Sunday, 8 November 2026
Hard News Team

วันหยุดแรงงานคึกคัก นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ แห่เที่ยวเกาะล้านพัทยา และหาดนางรำสัตหีบ แน่น

วันที่ 1 พ.ค. 2566   ที่บริเวณท่าเรือแหลมบาลีฮาย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่เก็บภาพบรรยากาศ วันหยุดวันแรงงาน พบว่านักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ต่างเดินทางไปเที่ยวเกาะล้านกันเป็นจำนวนมาก ทำให้จุดขึ้นเรือสปีดโบ๊ท เดินทางจากฝั่งพัทยาไปเกาะล้านดูคึกคักอีกครั้ง ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่จะเดินทางมาเป็นครอบครัว กรุ๊ปทัวร์ ส่วนนักท่องเที่ยวชาวไทยส่วนใหญ่จะเดินทางมาทั้งแบบครอบครัว และเป็นกลุ่มเพื่อน โดยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติมีจุดหมายเพื่อที่ต้องการจะเดินทางไปพักผ่อนในช่วงวันหยุด และเที่ยวชมความสวยงามของเกาะล้าน ทั้งนี้กรมเจ้าท่าสำนักพัทยา ได้เข้มงวดให้นักท่องเที่ยวส่วมใสเสื้อชูชีพ เพื่อสร้างภาพลักษณ์และสร้างความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว ในขณะที่เดินทางไปเกาะล้าน
     

ส่วนในพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตรงกับวันหยุด วันแรงงานแห่งชาติ ที่หยุดยาวติดต่อกัน 3 วัน ตั้งแต่ เสาร์-อาทิตย์-จันทร์ ทำให้มีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศนับพัน หมุนเวียนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวพักผ่อน ชมบรรยากาศธรรมชาติ และเล่นน้ำทะเล บริเวณชายหาดนางรำ พื้นที่ดูแลของกองทัพเรือ ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ทำให้ถนนเส้นทางเข้าหาดนางรำ เข้าช่องแสมสาร และท่าเรือจุกเสม็ด รถติดยาวเหยียดหลายกิโลเมตร


นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645

‘ชพก.’ เปิดนโยบายเอาใจในวันแรงงาน หนุน ‘ไรเดอร์’ ชี้ 3 ข้อ จ้างงานเป็นธรรม-มีสวัสดิการ-หนุนให้มีโอกาสเติบโต

(1 พ.ค. 66) เนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า พรรคชาติพัฒนากล้ามีนโยบาย “งานดี” เพื่อแก้ปัญหาปากท้องให้พี่น้องประชาชน โดยการกระตุ้นเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับชุมชนไปจนถึงระดับประเทศ ซึ่งพรรคได้เสนอให้มีการเพิ่มตำแหน่งงานนักวิจัยและนักพัฒนาผลิตภัณฑ์ในระดับท้องถิ่น เพื่อสนับสนุนให้เกิดการจัดตั้งศูนย์พัฒนานวัตกรรมเพื่อแปรรูปสินค้าเกษตร 1 แห่งทุกจังหวัด, ส่งเสริมการจ้างงานและยกระดับศักยภาพผู้สูงวัยด้วยการ สนับสนุนเงินเดือนลูกจ้างผู้สูงอายุเดือนละ 5,000 บาท รวม 500,000 ตำแหน่งให้แก่หน่วยงานที่จ้างบุคลากรอายุ 60 ปีขึ้นไป นอกจากนี้ยังมีนโยบายการลดจำนวนทหารที่มาจากการเกณฑ์ทหาร และเพิ่มจำนวนทหารประจำการแบบสมัครใจโดยใช้สวัสดิการเป็นแรงจูงใจ พร้อมเปิดตำแหน่งงาน 25,000 อัตราในหน่วยราชการต่างๆ เพื่อรองรับทหารหลังปลดประจำการ

สำหรับกลุ่มแรงงานที่ทำงานบนแพลตฟอร์มเช่นไรเดอร์นั้น หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า กลุ่มไรเดอร์ทำงานมากกว่า 10 ชั่วโมง ซึ่งนานกว่าพนักงานประจำด้วยซ้ำ ทั้งนี้ไรเดอร์ เป็นอุตสาหกรรมใหม่ที่มีอะไรที่จะต้องปรับเพื่อความยุติธรรมต่อผู้ให้บริการ เพราะพวกเขาก็คือผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ดังนั้นจึงควรได้รับสิทธิขั้นพื้นฐาน การกำหนดค่าแรงขั้นต่ำสามารถทำได้ และต้องมาดูว่าควรมีจุดเริ่มต้นเท่าไร แต่ก็ต้องมีจุดเริ่มต้นที่โปร่งใส  

นายวรวุฒิ อุ่นใจ รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวเสริมว่า จากที่ได้รับฟังปัญหาของไรเดอร์แต่ละคน ซึ่งต้องสู้ชีวิต และไม่ได้รับความเป็นธรรมในหลายๆ เรื่อง ทั้งค่าจ้างแรงงาน สิทธิขั้นพื้นฐาน โอกาสในการเติบโต รวมไปถึงความปลอดภัยในอาชีพ จึงได้เสนอแนวทางแก้ปัญหาไว้ 3 ข้อ คือ 1.การแก้ปัญหาค่าจ้างไม่เป็นธรรม รัฐบาลต้องเป็นคนกลาง ระหว่างแพลตฟอร์ม กับ ไรเดอร์ ให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นธรรม 2.ไรเดอร์ ควรต้องได้รับสิทธิขั้นพื้นฐาน รวมถึงแพลตฟอร์มต้องทำประกันอุบัติเหตุให้ไรเดอร์ในสังกัด 3.แพลตฟอร์มต้นสังกัดควรส่งเสริมให้ไรเดอร์ได้มีโอกาสเติบโตเป็นผู้ประกอบการ 

เริ่มแล้ววันนี้!! ‘ธปท.’ ปรับเกณฑ์โครงการ ‘คลินิกแก้หนี้’ เปิดทางให้ ‘ลูกหนี้ที่ค้างชำระมากกว่า 120 วัน’ เข้าร่วมโครงการได้

(1 พ.ค.66) น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือประชาชนแก้ไขปัญหาหนี้สิน โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นหนี้เสียให้สามารถแก้ไขกลับไปเป็นหนี้ปกติได้เร็วขึ้น  ล่าสุดธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์โครงการคลินิกแก้หนี้ ให้สามารถช่วยเหลือผู้เป็นหนี้เสียกรณีบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกันได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น

ทั้งนี้ เกณฑ์ที่ปรับปรุงใหม่นี้จะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2566 เป็นต้นไป โดยกำหนดคุณสมบัติให้ลูกหนี้ที่มีหนี้ค้างชำระมากกว่า 120 วันขึ้นไป สามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้ จากเดิมที่จำกัดว่าผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นผู้ที่มีสถานะเป็นหนี้เสียก่อนวันที่ 1 ก.พ. 66 เท่านั้น  ซึ่งการปรับเกณฑ์นี้จะทำให้ผู้มีปัญหาการชำระหนี้สามารถเข้าร่วมโครงการได้โดยไม่ถูกจำกัดช่วงเวลาการเกิดหนี้เสียอีกต่อไป

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า รัฐบาลขอเชิญชวนผู้ที่กำลังประสบปัญหาชำระหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อบุคคล เข้าร่วมโครงการคลินิกแก้หนี้  ซึ่งโครงการจะพิจารณาเหตุผลความจำเป็นของผู้สมัครเข้าร่วมโครงการแต่ละราย เพื่อจัดทำแผนการชำระหนี้ใหม่ที่เหมาะสมให้กับลูกหนี้เป็นรายกรณี เพื่อให้สามารถชำระหนี้ได้ต่อเนื่องจนปลดหนี้ได้ ซึ่งภายใต้แผนการชำระหนี้ใหม่อาจมีการกำหนดเงื่อนไขบางประการ เช่น มีเงื่อนไขไม่ให้ลูกหนี้ก่อหนี้ใหม่ เพื่อสร้างวินัยและความรับผิดชอบ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาให้กับลูกหนี้ได้อย่างยั่งยืน

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถ สมัครร่วมโครงการผ่านเว็บไซต์ www.คลินิกแก้หนี้.com  หรือสอบถามข้อมูลโครงการเพิ่มเติมที่ LINE Official Account ของโครงการที่ @debtclinicbysam, ทางเฟซบุ๊ค คลินิกแก้หนี้ by SAM  หรือสอบคอลเซ็นเตอร์ โทร. 1443 ได้ทุกวัน เวลา 9:00-19:00 น.

ตำรวจพัทยา สนธิกำลังบุกจับบ่อนบาคาร่า รวบนักพนันอินเดีย 80 ราย คาโรงแรมหรู พบเงินหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านรูปี

เมื่อเวลา 00.16 น.วันที่ 1 พฤษภาคม 2566 พล.ต.ต.กัมพล ลีลาประภาภรณ์ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พ.ต.อ.ฐนพงศ์ โพธิ์ทิ ผกก.สภ.เมืองพัทยา พ.ต.ท.สุรเชษฐ์ เอนกศรี รองผกก.ป.สภ.เมืองพัทยา พ.ต.ท.ฐานานนท์ อธิพันสีห์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองพัทยา พ.ต.ท.ชัยณรงค์ จิตต์สุนทร สว.สส.สภ.เมืองพัทยา นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองพัทยา เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนจังหวัดชลบุรี บุกเข้าจับกุมบ่อนการพนัน ที่โรงแรมเอเซีย เมืองพัทยา ภายในซอยพระตำหนัก 4 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมของกลางจำนวนมาก
   

โดยพล.ต.ต.กัมพล ลีลาประภาภรณ์ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย มาเปิดห้องพักที่โรงแรมแห่งนี้ แล้วเช่าห้องจัดประชุมชื่อห้อง สำเภา ในการลักลอบเล่นการพนันกัน กระทั่งสืบทราบว่า นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เป็นชาวอินเดีย เข้ามาจองห้องพักเมื่อวันที่ 27-1 พฤษภาคม โดยใช้วิธีการแลกจากประเทศอินเดีย ก่อนจะเดินทางเข้ามาเล่นการพนันในประเทศไทย หลังเล่นจบแล้วก็จะไปคิดผลได้เสียกันในภายหลัง
     

หลังรวบรวมข้อมูลแล้ว จึงได้วางแผนพร้อมนำกำลังบุกเข้าตรวจสอบ จับกุม ขณะที่เข้าไปถึงพบว่านักท่องเที่ยวชาวอินเดียกำลังเล่นการพนันรูปแบบบาคาร่า และแบล็คแจ็ค กันอย่างเพลิดเพลิน เมื่อนักพนันเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะพากันวิ่งหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังปิดล้อมไว้หมดแล้ว จึงสามารถควบคุมไว้ได้ทั้งหมด 93 คน เป็นคนอินเดีย 83 คน เป็นผู้ชาย 71 คนผู้หญิง 16 คน ผู้ชายชาวพม่า 4 คน คนไทย 6 คน เป็นผู้ชาย 4 คน ผู้หญิง 2 คน ตรวจสอบพบของกลาง เป็นโต๊ะเล่นการพนันจำนวน 7 โต๊ะ เป็นโต๊ะบาคาร่า 4 โต๊ะ เป็นโต๊ะแบล็คแจ็ค 3 โต๊ะ ไพ่ 25 สำรับ ชิพแทนเงินสด จำนวน 209,215,000 เงินสกุลต่างประเทศ 160,000 รูปี กล้องวงจรปิด 8 ตัว โทรศัพท์มือถือ 92 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 3 เครื่อง ไอแพด 1 เครื่อง ที่แจกไพ่ 3 เครี่อง รวมถึงมีบริการเสริฟบารากู่ ให้นักท่องเที่ยวอีก 4 ตัว พร้อมตัวยาประมาณ 800 กรัม นอกจากนี้ยังพบสมุดจดยอดเครดิตในการเล่นการพนัน รวมยอดเครดิตหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านรูปี 

'ททท.' เปิดรับ 'นักท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย' ออกเที่ยวนาน 4 เดือน พร้อมเงิน 5 แสนบาท

เมื่อวันที่ 30 เม.ย.66 โอกาสดีของคนรักการเที่ยวเมืองไทย ททท. เฟ้นหา “นักท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” เพียงหนึ่งเดียว รับเงิน 5 แสน ออกไปเที่ยวเมืองไทยเป็นเวลา 4 เดือน

เมื่อเร็วๆนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดตัวกิจกรรม ภายใต้ "โครงการ 365 วันมหัศจรรย์เมืองไทย เที่ยวได้ทุกวัน" โดยหนึ่งในกิจกรรมสุดว้าว และเป็นโอกาสดีของคนรักการเที่ยวเมืองไทย คือ กิจกรรมรับสมัคร "นักท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย" เพียงเดินทางออกไปสัมผัสความมหัศจรรย์ของเมืองไทยและจัดทำเนื้อหาประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว พร้อมทั้งสมัครและส่งแฟ้มประวัติผลงานผ่านช่องทางเว็บไชต์ของโครงการ ททท.จะคัดเลือกผู้ร่วมกิจกรรมจำนวน 20 คน จากคอนเทนต์ที่นำเสนอ

จากนั้นคัดเลือกด้วยการสัมภาษณ์กับคณะกรรมการเพื่อเฟ้นหา 1 คนที่จะได้เป็นนักท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งจะได้รับเงินรางวัลสนับสนุนในการท่องเที่ยว พร้อม Voucher ท่องเที่ยวสำหรับเข้าใช้บริการสินค้าและกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว

คุณสมบัติของผู้สมัคร
- ต้องเป็นผู้ที่มีสัญชาติไทย อายุ 20 ปีขึ้นไป
- มีความสามารถในการเขียนคอนเทนต์ได้เป็นอย่างดี
- มีความสามารถในการถ่ายภาพหรือคลิปวิดีโอ และสามารถตัดต่อได้อย่างสวยงาม
- มี Social Media เพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์คอนเทนต์ โดยไม่จำกัดแพลตฟอร์ม
- สามารถออกเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ หรือ ท่องเที่ยวตามปฏิทินท่องเที่ยวของ ททท. ได้ หรือตามแหล่งท่องเที่ยวที่ ททท.กำหนด

โดยผู้ที่ได้รับคัดเลือกเพียงหนึ่งเดียวนั้น จะได้รับเงินสนับสนุนการท่องเที่ยวจาก ททท. เป็นจำนวนเงิน 504,000 บาท (หรือเดือนละ 126,000 เป็นเวลา 4 เดือน) พร้อม Voucher ท่องเที่ยวและของรางวัลอื่นๆ ส่วนผู้ที่ผ่านการเข้ารอบสัมภาษณ์ แต่ไม่ได้รับคัดเลือก ก็ยังได้รับ Voucher ท่องเที่ยว เป็นรางวัลปลอบใจ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับ กรมสรรพากร เตือนภัยออนไลน์

เนื่องจากในรอบสัปดาห์ มีข่าวการแอบอ้างเป็นกรมสรรพากรหลอกลวงประชาชน และมีคดีออนไลน์ ที่เกิดขึ้นมาก ได้แก่ การซื้อสินค้าแล้วไม่ได้สินค้า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง  ที่ปรึกษาพิเศษ ตร./หัวหน้าคณะทำงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันต้านภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อมด้วยคณะทำงาน เป็นห่วงพี่น้องประชาชน ที่อาจจะตกเป็นเหยื่ออีก จึงได้ร่วมกับกรมสรรพากร โดย นาย วินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ รองอธิบดีกรมสรรพากร แถลงข่าวเตือนภัย เมื่อวันที่ ๑ พ.ค.๒๕๖๖ เวลา ๑๔.๐๐ น. ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีรายละเอียดดังนี้

 
ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา (23-29 เม.ย.2566)  มีสถิติการรับแจ้งความคดีออนไลน์มากที่สุดยังเป็นคดีเดิมๆ  5 อันดับ ได้แก่ อันดับ 1. คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 2. คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ 3. คดีหลอกลวงให้กู้เงิน 4. คดีข่มขู่ทางทางโทรศัพท์ให้เกิดความกลัวแล้วหลอกให้โอนเงิน (Call Center) และ 5. คดีหลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์

    
ภัยออนไลน์ที่น่าสนใจและเกิดขึ้นมากในรอบสัปดาห์ มีจำนวน 2 เรื่อง ดังนี้ 
1. “สรรหาวิธีแอบอ้างสรรพากร  หลอกเอาเงิน”  
1.1  คดีนี้รูปแบบแรก   แก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรหาผู้เสียหายแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร  
และกล่าวหาผู้เสียหายว่ามีการกระทำผิด เช่น ติดค้างค่าภาษีจากการก่อตั้งบริษัท หรือถูกแอบอ้างเอาข้อมูลไปใช้เปิดบริษัท หรือมีคดีฟอกเงิน หรือเลี่ยงภาษี  แล้วให้ผู้เสียหายเพิ่มเพื่อน LINE สถานีตำรวจที่ไกลจากบ้านผู้เสียหาย(LINE ปลอมของคนร้าย) แล้วส่งเอกสารปลอมข่มขู่ให้เชื่อ และหลอกให้โอนเงินอ้างว่าเป็นการตรวจสอบข้อมูล  จากนั้นให้เพิ่มเพื่อน LINE กับ ปปง. (LINE ปลอมของคนร้าย) แล้วหลอกให้โอนเงินเพิ่มอีก 
1.2 รูปแบบที่ 2 แก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรหาผู้เสียหาย  แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของกรมสรรพากร  
สามารถช่วยยกเลิกหรือสมัครโครงการต่างๆ ของ รัฐบาล เช่น ธงฟ้า คนละครึ่ง ถุงเงิน บัตรประชารัฐ หรือลดหย่อนภาษี หรือช่วยดำเนินการไม่ให้เสียภาษีย้อนหลัง แล้วให้ผู้เสียหายเข้าเว็บปลอมเพื่อกรอกและเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว จากนั้นให้ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นเพื่อเข้าควบคุมเครื่องโทรศัพท์ แล้วโอนเงินของผู้เสียหายออกไป

จุดสังเกต  
1)  ชื่อเว็บไซต์กรมสรรพากรปลอม  เช่น  https://www.rd-go-th.xyz, https://www.rd-go- 
th.co
, https://www.rd-go-th.top และ https://www.rd-go-th.org เป็นต้น ซึ่งไม่ใช่เว็บไซต์ของกรมสรรพากร ซึ่งมีจุดสังเกตหลายจุด  

2) หนังสือราชการที่ใช้ข่มขู่  ไม่เป็นไปตามแบบฟอร์มและภาษาของทางราชการ  

3) บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ  แบบอักษรที่ใช้ ชื่อ ยศ ตำแหน่ง  ไม่ถูกต้อง  

4) กรมสรรพากร สถานีตำรวจ และ ปปง. ไม่มีช่องทางติดต่อบัญชี LINE ส่วนตัวที่สามารถส่ง 
สติ๊กเกอร์ โทร วีดีโอคอล หรือดู LINE VOOM ได้ 
     

วิธีป้องกัน  
1) ศึกษาช่องทางการติดต่อกรมสรรพากร ซึ่งมี 2 ช่องทาง คือ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาและ 
ทางออนไลน์ ผ่านระบบ e-Filing ของกรมสรรพากร   
2) ตรวจสอบชื่อเว็บไซต์ที่ถูกต้องของกรมสรรพากร คือ https://www.rd.go.th ก่อนกระทำการใดๆ  
3) สอบถามข้อมูลได้ที่สำนักงานสรรพากรทุกแห่งทั่วประเทศ หรือ ศูนย์สารนิเทศสรรพากร (RD Intelligence Center) โทร. ๑๑๖๑ 
4) สำหรับการดาวน์โหลดเว็บไซต์ของทางราชการหรือแอพพลิเคชั่นต่างๆ  ควรดาวน์โหลดจาก Appstore และ Play Store กรณีมีความจำเป็นต้องกดลิงก์ดาวน์โหลด  ควรไปค้นหาใน Appstore และ Play Store เพื่อเป็นการกรองอีกชั้นหนึ่ง   
 
2. “ซื้อสินค้ามือสอง แต่ได้สินค้ามือเปล่า”คดีนี้มิจฉาชีพทำการสร้างเพจ หรือ โพสตามเพจต่างๆ เพื่อซื้อขายสินค้ามือสอง (โทรศัพท์,ไอแพด,ไอพอด ฯลฯ) หรือสินค้าทั่วไป   โดยใช้รูปโปรไฟล์เป็นผู้หญิงหน้าตาดีหรือสร้างเพจขึ้นมาโดยใช้ชื่ออื่น จนมีผู้ติดตามจำนวนมาก รวมถึงมีหน้าม้ากดเพิ่มเครดิต จนมีความน่าเชื่อถือ หลอกขายสินค้ามือสองหรือสินค้าทั่วไป โดยให้ผู้เสียหายจ่ายเงินมัดจำ หรือ จ่ายเงินก่อน เมื่อผู้เสียหายโอนเงินให้แล้ว จะไม่ส่งสินค้าให้ แล้วบล็อกผู้เสียหายไม่ให้ติดต่อได้  

ซึ่งสถิติการรับแจ้งความคดีออนไลน์มากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่  อันดับ 1)  โทรศัพท์/Ipad โดยโทรศัพท์ส่วนใหญ่เป็น Iphone    โดยหลอกผ่านเพจ Facebook 2) ผลไม้หรือของกิน เช่น อาหารคลีน นมกล่อง    โดยหลอกผ่านเพจ Facebook 3) เสื้อผ้า ของแบรนด์เนม  โดยหลอกผ่านเพจ Facebook/IG 4) เกมส์ (จ้างอัพเลเวล หรือซื้อเกมส์)   โดยหลอกผ่านเพจ Facebook/IG และ 5) บัตรงาน บัตรคอนเสิร์ต  โดยหลอกผ่าน Twitter/IG  
     

ความเสียหายจากการหลอกขายสินค้าและบริการ ตั้งแต่ 1 มี.ค.65 ถึง 29 เม.ย.66 จำนวน 89,577 เคส   ความเสียหาย 1,308,527,198 บาท สำหรับเพจปลอมที่หลอกขายสินค้า ได้แก่ Smart Shop, พิมรี่พาย แม่ค้าออนไลน์,แซลมอน สายพันธุ์นอร์เวย์เจียน, Wholesale sashimi ส่งทั่วประเทศไทย และทุเรียนเขยจันทร์จากสวนคุณชาคริต ปลีก – ส่ง เป็นต้น  

นราธิวาส-“เจาะไอร้อง เจาะไอรัก” อนุรักษ์ ฟื้นฟู สืบสานศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่น” มทภ.4 เผย ปลื้มใจที่ได้เห็นความร่วมมือร่วมใจสืบสานอัตลักษณ์ที่สวยงามในพื้นที่ปลายด้ามขวาน

ที่สนามที่ว่าการอำเภอเจาะไอร้อง ตำบลจวบ อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส พลโท ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานเปิดโครงการ “เจาะไอร้อง เจาะไอรัก อนุรักษ์ ฟื้นฟู สืบสาน ศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่น “ เพื่อสะท้อนความร่วมมือของคนในชุมชน สืบสานวัฒนธรรมและสื่อความเป็นอัตลักษณ์ในพื้นที่เพื่อให้เกิดความเคารพต่อความหลากหลายทางวัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ โดยมี พลตรี ไพศาล หนูสังข์ รองแม่ทัพภาคที่ 4/ รองผู้อำนวยการรักษาคงามมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า , นายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ,รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส,รองผู้บังคับการกองกำลังตำรวจจังหวัดนราธิวาส,นายอำเภอเจาะไอร้อง,ผู้นำศาสนา,ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ และประชาชน ทั้ง 33 หมู่บ้าน ในอำเภอเจาะไอร้อง เข้าร่วมกิจกรรม กว่า 1,500 คน

พลโท ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 กล่าวว่า ปลื้มใจที่ได้เห็นพี่น้องประชาชน ทั้ง 33 หมู่บ้าน ได้แต่งการด้วยชุดมลายูท้องถิ่นที่เป็นอัตลัดษณ์ที่สวยงาม โดยโครงการ “เจาะไอร้อง เจาะไอรัก อนุรักษ์ ฟื้นฟู สืบสานศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น“ ในครั้งนี้ ได้พูดอยู่เสมอว่า วัฒนธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นสิ่งที่สวยงามมีอัตลักษณ์ที่โดดเด่น และน่าภูมิใจไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของภาษา อาหาร การแต่งกาย ที่สะท้อนให้เห็นความหลากหลายทางวัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ ดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ชาวอำเภอเจาะไอร้องได้ให้ความสำคัญต่อการสืบสานวัฒนธรรม ได้จัดประกวดการแต่งกายชุดมลายู การประกวดซุ้มประตูชัย (ปีนตูกรือบัง) ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในพื้นที่ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมที่จะสนับสนุนส่งเสริมความงดงามของวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างเต็มที่ในความร่วมมือร่วมใจกันสื่อให้เห็นถึงความรัก ความสามัคคีของคนในชุมชน และหน่วยงานภาครัฐที่พร้อมจะส่งเสริมให้พี่น้องประซาชนร่วมกันทำพื้นที่ให้น่าอยู่เกิดการพัฒนาต่อยอดสร้างความสนใจจากสื่อสังคมและสามารถส่งเสริมการพัฒนาด้านเศรษฐกิจต่อไปได้ในอนาคต

นายมาหะมะยากี หะยีมะ นายอำเภอเจาะไอร้อง กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชนชาวอำเภอเจาะไอร้อง ต้องขอขอบคุณแม่ทัพภาคที่ 4 ที่ได้ให้ความสำคัญและสนับสนุนการจัดกิจกรรมฯ โดยเฉพาะการรณรงค์แต่งกายชุดมลายูท้องถิ่น และการจัดทำซุ้มประตูชัย (ปีนตูกรือบัง) ซึ่งเป็นเสน่ห์ความงดงามในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้สะท้อนความภาคภูมิใจในความเป็นมลายูสิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องสะท้อนว่าจังหวัดชายแดนใต้ของไทย เป็นสังคมมลายูที่มีมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและเปิดรับความแตกต่าง พร้อมจะให้ผู้คนต่างวัฒนธรรมได้เรียนรู้ แลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจอย่างสร้างสรรค์และยอมรับการมีตัวตนของกันและกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมที่สวยงาม

ในที่สุด 'อินเดีย' ก็แซง 'จีน' ขึ้นเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกอย่างเป็นทางการแล้ว

ในที่สุด 'อินเดีย' ก็แซง 'จีน' ขึ้นเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกอย่างเป็นทางการแล้ว

'ต่างชาติ' แชร์!! ประสบการณ์สุดประทับใจใน 3 จว.ชายแดนใต้ ดินแดนที่คนถิ่นมุ่งมั่นทำให้น่าเยือน แต่คนไทยกันเองบิดเบือนให้น่ากลัว

(1 พ.ค.66) จากเฟซบุ๊ก 'Jo Montanee' ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงเสน่ห์แห่ง 3 ชายแดนภาคใต้ ซึ่งวันนี้เปลี่ยนแปลงไปมาก ระบุว่า...

- “อย่าไปสามจังหวัดชายแดนภาคใต้นะอันตรายมาก”
- “ถ้าคุณไปคุณต้องระวังให้มากๆ อย่าไปเดินซี้ซั้วในเขตเสี่ยง ไม่ควรออกมาตอนค่ำ” 
- “ครั้งสุดท้ายเราเห็นคุณขึ้นรถไฟแล้วอยู่ดีๆก็หายไปหลายวัน เราคนไทยเป็นห่วงจริงๆนะ นึกว่าเกิดเรื่องกับคุณแล้ว”

นั่นคือ สารพัดคำเตือนจากผู้ชมชาวไทยจนเต็มหน้ายูทูบไปหมด เมื่อได้รู้ว่า Ellis หนุ่มวิศวกร กับ Alicia พยาบาลสาวชาวอังกฤษวัยแค่ 20 กว่า จากช่องยูทูบ ELLIS WR กำลังจะนั่งรถไฟชั้น 3 ไป #ปัตตานี

ความที่ทั้งคู่เป็นยูทูเบอร์ผู้ชอบเที่ยวไทยแบบสัมผัสวิถีชนบท นั่งคุยกับคนไทยท้องถิ่น กินอาหารที่ตลาดประจำตำบล ชนเหล้าขาวในบ้านของพี่น้องไทย กล้ากินเผ็ด กินลาบ กินก้อย และกินซอยจุ๊ พวกเขาจึงน้อมรับคำเตือน แต่ก็ยังมาสัมผัสกับปัตตานีด้วยตัวเองอยู่ดีค่ะ

ทว่า ประสบการณ์ที่คู่รักได้เจอจริงๆ กลับน่าประทับใจมาก! 

เพราะทั้งคู่เดินหลงไปเจอกรุ๊ปทัวร์ของเหล่าคุณแม่คุณป้าอาม่าอาซ้อวัยเกษียณนับสิบชีวิต ที่เดินทางจากกรุงเทพมาเที่ยวปัตตานี แล้ววันนี้ต่างยกพลมาเยี่ยมชมบ้านไทยผสมจีนสไตล์วินเทจโบราณที่เจ้าของเปิดให้เข้าชมฟรี

คุณแม่ๆ เอ็นดูฝรั่งน้อยเลยให้มาจอยกรุ๊ปทัวร์ด้วยกัน ซึ่งแม่ๆ ไม่ได้ทัวร์ที่เดียว แต่หนีบเอลลิสและอลิเซียนั่งรถไปทัวร์จุดต่างๆ อยู่ครึ่งวันเลยจ้า! แถมยังชวนคู่รักมาถ่ายรูปเซลฟี่ซะทุกจุดชมวิวกันเลยทีเดียว ทำเอาเอลลิมึน ทั้งขำฮา ทั้งน่ารัก ทั้งดีต่อใจมากมายค่ะ 

https://youtu.be/s_eIBHf7-bU
พี่โจดูจบคลิปแล้ว…บอกตรงๆ ว่ารู้สึกภาคภูมิใจแทนพี่น้องปัตตานีจริงๆ นะคะ เพราะปัตตานี-ดินแดนที่คนไทยจำนวนมากมองภาพเป็นลบว่า “อย่าไป นี่คือสถานที่แสนน่ากลัว” แต่จริงๆ แล้วกลับเป็นจังหวัดเล็กๆ ที่อบอุ่น ภูมิทัศน์สวยงาม ร่มรื่น บ้านเมืองสะอาดเอี่ยมทุกที่ ถนนหนทางที่เอลลิสถ่ายมาก็ช่างเนี้ยบมาก ไม่เห็นขยะเลยแม้แต่ชิ้นเดียว  

ชาวเมืองที่เอลลิสพบเจอก็ใจดีอ่อนโยน และที่สำคัญคือร่าเริงมาก! ทั้งทีม #การท่องเที่ยวปัตตานี (พี่โจเพิ่งรู้จริงๆว่าปัตตานีมีททท.ประจำจังหวัดด้วย! เบิกเนตรของแท้) ทั้งคุณป้าขายไอศกรีมมะพร้าวของโปรดของทั้งคู่ ป้าเรียกน้องทั้งสองว่าลูกทุกคำ แถมยังเพิ่มไอติมให้น้องฟรีอีก 1 ก้อน แต่น้องไม่รู้เพราะสกิลพูดไทยได้เยอะแต่สกิลการฟังไม่คล่อง เลยตกใจว่าไอติม 20 บาททำไมมันเยอะขนาดนี้ รวมทั้งพ่อค้าแม่ขายตามถนนและท้องตลาด เช่น สาวน้อยมุสลิมขายยาคูลต์ แม่ค้าพุทธที่ขายหมูปิ้งหมาล่า เป็นต้น พวกเขาล้วนแล้วแต่เปี่ยมพลังชีวิตทั้งสิ้น ไม่ใช่ซึมกระทือหดหู่แบบที่คนคิดกัน

แต่สิ่งที่พี่โจประทับใจที่สุด คือ...

เอลลิสถ่ายให้เห็นการอยู่ร่วมกันของ 3 ศาสนา เพราะมันคือ “สัญลักษณ์ของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ” ที่เป็นพยานชั้นดีว่า…ไม่ว่าคุณจะมาจากไหน เป็นคนเชื้อชาติใดศาสนาใด แต่ถ้าอยู่บนผืนแผ่นดินไทย ใต้ร่มเงาพระมหากษัตริย์ไทยด้วยกันหมดแล้ว เราจะอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุขและเกื้อกูลค่ะ 

ในวิดิโอ เอลลิสเดินไปเจอมัสยิดโบราณ 500 ปีที่ได้รับการรักษาดูแลอย่างดี สะอาดเอี่ยมอ่องจนเขาออกปากชม

แล้วเมื่อเขากับแฟนสาวเดินเลยไปไม่ไกล ก็เจอวัดจีนที่สีสันสดใสมาก มีผู้คนมากราบไหว้ไม่ขาดสาย มีของกินขายหน้าวัด คนมารอคิวซื้ออย่างมีชีวิตชีวา

ถัดวัดจีนไปก็เจอวัดไทยเลยค่ะ บรรยากาศเงียบสงบ กำแพงสลักภาพนูนต่ำสวยงาม กระจกหลังคาวัดส่องแสงกระทบแดดยามเย็นดูระยิบระยับไปหมด

ปัตตานี จึงเป็นตัวแทนอย่างดีของจิตวิญญาณแบบประเทศไทย ที่ยากจะหาประเทศไหนเสมอเหมือนได้ 

สุดท้าย พี่โจขอฝากอีกหนึ่งคลิปนะคะ ของฝรั่งหนุ่มหัวใจไทยแลนด์สุดๆ คือคุณ Paddy Doyle เขาก็เจอคำเตือนสยองจากคนไทยอย่างนี้เช่นกัน แต่พอเขาถามคนที่เคยไป ทุกคนบอกว่าไปเที่ยวได้นะ 3 จว.ชายแดนใต้สวยมากๆ แพ้ดดี้จึงตะลุยเที่ยวทั้ง ปัตตานี ยะลา และนราธิวาสอย่างสนุกสนานมาแล้ว

ยอดวิวคลิปนี้ ตอนปัตตานี พุ่งสูงถึงแสนกว่าวิวจนแพ้ดดี้เองยังงงเลยค่ะ!

https://youtu.be/zujngkYh8bo

“พรรคประชาธิปัตย์”ตั้งเป้าเติมทุนเกษตรอินทรีย์แปลงใหญ่ 3 ล้านขยายเกษตรอินทรีย์2ล้านไร่ผลิตปุ๋ยชีวภาพ 5 ล้านตัน เดินหน้าเกษตรคาร์บอนต่ำลดโลกร้อน 

“อลงกรณ์”ประกาศกลางเวทีดีเบตปักธง 10 นโยบายเกษตรกรรมยั่งยืน ภายใต้ยุทธศาสตร์”เกษตรปลอดภัย เกษตรมั่นคง เกษตรยั่งยืน” 

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคในฐานะทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมการดีเบตในหัวข้อ”พรรคการเมืองกับนโยบายเกษตรกรรมยั่งยืนและปัญหาความมั่นคงทางอาหาร”ที่อาคารชีววิถี
จัดโดยภาคีเครือข่ายสมาคมสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืน เกษตรอินทรีย์ ไบโอไทย มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ โดยกล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ตั้งเป้าหมายของนโยบายเกษตรทันสมัยสู่ครัวไทยครัวโลก
1.ประเทศผู้ส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารท็อปเทน
ของโลกอย่างมีความรับผิดชอบต่อเกษตรกรและผู้บริโภค
2.เพิ่มGDPเกษตรเป็น10%
3.เพิ่มรายได้เกษตรกร 100%
จึงได้กำหนด 10 นโยบายเกษตรกรรมยั่งยืน เกษตรสุขภาพ และความมั่นคงทางอาหารเชิงปริมาณและคุณภาพภายใต้ยุทธศาสตร์”3 เอส.”(3 S : safety security sustainability) เกษตรปลอดภัย เกษตรมั่นคง เกษตรยั่งยืนตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนบนฐานเทคโนโลยี ศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาไทย

1. ส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืน ขยายพื้นที่เกษตรอินทรีย์ 2 ล้านไร่ เดินหน้าเกษตรคาร์บอนต่ำลดโลกร้อน
2. เติมทุนเกษตรอินทรีย์แปลงใหญ่ 3 ล้าน ส่งเสริมสนับสนุนสภาเกษตรอินทรีย์PGSแห่งประทศไทยเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ออกานิคและกสิกรรมธรรมชาติ
3. เพิ่มปุ๋ยหมักปุ๋ยคอก ปุ๋ยอินทรีย์ 5 ล้านตัน จัดตั้งศูนย์บริการปุ๋ย-น้ำชุมชนทุกตำบล
4. ตั้งศูนย์เทคโนโลยีเกษตร นวัตกรรม เครื่องจักรกล(AIM C:Agritech Innovation Machine Center) Application Agrimap ส่งเสริมการวิจัยพัฒนานวัตกรรมชีวภัณฑ์ เกษตรอัจฉริยะ เกษตรอินทรีย์ อบรมบ่มเพาะและถ่ายทอด พัฒนาเกษตรกร-สหกรณ์และสถาบันเกษตรกร
5. คุ้มครองสิทธิเกษตรกร พันธ์ุพืชพันธ์ุสัตว์และ ความหลากหลายทางชีวภาพ(Biodiversity )โดยเฉพาะในส่วนเกี่ยวข้องกับ FTA ที่จะเจรจา และข้อตกลงอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งปัจจุบันและอนาคตเช่น UPOV - CPTPP และ FTA EU /UAE EFTA
6. เร่งสนับสนุนการขับเคลื่อนกลไกเกษตรกรรมยั่งยืนระดับชาติ คณะกรรมการเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง คณะกรรมการเกษตรกรรมยั่งยืนระดับตำบล คณะกรรมการเกษตรกรรมยั่งยืนระดับพื้นที่ 77 จังหวัด
 

7. สนับสนุนความมั่นคงทางอาหารทั้งเชิงปริมาณ คุณภาพ และโภชนาการที่ดี
8. ส่งเสริมอาหารแห่งอนาคต เช่น โปรตีนทางเลือกใหม่ได้แก่โปรตีนจากพืช โปรตีนจากแมลงสาหร่าย ผำ แหนแดง อาหารฮาลาล
9. ส่งเสริมเกษตรปลอดภัย เกษตรสุขภาพ ลดใช้ปุ๋ยเคมีและสารพิษอันตราย 
10. สร้างกลไกใหม่ ขยายความร่วมมือภาคีเครือข่ายระหว่างภาคเอกชน ภาคเกษตรกรและภาควิชาการ และภาครัฐเพิ่มบทบาทด้านเกษตรกรรมยั่งยืนของ”มกอช.”  “อย.”และกรมพัฒนาที่ดิน กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมข้าว กรมส่งเสริมการเกษตรเป็นต้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top