Saturday, 7 November 2026
Hard News Team

‘NBDC’ โร่แจงปมดรามา หลังโพสต์ภาพไม่เหมาะสม ด้านแอดมินต้นเรื่อง ออกรับผิดชอบด้วยการ ‘ลาออก’

จากกรณีดรามา ที่ทางบริษัท NBDC ได้โพสต์ภาพที่ไม่เหมาะสม ล่าสุด เฟซบุ๊ก ‘ผลิตและจำหน่ายอาหารปลาและอาหารสุกร - Fish and animals' feed product’ แอดมินเพจ NBDC ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบ ด้วยการลาออก โดยระบุว่า

เรื่อง ชี้แจงกรณี โพสข้อความและภาพที่ไม่เหมาะสมผ่านทางช่องทาง Facebook

วันที่ 29 มีนาคม 2566
จากกรณีที่แอดมินเพจของทางบริษัท NBDC ได้มีการโพสต์ภาพที่ไม่เหมาะสม จากการที่แอดมินทำ Viral ดังกล่าวมาทำ Content ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมของเพจเฟซบุ๊กของบริษัท ในการนี้บริษัทฯ ขอเรียนแจ้งว่า...

ทางบริษัทไม่มีนโยบายและส่งเสริมการกระทำที่รุนแรง อันมีผลต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งนี้ทางบริษัทจึงขออภัยในการกระทำดังกล่าว ซึ่งภายในวันนี้พนักงานที่เกี่ยวข้องได้ขอแสดงความรับผิดชอบต่อทุกฝ่าย โดยการยื่นหนังสือลาออก ทั้งนี้ทางบริษัทฯ ยังได้เร่งประสานงานไปยังส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ผบ.ทร.ทำบุญครบ 100 วัน กำลังพลที่เสียชีวิตเรือหลวงสุโขทัยอับปาง

วันนี้ (29 มีนาคม 2566) เวลา 08.00 น.พลเรือเอก เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และนางจตุพร ชมเชิงแพทย์ นายกสมาคมภริยาทหารเรือ เป็นประธานในพิธีทำบุญครบรอบ 100 วัน เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่กำลังพลที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์เรือหลวงสุโขทัยอับปาง ณ พุทธสถานเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา กองเรือยุทธการ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมี พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ตลอดจนคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพเรือ ให้การต้อนรับ ทั้งนี้มีกำลังพลเรือหลวงสุโขทัย ที่รอดชีวิตจำนวน 76 นาย รวมถึงครอบครัวและญาติของกำลังพลจากเหตุการณ์เรือหลวงสุโขทัยอับปาง เข้าร่วมในพิธี 

โอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้มอบเงินช่วยเหลือและทุนการศึกษาจากกองทุนน้ำใจไทยเพื่อผู้เสียสละในจังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพเรือแก่ ทายาทและบุตรของกำลังพลที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์เรือหลวงสุโขทัยอับปาง โดยแบ่งเป็นทายาทจากกรณีผู้สูญหาย จำนวน 5 ทุน และบุตรกำลังพลที่เสียชีวิตจำนวน 9 ทุน นอกจากนี้ นายกสมาคมภริยาทหารเรือ ได้มอบเงินช่วยเหลือและทุนการศึกษาจากสมาคมภริยาทหารเรือ ให้แก่บุตรกำลังพลที่เสียชีวิตจำนวน 9 ทุน ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับเงินช่วยเหลือและทุนการศึกษาเป็นผู้ที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาในการรับทุนเรียบร้อยแล้ว

พลเรือเอก ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า เหตุการณ์เรือหลวงสุโขทัยอับปาง เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2565 ส่งผลให้กำลังพลเสียชีวิต 24 นาย สูญหาย 5 นาย และรอดชีวิต 76 นาย ในส่วนของการปฏิบัติ การค้นหากำลังพล 5 นายที่สูญหาย กองทัพเรือ และหน่วยงานต่าง ๆ ได้ทำการค้นหาอย่างต่อเนื่อง จนเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 กระทรวงกลาโหม ได้มีคำสั่งกระทรวงกลาโหม เรื่อง สันนิษฐานว่าข้าราชการกระทรวงกลาโหม ถึงแก่ความตายเพราะสูญหายในขณะปฏิบัติหน้าที่ราชการ โดยสันนิษฐานว่า กำลังพลกองทัพเรือจำนวน 5 นาย ได้ถึงแก่ความตายแล้ว ซึ่งได้รับการชดเชย และการเยียวยาตามสิทธิกำลังพลของกองทัพเรือ ทั้งนี้กองทัพเรือได้ให้ความช่วยเหลือแก่ครอบครัวกำลังพลกองทัพเรือ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เรือหลวงสุโขทัยอับปางนั้น โดย พลเรือเอก เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ มีความเป็นห่วงครอบครัวกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตรวมถึงกำลังพลที่ยังคงสูญหายเป็นอย่างมาก จึงได้เร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสิทธิกำลังพล ดำเนินการเพื่อให้การช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อน แก่ครอบครัวของกำลังพลในด้านต่าง ๆ อย่างเต็มที่

สิ่งที่เป็นเรื่องอันน่าจดจำสำหรับ “รัฐบาลลุงตู่”

รัฐบาลลุงตู่ยุบสภา และเตรียมเดินหน้าสู่การ #เลือกตั้ง66 สิ่งที่เป็นเรื่องอันน่าจดจำสำหรับ “รัฐบาลลุงตู่” ที่เชื่อเหลือเกินว่า คงมีคนพูดถึงกันไปอีกนาน นั่นคือ โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบางคนเรียกสั้นๆ ว่า “บัตรลุงตู่”

โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เริ่มต้นขึ้นราวปี 2560 และอย่างที่ทราบกันว่า เป็นการช่วยเหลือเยียวยาคนไทย “ผู้มีรายได้น้อย” หรือคนยากคนจน ให้สามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ ซึ่งไม่น่าเชื่อว่า โครงการเปิดมาเพียงไม่กี่ปี ก็เกิดสถานการณ์โควิด-19 ระบาดใหญ่ทั่วโลก ไม่มากก็น้อย บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เข้าช่วยเหลือคนยากไร้ได้อย่างมากมาย

‘สมอ.’ ร่วม ‘DSI’ บุกทลายโกดังเก็บสินค้าย่านบางขุนเทียน พบ ‘หม้ออบลมร้อน-ไดร์เป่าผม’ เพียบ รวมมูลค่า 7 ล้านบาท!!

(29 มี.ค. 66) นายบรรจง สุกรีฑา เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา สมอ.ได้ประสานความร่วมมือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เข้าตรวจค้นโกดังเก็บสินค้าย่านบางขุนเทียน กทม. และกระทุ่มแบน สมุทรสาคร พบสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่ได้มาตรฐานกว่า 30 รายการ กว่า 23,000 ชิ้น มูลค่ารวมกว่า 7 ล้านบาท จึงยึดอายัดเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

การลงพื้นที่ในครั้งนี้ DSI ได้นำทีมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจค้นโกดังเก็บสินค้าจำนวน 2 แห่ง แห่งแรกในพื้นที่ย่านบางขุนเทียน พบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเป็นสินค้าควบคุมของ สมอ. ตาม พ.ร.บ. มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ.2511 เช่น หม้อหุงข้าว ไดร์เป่าผม ที่ม้วนผม หลอดไฟ และเพาเวอร์แบงก์ ฯลฯ ไม่แสดงเครื่องหมายมาตรฐาน มอก. เเละไม่แสดงชื่อผู้รับใบอนุญาต จำนวนกว่า 2,900 ชิ้น มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท

แห่งที่ 2 เป็นโกดังเก็บสินค้าในอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร พบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เช่น เตาอบไฟฟ้า หม้ออบลมร้อน ไดร์เป่าผม ที่หนีบผม และโคมไฟ ฯลฯ กว่า 32 รายการ ไม่แสดงเครื่องหมายมาตรฐาน มอก. และไม่แสดงชื่อผู้รับใบอนุญาต จำนวนกว่า 20,000 ชิ้น มูลค่ากว่า 6 ล้านบาท จึงยึดอายัดเพื่อดำเนินการตามกฎหมายทันที ทั้งนี้ สินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าที่ สมอ.ควบคุม หากไม่ได้มาตรฐานอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตของประชาชนได้

จากการตรวจสอบเบื้องต้นผู้ประกอบการทั้ง 2 ราย รายแรกเป็นผู้ประกอบการที่ไม่ได้รับใบอนุญาตนำเข้าจาก สมอ. และรายที่ 2 เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตนำเข้าจาก สมอ. ซึ่งทั้ง 2 รายนี้ มีความผิดตาม พ.ร.บ.มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ.2511 ต้องระวางโทษกรณีมีไว้เพื่อจำหน่ายสินค้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และนำเข้าสินค้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

Reinventing University ส่งมอบศูนย์อัจฉริยะ มุ่งพัฒนาท้องถิ่นภาคใต้ ช่วย ม.ทุกแห่งทั่วประเทศ ขับเคลื่อนการทำงานได้อย่างคล่องตัว

(29 มี.ค.66) อนุกรรมการด้านการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย สป.อว. นำทีมโดย ศ.ดร.พีระพงศ์ ทีฆสกุล ประธานอนุกรรมการ, นายพันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี หัวหน้ากลุ่มภารกิจบริหารยุทธศาสตร์ พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการฯ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการ Reinventing University ของมหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มภาคใต้ 5 แห่ง ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา จ.สงขลา โดยมีอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา รศ.ดร.ทัศนา ศิริโชติ รวมถึงผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏอีก 4 แห่ง ให้การต้อนรับและนำเสนอผลการดำเนินงาน 

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยทั้ง 5 แห่ง ได้ส่งมอบศูนย์อัจฉริยะเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นภาคใต้ 5 ศูนย์ ได้แก่...
1. ด้านการพัฒนานวัตกรรมท้องถิ่นและโลจิสติกส์ โดย มรภ.สุราษฎร์ธานี 
2. ด้านการเป็นผู้ประกอบการท้องถิ่น โดย มรภ.สงขลา 
3. ด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดย มรภ.นครศรีธรรมราช 
4. ด้านการเกษตรและอาหาร โดย มรภ.ยะลา 
5. และ ด้านการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ โดย มรภ.ภูเก็ต

ลูกสาวแฉ!! แม่ตัวเองรับญาติป่วยติดเตียงมาดูแล  หวังเงิน 8 พันบาท แต่ลับหลังทำร้าย-ให้กินข้าวบูด 

(29 มี.ค.66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลายเป็นเรื่องสะเทือนใจกรณีสาวรายหนึ่งได้โพสต์เรื่องราวที่เกิดขึ้นในครอบครัว หลังแม่นำญาติที่ป่วยติดเตียงมาดูแลที่บ้าน แต่ไม่ได้รับการดูแลอย่างที่ควรจะเป็น โดยเผยให้เห็นสภาพเตียง ห้องที่สกปรก จานข้าวที่มีมดขึ้น

โดยมีการระบุข้อความว่า ไม่ทนอีกต่อไปแล้ว ใครพูดไม่ฟัง คือแม่ เอาผู้ป่วยติดเตียงที่เป็นลูกพี่ลูกน้องมาไว้ที่บ้าน เพราะอยากได้เงินจากทางญาติๆ เดือนละ 8,000 บาท  แต่ลับหลังคือตีเค้า ตบกะบาลบ้างไรบ้าง เอาข้าวบูดให้เค้ากินทุกวัน พอขี้แตก ก็ด่าก็ว่า มีแต่คนเห็น เห็นจนเอือม แต่ช่วยอะไรไม่ได้ มีหน่วยงานไหน ช่วยประสานให้ญาติมารับทีเถอะ สงสารเค้า พิการครึ่งซีก ทางญาติก็ทิ้งส่ง ทิ้งขว้าง ไม่สนใจไยดี ทั้งที่รู้เรื่อง โพสต์นี่กูขอประจาน ไม่มีความเป็นคนเลย

‘ปชป.’ เคาะ!! ผู้สมัคร 400 เขต พ่วงปาร์ตี้ลิสต์อีกนับ 100 ชู ‘จุรินทร์’ เป็นแคนดิเดตนายกฯ เพียงรายชื่อเดียว

(29 มี.ค. 66) นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริหารพรรคมีมติเห็นชอบรายชื่อบุคคลลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ทั้ง 400 เขต และ 100 ส.ส. บัญชีรายชื่อ ทั้งหมดแล้ว ซึ่งในส่วนของ ส.ส. บัญชีรายชื่อ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ในฐานะหัวหน้าพรรค และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ในฐานะเลขาธิการพรรค จะเป็นผู้พิจารณาจัดลำดับรายชื่อ เหมือนการเลือกตั้งเมื่อ 2 ครั้งที่ผ่านมา ด้วยความเที่ยงธรรมและคำนึงถึงประโยชน์ของพรรคเป็นหลัก และผู้สมัครไม่มีความขัดข้องใด ๆ

เมื่อ ‘เพื่อไทย’ เลือก ‘หมอมิ้ง’ แคนดิเดต ชู ‘แลนด์สไลด์’ ทรมานใจติ่งพรรคส้ม

ในวันที่ 4 เม.ย.2566 ก็จะได้เวลากรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยเคาะชื่อ “บุคคลซึ่งพรรคการเมืองนั้นมีมติว่าจะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีไม่เกินสามรายชื่อต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อนปิดการรับสมัครรับเลือกตั้ง...” หรือที่เรียกกันสั้น ว่าแคนดิเดตนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 88

แต่เนื่องด้วยยังมีบทเฉพาะกาลมาตรา 272  คนโหวตเลือกนายกฯ จะมีสมาชิกวุฒิสภามาร่วมแจมด้วย

พรรคเพื่อไทยประกาศชัดว่าจะจัดเต็มคาราเบล 3 รายชื่อ...เปิดหน้าเปิดตามาแล้วสองคน...’อุ๊งอิ๊ง’ แพทองธาร ชินวัตร และ ‘เสี่ยนิด’ เศรษฐา ทวีสิน ซึ่งคนแดนไกลอย่างโทนี วู้ดซัม บอกว่าเก่ง (คนละด้าน) ทั้งคู่...คนที่สามที่กำลังจะเปิดตัวก็คงเก่งไปอีกทาง…

โทนี่ วู้ดซัม ยังได้พูดแบบไม่สนใจมาตรา 28, 29 ของพรป.พรรคการเมือง คือ พูดอย่างกะเป็นเจ้าของพรรคว่า...ไม่ว่าคนที่สามเป็นใครแต่ทั้งสามคนตกลงกันแล้วว่า คนหนึ่งเป็น (นายกฯ) อีกสองคนจะร่วมด้วยช่วยกัน...

จาก ม.ค.-มี.ค.ปีนี้  ชื่อแคนดิเดตนายกฯ คนที่สามทยอยโผล่มาด้วยที่มาต่างกัน...ประกอบด้วย สมชัย เลิศสุทธิวงศ์  ลูกหม้อเก่าเครือชินคอร์ป, ดร.สุรเกียรติ เสถียรไทย ที่ว่ากันว่าเป็น ส.เสือตัวใหญ่…‘หมอมิ้ง’ หรือ ‘สหายจำรัส’ หรือ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตรองนายกฯและรมต.ของพรรค และล่าสุด นสพ.มติชน รายวัน บอกว่าอาจปัดฝุ่นเอาชื่อ ‘ชัยเกษม นิติศิริ’ ที่เคยเป็นหนึ่งในแคนดิเดตเมื่อปี 2562มาใช้บริการอีกครั้ง…

ขณะที่รายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ยังไม่จบ...รายชื่อผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อหรือปาร์ตี้ลิสต์ 100 คน ของพรรคก็ออกมา เป็นรายชื่อเรียงตามตัวอักษรยังไม่มีการจัดอันดับจริง

น่าสนใจว่าไม่พบชื่อ แพทองธาร และ เศรษฐา แต่พบรายชื่อ ‘ชัยเกษม นิติศิริ’ ซึ่งอีกด้านหนึ่งพรรคเพิ่งแต่งตั้งให้เป็นประธานคณะกรรมการด้านประชาธิปไตย กระบวนการยุติธรรมและความเสมอภาคเท่าเทียม...

จะให้ถอดรหัสก็น่าจะอนุมานได้ว่าทางพรรคอยากดูแล ‘ชัยเกษม’ ให้เป็น ส.ส.หรือเป็นรัฐมนตรีในอนาคต  ยังไม่น่าจะเอามาปัดฝุ่นเป็นนายกฯ

‘จีน’ ออกข้อบังคับ ‘สถานรับเลี้ยงเด็กที่บ้าน’ ฉบับทดลอง สะท้อนความมุ่งมั่นในนโยบายการเพิ่มจำนวนประชากร

(29 มี.ค. 66) เมื่อวันอังคารที่ 28 มี.ค. 66 สำนักข่าวซินหัว, ปักกิ่ง เปิดเผยว่า ‘ไช่นา เดลี’ (China Daily) รายงานว่า คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน ได้เผยแพร่ข้อบังคับฉบับทดลอง ว่าด้วย ‘บริการสถานรับเลี้ยงเด็กที่บ้าน’

ก่อนหน้านี้คณะกรรมการฯ ออกข้อบังคับฉบับทดลองเกี่ยวกับผู้ให้บริการสถานรับเลี้ยงเด็กที่บ้าน ซึ่งอยู่ระหว่างการขอความเห็นจากสาธารณชนจนถึงวันที่ 14 เม.ย. 66 โดยผู้ให้บริการเหล่านี้ คือหน่วยงานที่ปรับเปลี่ยนพื้นที่พักอาศัยเป็นสถานรับเลี้ยงเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี จนถึงอายุ 3 ปี และสามารถดูแลเด็กได้ไม่เกิน 5 คน ส่วนผู้ดูแลแต่ละคนสามารถดูแลเด็กสูงสุด 3 คน

ผู้ดูแลควรเป็นคนมีประสบการณ์ หรือมีภูมิหลังทางการศึกษาเกี่ยวกับการรับเลี้ยงเด็กและสุขภาพเด็ก และได้รับการฝึกอบรมด้านสุขภาพจิต ความปลอดภัยทางอาหาร การปฐมพยาบาลเบื้องต้น และความปลอดภัยด้านอัคคีภัย โดยผู้ที่มีประวัติด้านจิตเวชและเคยก่ออาชญากรรมจะไม่สามารถประกอบอาชีพนี้ได้

‘รฟท.- ขสมก.-กรุงไทย’ ร่วมดันบัตรเหมาจ่ายค่ารถไฟฟ้ายสีแดง-ขสมก. ราคา 2,000 บาท/เดือน ไม่จำกัดเที่ยว ยกระดับการเดินทางแบบไร้รอยต่อ

‘รฟท. ขสมก. และกรุงไทย’ ผนึกกำลัง เปิดตัว บัตรเหมาจ่ายนั่งรถไฟฟ้า ‘สายสีแดง-รถเมล์’ 2,000 บาท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. ตั้งเป้าจ่ายผ่านบัตรวันละหมื่นคน จากปัจจุบัน 4-5 พันคนต่อวัน ส่วนขสมก. คาดเพิ่มขึ้น 5.5-6 หมื่นคนต่อวัน จากเดิม 5 หมื่นคนต่อวัน พร้อมประเมินผล 6 เดือน หนุนรองรับพรรคการเมืองออกนโยบายประหยุดค่าครองชีพ

(29 มี.ค. 66) นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) พร้อมด้วย นางพริ้มเพรา วงศ์สุทธิรัตน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.), นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง และ นายกิตติพัฒน์ เพียรธรรม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ร่วมกันเปิดโครงการบัตรเหมาจ่าย TRANSIT PASS RED LINE BKK X BMTA หรือ บัตรเหมาจ่ายรถไฟฟ้าสายสีแดงกับรถโดยสาร (รถเมล์) ของ ขสมก. เพื่ออำนวยความสะดวกผู้ใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะ 2 ระบบ คือ ทางรางและทางบกเดินทางได้ด้วยการใช้บัตรใบเดียว

นายสุเทพ เปิดเผยว่า บัตรเหมาจ่ายจัดจำหน่ายใบละ 2,000 บาท และค่าธรรมเนียมออกบัตร 100 บาท รวมค่าใช้จ่าย 2,100 บาท โดยหาซื้อบัตรเหมาจ่ายได้จากจุดจำหน่ายบัตรของ ขสมก. และ รฟท. ส่วนการใช้งานสามารถใช้บัตรเหมาจ่ายแตะชำระค่าโดยสารที่เครื่องชำระค่าโดยสารอัตโนมัติ หรือ EDC บน รถเมล์ ขสมก. ที่ให้บริการปัจจุบัน 2,885 คัน และจุดรับชำระค่าโดยสารที่ รฟท. กำหนด หลังจากเติมเงินบัตรจะมีอายุการใช้งาน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่แตะชำระครั้งแรกที่ ขสมก. และ รฟท. อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ผู้โดยสารชำระค่าโดยสารครั้งแรกที่ ขสมก. วันที่ 1 เม.ย.66 บัตรจะใช้งานทั้ง ขสมก. และ รฟท. ได้ถึงวันที่ 30 เม.ย.66 เท่านั้น จนกว่าการเติมเงินครั้งถัดไป โดยสามารถใช้งานกับรถเมล์ ขสมก. ทุกประเภทแบบไม่จำกัดเที่ยว

ส่วนกรณีใช้ชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีแดงจะนับจำนวนเที่ยวสูงสุด 50 เที่ยวต่อการเติมเงินหนึ่งครั้ง หากใช้จำนวนเที่ยว 50 เที่ยวหมดก่อน 30 วัน จะไม่สามารถใช้ชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีแดงได้อีก แต่ยังใช้ชำระค่าโดยสารรถเมล์ ขสมก. ได้จนกว่าครบ 30 วัน เช่น ผู้โดยสารใช้งานรถไฟฟ้าสายสีแดงครั้งแรกวันที่ 1 เม.ย.66 ครบ 50 เที่ยวในวันที่ 25 เม.ย.66 ผู้โดยสารไม่สามารถใช้ชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีแดงได้อีก แต่ยังคงใช้ชำระค่าโดยสารรถเมล์ ขสมก. ได้จนถึงวันที่ 30 เม.ย.66 ตามปกติ จนกว่าจะเติมเงินรอบต่อไป 

นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดง 25,000 คนต่อวัน แบ่งเป็นใช้จ่ายผ่านบัตรประเภทต่างๆ รถไฟฟ้าสายสีแดงรองรับ 4,000-5,000 คนต่อวัน ที่เหลือจ่ายค่าโดยสารผ่านเหรียญโดยสาร คาดว่ามีบัตรเหมาจ่ายจะเพิ่มให้มีผู้มาใช้จ่ายผ่านบัตรเป็น 10,000 คนต่อวัน ส่วนค่าโดยสารจำนวน 50 เที่ยว จะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 1,250 บาท หรือ เฉลี่ย 25 บาทต่อเที่ยว เมื่อมีบัตรเหมาจ่ายจะจ่ายแค่ 1,100 บาท หรือเฉลี่ย 22 บาทต่อเที่ยว ช่วยประหยัดได้ 150 บาท หรือ 3 บาทต่อเที่ยว ขณะที่ซื้อบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ ขสมก. ประเภทรถเมล์แอร์แบบรายเดือนราคา 1,020 บาท แต่เมื่อซื้อบัตรแบบเหมาจ่ายจะจ่ายแค่ 900 บาทต่อ 30 วัน ซึ่งช่วยประหยัดได้ 120 บาทต่อเดือน

ด้านนางพริ้มเพรา กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้โดยสารที่ชำระค่าโดยสารผ่านเครื่อง EDC อยู่ที่ 50,000 คนต่อวัน หากมีบัตรเหมาจ่ายตั้งเป้าจะเพิ่มยอดชำระผ่านเครื่อง EDC อยู่ที่ 55,000-60,000 คนต่อวัน จากจำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการรถเมล์ประมาณ 700,000 คนต่อวัน หลังจากนี้ ขสมก. และรถไฟฟ้าสายสีแดงจะใช้เวลาประมาณเมิน 6 เดือน เกี่ยวกับจำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการ รวมทั้งระบบการใช้งานต่าง ๆ เพื่อปรับปรุงให้สอดคล้องกับการใช้งานต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top