Monday, 27 July 2026
Hard News Team

ดร.เลอพงษ์ ชี้!! ทรัมป์หวังโนเบลสันติภาพ แต่หนุนอาวุธให้อิสราเอลถล่มกาซา

(9 ส.ค. 68) ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด นายกสมาคมนักเรียนเก่าไทย-อิหร่าน ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดยมีใจความว่า ...

ทรัมป์พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพยกเว้น #ปาเลสไตน์

นายกรัฐมนตรีอาร์เมเนีย นิโคล ปาชินยัน และประธานาธิบดีอาเซอร์ไบจาน อิลฮัม อาลิเยฟ ร่วมลงนามสันติภาพอย่างเป็นทางการ ณ ทำเนียบขาวเมื่อคืนที่ผ่านมา 8 สิงหาคม 

การนำสองชาติที่เป็นคู่อริหลายทศวรรษมาเพื่อประชุมสันติภาพถือเป็นความพยายามทางการทูตของทรัมป์ และเป็นการลดบทบาทรัสเซียทางอ้อมเพื่อหวังผลประโยชน์ทางภูมิรัฐศาสตร์

โดยนายกฯอาร์เมเนียกล่าวว่า "ความพยายามไกล่เกลี่ยของทรัมป์สมควรได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เหมือนที่ฮุนมาเนตจากเขมรได้กล่าวไปก่อนหน้า

#แต่ทรัมป์คนนี้กับส่งอาวุธให้อิสราเอลฆ่าผู้บริสุทธิ์ทุกวันในฉนวนกาซา

เทศบาลตำบลหนองบัว อุดรธานี รวมพลังแนวหลัง ให้กำลังใจ!! รักทหาร รักเธอประเทศไทย

(9 ส.ค. 68) เทศบาลตำบลหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี โดยการนำของนายชัยวิทย์ กาญจน์วิเศษศรี นายกเทศมนตรีตำบลหนองบัว พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ผู้นำท้องที่ พนักงาน ลูกจ้าง และประชาชนชาวเทศบาลตำบลหนองบัว ได้จัดกิจกรรม ‘รักประเทศไทย’ ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งกำลังใจให้กับพี่น้องทหารแนวหน้า และเพื่อปลุกจิตสำนึกให้ประชาชนรักและหวงแหนประเทศชาติ

กิจกรรมเริ่มต้นด้วยการสวมเสื้อ ‘รักประเทศไทย’ ซึ่งเป็นเสื้อที่มีสัญลักษณ์ของประเทศและข้อความที่แสดงถึงความรักชาติ จากนั้นผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รวมแถวเพื่อเคารพธงชาติ และเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสา ร้องเพลงชาติไทยเสียงดังกระหึ่ม เทศบาลสะเทือน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคีและความเคารพของคนไทยต่อประเทศชาติ

หลังจากนั้น ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เดินรณรงค์ไปตามถนนในชุมชน โดยมีการเดินแถวและเขียนอักษรเป็นรูปหัวใจภายใต้ป้ายรูปธงไตรรงค์ โดยใช้ข้อความ “ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด” เพื่อแสดงความรักชาติและความสามัคคีของคนในชุมชน

นายชัยวิทย์ กาญจน์วิเศษศรี กล่าวว่า กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อแสดงความรักชาติและความสามัคคีของคนในชุมชน คนไทยที่อยู่แนวหลังส่งกำลังใจให้กับพี่น้องทหารแนวหน้า ที่ได้เสียสละเพื่อปกป้องประเทศชาติ รักทหาร รักเธอประเทศไทย

‘อาจารย์อุ๋ย’ ฟันธง!! GBC จบสิ้น หลัง ‘ทหารไทย’ เหยียบ ‘กับระเบิด’ ไทยรุกคืบได้ทันที ชี้!! เราไม่ควรสูญเสีย เพราะเขาทำละเมิดกฎหมาย

(9 ส.ค. 68) นายประพฤติ ฉัตรประภาชัย หรืออาจารย์อุ๋ย นักวิชาการด้านกฎหมายระหว่างประเทศ และอดีตผู้สมัคร สส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเห็นว่า “จากกรณีล่าสุดที่ทหารไทยเหยียบกับระเบิดของเขมรจนบาดเจ็บและขาขาด แม้จะมีการลงนามทั้งสองฝ่ายในข้อตกลง GBC แล้ว

ซึ่งข้อ 1 ระบุอย่างชัดเจนว่า ทั้งสองฝ่ายต้องยุติการใช้อาวุธทุกประเภท การโจมตีต่อพลเรือน เป้าหมายพลเรือน และเป้าหมายทางทหาร ในทุกพื้นที่และทุกกรณี ซึ่งการใช้กับระเบิดไม่ว่าจะวางไว้ก่อนหรือหลังการลงนาม ก็ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงแล้ว 

ดังนั้น ไทยจึงมีสิทธิ ยกเลิกข้อตกลงทั้งหมดได้โดยฝ่ายเดียว ตามอนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยกฎหมายสนธิสัญญา 1969 (VCLT) มาตรา 60 เพราะถือเป็นการละเมิดอย่างมีสาระสำคัญของข้อตกลง 

นอกจากนี้ ไทยยังสามารถรุกคืบเข้าไปในดินแดนเขมร เพื่อป้องกันและหยุดยั้งการวางกับระเบิดของเขมรเพิ่มเติมได้อีก บริเวณพื้นที่พิพาท ซึ่งถือเป็นการป้องกันตัวและตอบโต้อย่างได้สัดส่วนตามมาตรา 51 แห่งกฎบัตรสหประชาชาติ เพราะนี่ถือเป็นการโจมตีด้วยกับระเบิดของกัมพูชาเป็นครั้งที่ 4 แล้ว ทหารไทยไม่ควรจะสูญเสียจากการกระทำที่ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศของกัมพูชาอีก 

ด้วยความปรารถนาดี

‘เจี๊ยบ อมรัตน์’ เหน็บ!! ‘บุ๋ม ปนัดดา’ โฆษกชายแดน ต้องสุขุม แม่นยำ ไม่ใช่!! ‘สไตล์ปลากัด’ ภาพลักษณ์ต้องมืออาชีพ ให้ประชาคมโลกเชื่อถือ

(9 ส.ค. 68) อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล หรือ ‘เจี๊ยบ’ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความคิดเห็นถึงการแต่งตั้ง น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ “บุ๋ม” ให้ทำหน้าที่โฆษกศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.)

อมรัตน์ เขียนข้อความระบุว่า ‘หน้าที่โฆษก’ คงไม่ใช่ไปชนแบบปลากัด การสื่อสารต้องเน้นความสุขุมและความแม่นยำของข้อมูล ไม่ใช่เน้นความมันหรือความสะใจ ต้องมีภาพของความเป็นมืออาชีพให้ประชาคมโลกเชื่อถือ #ไทยกัมพูชา #ปนัดดา

ข้อความดังกล่าวเชื่อมโยงกับคำให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ของปนัดดา หลังเข้ารับตำแหน่งโฆษก ศบ.ทก. โดยเธอกล่าวว่า “พี่ ๆ ทหารบอกว่า ถ้าหาโฆษกที่ชนกับทางนั้นได้มันที่สุดก็คือดิฉัน ยินดีมาช่วยงานเพื่อประเทศไทย”

ปีแห่งการลดค่าไฟ!!

ก่อนวันที่ 1 กันยายน 2566 ค่าไฟอยู่ที่ 4.70 บาท/หน่วย
หลังจากที่ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เข้ามารับตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ปรับลด และตรึงค่าไฟอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงราคาพลังงานโลกสูง โดยมีการปรับดังนี้    

• ก.ย.–ธ.ค. 2566: ลดเหลือ 4.45 บาท/หน่วย
• ตลอดปี 2567: ตรึงที่ 4.18 บาท/หน่วย
• ม.ค.–เม.ย. 2568: ลดเหลือ 4.15 บาท/หน่วย
• พ.ค.–ส.ค. 2568: ลดเหลือ 3.98 บาท/หน่วย
• ก.ย.–ธ.ค. 2568: ลดเหลือ 3.94 บาท/หน่วย

ปี 2568 จึงถูกมองว่าเป็น ‘ปีแห่งการลดค่าไฟ’ ของไทยอย่างแท้จริง!!

‘เอกนัฏ’ ดัน!! ‘แผงโซลาร์เซลล์ – ที่ชาร์จรถ EV’ เป็นสินค้าควบคุมมาตรฐาน เพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ใช้

(9 ส.ค. 68) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า จากกรณีไฟไหม้แผงโซลาร์เซลล์อยู่บ่อยครั้ง และนำมาซึ่งไฟไหม้บ้านเรือนของประชาชน สร้างความเสียหายทั้งร่างกายและจิตใจ ตลอดจนทรัพย์สิน ของประชาชนเป็นจำนวนมาก กระทรวงอุตสาหกรรม จึงมอบหมายให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ควบคุมแผงโซลาร์เซลล์ทั้งที่ผลิตในประเทศ และนำเข้ามาจำหน่ายต้องได้มาตรฐาน เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งการประชุมบอร์ด สมอ. เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบให้ “แผงโซลาร์เซลล์ หรือ แผงเซลล์แสงอาทิตย์” เป็นสินค้าควบคุมต้องได้มาตรฐาน จากเดิมที่ประกาศเป็นมาตรฐานทั่วไป ซึ่งมีผู้ผลิตภายในประเทศได้รับใบอนุญาตจาก สมอ. แล้ว จำนวน 8 ราย

“ปัจจุบันแผงโซลาร์เซลล์เป็นสินค้าที่ประชาชนนิยมใช้ในการกักเก็บพลังงานทดแทน สามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้านจำหน่ายในท้องตลาด และผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งไม่มีการตรวจสอบระบบการควบคุมคุณภาพ และตรวจสอบผลิตภัณฑ์   ว่าเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดหรือไม่ ดังนั้น การที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดให้เป็นสินค้าควบคุม ก็จะสามารถกำกับดูแลสินค้าให้เป็นไปตามมาตรฐานได้อย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันสินค้าที่ สมอ. ควบคุมมีจำนวน 147 รายการ ครอบคลุมสินค้ากว่า 300 ผลิตภัณฑ์ ที่ผู้ผลิตและผู้นำเข้าจะต้องขออนุญาตจาก สมอ. ก่อน หากฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีเป็นผู้รับใบอนุญาตนำเข้า แต่นำสินค้าไม่ได้มาตรฐานเข้ามา ในราชอาณาจักร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ” นายเอกนัฏ กล่าว

ด้าน นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรฐานแผงโซลาร์เซลล์ ที่บอร์ด สมอ. เห็นชอบในครั้งนี้ มีด้วยกัน 2 มาตรฐาน ได้แก่ มาตรฐานแผงเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดผลึกซิลิคอน และมาตรฐานคุณสมบัติด้านความปลอดภัยของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ซึ่งมีข้อกำหนดสำหรับการทดสอบด้านความปลอดภัยที่สำคัญ เช่น การทนความร้อน การตัดไฟ การป้องกันไฟรั่ว การลามไฟ ระบบป้องกันไม่ให้เกิดความร้อนจนเกิดการลุกไหม้ เป็นต้น รวมทั้งเห็นชอบชุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเป็นสินค้าควบคุมอีก 3 มาตรฐาน ได้แก่ 

1) มาตรฐานของชุดชาร์จแบบพกพาที่ใช้ได้กับไฟบ้านทั่วไป 
2) มาตรฐานชุดชาร์จที่ใช้ได้กับไฟบ้าน ติดตั้งถาวรในบ้านและสถานที่สาธารณะทั่วไป 3) มาตรฐานชุดชาร์จแบบฟาสต์ชาร์จที่จ่ายไฟฟ้ากระแสตรง ซึ่งชุดชาร์จประเภทนี้ส่วนใหญ่จะติดตั้งอยู่ในปั๊มน้ำมัน ทั้งนี้ สมอ. จะเร่งรัดดำเนินการเพื่อให้ทั้ง 5 มาตรฐานดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายภายในปี 2569 

นอกจากนี้ บอร์ดยังเห็นชอบมาตรฐานสินค้าและมาตรฐานวิธีทดสอบต่าง ๆ รวมจำนวน 60 มาตรฐาน เช่น เทคโนโลยีสารสนเทศ – คลาวด์คอมพิวติง (cloud computing) อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things  (IoT)) กายอุปกรณ์เทียมและกายอุปกรณ์เสริม เลนส์ตาเทียม น้ำมันหอมระเหย หน่อไม้ในภาชนะบรรจุปิดสนิท น้ำยางข้นธรรมชาติโปรตีนต่ำ เครื่องซักผ้าเชิงพาณิชย์ เป็นต้น พร้อมทั้งเห็นชอบรายชื่อมาตรฐานที่ สมอ. จะจัดทำเพิ่มเติมในปี 2568 อีก 14 มาตรฐาน รวมเป็น 785 มาตรฐาน เช่น เหล็กเส้นสำหรับคอนกรีตอัดแรง รางสายไฟแบบตะแกรง เม็ดยาง กระเบื้องเซรามิกมุงหลังคา แผ่นผนังเซรามิกมวลเบา เป็นต้น เลขาธิการ สมอ. กล่าวทิ้งท้าย 

‘เจือ ราชสีห์’ ประสาน!! ‘อธิบดีกรมทางหลวงฯ’ ยืนยันต่อที่ประชุม พร้อมผลักดัน!! งบสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ในปีถัดไปทันที

เมื่อวันที่ (17 ก.ค.68) นายมนตรี เดชาสกุลสม อธิบดีกรมทางหลวงชนบท พร้อมคณะได้มาชี้แจงงบประมาณของกรมทางหลวงทางชนบท จำนวน 9 ล้านบาท สำหรับค่าจ้างที่ปรึกษาศึกษาความเหมาะสมของโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เชื่อมระหว่างอำเภอสิงหนครกับ เทศบาลนครสงขลา อำเภอเมืองสงขลา ซึ่งเป็นโครงการที่ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้เฝ้ารอมาอย่างยาวนาน

‘นายเจือ ราชสีห์’ ในฐานะอนุกรรมาธิการงบประมาณฯ ได้ชี้แจงในที่ประชุม กับ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท ได้ทราบถึงความเดือดร้อนของชาวสงขลาในการใช้เวลานานข้ามระหว่างอำเภอสิงหนครกับ เทศบาลนครสงขลา อำเภอเมืองสงขลา 

นายเจือ ระบุว่า ชาวบ้านในพื้นที่คาดหวังกับโครงการนี้มาโดยตลอด การจัดสรรงบประมาณในปีนี้จึงถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญ พร้อมกล่าวขอบคุณอธิบดีกรมทางหลวงชนบทที่เล็งเห็นความสำคัญและเข้าชี้แจงรายละเอียดต่อที่ประชุมด้วยตนเอง

ในที่ประชุม อธิบดีกรมทางหลวงชนบทได้ชี้แจงว่า งบประมาณจำนวน 9 ล้านบาทในปีนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดจ้างที่ปรึกษาดำเนินการศึกษาความเหมาะสมของโครงการอย่างรอบด้าน ทั้งในด้านวิศวกรรม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจสังคม โดยยืนยันว่าหากผลการศึกษาชี้ว่ามีความเหมาะสม กรมฯ พร้อมจะตั้งงบประมาณเพื่อเริ่มดำเนินการก่อสร้างในปีถัดไปทันที่ หากโครงการผ่านการพิจารณา ก็จะกลายเป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญระดับภูมิภาคในอนาคต

‘ทรัมป์’ จี้ ‘ลิป บู ตัน’ ซีอีโอ Intel ต้องลาออก อ้างมีความเกี่ยวพันกับจีน!! หวั่นกระทบความมั่นคงอเมริกา

(8 ส.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้ นายลิป บู ตัน (Lip Bu Tan) ซีอีโอของบริษัท Intel ลาออกจากตำแหน่งทันที โดยอ้างว่าเขามี “ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ร้ายแรง” และมีความเกี่ยวพันกับจีน ซึ่งอาจกระทบต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่มีความสำคัญระดับยุทธศาสตร์ชาติ

ทรัมป์โพสต์บน Truth Social ว่า “ไม่มีทางเลือกอื่น ซีอีโอของ Intel ต้องลาออกเดี๋ยวนี้” พร้อมโยงถึงการที่นายตันเคยบริหาร Cadence Design Systems ซึ่งถูกปรับ 140 ล้านดอลลาร์ จากการฝ่าฝืนคำสั่งห้ามทำธุรกิจกับสถาบันวิจัยทหารของจีน แม้ตัวนายตันจะไม่ได้ถูกฟ้องร้องโดยตรงก็ตาม

Intel ออกแถลงการณ์ตอบโต้ว่า บริษัทและคณะกรรมการ รวมถึงซีอีโอ “ยึดมั่นในผลประโยชน์ของชาติและเศรษฐกิจอเมริกัน” และกำลังลงทุนครั้งใหญ่ในสหรัฐฯ ตามนโยบาย America First ของรัฐบาลทรัมป์ โดยยืนยันว่าการดำเนินงานสอดคล้องกับกฎระเบียบด้านความมั่นคง

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางรายมองว่า ทรัมป์อาจใช้กรณีนี้เพื่อกดดัน Intel ในเรื่องอื่น เช่น การร่วมมือกับ TSMC ของไต้หวัน หรือความล่าช้าในการขยายกำลังการผลิตในสหรัฐฯ ที่ได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐหลายพันล้านดอลลาร์

กรณีนี้เกิดขึ้นในช่วงที่สหรัฐฯ พยายามตัดสัมพันธ์ด้านเทคโนโลยีกับจีนมากขึ้น ทั้งจากฝั่งเดโมแครตและรีพับลิกัน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมชิปที่ถือเป็นหัวใจของการแข่งขันระดับโลก ท่ามกลางความกังวลว่า “ผู้นำทางธุรกิจ” ต้องโปร่งใสและเชื่อถือได้ในยุคสงครามเทคโนโลยีนี้

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จับมือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดคอร์ส 'รู้ทันภัยไซเบอร์' บน Thai MOOC เรียนฟรี พร้อมรับ 1 หน่วยกิต

(9 ส.ค.68) พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้ออนไลน์ผ่านระบบ Thai MOOC ภายใต้ชื่อ “รู้ทันภัยไซเบอร์” เพื่อยกระดับความรู้และทักษะในการป้องกันภัยคุกคามจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะการหลอกลวงในรูปแบบคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อประชาชนอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน

หลักสูตรนี้มุ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจพฤติกรรมของมิจฉาชีพออนไลน์ วิเคราะห์รูปแบบการโจมตี และเรียนรู้วิธีการป้องกันภัยไซเบอร์อย่างมีประสิทธิภาพ เรียนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมรับใบประกาศนียบัตร และนับเป็นหน่วยกิตทางวิชาการได้ 1 หน่วยกิต โดยหลังสูตรดังกล่าวได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แก่ พ.ต.อ.ก้องกฤษฎา กิตติถิระพงษ์ รองผู้บังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (รอง ผบก.ตอท. บช.สอท.) , พ.ต.อ.เกรียงไกร พุทไธสง ผู้กำกับการ กลุ่มงานสนับสนุนทางไซเบอร์ บก.ตอท.บช.สอท. และ พ.ต.ต.พากฤต กฤตยพงษ์ สารวัตรฝ่ายอำนวยการ บก.สอท.2 

หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา โดยเฉพาะระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่สามารถนำไปเทียบโอนเป็นหน่วยกิตในการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาได้ รวมถึงประชาชนทั่วไปที่ต้องการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางไซเบอร์ให้กับตนเองและครอบครัว สมัครเรียนฟรีผ่านระบบ Thai MOOC เว็บไซต์ https://thaimooc.ac.th คลิกเลือกหมวดหมู่รายวิชา “ทักษะชีวิตและการพัฒนาตนเอง” จากนั้นคลิกเลือกวิชา “อาชญากรรมทางเทคโนโลยีเบื้องต้น” หรือคลิกลิงก์ https://learn.thaimooc.ac.th/courses/course-v1:CU+00868+0/about
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top