Sunday, 26 July 2026
Hard News Team

ชาวเน็ตขุด!! ‘สนธิญา สวัสดี’ คนร้องเรียน!! พีระพันธุ์ มีจำคุก คดีอาญา ติดตัวอยู่ หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัย!! ออกมาเคลื่อนไหว ไล่ล่าคนอื่น ทั้งที่ตัวเอง ยังไม่โปร่งใส

(20 ก.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘รักษาแผ่นดิน’ เผยแพร่ข้อมูลการตรวจสอบประวัติของ นายสนธิญา สวัสดี บุคคลซึ่งมักเคลื่อนไหวร้องเรียนบุคคลอื่นในสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่า …

นายสนธิญา เคยมีคดีอาญาติดตัว และถูกศาลอาญาพิพากษาว่ามีความผิดในคดีหมิ่นประมาท พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวช อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

คดีดังกล่าว สืบเนื่องจากการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำคุกนายสนธิญาเป็นเวลา 6 เดือน ปรับ 50,000 บาท แต่ให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ทำให้นายสนธิญา อยู่ในสถานะ ‘รอลงอาญา’

คำถามถึงความเหมาะสมในการทำหน้าที่ ‘ผู้ตรวจสอบสังคม’

จากกรณีดังกล่าว ได้เกิดกระแสคำถามจากสังคมจำนวนไม่น้อยถึงความเหมาะสมของบุคคลที่ยังมีคดีความติดตัวอยู่ แต่กลับเดินหน้าร้องเรียนบุคคลอื่นอย่างต่อเนื่องว่า
• ควรจัดการคดีความของตนเองให้เสร็จสิ้นก่อนหรือไม่??
• ผู้ที่ยังมีสถานะเป็นผู้ต้องคำพิพากษารอลงอาญา มีความชอบธรรมเพียงพอในการตรวจสอบผู้อื่นหรือไม่??
• หรือพฤติกรรมดังกล่าวเป็นเพียงการสร้างภาพลักษณ์ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากคดีของตนเองหรือไม่??

การตรวจสอบคือสิทธิ…แต่ต้องมีมาตรฐานเดียวกัน

แม้การตรวจสอบ หรือการยื่นเรื่องร้องเรียนจะถือเป็นสิทธิของประชาชนทุกคนในสังคมประชาธิปไตย แต่ในทางกลับกัน ผู้ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบผู้อื่น ก็ควรเปิดเผย ควรโปร่งใสเช่นกัน เพื่อให้การตรวจสอบนั้นมีน้ำหนัก และได้รับความเชื่อถือจากสาธารณชน

ท้ายที่สุด ความยุติธรรมในสังคมจะเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง ก็ต่อเมื่อทุกฝ่ายยึดถือหลักมาตรฐานเดียวกัน ไม่เลือกปฏิบัติ และยอมรับการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา

ความยุติธรรมไม่ควรเป็นเพียงถ้อยคำสวยหรู แต่ต้องเริ่มจากพฤติกรรมของผู้ที่เรียกร้องเสียก่อน  

‘เจ้าพ่อแห่ง AI’ เตือน!! เทคโนโลยีจะนำไปสู่การว่างงานครั้งใหญ่ หากไม่มีการควบคุม คนรวยจะรวยขึ้นไม่กี่คน แต่คนส่วนใหญ่จะจนลง

(20 ก.ย. 68) เจฟฟรีย์ ฮินตัน อดีตผู้เชี่ยวชาญของ Google ซึ่งเมื่อปีที่แล้วได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์จากผลงานที่ปูทางให้กับระบบ AI อันทรงพลังในปัจจุบัน ได้กล่าวว่า ซีอีโอที่โปรโมต AI ว่าเป็นทางออกของปัญหาความหิวโหย ความยากจน และโรคภัยต่าง ๆ นั้น “โกหกทั้งเพ”

“สิ่งที่จะเกิดขึ้นจริง ๆ ก็คือ คนรวยจะใช้ AI มาแทนที่แรงงาน” ฮินตันให้สัมภาษณ์กับ Financial Times

“มันจะก่อให้เกิดการว่างงานครั้งใหญ่ และทำให้กำไรเพิ่มขึ้นมหาศาล ส่งผลให้คนไม่กี่คนรวยขึ้นมาก และคนส่วนใหญ่จนลง นั่นไม่ใช่ความผิดของ AI แต่เป็นเพราะระบบทุนนิยมต่างหาก”

ฮินตันซึ่งเป็นนักสังคมนิยม ประกาศจุดยืนชัดเจนมาตั้งแต่ลาออกจากทีม Google Brain ในปี 2023 โดยก่อนหน้านั้นเขาเคยขายบริษัทของตนให้ Google ด้วยมูลค่า 44 ล้านดอลลาร์ และร่วมงานกับบริษัทเป็นเวลาสิบปี

ฮินตัน ซึ่งเคยสอนที่มหาวิทยาลัยโตรอนโตนานกว่า 20 ปี กล่าวว่านักวิทยาศาสตร์จำนวนมากเชื่อว่า AI จะสามารถกลายเป็น ‘ซูเปอร์อัจฉริยะ’ หรือมีความสามารถเหนือมนุษย์ ได้ภายในระยะเวลา 5 ถึง 20 ปีข้างหน้า

เขาเคยออกมาเตือนถึงอันตรายจากศักยภาพอันทรงพลังของ AI หลายครั้ง และเคยเรียกร้องให้หยุดการพัฒนา AI ชั่วคราว

ฮินตันกล่าวว่า “วิธีเดียวที่มนุษยชาติจะรอด คือ การออกแบบ AI ให้เหมือนแม่ เพราะแม่มีความห่วงใยลูก และต้องการปกป้องชีวิตของลูก”

ถึงกระนั้น นักวิชาการชาวอังกฤษวัย 77 ปีก็ยอมรับว่า เขาใช้ AI ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การทำวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ไปจนถึงการซ่อมเครื่องอบผ้า

“ผมอายุ 77 แล้ว และจุดจบของผมก็คงใกล้เข้ามาเร็ว ๆ นี้แหละ” เขากล่าว

ขณะเดียวกัน ผู้นำเทคโนโลยีอย่าง อีลอน มัสก์ และ แซม อัลต์แมน ก็ยังเดินหน้าพัฒนา AI อย่างเต็มสูบ

เมื่อถูกถามว่าเขาไว้ใจใครมากกว่าระหว่างมัสก์กับอัลต์แมน ฮินตันตอบโดยอ้างถึงคำพูดของ ลินด์ซีย์ เกรแฮม ในปี 2016 เมื่อถูกถามว่าเขาจะเลือกใครระหว่าง โดนัลด์ ทรัมป์ กับ เท็ด ครูซ เป็นประธานาธิบดี

“เหมือนต้องเลือกระหว่างถูกยิงหรือถูกวางยา”

เขายังเสริมอีกว่า เขาไม่ค่อยมีความหวังกับการแทรกแซงจากภาครัฐ เพราะรัฐบาลสหรัฐมีท่าทีผ่อนคลายต่อการกำกับดูแลอุตสาหกรรมนี้อยู่แล้ว

เมื่อถูกถามถึงภาพอนาคตที่มนุษย์อาศัยอยู่ร่วมกับหุ่นยนต์ AI และค่อย ๆ กลายร่างเป็นไซบอร์ก มีชิ้นส่วนเทียมหรือสารเคมีเติมเข้าไปในร่างกาย

ฮินตันตอบเพียงว่า “แล้วมันผิดตรงไหนล่ะ?”

และเมื่อถูกถามว่านั่นถือเป็นการสูญพันธุ์ของมนุษย์หรือไม่ ฮินตันตอบว่า:

“ใช่ เรากำลังอยู่ในช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ที่บางสิ่งกำลังเกิดขึ้น อาจจะดีอย่างมหาศาล หรือแย่อย่างมหาศาล เราทำได้แค่เดา แต่โลกจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป”

‘ศาลฎีกา’ พิจารณา พิพากษา ยกฟ้อง!! ‘อัญชะลี ไพรีรัก’ คดีม็อบพันธมิตรฯ บุกยึด!! NBT ขับไล่ ‘รัฐบาลสมัคร’

เมื่อวานนี้ (19 ก.ย. 68) ที่ห้องพิจารณา 608 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาม็อบพธม. บุกช่องNBT คดีดำ อ.1033/2561ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ฟ้องนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) เสียชีวิตแล้ว, น.ส. อัญชะลี ไพรีรัก, นายภูวดล ทรงประเสริฐ, นายยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที แนวร่วม พธม. และนายชิติพัทธ์ ลิ้มทองกุล น้องชายของนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำ พธม. ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปอั้งยี่ ซ่องโจร เป็นหัวหน้าสั่งการ บุกรุกสถานที่ราชการทำให้เสียทรัพย์

กรณีเมื่อปี 2551 จำเลยกับพวกที่ศาลพิพากษาลงโทษไปแล้วได้ร่วมกันบุกยึดสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (เอ็นบีที) ในช่วงการชุมนุมของ พธม. เพื่อขับไล่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช คดีนี้ทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนจำคุกจำเลยคนละ1 ปีโดยไม่รอลงอาญา จำเลยทั้ง 4 ยื่นฎีกา และได้รับการประกันตัวคนละ 2 แสนบาท

ศาลพิจารณาแล้ว พิพากษาแก้ยกฟ้องจำเลย ประกอบด้วย น.ส. อัญชะลี ไพรีรัก, นายภูวดล ทรงประเสริฐ, นายยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที แนวร่วม พธม. และให้จำคุกนายชิติพัทธ์ ลิ้มทองกุล น้องชายของนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำ พธม. 6 เดือน ไม่รอลงอาญา

‘อดีตเจ้าอาณานิคม’ ถังแตก!! จากเจ้าโลก สู่เจ๊งสนิท เงินหมดเกลี้ยง แล้วจะเหลืออะไร ถ้าไม่เหลือผู้นำที่ดี

(20 ก.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘สุขศรี ชื่อนี้แม่ให้มา’ ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ ‘ประเทศฝรั่งเศส’ โดยมีใจความว่า ...

สมัยก่อน เก่งแต่แล่นเรือไปปล้นคนอื่นไง พอหมดยุคล่าอาณานิคม / หลัง WW2 ก่อตั้ง UN ก็ถูกบังคับให้คืนอาณานิคมให้หมด แต่ก็ยังยึกยักไม่อยากคืน หลายๆเกาะกลายเป็นฝรั่งเศสโพ้นทะเลแม้กระทั่งเกาะในมหาสมุทรอินเดีย ส่วนในอาฟริกาอีกหลายประเทศ-ไม่ต้องพูดถึง-อ้างนั่นอ้างนี่-ไม่ยอมคืนเอกราชเด็ดขาดเพราะเป็นบ่อเงินบ่อทอง (บ่อเพชรด้วย) ที่ต้องส่งเป็นเครื่องบรรณาการให้เจ้าอาณานิคม แถมมีกองทัพฝรั่งเศสคอยควบคุมรัฐบาลอยู่ในพื้นที่อีกต่างหาก

ต่อมาในปี 2023-2024 เกิดมีผู้นำทหารผิวสีที่เก่งและฉลาดแถมรักชาติ มีแบ็คเป็นรัสเซีย เอือมระอากับการถูกสูบเลือดสูบเนื้อมานานนับร้อยปี ลุกขึ้นมาขับไล่กองทัพฝรั่งเศสแตกกระเจิง ขนข้าวของกลับบ้านแทบไม่ทัน ยกเลิกสัมปทานในทุกประเทศแบบไม่เผาผีกับฝรั่งเศส

จากที่เคยได้เพชร ได้ทองคำมาแบบฟรีๆ ต้องหยุดชะงัก รายได้ของประเทศก็ลดลง ไม่สามารถใช้เงินแบบฟุ่มเฟือยได้เหมือนสมัยก่อน พอรายได้ลดลง-แต่รายจ่ายเท่าเดิม ทั้งๆ ที่พยายามแล้ว ปรับทุกมาตรการ ทั้งขยายเวลาผู้รับบำนาญออกไป ทั้งปัญหาอื่นๆ จิปาถะ สรุป..ถังแตก  

จะบอกอะไรให้นะ ประชาธิปไตยน่ะ มันกินไม่ได้ มันเป็นเพียงนามธรรมที่แม้แต่ผู้นำของประเทศที่อ้างว่าปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย-ยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้-แถมใช้อำนาจอธิปไตยในทางที่ผิด ...ต่างกับประเทศที่ตราบใด-ประชาชนเขากินอิ่ม(เศรษฐกิจดี ค้าขายราบรื่น) และ นอนหลับ(มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน) เขาไม่สนใจหรอกว่าจะมีการเลือกตั้งเมื่อไหร่? เขตของตนเองจะได้ สส.กี่คน? เขาไม่สนใจหรอกว่า "ประชาธิปไตย" มีลำต้นเป็นยังไง ดอกและใบมีสีอะไร? ทุกอย่างขึ้นอยู่กับผู้นำล้วนๆ ถ้าเลือกตั้งมาแล้ว-ได้ผู้นำที่ไม่ดีมาบริหารประเทศ ก็จะเละๆแบบนี้

เตือนภัย!! ‘เมลเบิร์น’ ไม่ปลอดภัยอย่างที่คิด!! โดนฉก ต่อหน้าต่อตา!! ตำรวจช่วยอะไรไม่ได้เลย

(20 ก.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘ลักพาตัวเองมาเล่า’ ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ ‘เมืองเมลเบิร์น’ โดยมีใจความว่า ...

เมลเบิร์นไม่ใช่เมืองที่ปลอดภัยนะครับ โดยเฉพาะในเมือง

อยากเตือนภัยเพราะหลาย ๆ คนที่ยังติดวางใจว่าออสเตรเลียปลอดภัย วางของไว้ห่างตัวได้ เมื่อก่อนทำได้ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แบบนั้นแล้วครับ
วันนี้ระหว่างเดินกลับบ้าน ผมเห็นคนขี่จักรยานย้อนศรบนถนนด้วยความเร็ว แล้วข้างหลังก็มีวัยรุ่นคนนึงวิ่งตามไปติด ๆ

วัยรุ่นคนนั้นวิ่งไล่สักพักก็เหนื่อยแล้วก็เดินหันหลังกลับมา ผมเห็นว่าผิดปรกติเลยถามไปว่า “Did he snatch something off of you?" (ไอ้นั่นขโมยอะไรไปรึเปล่า?)
คำตอบคือใช่ 

น้องนั่งเล่นมือถือที่โต๊ะหน้าผับ (เป็นโต๊ะของผับที่เอามาตั้งให้ลูกค้านั่งข้างนอกด้วยนะ) เล่นแบบนั่งกดเลยนะ ไม่ได้วางบนโต๊ะ
ไอ่สารเลวนี่ก็ขี่จักรยานมาโฉบมือถือแล้วปั่นหนีหายไปเลย

ผมให้น้องยืมมือถือโทรหาที่บ้าน เพราะเค้าดูช็อคและทำอะไรไม่ถูก

นี่ไม่ใช่เคสเดียวนะ

วีคก่อน ของที่ผมสั่งมาส่งตรง mailbox zone ก็โดยขโมยไปเหมือนกัน

เปิดร้านมา คนบ้ามาป่วนในร้านได้เป็นสิบ ๆ ครั้งแล้ว โดนทุบกระจกแบบไร้เหตุผล
คนจีนอีกคนแค่มองโฮมเลส โดนต่อย เลือดอาบหน้า

ร้านเชฟพี่ปุ๊ก โฮมเลสเข้ามาจะขโมยของ พนักงานไปห้ามโดนขวดตีหัวเย็บสองเข็ม
ไอ้พวกนี้บวกมันไม่คุ้ม ฉะนั้นทุกคนครับ ระวังตัวกันให้มาก ๆ เลยนะ อย่าแลกอะไรทั้งสิ้น

ส่วนใหญ่ มันจะเล็งวัยรุ่นเอเชีย หรือผู้หญิงเอเชียที่เดินคนเดียว อยู่คนเดียว เพราะสู้แรงมันไม่ได้

โทรศัพท์ อย่ายืนกดตรงฟุตบาทจนเพลิน อย่าเดินถือแกว่งไปมา
กระเป๋า สะพายคล้องตัวนะครับ จับให้แน่น

และจำไว้ว่าตำรวจบ้านเมืองนี้กากมากครับ เค้าไม่ช่วยอะไรเราเลย ลงบันทึกประจำวันแล้วเรื่องก็จะเงียบ

ผมเจอเหตุการณ์วันนี้ต่อหน้าต่อตา ภาพมันติดตาไปแล้ว ไม่อยากให้ใครเจอแบบนี้อีก เตือนเพื่อน ๆ พี่ ๆ กันด้วยนะครับ มือถือนี่ระวังดี ๆ เงินทองยิ่งหายากอยู่
 

สมุทรปราการ-เทศบาลตำบลแพรกษา สนองพระราชดำริ จัดการแข่งขันทักษะทางวิชาการของนักเรียนเพื่อเข้ารับพระราชทานรางวัลจาก กรมสมเด็จพระเทพฯ

(20 ก.ย.68) ที่โรงเรียนมัธยมแพรกษาวิเทศศึกษา ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เทศบาลตำบลแพรกษา โดย นางอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา พร้อมด้วย ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ เขต 2 สมัยที่ 25 ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา ในฐานะเจ้าภาพการจัดงานการแข่งขันทักษะทางวิชาการของนักเรียน เพื่อเข้ารับพระราชทานรางวัลจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภายใต้การประชุมวิชาการการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาลตามพระราชดำริ

นำคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ คณะสมาชิกสภาเทศบาล คณะครู นักเรียน ร่วมให้การต้อนรับ พ.อ.หญิง ดร.นันทพร วีรวัฒน์ ที่ปรึกษาโครงการส่วนพระองค์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประธานในพิธี 

นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก นายอภิสิทธิ์ พึ่งพร ผู้อำนวยการโครงการส่วนพระองค์ฯ นายสุรพล เจริญภูมิ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายอัครวัฒน์ อัศวเหม รองนายก อบจ.สมุทรปราการ นายสมศักดิ์ แก้วเสนา ปลัดจังหวัดสมุทรปราการ พล.ต.ต.กัญชล อินทราราม รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน 

นายสุพัฒน์ เมืองมัจฉา ผู้อำนวยการกองพุทธศาสนศึกษา นายรัชชสิทธิ์ มนตรี รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำกรุงเทพมหานคร นางสาวศุภรินทร์ พรมรินทร์ รองผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาโรงเรียนตามพระราชดำริและโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ตลอดจนผู้บริหารทั้ง 7 หน่วยงานที่จัดการศึกษาในโครงการตามพระราชดำริ 

ตามที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นเจ้าภาพในการจัดงานซึ่งได้กำหนดกิจกรรมการประกวดแข่งขันทักษะทางวิชาการของนักเรียนเพื่อเข้ารับพระราชทานรางวัลจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภายใต้การประชุมวิชาการการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาลตามพระราชดำริ ประจำปี 2568

โดยได้เลือกใช้สถานที่โรงเรียนมัธยมแพรกษาวิเทศศึกษา สังกัดเทศบาลตำบลแพรกษา จังหวัดสมุทรปราการ เป็นสนามจัดการแข่งขันในครั้งนี้ ถือว่าจังหวัดสมุทรปราการและเทศบาลตำบลแพรกษาได้มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม และยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมการแข่งขันได้รู้จักจังหวัดสมุทรปราการมากขึ้น 

ทั้งนี้ เทศบาลตำบลแพรกษามีความพร้อมและจัดเตรียมสถานที่ในการจัดการแข่งขัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เข้าร่วมแข่งขันอีกด้วย นอกจากนี้ ยังได้มีการแสดงความสามารถทักษะในด้านต่างๆ ของนักเรียนโรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา และโรงเรียนมัธยมแพรกษาวิเทศศึกษา

‘ผศ.ดร.สุริยะใส กตะศิลา’ รับตำแหน่ง!! ‘รองศาสตราจารย์’ พร้อมเดินหน้าพัฒนา สร้างสรรค์องค์ความรู้ เพื่อสังคมต่อไป

(20 ก.ย. 68) ผศ.ดร.สุริยะใส กตะศิลา รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร และคณบดีวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม ก้าวเข้าสู่ตำแหน่ง ‘รองศาสตราจารย์’

นับเป็นความสำเร็จและความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม

ขอให้ก้าวใหม่ในเส้นทางวิชาการนี้ เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ ความก้าวหน้า และการสร้างสรรค์องค์ความรู้เพื่อสังคมต่อไป

‘บีโอไอ’ เผย!! ‘อินฟินีออน’ ยกระดับซัพพลายเชน มุ่งผลิตชิปครบวงจร เปิดเกมรุก!! ดึง MPI ผู้ประกอบ และทดสอบชิปรายสำคัญลงทุนในไทย

(20 ก.ย. 68) นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และเลขานุการคณะกรรมการ นโยบายเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ เปิดเผยว่า หลังจากที่บีโอไอให้การส่งเสริมการลงทุนแก่บริษัท Infineon Technologies ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ที่สุดของเยอรมนี ที่มีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ของโลกในกลุ่มชิปสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่ให้กำลังไฟในงานอุตสาหกรรม (Power Electronics) ซึ่งตัดสินใจเลือกไทยเป็นฐานประกอบและทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ ประเภท Power Module ที่ใช้ในอุปกรณ์ควบคุมระบบไฟฟ้า สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบกักเก็บพลังงานและการบริหารจัดการพลังงานสะอาด โดยจะเป็นศูนย์ประกอบและทดสอบชิปที่ใหญ่ที่สุดนอกประเทศเยอรมนีของกลุ่มอินฟินีออน มีพิธีวางศิลาฤกษ์โรงงานผลิตที่จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อเดือนมกราคม 2568 ที่ผ่านมา และมีแผนจ้างงานบุคลากรไทยกว่า 5,000 คน นอกจากนี้ อินฟินีออนยังมีแผนดึงพันธมิตรระดับโลกเข้ามาร่วมในห่วงโซ่การผลิตในไทย เพื่อเพิ่มความสามารถในการผลิตให้รองรับตลาดทั้งในและนอกภูมิภาคอย่างมีประสิทธิภาพ

ล่าสุด Mr. George Lee, EVP and Head of Backend Operations ผู้บริหารอินฟินีออนได้นำ Mr. Manuel Zarauza Brandulas, Group Managing Director of MPI พันธมิตรรายสำคัญเข้าพบเลขาธิการบีโอไอ และประกาศการโอนกิจการเดิมในส่วนการผลิต Backend Semiconductor สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์และการสื่อสาร ที่จังหวัดนนทบุรี ซึ่งมีพนักงานกว่า 1,000 คน ให้กับบริษัท Malaysian Pacific Industries (MPI) จากประเทศมาเลเซีย ภายใต้บริษัท Carsem ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการประกอบ บรรจุ และทดสอบชิป (Outsourced Semiconductor Assembly, Packaging and Testing: OSAT) รายใหญ่ที่สุดของมาเลเซีย ให้บริการแก่ลูกค้าทั่วโลกมานานกว่า 50 ปี โดยการโอนกิจการครั้งนี้ MPI มีข้อตกลงระยะยาวในการผลิตวัตถุดิบและชิ้นส่วนเพื่อส่งต่อให้กับโรงงานแห่งใหม่ของอินฟินีออนที่จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อใช้ในการประกอบ Power Module นอกจากนี้ MPI ยังมีแผนขยายการลงทุนในไทยเพิ่มเติมในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ขั้นสูงสำหรับชิป (Advanced Packaging) เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้ารายอื่นด้วย

“การที่อินฟินีออนดึงผู้ผลิตชิปรายใหม่และเป็นพันธมิตรสำคัญอย่าง MPI ให้เข้ามาลงทุนในไทย แสดงถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อประเทศไทย ทั้งความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน มาตรการสนับสนุนของภาครัฐ และคุณภาพของบุคลากรไทยที่สามารถรองรับการผลิตที่มีมาตรฐานสูงได้  สำหรับในส่วนการลงทุนสร้างโรงงานแห่งใหม่ของอินฟินีออน ส่งผลบวกอย่างมากต่ออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ไทย โดยนอกจากจะมีการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงแล้ว บริษัทยังมีแผนพัฒนาระบบนิเวศของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดยร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและหน่วยงานด้านนวัตกรรมของไทย เพื่อพัฒนาบุคลากรสาขาวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงการพัฒนาผู้ประกอบการไทยให้สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในซัพพลายเชนด้วย” นายนฤตม์ กล่าว

ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 การลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้ขอรับการส่งเสริมมากถึง 168 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 1.08 แสนล้านบาท

เชียงใหม่-ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. แนะแนวทางการปฏิบัติราชการแก่ข้าราชการตำรวจในพื้นที่ ภ.5 

เมื่อวันที่ (17 ก.ย.68) พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เดินทางมาราชการในพื้นที่ ภ.5 ตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญแนะนำแนวทางการปฏิบัติราชการแก่ข้าราชการตำรวจในสังกัด ตำรวจภูธรภาค 5 และอำลาเนื่องในโอกาสเกษียณราชการ 

โดยมี พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, พล.ต.ต.บุญบวัต เกิดกล่ำ ผบก.ภ.จว.ลำพูน , พล.ต.ต.ภูมิปัญญ์ญา นวตระกูลพิสุทธิ์ ผบก.ภ.จว.ลำปาง, พล.ต.ต.ทรงกริช ออนตะไคร้ ผบก.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน, พล.ต.ต.พงษ์นคร นครสันติภาพ ผบก.อก.ภ.5 และ รอง ผบก.อก.ภ.5 , รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ให้การต้อนรับ และเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมพระพุทธประทานยศบารมี ชั้น 2 อาคารตำรวจภูธรภาค 5 จว.เชียงใหม่ และ ผกก.หน.สภ.ในสังกัด ภ.5 เข้าร่วมประชุมผ่านระบบทางไกล (Zoom Meeting)

จากนั้น พล.ต.ท.กฤตธาพลฯ และข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.5 ได้ร่วมมอบของที่ระลึกแด่ พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เนื่องในโอกาสเกษียณอายุราชการ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความผูกพัน ความเคารพ และความระลึกถึง

รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ตรวจเยี่ยมสถานีตำรวจท่องเที่ยวหาดใหญ่ และท่าอากาศยานหาดใหญ่ กำชับแนวทางดูแลนักท่องเที่ยว

เมื่อวานนี้ (18 ก.ย.68) เวลา 11.00 น. พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เดินทางไปตรวจเยี่ยมสถานีตำรวจท่องเที่ยว 1 กองกำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 (ส.ทท.1 กก.3 บก.ทท.3) อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยมี พ.ต.ท.ศักดิ์อนันต์ คำไสย สารวัตรใหญ่ ส.ทท.1 กก.3 บก.ทท.3 พร้อมข้าราชการตำรวจท่องเที่ยวในสังกัด และเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือตำรวจท่องเที่ยว ให้การต้อนรับ

ในโอกาสนี้ พล.ต.ต.พงษ์สยามฯ ขึ้นแท่นตรวจรับฟังการรายงานแถวกำลังพล พร้อมทั้งกล่าวให้โอวาทและนโยบายการปฏิบัติหน้าที่แก่ข้าราชการตำรวจ  พร้อมทั้งมอบสิ่งของบำรุงขวัญให้แก่ข้าราชการตำรวจท่องเที่ยวหาดใหญ่ จากนั้นได้ประชุมรับฟังการรายงานผลการปฏิบัติจากหัวหน้าหน่วย โดยกำชับการปฏิบัติให้เพิ่มมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวและประชาชนเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดยเน้นย้ำประชาสัมพันธ์ Thailand Tourist Police Application และสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 ให้กับนักท่องเที่ยวได้รับทราบ 

ต่อมาในเวลา 13.00 น. พล.ต.ต.พงษ์สยามฯ ได้ตรวจเยี่ยมแหล่งท่องเที่ยว เคเบิ้ลคาร์ สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ เขาคอหงส์ พบปะนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งตรวจสภาพความปลอดภัยของกระเช้าเคเบิ้ลคาร์ที่ให้บริการนักท่องเที่ยว สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการ
ณ สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ 

นอกจากนี้ วานนี้ เวลา 18.10 น. พล.ต.ต.พงษ์สยามฯ ได้เดินทางไปตรวจความเรียบร้อยและความปลอดภัยท่าอากาศยานหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ในความรับผิดชอบของ ส.ทท.1 กก.3 บก.ทท.3 โดยได้ตรวจเยี่ยมจุดบริการนักท่องเที่ยวท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ พร้อมด้วยสารวัตรใหญ่ ส.ทท.1 กก.3 บก.ทท.3 และสายตรวจประจำท่าอากาศยาน 

โอกาสนี้ ได้กำชับแนวทางการปฏิบัติงาน เพื่อช่วยขับเคลื่อนหน่วยให้สามารถสนองนโยบายด้านการท่องเที่ยวของรัฐบาล เป็นไปตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว อย่างมีประสิทธิภาพ บูรณาการตรวจตราร่วมกับเจ้าหน้าที่ EOD, สห. และเจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานหาดใหญ่ ดูแลรักษาความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและผู้มาใช้บริการบริเวณภายในและภายนอกอาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานหาดใหญ่ 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top