อทั้งหลายจะทราบจากแหล่งข่าวไหนนั้นผมไม่แน่ใจ เพราะผมไม่ได้บอกกล่าวกับใครในเรื่องนี้

ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากผมโดยตรง คือทีมงานที่ช่วยโพสต์ข้อความใน Facebook แทนผมนั้น ใช้คำว่า “ว่าที่โฆษกฯ” เพราะเขาคิดว่าถึงเวลาที่จะออกข่าวได้แล้ว แต่ใครเป็นผู้โพสต์ก็ตามนั้น ความรับผิดชอบย่อมเป็นของผม เพราะผมเป็นเจ้าของบัญชี Facebook นั้น จึงต้องรับผิดชอบการกล่าวคำขอโทษ

จากนี้ไปเป็นเรื่องของคณะรัฐมนตรีที่จะวางคนในการทำงาน ผมจะทำหน้าที่ของผมไปอย่างอิสระ เพราะบ้านเมืองจำเป็นต้องสื่อสารกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อประชาชนเจ้าของประเทศจะได้รู้ทิศทางในการวางแผนและดำรงชีวิตท่ามกลางความเปลี่ยนแปรอย่างรวดเร็วของโลกและของบ้านเมือง 

แต่ขอฝากไว้ว่า เรือที่มีธงไทยกำลังแล่นฝ่ามรสุมและน่านน้ำที่มีหินโสโครกรอให้ชนอยู่เป็นจำนวนมาก อย่าเสียเวลาถกเถียงกันนานนักเลยว่าใครจะได้นอนห้องไหน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top