Saturday, 7 November 2026
Hard News Team

‘อนุทิน’ รุดเยี่ยม ‘เอ๋ ชนม์สวัสดิ์’ ที่ รพ. บุรีรัมย์ แพทย์ เผย อาการยังคงทรงตัว

(31 มี.ค.66) เมื่อวันที่ 30 มี.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม หรือ เอ๋ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ เดินทางไปที่สนามฟุตบอลช้างอารีนา จ.บุรีรัมย์ เพื่อแข่งรถ ต่อมาเกิดอาการฮีทสโตรก ไม่ได้สติ เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวส่งไปยัง รพ.บุรีรัมย์

ผู้สื่อข่าวเกาะติดสถานการณ์ที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ตั้งแต่ช่วงเย็นที่ผ่านมาไม่พบการเคลื่อนไหวใดๆ กระทั่งเวลา 21.00 น. นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ยูไนเต็ด พร้อมด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางมาถึงโรงพยาบาลแล้ว

นอกจากนี้ มีรายงานว่า น.ส.นันทิดา แก้วบัวสาย หรือ ตู่ ภรรยานายชนม์สวัสดิ์ ซึ่งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ได้เดินทางมาด้วย แต่ไม่พบตัว

‘สภ.พลูตาหลวง’ ได้รับแจ้งเหตุ สุนัขคาบ ‘ยาบ้า’ มาแทะเล่น  นับพันเม็ด! คาด กลุ่มผู้ค้ายาเอามาซ่อนตามถนนไว้ให้ลูกค้า 

(31 มี.ค.66) เมื่อวันที่ 30 มี.ค.66 พ.ต.ท.ชัยมงคล จันทพรม รอง ผกก.สส.สภ.พลูตาหลวง , ว่าที่ พ.ต.ต.ภานุภณ ชีวธารานนท์ สว.สส.สภ.พลูตาหลวง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ลงพื้นที่ตรวจสอบหน้าห้องเช่าไม่มีเลขที่ ม.6 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

เส้นทางของ "รัฐบาลประยุทธ์"

ในที่สุด รัฐนาวาภายใต้การนำของ "ลุงตู่" พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็สามารถฝาคลื่มลมทางการเมืองมาเกือบ 4 ปี จนถึงปลายทางที่จบลงด้วยการยุบสภา รอเลือกตั้งอีกครั้งในอีกไม่ถึง 2 เดือนข้างหน้า

เส้นทางของ "รัฐบาลประยุทธ์" ที่ผ่านมาถือว่าไม่ง่าย เพราะต้องผ่านทั้งวิกฤติ โควิด - 19 รวมทั้งบรรยากาศความขัดแย้งทางการเมืองทั้งใน และนอกสภา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์สื่อ ที่นำมาสู่การเติบโตของขบวนการข่าวปลอม หรือ "เฟกนิวส์"

ท่ามกลางอุปสรรคขวากหนามที่ว่า มี "หนึ่งคน" ที่มีบทบาทชัดเจน ในการออกหน้า ปะ ฉะ ดะ ปกป้องตอบโต้ ชี้แจง กรณีที่มีการพาดพิง หรือเกิดข่าวปลอม เกี่ยวกับนายกรัฐมนตรีอยู่เสมอ จนได้รับขนานนามเป็น "องครักษ์พิทักษ์ลุงตู่" เดาไม่ยากว่า ใครคนนั้นคือ "ธนกร วังบุญคงชนะ" รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีนั่นเอง

วิถีชีวิตของ รมต. คนนี้ไม่ธรรมดา หากย้อนเวลากลับไป เขามีฝันอยากเป็นนักการเมืองมาตั้งแต่เยาว์วัย นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นและแรงขับดันให้ "แด๊ก - ธนกร วังบุญคงชนะ" เด็กหนุ่มจาก อำเภอจุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ก้าวเดินตามฝัน แม้เป็นลูกชาวบ้านธรรมดา แต่เขาได้รับการปลูกฝังความเป็นผู้นำ และหัวจิตหัวใจในการช่วยเหลือผู้อื่นจาก พ่อและแม่มาตั้งแต่ยังเล็ก

"ธนกร" เริ่มเลียบเคียงแวดวงการเมือง ค่อยๆ ขยับเข้าใกล้จนถึงเป้าหมายที่เขาตั้งไว้ เริ่มจากการเลือกศึกษาด้านสื่อสารมวลชน จบออกมาเริ่มทำงานเป็นผู้สื่อข่าวสายทำเนียบฯ ประจำหนังสือพิมพ์สยามรัฐในช่วงสั้นๆ ก่อนขยับไปเป็นเลขานุการกรรมการป้องกันการทุจริตแห่งชาติหรือ ปปช. เกือบ 2 ปี จนได้รับโอกาสเข้าสู่เส้นทางการเมืองเต็มตัวจากการชักนำของ "สมศักดิ์ - อนงค์วรรณ เทพสุทิน" ซึ่งธนกร ยกให้เป็นครูทางการเมืองของเขา

หลังจากนั้นเขาได้ลงสมัครรับเลือกตั้งหนแรกกับพรรคมัชฌิมาธิปไตย ก่อนขยับมาเป็นที่ปรึกษา และเลขานุการรัฐมนตรีหลายกระทรวง จนกระทั่งมีโอกาสเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพรรคพลังประชารัฐในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล "ธนกร" ผ่านการรับบทบาทเป็นโฆษกพรรค เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นเลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นโฆษกรัฐบาล ต่อมาได้รับตำแหน่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และได้ก้าวขึ้นมาเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในที่สุด

ด้วยตำแหน่งหน้าที่ ทั้งโฆษกรัฐบาล และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ทำให้ธนกรเป็นหนึ่งในผู้ที่ทำงานใกล้ชิด และมีบทบาทในการดูแล ติดตามสานต่อนโยบายของพลเอกประยุทธ์ แต่ที่ผ่านมา เขาถูกมองว่าทำเกินหน้าที่ หรือ ทำตัวเป็น "องครักษ์พิทักษ์ลุงตู่" จากการออกมาเปิดหน้าชน เป็นปากเป็นเสียง ตอบโต้กรณีที่มีประเด็นให้ร้าย โจมตีหรือพาดพิงนายกรัฐมนตรีอยู่เสมอ

แต่ธนกร มองว่าการออกมาปกป้องพลเอกประยุทธ์ ไม่ใช่หน้าที่ แต่เป็นความเต็มใจ ด้วยความเคารพ และเชื่อมั่นในตัวพลเอกประยุทธ์ จึงต้องออกมาปกป้อง ดูแลเท่าที่จะสามารถทำได้

'บิ๊กต่อ' ติวเข้ม ผกก. ทั่วประเทศ ดูแลความปลอดภัยช่วงสงกรานต์

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรียกประชุมผู้กำกับการสถานีตำรวจทั่วประเทศ เตรียมความพร้อมการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2566
    
(31 มี.ค.66) เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กำกับดูแลงานป้องกันปราบปราม พร้อมด้วย พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ และ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เรียกประชุมผู้กำกับการและหัวหน้าสถานีตำรวจทั้ง 1,484 สถานีทั่วประเทศ ผ่านระบบประชุมทางไกลผ่านจอภาพ เพื่อกำชับการดำเนินการตามมาตรการป้องกันปราบปรามในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2566 

ตามที่ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีหนังสือด่วนที่สุด ลงวันที่ 27 มีนาคม 2566 ไปยังข้าราชการตำรวจทุกหน่วยทั่วประเทศ กำหนดมาตรการในการดูแลความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประกอบไปด้วย 4 มาตรการ ได้แก่ 1.มาตรการป้องกันและปราบปราม 2.มาตรการป้องกันเหตุการณ์ก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3.มาตรการบังคับใช้กฎหมายและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และ 4.มาตรการประชาสัมพันธ์ พร้อมทั้งสั่งการให้มีการระดมกวาดล้างอาชญากรรม ตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม – 10 เมษายน 2566 รวม 13 วัน โดยกำหนดเป้าหมายในความผิดเกี่ยวกับ อาวุธปืน ยาเสพติด การลักลอบหลบหนีเข้าเมือง การสืบสวนจับกุมบุคคลตามหมายจับ และความผิดอื่นๆ ที่สร้างความเดือดร้อนและเอารัดเอาเปรียบประชาชนและนักท่องเที่ยว

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ฯ กล่าวว่า สำหรับเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ คาดว่าจะมีการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยวหนาแน่นและคึกคักกว่าเมื่อปี 2562 ซึ่งเป็นช่วงก่อนสถานการณ์ COVID ในวันนี้จึงได้เรียกประชุม ผู้กำกับการและหัวหน้าสถานีตำรวจทั่วประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมในการดูแลพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้ โดยกำหนดมาตรการที่จะดำเนินการ แบ่งออกเป็น ๓ ห้วง ได้แก่ ห้วงก่อนวันหยุดยาว ห้วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ และห้วงท้ายของเทศกาล ซึ่งจะมีรายละเอียดและการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่แตกต่างกันออกไป

ยกตัวอย่าง ห้วงก่อนเทศกาล ขณะนี้ตำรวจทั่วประเทศได้เร่งระดมกวาดล้างอาชญากรรมทุกประเภท ซึ่งผ่านมาเพียง 2 วัน สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดต่างๆ ได้เป็นจำนวนมาก โดยแบ่งเป็น

•อาชญากรรมทั่วไป จับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 4,518 ราย แบ่งเป็นความผิดต่างๆ เช่น ความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน จำนวน 284 ราย ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด จำนวน 1,710 ราย ความผิดเกี่ยวกับการพนัน จำนวน 580 ราย บุคคลตามหมายจับ 957 คน 
•อาชญากรรมทางเทคโนโลยี จับกุมผู้ที่หลอกลวงบนโลกออนไลน์ จำหน่ายสินค้าผิดกฎหมาย เผยแพร่ข่าวปลอม การพนันออนไลน์และอาชญากรรมข้ามชาติ จับกุมผู้ต้องหากว่า 343 ราย เป็นต้น 
•โดยการระดมกวาดล้างดังกล่าว จะดำเนินการอย่างเข้มข้น ไปจนถึงวันที่ 10 เมษายน 2566 

นอกจากนี้ในช่วงวันสงกรานต์ รวมทั้งช่วงท้ายของเทศกาลนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้กำหนดมาตรการเฝ้าระวังที่แตกต่างกันออกไป เช่น การจัดกำลังเฝ้าระวังสถานการณ์ สถานที่สำคัญ สถานที่แหล่งท่องเที่ยว รวมไปถึงการจัดงานขนาดใหญ่ พื้นที่พักอาศัย หรือพื้นที่ซึ่งจะมีประชาชนเดินทางพลุกพล่าน รวมไปถึงพื้นที่ซึ่งอาจสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรมประเภทต่างๆ นอกจากนี้ยังได้ดำเนินโครงการประชารัฐร่วมใจดูแลความปลอดภัยบ้านประชาชนช่วงเทศกาลสำคัญ (ฝากบ้าน 4.0) โดยพี่น้องประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยว สามารถเข้าร่วมโครงการได้ระหว่างวันที่ 8-17 เม.ย.2566 ผ่านทาง Application OBS และที่สถานีตำรวจทุกแห่งทั่วประเทศ

ท่านผู้ว่าฯแจง ย้อนอดีต จัดงานสงกรานต์วิถีไทบ้าน ขอนแก่น ปี 2566ระหว่างวันที่ 12-16 เมษายน 2566 ณ บริเวณเฮือนโบราณ 

วันที่ 30 มีนาคม 2566 ที่ บริเวณลานกิจกรรมเฮือนโบราณ สนามหน้าศาลากลาง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น  นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานแถลงข่าวงานสืบสานประเพณีสงกรานต์ วิถีไทบ้านขอนแก่น โดยมีนายพันธ์เทพ เสาโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น,น.ส.ธนียา นัยพินิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น , นายศุภชัย ลีเขาสูง ปลัดจังหวัดขอนแก่น ,นายรุจติศักดิ์ รังษีหัวหน้าสำนักงานจังหวัดขอนแก่น, นายสิทธิกุลภูคำวงศ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น นางกรรณิกา กองฉลาดนายกเหล่ากาชาดจังหวัดขอนแก่น, ดร.สมยงค์ แก้วสุพรรณ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น ตลอดจนนายอำเภอทั้ง 26 อำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ ภาคีเครือข่าย และสื่อมวลชนร่วมงานแถลงข่าวอย่างคับคั่ง

ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่าความเป็นมาประเพณีสงกรานต์ เป็นประเพณีที่เก่าแก่ของไทยที่สืบทอดมาแต่โบราณ ถือเป็นช่วงเวลาของการเฉลิมฉลองศกใหม่หรือปีใหม่ของคนไทย มีการสรงน้ำพระพุทธรูป การใช้น้ำรดให้แก่กันเพื่อความชุ่มชื่น การรดน้ำ ขอพรผู้ใหญ่ที่เคารพ เป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวที สำหรับภาคอีสาน ประเพณีบุญเดือนห้ามหาสงกรานต์เป็นการแสดงถึงอัตลักษณ์ของชาวพุทธอีสานในการบูชาสรงน้ำองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในช่วงวันสงกรานต์ เกิดความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว รวมถึงการรำลึกและกตัญญูต่อบรรพบุรุษ ที่ล่วงลับ ปัจจุบันของสังคมไทยยังนับวันสงกรานต์เป็นวันครอบครัวอีกด้วย 

นายไกรสร กล่าวอีกว่าในปี 2566 ประเทศไทยได้เสนอประเพณีสงกรานต์ เป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อยูเนสโก ซึ่งจะเป็นภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ชิ้นที่ 4 ต่อจากโขน นวดไทย และรำโนราห์ จึงได้กำหนดแนวทางจัดงาน “สืบสานสงกรานต์วิถีไทย ร่วมสานใจสู่สากล” เพื่อเป็นการสืบทอดประเพณีอันดีงาม จังหวัดขอนแก่นกำหนดจัดงานสืบสานประเพณีสงกรานต์ วิถีไทบ้านขอนแก่น ขึ้น ณ เฮือนโบราณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ในระหว่างวันพุธที่ 12 - วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน 2566 

กองทัพเรือจัดกิจกรรม “นาวีรักษ์ดวงตา กายา และหัวใจ”

ตรวจคัดกรองภาวะสุขภาพเชิงรุกให้กำลังพลในภาพรวมของร่างกาย เพื่อประเมินสุขภาพตนเอง รับคำแนะนำในการดูแลสุขภาพอย่างถูกต้อง

วันที่ 30 มี.ค.66 พล.ร.ท.สุเทพ  ปุจฉาการ รองเสนาธิการทหารเรือ (ฝ่ายกำลังพล) เป็นประธานในการจัดกิจกรรม “นาวีรักษ์ดวงตา กายา และหัวใจ” สร้างการตระหนักรู้ถึงความสำคัญในการดูแลสุขภาพอย่างถูกต้องให้กำลังพลกองทัพเรือ โดยกรมแพทย์ทหารเรือได้จัดเจ้าหน้าที่ พร้อมอุปกรณ์และเวชภัณฑ์ มาให้บริการแก่กำลังพลที่เข้ารับการตรวจสุขภาพ ณ โถงชั้นล่าง อาคารกองบัญชาการกองทัพเรือพื้นที่วังนันทอุทยาน

‘ชัยวุฒิ’ สั่งจัดการ-ตรวจสอบ กรณี ‘9near’  กร้าว!! เผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลผู้อื่น มีโทษทั้งจำทั้งปรับ

(31 มี.ค.66) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวถึงกรณี ผู้ใช้งานบัญชี ‘9near’ ได้โพสต์ขายข้อมูลที่อ้างว่าเป็นข้อมูลส่วนตัวของคนไทยกว่า 55 ล้านรายการ บนเว็บไซต์ Bleach Forums โดยอ้างว่าได้มาจากหน่วยงานรัฐแห่งหนึ่งในไทย (Somewhere in government) และโพสต์ ตัวอย่างไฟล์ ซึ่งมี ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ วันเกิด เบอร์โทรศัพท์ และเลขประจําตัวประชาชน รวมทั้งมีการโพสต์ ลักษณะข่มขู่หน่วยงานและประชาชนในวงกว้าง

โดยวันที่ 30 มี.ค.66 เว็บไซต์ 9near.org (https://9near.org/) ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับบัญชี 9near โพสต์ ขายข้อมูลบนเว็บไซต์ Bleach Forums) ได้แอบอ้างใส่ชื่อ นายปริญญา หอมเอนก (อ.ปริญญาฯ) เป็นผู้สนับสนุน (Sponsored By...) พร้อมทั้งนํา Youtube Video Clip สัมภาษณ์ อ.ปริญญาฯ รายการ Digital Life Spring ช่อง Spring News ใส่บนเว็บไซต์ด้วย ซึ่งในเว็บไซต์ มีลิงก์ดาวน์โหลดไฟล์ข้อมูล (!! Download !!) ซึ่งเป็นไฟล์ข้อมูล รายชื่อ วันเกิด ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ โดยมีการปิดบังในลักษณะ xxxx ไม่แสดงข้อมูลทั้งหมด ส่วนด้านล่างของ เว็บไซต์ได้ระบุข้อความในลักษณะข่มขู่ให้ผู้คิดว่าข้อมูลของตนรั่วไหล ติดต่อกลับไปก่อนวันที่ 5 เม.ย. 16.00 น. เวลาประเทศไทย ไม่เช่นนั้นจะทําการเผยแพร่ข้อมูล 

ทั้งนี้ อ.ปริญญาฯ ได้เข้าแจ้งความกับกองบังคับการ ปราบปรามการกระทําผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) แล้ว 

ในวันเดียวกัน ด้านผู้ประกาศข่าว นายสรยุทธ์ สุทัศนจินดา ได้โพสต์ข้อความใน facebook ส่วนตัว ว่าได้รับข้อความ SMS ข้อมูลส่วนบุคคลของตน ประกอบด้วย เลขบัตรประชาชน 13 หลัก, วันเดือนปีเกิด, ที่อยู่, เบอร์มือถือ จาก 9 near

ทั้งนี้ รัฐมนตรีชัยวุฒิ กล่าวถึงแนวทางการดําเนินการของกระทรวงดิจิทัลฯ ว่า...

1) ดศ. ได้ประสานผู้ให้บริการ domain name สําหรับเว็บไซต์ 9near.org (Namesilo, LLC) ซึ่งเป็น ผู้ให้บริการในต่างประเทศ เพื่อขอปิดกั้นเว็บไซต์ 9near.org ตั้งแต่วันพุธที่ 29 มี.ค. 66 เวลา 19.00 น. เนื่องจากมี การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่น และระบุข้อความในลักษณะข่มขู่ให้ผู้คิดว่าข้อมูลของตนรั่วไหล ติดต่อกลับไป ซึ่งเข้าข่ายกระทบต่อความมั่นคงของประเทศทําให้ประชาชนตื่นตระหนก ซึ่งขณะนี้ ยังไม่ได้รับการตอบรับหรือ ดําเนินการจากผู้ให้บริการ

2) ดศ. อยู่ระหว่างดําเนินการขอคําสั่งศาลตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งอาจเข้าข่าย

จับตา ‘โรคลึกลับอุบัติใหม่’ ระบาดใน “บุรุนดี” อาการเลือดกำเดาไหลไม่หยุด ดับแล้ว 3 ราย

จับตา ‘โรคลึกลับอุบัติใหม่’ ใน ‘สาธารณรัฐบุรุนดี’ มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 3 ราย อาการเด่นผนังหลอดเลือดถูกทำลายมีเลือดกำเดาไหล

(30 มี.ค. 66) เฟซบุ๊ก ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ รพ.รามาธิบดี เปิดเผยรายงานข่าว เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทั่วแอฟริกากลางเตรียมความพร้อมสูงสุดเนื่องจากมีรายงานพบผู้เสียชีวิตหลายรายที่เกี่ยวข้องกับโรคติดเชื้อไข้เลือดออกลึกลับใน “สาธารณรัฐบุรุนดี” โดยก่อนหน้านี้พบการระบาดของไวรัสมาร์บวร์กในอิเควทอเรียลกินีและแทนซาเนียและเนื่องจากบุรุนดีมีพรมแดนติดกับแทนซาเนีย ซึ่งมีการยืนยันการระบาดของไวรัสมาร์บวร์กไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้ผู้เชี่ยวชาญคาดเดาว่าโรคติดเชื้อไข้เลือดออกลึกลับในบุรุนดีอาจมีสาเหตุมาจากการระบาดของไวรัสมาร์บวร์ก แต่สาธารณสุขของบุรุนดีออกมายืนยันว่าผลตรวจทางห้องปฏิบัติการไม่พบทั้งไวรัสมาร์บวร์กและอีโบลาในสารคัดหลั่งจากผู้เสียชีวิต

ประเทศบุรุนดีซึ่งอยู่ทางด้านแอฟริกาตะวันตกได้พบการระบาดของ "โรคติดเชื้อลึกลับที่ทำให้มีผู้ติดเชื้อเสียชีวิตแล้ว 3 รายภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง ซึ่งทั้งหมดมาจากชุมชนเดียวกัน ซึ่งตั้งแต่ปรากฏอาการและเสียชีวิตรวดเร็วกว่าไวรัสอีโบลาและมาร์บวร์กที่ผู้ติดเชื้ออาจเสียชีวิตได้ช่วง 2 วัน - 3 สัปดาห์ โดยผู้ป่วยติดเชื้อโรคลึกลับจะมีอาการไข้นำ ตามมาด้วยการปวดศีรษะ, เวียนศีรษะ, อาเจียน อุจจาระเป็นเลือด และ มีเลือดกำเดาไหล (nosebleed disease)

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขบุรุนดีและองค์การอนามัยโลกพยายามเข้าควบคุมโรคที่คาดว่าเกิดจากไวรัสในพื้นที่จังหวัด Baziro โดยยังไม่สามารถระบุชนิดของไวรัสหรือจุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุได้ มีการกักตัวผู้ที่ได้อยู่ใกล้ชิดสัมผัสกับผู้เสียชีวิตแล้วหลายสิบคน

รัฐบาลและสาธารณสุขบุรุนดีขอความร่วมมือจากประชาชนให้ป้องกันตนเองด้วยการล้างมือด้วยน้ำและสบู่บ่อยครั้งและหลีกเลี่ยงการบริโภคเนื้อสัตว์ป่า หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารคัดหลั่งจากผู้ติดเชื้อหรือผู้เสียชีวิตจากโรคลึกลับ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค

ในเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว แพทย์ถูกส่งไปยังบุรุนดีเพื่อสอบสวนโรค "เลือดกำเดาไหล" ลึกลับทางตอนใต้ของแทนซาเนีย ซึ่งคร่าชีวิตคนสามคน และต่อมาเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2566 พบผู้ติดเชื้อไวรัสมาร์บวร์ก 8 รายใน “แทนซาเนีย” และเสียชีวิต 5 ราย

‘อภิสิทธิ์’ ชี้เกณฑ์ใหม่สุพรรณหงส์ทำค่ายเล็กไม่ได้เกิด ดันนโยบาย ‘ก้าวไกล’ ทลายทุนผูกขาด หนุนอุตฯสร้างสรรค์

‘อภิสิทธิ์’ ชี้กติกาใหม่สุพรรณหงส์ กีดกันคนตัวเล็กไม่ให้แจ้งเกิด-ลดความหลากหลายภาพยนตร์ไทย เสนอนโยบาย ‘ก้าวไกล’ ทลายทุนผูกขาด-ตั้งกองทุนส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ อุดหนุนคนสร้างหนังทางเลือก-แก้กฎหมายเซนเซอร์

(30 มี.ค. 66) อภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกลด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) กล่าวถึงกรณีสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติ ออกกติกาใหม่ว่าภาพยนตร์ที่จะเข้าชิงรางวัลสุพรรณหงส์ต้องมีคุณสมบัติคือ (1) ต้องฉายในโรงภาพยนตร์ครบทั้ง 5 ภูมิภาค อย่างน้อย 5 จังหวัดใหญ่ ประกอบด้วย กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ชลบุรี นครราชสีมา และนครศรีธรรมราช ฉายผ่านสตรีมมิ่งอย่างเดียวไม่ได้ และ (2) ต้องมียอดผู้ชมไม่ต่ำกว่า 50,000 คน

อภิสิทธิ์ กล่าวว่า กติกาดังกล่าวเป็นการจำกัดคนที่เข้ามาแสดงความสามารถในวงการภาพยนตร์ไทย ทำให้ผู้สร้างหนังรายเล็กที่หลายคนทำภาพยนตร์เฉพาะทาง ขาดทรัพยากรและอำนาจต่อรอง แทบไม่มีโอกาสแจ้งเกิดผ่านเวทีประกาศรางวัลด้านภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ

จึงเห็นว่าคนในวงการภาพยนตร์ที่ไม่เห็นด้วยกับกติกานี้ ควรรวมตัวกันพูดคุยหาทางออกร่วมกับสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์เเห่งชาติ ขณะเดียวกันสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์เเห่งชาติเอง ก็ควรมีบทบาทเป็นตัวแทนของคนในวงการภาพยนตร์ที่มีความหลากหลายให้มากกว่านี้ ไม่ใช่เป็นเพียงตัวแทนของนายทุนไม่กี่เจ้า โดยเฉพาะบางเจ้าที่เป็นทั้งผู้ผลิตและเจ้าของโรงฉาย ซึ่งถือเป็นการกินรวบทั้งกระดาน อย่าปล่อยให้เรื่องนี้กลายเป็นบรรทัดฐานของวงการภาพยนตร์ไทย

ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกลด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่กังวลว่าจะเป็นปัญหาระยะยาวจากเรื่องนี้ คือประเทศไทยจะไม่มีคนตัวเล็กที่ทำภาพยนตร์ดี ๆ ในแง่มุมต่าง ๆ ออกมา โดยเฉพาะภาพยนตร์เฉพาะทาง ที่ตนเชื่อว่ามีตลาดอยู่ในเมืองไทยและต่างประเทศ เช่น ภาพยนตร์ของอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล หรือ ‘เจ้ย’ ซึ่งเคยได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมปาล์มทองคํา จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์

“หนังของเจ้ย ตลาดในเมืองไทยไม่ใช่ตลาดใหญ่มาก ไม่ได้เป็นที่รู้จักวงกว้าง แต่ในตลาดต่างประเทศกลับมีนายทุนอยากส่งเสริม แม้มีแง่มุมที่ดีว่าเป็นการแสดงให้เห็นว่าฝีมือผู้กำกับชาวไทยเป็นที่ยอมรับในระดับสากล แต่อีกมุมหนึ่งก็เป็นเรื่องน่าเสียดาย ว่าทำไมหนังแบบนี้ประเทศไทยไม่ส่งเสริม ไม่ได้รางวัล แต่กลับไปได้รางวัลจากประเทศอื่น ทั้งที่คนไทยเป็นผู้ผลิต เป็นเจ้าของเนื้อหา แต่ประเทศไทยและวงการภาพยนตร์ไทยไม่สามารถได้ประโยชน์จากงานของคนไทยอย่างเต็มร้อย” อภิสิทธิ์กล่าว

วงการหนังไทยระอุ ร่วม #แบนสุพรรณหงส์  หลังประกาศกติกาใหม่ ส่อกีดกันหนังฟอร์มเล็ก

กำลังเป็นประเด็นร้อนเลยทีเดียว สำหรับดรามาเกี่ยวกับกติกาการคัดเลือกภาพยนตร์เข้าร่วมชิงรางวัลสุพรรณหงส์ ที่คนทำหนังหลายคนโวยว่าไม่ยุติธรรม

โดยสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติออกกติกาใหม่ว่า หนังที่จะเข้าชิงรางวัลสุพรรณหงส์ได้ต้องมีคุณสมบัติดังนี้

▪️ ต้องฉายในโรงภาพยนตร์ ฉายผ่านสตรีมมิ่งอย่างเดียวไม่ได้

▪️ ต้องฉายในโรงครบทั้ง 5 ภูมิภาค อย่างน้อยใน 5 จังหวัดใหญ่ คือ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ชลบุรี นครราชสีมา และนครศรีธรรมราช

▪️ ต้องมียอดผู้ชมไม่ต่ำกว่า 50,000 คน

ทั้งนี้ คนในวงการส่วนใหญ่มองว่าเกณฑ์การคัดเลือกนั้นเอื้อผลประโยชน์ให้กับค่ายใหญ่ ซึ่งมีภาพยนตร์ถึง 11เรื่องด้วยกันที่ไม่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือก หนึ่งในนั้นคือเรื่อง "เวลา" (Anatomy of Time) ที่เพิ่งคว้ารางวัล ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม "คมชัดลึกอวอร์ดครั้งที่19" และรางวัลจากต่างประเทศมาแล้ว

ศราวุธ แก้วน้ำเย็น ผู้กำกับศิลป์เรื่องดังกล่าวได้โพสต์ว่าภูมิใจมากที่ได้รางวัล คมชัดลึกอวอร์ด หลังจากที่ได้รางวัลจากหลายประเทศทั่วโลก แต่ถูกตัดสิทธิเอาชื่อออก ไม่ผ่านเกณฑ์การเข้าชิงรางวัลของเวทีใหญ่ "...หงส์มีหลักเกณฑ์ ใหม่ที่เพิ่งตั้งในปีนี้ว่า ว่าภาพยตร์ที่จะเข้าคัดเลือกต้องมีการเข้าฉายในโรงภาพยตร์ให้ครบ 5 ภูมิภาค ของประเทศไทย แต่ภาพยนตร์เรื่อง Anatomyoftime ไม่ได้ไปฉายให้ครบทุกภาคของประเทศก็เลยไม่ผ่านเกณฑ์การตัดสิน"

ด้านคุณชายอดัม หรือ ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล ได้แชร์โพสต์ดังกล่าวพร้อมเผยว่า ปีนี้ถามทางสมาคมสมาพันธ์ไปแล้วและได้คำตอบว่าไม่สามารถปรับเปลี่ยนกติกาได้ และจะพิจารณาใหม่ในปีหน้า ลั่น "ปีนี้ขอไม่ไปสุพรรณหงส์นะครับ"

ต่อมา หรินทร์ แพทรงไทย นักตัดต่อเจ้าของรางวัลสุพรรณหงส์ ก็ได้โพสต์ #แบนสุพรรณหงส์ "เนื่องจากเกณฑ์การคัดเลือกหนังที่เข้ารอบไม่เป็นธรรม ผมจึงขอเรียกร้องให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทีมงานภาพยนตร์ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง งดการมีส่วนร่วมกับงานสุพรรณหงส์ที่จัดโดยสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ เพื่อเป็นการแสดงออกว่าพวกเราไม่ยอมรับเกณฑ์การคัดเลือกหนังที่เอื้อผลประโยชน์ให้กับหนังค่ายใหญ่ สมาพันธ์ควรมีหน้าที่ส่งเสริมและยกระดับหนังไทยให้มีพื้นที่ฉายอย่างทั่วถึง ไม่ใช่การเอาเกณฑ์การฉายมาตัดสิทธิ์หนังในการคัดเลือกรางวัลจนเหมือนเป็นการฆ่าอุตสาหกรรมหนังไทยด้วยกันเอง ปีที่แล้วเรียกร้องให้ทีมงานได้พูดตอนรับรางวัล นอกจากจะไม่ได้แล้วปีนี้ตัดสิทธิ์หนังที่ฉายไม่ครบทุกภาคเฉยเลย #ไม่ให้ค่างานที่ไม่เห็นคุณค่าคนทำงาน"


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top