Friday, 6 November 2026
Hard News Team

‘อาชีวะฯ’ ยกระดับเชิงรุกมาตรการ ‘สถานศึกษาปลอดภัย’ ขอความร่วมมือทุกฝ่าย เฝ้าระวังป้องกันเหตุความรุนแรง

(14 มิ.ย.67) นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มอบหมายให้ นายทวีศักดิ์ คิ้วทอง ผู้อำนวยการศูนย์ความปลอดภัย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงาน สถานศึกษาปลอดภัย ของสถานศึกษาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ประชุมผู้บริหารสถานศึกษา ครูปกครอง เครือข่ายเฝ้าระวังป้องกันเหตุ ใช้มาตรการเชิงรุกป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงของนักเรียนนักศึกษาตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ณ วิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ และวิทยาลัยเทคโนโลยีช่างอุตสาหกรรมกรุงเทพ

นายทวีศักดิ์ กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มีความห่วงใยและมีนโยบายในการดูแลความปลอดภัยกำชับสถานศึกษาทุกแห่งทั้งภาครัฐและเอกชน เกี่ยวกับการดูแลความปลอดภัยสถานศึกษาให้แก่ผู้เรียน ครูและบุคลากร โดยมีการกำหนดมาตรการร่วมกับตำรวจ ผู้ปกครอง ศิษย์เก่า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้สถานศึกษาทำแผนเฝ้าระวังเหตุปฏิทินการดำเนินงานวิธีการป้องกันการใช้ความรุนแรงของนักเรียน นักศึกษา คัดกรองเฝ้าระวังติดตามดูแลพฤติกรรมนักเรียนนักศึกษาที่เสี่ยงต่อการกระทำผิดอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง

“และให้สถานศึกษากวดขันนักเรียนนักศึกษาให้ตั้งใจเรียน อยู่ในระเบียบวินัยของสถานศึกษา และปฏิบัติตนตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด มีการประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด หากพบผู้กระทำผิดให้ดำเนินการตามกฎหมายขั้นสูงสุด และให้สถานศึกษา จัดประชุมผู้ปกครองนักเรียนนักศึกษาสร้างความเข้าใจเรื่องมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการใช้ความรุนแรงร่วมกันสอดส่องดูแลบุตรหลานโดยเฉพาะเวลาเดินทางไป - กลับ หากมีการก่อเหตุความรุนแรงทั้งภายในภายนอกสถานศึกษา ให้ผู้บริหารร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาพร้อมรายงานสถานศึกษาต้นสังกัดทราบทันที” นายทวีศักดิ์ กล่าว

เปิดรายได้ 6 ปี 'สุทธิชัย หยุ่น' โกย 318 ล้าน กำไรกว่า 151 ล้าน พบ 20 สัญญากว่า 20 ล้าน มาจาก 'ไทยพีบีเอส' จ้าง 'บ.กาแฟดำ'

(14 มิ.ย. 67) จากกรณีที่นายชูวัส ฤกษ์ศิริสุข อดีตผู้ดำเนินรายการสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี กล่าวผ่านรายการประชาทอล์ค ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของสำนักข่าวประชาไท ชี้แจงกรณีที่อดีตผู้ประกาศข่าวสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี ซึ่งปิดกิจการไปเมื่อวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา เช่น นายธีรัตถ์ รัตนเสวี นางสาวลักขณา ปันวิชัย หรือคำ ผกา ไปผลิตรายการข่าวเช้าให้กับสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (เอ็นบีที) กรมประชาสัมพันธ์ ในนามบริษัท คำดี จำกัด กล่าวว่า รายการดังกล่าวมีพิธีกร 3 คนดำเนินรายการ จ่ายค่าดำเนินรายการ 3 คน แล้วผู้ดำเนินรายการจ่ายค่าช่างแต่งหน้า และค่าโปรดิวเซอร์ที่มาช่วยทำข้อมูลให้ ต่างจากนายสุทธิชัย แซ่หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส และนายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ จัดรายการให้สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสยังไง

"การเข้าข้างกัน เชียร์กัน มีสื่อเชียร์รัฐบาลไม่ใช่เรื่องผิด และการมีกลุ่มคนที่เห็นด้วยกับรัฐบาลก็ไม่ใช่เรื่องผิด เขาก็อยากจะอธิบายแทนรัฐบาล เพราะที่ผ่านมามีคนถล่มรัฐบาล กระทั่งรับปัญหามา ก็รู้สึกมีปมเรื่องนี้ว่าทำไมไม่พยายามอธิบายในสิ่งที่รัฐบาลทำบ้าง เมื่อสื่อส่วนใหญ่เข้าข้างฝ่ายค้าน ทำไมสื่อส่วนหนึ่งจะอธิบายสิ่งที่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเหมือนกันไม่ได้" นายชูวัสกล่าว

ต่อมานายสุทธิชัยโพสต์ข้อความในแพลตฟอร์ม X บัญชี @suthichai ว่า "ขอใช้สิทธิพาดพิงครับ ความแตกต่างที่ชัดที่สุดคือ รัฐบาลสั่ง NBT ได้ แต่สั่ง ThaiPBS ไม่ได้ครับ (ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลลุงตู่หรือรัฐบาลนี้)"

ล่าสุดเฟซบุ๊ก ‘ซึ่งต้องพิสูจน์’ โพสต์อินโฟกราฟิก หัวข้อ ‘เว็บฯ ระบบข้อมูลการใช้จ่ายภาครัฐ (ภาษีไปไหน)’ ระบุ ตั้งแต่ปี 62 ถึงปี 67 TPBS จ้าง ‘บริษัท กาแฟดำ’ (ที่มี ‘สุทธิชัย หยุ่น’ เป็น 1 ในกรรมการ) 20 โครงการ มูลค่า 20.86 ล้านบาท’ โดยเรียงลำดับตามมูลค่าโครงการดังนี้

1. วันที่ลงนามในสัญญา 14 ส.ค. 62 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) จ้างผลิตและจัดหารายการ ฟังเสียงประเทศไทย คำตอบอยู่ในหมู่บ้าน ไตรมาส 3-4/2562 จำนวน 26 ตอน โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 3.25 ล้านบาท

2. วันที่ลงนามในสัญญา 6 พ.ย. 62 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) จ้างผลิตรายการ ตั้งวงคุย กับสุทธิชัย หยุ่น โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 2.57 ล้านบาท

3. วันที่ลงนามในสัญญา 30 ธ.ค. 63 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) จ้างผู้ดำเนินรายการฟังเสียงประเทศไทย จำนวน 19 วัน โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 1.52 ล้านบาท

4. วันที่ลงนามในสัญญา 9 ก.ค. 63 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) จ้างผู้ดำเนินรายการ ฟังเสียงประเทศไทย (จำนวน 17 วัน) โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 1.36 ล้านบาท

5. วันที่ลงนามในสัญญา 10 มี.ค. 63 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) จ้างผู้ดำเนินรายการ ฟังเสียงประเทศไทย (ไตรมาสที่ 1-2/2563) โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 1.12 ล้านบาท

6. วันที่ลงนามในสัญญา 30 มิ.ย. 65 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) จ้างผู้ดำเนินรายการตอบโจทย์ (วันศุกร์) ไตรมาสที่ 3-4/2565 โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 1.11 ล้านบาท

7. วันที่ลงนามในสัญญา 28 ม.ค. 63 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) จ้างผู้ดำเนินรายการตอบโจทย์ ไตรมาสที่ 1-2/2563 (จำนวน 26 ตอน) โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 1.11 ล้านบาท

8. วันที่ลงนามในสัญญา 16 ก.ค. 63 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) จ้างผู้ดำเนินรายการตอบโจทย์ (ไตรมาสที่ 3-4/2563) จำนวน 26 ตอน โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 1.11 ล้านบาท

9. วันที่ลงนามในสัญญา 30 มิ.ย. 66 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) จ้างผู้ดำเนินการรายการตอบโจทย์ (วันศุกร์) ไตรมาสที่ 3-4/2566 โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 1.11 ล้านบาท

10. วันที่ลงนามในสัญญา 27 ธ.ค. 64 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) จ้างผู้ดำเนินรายการตอบโจทย์ (วันศุกร์) จำนวน 25 ตอน โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 1.07 ล้านบาท

11. วันที่ลงนามในสัญญา 31 ม.ค. 67 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) จ้างผู้ดำเนินรายการคุยนอกกรอบ กับ สุทธิชัย หยุ่น (เดือนกุมภาพันธ์-เดือนมิถุนายน 2567) โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 941,600.00 บาท

12. วันที่ลงนามในสัญญา 30 ธ.ค. 63 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) จ้างผู้ดำเนินรายการตอบโจทย์ (จำนวน 21 ตอน) โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 898,800.00 บาท

13. วันที่ลงนามในสัญญา 16 ก.ย. 64 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) จ้างผู้ดำเนินรายการคุยให้คิด โดยคุณสุทธิชัย หยุ่น จำนวน 15 ตอนความยาวตอนละ 50 นาที โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 600,000.00 บาท

14. วันที่ลงนามในสัญญา 26 ก.ย. 65 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) จ้างค่าผู้ดำเนินรายการ รายการ คุยให้คิด ไตรมาส 4/2565 โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 520,000.00 บาท

15. วันที่ลงนามในสัญญา 2 มิ.ย. 64 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) จ้างค่าผู้ดำเนินรายการ คุยให้คิด ไตรมาส 2-3/2564 โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 520,000.00 บาท

16. วันที่ลงนามในสัญญา 2 ก.ค. 66 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) จ้างผู้ดำเนินรายการ คุยให้คิด (ไตรมาส 3/2566) โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 520,000.00 บาท

17. วันที่ลงนามในสัญญา 2 ต.ค. 66 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) จ้างผู้ดำเนินรายการ คุยให้คิด ไตรมาส 4/2566 โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 520,000.00 บาท

18. วันที่ลงนามในสัญญา 6 มิ.ย. 65 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) จ้างผู้ดำเนินรายการ คุยให้คิด โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 480,000.00 บาท

19. วันที่ลงนามในสัญญา 31 มี.ค. 64 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) จ้างผลิตหนังสือ ฟังเสียงประเทศไทย จำนวน 1,000 เล่ม โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 270,000.00 บาท

20. วันที่ลงนามในสัญญา 3 ธ.ค. 63 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) จ้างผู้ดำเนินรายการ ฟังเสียงประเทศไทย (จำนวน 3 วัน) โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 240,750.00 บาท

รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า บริษัท กาแฟดำ จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2561 ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ มีกรรมการบริษัท ประกอบด้วย นายสุทธิชัย แซ่หยุ่น นายปราบดา หยุ่น นางนันทวัน แซ่หยุ่น และนายธวัช ยวงตระกูล เมื่อตรวจสอบงบการเงิน พบว่าผลประกอบการตลอด 6 ปีที่ผ่านมามีดังนี้

-ปี 2561 มีรายได้รวม 36,915,808.69 บาท กำไรสุทธิ 15,323,028.29 บาท
-ปี 2562 มีรายได้รวม 60,815,894.44 บาท กำไรสุทธิ 31,155,133.00 บาท
-ปี 2563 มีรายได้รวม 54,988,606.30 บาท กำไรสุทธิ 26,936,460.39 บาท
-ปี 2564 มีรายได้รวม 59,608,001.44 บาท กำไรสุทธิ 31,570,541.86 บาท
-ปี 2565 มีรายได้รวม 55,033,712.89 บาท กำไรสุทธิ 23,615,549.80 บาท
-ปี 2566 มีรายได้รวม 51,281,671.04 บาท กำไรสุทธิ 22,773,065.39 บาท

รวม 6 ปีมีรายได้รวม 318,643,694.80 บาท กำไรสุทธิรวม 151,373,778.83 บาท

สำหรับนายสุทธิชัย แซ่หยุ่น ปัจจุบันอายุ 77 ปี เคยเป็นผู้ก่อตั้งและบรรณาธิการอำนวยการสื่อเครือเนชั่น เจ้าของหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น กรุงเทพธุรกิจ คมชัดลึก และสถานีโทรทัศน์เนชั่นทีวี ก่อนยุติบทบาทเมื่อเดือน มี.ค. 2561 หันมาเปิดบริษัทชื่อว่ากาแฟดำ จัดรายการผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และเขียนบทความให้กับหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ โดยใช้นามปากกา ‘กาแฟดำ’ ภายหลังจึงได้มาจัดรายการโทรทัศน์ผ่านสถานีโทรทัศน์ต่าง ๆ เช่น สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที กรมประชาสัมพันธ์ สถานีโทรทัศน์พีพีทีวี สถานีโทรทัศน์เอ็มคอต เอชดี เป็นต้น

‘สาว’ โพสต์คลิปขณะกำลังซื้อ ‘ชาไทย’ รถเข็นแยกอโศก ช็อก!! แก้วละ 100 บาท ด้านชาวเน็ตโอดโดนเหมือนกัน

(14 มิ.ย. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดคลิปไวรัลในโซเชียล ผู้ใช้ติ๊กต็อก @natty.waya โพสต์คลิปวิดีโอขณะซื้อชาไทยแก้วละ 100 บาท กับลุงที่กำลังชงชา ตามรถเข็นขายน้ำ กลางสี่แยกอโศก โดยระบุว่าข้อความว่า…

“ชานมข้างทาง แก้วละ 100 อืมมม #พูดไม่ออก #รสชาติ #เฮ้ยยยยยย #sukumvit #bangkokthailand”

พร้อมถามชาวเน็ตว่า “แก้วละร้อย แยกอโศก ทุกคนว่าไง” จนทำให้มีคนเข้าแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก

โดยส่วนใหญ่ต่างบอกว่า… 

‘เคยไปซื้อเหมือนกัน 100 บาท แบบห๊ะอยู่ 2 รอบ สำคัญคือชาเย็นหวานล้วน TT' เศร้าสุด 60 ยังว่าแพงเลย’

‘ร้านเดียวกันเลยครับ คือเอาจริง ๆ ไม่คิดว่าราคามันจะแพงขนาดนั้น ตอนนั้นคืออยากกินอะไรหวานมาก ๆ พอเจอราคานี้ไปก็แอบอึ้ง แต่ก็ผิดเองที่ไม่ได้ถามราคาก่อน คิดว่าราคาปกติทั่วไป’

‘ค่าเช่าที่แพงอาจจะต่างชาติชงด้วยส่วนนึง’

‘ราคากรี๊ดมาก เคยซื้อแถวแบบเซ็นทรัลชิดลม หลังสวน เพลินจิต แก้วละ 25-30 บาท’

‘ชิกิต้า BABYMONSTER’ สวมกางเกงแมวโคราช โชว์ซอฟต์พาวเวอร์บ้านเกิด อวดแฟนคลับทั่วโลก

(14 มิ.ย. 67) ทำเอาแฟนคลับประทับใจไปตาม ๆ กัน หลังจากที่ไอดอลเกาหลีสัญชาติไทย ‘ชิกิต้า’ หรือ ‘แคนนี่’ น้องเล็กประจำวงเกิร์ลกรุ๊ปตัวตึงเจน 5 อย่าง ‘BABYMONSTER’ สังกัด ‘YG Entertainment’ ที่ล่าสุดในช่องยูทูบของสาว ๆ ได้ปล่อยคลิปวิดีโอ ‘BABYMONSTER - ‘SHEESH’ The LAST MUSIC SHOW BEHIND’ ซึ่งเป็นเบื้องหลังการซ้อมเพอร์ฟอร์แมนซ์เพลง SHEESH นอกจากจะเห็นความตั้งใจในการแสดงของสาว ๆ แล้ว สิ่งหนึ่งที่สะดุดตาแฟน ๆ คือ ‘กางเกงแมว’ ซอฟต์พาวเวอร์ประจำโคราช ที่ชิกิต้าหยิบมาสวมใส่เพื่อซ้อมเต้น 

แม้จะปรากฏในคลิปเพียงไม่กี่นาที แต่ก็สร้างความประทับใจให้กับแฟน ๆ เป็นอย่างมาก เพราะนอกจากเธอจะเป็นคนไทยที่เดบิวต์เป็นศิลปินที่ประเทศเกาหลีแล้ว แต่ยังคงสนับสนุนสินค้าจากประเทศไทย และจากจังหวัดบ้านเกิดของตัวเอง ซึ่งปัจจุบันคลิปวิดีโอดังกล่าวมียอดผู้เข้าชมมากกว่า 1 ล้านวิวเป็นที่เรียบร้อย

โดย CHIQUITA (ชิกิต้า) หรือ แคนนี่ รริชา พรเดชาพิพัฒ สาวน้อยจากโคราช อายุ 15 ปี เธอเป็นสมาชิกสาวไทยที่มีอายุน้อยที่สุดของวง BABYMONSTER โดยเธอเดบิวต์ร่วมกับ ‘แพร ภริตา’ (PHARITA) หนึ่งในสมาชิกสาวไทยของวงเช่นเดียวกัน

ซึ่งชิกิต้าเริ่มต้นการเป็นเด็กฝึกหัดของค่ายตั้งแต่ปี 2021 โดยใช้ระยะเวลาในการฝึกทั้งหมด 1 ปี 9 เดือน อีกทั้งเธอยังเป็นน้องสาวของ ‘คอปเปอร์ เดชาวัต’ หรือ คอปเปอร์ วง BUS อีกด้วย

สำหรับ กางเกงแมวโคราชนั้น ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา โดยการนำแมวสีสวาด หรือ ‘แมวโคราช’ มาพิมพ์ลายแบบโมโนแกรม (Monogram) หรือ KORAT Monogram ซึ่งใช้รูปแมวเป็นแบบพิมพ์บนกางเกง สะท้อนให้เห็นถึงอัตลักษณ์ของเมืองโคราช และความเป็นโคราชอย่างชัดเจน โดยนครราชสีมาเป็นจังหวัดแรกของประเทศที่เริ่มพิมพ์ลายกางเกงประจำจังหวัด พร้อมกันนี้กางเกงลายแมวยังไปโผล่เป็นไอเทมในเกมส์ออนไลน์ชื่อดังอย่าง Free Fire อีกด้วย 

'นายกฯ ผู้ดี' ปลื้ม!! G7 ไฟเขียวใช้ทรัพย์รัสเซีย 50 พันล้านดอลลาร์ 'ตัวเปลี่ยนเกม' ช่วยยูเครนในด้านการทหารและเศรษฐกิจ

(14 มิ.ย. 67) บีบีซีของอังกฤษรายงานว่า ที่ประชุมกลุ่มประเทศ G-7 ที่อิตาลี เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. ได้เห็นชอบสามารถใช้ทรัพย์สินรัสเซียที่โดนแช่แข็งเพื่อช่วยเหลือในการต่อสู้ขัดขวางรัสเซีย

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โจ ไบเดน ที่มีฉากโมเมนต์เดินเหมือนมีท่าทีมึนงงออกไประหว่างการถ่ายภาพหมู่ ก่อนที่นายกรัฐมนตรีหญิงอิตาลี จอร์เจีย เมโลนี อ้างอิงจากเดลีเมลของอังกฤษ จะอาศัยไหวพริบรีบดึงตัวกลับมาร่วมการถ่ายภาพหมู่ที่เห็นปู่ไบเดนดึงแว่นกันแดดคู่ใจขึ้นสวมอย่างอารมณ์ดี นั้นกล่าวยืนยันว่า

เป็นอีกหนึ่งการเตือนใจต่อ “รัสเซีย” ว่า “พวกเราจะไม่ยอมอ่อนข้อให้”

เดลีเมลรายงานว่า การถ่ายภาพหมู่วันพฤหัสบดี (13 มิ.ย.) ของบรรดาผู้นำ G-7 นี้ถูกจัดอย่างยิ่งใหญ่ที่ บอร์โก อิกนาเซีย (Borgo Egnazia) ในบรินดิซี (Brindisi) โดยมีการแสดงการโดดร่มเวหาโดยหน่วยทหารพลร่มอิตาลีที่มีธงชาติสมาชิกปรากฏในการแสดงเป็นที่ประทับใจไปทั่ว และระหว่างที่ผู้นำทุกคนรวมประธานคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปกำลังรวมกลุ่ม และปรบมือแก่ทหารหน่วยพลร่มที่ถึงพื้นต่อหน้า

แต่ทว่าปู่ไบเดน เหมือนเดินออกไปหันหน้าออกไปด้านนอกและชูมือให้กำลังใจแก่ทหาร และนายกรัฐมนตรีอิตาลีในขณะที่ยังคงพูดคุยกับผู้นำคนอื่น ๆ แต่เดินถอยห่างในเวลาเดียวกันเพื่อคว้าตัวไบเดนให้กลับมาร่วมการถ่ายภาพ และผู้นำสหรัฐฯ ได้เริ่มต้นดึงแว่นกันแดดสีดำคู่ใจเพื่อร่วมการถ่ายภาพหมู่ครั้งสำคัญ

บีบีซีชี้ว่า เงินจำนวน 50 พันล้านดอลลาร์เป็นเงินกู้ให้แก่ยูเครนนี้ไม่คาดว่าจะส่งไปได้เร็วก่อนสิ้นปี แต่ถูกมองว่าเป็นเหมือนการแก้ปัญหาในระยะยาวในการสนับสนุนยูเครนด้านการทหาร และเศรษฐกิจ

และภายในการประชุมข้างเคียงของที่ประชุม G-7 นั้น ประธานาธิบดีไบเดนได้พบประธานาธิบดียูเครน โวโลดิมีร์ เซเลนสกี สำหรับการลงนามร่วมกันในข้อตกลงความมั่นคงระยะเวลา 10 ปี

ซึ่งเนื้อหาภายในข้อตกลงระดับทวิภาคีนี้วอชิงตันจะให้ความช่วยเหลือทางการทหารแก่ยูเครน รวมไปถึงการฝึก แต่ข้อตกลงไม่ได้มีเนื้อหาครอบคลุมถึงการส่งกำลังทหารอเมริกันเข้ายูเครน โดยทั้ง 2 ฝ่ายต่างออกมาแสดงความชื่นชมว่า เป็นข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์

บีบีซีรายงานว่า มูลค่าทรัพย์สินรัสเซียที่ถูก G-7 พร้อม EU แช่แข็งมีราว 325 พันล้านดอลลาร์ และเงินก้อนนี้เพิ่มดอกเบี้ยร่วม 3 พันล้านดอลลาร์/ปี

กลุ่ม G-7 ที่เป็นชาติอุตสาหกรรมร่ำรวยของโลก ประกอบไปด้วย แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น อังกฤษ และสหรัฐฯ ซึ่งนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ริชี ซูแน็ก ที่กำลังตกที่นั่งลำบากในการเลือกตั้งล่วงหน้าที่จะมาถึงในวันที่ 4 ก.ค.นี้ ได้ออกมาแสดงความชื่นชมข้อตกลงอนุมัติใช้ทรัพย์สินรัสเซีย 50 พันล้านดอลลาร์เพื่อช่วยยูเครนนี้ว่า “เป็นตัวเปลี่ยนเกม”

‘สุริยะ’ มอบ ‘ทางหลวงชนบท’ พัฒนาถนนเลียบชายฝั่งอ่าวไทย รับนโยบายส่งเสริมท่องเที่ยว 'เมืองรอง' ช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชน

(14 มิ.ย. 67) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมได้เตรียมพร้อมแผนรองรับนักท่องเที่ยวในทุกมิติ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง 55 จังหวัด ตามนโยบายของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมอำนวยความสะดวกด้านการคมนาคมในทุกมิติให้มีความปลอดภัยในระดับสูงสุด เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนประเทศไทย

ซึ่งนายสุริยะ ได้มอบหมายให้กรมทางหลวงชนบท (ทช.) พัฒนาและยกระดับมาตรฐานทางหลวงชนบท สำหรับการสนับสนุนการคมนาคมขนส่งและการท่องเที่ยว ซึ่งปัจจุบัน ได้ดำเนินโครงการก่อสร้างถนนเลียบชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกของอ่าวไทย (Thailand Riviera) ถนนทางหลวงชนบทสายแยก ทล.4002 (กม. ที่ 13+100) - บ้านแหลมสันติ (ตอนที่ 2) อำเภอหลังสวน และละแม จังหวัดชุมพร เสร็จสมบูรณ์พร้อมเปิดให้ประชาชนใช้สัญจรแล้ว โดยจะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเมืองรองอย่างเป็นรูปธรรม ให้ประชาชนสามารถเดินทางสู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เช่น หาดตะวันฉาย หาดละแม ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

นายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย อธิบดีกรมทางหลวงชนบท กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจะช่วยพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพของโครงข่ายถนนเลียบชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกของอ่าวไทยอย่างยั่งยืน ประชาชนได้รับความสะดวกในการเดินทาง โดยมีจุดเริ่มต้น กม. ที่ 19+891 อยู่บนถนนทางหลวงชนบทสาย ชพ.4019 เชื่อมต่อกับ ทล.4002 (ช่วง กม. ที่ 13+100) ด้านขวาทาง ห่างจากปากน้ำหลังสวน 1.5 กิโลเมตร (กม.) ไปสิ้นสุด กม. ที่ 26+644 ห่างจากหาดละแม 1.5 กม. ผ่านมหาวิทยาลัยแม่โจ้ - ชุมพร บริเวณหมู่ที่ 5 บ้านแหลมสันติ ตำบลละแม อำเภอละแม จังหวัดชุมพร รวมระยะทาง 6.753 กม. ก่อสร้างเป็นถนนลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต กว้าง 7 เมตร ไหล่ทางกว้างข้างละ 2.5 เมตร พร้อมติดตั้งระบบไฟฟ้าแสงสว่าง เครื่องหมายจราจร สิ่งอำนวยความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้เส้นทาง ใช้งบประมาณก่อสร้างรวม 105.440 ล้านบาท 

ทั้งนี้ กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้พัฒนาเส้นทางเพื่อสนับสนุนนโยบายและยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว โดยเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงถนนสายรองจากถนนสายหลักเข้าสู่พื้นที่เกษตรกรรม ชุมชน และแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน รวมถึงส่งเสริมเศรษฐกิจในเมืองรอง อำนวยความสะดวกให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางได้อย่างปลอดภัยในทุกเส้นทาง

ร.อ.ศิรส ฉายโอภาส (ซูม) นายทหารหนุ่มเลือดใหม่แห่งกองทัพอากาศ

​“ความมานะพยายามไม่เคยทำให้ใครต้องผิดหวัง” เหมือนนายทหารอากาศหนุ่มผู้นี้ “น้องซูม-ร.อ.ศิรส ฉายโอภาส” วัย 32 ปี ผู้มีความใฝ่ฝันที่อยากจะเป็น “รั้วของชาติ” มาตั้งแต่เด็ก ๆ เพราะมีแรงบันดาลใจจากการศึกษาที่โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย (รุ่นที่ 81) ซึ่งเป็นโรงเรียนชายล้วนและเป็นสถาบันที่ปลูกฝังเรื่องระเบียบวินัยและความเป็นสุภาพบุรุษ อีกทั้งรุ่นพี่และคุณพ่อรุ่นพี่เป็นทหารกันหลายคนด้วย จึงมองว่าการเป็นทหารน่าจะตอบโจทย์กับการที่ผมถูกฝึกแบบสไตล์ทหารแต่ทว่าโอกาสยังมาไม่ถึง หลังจากที่พลาดการสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารแล้ว 

เขาจึงตัดสินใจเบนเข็มสอบเข้ามหาวิทยาลัยโดยสอบติดที่คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา (การวิจัยทางสังคม) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

​น้องซูม เปิดเผยว่า ระหว่างนั้นได้หาประสบการณ์จากการทำงานที่หลากหลาย อาทิ บริษัทเอเยนซี่ และ ธนาคาร จากนั้นได้เข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่คณะบริหารธุรกิจ (การตลาด) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) ช่วงนั้นทางผมและครอบครัวได้ช่วยกันหาข้อมูลว่า มีสอบคัดเลือกเป็นข้าราชการที่ไหนบ้าง ซึ่งเป้าหมายไม่เน้นที่ทหาร แต่เป็นอะไรก็ได้ ขอให้เป็นข้าราชการ เนื่องจากทุกคนมีความคิดเห็นตรงกันว่า เป็นอาชีพมั่นคงและมีสวัสดิการดี สามารถดูแลพ่อแม่และครอบครัวได้ แต่ด้วยความบังเอิญที่การสอบคัดเลือกราชการที่เราเจอคือ กองทัพบก เขาประกาศรับและสอบเลย จึงไม่ทันได้เตรียมตัวดีเท่าที่ควร ก็อกหักตามระเบียบ แต่ก็ทำให้ปลุกจิตวิญญาณการอยากเป็นทหารขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ต่อมากองทัพอากาศเปิดรับสมัคร คราวนี้มีเวลามากขึ้นจึงไปสมัครเรียนที่โรงเรียนกวดวิชาแห่งหนึ่ง สุดท้ายสมหวังดั่งตั้งใจได้เข้าไปทำงานเป็นทหารรับใช้ชาติในสังกัดกรมยุทธศึกษาทหารอากาศ และ กรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ ในตำแหน่งนายทหารสื่อสารมวลชน แผนกสื่อสารมวลชน กองประชาสัมพันธ์ สำนักกิจการพลเรือนและประชาสัมพันธ์ตามลำดับโดยได้ทำงานที่ใจรักเรื่อยมาถึงปัจจุบันก้าวเข้าสู่ปีที่ 7  

​น้องซูม กล่าวว่า จากการทำงานเป็นทหารอากาศนั้น ได้ใช้ความรู้ความวสามารถที่มีอยู่ โดยมีหน้าที่คือ การรวบรวมข้อมูล ตรวจสอบข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับกองทัพอากาศ บุคคลในกองทัพอากาศ หรือที่เห็นควร จัดทำข่าวสาร บทความ คำชี้แจง ดำเนินการประสานงาน ชี้แจงข้อเท็จจริง ให้คำแนะนำ อำนวยความสะดวกสื่อมวลชนร่วมทำข่าวกิจการของกองทัพอากาศ กำกับและดูแล ในกรณีรับส่งบุคคลสำคัญ ณ ท่าอากาศยานทหาร รวมทั้งการจัดอีเว้นท์ออกไปช่วยเหลือประชาชนในด้านต่าง ๆ ซึ่งเราเข้าใจความรู้สึกของเขานะ เพราะตัวเราคิดอยู่เสมอว่า เราเป็นทั้งทหารที่ต้องให้ความช่วยเหลือประชาชน และเป็นทั้งประชาชนที่รู้ว่า มีความคาดหวังอยากให้ทหารช่วยเหลือเรื่องอะไรบ้าง ทำให้การสื่อสารออกไปได้ง่าย เขาเข้าใจทหาร

​“สำหรับความประทับใจในอาชีพทหารคือ เป็นหนึ่งในอาชีพที่มีเกียรติ ประชาชนให้การยอมรับ เพราะทุกครั้งที่มีเรื่องเดือดร้อนอะไร ทหารจะเป็นหน่วยงานและที่พึ่งแรก ๆ ที่เข้าไปถึงและช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที ส่วนในหลักการทำงานนั้น คุณพ่อสุนทร ฉายโอภาส จะสอนลูกอยู่เสมอว่า เวลาได้รับผิดชอบให้ทำงานอะไรไม่มีคำว่าเดี๋ยว ต้องลงมือทำทันที อย่าทำตัวเป็นดินพอกหางหมู ทั้งนี้เราจะได้มีเวลาทำงานมากขึ้นและรู้ว่าปัญหาอุปสรรคมีอะไรบ้าง ข้อดีข้อเสียเป็นอย่างไร แล้วรีบนำมาปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งขึ้นก่อนที่จะส่งหรือนำเสนอผลงาน”

น้องซูมได้พูดถึงเป้าหมายในชีวิตว่า จะมีการวางแผนชีวิตการทำงาน หากเราอายุในช่วงนี้ควรจะทำอะไรเพื่อพัฒนาศักยภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มในตำแหน่งและหน้าที่การงานให้กับตนเอง โดยเฉพาะความรู้ทางด้านกองทัพอากาศ เคยผ่านหลักสูตรการอบรม อาทิ หลักสูตรนายทหารชั้นผู้บังคับหมวด รุ่นที่ 78, หลักสูตรนายทหารประชาสัมพันธ์ รุ่น 37 โรงเรียนกิจการพลเรือน กรมกิจการพลเรือนทหารบก, หลักสูตรพัฒนาการสื่อสารยุคดิจิทัล รุ่นที่ 7 สถาบันการประชาสัมพันธ์ กรมประชาสัมพันธ์ และ หลักสูตรนายทหารกิจการพลเรือนและประชาสัมพันธ์ รุ่นที่ 7 กรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ ทั้งนี้เราต้องเตรียมความตัวและตื่นตัวอยู่ตัวเวลา พร้อมที่จะรับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมายอย่างสุดความสามารถ ตอนนี้ผมสมัครเข้าเรียนโรงเรียนนายทหารชั้นผู้บังคับฝูง (ระดับนายพัน) และเรียนต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงโรงเรียนเสนาธิการทหาร

​“สิ่งอยากจะฝากกับน้อง ๆ ที่สนใจอยากจะเป็นทหารคือ ให้วางแผนและเตรียมความพร้อมไว้เนิ่น ๆ เอาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ๆ อย่าผัดวันประกันพรุ่ง เวลาไม่เคยรอใคร  ให้เลือกโรงเรียนทหารที่อยากจะสอบเข้าซึ่งมีหลายแห่ง อาจมีที่สำรองไว้เผื่อกันพลาด สำหรับมุมมองต่อคนรุ่นใหม่นั้นเก่งกว่าคนรุ่นก่อน ๆเยอะมาก โดยเฉพาะเรื่องเทคโนโลยีและความคิดความอ่านแบบก้าวกระโดด ปรับตัวได้ดี อยากเรียนอยากรู้อะไรในอินเทอร์เน็ตมีให้ค้นหาหมด ผมอยากให้รุ่นใหม่ได้นำความรู้มาใช้อย่างสร้างสรรค์และพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าครับ”
​
จากมุมมองและวิสัยทัศน์ของนายทหารหนุ่มผู้นี้สะท้อนให้เห็น่วา อนาคตไกลเป็นดาวประดับวงการทหารอากาศอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมอย่างแน่นอน!!

‘ญี่ปุ่น’ ออกกฎหมายใหม่ ‘แรงงานต่างชาติอยู่ต่อได้นานขึ้น’ แก้ปัญหา ‘ขาดแคลนแรงงาน’ จากวิกฤต ‘พลเมืองญี่ปุ่นลดลง’

(14 มิ.ย. 67) รัฐสภาญี่ปุ่นได้ออกกฎหมายฉบับปรับปรุงโครงการฝึกหัดชาวต่างชาติที่เต็มไปด้วยข้อขัดแย้งของประเทศ ด้วยระบบใหม่ที่ส่งเสริมให้คนงานจากต่างประเทศอยู่ต่อได้นานขึ้น ในขณะที่ทางการมองหาวิธีแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานร้ายแรงที่เกิดจากวิกฤตทางประชากรของประเทศ

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวยังรวมถึงมาตรการใหม่ที่ก่อให้เกิดข้อโต้แย้งในการเพิกถอนสถานะการพำนักถาวรจากบุคคลที่ไม่ชำระภาษี หรือเบี้ยประกันสังคมจะมีผลใช้บังคับภายใน 3 ปีนับจากการประกาศใช้

ระบบใหม่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าเพื่อส่งเสริมและรักษาผู้มีความสามารถจากต่างประเทศ ทั้งเพื่อช่วยให้คนงานที่ไม่มีประสบการณ์ได้รับทักษะที่จำเป็นในการพัฒนา​เป็นแรงงานมีทักษะในระยะเวลา 3 ปี

กฎหมายแรงงาน​ใหม่จะแทนที่โครงการฝึกอบรมด้านเทคนิคซึ่งเริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 2536 เพื่อพัฒนาทักษะทางเทคนิคของแรงงานต่างชาติจากประเทศกำลังพัฒนา โครงการนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นช่องทางให้ญี่ปุ่นนำเข้าแรงงานราคาถูก

ขณะนี้คนงานจะสามารถเปลี่ยนสถานที่ทำงานของตนภายในอุตสาหกรรมเดียวกันได้ภายใต้เงื่อนไขบางประการ หากพวกเขาได้ทำงานในที่เดียวมานานกว่า 1 ปี และภาษาญี่ปุ่นและความสามารถทางวิชาชีพของพวกเขาตรงตามข้อกำหนดบางประการ

ท่ามกลางเรื่องอื้อฉาวเรื่องค่าจ้างที่ไม่เป็นธรรม ​ชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน และการละเมิดอื่นๆ ข้อจำกัดในการเปลี่ยนนายจ้างส่งผลให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมจำนวนมากภายใต้โครงการที่มีอยู่ลาออกจากที่ทำงาน เฉพาะในปี 2565 เพียงปีเดียว มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมมากกว่า 9,000 คน​ ทิ้งที่ทำงานไป

แรงงานบริษัทเอกชนจะถูกจำกัดการโอนย้ายงาน เพื่อป้องกันนายหน้าที่เอารัดเอาเปรียบคนงาน และองค์กรกำกับดูแลที่รับผู้สมัครจากต่างประเทศจะต้องแต่งตั้งผู้ตรวจสอบภายนอกเพื่อปรับปรุงความรับผิดชอบ

สำหรับโครงการแรงงานมีทักษะซึ่งเปิดตัวในปี 2562 เพื่อจัดหาแรงงานต่างชาตินั้น รัฐบาลญี่ปุ่นได้ขยายขอบเขตของอุตสาหกรรมที่ครอบคลุมโดยวีซ่าแรงงานมีทักษะที่ระบุ หมายเลข 1 และหมายเลข 2

ผู้ถือวีซ่าแรงงานทักษะหมายเลข 1 จะได้รับอนุญาตให้พำนักอยู่ในอุตสาหกรรมต่างๆ ได้นานถึง 5 ปี ผู้ถือสามารถรับวีซ่าหมายเลข 2 ได้ภายใต้เงื่อนไขบางประการ ส่งผลให้เป็นผู้อยู่อาศัยถาวรที่สามารถพาสมาชิกในครอบครัวมายังญี่ปุ่นได้

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองระบุว่า ณ สิ้นปี 2566 ผู้เข้ารับการฝึกอบรมภายใต้โครงการฝึกงานด้านเทคนิคเพิ่มขึ้นร้อยละ 24.5 จากปีที่แล้วเป็นประมาณ 404,000 คน

ข้อมูลของหน่วยงานระบุว่า จำนวนแรงงานต่างชาติที่มีทักษะเพิ่มขึ้นร้อยละ 59.2 เปอร์เซ็นต์ เป็นประมาณ 208,000 คน โดยในจำนวนนี้มีเพียง 37 คนเท่านั้นที่เป็นผู้ถือวีซ่าหมายเลข 2

กฎหมายดังกล่าวผ่านสภาผู้แทนราษฎรเมื่อเดือนที่แล้ว​ และคาดว่าจะเพิ่มจำนวนผู้อยู่อาศัยถาวร การแก้ไขยังได้แนะนำมาตรการที่เข้มงวดขึ้นเพื่อให้รัฐบาลสามารถเพิกถอนสถานะได้

บทบัญญัติดังกล่าวก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์จากสมาชิกสภานิติบัญญัติฝ่ายค้าน โดยบางคนกล่าวว่า ควรพิจารณาแต่ละกรณี เพราะมีผลกระทบสำคัญต่อชีวิตของผู้อยู่อาศัยถาวร

รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ริวจิ โคอิซูมิ พยายามขจัดข้อกังวลในการประชุมสภา เมื่อวันพฤหัสบดี โดยกล่าวว่ามาตรการดังกล่าวจะใช้กับ ‘กรณีที่เป็นอันตราย’ เท่านั้น และผู้ถือส่วนใหญ่จะไม่ได้รับผลกระทบ

ประชากรชาวต่างชาติของญี่ปุ่นแตะระดับสูงสุดใหม่กว่า 3.4 ล้านคนในปี 2566 ในขณะที่จำนวนพลเมืองญี่ปุ่นลดลง 595,000 คนจากปีก่อนหน้าเหลือ 124,352,000 คน ณ วันที่ 1 ต.ค. ซึ่งลดลงเป็นปีที่ 13 ติดต่อกัน

'พงศ์พรหม' ชี้!! สถานการณ์ 'ห้าง-คอมมูนิตี้มอลล์' โซนดัง น่าห่วง 'พื้นที่ปล่อยเช่าไม่ปัง-ร้านค้าเปลี่ยนรายถี่-ยอดจองออฟฟิศหด'

(14 มิ.ย. 67) นายพงศ์พรหม ยามะรัต ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'Pongprom Yamarat' ระบุว่า...

สังเกตว่าปีนี้ไปเดินตามห้าง หรือ Community Mall เห็นสัญญาณไม่ดี 2 อย่าง...

1. Community Mall จะกลาง CBD หรือใกล้หมู่บ้านชานเมือง คนเดินน้อย ร้านปิดเยอะ

2. ร้านค้าในห้างเปลี่ยนผู้เช่าถี่ขึ้น จะเห็นได้ตามห้างจะเป็นไม้อัดตีผนังทาสีสวย ๆ รอเปลี่ยนผู้เช่าอย่างหนาตา

เพื่อนที่ทำอสังหาฯ มาเล่าให้ฟัง 4 เคส...

>> เคสแรกโครงการใหญ่ Developer ระดับประเทศ เปิดแล้วไม่ปังเหมือนเคย เพราะ Demand หด...ผู้เช่าใช้วิธีคือ เจรจาให้ยึดมัดจำ และยอมเสียค่าเช่าล่วงหน้าไปเลย แต่ขอไม่เข้าไปตกแต่ง เพราะบอกว่าเข้าไปแต่งก็ไม่คุ้ม กระแสเงินสดยิ่งขาด

>> อีกเจ้าทำเล Prime มาก แต่เปิดมาแล้วคนเดินน้อย ยอดซื้อแทบไม่มี ก็ใช้วิธียอมเปิดไปก่อน แต่หั่นคน หั่นการให้บริการ เปิดไปทั้ง ๆ ที่ขาดทุน แต่ลดการขาดทุนลง และเดาว่าอาจไม่ไหวภายในปลายปีนี้

>> ร้านกาแฟที่เปิดภายใน 3 ปีที่ผ่านมา เจ๊งไปแล้วกว่า 40% (ใครมีข้อมูลรบกวนแบ่งปันหน่อยครับ)

>> สุดท้ายคือ อาคารสำนักงานให้เช่าที่เปิดใหม่ ๆ ตอนนี้ยอดจองอย่างมากก็ 60% ต้องออกโปรหนัก และซื้อทีมขายในราคาสูงลิ่ว

4 ตัวอย่างนี้ Prime Location หมด

‘บริษัทซาอุฯ-จีน’ จับมือทดสอบ 'แท็กซี่บินได้' เล็งหนุนการสัญจรแก่ ‘ผู้แสวงบุญ’ ใน ‘พิธีฮัจญ์’

(14 มิ.ย.67) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อไม่นานมานี้ บริษัทของซาอุดีอาระเบียและจีนประสบความสำเร็จในการทดสอบแท็กซี่บินได้แบบไม่มีมนุษย์ควบคุมลำแรกในนครเมกกะของซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันพุธ (12 มิ.ย.67) ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ การทดสอบดังกล่าวดำเนินการโดยบริษัท ฟรอนต์ เอนด์ จำกัด (Front End) ของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการบูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูงของหลายภาคส่วน ร่วมกับอี้หาง (EHang) บริษัทแพลตฟอร์มเทคโนโลยีอากาศยานขับเคลื่อนอัตโนมัติชั้นนำของจีน

อนึ่ง การทดสอบนี้มุ่งเพิ่มความเร็ว ประสิทธิภาพ และความยั่งยืนในการเดินทางระหว่างพิธีฮัจญ์ ซึ่งเป็นพิธีแสวงบุญประจำปีของศาสนาอิสลามที่เมกกะ นครอันศักดิ์สิทธิ์ที่สุดสำหรับชาวมุสลิม

ด้าน อับดุลอาซิซ อัล-ดูอาอิเลจ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนซาอุดีอาระเบีย กล่าวว่า การทดสอบนี้เป็นความก้าวหน้าใหญ่ของการบูรณาการวิธีการเดินทางทางอากาศขั้นสูงเข้ากับภูมิทัศน์การบินของซาอุดีอาระเบีย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top