Sunday, 8 November 2026
Hard News Team

ผู้พิพากษาสตรีเชื้อชาติอินเดียคนแรกของประเทศไทย สะท้อน!! 'ทุกโอกาส-เชื้อชาติ' เกิดขึ้นได้ใต้พระบรมโพธิสมภาร

“ดร. พูยา ทริปาทิ : ผู้พิพากษาสตรีเชื้อสายอินเดียคนแรกของประเทศไทย ตอนที่ 1”

วันเสาร์ที่ 4 มีนาคม 2566 ณ อาคารเฉลิมราชกุมารี 60 พรรษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สุรัตน์ โหราชัยกุล ได้สัมภาษณ์ ดร. พูยา ทริปาทิ ผู้พิพากษาสตรีชาวไทยเชื้อสายอินเดียคนแรก ขณะวันเวลาสัมภาษณ์ ดร. พูยา ทริปาทิดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลจังหวัดบุรีรัมย์ บทสัมภาษณ์แบ่งออกเป็น 2 ตอน ตอนที่ 1 นำลงเพจภารัต-สยามวันที่ 1 เมษายน 2566 ตอนที่ 2 นำลงเพจฯ วันที่ 8 เมษายน 2566 เรื่องราวของผู้พิพากษาท่านนี้หลายประเด็นน่าสนใจมาก ลองอ่านบทสัมภาษณ์ดูนะครับ

สุรัตน์ : พอจะเล่าภูมิหลังของครอบครัวให้ผมฟังก่อนได้ไหมครับ

ดร. พูยา : คุณพ่อเติบโตที่ประเทศอินเดีย บ้านเกิดชื่อมาร์จา (Marcha) เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ใน [มลรัฐอุตตรประเทศ (Uttar Pradesh)] ประเทศอินเดีย เมื่อคุณพ่ออายุได้ 19 ปี ท่านก็ตัดสินใจมาประเทศไทย ในบรรดาสมาชิกครอบครัวของเรา คุณพ่อเป็นคนแรกที่เดินทางมาประเทศไทย เพราะแม้จะเป็นคนขยันและเรียนหนังสือเก่ง แต่คุณพ่อไม่อาจเรียนต่อที่ประเทศอินเดียได้ เนื่องจากสถานภาพทางการเงินที่บ้านไม่ค่อยจะดีนัก ในจำนวนบุตรทั้งหมด 4 คน คุณพ่อมีพี่สาวหนึ่งคน ถัดมาเป็นคุณพ่อและมีน้องชายอีกสองคน ในฐานะที่คุณพ่อเป็นลูกชายคนโต ซึ่งโดยวัฒนธรรมอินเดียแล้ว ต้องเป็นผู้แบกรับภาระหน้าที่ของครอบครัวมากที่สุด

สุรัตน์ : ทำไมต้องประเทศไทย

ดร. พูยา : เหตุที่คุณพ่อเลือกประเทศไทยเป็นจุดหมายเพื่อแสวงหาโอกาสทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น เพราะก่อนหน้านี้มีบุคคลผู้หนึ่งที่คุณพ่อนับถือเหมือนคุณลุงหรือที่ดิฉันนับถือเหมือนคุณปู่นั้น ได้เข้ามาอาศัยอยู่ที่ประเทศไทยอยู่ก่อนแล้ว คุณปู่เป็นครูสอนภาษาบาลีสันสกฤตที่ประเทศไทย และเคยมีโอกาสสอนบุคคลสำคัญทางการเมืองบางท่านด้วย

สุรัตน์ : เมื่อมาถึงเมืองไทยแล้ว คุณพ่อประกอบอาชีพอะไรครับ

ดร. พูยา : แรก ๆ คุณพ่อก็เป็นลูกมือช่วยคุณปู่ค่ะ ในขณะเดียวกันคุณพ่อก็เริ่มเรียนภาษาไทยที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์และภาษาอังกฤษที่สถาบันสอนภาษา AUA ไปด้วย ครั้นเมื่อคุณปู่ถึงแก่กรรม คุณพ่อก็เคว้งคว้างอยู่ระยะหนึ่ง สักพักคุณพ่อก็กลับประเทศอินเดียเพื่อแต่งงานกับคุณแม่ แล้วพาคุณแม่มาอยู่ที่ประเทศไทยด้วยกัน แต่ชีวิตก็ไม่ง่าย คุณพ่อรับจ้างทำทุกอย่าง งานหนักเบาแค่ไหน คุณพ่อทำหมด ขอให้ได้เงินมาเลี้ยงครอบครัว มีอะไรที่คุณแม่ช่วยได้ คุณแม่ก็จะช่วย คุณแม่จะสนับสนุนผลักดันช่วยคุณพ่อทำทุกอย่างโดยหวังว่าวันหนึ่งชีวิตจะต้องดีขึ้น

สุรัตน์ : ท่านผู้พิพากษามีพี่น้องกี่คนครับ

ดร. พูยา : หลังจากที่คุณพ่อและคุณแม่แต่งงานกันได้หนึ่งปี ก็มีพี่ชาย ถัดมาอีกปีก็มีดิฉัน ยิ่งมีลูกสองคนไล่เลี่ยกัน ก็ยิ่งต้องขยัน แม้คุณพ่อจะยังเคว้งคว้างอยู่บ้าง ทว่าคุณแม่ก็ไม่หยุดผลักดันคุณพ่อ คุณแม่จะพูดเสมอว่า ต้องขยัน ต้องเก็บเงินให้ลูก คุณแม่ก็ช่วยเต็มที่ จะให้เก็บลังไม้ลังเบียร์เพื่อนำไปขายต่อ คุณแม่ก็ทำ คุณแม่เป็นช้างเท้าหลังจริง ๆ ผลักดันทุกอย่าง ตั้งแต่ดิฉันโตมา ดิฉันเห็นคุณแม่เก็บหอมรอมริบมาโดยตลอด คือไม่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายเลย คุณแม่เป็นคนเก็บเงินเก่งมากค่ะ ดิฉันไม่เคยเห็นคุณแม่ซื้อแม้กระทั่งเครื่องสำอางให้ตัวเองเลย คุณแม่ยึดมั่นในการใช้ชีวิตอย่างสมถะ

สุรัตน์ : นามสกุล ทริปาทิ ของท่านผู้พิพากษา จริง ๆ ก็คือตริปาถี (Tripathi) ซึ่งผันไปเป็น ตริเวที (Trivedi) หรือติวารี (Tiwari) ด้วยนั้น เป็นนามสกุลคนวรรณะพราหมณ์ ตรงนี้หลายคนอาจจะเข้าใจว่าคนวรรณะพราหมณ์ก็ต้องมีฐานะทางเศรษฐกิจที่ดีหรือเปล่าครับ

ดร. พูยา : การอยู่วรรณะสูงก็ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นคนรวยมีฐานะดีเสมอไป และการอยู่วรรณะพราหมณ์ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องมีอาชีพเป็นนักบวชเท่านั้น เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ทุกคนต่างล้วนต้องทำงานหาเลี้ยงชีพโดยไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเป็นนักบวชเท่านั้น

สุรัตน์ : ผมพอสรุปได้ไหมว่า คุณพ่อคุณแม่ของท่านผู้พิพากษามีลักษณะนิสัยที่แตกต่างกัน แต่ในขณะเดียวกันก็เสริมส่งหรือจรรโลงไว้ซึ่งเสถียรภาพของครอบครัว

ดร. พูยา : ใช่เลยค่ะ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีข้อขัดแย้งเลย เวลาคนสองคนที่ต่างกันมาอยู่ด้วยกัน ก็จะมีมุมมองที่ไม่เหมือนกันบ้าง แต่มุมมองที่ต่างกันก็พยายามปรับเข้าหากันได้ ซึ่งท้ายที่สุดก็คือการหาเหตุผลของแต่ละมุมมอง ดิฉันในฐานะลูกก็ได้เรียนรู้เรื่องมุมมองที่ต่างกันด้วย ตรงนี้ทำให้เราเริ่มคิดอะไรหลายอย่างไม่เหมือนกับเด็กในวัยเดียวกัน อย่างเดียวที่ทำได้ตอนเป็นเด็กคือคิด จะทำอะไรมากกว่าคิดไม่ได้ ดิฉันเริ่มคิดเรื่องต้นตอของปัญหาในสมัยยังไม่เข้าสู่วัยรุ่น ถ้าเราเข้าใจต้นตอของปัญหา เราก็จะหลีกเลี่ยงปัญหาได้ไม่น้อยเลย คุณพ่อและคุณแม่ก็สอนเรื่องนี้อยู่เป็นประจำ เช่น ถ้าไม่ทำแบบนี้หรือแบบนั้น ปัญหาก็จะไม่เกิดขึ้น จำได้อีกว่า ตอนนั้นเริ่มคิดได้ด้วยว่า ชีวิตของเราไม่ได้โรยไปด้วยกลีบกุหลาบ ความสมบูรณ์แบบคือความไม่สมบูรณ์แบบ แม้จะยังเด็กอยู่แต่ความคิดความอ่านของดิฉันก็มีความเป็นผู้ใหญ่มาก แต่บางทีดิฉันก็คิดนะว่าเราก็เป็นเด็ก ทำไมเราต้องไปคิดอะไรมาก เราควรจะสนุกสนานตามประสาเด็กมากกว่าไหม

สุรัตน์ : ผมพอจะสรุปได้ไหมว่า ชีวิตของครอบครัวท่านผู้พิพากษาไม่ได้สมบูรณ์แบบเหมือนกับหลายครอบครัว แต่ท่านผู้พิพากษากลับนำสิ่งนี้มาเป็นแหล่งแรงบันดาลใจในการสร้างชีวิตของตน

ดร. พูยา : ถูกต้องค่ะ คือเราต้องดูว่าปัญหาคืออะไร มูลเหตุของปัญหาคืออะไร แล้วก็แก้ปัญหาให้ตรงจุด เด็กหลายคนอาจจะไม่มองแบบดิฉัน อาจจะมองว่าเรามาจากครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์แบบ ก็เลยเลือกทางเดินที่ไม่ควร แต่ดิฉันไม่คิดแบบนั้น คุณพ่อสอนให้เข้มแข็งและสู้กับปัญหาเสมอ อย่าวิ่งหนี อีกหนึ่งคุณค่าทางความคิดที่ครอบครัวให้มาคือ การรู้ค่าของเงิน ไม่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย ตอนที่ดิฉันยังเป็นเด็กอยู่ ยังไม่มีรถไฟฟ้าบีทีเอส ดิฉันก็ขึ้นรถเมล์ไปโรงเรียน ไม่มีรถยนต์ส่วนตัวค่ะ

สุรัตน์ : เรียนหนังสือที่ไหนครับ

ดร. พูยา : ระดับชั้นอนุบาลและประถมศึกษาเรียนแถวบ้านค่ะ ส่วนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลายเรียนที่โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย ในระหว่างที่เรียนโรงเรียนนี้ ดิฉันเป็นเด็กที่ค่อนข้างโตกว่าวัย เป็นคนมีระเบียบวินัย แต่ก็เป็นคนเฮฮาด้วย ตอน ม.5 กับ ม.6 ก็ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าห้อง คงอาจจะเพราะเพื่อน ๆ มองว่าดิฉันเป็นคนมีความรับผิดชอบ ส่วนเรื่องเรียนดิฉันก็ไม่เคยประนีประนอม ตั้งใจให้ถึงที่สุดค่ะ ต้องยกความดีให้คุณพ่อ เรื่องเรียนคุณพ่อผลักดันและส่งเสริมเสมอ

สุรัตน์ : ดูจากภูมิหลังของครอบครัวคุณพ่อแล้ว ที่บ้านก็ไม่น่าจะมีความคิดเรื่องส่งเสริมลูกสาวเรียนหนังสือหรือเปล่า คือสมัยหนึ่งคนไทยเชื้อสายอินเดียก็มักจะคิดกันว่า ลูกสาวจะไปเรียนอะไรเยอะแยะ เดี๋ยวสักพักก็คงจะแต่งงานแล้ว

ดร. พูยา : คุณพ่อไม่เคยคิดแบบนี้เลย ดิฉันก็เคยรู้สึกแปลกใจเหมือนกัน เป็นไปได้ว่าคุณพ่อมาอยู่ประเทศไทยตั้งแต่อายุยังน้อยและประเทศไทยไม่มีค่านิยมดังกล่าวจึงเปลี่ยนแปลงความคิดจากสิ่งที่นิยมปฏิบัติในบ้านเกิด คุณพ่อจึงไม่เคยมองหรือปฏิบัติระหว่างพี่ชายกับดิฉันแตกต่างกัน และไม่เคยนำเรื่องความแตกต่างทางเพศสภาพมาเป็นข้อจำกัดหรือกีดกันไม่ให้ดิฉันได้รับการศึกษา ในทางตรงกันข้ามคุณพ่อสนับสนุนให้เราพี่น้องทั้งสองคนเรียนหนังสือ ตั้งใจเรียน ถ้าเรียนได้ ก็จะสนับสนุนอย่างเต็มที่

สุรัตน์ : หลังจากอยู่ประเทศไทยมาพักหนึ่งแล้ว สถานภาพทางการเงินของที่บ้านดีขึ้นบ้างไหมครับ

ดร พูยา : สถานภาพทางการเงินของที่บ้านก็ดีขึ้นตามลำดับ เริ่มมีช่องทางทำธุรกิจนำเข้าส่งออกบ้าง ตรงนี้ก็ทำให้คุณพ่อมั่นใจว่าจะสนับสนุนเรื่องการเรียนของลูกทั้งสองอย่างเต็มที่ แต่แล้วครอบครัวก็กลับมาย่ำแย่อีกครั้งในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง ซึ่งตอนนั้นดิฉันก็กำลังเรียนหนังสือระดับประถมศึกษา รู้ว่าคุณพ่อและคุณแม่ลำบาก แต่คุณพ่อและคุณแม่พยายามไม่ให้เราพี่น้องรับรู้ถึงผลกระทบที่ได้รับจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งนั้น ถึงตรงนี้ดิฉันก็ได้เรียนรู้เรื่องการใช้เงินอีกครั้ง คือทำให้เราคิดได้ตลอดเวลาว่า จะใช้เงินกับสิ่งจำเป็นเท่านั้น เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ สมัยเรียนกระเป๋าที่ใช้ก็เป็นกระเป๋าเป้ธรรมดา ไม่ได้ใช้กระเป๋ามียี่ห้อแต่อย่างใด อะไรที่พี่ชายไม่ใช้แล้ว ดิฉันก็นำของเก่าหลายชิ้นของพี่ชายมาใช้ต่อ เช่น ตำราเรียน เพราะระดับประถมศึกษา เราพี่น้องเรียนโรงเรียนเดียวกัน ซึ่งก็ดีนะ ไม่รู้จะสิ้นเปลืองไปเพื่ออะไร ชีวิตไม่ได้มีอะไรหรูหรา โรงเรียนที่เข้าเรียนก็เพราะใกล้บ้าน จับฉลากได้ นั่งรถเมล์ขาไปจากบ้าน เวลากลับบ้านส่วนใหญ่ก็จะเดินกลับ ได้ออกกำลังกายไปในตัว

สุรัตน์ : ไม่เคยตัดพ้อต่อว่ากับชีวิตบ้างหรือ

ดร. พูยา : ไม่เลยค่ะ รู้สึกเป็นประสบการณ์ชีวิตมากกว่า อย่างที่บอกค่ะว่าดิฉันมีความคิดเป็นผู้ใหญ่ตั้งแต่อายุยังน้อย ประกอบกับคนรอบตัวดิฉันส่วนใหญ่ก็ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย โรงเรียนที่เข้าเรียนก็เป็นโรงเรียนรัฐบาล มีทั้งนักเรียนนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างกลับบ้าน นั่งสองแถวบ้าง บางคนก็เดินกลับ นักเรียนส่วนใหญ่ไม่ได้มีรถยนต์ส่วนตัวมารับส่ง สมัยที่เป็นนักเรียน สิ่งที่เราคิดอยู่ในเวลานั้นคือตั้งใจเรียน เพื่อน ๆ มักจะมองดิฉันว่าเป็นคนเปิดเผยเฮฮา แต่จริง ๆ แล้วดิฉันก็มีโลกอีกใบหนึ่ง ซึ่งหลาย ๆ คนไม่ค่อยทราบ โลกนี้คือโลกแห่งการตั้งใจเรียนหนังสือ เวลาอยู่กับหนังสือก็คืออยู่กับหนังสือจริง ๆ หลายครั้งที่เพื่อนดิฉันก็รู้สึกแปลกใจกับผลการเรียนของดิฉัน ต่อมาเพื่อน ๆ ก็รู้ว่า ดิฉันเป็นเด็กเรียนดีคนหนึ่ง เป็นนักเรียน 1 ใน 5 ของห้องที่ทำคะแนนได้สูงสุดเสมอ

สุรัตน์ : ตรงนี้ต้องยกเครดิตให้คุณพ่อหรือเปล่าครับ

ดร. พูยา : ถูกต้องค่ะ คุณพ่อผลักดันดิฉันตลอด บางทีเวลาดิฉันอ่านหนังสือและดูโทรทัศน์ไปพร้อม ๆ กัน คุณพ่อก็จะถามว่าจะดูโทรทัศน์หรืออ่านหนังสือ เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะถ้าเราดูโทรทัศน์ก็จะไม่มีสมาธิในการอ่านหนังสือ ดิฉันก็เลือกที่จะอ่านหนังสือ

สุรัตน์ : คือคุณพ่อเป็นคนเข้มงวดเรื่องเรียนหนังสือ

ดร. พูยา : ใช่ค่ะ อาจจะเป็นเพราะคุณพ่อเป็นคนเรียนหนังสือดี แต่ไม่อาจเรียนต่อได้เพราะขาดแคลนทุนทรัพย์

สุรัตน์ : คือที่คุณพ่อขาดโอกาสทางการศึกษา ก็กำลังมาปรากฏในตัวท่านผู้พิพากษาหรือเปล่า

ดร. พูยา : น่าจะใช่นะคะ จุดนี้ก็ทำให้หลายคนที่ครอบครัวดิฉันรู้จักเข้าใจไปว่าคุณพ่อกดดันลูกสาว โดยเฉพาะสังคมชาวไทยเชื้อสายอินเดียบางกลุ่มซึ่งอาจจะมีทัศนคติทำนองว่า “ลูกของฉันโตมาแล้ว ต้องเป็นหมอ ต้องเป็นวิศวกร” ที่บ้านดิฉันไม่ได้มีทัศนคติแบบนี้ มีทัศนคติเพียงว่า ลูกต้องตั้งใจเรียน เพราะพ่อแม่ให้ได้เท่านี้ ทรัพย์สินเงินทองไม่รู้ว่าจะมีให้หรือไม่ แต่ที่จะให้ได้แน่นอนคือการศึกษา คือถ้าจะเรียน ก็จะสนับสนุนให้เรียน เคยถึงกระทั่งว่าช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ คุณแม่นำสร้อยคอไปจำนำเพื่อเป็นทุนการศึกษาสำหรับลูก ดังนั้น สำหรับคุณพ่อและคุณแม่แล้ว จะเรียนอะไรก็เรียนเถิด ไม่เคยมาตีกรอบว่าดิฉันควรเรียนอะไร และในที่สุดดิฉันก็เลือกเรียนศิลป์-ภาษา เพราะไม่ชอบวิชาคณิตศาสตร์สักเท่าไร ก็คือยังเรียนคณิตศาสตร์เสริม แต่เป็นตัวที่ง่ายกว่าที่นักเรียนสายวิทย์-คณิตฯ เรียนกัน ตรงนี้คุณพ่อก็ไม่ถอยอีก เมื่อเราไม่ชอบเรียนคณิตศาสตร์ ท่านก็บอกว่าหนีปัญหาไม่ได้ ในที่สุดก็จ้างครูพิเศษสอนคณิตศาสตร์ให้ดิฉันด้วย

สุรัตน์ : แล้วสมัยเรียนท่านผู้พิพากษาได้ทำกิจกรรมบ้างหรือเปล่าครับ

ดร. พูยา : ทำคะ แต่ทำถึงแค่ ม.5 เช่น จัดกีฬาสี เมื่ออยู่ชั้น ม. 6 ดิฉันทำกิจกรรมน้อยลงค่ะ สนใจเรื่องเรียนมากขึ้น ดิฉันรู้ตัวแล้วว่า ถ้าไม่เอาจริงตอน ม.6 ชีวิตคงไม่ง่ายแล้ว ที่สำคัญดิฉันไม่อาจทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจที่คุณพ่อกับคุณแม่มีต่อตัวดิฉันได้ ตอนนั้นจำได้ว่า ถึงอย่างไรดิฉันก็ต้องสอบเอ็นทรานซ์ให้ติดสักแห่งหนึ่ง แต่คณะและมหาวิทยาลัยที่ใฝ่ฝันคือ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

นายกฯ ส่งความปรารถนาดีถึงผู้ใช้แรงงานทั่วไทย ย้ำ!! ทุกคนล้วนมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ

(1 พ.ค. 66) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวปราศรัยเนื่องในโอกาสวันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2566 ซึ่งตรงกับวันที่ 1 พฤษภาคมของทุกปี เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ใช้แรงงานทุกคน เผยแพร่ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยและสถานีโทรทัศน์ต่างๆว่า เนื่องในโอกาสวันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2566 ขอส่งความระลึกถึงและความปรารถนาดีมายังผู้ใช้แรงงานทุกคน ย้ำผู้ใช้แรงงานทุกคนถือเป็นบุคลากรที่มีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาประเทศที่ต้องได้รับการดูแลเพื่อยกระดับคุณชีวิต พร้อมทั้งพัฒนาทักษะในด้านต่าง ๆ เพื่อรองรับกับความต้องการของตลาดแรงงาน และสร้างความพร้อมในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที

ในนามของรัฐบาลขอชื่นชมทุกภาคส่วนและขอบคุณผู้ใช้แรงงานทุกคน ที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจ ตลอดจนมุ่งมั่นในการพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถของตน เพื่อเป็นแรงงานฝีมือที่มีคุณภาพและเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยทั้งในภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม และภาคธุรกิจบริการมาโดยตลอด จนทำให้ประเทศของเราเจริญก้าวหน้าทัดเทียมนานาประเทศ พร้อมทั้งสามารถยืนหยัดได้อย่างมั่นคงท่ามกลางวิกฤติการณ์ของสังคมโลก

โดนปิด!! เพจ ‘ขอล้าน Like สนับสนุนให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายก’ 'ชาวเน็ต' งง!! สงสัยกระแสมาแรง เจอเบรกด้วยเล่ห์กลโซเชียล

สำหรับเพจดังกล่าว ถือเป็นชุมชนที่รวมพลคนรักในตัวพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยจะมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันในเชิงของการประชาสัมพันธ์ผลงานนายกฯ รัฐบาล กิจกรรมทางการเมือง การเชิดชูในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และรวมถึงการตอบโต้ข้อมูลบิดเบือนที่เกลื่อนโซเชียล ซึ่งพาดพิงไปถึงบิ๊กตู่-รัฐบาล-ชาติ-ศาสน์-กษัตริย์ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ทางแอดมินเพจได้แจ้งอัปเดตว่า เพจ 'ขอล้าน Like สนับสนุนให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี' ได้โดนปิดการใช้งานชั่วคราว จากทาง Facebook 

“ตำรวจ” ร่วม กกต. - ไปรษณีย์ไทย ปล่อยขบวนรถขนส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า 2.2 ล้านใบ ไปยังเขตเลือกตั้งทั่วประเทศ

“ศลต.ตร.” จัดกำลังคุมเข้ม ตชด. ตำรวจท้องที่ ตำรวจทางหลวง 1,356 นาย ดูแลความปลอดภัยคุ้มกันตลอดเส้นทาง

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 1 พฤษภาคม 2566 ที่ศูนย์ประสานงานการขนส่งบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการทั่วไป พ.ศ.2566 บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัย และความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศลต.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.วีระ จิรวีระ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะ รอง ผอ.ศลต.ตร. ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด นายรุจ ธรรมมงคล อธิบดีกรมการกงสุล นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ร่วมกันปล่อยขบวนรถขนส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าไปยังเขตเลือกตั้งทั่วประเทศ 

พล.ต.อ.รอยฯ กล่าวว่า ตามที่จะมีการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับมอบภารกิจ ให้สนับสนุนการปฏิบัติในการรักษาความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกด้านการจราจร โดยในช่วงวันที่ 1-4 พฤษภาคม 2566 นี้ เป็นภารกิจในการขนส่ง บัตรเลือกตั้งล่วงหน้าไปยังหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จัดให้มีตำรวจทางหลวงเป็นผู้อำนวยความสะดวกด้านการจราจร ทำหน้าที่รถนำและรถปิดท้ายขบวน โดยประสานงานกับตำรวจพื้นที่ตลอดเส้นทาง รวมถึงการจัดกำลังตำรวจตระเวนชายแดนเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจํารถขนบัตรเลือกตั้งในแต่ละคัน โดยตำรวจตระเวนชายแดนจะนั่งประจำรถไปกับรถขนบัตรเลือกตั้งตลอดเส้นทางจนถึงจุดเขตเลือกตั้งหลักของแต่ละจังหวัด จากนั้นชุดรักษาความปลอดภัยบัตรเลือกตั้งของตำรวจภูธรภาค 1 - 9 ก็จะมาทำการรักษาความปลอดภัยต่อไปยังจุดหมายปลายทางที่ทาง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดแต่ละจังหวัดกำหนด

“สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดทำแผนรองรับการปฏิบัติ ตั้ง ศลต.ตร.ที่ปฏิบัติงานติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง มีความพร้อมในการปฏิบัติทุกขั้นตอน เพื่อสนับสนุนภารกิจการจัดการเลือกตั้ง ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งนี้ในจุดพักรถ เติมน้ำมันเชื้อเพลิงตลอดเส้นทางจะมีตำรวจภูธรในพื้นที่นั้นๆ ทำการรักษา ความปลอดภัย ณ จุดที่รถจอดพัก ตลอดเส้นทางการขนส่งบัตรเลือกตั้ง” รอง ผบ.ตร. กล่าว

พล.ต.อ.รอยฯ กล่าวด้วยว่า สำหรับกำลังตำรวจที่ใช้ในการรักษาความปลอดภัยในการขนส่งบัตรเลือกตั้งในวันที่ 1 – 4 พ.ค.66 นี้ ประกอบไปด้วย ข้าราชการตำรวจจากหน่วยต่างๆ ดังนี้ 1.ตำรวจกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน จำนวน 78 นาย 2.กองบังคับการตำรวจทางหลวง จำนวน 478 นาย และรถยนต์นำขบวน จำนวน 239 คัน 3.กำลังพลของตำรวจภูธร ตำรวจนครบาลที่ใช้ในภารกิจนี้ประมาณ 800 นาย /รถยนต์ของตำรวจภูธร และนครบาล ที่ใช้ในการรักษาความปลอดภัยฯ ต่อจากตำรวจทางหลวงอีกประมาณ 400 คัน รวมยอดกำลังพลทั้งสิ้น 1,356 นาย รถยนต์ที่ใช้ทั้งหมด 639 คัน นอกจากนี้กองบังคับการตำรวจจราจรยังได้ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์พนักงานขับรถทุกคนก่อนเดินทางด้วย

ด้าน พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงาน ผบ.ตร. ทำหน้าที่โฆษก ศลต.ตร. ย้ำว่าตำรวจได้ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุในการปฏิบัติทุกกรณีในภารกิจขนส่งบัตรเลือกตั้งทั้งระหว่างทาง และปลายทาง ซึ่งจะมีตำรวจแต่ละพื้นที่วางกำลังรับเป็นช่วง ขณะเดียววางกำลังคุ้มกันรักษาความปลอดภัยเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ในรถไปรษณีย์ที่ขนบัตรได้ติดตั้ง GPS ที่สามารถตรวจสอบพิกัดได้ตลอดเวลา โดยมีตำรวจ ตชด.พร้อมอาวุธปืน และเสื้อเกราะ นั่งคู่คนขับไปด้วย

ด้านนายแสวง ได้กล่าวถึงความพร้อมของสำนักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้งในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้มีการออกเสียงลงคะแนน ก่อนวันเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้ง ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2566 ว่ามีความพร้อม ในทุกด้าน ทั้งวัสดุอุปกรณ์ สถานที่เลือกตั้ง เจ้าหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยในหน่วยเลือกตั้ง โดยสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้มอบหมายให้ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เป็นหน่วยงานสนับสนุนและรับผิดชอบภารกิจการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการทั่วไป พ.ศ.2566 ตามภารกิจ ดังนี้ 1.การจัดส่งบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรล่วงหน้านอกราชอาณาจักรไปยัง 66 ประเทศ 2.การจัดส่งหนังสือแจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปยังเจ้าบ้าน (ส.ส. 1/6) จํานวน 18.49 ล้านครัวเรือน 3.การจัดส่งบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง/ในเขตเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้ว 4.การจัดส่งบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและอุปกรณ์ที่ใช้ในการเลือกตั้งทั่วไป 5.การจัดส่งและตอบกลับหนังสือแจ้งเจ้าบ้านที่ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต เลือกตั้ง/ในเขตเลือกตั้ง 

สำหรับ ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2566 เวลา 08.00-17.00 น. ผู้มีสิทธิลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง คือผู้ซึ่งได้ยื่นคำขอลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าไว้ก่อนหน้านี้แล้ว โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ที่แอปพลิเคชัน Smart Vote และผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีชื่อว่าเป็นผู้มีสิทธิลงคะแนน เลือกตั้งล่วงหน้าจะหมดสิทธิกลับไปลงคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งเดิมที่ตนมีสิทธิเลือกตั้ง ส่วนจํานวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งล่วงหน้า มีจำนวนทั้งสิ้น 2,235,830 คน จำแนกเป็นผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง จำนวน 2,216,951 คน และผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง จำนวน 18,879 คน สถานที่ลงคะแนนเลือกตั้ง ล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง มีจํานวน 447 แห่ง และสถานที่ลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง มีจํานวน 442 แห่ง 

ทั้งนี้ การลงคะแนนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าจะเหมือนกับการใช้สิทธิเลือกตั้ง ในวันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม 2566 เพียงแต่จะเพิ่มขั้นตอนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่จะต้องพับบัตรเลือกตั้งใส่ลงใน ซองใส่บัตรเลือกตั้งและปิดผนึกให้เรียบร้อย ก่อนหย่อนลงไปในบัตรเลือกตั้ง (ซองใส่บัตรเลือกตั้งจะมีการจ่าหน้าซองระบุจังหวัด เขตเลือกตั้ง และรหัสเขตเลือกตั้งของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง) และเมื่อเสร็จสิ้นการลงคะแนน บัตรเลือกตั้งของผู้มีสิทธิเลือกตั้งก็จะถูกส่งไปยังสถานที่นับคะแนนเลือกตั้ง เพื่อนำไปนับคะแนนในวันเลือกตั้งต่อไป 
 
สำหรับภารกิจของกรมการกงสุล ได้สรุปจำนวนสถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลใหญ่ ที่ส่งถุงเมล์ที่บรรจุซองใส่บัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรที่เข้ามาถึงประเทศไทยด้วยความเรียบร้อย และได้ปฏิบัติทุกอย่างตามระเบียบขั้นตอนอย่างถูกต้องโดยยึดหลักผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกเสียงทุกสิทธิ มีความสำคัญเป็นกลไกที่สำคัญตามการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข 

ดร.ดนันท์ กล่าวว่า สำหรับในส่วนของการเลือกตั้งล่วงหน้าในประเทศ ไปรษณีย์ไทย ได้เตรียมพร้อมรถขนส่งที่จะใช้ขนส่งบัตรเลือกตั้ง - อุปกรณ์ต่าง ๆ ไปยัง 400 เขตเลือกตั้ง จำนวน กว่า 500 เที่ยว โดยจะดำเนินงานระหว่างวันที่ 1-4 พฤษภาคม 2566 และหลังจากการเลือกตั้งล่วงหน้าแล้วเสร็จ ระหว่างวันที่ 7-9 พฤษภาคม 2566 ไปรษณีย์ไทยจะเร่งจัดส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าที่ลงคะแนนแล้ว กลับมายังศูนย์ประสานงานฯ เพื่อทำการคัดแยกแล้วขนส่งตรงไปยังปลายทาง 400 เขตเลือกตั้ง เพื่อนับคะแนนพร้อมกับการเลือกตั้งทั่วไปทันที 

'พรรคเพื่อไทย' ตอกย้ำ!! นโยบายเพื่อแรงงานไทย ลั่น!! ภายในปี 70 คนไทยไม่จน มีอนาคต มีศักดิ์ศรี 

(1 พ.ค. 66) พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ตอกย้ำนโยบายเพื่อแรงงานไทยเนื่องในโอกาสวันแรงงานที่ 1 พฤษภาคม ว่า...

เนื่องในวันแรงงาน พรรคเพื่อไทยมาพร้อมนโยบายเพื่อแรงงานไทย ในปี 2570 มีอนาคต มีศักดิ์ศรี ไม่ยากจนอีกต่อไป

>> ‘ค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท/วัน’
ถึงเวลาแล้วที่ค่าแรงของคนไทยต้องปรับขึ้น ไม่ถูกแช่แข็งอีกต่อไป โดยในปี 2570 พรรคเพื่อไทยมีเป้าหมายจะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำให้เป็น 600 บาทต่อวัน เพื่อให้เศรษฐกิจโตขึ้น แรงงานได้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้น ให้แรงงานได้มั่งมีไปพร้อมๆ เจ้าของกิจการ

>> ‘ปริญญาตรี/ข้าราชการ เงินเดือนเริ่มต้น 25,000 บาท/เดือน’
วุฒิปริญญาตรี ข้าราชการ มีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 25,000 บาท/เดือน ภายในปี 2570 เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส ให้คนไทยได้มีค่าแรงเพียงพอใช้จ่ายค่าของครองชีพส่วนอื่นๆ ทั้งยังมีเงินเหลือวางแผนอนาคต

ศึกษานโยบายเพิ่มรายได้ภาคแรงงานได้ที่ https://shorturl.at/bszPU 

>> ‘OFOS ศูนย์บ่มเพาะทักษะสร้างสรรค์ สร้างงาน 20 ล้านตำแหน่ง’
พรรคเพื่อไทยเล็งเห็นถึงศักยภาพของคนไทยที่สามารถขับเคลื่อนประเทศนี้ได้ ด้วยนโยบาย ‘1 Family 1 Soft power’ที่จะเปิดโอกาสให้คนไทยได้พัฒนาทักษะและเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ได้อยู่เสมอ ผ่านการสนับสนุนจากภาครัฐให้เกิดศูนย์บ่มเพาะทักษะสร้างสรรค์ทั่วประเทศ และสามารถสร้างได้อย่างน้อย 20 ล้านตำแหน่ง ให้คนไทยเลือกงานที่รัก ทำสิ่งที่ชอบได้

‘กกต.’ ย้ำเตือน!! ห้ามขาย-แจกจ่าย-จัดเลี้ยงสุราทุกชนิด ช่วงวันเลือกตั้ง 7 พ.ค.-14 พ.ค. หากฝ่าฝืนเจอโทษหนัก

(1 พ.ค.66) นายสำราญ ตันพานิช ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง ในฐานะที่กำกับดูแลการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศกำหนดให้วันที่ 14 พฤษภาคม เป็นวันเลือกตั้งและวันที่ 7 พฤษภาคม เป็นวันเลือกตั้งล่วงหน้า อยากขอย้ำเตือนและพึงระมัดระวังเรื่องการขาย จําหน่าย จ่ายแจก หรือจัดเลี้ยงสุราทุกชนิดในเขตเลือกตั้งระหว่าง เวลา 18.00 น. ของวันก่อนวันเลือกตั้งหนึ่งวัน จนถึงเวลา 18.00 น. ของวันเลือกตั้งและวันเลือกตั้งล่วงหน้า ตามที่มาตรา 147 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กำหนดไว้ หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

‘สายด่วนสุขภาพจิต’ เปิดสถิติ ม.ค. 66 เผยแรงงานไทยเครียดมากขึ้น ทำงานไร้ความสุข!! สูงอันดับ 1 หลังแห่โทรปรึกษากว่า 5,989 สาย 

เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 66 นายพงษ์ศักดิ์ ธงรัตนะ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า เนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ 2566 สสส. สานพลัง กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) พัฒนาโครงการสานเสริมพลังภาคีเครือข่ายและขยายผลองค์กรแห่งสติเพื่อสุขภาวะและคุณภาพชีวิตด้วยโปรแกรมสติในองค์กร (Mindfulness in Organization : MIO) ภายใต้แนวคิด Happy Workplace มุ่งส่งเสริมให้มีความสุขในการทำงาน ใช้ชีวิตอย่างมีสติ ลดความเครียด ความวิตกกังวล สู่สังคมที่ร่วมสร้างองค์กรแห่งความสุข โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญร่วมเผยแพร่ความรู้กว่า 60 คน

“ข้อมูลสายด่วนสุขภาพจิต 1323 เมื่อเดือน ม.ค. 2566 พบวัยแรงงานอายุ 20-59 ปี ขอรับบริการเรื่องความเครียด วิตกกังวล ไม่มีความสุขในการทำงาน สูงอันดับ1 กว่า 5,989 สาย จากทั้งหมด 8,009 สาย สะท้อนความต้องการวิธีจัดการกับปัญหาสุขภาพจิต กลุ่มแรงงานจึงต้องได้รับการดูแลสุขภาวะทุกมิติอย่างจริงจัง ที่ผ่านมา สสส.ร่วมกับ กรมสุขภาพจิต ผลักดันกฎหมายว่าด้วยการจัดสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. 2548 กำหนดให้ตรวจสุขภาพประจำปี (การตรวจร่างกายและสภาวะจิตใจ) เป็นสวัสดิการที่กฎหมายกำหนด รวมถึงประเมินสุขภาพจิตในสถานประกอบการด้วยระบบ Mental Health Check in ปีละ 1 ครั้ง” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว

ผอ.สำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร สสส. ยังกล่าวอีกว่า สำหรับโปรแกรม MIO ได้นำไปใช้ในหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษาแล้วกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ ในจำนวนนี้ยกระดับเป็นองค์กรสุขภาวะต้นแบบที่เป็นแหล่งเรียนรู้ 25 แห่ง ต่อยอดเป็นนวัตกรรมหนังสือดิจิทัล “เลือก รับ ปรับ ใช้” รวมถึงงานวิจัยด้านประสิทธิผลของ MIO อีก 5 เรื่อง

‘ทักษิณ’ โพสต์ดีใจ ‘อุ๊งอิ๊ง’ คลอดแล้ว!!  ประกาศกลับไทย ขออนุญาตกลับไปเลี้ยงหลาน

(1 พ.ค.66) นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า “เช้าวันนี้ ผมดีใจมากที่ได้หลานคนที่ 7 เป็นชาย ชื่อ ธาษิณ จากน้องอิ๊งค์ แพทองธาร หลานทั้ง 7 คน คลอดในขณะที่ผมต้องอยู่ต่างประเทศ ผมคงต้องขออนุญาตกลับไปเลี้ยงหลาน เพราะผมอายุจะ 74 ปี กรกฎานี้แล้ว พบกันเร็วๆ นี้ ครับ ขออนุญาตนะครับ”


ที่มา : https://www.thaipost.net/hi-light/369509/

'วิโรจน์' รับ!! ด้วยความจำกัดของเวลา ทำให้พูดจาตกหล่น หลังลั่นใส่ 'ชัยวุฒิ' กลางเวทีดีเบต "กทม.เป็นการปกครองพิเศษ"

หลังจากเมื่อวันที่ 28 เม.ย.66 ในรายการไทยรัฐดีเบต เลือกตั้ง’66 #เริ่มใหม่ไทยแลนด์ กับไทยรัฐ ที่ จ.เชียงใหม่ ได้มีการปะทะคารมกันช่วงหนึ่งระหว่าง นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กับ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ความว่า...

“พอดีคุณวิโรจน์ไม่เข้าใจเพราะไม่ได้เป็นผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งผู้ว่าฯ กทม. เป็นการปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ใช่การปกครองส่วนภูมิภาค ศักดิ์ศรีเหมือนนายก อบจ. เลือกมาเพื่อบริหารท้องถิ่น ที่เราพูดถึงคือการบริหารราชการระบบส่วนภูมิภาค ที่เคสเขาไม่เข้าใจเพราะเขาไม่เป็นผู้ว่าฯ กทม.ไง สอบไม่ผ่าน เข้าใจไหม คนละแบบ”

จากนั้น นายวิโรจน์ ขอกล่าวใช้สิทธิพาดพิงว่า “คุณชัยวุฒิพูดอีกแล้วว่ากรุงเทพมหานครเป็นท้องถิ่น นี่คือความไม่เข้าใจ กรุงเทพมหานครเป็นรูปแบบการปกครองพิเศษ คือคนละเรื่องนะ คุณไปดูดีๆ มิน่าถึงไม่ได้รับการคัดเลือกให้มาลงผู้ว่าฯ แข่งกับผมไง ผมจะได้ลงแข่งเนี่ย ขอโทษนะคุณไปอ่านหนังสือ กรุงเทพมหานครเป็นรูปแบบการปกครองพิเศษ เอางี้นะ แล้วถามว่าจะยังไง 1.ไม่มีใครตกงาน เพราะข้าราชการส่วนภูมิภาคจะถูกถ่ายโอนมายังท้องถิ่น และจะมีปลัดจังหวัดอย่างที่คุณศิธาพูด ปลัดจังหวัดก็จะทำหน้าที่ประสานงานกับราชการส่วนกลางได้ เคลียร์กันตรงนี้นะ ลูกๆ หลานๆ ที่ดูทีวี กรุงเทพมหานครไม่ใช้ท้องถิ่น เป็นรูปแบบการปกครองพิเศษ อย่าไปเชื่อคนกินไข่ต้ม 1 ซีกกับข้าวคลุกน้ำปลานะ”

ล่าสุด (1 พ.ค.66) นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์แก้ต่างเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยระบุว่า...

"มาดูคลิปย้อนหลังแล้ว ด้วยความจำกัดของเวลา ทำให้ผมพูดตกไป จึงขอแก้ให้ครบถ้วนถูกต้องนะครับ 

"กทม. เป็น 'การปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ' ไม่ใช่ 'การปกครองท้องถิ่นรูปแบบทั่วไป' ครับ

"จึงขอแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครับ"

G2000 แบรนด์แฟชั่นเปิดตัวคอลเลคชั่น Spring /Summer 2023 สำหรับ High Summer

พลิ้วไหวและสดใสกว่าใครในซัมเมอร์นี้ กับคอลเล็กชันฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อน 2023 จาก G2000 สำหรับฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนในปี 2023 นี้ สีพาสเทลเฉดสว่างไสวไม่ได้มีไว้เพื่อเป็นธีมสีชุดสำหรับไปงานแต่งงานในหน้าร้อนเพียงอย่างเดียวอีกแล้ว เมื่อเทรนด์สีปีนี้ทั้งสตรีทแวร์ไปจนถึงเวิร์กแวร์สำหรับใส่ไปทำงานได้ก้าวข้ามเฉดสีอันเรียบขรึมไปอย่างหมดสิ้น ในปีนี้คุณจะเห็นโทนสีชมพูอ่อน สีม่วงลาเวนเดอร์ และสีเขียวมิ้นท์เข้ามายึดวงล้อสีของเทรนด์สีในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนนี้อย่างราบคราบ 

ยิ่งไปกว่านั้นโทนสีเข้มที่สะท้อนถึงความเย็นยะเยือกของฤดูหนาวที่ผ่านมาก็ยิ่งช่วยทำให้การหยิบจับไอเทมสีพาสเทลในซัมเมอร์น่าสนใจขึ้น อีกทั้งยังง่ายต่อการสร้างลุคสาวเก๋ที่สดใสให้กับตัวคุณเอง ซึ่งที่สุดของการลุกขึ้นมาแต่งตัวครั้งนี้นอกจากจะเป็นการส่งสัญญาณให้โลกรู้ว่าคุณพร้อมแล้วสำหรับวันที่สดใสที่กำลังจะมาถึงหลังจากที่ลืมตาตื่นนอน นั่นยังเป็นการเพิ่มพลังงานความมั่นใจให้กับตัวคุณเองในทุกๆ เช้าอีกด้วย
 
ไม่ว่าคุณจะโปรดปรานการเลือกใช้สีพาสเทลแบบโทนสีเดียวกัน โทนสีใกล้เคียงกัน หรือแม้แต่อยากนึกสนุกโดยการข้ามสีและมิกซ์เฉดพาสเทลหลากสีที่ลงตัวเข้าไว้ด้วยกันก็ตาม มั่นใจเถอะว่าคุณจะดูสดใสขึ้นใน
ทุกลุคกับคอลเล็กชันสปริง-ซัมเมอร์นี้จากเราเพราะพาสเทลจะคือสีที่มาแรงแห่งปีของปีนี้ อีกทั้งยังเป็นเฉดสีที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากแสงแห่งฤดูร้อน รวมไปถึงจิตวิญญาณอันสดใส และความกระตือรือร้นในเดือนที่อากาศอบอุ่นขึ้นด้วย 

ดังนั้น G2000 จึงผสมผสานความรู้สึกสงบและเบาสบายดั่งสายลม ความพริ้วไหวดั่งดอกไม้ร่าเริงของลาเวนเดอร์ รวมถึงสีเขียวมิ้นท์ที่แสดงถึงความจริงใจ และสื่อถึงการเริ่มต้นใหม่อันสดใสและสวยงามเข้าไว้ด้วยกันบนเสื้อผ้าในคอลเล็กชันนี้ ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเพิ่มความสดชื่นให้กับวันดีๆ ของคุณในฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน

G2000 แบรนด์แฟชั่นชุดทำงานคุณภาพชั้นนำ แอ่วเชียงใหม่ จัดงาน "Your Perfect Fit Around The Clock“ เปิดตัวคอลเลคชั่น Spring/Summer 2023 สำหรับ High Summer ที่มาเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับทุกวันทำงานด้วยเฉดสีพาสเทลใหม่ล่าสุด  ให้คุณหยิบมา Mix & Match สร้างลุค Smart ได้ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ภายในงานได้รับเกียรติจาก เหล่าอินฟูลชื่อดังของจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมชมคอลเลคชั่นอย่างคับคั่ง 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top