Tuesday, 28 July 2026
Hard News Team

‘ทรัมป์’ เตรียมเก็บภาษีนำเข้า ‘ยา-ชิป’ อาจพุ่งแตะ 200% อินเดียเจ็บหนัก!! อุตสาหกรรมยาส่งออกไปสหรัฐฯ เป็นอันดับ 1

(16 ก.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยว่า สหรัฐฯ เตรียมเริ่มเก็บภาษีนำเข้าสินค้ากลุ่มยาและเซมิคอนดักเตอร์ภายในสิ้นเดือนกรกฎาคม โดยจะเริ่มจากอัตราต่ำและค่อยๆ ปรับเพิ่มในปีถัดไป เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนย้ายฐานผลิตกลับประเทศ โดยในอนาคต อัตราภาษีอาจสูงถึง 200% พร้อมกันนี้ สหรัฐฯ จะเริ่มใช้ “ภาษีตอบโต้” กับสินค้านำเข้าหลายรายการในวันที่ 1 ส.ค. ตามแนวทาง “America First” ที่มุ่งลดการพึ่งพาต่างประเทศและส่งเสริมการผลิตในประเทศ

มาตรการดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งของกรอบ “ภาษีการค้าตอบโต้” ที่ทรัมป์ริเริ่มมาตั้งแต่เดือนเมษายน โดยเคยประกาศภาษีสูงถึง 50% สำหรับสินค้าทองแดง และเสนอเก็บภาษีนำเข้ายา 25% โดยตั้งเป้าให้อัตราภาษีสะท้อน “ความเป็นธรรม” ทางการค้า ขณะเดียวกันก็ส่งสัญญาณชัดเจนถึงบริษัทข้ามชาติ เช่น Pfizer, Merck, Apple และ Samsung ที่มีฐานผลิตในต่างประเทศ ว่าอาจเผชิญต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งอาจกระทบราคาสินค้าในสหรัฐฯ

อุตสาหกรรมยาของอินเดียเป็นหนึ่งในกลุ่มที่จะได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 คิดเป็น 36.6% ของมูลค่ายาส่งออกทั้งหมด หรือราว 9.8 พันล้านดอลลาร์ในช่วง เม.ย. 2024 - ก.พ. 2025 และเติบโตขึ้น 16% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า หากภาษีนำเข้าถูกปรับขึ้นจริง อาจกระทบรายได้อย่างรุนแรง

สำหรับบริษัทยาอินเดียหลายแห่งมีรายได้ส่วนใหญ่มาจากตลาดสหรัฐฯ เช่น Biocon (44%), Lupin (37%), Sun Pharma (32%) และ Laurus Labs (17%) ขณะที่บริษัทใหญ่อื่นๆ อย่าง Dr Reddy’s, Aurobindo, Zydus และ Gland Pharma ก็อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเช่นกัน ทำให้หลายบริษัทเริ่มวางแผนกระจายตลาด หลีกเลี่ยงผลกระทบจากนโยบายการค้าสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสหรัฐฯ เริ่มเจรจากับหลายประเทศเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากภาษี โดยกรณีอินโดนีเซียถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน หลังสามารถเจรจาลดภาษีนำเข้าได้จาก 32% เหลือ 19% โดยแลกกับการนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ มูลค่ากว่า 19,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งอาจเป็นแนวทางที่อินเดียและประเทศอื่นๆ นำไปปรับใช้ในการเจรจาต่อรองกับสหรัฐฯ ต่อไป

‘ดร.อักษรศรี’ ชี้ ใครก็ไม่กล้าทิ้งตลาดจีน หลังเจนเซ่น หวงบิน CEO Nvidia เยือนปักกิ่งอีกรอบ

รองศาสตราจารย์ ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก Aksornsri Phanishsarn ถึงกรณีที่เจนเซ่น หวง CEO Nvidia เยือนปักกิ่งล่าสุด ว่า ใคร ๆ ก็ไม่กล้าทิ้งตลาดจีน ดีลนี้น่าจับตามากกกกก ถ้าเฮีย Jenzen Huang แห่ง #NVIDIA สามารถมา collab กับเฮีย Lei Jun แห่ง #XIAOMI ได้สำเร็จ งานนี้จักรพรรดิ #ทรัมป์  จะพิโรธหรือพ่นไฟอะไรอีกมั้ยหนอ 🤭 แค่รูปนี้รูปเดียวก็บาดตาบาดใจใครบางคนแบบสุดๆ แล้ววววว อิอิ

พร้อมระบุเพิ่มเติมว่า #อยู่เป็น เฮีย Jensen Huang แห่ง #NVIDIA ไปทริปปักกิ่ง แกจัดเต็ม ถึงขั้นถอดแจ๊กเก็ตหนังตัวโปรดมาใส่เสื้อจีนลายดอก !! แถมร่วมแด๊นซ์เต้นโชว์เพลงจีนกลางกรุงปักกิ่งด้วยยยยย เอาใจจีนแบบสุดๆ เลยยยยย  #ใครๆก็ไม่กล้าทิ้งตลาดจีน

รัสเซียเปิดเส้นทางบินตรงใหม่ จาก ‘มอสโก’ สู่ ‘เปียงยาง’ เตรียมเริ่มให้บริการครั้งแรก 27 กรกฎาคมนี้ รับเฉพาะกรุ๊ปทัวร์

(16 ก.ค. 68) กระทรวงคมนาคมรัสเซียประกาศว่าเที่ยวบินตรงจากกรุงมอสโกไปยังกรุงเปียงยาง เมืองหลวงของเกาหลีเหนือ จะเริ่มให้บริการเป็นครั้งแรกในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ โดยตั้งเป้าให้มีผู้โดยสารเดินทางอย่างต่อเนื่องในระยะยาว

เที่ยวบินดังกล่าวจะให้บริการเดือนละครั้ง ใช้เวลาบินประมาณ 8 ชั่วโมง โดยสายการบิน Nordwind Airlines ของรัสเซียได้รับอนุญาตให้เปิดเส้นทางนี้เมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

เที่ยวบินใหม่นี้ถือเป็นเส้นทางบินตรงสายที่สองระหว่างรัสเซียกับเกาหลีเหนือ โดยปัจจุบัน Air Koryo ซึ่งเป็นสายการบินของเกาหลีเหนือ มีเที่ยวบินจากวลาดีวอสตอคไปเปียงยางสัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน

อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า ตั๋วเครื่องบินไปเปียงยางไม่สามารถซื้อแยกเดี่ยวได้ นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องซื้อตั๋วรวมอยู่ในแพ็กเกจทัวร์แบบหมู่คณะเท่านั้น

'ฮุนมาเนต' ประกาศวันเดียว ลุยจับทันทีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวบคนเวียดนาม-กัมพูชากว่า 200 ราย ไม่มีชาวจีน

(16 ก.ค. 68) พลเอก สมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ลงนามประกาศกวาดล้างขบวนการคอลเซ็นเตอร์และเว็บไซต์พนันออนไลน์ทั่วประเทศอย่างจริงจังเมื่อวันที่ 15 ก.ค. หลังพบว่าขบวนการเหล่านี้เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงในภูมิภาค และยังมีเครือข่ายอาชญากรข้ามชาติแฝงตัวอยู่ โดย สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ก็เคยระบุว่ากัมพูชาเป็นหนึ่งในศูนย์กลางของปฏิบัติการฉ้อโกงทางไซเบอร์

ถัดมาไม่นาน เจ้าหน้าที่กรุงพนมเปญเข้าตรวจค้นอาคารต้องสงสัยเมื่อช่วงเย็นวันเดียวกัน และสามารถจับกุมผู้ต้องหาคดีหลอกลวงทางออนไลน์ได้ถึง 234 ราย เป็นชาวเวียดนาม 149 คน (หญิง 23 คน) และชาวกัมพูชา 85 คน (หญิง 17 คน) โดยบางรายเคยทำอาชีพช่างไฟ, รปภ., พ่อครัว และแม่บ้าน

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังยึดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในขบวนการได้อีกจำนวนมาก และจะดำเนินคดีกับชาวเวียดนามทั้งหมด พร้อมตรวจสอบสถานะการเข้าประเทศว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

ทั้งนี้ 'สมเด็จฮุน เซน' ประธานวุฒิสภากัมพูชา เคยระบุเมื่อปลายเดือนมิถุนายนว่า กัมพูชาเป็นเหยื่อของขบวนการที่เริ่มต้นในไทย โดยใช้ไทยเป็นทางผ่านเข้ามาก่อเหตุในกัมพูชา พร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายไทยหยุดโยนความผิดให้กัมพูชาแต่ฝ่ายเดียว

‘นันทนา’ ไม่พอใจ ‘สว. สีน้ำเงิน’ ไม่สนเสียงทักท้วง ปมเห็นชอบ ‘อัยการสูงสุด’ ทั้งที่ควรชะลอลงมติไปก่อน

เมื่อวันที่ (15 ก.ค. 68) ดร.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา จากกลุ่มสว. พันธุ์ใหม่ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า...
สว.สีน้ำเงิน ลงมติเห็นชอบอัยการสูงสุด เพิ่มอีกตำแหน่ง อย่างเร่งรีบ โดยไม่สนใจเสียงทักท้วงใดๆ

จะต้องใช้ความอดทนเพียงใด ที่จะอภิปราย เพื่อกระตุกต่อมจิตสำนึกของบรรดาสว.ที่ถูกตั้งข้อกล่าวหา 138 คน (เกินครึ่งสภา !) ให้ชะลอการลงมติใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับ องค์กรอิสระและกระบวนการยุติธรรม

เมื่อยังดันทุรัง ที่จะโหวตต่อ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการเมือง สะสมจำนวนให้ได้เสียงข้างมากในทุกองค์กร

ก็ขอทำหน้าที่ของสว. อภิปรายทักท้วงให้ประชาชน ได้ทราบถึง ความบิดเบี้ยว ในสภาแห่งนี้

เมื่อไม่ยอมชะลอการลงมติ ก็ต้องประจานกันต่อไป 

ขอร้องกันดีๆ พูดมาก็หลายที แต่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง อย่างนี้น่าจะเข้าข่าย "สีซอ ให้ค.ฟัง"

กัมพูชาจับ 2 ผู้ต้องหาลอบขนนมจากไทย 496 แกลลอน หลังรัฐบาลห้ามนำเข้าสินค้าเกษตรจากไทยอย่างเข้มงวด

(16 ก.ค. 68) เกิดคดี “ลักลอบขนนม” สุดแปลก เมื่อเจ้าหน้าที่ทหารกัมพูชาประจำเขตมาลัย ทำการจับกุมชายชาวกัมพูชา 2 คน พร้อมรถยนต์โตโยต้าแคมรี สีทอง ทะเบียนกัมพูชา หลังพบว่าภายในรถมี นมสดบรรจุแกลลอนจากไทยถึง 496 แกลลอน ซุกซ่อนแน่นคันรถ หวังลักลอบนำเข้าเขตจังหวัดบันเตียเมียนเจย

สื่อ Khmer Times รายงานว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเช้าของวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสว่ามีความเคลื่อนไหวผิดปกติในพื้นที่ชายแดนติดกับจังหวัดสระแก้วของไทย จึงนำกำลังไปตรวจสอบจนพบของกลางกลิ่นหอมนมฟุ้ง

ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ตั้งใจลักลอบนำนมสดจากฝั่งไทยเข้ากัมพูชา เพื่อจำหน่ายในประเทศ โดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากรตามกฎหมาย ทั้งนี้ เป็นช่วงที่กัมพูชาประกาศ ห้ามนำเข้าสินค้าเกษตรจากไทย อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะ “นม” ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการในหมู่ร้านกาแฟและเบเกอรี่

ด้านฝั่งไทยยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการ แต่ดูท่ากระทรวงเกษตรบ้านเราอาจยิ้มบาง ๆ เพราะแม้จะถูกแบน แต่นมก็ยังหาทางไปถึงใจผู้บริโภคกัมพูชาได้อยู่ดี

‘บอสชาตรี’ โพสต์เอง!! แย้มมีไฟต์เดือดมวย ONE ‘รถถัง จิตรเมืองนนท์’ เตรียมปะทะ ‘น้องโอ๋ ฮาม่ามวยไทย’

(16 ก.ค. 68) ‘บอสชาตรี’ ชาตรี ศิษย์ยอดธง บอสใหญ่ ONE Championship โพสต์บอกใบ้ถึงไฟต์ถัดไปของ “รถถัง จิตรเมืองนนท์” อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต ว่าอาจต้องดวลกับ “น้องโอ๋ ฮาม่ามวยไทย” นักชกจอมเก๋าวัย 38 ปี อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต 

ล่าสุด รถถังโพสต์ถึงว่าที่คู่ชกว่า “นับถือพี่โอ๋มาตลอด เป็นแบบอย่างที่ดีของน้องๆ...เมื่อถึงเวลาต้องเจอกัน ก็ขอให้ต่างคนต่างทำหน้าที่ให้ดีที่สุด” พร้อมทิ้งท้ายขำๆ ว่า “ถ้าพี่เตะผมแรง ผมจะฟ้องพี่บอย (บอยท่าพระจันทร์) ให้ห้ามพี่เตะบอลอีก” 

ด้านน้องโอ๋ก็คอมเมนต์ตอบด้วยน้ำใจนักกีฬา “ทำหน้าที่ของเราให้เต็มที่...มันจะเป็นไฟต์ที่ทั้งเราและแฟนมวยทั่วโลกสนุกไปด้วยกัน” ทำให้ไฟต์นี้ถูกจับตาว่าจะเป็นอีกหนึ่งศึกแห่งศักดิ์ศรีที่ทั้งดุเดือดและเต็มไปด้วยความหมายบนเวที ONE Championship

'กรณ์' เชื่อหากไทยไม่เปิดตลาด 0% ไม่น่าปิดดีลได้ มองอาเซียนไม่ผนึกกำลัง-ขาดเอกภาพไร้อำนาจต่อรอง

(16 ก.ค.68) - นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า

Trump สรุป tariff กับ Indonesia!
อัตราภาษี 19% (จากเดิม 32%) โดยมีเงื่อนไขอินโดนีเซียเปิดตลาด 100% ให้ทุกประเภทสินค้าจากอเมริกา ปลอดภาษี 0% 
มีอัตราภาษี transshipment ต่างหาก

ส่วน EU ประกาศเตรียมมาตรการตอบโต้ USA ในกรณีที่เจรจาไม่สำเร็จ (อัตราภาษีที่ USA ประกาศว่าจะใช้คือ 30%) การตอบโต้จะมีในส่วนของอุตสาหกรรมบริการด้วย

อ่านเกมนี้ในกรณีของไทย
1. ยังมีเวลาเจรจาได้จริง 
2. ข้อตกลงกับเวียดนามเป็นฐานในการเจรจา
3. หากไทยไม่เสนอเปิดตลาด 0% ไม่น่าจะมีดีลได้ หรือถ้าได้คือต้องโดนอัตราภาษีที่สูงกว่าทั้งอินโดและเวียดนาม
4. ทรัมป์ประกาศว่าได้คุยตรงกับประธานาธิบดี Probowo Subianto (ส่วนประธานาธิบดี Marcos jnr. ของฟิลิปปินส์มีแผนเดินทางไปพบทรัมป์อาทิตย์หน้า) ส่วนของเรายังไม่มีนายกรัฐมนตรีให้เขาคุยด้วย
5. พอ ASEAN ไม่ผนึกกำลังกัน อำนาจต่อรองของแต่ละประเทศแทบไม่มี เป็นบทพิสูจน์อีกครั้งในการขาดเอกภาพ (และแม้แต่มิตรภาพ) ในกลุ่ม ASEAN กันเอง 
6. รัฐบาลไทยต้องตัดสินใจในสิ่งที่เป็นประโยชน์สูงสุดของคนไทยโดยรวม อย่ายอม lobbyist กลุ่มทุนใด ๆ เป็นกรณีพิเศษ เป็นการตัดสินใจที่ยาก ขอเป็นกำลังใจ
7. จากนี้ไปยุทธศาสตร์การพัฒนาตัวเองสำคัญที่สุด อินโดนีเซียและเวียดนามพร้อมรับการแข่งขัน 0% แต่เรายังทำไม่ได้ ตรงนี้ต้องพัฒนาร่วมกัน

‘รทสช.’ ยันไม่รับร่าง กม.นิรโทษกรรมพรรคส้ม – ประชาชน พร้อมแจ้งวิปรัฐบาลจะรับร่างของ ภท. ชี้ มีหลักการตรงกัน

พรรครวมไทยสร้างชาติ มีมติแจ้งวิปรัฐบาลรับ ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ฉบับพรรคภูมิใจไทย ปิดประตูนิรโทษกรรม ม.112 

(15 ก.ค. 68) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต 4 พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุมพรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างวันที่ 16-17 กรกฎาคม 2568 ว่า ในการประชุมพรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อเตรียมความพร้อมในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในสัปดาห์ที่จะถึงนี้ ซึ่งมีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาตินำการประชุม 

โดยเมื่อวันจันทร์ที่ 14 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมาในที่ประชุมวิปรัฐบาลนั้น ทางวิปพรรคร่วมรัฐบาลได้มีมติให้พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคได้หารือในส่วนของพรรคการเมืองถึงการลงมติร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุขที่เสนอโดยพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นร่างพระราชบัญญัติที่เสนอเพิ่มเติมขึ้นมา จากเดิมร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข หรือในบางฉบับใช้ชื่อว่าร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมมีทั้งหมด 4 ร่าง ได้แก่ 

- ร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข ที่เสนอโดยพรรครวมไทยสร้างชาติ 
- ร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข ที่เสนอโดยนายปรีดา บุญเพลิง 
- ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่บุคคลซึ่งได้กระทำความผิดอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง ที่เสนอโดยพรรคประชาชน
- และร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมที่เสนอโดยภาคประชาชน 

ทั้งนี้ ทางพรรครวมไทยสร้างชาติจึงได้มีการหารือกัน ในส่วนของการลงมติเพื่อรับหลักการของร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุขของพรรคภูมิใจไทย ว่ากฎหมายฉบับดังกล่าวมีจุดยืนที่ตรงกับพรรครวมไทยสร้างชาติ คือ

1.กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ปิดประตูการนิรโทษกรรมผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งเป็นกฎหมายที่สำคัญ และเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ พรรครวมไทยสร้างชาติมีจุดยืนที่เข้มแข็งและชัดเจนในการปกป้องสถาบันหลักของชาติ 

2.กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ไม่มีการนิรโทษกรรมในคดีต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการทุจริต คอร์รัปชัน ไม่ว่าจะเป็นการทุจริตในส่วนของการเลือกตั้ง  หรือการทุจริตในกรณีอื่น ๆ โดยเด็ดขาด 

3.กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ไม่มีการนิรโทษกรรมผู้กระทำความผิดอาญาร้ายแรง เช่น การกระทำให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิต เป็นต้น

จะเห็นได้ว่าร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุขที่เสนอโดยพรรคภูมิใจไทยนั้นมีหลักการเช่นเดียวกันกับร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุขที่เสนอโดยพรรครวมไทยสร้างชาติ และมีเนื้อหาที่ใกล้เคียงกันดังนั้นทางพรรครวมไทยสร้างชาติจึงมีมติแจ้งไปยังวิปรัฐบาลว่าเราจะรับหลักการในวาระที่ 1 ของร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุขที่เสนอโดยพรรคภูมิใจไทย

“ซึ่งในวันนี้ ทางพรรครวมไทยสร้างชาติจะมีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข 3 ฉบับ ได้แก่ ฉบับที่เสนอโดยพรรครวมไทยสร้างชาติเอง ฉบับที่เสนอโดยนายปรีดา บุญเพลิง และฉบับที่เสนอโดยพรรคภูมิใจไทย และสำหรับร่างพระราชบัญญัติที่ 2 ฉบับที่ทางพรรครวมไทยสร้างชาติมีมติไม่รับหลักการ ได้แก่ ฉบับที่เสนอโดยพรรคประชาชน เนื่องจากข้อเสนอนิรโทษกรรมเป็นปลายเปิดและอาจจะนำมาสู่การนิรโทษกรรมผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ได้ และฉบับที่เสนอโดยภาคประชาชน เนื่องจากระบุชัดเจนว่าจะมีการนิรโทษกรรมผู้กระทำความผิดมาตรา 112”  นายอัครเดช กล่าวในตอนท้าย

‘ทรัมป์’ เทหมดหน้าตักให้ขีปนาวุธยูเครน เล็งส่ง Tomahawk ยิงไกลถึงใจกลางมอสโก

(16 ก.ค. 68) มีการเปิดเผยจาก The Washington Post ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ได้พูดคุยกับประธานาธิบดียูเครน โวโลดีมีร์ เซเลนสกี โดยได้ถามตรงๆ ว่าทำไมยูเครนยังไม่โจมตีกรุงมอสโก ซึ่งเซเลนสกีตอบกลับว่า “เราทำได้ ถ้าคุณให้เราใช้ขีปนาวุธ”

ขณะเดียวกัน Financial Times รายงานว่า ทรัมป์ยังสนับสนุนให้ยูเครนโจมตีลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซียมากขึ้น และกำลังพิจารณาส่งขีปนาวุธ โทมาฮอว์ก (Tomahawk) ซึ่งมีพิสัยการยิงไกลถึง 1,600 กิโลเมตร (1,000 ไมล์) ให้ยูเครน และเป็นอาวุธเดียวกับที่สหรัฐฯ ใช้โจมตีอิหร่านเมื่อไม่นานมานี้

แม้ยังไม่มีการยืนยันว่าจะส่ง Tomahawk อย่างเป็นทางการ แต่อาวุธชนิดนี้สามารถยิงไกลถึงมอสโกได้ และอาจกลายเป็นตัวเปลี่ยนเกมครั้งใหญ่ในสงครามยูเครน-รัสเซีย โดยทรัมป์ได้ทุ่มงบอาวุธหลายพันล้านดอลลาร์ให้ยูเครนแล้วในช่วงที่ผ่านมา

สำหรับท่าทีต่อประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินนั้น ทรัมป์กล่าวว่า "ผิดหวังแต่ยังไม่จบ" พร้อมขู่ว่าจะขึ้นภาษีนำเข้าจากรัสเซียเป็น 100% หากเครมลินไม่ยอมตกลงเจรจาสันติภาพภายใน 50 วันข้างหน้า


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top