Sunday, 8 November 2026
Hard News Team

นครนายก - กรมกิจการพลเรือนทหารบกจัดโครงการสานฝันปันสุขมอบจักรยานจำนวน 30 คัน

กรมกิจการพลเรือนทหารบกจัดโครงการสานฝันปันสุขมอบจักรยานจำนวน 30 คันให้กับนักเรียนโรงเรียนวังยายฉิม จังหวัดนครนายก

เมื่อเวลา 10.30 น.ของวันที่ 1 พฤษภาคม 2566 ที่โรงเรียนวัดวังยายฉิม ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก พลตรีจินตมัย ชีกว้าง ผู้อำนวยการสำนักกิจการพลเรือน กรมกิจกการพลเรือนทหารบก เป็นประธานจัดกิจกรรมมอบจักรยานโครงการ “จักรยาน สานฝัน ปันสุข” ให้นักเรียนวัดวังยายฉิม ต.หินตั้ง อ.เมืองนครนายก จำนวน 30 คัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูล สิริวิบูลยราชกุมาร เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ 29 เมษายน 2566 โดยมีนางประณีต หงษ์ทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดวังยายฉิม ให้การต้อนรับ พร้อมกันนี้จะนำจักรยานที่ได้รับการพระราชทานส่งมอบให้กับนักเรียนโรงเรียนวัดวังยายฉิมที่มีนักเรียนฐานะยากจน และยากไร้โดยจะส่งมอบจักรยานนี้เพื่อให้เด็กได้ปั่นมาศึกษา ที่โรงเรียนซึ่งบางครอบครัวพ่อแม่มีอาชีพรับจ้างจักรยานที่มีเดิม ก็ชำรุดก็จะนำจักรยานคันใหม่ที่รับการพระราชทานมาทดแทนให้เด็กๆในโรงเรียนได้ใช้สอยในการเดินทางมาเรียนและใช้เป็นพาหนะไปทำประโยชน์อื่นๆได้อีกด้วย

สมบัติ เนินใหม่//รัชชานนท์ เนินใหม่// ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครนายก

‘ทช.’ ทุ่มกว่า 25 ล้านบาท ซ่อมสะพานท่าเทียบเรือเกาะกูด หนุนการขนส่ง-การท่องเที่ยว หวังกระจายรายได้สู่ชุมชน

‘ทางหลวงชนบท’ ทุ่ม 25 ล้าน ซ่อมสะพานท่าเทียบเรือ เกาะกูด จ.ตราด เสร็จสมบูรณ์ โชว์ใช้โครงสร้างป้องน้ำเค็ม-สู้สนิมหวังยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชน หนุนส่งเสริมเศรษฐกิจการขนส่ง การท่องเที่ยวบนเกาะกูด

1 พ.ค.2566 รายงานข่าวจากกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยว่า ทช.ได้ดำเนินการซ่อมบำรุงสะพานท่าเทียบเรือ (ตร.001) อำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด เสร็จสมบูรณ์แล้ว ใช้งบประมาณ 25.697 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 360 วัน โดยสะพานท่าเทียบเรือ (ตร.001) เป็นจุดจอดสำหรับเรือลำเลียงสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภค ขนส่งวัสดุก่อสร้างเพื่อใช้ในเกาะกูด และเป็นจุดที่เรือชาวประมงจอดเทียบใช้ในการหลบพายุในช่วงมรสุม ตลอดจนเป็นจุดจอดเรือรบของกองทัพเรือ

ทั้งนี้ตั้งอยู่บริเวณบ้านอ่าวใหญ่ ตำบลเกาะกูด อำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด ต่อเชื่อมกับจุดสิ้นสุดบนถนนทางหลวงชนบทสาย ตร.6042 บ้านอ่าวสลัด-บ้านอ่าวใหญ่ ตำบลเกาะกูด อำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด ซึ่งโครงสร้างมีการสัมผัสน้ำทะเลตลอดเวลา ทำให้โครงสร้างพื้นเสาและคานของสะพานท่าเทียบเรือได้รับความเสียหาย เกิดสนิมบริเวณเหล็กเสริม ส่งผลให้เกิดการกะเทาะหลุดล่อนของคอนกรีตตลอดชิ้นส่วนของโครงสร้างสะพาน

เพื่อเป็นการเสริมความมั่นคงแข็งแรงให้กับสะพาน ปรับปรุงให้สะพานกลับคืนสู่สภาพที่สมบูรณ์ เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชน พร้อมส่งเสริมเศรษฐกิจการขนส่ง การท่องเที่ยวบนเกาะกูด ช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

ทช.จึงได้ดำเนินการซ่อมบำรุงสะพานท่าเทียบเรือฯ โดยคำนึงถึงความแข็งแรงและความคงทนของโครงสร้างต่อสภาวะน้ำเค็ม เน้นวิธีการซ่อมบำรุงที่รวดเร็วอย่างมีคุณภาพ ลดผลกระทบจากสภาพแวดล้อม ซึ่งตัวสะพานจะมีลักษณะเป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก ความกว้างช่วงยาวช่วงละ 5 เมตร ความกว้างช่วงสั้น 2.5 เมตร รวมความยาวสะพาน 100 เมตร
 

‘สธ.’ เปิดบริการ ‘คลินิกผู้สูงอายุ’ ช่วยปชช. เดินทางสะดวก ชี้!! การรักษา-การบริการ ไม่แพ้กับโรงพยาบาลใหญ่

กระทรวงสาธารณสุขเดินหน้าให้บริการ ‘คลินิกผู้สูงอายุ’ ครอบคลุมทั่วประเทศ ตามแผนปี 2566 “ปีแห่งสุขภาพสูงวัยไทย” ตั้งเป้าคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุ 10 ล้านคน ได้รับบริการด้านสุขภาพที่จำเป็นอย่างมีคุณภาพและเท่าเทียม ครอบคลุมและทั่วถึง

นางก้อนทอง พู่ไหม เปิดเผยว่า ขณะนี้ตนอายุ 78 ปี อาศัยอยู่กับลูกที่ จ.นนทบุรี มีโรคประจำตัวเป็นความดันโลหิตสูงและไขมันในเลือดสูง ก่อนหน้านี้เข้ารับบริการที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า เจ้าหน้าที่ดูแลให้คำแนะนำและให้บริการเป็นอย่างดี แต่ต่อมาได้เปลี่ยนไปรับบริการที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านวัดแคใน ทำให้ได้รับความสะดวกสบายขึ้น เนื่องจากอยู่ใกล้บ้าน และยังคงได้รับบริการจากเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดีเช่นเดิม

“ตอนนี้เดินทางสะดวกขึ้น เพราะใกล้บ้าน เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ เอาใจใส่และดูแลอย่างดีเหมือนกัน ดีใจที่เขาเห็นความสำคัญเรื่องสุขภาพของคนอายุมากๆ อย่างเรา ใครที่มีปัญหาสุขภาพหรือโรคประจำตัว อยากแนะนำให้เข้าไปตรวจที่ศูนย์บริการใกล้บ้าน เพราะสะดวกสบาย บริการดีเหมือนโรงพยาบาล” นางก้อนทองกล่าว

ขณะที่ นางวนิดา นวลประเสริฐสุข อายุ 72 ปี อาศัยอยู่ที่ บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี กล่าวว่า ตนมีโรคประจำตัว ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และไวรัสตับอักเสบซี เข้ารับบริการที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้าปีละครั้งเพื่อติดตามอาการ เจ้าหน้าที่ดูแลให้บริการดี ประทับใจคุณหมอหน้าตายิ้มแย้มและแนะนำดีมาก ช่วงแรกๆ เข้าพบคุณหมอบ่อย เนื่องจากมีอาการป่วยโรคแพ้ภูมิตัวเองคุณหมอแนะนำให้รักษาอาการต่างๆ จนหายป่วยได้ และเคยไปรับบริการคลินิกผู้สูงอายุแถววัดแจ้งศิริสัมพันธ์ ให้บริการการคัดกรองสุขภาพ มีกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุให้ออกกำลังกาย มีเจ้าหน้าที่ อสม. และคุณหมอ ออกไปตามบ้านที่มีคนป่วยติดเตียง ไปให้การรักษา ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น และให้ความรู้ด้านสุขภาพอื่นๆ เช่น การออกกำลังกาย อาหารการกิน และสอบถามปัญหาต่างๆ

‘ภท.’ เปิดนโยบายเอาใจ ‘ชาวไทยมุสลิม’ ยัน!! กัญชาเสรีมีคนบิดเบือน ลั่น!! หากเป็นรัฐบาลพร้อมตั้งองค์กรกิจการฮัจญ์ ลดค่าใช้จ่ายร่วมแสวงบุญ

‘ภูมิใจไทย’ หาเสียงชาวไทยมุสลิม ลั่นเป็นรัฐบาลพร้อมตั้งองค์กรกิจการฮัจญ์ ลดค่าใช้จ่ายร่วมแสวงบุญ แจงนโยบายกัญชามุ่งประโยชน์ทางการแพทย์เท่านั้น หลังถูกฝ่ายการเมืองบิดเบือนให้ใช้เสรี

(1 พ.ค.66) ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) มีการแถลงนโยบายพรรคภูมิใจไทยต่อพี่น้องมุสลิมไทย นำโดย น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะแกนนำพรรค พร้อมด้วยนายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรค และนางปาตีเมาะ เปาะอิแตดาโอะ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายมณฑล โพธิ์คาย ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตประเวศ–สวนหลวง และน.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตปทุมวัน สาทร ราชเทวี 

นายศุภชัย กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยให้ความสำคัญกับพี่น้องมุสลิม เรามีรัฐมนตรี 1 คน ที่เป็นมุสลิม เรามีส.ส.ที่เป็นมุสลิมหลายคน และวันนี้ในเขตเลือกตั้งที่มีพี่น้องมุสลิม เราหวังว่าจะได้กลับมาทำหน้าที่ในสภา เพื่อเป็นปากเสียงให้พี่น้องมุสลิม ผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ได้อย่างเต็มที่สมบูรณ์ตามหลักศาสนาอิสลาม หลังการเลือกตั้งถ้าเราได้กลับมาเป็นรัฐบาล จะจัดตั้งองค์กรกำกับดูแลส่งเสริมกิจการฮัจญ์ เพื่อไม่ให้มีหน่วยงานที่ไม่เหมาะสมเข้ามาบริหารจัดการที่ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น พรรคมีความเป็นหนึ่งเดียวกับพี่น้องมุสลิม ให้เกียรติพี่น้องของเราในการทำหน้าที่เป็นตัวแทน หลายสิ่งหลายอย่างที่เราตั้งใจทำต่อพี่น้องมุสลิมถูกบิดเบือนหลายเรื่อง อาทิ นโยบายกัญชาที่เราตั้งใจเอาพืชที่ทรงคุณค่ามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ เรามุ่งหวังที่จะช่วยประชาชนหลายล้านคนที่ไม่สามารถเข้าถึงยาแผนปัจจุบัน แต่วันนี้มีคนเอาไปบิดเบือนว่าให้ใช้เสรี ทั้งที่เรามีกฎหมายของกระทรวงสาธารณสุขคุมเข้มอยู่ และในสภาครั้งที่แล้วเราเสนอกฎหมายขึ้นมาเพื่อควบคุมกำกับ แต่ถูกเตะสกัดโดยพรรคการเมืองอื่น” นายศุภชัย กล่าว

“วันที่ 14 พ.ค.นี้ เป็นวันเลือกตั้ง พี่น้องอยากได้ส.ส.ในเขตของท่านอย่างไร เราเสนอบุคคลที่มีความเหมาะสมให้ นอกจากเลือกส.ส.เขตแล้ว ท่านต้องเลือกนายกรัฐมนตรี วันนี้มีหลายท่านเสนอตัวเป็นนายกฯ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยเสนอนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ เพราะท่านเหมาะสมเข้าใจการบริหารงานภาครัฐ เป็นรองนายกฯ แก้ปัญหาโควิด – 19 ซึ่งในวัย 56 ปี ถือว่ากำลังหนุ่มมีความเหมาะสม จึงขอฝากพี่น้องทั้งเขตและพรรค” นายศุภชัย กล่าว  

‘เศรษฐา’ บอกชาวสกลฯ ร่วมยินดี ‘ครอบครัวชินวัตร’ หลังได้หลานคนที่ 7 คาด!! อีก 7-8 วัน ‘อิ๊งค์’ พร้อมเดินสายหาเสียงช่วย ‘พท.’ ต่อ

(1 พ.ค.66) พรรคเพื่อไทย (พท.) จัดเวทีปราศรัยที่ลานพระรูปรัชกาลที่ 5 อ.เมือง จ.สกลนคร นำโดยนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคพท.และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายจาตุรนต์ ฉายแสง กรรมการยุทธศาสตร์ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรค นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย พร้อมด้วยนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ช่วยผู้สมัคร ส.ส.สกลนครทั้ง 7 เขตหาเสียง ประกอบด้วย นายอภิชาต ตีรสวัสดิชัย เขต 1 เบอร์ 5 นายนิยม เวชกามา เขต 2 เบอร์ 1 น.ส.จิรัชยา สัพโส เขต 3 เบอร์ 9 นายพัฒนา สัพโส เขต 4 เบอร์ 3 น.ส.วงศ์อะเคื้อ บุญศล เขต 5 เบอร์ 6 น.ส.สกุณา สาระนันท์ เขต 6 เบอร์ 6 และนายเกษม อุประ เขต 7 เบอร์ 3 โดยมีประชาชนร่วมฟังการปราศรัยเต็มพื้นที่

นายเศรษฐา ปราศรัยด้วยเสียงที่แหบแห้งเนื่องจากเป็นไข้หวัดว่า เป็นความปิติยินดียิ่งที่ได้มาพบกับพี่น้องชาวสกลนคร และเป็นอีกวันหนึ่งที่เราต้องร่วมแสดงความยินดีกับครอบครัวชินวัตร เมื่อเวลา 07.00 น.ที่ผ่านมา นายทักษิณได้หลานคนที่ 7 จากน.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นหลานชาย ชื่อ ด.ช.พฤจ์ธาษิณ สุขสวัสดิ์ ชื่อเล่นชื่อ ‘ธาษิณ’ เกิดมามีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ แม่ก็แข็งแรง และฝากความคิดถึงพี่น้องชาวสกลนครทุกท่านด้วย น.ส.แพทองธารห่วงใยพี่น้องและอยากจะมาพบปะ ตนคาดว่าอีก 7-8 วัน น่าจะออกเดินสายหาเสียงช่วยพรรคพท.ได้ 

‘ทีมเศรษฐกิจ ปชป.’ ชูนโยบาย 12 ข้อ ยกระดับชีวิตแรงงานไทย ภายใต้ยุทธศาสตร์ ‘สร้างเงิน-สร้างคน-สร้างชาติ’ ช่วยแรงงานครอบคลุม

‘ทีมศก.ปชป.’ ชูนโยบาย 12 ข้อ ยกระดับคุณภาพแรงงานไทย สนับสนุนแรงงานคืนถิ่น ดันระบบประกันสังคมถ้วนหน้า ยกระดับสิทธิประโยชน์-สวัสดิการให้แรงงานทั้งในและนอกระบบ

(1 พ.ค.66) นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคและทีมโฆษกศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวว่า เนื่องในวันที่ 1 พ.ค.ของทุกปี เป็นวันแรงงานแห่งชาติ พรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายชัดเจนที่จะสนับสนุนและยกระดับแรงงานไทยให้มีคุณภาพ สอดรับกับเทรนด์การเปลี่ยนแปลงและสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งทีมเศรษฐกิจของพรรคฯ ที่นำโดยนายพิสิฐ ลี้อาธรรม ประธานคณะกรรมการนโยบายและทีมเศรษฐกิจพรรคฯ จึงได้ประกาศนโยบาย 12 ข้อ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานจากปัญหาการเงิน ภายใต้ยุทธศาสตร์ สร้างเงิน-สร้างคน-สร้างชาติ คือ 

1.สนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการไตรภาคีในการพิจารณาค่าแรงขั้นต่ำให้สอดคล้องกับภาวะทางเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ ภาวะเงินเฟ้อ และความสามารถในการปฏิบัติงาน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับการดูแลอย่างเป็นธรรม 

2.พัฒนาและฝึกอบรมแรงงานทุกระดับให้มีความรู้ และทักษะฝีมือที่มีมาตรฐานสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน โดยความร่วมมือของฝ่ายนายจ้าง และหน่วยงานภาครัฐ เช่น ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานทั่วประเทศ และสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เป็นต้น ทั้งนี้ ให้มีสิทธิประโยชน์ด้านภาษีแก่ฝ่ายจ้างตามเหมาะสม 

3.ดำเนินนโยบายขยายอายุเกษียณออกไปอีก 5 ปี ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงาน โดยให้เป็นไปตามความสมัครใจของแรงงานเป็นสำคัญ 

4.สนับสนุน และผลักดันให้ผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ และไม่มีรายได้ประจำให้เข้าสู่ระบบประกันสังคมมาตรา 33 เพื่อให้แรงงานได้รับสิทธิ สวัสดิการ การเยียวยา และการคุ้มครองอย่างเสมอภาค ตามกฎหมายแรงงาน 

5.ส่งเสริมการมีงานทำของผู้สูงอายุ และคนพิการ โดยกำหนดให้มีรูปแบบที่หลากหลาย เหมาะสมกับความสามารถ และสภาพแห่งร่างกาย โดยสนับสนุนให้มีการร่วมกลุ่มเพื่อทำงานที่ถนัดในลักษณะเป็นธุรกิจเพื่อสังคม (social enterprises) พร้อมทั้ง จัดให้มีระบบการดูแลสวัสดิการที่เป็นธรรม 

'ศิลัมพา' เดือด 'พิธา' บอกให้ใช้เรือประมงรบแทนเรือดำน้ำ สวน!! เครื่องดับเพลิงมีติดบ้านไว้ ก็ไม่ได้แปลว่าอยากให้ไฟไหม้

'ศิลัมพา' งง 'พิธา' บอกให้ใช้เรือประมงรบแทนเรือดำน้ำ แนะหาข้อมูลก่อนพูดเรื่อยเปื่อย กางข้อมูลอาเซียนหลายประเทศก็มีเรือดำน้ำ ฟาดเจ็บนักการเมืองต้องทำให้กองทัพของชาติเข้มแข็งมิใช่ด้อยค่าหรือทำให้อ่อนแอลง

(1 พ.ค.66) จากกรณีที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการข่าวชื่อดัง โดยระบุถึงแนวคิดเรื่องเกี่ยวกับความมั่นคง เชื่อมโยงการตัดงบประมาณของกองทัพ โดยระบุว่า...

"เดี๋ยวนี้กองทัพเรือเวลาเขารุกกัน เขาไม่ใช้เรือดำน้ำ เขาใช้เรือประมง ให้คุณไปดูเวียดนาม คือ มันมีการสร้างความวิตกจริต มีการซ้อมรบกัน แต่มันไม่เคยเกิดขึ้นจริง” ซึ่งการแสดงความเห็นดังกล่าว ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ และถูกส่งต่อกันไปอย่างกว้างขวาง

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นางสาวศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 24 กทม. พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า...

"ตนได้เห็นคลิปวีดีโอดังกล่าวเผยแพร่ผ่านสื่อโซเชียลมีเดียแล้วรู้สึกตกใจมาก ที่คนระดับขันอาสามาเป็นนายกรัฐมนตรี แต่กลับรู้เรื่องความมั่นคงในประเทศต่ำถึงเพียงนี้ เพราะในปัจจุบันกลุ่มประเทศอาเซียน โดยเฉพาะเพื่อนบ้านใกล้ชิดไทย ต่างก็มีเรือดำน้ำเข้าประจำการในกองทัพแทบทั้งสิ้น อาทิ มาเลเซียมี 2 ลำ พม่า 2 ลำ และกำลังต่อเพิ่มอีกหนึ่ง สิงคโปร์มีประจำการแล้ว 4 ลำ อินโดนีเซีย 5 ลำ ส่วนประเทศเวียดนาม ที่คุณพิธากล่าวว่าเขาใช้เรือประมงรบกันนั้น มีเรือดำน้ำเข้าประจำการถึง 6 ลำ" นางสาวศิลัมพากล่าว และว่า

"จากคำให้สัมภาษณ์ดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงว่า หนึ่ง นายพิธาไร้ความเข้าใจความมั่นคงของชาติอย่างสิ้นเชิง เรื่องมีเรือดำน้ำเข้าประจำการในกองทัพ ก็เหมือนเราซื้อเครื่องดับเพลิงมาติดไว้ที่บ้าน ซึ่งมิได้แปลว่าเราอยากให้ไฟไหม้ แต่ก็ต้องเตรียมความพร้อมก่อนเหตุจะมาถึง 

‘ผู้การแต้ม’ ปราศรัยตอกย้ำจุดยืน ‘3 ไม่’ ของ ‘ประชาธิปัตย์’ ย้ำ!! “ไม่แก้ม.112 ไม่เอายาเสพติด ไม่เอาทุจริตคอร์รัปชัน”

(1 พ.ค. 66) มีรายงานว่า ‘ผู้การแต้ม’ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพฯ เขต จตุจักร-หลักสี่ ได้ขึ้นปราศรัยบนเวทีปราศรัยใหญ่พรรคประชาธิปัตย์ โซนกรุงเทพฯเหนือ ที่สนามฟุตบอล ศูนย์เยาวชนหลักสี่ ในช่วงเย็นของวันที่ 29 เมษายน 2566 นอกจากการนำเสนอนโยบายแล้วในช่วงท้ายของการปราศรัยยังได้ตอกย้ำจุดยืน 3 ไม่ ของพรรคประชาธิปัตย์ คือ ไม่แก้มาตรา 112 ไม่เอายาเสพติด และไม่เอาทุจริตคอร์รัปชัน

โดยในเวทีดังกล่าวมีแกนนำของพรรคนำโดย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง ตัวแทนผู้สมัคร ส.ส.แบบเขตจากฝั่งกรุงเทพโซนเหนือ นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคและผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ รวมถึงยังมีบุคคลสำคัญคือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ร่วมขึ้นปราศรัยเพื่อขอเสียงสนับสนุนให้พรรคและผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคด้วย โดยมีประชาชนร่วมรับฟังจำนวนมาก

ใต้สะเทือน!! รทสช. โหม 'ประยุทธ์' เยือนทุกถิ่น ปลุกสู้ทุกศึก แม้แต่สงขลายังตลาดแตก สะท้อน!! ไม่เลือกพี่ตู่ พิธามาแน่

คิวเอี๊ยด!! แบบต้องทุ่มสุดตัว เริ่มแรกก็นอนพักค้างที่จังหวัดสงขลาเมื่อคืนวันเสาร์ที่ 29 เม.ย.66 ก่อนที่จะตะลุยหาเสียงให้ผู้สมัคร 4 จุดใหญ่ๆ แต่ก็คุ้มอยู่!! เพราะสร้างปรากฎการณ์ 'ตู่ ตลาดแตก' ให้เห็นกับตา ซึ่งต้องนับว่า การลงไปภาคใต้ โฉบไปที่จังหวัดตรัง – พัทลุง และไปนวดเน้นพื้นที่สงขลา ทำให้กระแสพรรครวมไทยสร้างชาติกระเพื่อมแรงเอามากๆ...

ที่ต้องนวดขยี้ที่สงขลามากหน่อยเพราะชิงกัน 9 ที่นั่ง  คะแนนของ 4 พรรคใหญ่คือ ประชาธิปัตย์, รวมไทยสร้างชาติ, พลังประชารัฐ และภูมิใจไทยสูสีดูดี๋กันแทบทุกเขต อ้อ!! แว่วจากข่าวกรองด้วยว่า นี่เป็นอีกหนึ่งสนามที่คาดว่าสัปดาห์สุดท้ายกระสุนดินดำจะกระหน่ำสาดใส่กันเป็นไฟประลัยกัลป์...

แต่ที่น่าเศร้านิด คือ คนใต้ที่เคยได้ชื่อว่าตื่นตัวทางการเมืองสูง หลอกยาก...บัดนี้หลายพื้นที่ยอมถูกหลอกกินทั้งเบ็ดกินทั้งเหยื่อเป็นที่เรียร้อยแล้ว ผู้สมัคร นักการเมืองสีเทา 2-3 รายกำลังเยื้องกรายเข้าสภา...!!

ตามหน้าเสื่อหน้าไพ่ 4 พรรคที่เอ่ยนามมามีสิทธิเข้าสภา...แต่เล็ก เลียบด่วน ขออนุญาตข้ามรายละเอียดไปก่อน...ขอไปโฟกัสตรงปรากฏการณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กันก่อน

ไปสงขลารอบนี้แสดงว่าลุงตู่ต้องการเก็บทุกเม็ดทุกคะแนน...เพราะไปปราศรัยถึง 4 จุด เริ่มจากเขต 1 ของเจือ ราชสีห์ ที่ต้องบดขยี้กับรุ่นหลานอย่างสรรเพชร   บุญญามณี ลูกชายนิพนธ์ แม่ทัพใหญ่ ปชป. ที่เขต 1 นี่เองที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้ประกาศขยับวัยจาก 'ลุงตู่' เป็น 'พี่ตู่'

จากนั้นเดินทางไป อ.รัตภูมิ เขต 5 ช่วย ปรีชา สุขเกษม   คนหนุ่มนักสู้ที่ถูกมือดีเอาสีดำไปละเลงป้าย...ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี ต้องขึ้นเวทีจัดหนักไปหลายดอก และลุงตู่ก็กอดคอปรีชาปราศรัยเวทีนี้ร่วมชั่วโมง...ทำเอาผู้กำกับ สภ.รัตภูมิ ร้อนๆ หนาวๆ...ไปทีเดียว

แต่อีกคนที่คงจะหนาวๆ ร้อนๆ อยู่เหมือนกันก็คือ เจ้าของพื้นที่ บิ๊กเนม...รองหัวหน้าพรรค ปชป.อย่าง 'นายกชาย' หรือเดชอิศม์ ขาวทอง ที่ยังไงๆ ก็แพ้ไม่ได้...

‘บัญญัติ’ ขึ้นเวทีปราศรัยพังงา เล่าอดีตสมัยร่วมงาน ‘จุรินทร์’ ยัน!! เป็นคนมากความสามารถ-ผลงานชัด ขอพี่น้องโปรดหนุน ‘ปชป.’ ยกทีม

(1 พ.ค. 66) เมื่อช่วงค่ำวานนี้ ที่จังหวัดพังงาทั้ง 2 เขต มีเวทีปราศรัยหาเสียง ให้กับนางกันตวรรณ ตันเถียร ส.ส. จังหวัดพังงา เขต 1 เบอร์ 1 นายราเมศ รัตนะเชวง ส.ส. จังหวัดพังงา เขต 2 เบอร์ 5 และ บัตรสีเขียว พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 26 ซึ่งนอกจากมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคแล้ว ยังมี นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ร่วมขึ้นเวทีปราศรัยอย่างคับคั่ง

นายบัญญัติ อดีตหัวหน้าพรรคได้ระบุสาเหตุที่ตนมาปราศรัยที่จังหวัดพังงา เป็นเพราะตนเคยร่วมงานกับ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มาเป็นเวลานาน และเมื่อคราวมีปราศรัยที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายจุรินทร์ ก็ได้ไปขึ้นเวทีปราศรัยด้วย และที่ตนมาช่วยเขต 2 พังงาด้วย ก็เพราะมีความผูกพันกับนายราเมศ รัตนะเชวง ที่เป็นคนหนุ่มและเป็นกำลังสำคัญของพรรค มีความรู้มีความสามารถถ้าพี่น้องให้โอกาสราเมศเข้าไปทำงานในสภาได้ ก็เชื่อว่าเขาจะเป็นดาวสภาในอนาคต 

พร้อมกับกล่าวอีกว่า ด้วยเวลา 3 ชั่วโมงในเดินทางจากสุราษฎร์ธานีถึงพังงา ตนพยายามคิดหาว่าจะมีเหตุผลอะไรหรือไม่ที่คนพังงาจะไม่เลือกคนพังงาด้วยกัน แต่ตลอด 3 ชั่วโมงนั้น ตนก็ไม่พบว่าจะมีเหตุผลอะไรที่คนจังหวัดพังงาจะไม่สนับสนุนนายจุรินทร์คนนี้ให้ก้าวเดินต่อไปอย่างยิ่งใหญ่ในทางการเมืองของประเทศไทย ทั้งประสบการณ์การเป็น ส.ส. 11 สมัย มีความชัดเจนในทางการเมือง แม้แต่นายชวน หลีกภัย ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ที่มีความระมัดระวังในการทำงาน เนื่องจากหากแต่งตั้งใคร คนนั้นไปทำเรื่องเสียหาย อาจเดือดร้อนมาถึงตัวได้ แต่ก็ยังแต่งตั้งให้นายจุรินทร์ เป็นเลขารัฐมนตรี ของตัวเองถึง 2 ครั้ง 2 หน ถือเป็นการแสดงความไว้วางใจของนายชวน ที่มีต่อนายจุรินทร์ 

สมัยที่ตนเป็นหัวหน้าพรรค ปี 2548 ตนก็เลือกนายจุรินทร์ ให้มาเป็นรองหัวหน้าพรรค ก็ถือว่าตนก็มีความไว้วางใจต่อนายจุรินทร์เช่นกัน ในเวลาที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน เมื่อจะต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ก็มักจะมอบหมายให้นายจุรินทร์ ทำหน้าที่เป็นคนสรุปในตอนท้ายทุกครั้งไป และที่สำคัญในเวลาที่นายจุรินทร์ได้รับมอบหมายให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสำคัญๆ ก็มีผลงานมากมาย เช่น สมัยที่เป็น รมว.ศึกษาธิการ สมัยนั้น รัฐธรรมนูญกำหนดว่า รัฐต้องจัดดำเนินการให้มีการศึกษาฟรี อย่างน้อย 12 ปี แต่นายจุรินทร์ รมว.ศึกษาธิการ จัดทำ “เรียนฟรี” ไปเกินกว่าที่รัฐธรรมนูญกำหนดคือทำให้ “เรียนฟรี 15 ปี” ในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ สมัยที่นายจุรินทร์ เป็น รมว.สาธารณสุข ก็ทำให้สถานีอนามัย ยกระดับขึ้นเป็น รพ.สต. ครบทุกตำบล พอมาเป็น รมว.พาณิชย์ ก็ดูแลนโยบายประกันรายได้เกษตรกร ที่ทำให้คนอีสานชอบใจมาก


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top