Monday, 17 August 2026
Hard News Team

ปตท. - Envision ร่วมพัฒนาแพลตฟอร์มจัดการพลังงานอัจฉริยะ ผลักดันสังคมไทยปลอดก๊าซเรือนกระจก

กลุ่ม ปตท. ร่วมกับ Envision พัฒนาแพลตฟอร์มบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ มุ่งผลักดันเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์

เมื่อวานนี้ (9 ธันวาคม 2565) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ ENVISION DIGITAL INTERNATIONAL PTE. LTD. บริษัทชั้นนำด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อลดคาร์บอน ภายใต้กลุ่มบริษัท Envision ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) Collaboration in Future Energy Transition by Decarbonization Platform ศึกษาและทดลองการใช้งานแพลตฟอร์มบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ ภายในพื้นที่ของกลุ่ม ปตท. เพื่อบริหารและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขับเคลื่อนเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี2050 โดยมี ดร. บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน คุณเชิดชัย บุญชูช่วย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่นวัตกรรมและธุรกิจใหม่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ Mr. Ko Kheng Hwa ประธานกรรมการ Envision Digital ร่วมในพิธีลงนาม

ดร. บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นการพัฒนาระบบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะเพื่อตรวจสอบและควบคุมการใช้พลังงาน รวมถึงประเมินความสามารถในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในพื้นที่ทดลองของโครงการ โดยได้ริเริ่มนำแพลตฟอร์ม EnOSTM ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการ AloT ของ Envision Digital มาใช้ในการบริหารจัดการระบบพลังงานหมุนเวียนภายในอาคารต้นแบบ M4 ที่สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) จ.ระยอง ได้แก่ แผงเซลล์แสงอาทิตย์ลอยน้ำ แผงเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคา ระบบกักเก็บพลังงาน รวมถึงสถานีชาร์จไฟฟ้าภายในวิทยาเขตของสถาบันฯ โดยสามารถตรวจสอบและควบคุมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน และนำมาปรับใช้งานทดแทนการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานฟอสซิลได้อย่างเหมาะสม จึงทำให้อาคารดังกล่าวเป็นอาคาร Zero Import ทั้งหมด ซึ่งในอนาคต หากประสบความสำเร็จก็จะขยายผลไปยังพื้นที่อื่นต่อไป

'อลงกรณ์' แนะรัฐส่งเสริมการแปลงรถยนต์สันดาปเป็นรถอีวี ดันไทยเป็นฮับรถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงของอาเซียน

'อลงกรณ์' ดันไทยเป็นฮับรถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงของอาเซียน (ASEAN EV Conversion Hub) เสนอแผนปั้นอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าแนวใหม่ แนะรัฐออก 8 มาตรการส่งเสริมการแปลงรถยนต์เบนซินดีเซลเป็นรถไฟฟ้า

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้ก่อตั้งและประธานที่ปรึกษามูลนิธิสถาบันพลังงานทางเลือกแห่งประเทศไทย ให้เกียรติกล่าวปาฐกถาพิเศษ 'อนาคตประเทศไทยภายใต้ความท้าทายใหม่' ในงาน 'We Change ... BEV Conversion' โดยมุ่งเน้นถึงทิศทางแนวโน้มอุตสาหกรรม แนวทางสนับสนุนของภาครัฐ องค์กร เพื่อลดปัญหาอุปสรรค ข้อจำกัดของอุตสาหกรรมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า และการดัดแปลงยานยนต์ไฟฟ้าของไทย ซึ่งมูลนิธิสถาบันพลังงานทางเลือกแห่งประเทศไทย (AEITF) ร่วมกับ บริษัท สื่อสากลจำกัด ตระหนักถึงความสำคัญในการสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค ได้รับทราบถึงทิศทางการพัฒนาของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่จะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างมูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจการพาณิชย์ ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล แผนการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2558-2579 ของกระทรวงพลังงาน ตลอดจนสร้างกระแสความรับรู้มาตรการส่งเสริมภาครัฐ มุมมองการดัดแปลงยานยนต์ไฟฟ้าและจักรยานยนต์ไฟฟ้าสำหรับธุรกิจรายย่อยและประชาชนทั่วไป 

โดยงานมี นายสุเมฆปัณฑรานุวงศ์ ประธานมูลนิธิสถาบันพลังงานทางเลือกแห่งประเทศไทย กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ในการจัดงาน, นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานบริษัทสื่อสากล จำกัด และประธานจัดงานมหกรรมยานยนต์ กล่าวเปิดงานและกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมการเสวนา ณ งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 The 39 th Thailand International MOTOR EXPO 2022 ห้องประชุมจูปีเตอร์ 8-9 อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็คเมืองทองธานี

นายอลงกรณ์ ได้กล่าวปาฐกถาถึงศักยภาพและอนาคตอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าประเทศไทย โอกาสและความท้าทายของสถานการณ์สำคัญของโลก และการตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศของโลก (Climate Change)โดยรัฐบาลได้มีนโยบายส่งเสริมให้เกิดการผลิตการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ โดยคณะกรรมการยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ด EV) กำหนดนโยบาย 30@30 >> การผลิตรถ ZEV (Zero Emission Vehicle) หรือรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ให้ได้อย่างน้อย 30% ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดในปี ค.ศ. 2030 โดยมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) และการเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลกหรือศูนย์กลางของภูมิภาค (EV Hub) 

เงินเดือนปริญญาตรีจบใหม่ย้อนหลัง 10 ปี เทียบกับราคา อาหารตามสั่ง

หลังจากพรรคเพื่อไทยประกาศนโยบายพรรคว่าจะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 600 บาทต่อวัน และเงินเดือนเด็กจบใหม่ 25,000 บาทต่อเดือนในปี 2570 หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลชุดต่อไปนั้น ก็มีเสียงกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมากทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์ เห็นชอบเห็นต่างกันออกไป

‘บิ๊กตู่’ ประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต-คอร์รัปชัน ย้ำชัด!! ความยุติธรรมที่ล่าช้าคือความไม่ยุติธรรม

‘บิ๊กตู่’ ประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต ในวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล ยอมรับจุดอ่อนประเทศไทยคือการซื้อขายตำแหน่ง-โยกย้ายข้าราชการระดับสูง-เรียกรับสินบน-จัดซื้อจัดจ้าง ลั่นไม่ยอมให้การทุจริตเป็นมรดกบาป ขอให้เชื่อมั่นตัวผู้นำ บอกความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความไม่ยุติธรรม ย้ำถูกสอนมาไม่ให้ทุจริต ไม่งั้นจะเอาหน้าไปเสนอให้คนมองไม่ได้

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต ในงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) ที่สำนักงาน ป.ป.ช. จ.นนทบุรี 

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันนี้ทางองค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้วันที่ 9 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล เพื่อให้ประชาคมโลกตระหนักถึงภัยร้ายแรงจากการทุจริต และเพื่อร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ในการรณรงค์ต่อต้านคอร์รัปชันอย่างจริงจัง

สำหรับประเทศไทย ในฐานะประเทศสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ ได้ให้ความสำคัญกับการต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบตลอดมา รัฐบาลได้ร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงาน ป.ป.ท. องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ภาคประชาสังคม และภาคีเครือข่าย จัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากลขึ้น เพื่อร่วมกันแสดงจุดยืนพร้อม ๆ กับคนไทยทุกภาคส่วน ที่จะ ‘ไม่ทำ ไม่ทน และไม่เพิกเฉย’ ต่อการทุจริตอีกต่อไป ซึ่งไม่ใช่เฉพาะในวันนี้ แต่จะต้องอยู่ในจิตใต้สำนึกของคนไทย ทุก ๆ คน ในทุก ๆ วัน

ทุกคนทราบดีว่าปัญหาคอร์รัปชันส่งผลเสียหายต่อประเทศ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง โดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ หรือ TI (ที-ไอ) ได้สะท้อนว่าปัญหาการทุจริตที่เป็นจุดอ่อนของประเทศไทยที่สำคัญ คือปัญหาการซื้อขายตำแหน่ง การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง การเรียกรับสินบนตลอดจนการใช้ช่องโหว่ทางกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมายที่เอื้อประโยชน์ต่อกัน การไม่สามารถแยกแยะผลประโยชน์ส่วนรวม กับประโยชน์ส่วนตน และความไม่โปร่งใสในการใช้งบประมาณ การทุจริตจึงเป็นภัยต่อชาติบ้านเมือง ทั้งในการบริหารจัดการภาครัฐ การพัฒนาเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน และการพัฒนาประเทศ ที่สำคัญคือการทำลายภาพลักษณ์ ทำลายความเชื่อมมั่น ในสายตาประชาชนชาวไทย และชาวโลก ซึ่งเราจะต้องไม่ยอมให้การทุจริตเป็นมรดกบาป ตกทอดสู่รุ่นลูก รุ่นหลานอีกต่อไป

'สมเกียรติ' ฉะ 'พรรคก้าวไกล' หูเบา เชื่อคำใส่ร้ายรับเงิน จนไม่ส่งลงสมัครส.ส.กทม.

'สมเกียรติ' ฉะ 'ก้าวไกล' หูเบา เชื่อคำใส่ร้ายรับเงิน จนไม่ส่งสมัครส.ส.กทม. อ้อน 'เพื่อไทย' คิดใหม่ หากส่งลงสมัคร มั่นใจจะชนะเลือกตั้งแน่นอน

(9 ธ.ค. 65) ที่รัฐสภา นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวว่า กรณีที่ตนได้ฟ้องร้องบุคคลที่กล่าวหาว่าตนรับผลประโยชน์หรือเงิน จนเป็นเหตุที่พรรค ก.ก. ไม่ส่งตนเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. ทั้งนี้ ตนเห็นด้วยที่ส.ส.ควรเคารพการวิพากษ์วิจารณ์ แต่สิ่งที่บุคคลผู้นี้กระทำไม่ได้อยู่ในขอบข่ายที่ควรจะเป็น ตนไม่รู้ว่าบุคคลนี้ได้รับข้อมูลมากจากไหน ทั้งที่ไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว ตนเป็นคนตั้งใจทำงาน และตั้งใจจะลงเลือกตั้งในครั้งหน้าด้วย จึงจำเป็นต้องฟ้อง เพื่อปกป้องเกียรติ เพราะเป็นฝ่ายถูกกล่าวหา และไม่ได้รับอะไรมาตามที่พูด

เปิดหวูด ‘รถไฟผลไม้’ จาก 'ไทย-ลาว' สู่จีน ขน 'ลำไย-กล้วย' เข้า 'เฉิงตู-ฉงชิ่ง' แล้วกว่า 1,300 ตัน

(9 ธ.ค.65) สำนักข่าวซินหัว เผย รถไฟสินค้าขบวนพิเศษ ซึ่งบรรทุกผลไม้สดเดินทางถึงนครเฉิงตู เมืองเอกของมณฑลซื่อชวน (เสฉวน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ผ่านทางรถไฟจีน-ลาวเมื่อวันพุธ (7 ธ.ค.) และอีกขบวนเดินทางถึงเทศบาลนครฉงชิ่งทางตะวันตกเฉียงใต้เมื่อวันพฤหัสบดี (8 ธ.ค.) นับเป็นผลไม้ชุดแรกที่นำเข้าผ่านทางรถไฟสายดังกล่าวสู่ทั้งสองเมือง

รถไฟสองขบวนซึ่งขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ระบบเย็นขบวนละ 25 ตู้ ขนส่งผลไม้มากกว่า 1,300 ตัน ได้แก่ ลำไย, กล้วย และผลไม้อื่นๆ จากไทยและลาว โดยรถไฟที่มุ่งหน้าสู่เฉิงตูใช้เวลาเดินทาง 4 วัน ขณะรถไฟที่มุ่งหน้าสู่ฉงชิ่งใช้เวลาเดินทาง 6 วัน ซึ่งลดต้นทุนด้านเวลาสำหรับผู้จัดจำหน่ายผลไม้จีนอย่างมีนัยสำคัญ 

อ้ายจงหัว กรรมการบริหารของบริษัท ฉงชิ่ง จินกั่วหยวน อินดัสเตรียล จำกัด ซึ่งนำเข้าลำไยไทยมากกว่า 70,000 ตันในปีที่แล้ว ระบุว่า ครั้งนี้ ฉงชิ่ง จินกั่วหยวนฯ นำเข้าลำไยจำนวน 25 ตู้คอนเทนเนอร์สู่เฉิงตู ซึ่งเคยใช้เวลาขนส่งทางทะเลมากกว่า 10 วัน ทว่าทางรถไฟจีน-ลาวช่วยให้สามารถประหยัดเวลาด้านโลจิสติกส์และลดต้นทุนถึงร้อยละ 30

'บิ๊กโจ๊ก' เข้าใจดี เหตุ 'ชูวิทย์' ไม่ไว้ใจ หลังไม่เอาผิดข้อหาฟอกเงิน 'ตู้ห่าว'

(9 ธ.ค 65) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. เปิดเผย ถึงนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ให้สัมภาษณ์ว่า เริ่มไม่ไว้ในการทำงานของตนเองเนื่องจากยังไม่มีการดำเนินคดีตู้ห่าว รวมถึง น.ส.พัชรินทร์ และพวกที่เป็นอมินีในความผิดฐานฟอกเงิน โดยตนมองว่าการออกมาในลักษณะดังกล่าวเป็นเพราะนายชูวิทย์ 'เป็นห่วง' เพราะได้นำข้อมูลหลักฐานต่าง ๆ มาให้แล้วกลัวว่าตำรวจทำสำนวนไม่แน่นหากสรุปสำนวนแล้วอัยการหรือศาลยกฟ้องได้ 

ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะนายชูวิทย์ เข้าใจว่า สน.ยานนาวา ทำคดี สน.เดียวไม่มีความชำนาญ แต่ยืนยันว่าคดีนี้เป็นคดีใหญ่ และ ผบ.ตร.ได้แต่งตั้งเป็นคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ซึ่งมีทั้งตนเองและตำรวจนครบาล มีการระดมพนักงานสอบสวนฝีมือดีจากทั่วประเทศ รวมถึงมีอธิบดีอัยการคดียาเสพติด ปปส.และปปง.มาร่วมทำงานด้วย จึงขอให้นายชูวิทย์ มั่นใจว่าตำรวจทำคดีนี้อย่างรอบคอบรัดกุม และหากคดีนี้ตนทำไม่ดีคนที่เสียหายนอกตนเองแล้ว ประชาชนก็จะไม่ศรัทธาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่องนี้ขออย่ากังวลใจ 

'บัวขาว' โผล่หน 2 บิลบอร์ดไทม์สแควร์ ประกาศศักดาถึงมวยหนุ่ม "สดไม่สด เดี๋ยวรู้กัน"

ประกาศศักดาถึงมวยหนุ่ม "สดไม่สด เดี๋ยวรู้กัน"  บิลบอร์ดเมืองไทยเหมือนจะใหญ่ไม่พอแล้วสำหรับความดังของนักชกระดับตำนาน 'บัวขาว บัญชาเมฆ' ล่าสุดบิลบอร์ดยักษ์ใจกลางไทม์สแควร์ มหานครนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในบิลบอร์ดที่แพงที่สุดและได้รับความสนใจมากที่สุดในโลก จับภาพบัวขาวมาขึ้นเป็นครั้งที่สองในรอบปี ชวนแฟนมวยทั่วโลกจับตาไฟต์สุดมันที่กำลังจะระเบิดขึ้นกับรายการ RWS ราชดำเนิน เวิลด์ ซีรีส์ บนเวทีมวยราชดำเนินวันที่ 9 ธ.ค.นี้

‘ศิริโชค’ เย้ย ‘นักการเมือง’ ขยันอวยตัวเอง ทั้งที่คะแนนนิยมรูด ลือ! ขอซบพรรคคู่แข่ง

นายศิริโชค โสภา ว่าที่ผู้สมัครส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสงขลา โพสตข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ผมรู้สึกตลกกับนักการเมืองบางคน ที่ชอบโพสต์เชียร์ตัวเอง หรือจ้างให้นักข่าวเขียนเชียร์ตัวเอง และส่งไปตามกลุ่มต่าง ๆ แต่ก็เข้าใจได้ครับ เพราะตอนนี้คะแนนเสียงตกมาก อย่าว่าแต่อันดับ 2 เลย ตกไปถึงอันดับ 3 อันดับ 4 โน่น หัวคะแนนที่เคยสนับสนุน ตอนนี้ถอยออกไปเกือบหมดแล้ว เพราะแกสร้างวีรกรรมไว้เยอะ  

พวกประเภทปากกล้า ขาสั่น นี่ผมชอบจังครับ สร้างภาพว่าคะแนนเสียงดี แต่ดันไปขอลงสมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ทำไมครับความลับไม่มีในโลกนี้ 

‘อรรถวิชช์’ ชู Govtech ปราบส่วยรถบรรทุก กางข้อมูลผู้เกี่ยวข้อง ไล่เช็กทุจริตได้ทุกเวลา

‘อรรถวิชช์’ ชู Govtech ปราบส่วยรถบรรทุก เปิดเผยเส้นทางเดินรถ เปิดเผยชื่อเจ้าหน้าที่เข้าเวร มีบันทึกทางดิจิทัล ตามเช็กบิลได้ทุกเวลา

(9 ธ.ค. 65) ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวถึงปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน เนื่องในวันต่อต้านคอร์รัปชั่นสากล ผ่านเวทีเสวนา ‘อิทธิพลส่วยรถบรรทุกกับการคอร์รัปชัน’ ที่จัดโดยสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยว่า ปัญหาส่วยรถบรรทุกน้ำหนักเกิน ปราบปรามได้เป็นครั้งคราว แต่ก็มีปัญหามาตลอด เพราะการสมยอม ทั้งผู้ทำผิดกฎหมายและเจ้าหน้าที่รัฐ มีทั้งรูปแบบส่วยสติกเกอร์ เป็นป้ายเคลียร์ไม่ให้ถูกจับ แปะชื่อย่อบริษัท หรือแบบพวงกุญแจสัญลักษณ์ต่าง ๆ ถือเป็นรูปแบบหนึ่งของการทุจริตคอร์รัปชันที่พบเห็นกันทั่วไป

ดร.อรรถวิชช์ ย้ำว่า การแก้ไขคอร์รัปชันรูปแบบนี้ สามารถใช้ Govtech หรือ Government Technology บูรณาการกระทรวงที่เกี่ยวข้องมาแก้ปัญหา ซึ่งตอนนี้ก็มีเทคโนโลยีภาครัฐแล้ว แต่กลับไม่เชื่อมโยงหน่วยงาน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top