Saturday, 25 July 2026
Hard News Team

ตชด.กัดไม่ปล่อยขบวนการค้ายานรก ยิงสกัดระทึกในวันตำรวจ ตชด.เชียงราย จับ 2 นักค้า ยึดยาบ้า 4,400,000 เม็ด ขนจากเชียงแสน

(18 ต.ค. 68) พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ( ผบช.ตชด.) แถลงตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 3 โดย ร้อย ตชด.327 จ.เชียงราย จับกุมขบวนการขนยาบ้าได้ขณะลำเลียงผ่านพื้นที่ อ.เชียงแสน มุ่งหน้า อเมือง จ.เชียงราย คุมตัวผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้า จำนวนประมาณ 4,400,000 เม็ด โดยมี พล.ต.ต.วรพัฒน์ บุญมา ผบก.ตชด.ภาค 3 เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย และฝ่ายปกครองในพื้นที่ ร่วมแถลง ที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 327 อ.แม่จัน จ.เชียงราย

พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ กล่าวว่า วันที่ 17 ตุลาคม ที่ผ่านมาเป็นวันตำรวจ แต่ตำรวจไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยตนมีข้อสั่งการกำชับให้ตำรวจตระเวนชายแดนปราบปราบยาเสพติดและอาชญากรรมที่ลักลอบทำตามแนวชายแดนแบบเชิงรุก การจับกุมขบวนการนี้สืบเนื่องจากชุดสืบสวน ร้อย ตชด.327 สืบทราบว่ามีขบวนการยาเสพติดจะขนยาบ้าจำนวนมากจาก อ.เชียงแสน มุ่งหน้า อ.เมืองเชียงราย เพื่อส่งต่อไปภาคกลาง พ.ต.อ.รังสิมันต์ สงเคราะห์ธรรม รอง ผอ.ศอ.ปส.บก.ตชด.ภาค 3 จึงนำกำลังชุดปราบปรามยาเสพติดเข้าสนับสนุน โดยขณะที่ ชุดสืบสวน ร้อย ตชด.327 เฝ้าสกัด พบรถกระบะต้องสงสัย เมื่อเรียกให้หยุดตรวจคนร้ายกลับเร่งเครื่องรถหลบหนี ชุดจับกุมจึงใช้อาวุธปืนยิงยางรถเพื่อหยุดการหลบหนี สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ 2 ราย คือนายระ และนายรี เมื่อตรวจค้นรถพบกระสอบบรรจุยาบ้า 24 กระสอบ รวมของกลางประมาณ 4,400,000 เม็ด นำส่ง สภ.บ้านดู่ จ.เชียงราย ดำเนินคดีข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นการกระทำเพื่อการค้าและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ

พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ กล่าวด้วยว่า ตำรวจตระเวนชายแดนเข้มงวดป้องกันและปราบปรามการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากแนวชายแดนภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง เพื่อสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้เข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ และจะขยายผลจับกุมเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป

ปูติน มาเซอร์ไพรส์!! ปรากฏตัว!! งานฉลอง 20 ปี RT โรงละคร Bolshoi Theatre สื่อไทย!! ร่วมทำข่าวใกล้ชิด ผู้นำรัสเซีย ระยะห่างเพียง 6 แถวที่นั่ง

(18 ต.ค. 68) ธันย์ชนก จงยศยิ่ง บรรณาธิการบริหาร TNN Online และผู้ประกาศข่าว TNN World Today ได้โพสต์ข้อความระบุว่า...

Another mission complete!!

ได้พบประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียค่ะ ระยะห่างเพียง 6 แถวที่นั่ง ในโรงละครชื่อดังก้องโลกอย่าง Bolshoi Theatre

งานนี้ RT อุบเงียบมาก แต่บรรยากาศ security งานในก็ไม่ปกติแต่แรก เข้มงวดสุดๆ ถนนรอบๆ เต็มไปด้วยทหาร งานเริ่มหนึ่งทุ่ม แต่เราต้องไปตั้งแต่สี่โมงกว่าสำหรับ security clearance

ตามคำบอกเล่า การก่อตั้ง RT มาจากแนวคิดของปูตินค่ะ ที่ต้องการให้รัสเซียได้เผยแพร่ narrative และมุมมองของรัสเซียออกสู่ชาวโลก...จากวันนั้น จนถึงวันนี้ RT อายุครบ 20 ปี ปูตินเลยมาเปิดงานฉลองเซอร์ไพรส์แขกที่มาจากทั่วโลกซะหน่อย

สำหรับมิก ที่บอกว่า mission complete...นั่นก็เป็นเพราะว่า ตั้งแต่ทำสื่อมา 20 ปี ได้เจอทั้ง ผู้นำ และรัฐมนตรี หลายชาติมหาอำนาจไปแล้ว...ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มิกยังได้เจอใกล้ๆ 3 ครั้ง แต่ปูตินนี่ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้เจอ เพราะเป็นตัวละครลับมากของโลก

วันนี้ได้เจอ ก็คือมึนนิดนึง RT ทำถึงจริงๆ แล้วยังแปลงใจกลางมอสโก เป็นเมืองแห่ง RT แม้กระทั่งหน้าเครมลิน และโรงละคร Bolshoi ยังมีสัญลักษณ์ RT20!!

ในงานนี้ ท่านทูตไทย ยังพามิกกับปุ้ยไปแนะนำกับ Andrey Rudenko รมช. ต่างประเทศของรัสเซียด้วย ท่านบอกว่ามาไทยแล้วหลายครั้ง ท่านทูตไทยบอกกับมิกว่า ปูตินไม่ค่อยออกงานนะ นี่น่าจะพิเศษจริงๆ ถึงมางานนี้ค่ะ

‘เบสท์ คำสิงห์’ เขินแรง!! กลางไลฟ์ ‘เจนนี่ รัชนก’ แซวตรงๆ หน้าแดง!! มีความรัก หรือกินไฟเบอร์ชาชายน์ ทำคนดูฟิน!! จิกหมอน

(18 ต.ค. 68) สำหรับเทศกาลเจนนี่ ที่เป็นปรากฏการณ์เกินต้าน และล่าสุดได้ เบสท์ คำสิงห์ ไลฟ์สด กับ เจนนี่ รัชนก เมื่อคืนนี้ ขนาดหลังเที่ยงคืน เบสท์ ในฐานะ พรีเซนเตอร์ ไฟเบอร์ ชาชายน์ ระหว่างไลฟ์

เบสท์ก็พูดถึง สรรพคุณ ไฟเบอร์ชาชายน์ ว่าช่วยขับถ่าย ระบายท้อง สำหรับ คนกินเยอะ คนถ่ายยาก 

ไม่ปวดบิด ช่วยล้างสารพิษ เพราะมีไซเลี่ยมฮัสก์ เบสท์ ทานประจำ 1ซอง ก่อนนอน ตื่นมาขับถ่าย สบายท้องมาก ผิวพรรณสดใส ไฟเบอร์ ชาชายน์ มีขายตามร้านญี่ปุ่น เช่น ดองกิ,มัทสึคิโยะ,ซูรูฮะ ฯลฯ 

เบสท์ บอกที่บ้านชอบมาก คุณพ่อ คุณแม่ อายุเยอะ ก็ทานเพราะคนแก่จะถ่ายไม่ออก ทานประจำวันละซอง ก่อนนอน  

เจนนี่ ทักว่า ทำไมดูสวย สดใสขึ้น หรือว่า มีความรัก … 

ทันใดนั้น เบสท์ ก็อึ้ง ช็อคไปเเป๊บ 

เมื่อบิ๊กผู้ใหญ่บ้าน ฟินแลนด์ เข้ามาดู และมากดไลก์ จนเจนนี่ รัชนก ต้องบอกเบสท์ ตั้งสติ แล้วเจนนี่ ก็บอกให้เบสท์พูด

• บิ๊กจ๋า……
• กดรึยังจ๊ะ
• ขึ้นคอนเสิร์ตเหนื่อยมั้ย
• ถ้าเหนื่อยก็คิดถึงหน้าเบสท์น้า
• ลงจากเวทีรีบทักมานะ
• รอนะ ยังไม่ได้นอน
• รอบิ๊กลงจากเวทีก่อน

แล้วยิ้มสวย เสียงก็หวาน เขิน กันทั้งLive  ต้องติดตามกันต่อไปว่า น้อง เบสท์ คำสิงห์ จะพา บิ๋ก ผู้ใหญ่ บ้านฟินแลนด์ ไปไลฟ์กับเจนนี่ เมื่อไหร่ สำหรับ ไฟเบอร์ชาชายน์ มี3รสชาติ มะขาม ส้ม แตงโม เหมาะสำหรับคนขับถ่ายยาก หรือ ท้องผูก

‘Wikipedia’ เปิดโปง!! อุตสาหกรรมสแกมข้ามชาติ ในกัมพูชา รายได้สูงถึง 60% ของ GDP เชื่อมโยง ‘เครือข่ายอำนาจ - คอร์รัปชัน’

(18 ต.ค. 68) สารานุกรมออนไลน์ Wikipedia ได้อัปเดตบทความ 'Scam centers in Cambodia' ระบุว่าศูนย์สแกมหรือ “คอมปาวด์หลอกลวงออนไลน์” ในกัมพูชากลายเป็นอุตสาหกรรมอาชญากรรมข้ามชาติขนาดยักษ์ สร้างรายได้ปีละ 12.5 ถึง 19 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นราว 60% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) กัมพูชา

รายงานดังกล่าวอ้างอิงข้อมูลจาก สหประชาชาติ (UN) และ USAID ว่ามีเหยื่อถูกหลอกและบังคับใช้แรงงานในคอมปาวด์ ระหว่าง 100,000 ถึง 150,000 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน และชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ถูกล่อลวงด้วยประกาศรับสมัครงานปลอม ก่อนถูกยึดหนังสือเดินทาง และกักขังให้ทำงานหลอกลวงออนไลน์

บทความยังชี้ว่า “เขตเศรษฐกิจพิเศษสีหนุวิลล์” และพื้นที่สำคัญอื่น เช่น พนมเปญ บาเวต และกำปอต เป็นฐานปฏิบัติการหลักของกลุ่มอาชญากรรมเหล่านี้ ซึ่งมักอาศัยโรงแรม คาสิโน และอาคารสำนักงานเป็นที่ตั้ง โดยมีรายงานว่าบางส่วนได้รับการ “ละเว้นหรือร่วมมือ” จากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น

ส่วน “ประวัติศาสตร์และภูมิหลัง” ของบทความ วิกิพีเดียระบุว่า ปัญหาคอร์รัปชันเชิงระบบในกัมพูชาเริ่มฝังรากลึกตั้งแต่หลังยุคเขมรแดง โดยเฉพาะในสมัย สมเด็จฮุน เซน ที่ครองอำนาจตั้งแต่ปี 1988 และสืบทอดอำนาจทางการเมืองให้บุตรชาย ฮุน มาเนต ในปี 2023

รายงานชี้ว่า ระบอบฮุน เซนได้สร้าง “ระบบรวมศูนย์อำนาจทางเศรษฐกิจ” ซึ่งเปิดทางให้กลุ่มนักธุรกิจและเจ้าหน้าที่ระดับสูงบางส่วนได้รับผลประโยชน์จากอุตสาหกรรมคาสิโน การพนัน และการค้ามนุษย์ โดยมีการเชื่อมโยงกับ แก๊งอาชญากรรมจีน และเครือข่ายไซเบอร์สแกมในภูมิภาค

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เคยออกแถลงการณ์หลายครั้ง กล่าวหาว่าทางการกัมพูชา “รู้เห็นและได้รับผลประโยชน์โดยตรงจากกิจกรรมเหล่านี้” ทั้งในรูปของเงินฟอกขาวจากคาสิโนและการเก็บส่วยจากคอมปาวด์หลอกลวง ซึ่งบางแห่งมีการใช้อาวุธควบคุมแรงงาน บังคับทำงาน และทรมานผู้หลอกลวงไม่สำเร็จ

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า เครือข่ายเหล่านี้ได้รับ “การคุ้มครองโดยไม่เป็นทางการ” จากผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น และนักการเมืองสายรัฐบาล โดยเฉพาะในจังหวัดชายฝั่งและเขตเศรษฐกิจพิเศษที่อยู่ภายใต้การบริหารของตระกูลทางการเมืองรายใหญ่

หลังโควิด-19: อาชญากรรมคาสิโนผันตัวเป็นศูนย์สแกมวิกิพีเดียยังระบุว่า เดิมทีเครือข่ายเหล่านี้มุ่งเน้นธุรกิจการพนันออนไลน์ แต่หลังรัฐบาลฮุน เซนออก กฎหมายห้ามพนันออนไลน์ในปี 2019 และการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้นักท่องเที่ยวจีนหายไปเกือบหมด ส่งผลให้กลุ่มทุนสีเทาเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจมาเป็น “ศูนย์สแกม” อย่างเต็มตัว

จากปี 2021 เป็นต้นมา อดีตโรงแรมและคาสิโนหลายแห่งถูกปรับเป็นสถานที่ควบคุมแรงงานหลอกลวงออนไลน์ มีหลักฐานวิดีโอที่เผยแพร่ในโลกโซเชียล แสดงภาพเหยื่อถูกทุบตีและทรมาน เพื่อบังคับให้ทำงานจน “ชดใช้ทุน”

องค์กร Amnesty International และ Transparency International ต่างระบุว่า กัมพูชายังเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการคอร์รัปชันสูงที่สุดในโลก โดยความพยายามกวาดล้างในปี 2022–2024 ยังไม่สามารถยุติขบวนการเหล่านี้ได้จริง แม้รัฐบาลจะตั้ง “คณะทำงานพิเศษปราบสแกมออนไลน์” เมื่อกลางปี 2025 ก็ตาม

‘กัมพูชา’ ลุยล้างบางขบวนการสแกมเมอร์ข้ามชาติ จับผู้ต้องสงสัย 3,455 ราย ในจำนวน 75 ราย เอี่ยวคดีอุกฉกรรจ์

(17 ต.ค. 68) รัฐบาลกัมพูชาเผยผลปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมไซเบอร์ทั่วประเทศ ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงตุลาคม 2568 โดยสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 3,455 คน จาก 20 สัญชาติ ถือเป็นปฏิบัติการปราบปรามครั้งใหญ่ที่สุดของปี ภายใต้การนำของคณะกรรมาธิการแห่งชาติเพื่อปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์

เจ้าหน้าที่บุกตรวจค้น 92 จุดใน 18 จังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงกรุงพนมเปญ พบผู้ต้องสงสัยจำนวนมากเชื่อมโยงกับขบวนการหลอกลวงออนไลน์ ค้ามนุษย์ และฆาตกรรม โดยหลักฐานที่ยึดได้มีทั้งโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ หนังสือเดินทาง และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นับพันชิ้น ซึ่งจะถูกส่งต่อให้หน่วยงานร่วมสืบสวนข้ามประเทศตรวจสอบเพิ่มเติม

จากการสอบสวน มี 10 คดีใหญ่ถูกส่งขึ้นศาลในกรุงพนมเปญ กันดาล พระสีหนุ และกำปอต รวมผู้ต้องหาหลัก 75 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้หญิง 5 คน ขณะที่รัฐบาลได้ส่งตัวคนต่างชาติกลับประเทศแล้วกว่า 2,800 คน และช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์หลายรายออกจากเครือข่ายอาชญากรรมดังกล่าว

กัมพูชาเน้นย้ำว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ “แคมเปญระดับชาติปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์” ซึ่งนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต เปิดตัวเมื่อกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมสั่งให้เจ้าหน้าที่ทุกระดับรับผิดชอบอย่างเข้มงวด หากละเลยหรือไม่ร่วมมืออาจถูกปลดจากตำแหน่ง โดยรัฐบาลยืนยันว่าประเทศตน “เป็นทั้งผู้บังคับใช้กฎหมาย และในหลายกรณี ก็เป็นเหยื่อของอาชญากรรมไซเบอร์เช่นกัน”

‘ปฐม อินทโรดม’ โชว์ 'ปริญญาบัตรธรรมศาสตร์' ใบเก่า บอกเล่าความภาคภูมิใจ 'เกียรติและความดี' ที่ส่งต่อรุ่นต่อรุ่น

(17 ต.ค. 68) นายปฐม อินทโรดม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) และกรรมการสภาดิจิทัล (DCT) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ช่วงนี้เห็นหลายเพจแชร์ภาพ 'ปริญญาบัตรธรรมศาสตร์' ใบเก่าใบนี้กันเยอะมาก และมีหลายคนส่งมาถามผมว่าใช่ของครอบครัวผมหรือเปล่า

ขอยืนยันตรงนี้เลยครับว่า “ใช่ครับ” นี่คือปริญญาบัตรของคุณพ่อผมเอง ซึ่งสิ่งที่ทำให้หลายคนสนใจ ก็เพราะปริญญาบัตรของธรรมศาสตร์ในยุคก่อนจะระบุชื่อ “บิดา” ไว้ด้วย

อ่านแล้วอบอุ่นใจมาก เพราะในใบนี้มีทั้งชื่อคุณพ่อ (นายสมมาท อินทโรดม) และชื่อคุณปู่ (คุณพระอินทโรดม) อยู่คู่กัน

เป็นความภาคภูมิใจของลูกหลานครับ เพราะทั้งคุณปู่และคุณพ่อล้วนเป็นข้าราชการที่ทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และเป็นแบบอย่างของคนทำงานเพื่อบ้านเมืองที่แท้จริง

สิ่งที่ลูกหลานอย่างผมภูมิใจไม่ใช่เพียงปริญญาบัตรใบนี้ แต่คือ “เกียรติและความดี” ที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นอย่างเงียบ ๆ แต่มั่นคงเสมอครับ

‘จีน’ ยันคุมส่งออก ‘แร่หายาก’ อย่างมีระบบ ปรับเกณฑ์ให้โปร่งใส-เอื้อต่อการค้าถูกกฎหมาย

เมื่อวันที่ (16 ต.ค. 68) กระทรวงพาณิชย์จีน ประกาศว่า รัฐบาลจะเดินหน้าปรับปรุงระบบควบคุมการส่งออก 'แร่หายาก' ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยจะลดขั้นตอนการอนุมัติและเวลาตรวจสอบ พร้อมพิจารณามาตรการอำนวยความสะดวกทางการค้า เพื่อให้การส่งออกที่ถูกกฎหมายดำเนินได้อย่างราบรื่น

เหอ หย่งเฉียน (He Yongqian) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ ย้ำว่ามาตรการดังกล่าวเป็นการดำเนินการตามกฎหมายและไม่มุ่งเป้าต่อประเทศใดเป็นพิเศษ ทั้งยังระบุว่า คำขอส่งออกที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการพลเรือนจะได้รับอนุมัติทั้งหมด โดยเป้าหมายหลักคือป้องกันไม่ให้แร่หายากถูกนำไปใช้ผลิตอาวุธหรือเทคโนโลยีที่เป็นภัยต่อความมั่นคงระหว่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม ในอีกด้านจีนแสดงความไม่พอใจต่อสหรัฐฯ ที่ออกมาตรการเพิ่ม 'ค่าธรรมเนียมท่าเรือ' ต่อเรือสินค้าจีน และขยาย 'เอนทิตีลิสต์' หรือ บัญชีรายชื่อบริษัทและองค์กรที่รัฐบาลสหรัฐฯ มองว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ซึ่งส่งผลให้บริษัทเหล่านี้ถูกจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีและสินค้าของสหรัฐฯ เช่น ชิปหรือซอฟต์แวร์ขั้นสูง

ทั้งนี้ จีนเตือนว่าสหรัฐฯ ควร “หยุดสร้างความวุ่นวาย” หลังเพิ่งเปิดการเจรจาการค้าในกรุงมาดริด แต่กลับออกมาตรการเล่นงานจีนกว่า 20 ฉบับในเวลาไม่ถึงเดือน พร้อมเรียกร้องให้วอชิงตันกลับมาหารืออย่างเท่าเทียมและเคารพซึ่งกันและกัน เพื่อรักษาบรรยากาศความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ

รู้หรือไม่? 'อังคณา นีละโพจิตร' เคยได้รางวัล 'แมกไซไซ'

รางวัลรามอน แมกไซไซ หรือ รางวัลแมกไซไซ (Ramon Magsaysay Award) ก่อตั้งขึ้น เมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. 1957 โดยคณะกรรมการของกองทุนร็อกกี้เฟลเลอร์ บราเธอร์ส (Rockefeller Brothers Fund) ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาโดยการสนับสนุนของรัฐบาลฟิลิปปินส์ รางวัลแมกไซไซนั้น ถือเสมือนหนึ่งรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพของเอเชีย

ตลอดระยะเวลาเกือบ 7 ทศวรรษที่ผ่าน มีคนไทยและองค์กรในไทยได้รับรางวัลนี้มาแล้วถึง 25 ครั้ง และหนึ่งในนั้นมี ‘อังคณา นีละไพจิตร’ นักสิทธิมนุษยชนคนดัง เคยได้รับรางวัลดังกล่าวด้วยเช่นกัน

‘ทรัมป์’ ขอเวลาคิดก่อนตัดสินใจ ‘คว่ำบาตรรัสเซีย’ เหตุกำลังเตรียมพบ ‘ปูติน’ หวังยุติสงครามยูเครน

(17 ต.ค. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันที่ 16 ตุลาคมว่า ขณะนี้อาจไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมในการออกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่มเติม โดยให้เหตุผลว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจกระทบต่อความพยายามทางการทูตที่เขากำลังดำเนินอยู่ เพื่อเปิดทางสู่การเจรจาสันติภาพกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน

ทรัมป์ระบุว่า ตน “ไม่ได้คัดค้าน” มาตรการคว่ำบาตร แต่ขอให้รอช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยจะหารือกับสภาคองเกรสก่อนตัดสินใจอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ เขาย้ำว่ากำลังเตรียมจัดการพบปะกับปูตินที่ประเทศฮังการีภายในสองสัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งเขาเชื่อว่าจะเป็นก้าวสำคัญในการยุติสงครามยูเครน

ขณะเดียวกัน วุฒิสภาสหรัฐฯ กำลังรอการอนุมัติจากทรัมป์ในร่างกฎหมายใหม่ ที่เสนอให้เก็บภาษีในอัตราสูงกับประเทศที่ยังคงนำเข้าพลังงานและสินค้าอื่นจากรัสเซีย เพื่อสร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อมอสโก แต่แหล่งข่าวเผยว่า พรรครีพับลิกันยังไม่ผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้

อย่างไรก็ตาม รายงานจากแหล่งข่าวในวอชิงตันระบุว่า ทีมงานของทรัมป์เริ่มศึกษารายละเอียดของร่างกฎหมายดังกล่าวแล้ว และมีการเสนอแก้ไขเชิงเทคนิคบางส่วน ซึ่งสะท้อนว่าฝ่ายบริหารอาจยังไม่ปิดโอกาสในการใช้มาตรการคว่ำบาตรในอนาคต เพียงแต่ต้องรอ “จังหวะทางการเมือง” ที่เหมาะสมก่อนเท่านั้น

‘เพชรดำฟู้ดส์’ มอบเงินครึ่งล้านช่วย ‘โรงพยาบาลน่าน’ เดินหน้าภารกิจฟื้นฟูหลังวิกฤตน้ำท่วมใหญ่

(17 ต.ค. 68) บริษัท เพชรดำฟู้ดส์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย น้ำปลาร้าปรุงสุกตราแม่บุญล้ำเจ้าเก่า ผลิตภัณฑ์ปลาร้าชั้นนำของไทย ได้ส่งมอบเงินจำนวน 500,000บาท เพื่อช่วยฟื้นฟูหลังน้ำท่วม ตามโครงการแม่บุญล้ำปันสุข ให้แกโรงพยาบาลน่าน โดยมีท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาล ผอ.นพ.วสันต์ แก้ววีและคณะผู้บริหารรับมอบ

โรงพยาบาลน่าน ประสบภัยน้ำท่วม ทำให้อุปกรณ์การแพทย์เสียหายกว่าร้อยล้านบาท เมื่อช่วงน้ำท่วมใหญ่จังหวัดน่านที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อการรักษาพยาบาลประชาชน ดังกล่าว

แม่บุญล้ำขอเป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านในการเร่งฟื้นฟูดังกล่าว เพื่อผ่านวิกฤติไปด้วยกัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top