Friday, 6 November 2026
Hard News Team

หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เผยคำพูดจากใจ ที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย

“ประเทศไทยอยู่ได้ เพราะกษัตริย์ นับตั้งแต่รัชกาลที่ 1 ทรงสร้างกรุงเทพมหานคร จนมาถึงรัชกาลที่ 10 ซึ่งเป็นลูกหลานท่าน เพราะฉะนั้นสถาบันกษัตริย์จึงมีบุญคุณกับประเทศไทยอย่างมาก และจะเป็นสถาบันที่สำคัญตลอดไป”

ปตท. แข็งแกร่งระดับสากล ติดอันดับดัชนีความยั่งยืน DJSI 11 ปีต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าธุรกิจสู่พลังแห่งอนาคต

ปตท. ติดอันดับดัชนีความยั่งยืน DJSI ถึง 11 ปีอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าดำเนินงานตามแผนธุรกิจมุ่งสู่พลังแห่งอนาคต

วันนี้ (12 ธันวาคม 2565) นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เปิดเผยว่า ปตท. ได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิก DJSI กลุ่มดัชนีโลก (World Index) รวมถึงดัชนีตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market Index) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 และยังเป็นองค์กรชั้นนำของอุตสาหกรรมในกลุ่ม Oil & Gas Upstream & Integrated (OGX) อีกด้วย สะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของ ปตท. ผ่านการกำหนดทิศทางกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับบริบทของโลกที่แปรเปลี่ยนไป โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความหลากหลายทางชีวภาพและนิเวศบริการในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการเติบโตในกลุ่มธุรกิจพลังงานสะอาด และธุรกิจใหม่ที่ไกลกว่าพลังงาน เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบัน ควบคู่กับการดูแลสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นพันธกิจหลักของ ปตท. 

ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างหนักของ COVID-19 ที่ผ่านมา กลุ่ม ปตท. ได้จัดตั้ง “โครงการลมหายใจเดียวกัน” เพื่อดูแลผู้ป่วยอย่างครบวงจร ในขณะเดียวกัน ปตท. ยังคงยึดมั่นการกำกับดูแลกิจการที่ดีและมีธรรมาภิบาล รวมทั้งคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนอย่างเท่าเทียม เพื่อให้สังคมไทยเดินหน้าสู่ความยั่งยืนในระดับสากล ภายใต้วิสัยทัศน์ “Powering Life with Future Energy and Beyond”

‘ชาวมาเลเซีย’ แห่เที่ยวเบตงช่วงปลายปี ดันยอดขาย ‘อาหาร-เสื้อผ้า-ของฝาก’ พุ่ง

(11 ธันวาคม 2565) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ยะลา ว่า ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ และในย่านธุรกิจเมืองเบตง ยังคงคึกคัก มีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวทั้งทางรถบัสเป็นกรุ๊ปทัวร์ และรถตู้โดยสาร นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียมีความชื่นชอบอาหาร อากาศ แหล่งท่องเที่ยว รวมทั้งมาเยี่ยมญาติพี่น้องที่อยู่ใน อ.เบตง ด้วย เพราะนักท่องเที่ยวบางคนเคยเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวแล้วเมื่อ กว่า 2 ปีที่ผ่านมา และไม่ได้เข้ามาอีก เพราะติดสถานการณ์โควิด-19

นอกจากนี้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เข้ามาท่องเที่ยวที่อำเภอเบตง จะเป็นนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเกือบทั้งหมด และมีนักท่องเที่ยวชาวไทยอยู่บ้าง แต่ไม่มากนัก โดยเฉพาะในช่วงนี้เป็นช่วงปิดภาคเรียนของมาเลเซีย ตั้งแต่วันที่ 10-31 ธันวาคม 65 และเริ่มต้นปีการศึกษาใหม่ในวันจันทร์ 2 มกราคม 66

ขณะเดียวกัน ในวันนี้ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดสัปดาห์ ทำให้มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวด้วยเช่นเดียวกัน ส่งผลให้สถานประกอบการ ร้านอาหาร สตรีทฟู้ด ขายดิบขายดี รวมทั้งร้านขายเสื้อผ้าและของที่ระลึก มีลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซีย เข้ามาเลือกซื้อเสื้อผ้าเพื่อนำกลับไปเป็นของฝากให้ญาติพี่น้อง ทำให้ร้านค้าที่ขายเสื้อผ้าในย่านธุรกิจ ใจกลางเมืองเบตงได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่ตั้งใจมาซื้อเสื้อผ้า เนื่องจากเสื้อผ้าที่นี่ราคาถูกกว่าที่อื่นและมีแบบให้เลือกหลากหลาย มีสีสันสดใส ทั้งของผู้หญิงและผู้ชายรวมทั้งของเด็กๆ ด้วย

ลือสะพัด!! ส.ส.เกือบครึ่งร้อยเตรียมซบ ‘ภูมิใจไทย’ พร้อมชู ‘อนุทิน’ นั่งนายกฯ คนที่ 30

สะพัดส.ส. เกือบครึ่งร้อย ตบเท้าร่วมเปิดตัว ‘รีโนเวทพรรคภท.ใหม่’ 16 ธ.ค.นี้ ชู ‘อนุทิน’ นั่งนายกรัฐมนตรี คนต่อไป หลัง จนท.กริ๊งหาขอสำเนา ‘บัตรปชช.-ทะเบียนบ้าน’ ทำเรื่องลาออกส.ส. 15 ธ.ค. นี้ ด้าน ‘บิ๊กแกนนำสีน้ำเงิน’ อาจพิจารณาเป็นรายกรณีตามความสมัครใจ ส่วนหลายคนอยากยื้อ ขอตุนคะแนนปีใหม่ ขณะที่ ‘รังสรรค์’ ส.ส. เชียงราย พท.ประเดิมลาออกแล้ว ขอเวลาแนะนำตัวใหม่กับชาวบ้าน

(11 ธ.ค. 65) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าส.ส.ย้ายพรรค เพื่อเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งในช่วงต้นปี66 สำหรับความเคลื่อนไหวของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) พบว่ามีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ ทางพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเมื่อวันที่ 6 เม.ย.65 ที่ผ่านมาได้ครบรอบวันเกิดพรรค ‘ก้าวเข้าสู่ปีที่ 14’ และได้มีการปรับปรุงที่ทำการพรรคโดยการรีโนเวทที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ครั้งใหญ่ เมื่อช่วงกลางเดือน เม.ย.65 ที่ผ่านมา ใช้เวลา 8 เดือน โดยจะมีพิธีเปิดที่ทำการพรรค ในวันที่ 16 ธ.ค.นี้

โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมแกนนำพรรค กรรมการบริหารพรรค ส.ส. ว่าที่ผู้สมัครส.ส. สมาชิกพรรค เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง

ขณะเดียวกันมีรายงานว่าข่าวว่า ในวันที่ 16 ธ.ค.นี้ จะมีการประกาศศักดาการเตรียมความพร้อมและแสดงพลังของบรรดา ‘ว่าที่ผู้สมัครส.ส.’ ของทุกพรรคการเมืองที่ประกาศตัวชัดเจนว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งกับพรรคภูมิใจไทย จำนวน 37 คน เข้าร่วมงานด้วย ภายหลังจากที่ส.ส.เหล่านั้น อาจยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคและส.ส.ของพรรคการเมืองเดิม ที่สังกัด ในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ ก่อนที่จะเริ่มประกาศตัวหาเสียงในนามพรรคภูมิใจไทย และชูนายอนุทิน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ในการเลือกตั้งเที่ยวหน้า

จากการตรวจสอบล่าสุดพบว่า มีส.ส.ที่จะเข้าพรรคภูมิใจไทย เบื้องต้น จำนวน 37 คน อาทิ

>> พรรคพลังประชารัฐ 14 คน ได้แก่ 

1.นายจักรพันธ์ พรนิมิตร ส.ส.กทม. 

2.นายกษิดิ์เดชชุติมันต์ ส.ส.กทม. 

3.น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม.

4.นายมณเฑียร สงฆ์ประชาส.ส.ชัยนาท 

5.นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ 

6.นายปฐมพงศ์ สูญจันทร์ส.ส.นครปฐม 

7.นายกฤษณ์ แก้วอยู่ ส.ส.เพชรบุรี 

8.นายสุชาติ อุสาหะ ส.ส.เพชรบุรี

9.นายอนุชา น้อยวงศ์ ส.ส.พิษณุโลก 

10.นายประทวน สุทธิอํานวยเดช ส.ส.ลพบุรี

11.นายสมเกียรติ วอนเพียร ส.ส.กาญจนบุรี 

12.นายธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ ส.ส.กาญจนบุรี 

13.นายอัฎฐพล โพธิพิพิธ ส.ส.กาญจนบุรี 

14.พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ส.ส.กาญจนบุรี

>> พรรคเพื่อไทย (พท.) จำนวน 10 คน ได้แก่ 

1.นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ

2.นายธีระ ไตรสรณกุล ส.ส.ศรีสะเกษ 

3.นางผ่องศรี แซ่จึง ส.ส.ศรีสะเกษ 

4.นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส.กทม. 

5.นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.เชียงราย

6.นายนิยมช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก 

7.นายจักรพรรดิ ไชยสาส์น ส.ส.อุดรธานี 

8.นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก 

9.นายสุชาติ ภิญโญ ส.ส.นครราชสีมา 

10.นายนพ ชีวานันท์ส.ส.พระนครศรีอยุธยา

>> พรรคก้าวไกล (ก.ก.) จำนวน 5 คน ได้แก่ 

1.นายขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.ชลบุรี

2.นายเอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย 

3.นายพีรเดช คําสมุทร ส.ส.เชียงราย 

4.นายเกษมสันต์ มีทิพย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 

5.นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ

>> เศรษฐกิจไทย (ศท.) จำนวน 3 คน ได้แก่ 

1.นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส.ตาก 

2.นายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ส.ส.อุบลราชธานี 

3.นายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ส.ส.สุรินทร์

>> พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จำนวน 1 คน ได้แก่ 

1.น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัยส.ส.อุบลราชธานี 

>> พรรคเพื่อชาติ จำนวน 1 คน ได้แก่ 

1.นายอารี ไกรนรา ส.ส.บัญชีรายชื่อ

>> พรรคประชาภิวัฒน์ จำนวน 1 คน ได้แก่ 

1.น.ส.นันทนา สงฆ์ประชา ส.ส.บัญชีรายชื่อ 

> พรรคชาติพัฒนา จำนวน 1 คน ได้แก่ 

1.นายสมัคร ป้องวงษ์ ส.ส.สมุทรสาคร 

>>พรรครวมพลัง จำนวน 1 คน ได้แก่ 

1.น.ส.อนุสรี ทับสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

‘ญี่ปุ่น’ เตรียมถอยทัพออกจากจีน เบนเข็มลุยอาเซียน ส้มหล่น!! ผลโพลเผย 76% ญี่ปุ่นเลือกซบไทย

(11 ธ.ค. 65) เมื่อไม่นานมานี้ รายการ Summary Reporter ได้เผยแพร่วิดีโอบอกเล่าเรื่องราวการลงทุนของญี่ปุ่นในจีน พร้อมระบุถึงทีท่าที่ไม่สู้ดี เนื่องจากมาตรการควบคุมโควิด-19 ที่ยังเข้มข้นของจีน และแนวโน้มที่จะย้ายฐานการลงทุนกลับมาที่อาเซียน และส้มอาจหล่นที่ประเทศไทย โดยระบุไว้อย่างน่าสนใจว่า…

‘ญี่ปุ่น’ เตรียมเปลี่ยนแผนถอยทัพออกจากจีน เบนเข็มกลับสู่อาเซียน โดยมีโอกาสมากถึง 76% ที่จะกลับมาลงทุนในประเทศไทย หลังนโยนบายจีนเอาแน่เอานอนไม่ได้

ดูเหมือนนโยบายการเปิดประเทศของจีนนั้นน่าจะยังอีกยาวไกล ทำให้การทำธุรกิจในจีนดูสุ่มเสี่ยงเกินไป เพราะเอาแน่เอานอนไม่ได้สักอย่าง ในขณะที่โลกหมุนไป ทั่วโลกเปิดประเทศหมดแล้วหลังจากโควิด-19 แต่จีนยังอยู่แบบเดิมๆ คนทำธุรกิจก็แย่หนัก นำเข้าก็ไม่ไหว ส่งออกก็ไม่ได้ 

ด้วยเหตุผลนี้ทำให้หลายประเทศที่เข้าไปลงทุนในจีนต้องปรับแผนกันใหม่ เตรียมถอยทัพออกจากจีนในหลายๆ กลุ่มธุรกิจ

แต่ที่น่าจับตามองคือ ‘ญี่ปุ่น’ เพราะเมื่อไม่นานมานี้ สำนักข่าว Nikkei ของญี่ปุ่น ได้ไปสำรวจผู้ประกอบการธุรกิจหรือนักลงทุนที่เข้าไปลงทุนในจีน จากผลสำรวจระบุว่า จาก 100 แห่ง มี 78 แห่งบอกว่า ความเสี่ยงในการจัดหาชิ้นส่วนและอุปกรณ์วัตถุดิบในจีนมันเพิ่มมากขึ้นในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา

อีกทั้งบริษัทญี่ปุ่นประมาณร้อยละ 53% บอกว่า จะเตรียมลดการพึ่งพาในการจัดซื้อหรือการพึ่งพาอุปสงค์และอุปทานในจีนลง อย่างที่รู้กันว่าจีนเป็นโรงงานขนาดใหญ่ของโลก และโรงงานของญี่ปุ่นไปตั้งในจีนเยอะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มบริษัทที่ผลิตเครื่องจักร จะมีการลดการพึ่งพาจีนลงถึง 60% 

ขณะที่บริษัทผู้ผลิตยานยนต์ เคมีภัณฑ์ จะลดการพึ่งพาจีนลงถึง 57% ส่วนบริษัทด้านอิเล็กทรอนิกส์จะลดการพึ่งพาจีนลง 55% ดูจากตัวเลขพวกนี้ถือว่าลดลงครึ่งๆ เลยทีเดียว

‘เต้น’ ลั่น ‘อิ๊งค์’ เป็นแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย เจ้าตัวยัน!! พร้อมทำเพื่อ ปชช. สุดความสามารถ

‘เต้น’ ย้ำหนุน ‘อิ๊งค์’ เป็นแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย เจ้าตัวเชื่อพรรคหาคนที่ดีที่สุด ได้เป็นหรือไม่พร้อมทำงานเพื่อพรรคเต็มที่ ฟาก ‘ชลน่าน’ เชื่อ ส.ส.ย้ายพรรคกระทบพิจารณา กม. บางฉบับ

เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 65 ที่ จ.นครศรีธรรมราช นายณัฐวุฒิ ให้สัมภาษณ์กรณีปราศรัยว่า น.ส.แพทองธาร จะเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยแน่นอนว่า แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคการเมืองมีได้ 3 คน ซึ่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยพูดมาตลอดว่าจะส่งครบทั้ง 3 คน 1 ในนั้นน่าจะเป็น น.ส.แพทองธาร ตนใช้สิทธิส่วนบุคคลในฐานะกองเชียร์ก็เชียร์ แต่เมื่อประกาศทั้ง 3 คน ตนก็ต้องเชียร์ทั้ง 3 คน ซึ่งพี่น้องชาวใต้ขานรับขนาดนี้ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยก็น่าจะรับไว้พิจารณา แต่ก็ต้องเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารพรรคซึ่งจะประกาศในภายหลัง 

ด้านน.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ขณะนี้พรรคยังไม่ได้ประกาศอย่างชัดเจน เชื่อว่าพรรคพท.จะหาแคนดิเดตนายกฯ ได้เหมาะสมมากที่สุด ถ้ามีคนที่เหมาะสมกว่าตนก็น้อมรับ อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวพร้อมทำงานกับพรรคพท. ซึ่งก็ต้องรอดูว่าประชาชนจะเมตตากับเรามากน้อยแค่ไหน ส่วนตัวไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนก็พร้อมทำงานกับพรรคพท. และพร้อมทำงานให้กับประชาชนสุดความสามารถ 

เมื่อถามว่าเมื่อประกาศตัวอย่างชัดเจนคะแนนในภาคใต้จะตีตื้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ได้หรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า พรรคพท.ขายนโยบาย เราพูดและทำได้จริง เมื่อถามว่าเวลาที่เหมาะสมในการประกาศแคนดิเดตนายกฯ อยู่ในช่วงเวลาใด น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เราพยายามหาตัวเลือกที่ดีที่สุดให้กับประชาชน อิ๊งค์เองไม่ว่าจะเป็นหรือไม่เป็น ก็ยังทำเต็มที่เหมือนเดิม ถ้าไม่เป็นก็ไม่โกรธเคือง ถ้าจะเป็นก็เป็นด้วยความเต็มใจ ก็มุ่งมั่นทำนโยบายเพื่อประชาชน ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของเรา

ผบ.ตร.แจงทุกประเด็นคดีทุนจีนสีเทา ยืนยันทำตรงไปตรงมา ไม่กลัวอิทธิพล แต่ตำรวจต้องสั่งคดีตามพยานหลักฐาน โดยทำงานร่วมทั้ง ปปส., ป.ป.ง. และ อัยการ

จากกรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ถึงความคืบหน้าการเดินหน้าแฉกลุ่มทุนจีนสีเทา ที่ทำธุรกิจผิดกฎหมาย ‘วิ่ง สู้ ฟัด’ ตำรวจทำคดี ‘ตู้ห้าว’ ตั้งข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติด แต่ไร้ข้อหา ‘ฟอกเงิน’ พร้อมตั้งคำถามถึงผบ.ตร. ว่าอาจจะกลัวอิทธิพล ‘ตู้ห้าว’ นั้น

วันที่ 11 ธันวาคม 2565 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวว่า นายชูวิทย์ อาจจะมีการเข้าใจผิดในหลายเรื่องที่อาจจะทำให้ไม่มั่นใจในตำรวจขึ้นมา เริ่มต้นคดีผับจินหลิงเกิดจากพล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ต้องให้เครดิตท่าน เนื่องจากมีการสืบทางลึกมาและได้ใช้กำลังที่ไม่เกี่ยวกับท้องที่ เพื่อไม่ให้มีการข่าวรั่ว โดยได้เข้าไปดำเนินการเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2565 สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวนมาก ที่นายชูวิทย์บอกว่าตรวจปัสสาวะเหลือ 6 คน ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริงเข้าใจกันผิด ทั้งนี้ได้มีการตรวจสารเสพติดเบื้องต้นเป็นผลบวก  104 คน ซึ่งได้ส่งทั้งหมดไปที่โรงพยาบาลธัญลักษณ์ เพื่อตรวจยืนยันผล เพราะตามกฎหมายต้องยืนยันผล ทางโรงพยาบาลได้ยืนยันผลมา 77 ราย รับสารภาพ 66 ราย ก็ได้ส่งฟ้องศาล ปฏิเสธ 11 ราย โดยมีหนึ่งรายได้ประกันตัวและหลบหนี 1 ซึ่งทั้งหมด 76 รายอยู่ระหว่างการควบคุมตัวของทางการ ส่วนใหญ่ที่เป็นคนจีนต้องรอส่งกลับเมื่อคดีเสร็จสิ้น เป็นความคืบหน้าว่าได้ทำงานอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งทางผู้บัญชาการก็รู้รายละเอียดดีจึงเป็นสาเหตุให้ผมได้แต่งตั้ง

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวต่อว่า ทันทีที่คดีเกิดขึ้นในวันที่ 26 ตุลาคม 2565 ทางพล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.น.6. ไม่ได้นิ่งนอนใจได้ไปร่วมในที่เกิดเหตุด้วย ซึ่งท่านก็พึ่งมาใหม่ได้เพียงไม่กี่วันก็ได้แต่งตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนโดยให้รองผู้บังคับการที่ดูแลด้านสืบสวนสอบสวนนครบาล 6 เป็นหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน ทางผบก.น.6 ไม่ได้ให้สน.ยานนาวาทำโดยลำพัง ต่อมาผมเห็นว่าคดีนี้เป็นที่น่าสนใจและเป็นคดีที่อาจจะมีความสำคัญเกี่ยวเนื่องกับคดีต่างๆ จึงได้แต่งตั้งคณะทำงานโดยมีผบช.น. เป็นหัวหน้าคณะทำงานสืบสวนสอบสวนโดยผมได้เซ็นคำสั่งเอง 

นอกจากนั้นได้มอบหมายให้พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) เป็นหัวหน้ากำกับดูแลงานสืบสวนสอบสวนด้วย ซึ่งท่านสามารถมีอำนาจเต็มแทนผมได้อยู่แล้ว ซึ่งเรื่องนี้ถ้าคุณชูวิทย์ไปพูดแล้วทำให้คนอื่นเข้าใจคลาดเคลื่อน ผมจะมากำกับดูแลใกล้ชิดด้วยตนเอง เพื่อจะได้ตัดปัญหาความคลางแคลงใจในเรื่องนี้ต่อไป ซึ่งผมก็มั่นใจว่าคดีนี้ไม่ใช่เป็นคดีมวยล้มต้มคนดู

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวอีกว่า ผบช.น. ในฐานะหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน ได้รายงานความคืบหน้ากับผมเป็นระยะๆ เบื้องต้นอย่างที่ทุกท่านทราบว่าคดีนี้ สามารถจับกุมขยายจากคดีเสพมาเป็นคดีครอบครองได้หลายคน ต่อมาได้ดำเนินคดีผู้ต้องหาที่เปิดสถานบริการด้วย จากนั้นได้ขยายผลต่อจนเป็นคดีสมคบเรื่องยาเสพติด ออกหมายจับและอยู่ในความควบคุมตัวของตำรวจ 9 ราย รวมนายตู้ห้าว ซึ่งพยานหลักฐานในตอนนี้เป็นเจ้าของกิจการ ทุกคนยังอยู่ในเรือนจำอยู่ ศาลได้พิจารณาหลักฐานของตำรวจโดยทางผบช.น.ไปขออนุมัติหมายจับ ซึ่งศาลก็ได้อนุมัติ เป็นผลการปฏิบัติเบื้องต้นที่มั่นใจได้

ผบ.ตร. กล่าวว่า หากถามว่าทำไมยังไม่ดำเนินคดีฟอกเงินต้องชี้แจงว่าคดียาเสพติดข้อหาสมคบตามพ.ร.บ.มาตรการ เจ้าพนักงานป.ป.ส.สามารถยึดและอายัดทรัพย์สินได้ครอบคลุมอยู่แล้วตามประมวลกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ ซึ่งสะดวก รวดเร็ว ครอบคลุม เมื่อยึดอายัดทรัพย์สินแล้ว ภาระการพิสูจน์ทรัพย์สินของนายตู้ห้าวทั้งหมด นายตู้ห้าวจะต้องมาแสดงว่าได้ทรัพย์สินมาได้อย่างไร ถูกต้องหรือไม่อย่างไร ส่วนปปง.ก็ไม่ได้ทิ้งก็จะตรวจสอบเรื่องเส้นทางการเงินที่ถ่ายทอดไปยังบุคคลอื่นอย่างไร โดยได้ทำงานคู่ขนานกันไป พร้อมเชิญเจ้าหน้าที่ปปง.มาร่วมตรวจสอบด้วย ทั้งนี้กรณีที่มีผู้จัดหาผลประโยชน์ รับเงิน โอนเงิน หรือฟอกเงิน ไม่เกี่ยวกับการกระทำความผิด เรามีการแจ้งแน่นอน แต่จะใช้ กม เน้นปราบปราม ตัดวงจร ซึ่งขอระยะเวลาในการรวบรวม

ผบ.ตร. เตรียมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ปมการทุจริตการสอบเข้านักเรียนนายสิบ บช.ภ.9

ผบ.ตร. เตรียมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง มอบ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นหัวหน้า หลังพบการทุจริตการสอบข้าราชการตำรวจสายอำนวยการเมื่อวันที่ 27 พ.ย.65 ในหลายพื้นที่ และอาจเป็นเครือข่ายเดียวกันกับการทุจริตการสอบเข้านักเรียนนายสิบ บช.ภ.9 รุ่น 2 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา 

วันนี้ (11 ธ.ค.2565) เวลา 15.30 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. กล่าวว่า เรื่องนี้ตนเตรียมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมี พล.ต.ท.นิรันดร เหลื่อมศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าคณะฯ เพื่อให้การสืบสวนเป็นไปอย่างรวดเร็ว เป็นธรรมและโปร่งใสที่สุด

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า ตนได้รับรายงานจากกองบัญชาการศึกษา (บช.ศ.) กรณีมีการร้องเรียนเรื่องทุจริตการสอบข้าราชการตำรวจสายอำนวยการ เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา ว่า หลังการสอบเสร็จสิ้น ได้มีการแจ้งเบาะแสในวันรุ่งขึ้น คือ วันที่ 28 พฤศจิกายน 2565 ซึ่งทาง บช.ศ. ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เก็บรวบรวมข้อมูลประกอบการสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วน ซึ่งกรณีโพยคำตอบพบว่ามีการเฉลยตรงกับปัญหาข้อสอบในหลายข้อ แต่ในชั้นนี้กำลังตรวจสอบว่าถูกนำมาใช้ขณะเข้าสอบ หรือเป็นการทำขึ้นภายหลังการสอบเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งทาง บช.ศ. ได้แต่งตั้งคณะทำงานมาทำการสืบสวนตรวจสอบก่อนหน้านี้แล้ว

ส่วนกรณีมีสื่อหนังสือพิมพ์พาดหัวข่าว การทุจริตสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ รุ่น 2 ของตำรวจภูธรภาค 9 เมื่อเดือนมีนาคม 2565 นั้น เป็นคนละกรณีกับการสอบในสายอำนวยการเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2565 โดยครั้งนั้นผู้บังคับบัญชาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการมอบหมายให้กองบัญชาการศึกษา โดย พล.ต.ต.ประเสริฐ ศิริพรรณารัตน์ รอง ผบช.ศ., พ.ต.อ.อุเทน นุ้ยพิน รองผู้บังคับการอำนวยการ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ปฏิบัติราชการกองการสอบ กองบัญชาการศึกษา (รอง ผบก.อก.รร.นรต.ปรก.กส.บช.ศ.) ไปทำการสืบสวนและตรวจสอบ จนพบการทุจริตเกิดขึ้น มีผู้กระทำความผิดประจักษ์พยานหลักฐานต่างๆ ตามข่าวที่นำเสนอไป และได้ส่งมอบสำนวนการสืบสวนไปให้กับ ตำรวจภูธร ภาค 9 เพื่อดำเนินการต่อ 

‘พิธา’ ย้ำจุดยืน เพิ่มค่าแรงเป็น 450 ในปี 66 ชี้!! ถือเป็นเรื่องดีที่มีพรรคการเมืองเห็นตรงกัน

‘พิธา’ พบเครือข่ายแรงงาน ชี้โจทย์ยุคเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมไม่ง่าย ย้ำก้าวไกลให้ความสำคัญแรงงาน ดันขึ้นค่าแรงทันทีปี 66 - เพิ่มสิทธิ - หนุนเรียนรู้ทักษะใหม่ ระบุเป็นนิมิตรหมายที่ดี พรรคการเมืองเห็นตรงกันต้องเพิ่มค่าแรง

วันที่ 11 ธันวาคม 2565 ที่ศูนย์การเรียนรู้สหภาพโตโยต้าประเทศไทย พรรคก้าวไกลจัดการประชุมใหญ่เครือข่ายผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศ โดยมีพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล สุเทพ อู่อ้น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และ วรรณวิภา ไม้สน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล พร้อมด้วยตัวแทนเครือข่ายแรงงาน นำโดย สุนทร บุญยอด อดีตกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ เซีย จำปาทอง และ ธนพร วิจันทร์ ขึ้นเวทีประกาศนโยบายก้าวไกลเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของผู้ใช้แรงงาน

พิธา กล่าวว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยกำลังเจอความท้าทายใน 2 อุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศ คืออุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเผชิญการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ดังนั้น คนที่เป็นผู้นำแรงงานต้องมาพูดคุยกันว่าจะรับมือความเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไร ในส่วนพรรคก้าวไกล เราให้ความสำคัญกับพี่น้องแรงงานอย่างมาก และได้ออกแบบนโยบายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนทำงานทุกคนอย่างยั่งยืน เช่น ถ้าก้าวไกลเป็นรัฐบาล ค่าแรงขั้นต่ำต้องขึ้นทันที 450 บาท โดยคำนวณให้สอดคล้องกับอัตราเงินเฟ้อและดัชนีค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นทุกปี ตั้งต้นจากปี 2554 ที่ค่าแรงขั้นต่ำปรับขึ้นเป็น 300 บาทต่อวัน

“พรรคก้าวไกลเสนอว่าค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มขึ้นทันที 450 บาทในปี 2566 ส่วนพรรคการเมืองอื่นก็ได้เสนอตัวเลขและระยะเวลาเป้าหมายที่ต่างออกไป ผมคิดว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดี ที่พรรคการเมืองเห็นตรงกันว่าต้องเพิ่มรายได้ของผู้ใช้แรงงานให้สูงขึ้น ให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าปัจจุบัน” พิธากล่าว

หัวหน้าพรรคก้าวไกลกล่าวต่อว่า การแก้ปัญหาของผู้ใช้แรงงานนั้น ทำแค่เรื่องค่าแรงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องเพิ่มการคุ้มครองสิทธิแรงงานด้วย ไม่ว่าจะเป็น ชั่วโมงการทำงานไม่เกิน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ สิทธิวันหยุด สิทธิลาคลอดที่เพิ่มขึ้น สิทธิการรวมตัวกันของแรงงานตามอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ผลกระทบจากโควิด-19 ที่ผ่านมา ทำให้เราเห็นความสำคัญของการที่แรงงานทุกคนต้องมีสิทธิประกันสังคม นอกจากนี้ รัฐต้องสนับสนุนการพัฒนาทักษะของแรงงานเพื่อเพิ่มเติมประสิทธิภาพการทำงานในโลกปัจจุบัน เช่น นโยบายคูปองคนวัยทำงานเพื่อเรียนรู้ทักษะใหม่ รัฐร่วมจ่าย 80% จากราคาหลักสูตร แต่ไม่เกิน 5,000 บาทต่อคนต่อปี

‘อุ๊งอิ๊ง’ นำทีมเพื่อไทยลุยเมืองคอน อ้อนขอใจชาวใต้ ดันแลนด์สไลด์

‘แพทองธาร’ นำทีมเพื่อไทย ลงพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ‘ชลน่าน’ พร้อมดันเมืองนครศรีธรรมราช เป็นฮับโลจิสติกส์-ม.วลัยลักษณ์เป็นฮับการแพทย์ 7 จว.ภาคใต้ตอนบน อ้อนขอใจชาวใต้ดันแลนด์สไลด์เพื่อไทยกลบ ส.ว.เลือกนายกฯ ‘อุ๊งอิ๊ง’ โชว์อ้อนอย่าทิ้ง ‘นุ้ย’ นะ  

วันนี้ (11 ธ.ค65) เมื่อเวลา 07.40 น. ที่ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย, น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วน ในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อมด้วยผู้บริหาร แกนนำพรรคเพื่อไทย เดินทางมาถึง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อร่วมกิจกรรม ‘ครอบครัวเพื่อไทย แหลงจริง ทำได้ คนใต้หรอยแรง’ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ น.ส.แพทองธารได้ร่วมลงพื้นที่ภาคใต้ พร้อมกับนายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามีของ น.ส.แพทองธาร โดย น.ส.แพทองธารถือเป็นสะใภ้ของคนใต้ เพราะสามีเป็นคนนครศรีธรรมราช โดยมีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัว, นายก่อแก้ว พิกุลทอง, นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท อดีต ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และมีประชาชนที่มารอให้กำลังใจมอบดอกกุหลาบสีแดงให้กับน.ส.แพทองธาร

จากนั้นเวลา 08.30 น. คณะครอบครัวเพื่อไทย พร้อมแกนนำพรรคเพื่อไทย เดินทางไปกราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร วัดอารามหลวงชั้นเอก ซึ่งมีนายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช. พร้อมคณะรอต้อนรับ จากนั้น น.ส.แพทองธาร นพ.ชลน่าน พร้อมคณะได้เข้าสักการะพระบรมสารีริกธาตุ โดยมีพระเทพวินยาภรณ์ (สมปอง ปัญญาทีโป) เจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช มอบพระพุทธสิหิงค์ ให้กับ น.ส.แพทองธารและคณะ

พระเทพวินยาภรณ์ กล่าวตอนหนึ่งระหว่างให้พรกับ น.ส.แพทองธารว่า ทุกท่านที่มามียศมีตำแหน่งจะอยู่ในช่วงการทำงาน แต่ตำนานจะอยู่ในจิตใจประชาชน การจะเป็นตำนานได้จะต้องสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมและประเทศชาติ พร้อมอนุโมทนาและขอให้คณะของ น.ส.แพทองธาร ปราศจากทุกข์ โรคภัย อันตรายทั้งหลายทั้งปวง ปรารถนาสิ่งใดขอให้สมพรทุกประการ

จากนั้น ที่หอประชุมเมืองนครศรีธรรมราช (ทุ่งท่าลาด) นพ.ชลน่าน กล่าวในกิจกรรม ครอบครัวเพื่อไทย จังหวัดนครศรีธรรมราช ‘ครอบครัวเพื่อไทย แหลงจริง ทำได้ คนใต้หรอยแรง’ ว่า วิกฤตที่พี่น้องประชาชนต้องพบเจอมาตลอด 8 ปีที่ผ่านมา เป็นความทุกข์ทรมาน ไร้เสรีสิทธิเสรีภาพ  ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป พี่น้องชาวใต้และพรรคเพื่อไทยจะจับมือสู้ไปด้วยกัน หากพี่น้องประชาชนต้องการออกจากความทุกข์ยาก อยากมีอนาคตที่ดี เตรียมพร้อมไว้สำหรับลูกหลาน ขอฝากพรรคเพื่อไทยไว้ในหัวใจของพี่น้องชาวใต้ทุกคน หากเราร่วมแรงร่วมใจ ขอเพียงพี่น้องชาวใต้ มอบใจ มอบคะแนนให้พรรคเพื่อไทยแลนด์สไลด์ในภาคใต้ แลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน ต้องชนะอย่างถล่มทลาย ได้ที่นั่ง ส.ส. 250 คน ขึ้นไป เพื่อให้ได้เสียงชนะ ส.ว.ที่มี 250 คน หากชนะ ส.ว.ได้ เขาจะยอมก้มหัวให้เรา

พรรคเพื่อไทยมาพบปะพี่น้องชาวใต้ในครั้งนี้ พร้อมนำเสนอเสาหลักของพรรคที่จะนำพาพี่น้องออกจากวิกฤต ได้แก่

1.ว่าที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ที่มีความรู้ ความสามารถ และมีความเห็นอกเห็นใจพี่น้องประชาชน เชื่อว่าว่าที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยได้เข้าไปอยู่ในหัวใจของพี่น้องชาวใต้แล้วจากผลโพลในช่วงที่ผ่านมา และเชื่อมั่นว่าหลังจบกิจกรรมครอบครัวเพื่อไทย จ.นครศรีธรรมราช คะแนนผลโพลความนิยมของว่าที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย อาจจะขยับขึ้นจาก 13% เป็นเท่าตัว หรือ 25%

2.ผู้ซึ่งประสงค์รับสมัคร ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย ครบทั้ง 400 เขต ซึ่งในส่วนของพื้นที่ภาคใต้ พรรคเพื่อไทยส่งครบ 58 เขต จะต่อสู่ในสนามเลือกตั้งจนกว่าจะได้รับความไว้วางใจ หากพี่น้องประชาชนชาวใต้ มีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับผู้ซึ่งประสงค์รับสมัคร ส.ส.ของพรรค เรายินดีรับฟังและปรับเปลี่ยนเพื่อพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นข้อตกลงที่ได้แจ้งผู้ซึ่งประสงค์รับสมัคร ส.ส.ของพรรค ซึ่งทั้งหมดรับฟังและยินดีที่จะช่วยเหลือพรรคเพื่อไทยไปสู่ชัยชนะในการเลือกตั้ง

3.นโยบายของพรรคเพื่อไทย ภาคใต้มีทรัพยากรที่มีความหลากหลาย มีความอุดมสมบูรณ์  อย่างอำเภอทุ่งสง เคยถูกวางเป็นศูนย์กลางการขนส่งในภาคใต้ หากมีการพัฒนาด้วยการสร้างถนนฝั่งอันดามัน ที่ จ.พังงา จ.กระบี่ ตัดเข้ามาในพื้นที่ มารวมเข้ากับสิ่งที่พี่น้องประชาชนเสนอแนวคิดพรรคเพื่อไทยเพื่อให้ผลักดันมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นศูนย์กลางทางการแพทย์รองรับการรักษาพยายาลพี่น้องประชาชนใน 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน เพื่อแบ่งเบาการรักษาพยาบาลจากมหาวิทยาสงขลานครินทร์ ที่รักษาพยาบาลพี่น้องชาวใต้ 14 จังหวัด ได้ประโยชน์ทั้งการขนส่งและการรักษาพยาบาล ซึ่งในเรื่องนี้ตนพร้อมนำเสนอเข้าสู่ทีมนโยบายของพรรคเพื่อไทย ทำได้ ไม่ยาก เพราะเพื่อไทยทำเป็น

“หากพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งถล่มทลาย เราจะประสบความสำเร็จไปด้วยกัน ความสำเร็จนั้นหมายถึงคนไทยทั่วประเทศทุกภูมิภาค พรรคเพื่อไทยต้องการเอาตัวตนของพรรคไปอยู่ในหัวใจของพี่น้องประชาชนชาวใต้ เป็นส่วนหนึ่งในชีวิต เป็นสถาบันการเมืองที่ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด พรรคเพื่อไทยจะเป็นคำตอบให้กับทุกคน” นพ.ชลน่าน กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top