Tuesday, 18 August 2026
Hard News Team

‘พิธา’ ปลุก 'ยะลา' เปลี่ยนพื้นที่ความกลัวเป็นพื้นที่ความหวัง ชู นโยบายเอาทหารออกจากการเมือง-ยกเลิก กอ.รมน.

ก้าวไกลไปยะลา เปิดเวทีคุยนโยบายสันติภาพก้าวหน้า อัดเป็น 19 ปีแห่งความล้มเหลว เจรจาสันติภาพถึงทางตัน ชู นโยบายเอาทหารออกจากการเมือง-ยกเลิก กอ.รมน.-เปลี่ยน พ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็น พ.ร.บ.ฉุกเฉินฯ ประกาศใช้คราวละ 30 วัน ต้องขออนุมัติสภา ‘พิธา’ ปลุก เปลี่ยนพื้นที่ความกลัวเป็นพื้นที่ความหวัง โยนโจทย์พัฒนาสามจังหวัดชายแดนใต้ แคนดิเดตนายกฯต้องตอบให้ได้ ลั่นปฏิรูปการเมือง-เขียนรัฐธรรมนูญใหม่-ให้ประชาชนเลือกนายกจังหวัด ปลดปล่อยศักยภาพชายแดนใต้ทั้งการท่องเที่ยว-เศรษฐกิจสร้างสรรค์-อุตสาหกรรมแพะ 

วันที่ 18 ธันวาคม 2565 ที่ จ.ยะลา พรรคก้าวไกลจัดเวทีพูดคุยแลกเปลี่ยนนโยบาย 'สันติภาพก้าวหน้า' นำโดย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลพร้อมด้วย อันวาร์ อุเซ็ง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ยะลา เขต 1 ณรงค์ อาแว ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ยะลา เขต 3 และรอมฎอน ปันจอร์ คณะทำงานนโยบายชายแดนใต้-ปาตานี

รอมฎอน กล่าวว่า กระบวนการเจรจาสันติภาพในปัจจุบัน อยู่ในช่วงยากลำบากและเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญที่ต้องการความมุ่งมั่นทางการเมืองของทุกฝ่าย ที่ผ่านมารัฐบาลทหารและกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)  ทำให้กระบวนการแก้ไขปัญหาทางการเมืองถึงทางตัน วันนี้จึงต้องการการแก้ไขปรับปรุงเพื่อเดินหน้าหาข้อยุติในการอยู่ร่วมกัน เราเชื่อว่าถ้าประเทศไทยเปลี่ยน กระบวนการสันติภาพก็ต้องเปลี่ยน และพรรคก้าวไกลเป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง โดยหลักการพื้นฐานที่ได้วางหมุดหมายไว้ตั้งแต่ครั้งพรรคอนาคตใหม่ คือการมองคุณค่าคนทุกคนเท่ากัน แต่ละคนมีพลังอำนาจในการกำหนดอนาคต ไม่จำเป็นต้องมีการเมืองที่อิงระบบอุปถัมภ์ สิ่งนี้สำคัญมากที่จะทำให้ชายแดนใต้และประเทศไทยไปสู่อนาคต นำมาสู่การพัฒนานโยบายสันติภาพก้าวหน้าซึ่งเป็นส่วนผสมระหว่างนโยบาย 9 เสาหลักของพรรคก้าวไกลและข้อเสนอของคนในพื้นที่ โดยหัวใจของนโยบายนี้ จะล้อไปกับสโลแกนสวยหรูของ กอ.รมน. อย่าง ‘มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน’ โดยเปลี่ยนเป็น ‘ลดความมั่งคั่งทางทหาร เพิ่มความมั่นคงทางอาหาร และสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน’

อมรัตน์ กล่าวว่า กอ.รมน. ก่อตั้งขึ้นในปี 2508 จากหน่วยงานที่ชื่อว่า 'กองบัญชาการป้องกันและปราบปรามคอมมิวนิสต์' ทั้งที่ภัยคุกคามคอมมิวนิสต์จากนอกประเทศหมดไปแล้ว แต่ กอ.รมน. ยังคงอยู่ในฐานะที่เป็น 'หน่วยงานพิเศษ' ที่ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี เป็นหน่วยงานที่มีที่มาจากทหาร ตรวจสอบไม่ได้ ไม่โปร่งใส ไม่ทันสมัย ที่สำคัญที่สุดคือไม่เข้าใจประชาธิปไตย สิ่งที่พรรคก้าวไกลเสนอ วาระเร่งด่วนคือแก้ไขโครงสร้างของกลาโหมให้มีพลเรือนเข้าไปร่วมตัดสินใจด้วย และในระยะยาว เราเสนอให้ยกเลิก กอ.รมน. ซึ่งจะทำให้เรามีงบประมาณเพิ่มขึ้นอีกปีละ 10,000 ล้านบาท เพื่อนำงบมาเป็นส่วนหนึ่งในการจัดสวัสดิการถ้วนหน้าทุกช่วงวัย เพื่ออนาคตที่ดีของคนไทยทุกคน

ชัยธวัช กล่าวว่า นับตั้งแต่เหตุการณ์ปล้นปืนที่จังหวัดนราธิวาสเมื่อ 2547 ภาครัฐใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 300,000 ล้านบาท เพื่อแก้ไขความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนใต้ มีผู้เสียชีวิตไม่น้อยกว่า 7,000 คน อีกจำนวนมากบาดเจ็บและสูญหาย เป็นข้อพิสูจน์ว่าวิธีการที่ผ่านมาซึ่งถูกกำกับโดยวิธีคิดแบบทหารนั้นล้มเหลว ดังนั้น ข้อเสนอเพื่อสร้างสันติสุขก้าวหน้าของพรรคก้าวไกล จะยืนบน 3 หลักการ เรียกว่า ‘3D’ ประกอบด้วย Democratization การสร้างประชาธิปไตยต้องเริ่มต้นจากคนทุกคนเท่ากัน อำนาจสูงสุดต้องเป็นของประชาชน Demilitarization เอาทหารออกจากการเมือง การแก้ปัญหาในสามจังหวัดภาคใต้ต้องนำโดยพลเรือน เลิกใช้กฎหมายที่เป็นวิธีคิดแบบทหาร เปลี่ยนเป็นมองความมั่นคงของประชาชนเท่ากับความมั่นคงของชาติ และ Decentralization คือกระจายอำนาจ ยกเลิกโครงสร้างรัฐรวมศูนย์ เอาอำนาจและงบประมาณมาอยู่ที่ท้องถิ่น มีอำนาจตัดสินใจออกแบบสังคมที่รองรับความหลากหลายทางวัฒนธรรม

‘กองเรือยุทธการ’ ปูพรหมค้นหา 33 กำลังพล ถูกคลื่นซัดหาย หลังเรือหลวงสุโขทัย อับปาง

ผบ.กองเรือยุทธการ ปูพรหมค้นหา 33 กำลังพล ถูกคลื่นซัดกระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง กลางทะเล  ยัน ทุกนายมี เสื้อชูชีพ

วันที่ 19 ธ.ค. 2565 มีความคืบหน้ากรณี เรือหลวงสุโขทัย ประสบอุบัติเหตุคลื่นลมแรง จนมีน้ำเข้าเรือเป็นจำนวนมาก และได้จมลงใต้ทะเลแล้วในช่วงดึกของวันที่ 18 ธ.ค. 2565 ที่ผ่านมานั้น

ล่าสุด พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เปิดเผยว่า ในวันนี้คลื่นลมก็ยังแรงอยู่ และเราส่งเรือไปช่วย ทั้งเรือหลวงกระบุรี เรือประจวบคีรีขันธ์ 4 และเรือประจวบคีรีขันธ์ 5 กำลังกระจายกำลังเจ้าหน้าที่ บริเวณโดยรอบพื้นที่เกิดเหตุ รวมทั้งมีเฮลิคอปเตอร์ และเครื่องบินดอร์เนียร์ ออกบินลาดตระเวน ค้นหากำลังพลจำนวน 33 นาย 

PROUD ส่งโปรโมชั่นสุดพิเศษ ส่งท้ายปี เตรียมฉลองปิดการขาย อินเตอร์คอนฯ เรสซิเดนเซส หัวหิน

พราว เรียล เอสเตท เตรียมจุดพลุฉลองปิดการขายโครงการ อินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน ที่พักอาศัยบนพื้นที่ติดหาดผืนสุดท้ายใจกลางหัวหิน จัดโปรโมชั่นสุดเอ็กคลูซีฟ 10 ยูนิตสุดท้าย มอบส่วนลดสิทธิพิเศษมากมายก่อนปิดการขายโครงการภายในปี 2565 

ภูมิพัฒน์ สินาเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พราว เรียล เอสเตท จํากัด (มหาชน) หรือ PROUD  ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี่ เปิดเผยว่า จากการเปิดอวดโฉมให้เข้าชมโครงการอินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน หลังสร้างเสร็จ 100% ไปเมื่อวันที่ 3-5 ธันวาคม 2565 ในงาน The Pursuit of Living พร้อมปาร์ตี้สุดเอ็กคลูซีฟ กระแสตอบรับดีเกินคาดจากผู้ร่วมงาน บริษัทเดินหน้าจัดโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่องในช่วงโค้งสุดท้ายปี 

สำหรับ โครงการอินเตอร์ตอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน (InterContinental Residences Hua Hin) คอนโดบนพื้นที่ติดหาดผืนสุดท้ายใจกลางเมืองหัวหิน จัดโปรโมชั่นเตรียมปิดการขายสิ้นปีนี้ ซื้อตอนนี้ดีที่สุด ลดแรงเกินล้านบาท รวมถึงห้องสวย Exclusive Unit ในราคาสุดพิเศษส่งท้ายปลายปี 1 ห้องนอนราคาเดียว 8.19 ลบ.* และ 2 ห้องนอนราคาเดียว 18 ลบ.*  ซึ่งเหลือเพียงไม่กี่ยูนิตเท่านั้น จองเพียง 50,000 บ. ฟรีค่าทำสัญญาให้กับลูกค้า รับโค้งสุดท้าย LTV กู้เต็ม 100%

นอกจากนี้ ลูกค้าที่จองห้องและทำสัญญาซื้อ-ขาย ตั้งแต่วันนี้ - 31 ธ.ค. 2565 จะได้รับสิทธิเป็น IHG One Reward Membership – Diamond Elite เป็นระดับสูงที่สุดนาน 2 ปี แบบ Fast Track  และรับทันที B&O Speaker Beosound Emerge รุ่นใหม่ล่าสุดมูลค่า 36,000 บาท ก่อนใคร พร้อมสิทธิพิเศษในการซื้อสินค้าเครื่องเสียงระดับ ไฮ-เอนด์ ภายใต้แบรนด์ Bang & Olufsen (B&O) รวมถึงสิทธิพิเศษอีกมากมายจาก Proud Privilege  

ส่วนลูกค้าทั่วไปที่เข้าเยี่ยมชมโครงการอินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธ.ค. 2565 สามารถซื้อและรับส่วนลดพิเศษ On-Top 5% ในการสั่งซื้อสินค้าแบรนด์ B&O ณ โครงการได้อีกด้วย 

พิธีสถาปนา นายกสโมสรฝึกพูดเชียงใหม่ นายภัทรภณ หนูคงเจริญวิทย์ และคณะกรรมการ ปีบริหาร 2566

เมื่อวันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม 2565 เวลา 13.10 น. ที่ โรงแรมเมอร์เคียว เชียงใหม่ นายศักดิ์ชัย คุณานุวัฒน์ชัยเดช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในงานครบรอบ 49 ปี พิธีสถาปนานายกสโมสรคนที่ 49 นายภัทรภณ หนูคงเจริญวิทย์ และคณะกรรมการ สโมสรฝึกพูดเชียงใหม่ปี บริหาร 2566   และ บรรยายพิเศษเรื่อง “พลิกฟื้นเชียงใหม่ หลังวิกฤติโควิด-19”โดยมี พ.ต.อ.สว่าง สิทธิวัง นายกสโมสรฝึกพูดเชียงใหม่ปี บริหาร 2565 มอบช่อดอกไม้ กล่าวแสดงความยินดี พร้อมด้วยดร.ศุภวัตร ภูกุล กล่าวแสดงความยินดีกับนายกคนใหม่และคณะกรรมการปีบริหาร 2566 มีท่านอดีตนายกสโมสรฝึกพูดเชียงใหม่ คณะกรรมการสโมสร สมาชิก ฝึกพูดเชียงใหม่  มวลมิตรสโมสรและแขกผู้มีเกียรติร่วมงาน

นายศักดิ์ชัย คุณานุวัฒน์ชัยเดช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานในงานครบรอบ 49 ปีและงานสถาปนาคณะกรรมการสโมสรฝึกพูดเชียงใหม่ ปีบริหาร 2566 สโมสรฝึกพูดเชียงใหม่ เป็นสโมสรฝึกพูดแห่งแรกของจังหวัดเชียงใหม่ ที่ได้จัดกิจกรรมด้านการฝึกพูด การเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดีให้กับสมาชิกและผู้สนใจทั่วไป องค์กร หน่วยงานต่างๆ ซึ่งได้สร้างบุคลากรอันทรงคุณค่าออกไปรับใช้สังคมทั้งภาครัฐและเอกชนให้กับสังคมจังหวัดเชียงใหม่เป็นจำนวนมากและเป็นระยะเวลาอันยาวนาน

ขอชื่นชมคณะกรรมการผู้ก่อตั้งสโมสร คณะกรรมการปีต่างๆทุกๆท่านที่ได้เสียสละทั้งกำลังกาย กำลังทรัพย์และกำลังสติปัญญา อุทิศตนเพื่อฝึกการพูดให้กับสมาชิก ผู้สนใจองค์กร หน่วยงานต่างๆ ตลอดจนนักเรียน นิสิต นักศึกษา เพื่อให้พูดภาษาไทยได้อย่างชัดเจนถูกต้องตามหลักภาษาไทย พูดดีพูดเป็นมีทักษะในการสื่อสารที่ถูกต้อง ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการพัฒนาการเป็นผู้นำ เป็นวิทยากร พิธีกรต่างๆ

ในโอกาสนี้ขอแสดงความยินดีกับนายกสโมสรและคณะกรรมการ ปีบริหาร 2565 ที่ได้ทำงานจนสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีและขอแสดงความยินดีกับนายกสโมสรฝึกพูดเชียงใหม่ท่านใหม่ คุณภัทรภณ หนูคงเจริญวิทย์ และคณะกรรมการปีบริหาร 2566 ที่จะได้มาสานต่อในการทำงานเพื่อรับใช้สังคมต่อไป ในโอกาสอันดีนี้ ขอทุกท่านร่วมกันพัฒนาสโมสรให้มีความเจริญก้าวหน้าและสำเร็จในสิ่งที่มุ่งหวังทุกประการ

นายภัทรภณ หนูคงเจริญวิทย์ นายกสโมสรฝึกพูดเชียงใหม่ (นายก คนที่ 49 )กล่าวว่า คณะกรรมการสโมสรฝึกพูดเชียงใหม่ ปีบริหาร 2566 ทุกคน รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ท่านทั้งหลายได้เสียสละเวลาอันมีค่า มาร่วมงานฉลองครบรอบ 49 ปี และเป็นสักขีพยานในพิธีสถาปนานายกสโมสร และคณะกรรมการบริหารสโมสรปีบริหาร 2566 ในวันนี้

คณะกรรมการบริหารสโมสรฝึกพูดเชียงใหม่ปี 2566 ตระหนักดีว่า การฝึกพูดในที่สาธารณะเป็นกิจกรรมหนึ่งของสังคมเชียงใหม่ ที่ผู้ก่อตั้งสโมสรฝึกพูดเชียงใหม่ และอดีตนายก สโมสรทุกท่าน ได้ร่วมกันเสียสละ สรรค์สร้าง ให้อยู่คู่กับสังคมเชียงใหม่มาร่วม 48 ปี แล้ว ฉะนั้นมรดกที่ดีงามนี้จะต้องถูกสืบสาน ต่อยอด ส่งเสริม ให้ก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไปจากรุ่นสู่รุ่น ภายใต้กฎเกณฑ์ แบบฉบับและประเพณีที่รุ่นก่อนๆ ได้ทำไว้ดีงามแล้ว เชื่อว่าการดำเนินกิจกรรมของสโมสรฝึกพูดเชียงใหม่ 

สโมสรฝึกพูดเชียงใหม่ ได้ดำเนินกิจกรรมมาถึง 49 ปี วันนี้เป็น สถาปนานายกสโมสรและคณะกรรมการบริหารสโมสร ปี 2566 ในปีต่อไปนี้จะสำเร็จด้วยพลัง สามัคคี มีหลักธรรมสโมสร สโมสรฝึกพูดเชียงใหม่ เป็นที่รวมของบุคลากรทุกสาขาอาชีพ ที่ชื่นชอบ ศิลปะการพูดในที่สาธารณะ มีความเป็นเลิศ ศิษย์ มิตรครู ที่เอื้ออาทรต่อกันมายาวนาน  มิตรภาพและกำลังใจจากทุกท่าน จะเป็นพลังสำคัญในการนำพาสโมสรไปสู่เส้นชัย แห่งความสร้างสรรค์ตลอดไป คณะกรรมการสโมสร ปี 2566   จะร่วมกันสืบสาน พัฒนา ธำรงค์ไว้ซึ่งวัฒนธรรมอันดีงามนี้ แก่สังคมเชียงใหม่ตลอดไป

รูดม่านฟุตบอลโลก 2022 ฟ้าขาวผงาดซิวสมัย 3 และฝันสุดท้ายของ 'MESSI 10' สำเร็จแล้ว

จะบอกว่าเมื่อคืน (18 ธ.ค. 65) เป็นคืนสุดคลั่งเลยก็คงไม่ผิด หลังผลลัพธ์ในเวลาของรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2022 ลงเอยที่สกอร์ 3-3 แบบคนเชียร์ฝั่งไหน ก็ได้ช็อตช็อกกลับไปกลับมาในเวลาเพียงชั่วครู่ แม้สุดท้ายเราจะรู้ว่า ทัพฟ้าขาว 'อาร์เจนติน่า' จะแม่นโทษกว่า 'ฝรั่งเศส' และช่วยเติมบทละครชีวิตสุดท้ายบนสังเวียนฟุตบอลของ 'ลิโอเนล เมสซี่' ให้เป็นจริงได้แล้วก็ตาม

อาร์เจนติน่าจัดทัพเต็บสูบ นำโดย ลิโอเนล เมสซี่, อังเคล ดิมาเรีย, โรดริโก้ เดอปอล และ ฮูเลี่ยน อัลวาเลซ มาในแผน 4-3-1-2  ทางด้านฝรั่งเศสก็ขนชุดใหญ่ลงสนาม นำโดยท่านประธาน คีเลียน เอ็มบั๊ปเป้,  ชิรูด์, เดมเบเล่ และ กรีซมันส์ มาในแผน 4-2-3-1 เรียกว่าทั้งสองทีมต่างส่งผู้เล่นที่ดีที่สุดลงสนาม และมีแชมป์โลกหนที่ 3 เป็นเดิมพันของทั้ง 2 ทีม 

เกมในช่วง 15 นาทีแรกเป็นฝ่ายอาร์เจนติน่าที่ครองเกมส์ได้ดีกว่าฝรั่งเศส และมีโอกาสได้ยิงทักทายทางฝรั่งเศสครั้งถึง สองครั้ง จังหวะขึ้นเกมส์ของอาร์เจนติน่าทางฝั่งซ้าย ฮูเลี่ยน อัลวาเลซหลบเข้าเขตโทษ อุสมาน เดมเบลเลพยาเข้าสกัดแต่พลาดไปสะกิดขา ฮูเลี่ยน อัลวาเลซ ล้มในเขตโทษผู้ตัดสินเป่าให้เป็นจุดโทษ เมสซี่ รับหน้าที่สังหารดวลกับ โยริส ของทางฝรั่งเศส แล้วเมสซี่ก็โชว์ ความเลือดเย็นยิงเข้าไปพาอาเจนขึ้นนำฝรั่งเศส 1-0 

ฝรั่งเศสพยายามตั้งเกมหวังทวงประตูคืนแต่ดูเหมือนว่าผู้เล่นฝรั่งเศสนั้นเล่นผิดฟอร์มกันทั้งทีม กลางเก็บบอลไม่ได้ และเอ็มบั๊ปเป้ไม่มีส่วนกับเกมเลยหลังจากผ่าน 30 นาทีแรกของเกม ฝรั่งเศสพยายามทำเกมขึ้นไปแต่โดนอาเจนฯ สวนกลับต่อบอลกัน 4 จังหวะเริ่มจากเมสซี่จ่ายให้ แมคอัลลิสเตอร์ หลุดถึงกรอบเขตโทษ แล้วปาดให้ ดิมาเรีย ที่เติมมาทางฝั่งซ้ายยิงสวน ฮูโก้ โยริส อาร์เจนฯ ทะยานนำ 2-0 นาที่ 36 แบบที่ช็อกแฟนทีมชาติฝรั่งเศสกันทั้งสนาม  และจบครึ่งแรก อาร์เจนติน่านำฝรั่งเศส 2-0 

ครึ่งหลังเกมยังเหมือนเป็นครึ่งแรก เป็นฝั่งอาร์เจนติน่าที่ยิ่งเล่นยิ่งดี บุกกดฝรั่งเศสอยู่ฝ่ายเดียว เกมเดินมาถึงช่วงนาที่ที่ 80 ฝรั่งเศสทำเกมบุกขึ้นมาเข้าในกรอบเขตโทษ โกโล มัวนี่ ถูกดึงล้มผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษให้ฝรั่งเศส แล้วคนที่รับหน้าสังหารไม่ใช่ใครที่ไหยเป็น คีเลียน เอ็มบั๊ปเป้ ที่สังหารได้อย่างเยือกเย็น ฝรั่งเศสไล่มา 1-2 

'ขันทีจีน' ตัวแทนอารยธรรมพิเศษ ข้ามพ้นกำแพงแห่งเพศ สู่ วัฒนธรรมใหม่ที่กระจายไกลไปทั่วโลก

เวลาเราดูซีรี่ย์จีนย้อนยุค โดยเฉพาะถ้าเป็นเรื่องในรั้ว ในวัง หนึ่งตัวละครที่ขาดไม่ได้เลยนั่นก็คือ ‘ขันที’ มนุษย์เพศชายที่ถูกจับมาตอน ‘ตัด’ เอาอวัยวะเพศออก เพื่อให้สามารถรับใช้ ทำงาน และดำเนินชีวิตอยู่ในฝ่ายในที่มีเพียงสตรีและบุรุษเดียวคือ ‘ฮ่องเต้’ เท่านั้น ที่เข้าออกได้

คำว่า ‘ขันที’ น่าจะเป็นคำที่ผูกโยงกับอัตลักษณ์แบบจีนจนเราคุ้นชิน โดยในภาษาจีนเรียก ‘ขันที’ ว่า ‘ไท้เจี๋ยน’ แต่ในเอาจริงๆ ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ในภูมิภาคอื่นก็พบเห็นการมีอยู่ของ ‘ขันที’ เช่นเดียวกัน กระจายออกไปเรียกได้ว่าเป็นวัฒนธรรมโลกเลยทีเดียว ทีนี้ในแต่ละภูมิภาคเขาเรียก ‘ขันที’ กันอย่างไรบ้าง ? มาลองติดตามอ่านกันก่อน

สำหรับสยาม ในสมัยอยุธยาเราเรียก ‘ขันที’ ว่า ‘นักเทษขันที’ ซึ่งมีมาอย่างยาวนานก่อนจะมายกเลิกในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ส่วนข้าง มอญ - พม่า เรียก ‘ขันที’ ว่า ‘ก็อมนอย’ ส่วนในเกาหลีก็มี ‘ขันที’ เช่นเดียวกัน โดยเรียกว่า ‘แนซี’ การตอนของเกาหลีนี่โหดมาก เพราะเขา ‘ตอน’ โดยให้สุนัขกัดอวัยวะเพศจนขาด (คุณพระ !!!) 

สำหรับเรื่องราวของ ‘ขันที’ ที่น่าจะเก่าแก่ที่สุด ว่ากันว่าเกิดขึ้นที่เมืองลากาสช์ แคว้นสุเมเรียน ในเมโสโปเตเมีย ราว 2,000 ปีก่อนคริสตกาล และถือเป็นกลุ่มคนที่มีบทบาทสำคัญในราชสำนักของเมโสโปเตเมียและอียิปต์โบราณ ภาษาละตินและอาหรับเรียกขันทีว่า ‘ยูนุก’ ซึ่งนี่คือต้นธารแห่ง ‘ขันที’ 

โดยวัฒนธรรมการใช้ ‘ยูนุก’ แตกแขนงออกเป็น 2 สายคือ สายแรก แพร่หลายไปตามเส้นทางสู่จีนในสมัยราชวงศ์สุย ซึ่งวันนี้เราจะมารู้จัก ‘ขันที’ ในวัฒนธรรมที่จีนกัน ส่วนสายที่ 2 แพร่หลายในเอเชียตะวันตกและเอเชียใต้ สู่เปอร์เซียโบราณและจักรวรรดิโรมันตะวันออกหรือไบแซนไทน์

ส่วนต้นกำเนิดของขันทีในจีนก็ยังมีความคลุมเครือ ไม่สามารถหาหลักฐานที่บ่งชี้ต้นทางได้อย่างชัดเจน แต่หลักฐานที่เก่าแก่ที่สุดที่พบนั้นเกี่ยวข้องกับ ‘โจวกง’ พระอนุชาของ ‘พระเจ้าโจวอู่หวัง’ ผู้ปราบพระเจ้าโจ้วและสถาปนาราชวงศ์โจว ประมาณ 1,046 ปีก่อนคริสตกาล 

โจวกง มีชื่อจริงว่า ‘ต้าน แซ่จี’ เป็นโอรสองค์ที่ 4 ของพระเจ้าโจวเหวินหวัง เป็นกำลังสำคัญที่ช่วยพระเจ้าโจวอู่หวัง ปราบพระเจ้าโจ้ว ในยุคนั้น ‘โจวกง’ เป็นผู้วางระบบกฎหมายทั้งในบทข้อห้ามและบทลงโทษ หนึ่งในบทลงโทษที่กระทำต่ออาชญากรและเชลยศึกนั่นก็คือ ‘การตอน’ เพื่อให้เป็น ‘ขันที’ โดยขันทีจะแยกออกเป็น 2 ประเภทตามรูปแบบการตอนคือ...

ประเภทแรกเป็น ‘ขันทีที่ถูกตัดแค่ส่วนขององคชาติ’ แต่เหลือส่วนของอัณฑะเอาไว้ ซึ่งการตัดในลักษณะนี้จะส่งผลให้ ขันทีประเภทนี้ยังคงมีลักษณะภายนอกเหมือนกับผู้ชายทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นของหนวดเครา ขนแขนหรือขนขา รวมถึงเสียงของขันทีเหล่านี้ก็ยังคงมีความทุ้มและห้าวอยู่ เพราะว่า ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชายที่สำคัญ ยังผลิตจากอัณฑะอยู่ (แค่ไม่มี ‘ลำ’) ทำให้ยังเป็นผู้ชายอยู่ พวกนี้โดยมากจะเป็นเชลยศึกที่ถูกจับมา ต้องโดนตอนเพื่อไม่ให้สืบพันธุ์ได้ มักจะได้รับหน้าที่ให้ทำงานได้แค่ในเขตพระราชฐานชั้นนอกเท่านั้น 

ประเภทที่สอง ‘ขันทีที่ถูกตัดทั้งองคชาติและถุงอัณฑะ’ ขันทีประเภทนี้จะสูญเสียความเป็นชายไปทันทีหลังจากที่ได้ทำการเฉือนเอาถุงอัณฑะออกไปแล้ว อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า ‘อัณฑะ’ คืออวัยวะที่ผลิตฮอร์โมนโทสเตอโรน (Testosterone) ของผู้ชาย เมื่อตัดออกไปทั้งพวง ผลที่ได้คือ เสียงที่เล็กแหลมเหมือนผู้หญิง ลักษณะทางกายภาพภายนอกจะดูต่างไปจากเพศชายในช่วงวัยเดียวกัน ไม่มีลูกกระเดือกใหญ่โต ขนแขนขนขาและหนวดเคราไม่มี แสดงออกเหมือนกับสตรีเพศ เนื่องจากว่าเขาสูญเสียฮอร์โมนสำคัญในเพศชายไปแล้ว พวกนี้คือ ‘ขันที’ ที่เราคุ้นชิน สามารถทำงานเขตพระราชฐานชั้นใน ได้

ขันทีทั้ง 2 ประเภทหลังจากแผลการ ‘ตอน’ สมานดีแล้ว จะใช้ท่อที่ทำจากโลหะ ไม้ไผ่ หรือฟาง สอดเข้าไปเพื่อช่วยในการปัสสาวะ และใช้ระบาย ‘อสุจิ’ ออกมาเมื่อมันเต็มจนล้นตามการผลิตที่ทำได้ (เสียบลึกขนาดไหนกันนั่น ?) 

ส่วนใหญ่แล้ว การตอนเป็น ‘ขันที’ แบบสมัครใจ มักทำตั้งแต่เด็กก่อนวัยเจริญพันธุ์ เพราะการ ‘ตอน’ หลังจากวัยเจริญพันธุ์แล้วถือเป็นเรื่องเสี่ยงถึงแก่ชีวิตมากกว่า โดยอัตราการเสียชีวิตในหมู่ผู้ตอนหลังวัยเจริญพันธุ์แล้วอยู่ที่ประมาณ 1 ใน 3 ซึ่งผู้ที่รับใช้องค์ ‘ฮ่องเต้’ มีผู้ที่ผ่านการตอนทั้ง 2 ช่วงอายุ แต่ตอนแล้วใช่ว่าความต้องการทางเพศจะถูก ‘ตอน’ ไปด้วย 

แน่นอนว่า ‘ขันที’ หลังวัยเจริญพันธุ์ ย่อมต้องเคยรับรู้เรื่องความต้องการทางเพศและด้วยการที่ ‘ขันที’ มีทรัพยากรและเวลาอย่างเหลือเฟือให้ทดลองกิจกรรมทางเพศที่เชื่อว่าอาจช่วยให้อวัยวะที่สูญเสียไปนั้นกลับคืนมา (ตัดเพราะอย่างมีอำนาจ พอมีอำนาจก็เลยอยากต่อคืน ประมาณนั้น) โดยเฉพาะเรื่องของ ‘พลังหยิน’ ที่เชื่อว่าต้องใช้ผู้หญิงมากระตุ้นส่วนที่ถูกตัดไปอย่างต่อเนื่อง เพราะเชื่อว่าความซาบซ่าน (จากกิจกรรมกระตุ้น) จะทำให้เกิดพลังหยาง สรุปมีผลลัพธ์ที่บันทึกในศตวรรษที่ 13 บรรยายว่า “ส่วนที่เป็นแผลที่สมานกันแล้วกลายเป็นเสียหายด้วยเพลิงราคะอย่างบ้าคลั่ง มีความรู้สึกว่าเส้นเลือดกำลังจะระเบิดออกมา แต่ไม่มีใครรู้ว่าเลยมันไม่สามารถฟื้นฟูได้” (ก็นะ มันจะไปงอกคืนได้ยังไง ???)  

รำลึกถึงพ่อ ตามรอยสถานที่พระประสูติกาลของรัชกาลที่ 9 จากพลเมืองอเมริกัน สู่ องค์ราชันผู้ยิ่งใหญ่

หลายคนอาจไม่รู้ว่ารัชกาลที่ 9 ทรงมีพระประสูติกาลในอเมริกา ไม่ใช่สวิตเซอร์แลนด์ โดยพระองค์เสด็จพระราชสมภพใน 'โรงพยาบาลเคมบริดจ์' ซึ่งปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็น 'โรงพยาบาลเมาต์ออเบิร์น' (Mount Auburn) เมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ และสหรัฐอเมริกามีกฎหมายว่า เด็กทุกคนที่เกิดในอเมริกาให้ถือเป็นพลเมืองอเมริกัน ดังนั้นพระองค์ทรงมีสถานภาพเป็นพลเมืองอเมริกันโดยกำเนิด

ก่อนหน้าจะทรงมีพระประสูติกาล สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนกของรัชกาลที่ 9 นับเป็นพระราชนิกุลพระองค์แรกที่เสด็จฯ ไปศึกษาที่สหรัฐอเมริกา โดยทรงเข้าศึกษาในชั้นเตรียมแพทย์ก่อนเป็นเวลา 1 ปี และลงทะเบียนเป็นนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 1 ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย ฮาร์วาร์ดในปี พ.ศ. 2460

ระหว่างทรงศึกษาในอเมริกา พระโอรสพระองค์ที่สองมีประสูติกาลที่โรงพยาบาลเมาต์ออเบิร์น (Mount Auburn) เมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ 2470 ภายใต้การดูแลของนายแพทย์ DR. W. STEWART WHITTEMORE เมื่อแรกพระบรมราชสมภพ โดยรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระนามในสูติบัตรว่า 'เบบี้สงขลา' (Baby Songkla) ซึ่งมาจากพระนามของสมเด็จพระบรมราชชนก ที่มีพระนามในต่างประเทศว่า Mr.Mahidol Songkla

หลังจากที่ทรงพระราชสมภพได้ไม่ถึง 3 ชั่วโมง สมเด็จพระบรมราชชนกทรงส่งโทรเลขถึงสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ว่า...

"ลูกชายเกิดเช้าวันนี้ สบายดีทั้งสอง ขอพระราชทานนามทางโทรเลขด้วย"

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานนามว่า 'ภูมิพลอดุลยเดช' ซึ่งแปลว่า 'พลังแห่งแผ่นดิน'

'ก.พาณิชย์' เผยตัวเลขต่างชาติลงทุนไทยยาวทั้งปี 65 ผลจากมาตรการส่งเสริมการลงทุนรอบด้านของภาครัฐ

(16 ธ.ค. 65) นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ยอดการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวว่า ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ตลอด 11 เดือนของปี 2565 (ม.ค. - พ.ย.) อนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย จำนวน 530 ราย แบ่งเป็น ใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว จำนวน198 ราย และหนังสือรับรองประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว จำนวน 332 ราย เม็ดเงินลงทุนทั้งสิ้น 112,466 ล้านบาทจ้างงานคนไทย 5,008 คน 

ทั้งนี้ ต่างชาติที่เข้ามาลงทุนมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ญี่ปุ่น 137 ราย เงินลงทุน 39,000 ล้านบาทสิงคโปร์ 85 ราย เงินลงทุน 11,999 ล้านบาท สหรัฐอเมริกา 70 ราย เงินลงทุน 3,343 ล้านบาท ฮ่องกง 38 ราย เงินลงทุน 8,451 ล้านบาท และ จีน 25 ราย เงินลงทุน 22,677 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม โดยช่วง 11 เดือน 2565 นั้น ธุรกิจที่ได้รับอนุญาตฯ ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจที่สอดคล้องกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ นโยบายส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐ และสนับสนุนธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ

ตำรวจจับแล้ว หนุ่มยิงคู่กรณีต่อหน้าตำรวจบน สน.หลักสอง หลัง ผบ.ตร.สั่งเร่งจับกุม ถือเป็นบุคคลอันตราย ไม่เกรงกลัวกฎหมาย

วันนี้ (16 ธ.ค. 2565) เวลาประมาณ 18.00 น. พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เปิดเผยถึงกรณี เกิดเหตุชายอายุ 27 ปี ใช้ปืนยิงกระหน่ำยิงคู่กรณีเสียชีวิตต่อหน้าพนักงานสอบสวน แล้ววิ่งลงจากชั้น 2 ของสถานีตำรวจ หลบหนีขึ้นรถยนต์กระบะ เหตุเกิดบริเวณชั้น 2 ห้องพนักงานสอบสวน สน.หลักสอง ว่า “คดีดังกล่าวได้รับรายงานเบื้องต้นจาก สน.หลักสองว่า เมื่อวันที่  16 ธันวาคม 2565 เวลาประมาณ 14.34 น. ขณะที่ พ.ต.ท.กฤษณะ ทองบ้านบ่อ พนักงานสอบสวน สน. หลักสอง ได้นัดหมายเจรจาค่าสินไหมทดแทนคดีทำร้ายร่างกาย ระหว่าง นายคมสัน อินทร์ฤทธิ์(ผู้ต้องหาในคดีเก่า) อายุ 33 ปี กับ นายพีรสิน  กุลชุติสิน(ผู้เสียหายในคดีเก่า) จากนั้น ในขณะที่เจรจาค่าสินไหมทดแทนในคดีอยู่นั้น นายพีรสินฯได้ใช้อาวุธปืนยิงนายคมสันฯ และนายอนุสรณ์ฯ(ทนายความของนายคมสันฯ) จำนวนประมาณ 8 นัด เป็นเหตุให้นายคมสันฯถึงแก่ความตาย ส่วนนายอนุสรณ์ฯได้รับบาดเจ็บ นำส่ง รพ.อาการ ปลอดภัยแล้ว  จากนั้น นายพีรสินฯ ได้ขับขี่รถยนต์กระบะคันหมายเลขทะเบียน 2ฒง-9178 กทม. หลบหนีไป 

‘วรภพ’ จี้!! 3 ประเด็น รัฐเข็นค่าไฟแพงรับปีใหม่ แม้ความผิดพลาดจะมาจากการบริหารของรัฐล้วน ๆ

วันที่ (16 ธ.ค. 65) ที่รัฐสภา วรภพ วิริยะโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล แถลงข่าวกรณีค่าไฟแพง หลังจากรัฐบาลมีมติขึ้นค่าไฟ โดยให้คงค่าไฟเฉพาะครัวเรือนที่ใช้ไฟไม่เกิน 500 หน่วย/เดือน ส่วนผู้ใช้ไฟกลุ่มอื่นรวมถึงประชาชนที่ใช้ไฟเกิน 500 หน่วย/เดือน จะต้องเจอค่าไฟที่แพงขึ้น 1 บาท/หน่วย จากเดิม 4.72 บาท/หน่วย เพิ่มเป็น 5.7 บาท/หน่วย เริ่มต้นเดือนมกราคม 2566 เป็นต้นไป

วรภพ กล่าวว่า ของขวัญปีใหม่ของคนไทยไม่ควรเป็นค่าไฟที่แพงขึ้น ตนเคยท้วงติงรัฐบาลหลายครั้ง ว่าต้นตอเรื่องนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข โดยมี 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ ประเด็นที่หนึ่ง มีโรงไฟฟ้ามากเกินความจำเป็น เพราะรัฐบาลอนุญาตให้เอกชนสร้างโรงไฟฟ้ามากเกินไป ประชาชนต้องจ่ายค่าไฟให้กลุ่มทุนเหล่านี้ผ่านการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) 2,400 ล้านบาท/เดือน ดังนั้น รัฐบาลควรเร่งเจรจากับเอกชน ให้ลดค่าความพร้อมจ่าย (Availability Payment) โดยอาจแลกกับการขยายสัญญาออกไป ทำให้ในอนาคตไม่จำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ ถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาลโดยตรงในการเจรจาเพื่อลดค่าครองชีพของประชาชน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top