Sunday, 26 July 2026
Hard News Team

ชลบุรี-วัดสัตหีบ แจกทุนการศึกษาเนื่องในวันคล้ายวันมรณภาพ หลวงพ่ออี๋ ปีที่ 7

(17 ก.ย.68) เจ้าประคุณ สมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก กรรมการมหาเถรสมาคม ประธานสมัชชามหาคณิสสร เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษา แก่พระภิกษุสามเณรผู้สอบได้ประโยคบาลีในสนามหลวง และเด็กนักเรียนที่เรียนดีแต่ขาดทุนทรัพย์ ประจำปี 2568 ของวัดสัตหีบ และพิธี บำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทาน แด่อดีตเจ้าอาวาสวัดสัตหีบ มีพระครูวรเวทมุนี (หลวงพ่ออี๋) ปฐมเจ้าอาวาสเป็นต้น ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันมรณะภาพ ปีที่ 79 โดยมีข้าราชการ ทหาร ผู้ให้การอุปถัมภ์ คณะคณะกรรมการของวัด คณะครู นักเรียน และประชาชนเข้าร่วมในพิธี ณ ศาลาการเปรียญวัดสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

หลวงพ่อเจ้าคุณวชิรคุณากร รองเจ้าคณะจังหวัดชลบุรี/เจ้าอาวาสวัดสัตหีบ กล่าวว่า วัดสัตหีบได้เล็งเห็นความสำคัญ ในการเรียนการสอนพระปริยัติธรรม ทั้งแผนกธรรม และบาลีมาโดยตลอด โดยเฉพาะการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลี ถือว่ามีความสำคัญ เพราะภาษาบาลีเป็นภาษาที่ใช้จารึกพระไตรปิฎก หลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงได้มีการส่งเสริมสนับสนุน โดยจัดให้มีการมอบทุนการศึกษา เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจของผู้สอบได้ในแต่ละปีติดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

พิธีมอบทุนการศึกษาในวันนี้ มีทุนนิธิการศึกษาของวัดสัตหีบ พร้อมด้วยคณะญาติธรรม ข้าราชการทหาร ทายกยาทิกา ผู้มีจิตเลื่อมใสศรัทธาให้การอุปถัมภ์ได้จัดตั้งกองทุนศึกษาไว้แก่พระภิกษุสามเณรและนักเรียนที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ซึ่งมีผู้เข้ารับทุนทั้งสิ้น 1,078 ทุน รวมเป็นเงิน 1,084,500 บาท

จุฬาฯ–กฟผ. ร่วมขับเคลื่อนไทยสู่พลังงานสะอาด หนุนโครงการวิจัยผลิตไฮโดรเจนจากพลังงานหมุนเวียน

จุฬาฯ จับมือ กฟผ. ขับเคลื่อนงานวิจัยโครงการผลิตไฮโดรเจนจากพลังงานหมุนเวียน ร่วมเดินหน้าประเทศไทยสู่อนาคตพลังงานสะอาดที่ยั่งยืน

กฟผ. พร้อมด้วยศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมลงนามในสัญญามอบทุนวิจัย “การนำหลักการ ESG มาใช้สนับสนุนการพัฒนาโครงการอย่างยั่งยืนของ กฟผ. ในการผลิตไฮโดรเจนและอนุพันธ์ของไฮโดรเจนจากพลังงานหมุนเวียน” ผลักดันการพัฒนาที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ตามมาตรฐานสากล พร้อมต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์จริงในการขับเคลื่อนพลังงานสะอาดและการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ

นายนรินทร์ เผ่าวณิช รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) พร้อมด้วยนายศุภิชัย ตั้งใจตรง กรรมการผู้อำนวยการ ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chula Unisearch) ร่วมลงนามสัญญามอบทุนวิจัยและพัฒนานวัตกรรม เรื่อง “การนำหลักการ ESG มาใช้สนับสนุนการพัฒนาโครงการอย่างยั่งยืนของ กฟผ. ในการผลิตไฮโดรเจนและอนุพันธ์ของไฮโดรเจนจากพลังงานหมุนเวียน” โดยมี ศาสตราจารย์พิสุทธิ์ เพียรมนกุล กรรมการ กฟผ. และประธานกรรมการธรรมาภิบาล และความยั่งยืน กฟผ. ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ สำนักงานใหญ่ กฟผ. จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568

นายนรินทร์ เผ่าวณิช รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กฟผ. ตระหนักถึงภารกิจสำคัญในการผลิตไฟฟ้าควบคู่ไปกับการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สนับสนุนนโยบายการเปลี่ยนผ่านพลังงานของภาครัฐ สู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยงานวิจัยในครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการผลิตไฮโดรเจนสะอาดจากพลังงานหมุนเวียนผ่านการนำหลัก Environmental, Social, and Governance หรือ ESG มาใช้ประเมินโครงการผลิตไฮโดรเจนสะอาดให้มีประสิทธิภาพรอบด้าน และยั่งยืน สอดคล้องกับมาตรฐานในระดับสากล ทั้งในด้าน “ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การสนับสนุนคุณภาพชีวิตของชุมชน และการบริหารจัดการที่โปร่งใส” เชื่อมั่นว่า ความร่วมมือในครั้งนี้จะทำให้ประเทศไทย และ กฟผ. สามารถบรรลุเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ มั่นคง และเป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวมในระยะยาว

ด้าน นายศุภิชัย ตั้งใจตรง กรรมการผู้อำนวยการ ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเสริมว่า เป็นความภาคภูมิใจของศูนย์ฯ ที่สามารถนำองค์ความรู้ด้านงานวิจัยเชิงบูรณาการใหม่ ๆ มาสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมด้านพลังงานสะอาด และการขับเคลื่อน ESG อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านความร่วมมือกับ กฟผ. ในครั้งนี้ เพื่อมุ่งสู่อนาคตที่ยั่งยืนด้วยพลังงานสะอาด พร้อมสร้างองค์ความรู้ นวัตกรรม และบุคลากรที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป

“ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย“ ทัพเรือภาคที่ 1 ร่วมร้องเพลงเคารพธงชาติไทยกับนักเรียนโรงเรียนมาบตาพุดพันพิทยาคาร เนื่องใน“วันธงชาติไทย” วันที่ 28 กันยายน

ทัพเรือภาคที่ 1 ร่วมกับคณะครูและนักเรียนโรงเรียนมาบตาพุดพันพิทยาคาร จ.ระยอง ร่วมกิจกรรมร้องเพลงเคารพธงชาติไทยร่วมกันอย่างพร้อมเพรียง บรรยากาศเต็มไปด้วยความสง่างามและความภาคภูมิใจในการเป็นพลเมืองไทย

กิจกรรมดังกล่าวมุ่งเน้นการปลูกฝังจิตสำนึกความรักชาติ สร้างความสามัคคี และการตระหนักในคุณค่าของธงชาติไทย อันเป็นสัญลักษณ์แห่งเอกราช ความเสียสละ และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของปวงชนชาวไทย อีกทั้งยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนในการสืบสานและธำรงไว้ซึ่งความเป็นไทยอย่างมั่นคง

‘อัยการรัฐยูทาห์’ เดินหน้ายื่นโทษประหารชีวิต ‘ไทเลอร์ โรบินสัน’ มือลอบสังหาร ‘ชาร์ลี เคิร์ก’

(17 ก.ย. 68) อัยการรัฐยูทาห์ประกาศเมื่อวันอังคาร (16 ก.ย.) ว่า จะเดินหน้ายื่นโทษประหารชีวิตต่อศาล สำหรับไทเลอร์ โรบินสัน (Tyler Robinson) วัย 22 ปี ผู้ต้องหาในคดีลอบสังหารชาร์ลี เคิร์ก (Charlie Kirk) นักเคลื่อนไหวการเมืองสายอนุรักษนิยมชื่อดัง ซึ่งเหตุเกิดระหว่างการบรรยายที่มหาวิทยาลัยยูทาห์ วัลเลย์ เมืองโอเรม สหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

เจฟฟ์ เกรย์ (Jeff Gray) อัยการเขตยูทาห์เคาน์ตี ระบุว่า ตนได้ตัดสินใจบนพื้นฐานของพยานหลักฐานและความร้ายแรงของอาชญากรรม พร้อมตั้งข้อหาหนักหลายกระทง ทั้งฆาตกรรมโดยเจตนา การใช้อาวุธปืน การขัดขวางกระบวนการยุติธรรม และการข่มขู่พยาน

โดย โรบินสันถูกจับกุมเมื่อวันศุกร์ และถูกคุมขังโดยไม่ให้ประกันตัว หลังพ่อแม่เป็นผู้แจ้งเบาะแสว่าบุตรชายมีลักษณะตรงกับภาพจากกล้องวงจรปิด โดยเขายอมมอบตัวหลังถูกครอบครัวและเพื่อนที่เป็นอดีตนายอำเภอเกลี้ยกล่อมให้ยอมรับผิด

เอกสารจากการสอบปากคำ ระบุว่า โรบินสันได้สารภาพกับครอบครัวและเพื่อนร่วมห้อง พร้อมยอมรับว่าเตรียมการมาก่อนกว่าหนึ่งสัปดาห์ มีทั้งจดหมายและข้อความแชตที่บ่งชี้ว่าเขาตั้งใจลงมือ รวมถึงอาวุธปืนไรเฟิลที่พบในที่เกิดเหตุ ซึ่งมีปลอกกระสุนสลักข้อความไว้

ทั้งนี้ การเสียชีวิตของเคิร์กสร้างแรงสะเทือนในสังคมการเมืองสหรัฐฯ มิตรสหายและพันธมิตรทางการเมืองของเขาต่างร่วมไว้อาลัย ขณะที่นักการเมืองฝั่งขวาอย่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และรองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ ชี้ว่ากลุ่มซ้ายหัวรุนแรงเป็นต้นเหตุ ด้านฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางของเคิร์กยังคงวิพากษ์วิจารณ์ต่อไป จุดชนวนความขัดแย้งในสังคมอเมริกันให้รุนแรงยิ่งขึ้น

‘อรรถวิชช์’ เผยปม ‘พีระพันธุ์ - รทสช.’ ยังหนุนเพื่อไทย เหตุต้องมีรบ. เจรจาภาษีทรัมป์ – ยัน ‘พีระพันธุ์’ ไม่หวังนั่งนายกฯ เอง

‘อรรถวิชช์’ เผยเบื้องหลัง เหตุผลที่ รทสช. ยังจับมือร่วมรัฐบาลเพื่อไทย หลังเกิดกรณีคลิปเสียง 'นายกฯอิ๊งค์' หลุด ทั้งที่ สส.เขตส่วนใหญ่ให้ถอนตัว เหตุต้องมีรัฐบาลเจรจาภาษีทรัมป์ พร้อมย้ำ ‘พีระพันธุ์’ ทำแต่งานไม่ได้หวังตำแหน่งนายกฯ และเป็นรัฐมนตรีพลังงานที่ดีที่สุดตั้งแต่เคยมีมา

(17 ก.ย. 68) นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต สส. กรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงเบื้องลึกและเบื้องหลังกรณีพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) สนับสนุนรัฐบาลเพื่อไทยต่อ แม้ว่า สส.เขตส่วนใหญ่ของพรรค เรียกร้องให้ถอนตัวจากรัฐบาล หลังจากมีกรณีคลิปเสียง ของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เจรจากับ ฮุน เซน 

โดยนายอรรถวิชช์ ซึ่งอยู่ในที่ประชุม สส. ของพรรครวมไทยสร้างชาติด้วย ระบุว่า สส. เขตจำนวนมากเรียกร้องให้พรรคถอนตัวจากรัฐบาลทันที เนื่องจากเสียงสะท้อนจากพื้นที่ไม่ดีนัก โดยมอบหมายให้คุณพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ในฐานะหัวหน้าพรรค รับข้อเสนอไปเจรจา และได้ดำเนินการตามนั้น ซึ่งทราบมาว่าทางคุณพีระพันธุ์ ได้เข้าไปเจรจากับคุณทักษิณ และ นายกฯอิ๊งค์ พร้อมกับแจ้งว่าจะขอถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล

แต่อย่างไรก็ตาม การถอนตัวก็ไม่เกิดขึ้น เนื่องจากถูกร้องขอให้ดำเนินการใน 2 เรื่องสำคัญก่อน นั่นคือ การเจรจาทางเศรษฐกิจกับรัฐบาลสหรัฐฯ เรื่อง “ภาษีทรัมป์” ซึ่งหากไม่มีนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลกลายเป็นรัฐบาลรักษาการ การเจรจาจะต้องสิ้นสุดลงทันที เป็นข้อเท็จจริงตามกฎหมาย และอัตราภาษีอาจพุ่งขึ้นเกิน 30% จะไม่ใช่อัตราเช่นทุกวันนี้

อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งในช่วงเวลานั้น ทหารไม่ต้องการให้นายกรัฐมนตรีลาออก เพราะจะส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลและการเจรจาระหว่างประเทศ

นายอรรถวิชช์ ยังกล่าวด้วยว่า ด้วยลักษณะส่วนตัวของคุณพีระพันธุ์ เป็นบุคคลที่ไม่ชอบพูดต่อสาธารณะ แม้จะถูกนักข่าวถามหลายครั้งก็ยังไม่ให้คำตอบชัดเจน ซึ่งอาจจะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ส่งผลทำให้เกิดความอึดอัดใจในหมู่ผู้สนับสนุน และนำไปสู่การตีความหลากหลาย จนเกิดความแตกแยกในแนวคิดภายในพรรค

ในขณะที่ภาพ “จับมือ” ที่ปรากฏในช่วงก่อนการโหวตนายกรัฐมนตรี ก็กลายเป็นอีกหนึ่งจุดที่ถูกตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงเกิดขึ้น ต้องย้อนกลับไปดูไทม์ไลน์ในช่วงนั้น ซึ่งคุณภูมิธรรม ไม่ได้บอกอย่างชัดเจนว่า จะสนับสนุนคุณชัยเกษม แต่หลังจากนั้นทางเพื่อไทยได้แสดงท่าทีว่าจะเดินหน้ายื่นยุบสภา ทำให้พรรครวมไทยสร้างชาติตัดสินใจฟรีโหวต ซึ่งผลออกมาคือ “คุณอนุทิน ชาญวีรกูล” ได้รับเสียงสนับสนุนจากพรรครวมไทยสร้างชาติ 33 เสียงจาก 36 เสียง โดยมี 3 คนงดออกเสียง และไม่มีใครโหวตให้คุณชัยเกษมเลยแม้แต่คนเดียว

นายอรรถวิชช์ ยังย้ำหนักแน่นว่า “คุณพีระพันธุ์ทำแต่งานไม่ได้หวังตำแหน่งนายกฯ ท่านเป็นรัฐมนตรีพลังงานที่ดีที่สุดตั้งแต่ผมเคยเห็นมา โหวตนายกฯล่าสุด รทสช.ก็ไม่ได้โหวตให้เพื่อไทยเลย แม้แต่เสียงเดียว และตอนจับมือกับพรรคร่วมรัฐบาลเดิม ก็ยังไม่มีการเสนอชื่อคุณชัยเกษมเป็นนายกฯ ซึ่งรายชื่อในบัญชีนายกฯของทุกพรรคก็อาจเป็นนายกฯได้ทั้งนั้น คุณพีระพันธุ์เองก็มีโอกาสเป็นนายกฯได้ แต่ผมยืนยันได้ว่า คุณพีระพันธุ์พูดในที่ประชุม รทสช.ว่า คุณพีระพันธุ์ไม่ได้ต้องการเป็นนายกฯเอง"

สุโขทัย-อพท.สุโขทัย รวมพลังเครือข่ายสื่อสารมวลชน เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวโดยชุมชนของสุโขทัย สู่ผลงานและรางวัลระดับโลก

นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เข้าร่วมรับทราบผลและแผนการกำเนินงานของ อพท.สุโขทัย พร้อมพี่น้องสื่อมวลชน โดยมีว่าที่ร้อยเอก สันติพงศ์ บุญยเลิศ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุโขทัย นางเบญจภัทร หมวกทอง ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย นายกสมาคมสื่อสารมวลชนสุโขทัย เครือข่ายสื่อมวลชนในจังหวัดสุโขทัยเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อร่วมสร้างความเข้าใจและความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์กิจกรรมการท่องเที่ยวโดยชุมชน และ ส่งเสริมภาพลักษณ์จังหวัดสุโขทัยในฐานะเมืองท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก

พันเอก นาวิน ปรีชาพณิชยกุล ผจก.อพท.สุโขทัย รายงานผลงานและความสำเร็จจากความร่วมมือของภาคส่วน ภาคเอกชนเชิงท่องเที่ยว ภาคประชาชนและชุมชนที่ให้การสนัยสนุนร่วมมือจนสามารถคว้ารางวัลเชิงส่งเสริมการท่องเที่ยวและมีส่วนร่วมการสร้างรายได้ สร้างงาน สร้างความยั่งยืนของการส่งเสริมการท่องเที่ยว  พร้อมกล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่เครือข่าย สื่อมวลชนทุกท่านให้ความสําคัญและเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ อพท.สุโขทัยได้ขับเคลื่อนมิติการท่องเที่ยวยั่งยืน ผ่านโครงการหลัก 3 โครงการ ได้แก่
1. โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม(UCCN)
2. โครงการพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืนประจําปีงบประมาณ2568
3. โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน พื้นที่ชุมชนเป้าหมาย 9 แห่ง ได้แก่ (1) ชุมชนเมืองเก่า(2)ชุมชนท่าชัย-ศรีสัชนาลัย (3)ชุมชนบ้านนาต้นจั่น (4)ชุมชนไทยชนะศึก (5)ชุมชนเมืองด้ง (6)ชุมชน ทุ่งหลวง (7)ชุมชนนาเชิงคีรี (8)ชุมชนหาดเสี้ยว และ(9)ชุมชนวิถีเมืองบางขลัง

สร้างรายได้ชุมชนกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 29,866,899 บาท เพิ่มขึ้น 62.64%  จากปีฐาน 2567 จำนวนนักท่องเที่ยว 121,284 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.73% จากปีฐาน 2567 พร้อมพุ่งเป้าหมายแผนการพัฒนาปี 2569 เพิ่มขึ้น 3% จากปีฐาน 2568 

ผลงานเด่น: รางวัลระดับชาติและนานาชาติ
จากการดําเนินงานร่วมกับชุมชน อพท.สุโขทัย สามารถผลักดันให้เกิดผลงานเชิงประจักษ์และได้รับ รางวัลสําคัญทั้งในและต่างประเทศ อาทิ
1. รางวัลนานาชาติ
• PATA Grand Award 2025 จากสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (Pacific Asia Travel Association: PATA) มอบให้แก่ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มโฮมสเตย์บ้านนาต้นจั่น อ.ศรีสัชนา ลัย จ.สุโขทัย จากผลงาน การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน (Sustainable Cultural Heritage Preservation of the Ban Na Ton Chan Homestay Community Enterprise) โดดเด่นที่สุดด้านความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคม

2. รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 15 (Thailand Tourism Awards 2025)
• วิสาหกิจชุมชนกลุ่มโฮมสเตย์บ้านนาต้นจั่น ได้รับรางวัล Hall of Fame, รางวัลยอดเยี่ยม (Thailand Tourism Excellence Awards) และรางวัลแห่งความยั่งยืน (Thailand Tourism Sustainability Awards)
• ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนเมืองเก่าสุโขทัย ได้รับรางวัลแห่งความยั่งยืน
• ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านทุ่งหลวง ได้รับรางวัลแห่งความยั่งยืน

3. รางวัลระดับโลกด้านสิ่งแวดล้อม
• Green Destinations Top 100 Stories 2025 ชุมชนท่าชัย – ศรีสัชนาลัย ได้รับการคัดเลือกเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืน 100 แห่งของโลก และจะเข้ารับรางวัลอย่างเป็นทางการเร็วๆ นี้

4. รางวัลสถานประกอบการและผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
• โรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Hotel) จํานวน 1 แห่ง
• ร้านอาหารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Restaurant) จํานวน 2 แห่ง
• ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Production) จํานวน 4 แห่ง
รวมทั้งหมด 7 รางวัล

5. รางวัลด้านการลดก๊าซเรือนกระจก (LESS)
• ชุมชนบ้านนาต้นจั่นได้รับประกาศเกียรติคุณโครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (LESS) จากการบูรณาการร่วมกับ อพท.สุโขทัย ธ.ก.ส. จังหวัดสุโขทยั ศูนย์ป่าไม้ และ (อบก.)องค์การบริหาร
จัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
• ผลการพัฒนาระบบ BCG Model ด้านคาร์บอนเครดิต พบว่าพื้นที่ป่าชุมชน 1,058 ไร่ สามารถกัก เก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 33,097 ตัน CO2 เทียบเท่า ถือเป็นต้นแบบสําคัญของการ ท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

‘เทพไท’ แฉ!! ‘ตลาดนัด สส.’ เปิดซื้อขายแล้ว เกรด A ค่าตัวพุ่งสูง 80 ล้าน เกรด C ราคา 30 ล้าน

(17 ก.ย. 68) นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช ออกมาโพสต์เฟซบุ๊ก วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองไทย ภายใต้หัวข้อ “ยุคการเมืองไร้เสถียรภาพ” โดยระบุว่ารัฐบาลอนุทิน ซึ่งจัดตั้งขึ้นเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ไม่น่าจะอยู่ได้นาน คาดอายุรัฐบาลเพียง 4 เดือน ตามข้อตกลงในบันทึกความเข้าใจ (MOA) กับพรรคประชาชน ที่จะยุบสภาหลังแถลงนโยบายต่อรัฐสภา

นายเทพไทชี้ว่า รัฐบาลเสียงข้างน้อยไม่สามารถรักษาองค์ประชุมได้ หากฝ่ายค้านอย่างพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนไม่ร่วมมือ ทำให้การประชุมสภามีแนวโน้มล่มซ้ำซาก ขณะเดียวกัน เวลาที่จำกัดยังทำให้รัฐบาลไม่สามารถผลักดันนโยบายสำคัญหรือวางรากฐานระยะยาวได้

อีกประเด็นที่เทพไทหยิบยกขึ้นมาคือ “ตลาดนัด สส.” ที่เริ่มมีการซื้อตัวและเจรจาย้ายพรรคกันอย่างคึกคัก โดยมีการตั้งราคาค่าตัวตามเกรด สส. เกรด A สูงถึง 80 ล้านบาท เกรด B ประมาณ 50 ล้านบาท และเกรด C ราว 30 ล้านบาท สะท้อนการแย่งชิงกำลังทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งที่จะมาถึง

ทั้งนี้ นายเทพไทสรุปว่า สถานการณ์นี้นำไปสู่การเมืองที่เต็มไปด้วย “กระแสและกระสุน” บางฝ่ายใช้แนวคิดและอุดมการณ์ดึงคะแนนเสียง ขณะที่อีกฝ่ายใช้ทุนมหาศาลซื้อเสียงเข้าสภา ซึ่งเป็น “วงจรอุบาทว์” ที่ยังไม่สิ้นสุด และท้ายที่สุด ประชาชนเท่านั้นที่จะเป็นผู้กำหนดทิศทางอนาคตของประเทศ

ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางรับโล่รางวัลชนะเลิศการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทดีเด่นจากประธานศาลฎีกา ตามโครงการขับเคลื่อนนโยบายประธานศาลฎีกา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

เมื่อวานนี้ (16 ก.ย.68) เวลา 13.30 นาฬิกา ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางเข้าร่วมพิธีมอบรางวัล โครงการขับเคลื่อนนโยบายประธานศาลฎีกา สานต่อ เสริมสร้าง และส่งต่ออย่างยั่งยืน (นวัตกรรมการส่งคำคู่ความ คำพิพากษาศาลชั้นต้นดีเด่น ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทดีเด่น ศาลดีเด่น) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมีนางชนากานต์ ธีรเวชพลกุล ประธานศาลฎีกา เป็นประธานในพิธีมอบโล่รางวัลและประกาศเกียรติคุณ ในโอกาสนี้ นายทวีศักดิ์ จันทร์วีระเสถียร อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง พร้อมด้วย นายปาลิต สันทนาคณิต ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง  ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง  นายนัฐวุฒิ นาคเกิด นิติกรชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง และนายฤทธิชัย สมไพบูลย์  นิติกรปฏิบัติการ เข้ารับมอบโล่รางวัลและประกาศเกียรติคุณ “รางวัลชนะเลิศ กลุ่มศาลพิเศษ-ศาลชำนัญพิเศษ ศาลยุติธรรมที่มีผลการปฏิบัติงานด้านการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทดีเด่นโครงการร่วมใจไกล่เกลี่ย 2025” ณ โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน กรุงเทพ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 

ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ขอโทษประชาชน ปมระงับบัญชี กระทบคนสุจริต!! สั่งเร่งปลดอายัดภายใน 4 ชม.

(17 ก.ย. 68) นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวขอโทษต่อประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากมาตรการอายัดบัญชีที่ถูกใช้เป็น 'บัญชีม้า' ของมิจฉาชีพ โดยย้ำว่าเข้าใจถึงความลำบากของผู้สุจริตที่ต้องใช้เงินหมุนเวียนในชีวิตประจำวัน แต่กลับถูกระงับบัญชีโดยไม่ตั้งใจ ทำให้เสียโอกาสในการทำมาหากิน

ผู้ว่าฯ ธปท. ชี้แจงว่า ขณะนี้ได้เร่งปรับปรุงกระบวนการ เพื่อให้การปลดอายัดบัญชีผู้บริสุทธิ์ทำได้เร็วขึ้นภายใน 4 ชั่วโมง พร้อมทั้งเพิ่มการสื่อสารเพื่อคลายความกังวลของประชาชน พร้อมขอบคุณผู้ที่ได้รับผลกระทบและยังเข้าใจว่า การแก้ไขปัญหามิจฉาชีพต้องทำควบคู่ไปกับการดูแลผู้สุจริต

ทั้งนี้ นายเศรษฐพุฒิ เปรียบเทียบการจัดการมิจฉาชีพว่าเป็นเหมือน “การรักษามะเร็ง” หากปล่อยไว้ก็จะลุกลามและสร้างความเสียหายต่อระบบการเงินของประเทศ ทำให้ไทยถูกมองว่าเป็นแหล่งของกลุ่มมิจฉาชีพ ซึ่งจะส่งผลกระทบมหาศาลหากไม่เร่งแก้ไข

อย่างไรก็ตาม ธปท. ยืนยันว่าสภาพคล่องของธนาคารโดยรวมยังปกติ แม้จะมีประชาชนจำนวนมากถอนเงินสดออกมาเพราะกังวลธุรกรรมถูกระงับ พร้อมย้ำว่ามาตรการอายัดบัญชีจะไม่กระทบต่อโครงการ 'คนละครึ่ง' ของรัฐบาล เนื่องจากใช้ผ่านระบบแอปพลิเคชัน ไม่เกี่ยวข้องกับบัญชีธนาคารโดยตรง ขณะนี้ ธปท. กำลังเร่งแก้ปัญหาเพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนกลับคืนมาโดยเร็ว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top