Saturday, 25 July 2026
Hard News Team

จากลูกหม้อ สู่ผู้นำกระทรวง!! ‘วุฒิไกร ลีวีระพันธุ์’ ปลัดพาณิชย์ฯ สายดิจิทัล ข้าราชการยุคใหม่ ผู้นำการเปลี่ยนผ่านสู่อนาคต บริหารระบบ วางรากฐานเศรษฐกิจโปร่งใส ยกระดับการค้าไทย ให้ก้าวไกลทันโลก

(19 ต.ค. 68) เมื่อพูดถึงชื่อ ‘วุฒิไกร ลีวีระพันธุ์’ หลายคนอาจนึกถึงข้าราชการรุ่นใหญ่ผู้มีบุคลิกสุขุม มั่นคง และมีวิสัยทัศน์ล้ำยุค ปัจจุบันเขาคือ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเมื่อพฤษภาคม 2567 และเป็นหนึ่งในผู้นำข้าราชการที่ขับเคลื่อนกลไกเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ ผ่านมุมมองที่ไม่ใช่แค่ “การค้า” แต่ครอบคลุมถึง ระบบข้อมูล การกำกับดูแล และการพัฒนาอย่างยั่งยืน

เด็กกระทรวงที่เติบโตจากภายใน!!
‘วุฒิไกร’ไม่ใช่คนนอกที่เข้ามาควบคุมระบบราชการ แต่คือ “ลูกหม้อ” ที่เติบโตจากกองเล็ก ๆ ภายในกระทรวงพาณิชย์ ผ่านประสบการณ์ครบรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็น ผู้อำนวยการกองพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์, ผู้ตรวจราชการ, อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า, และกรมทรัพย์สินทางปัญญา จนได้รับความไว้วางใจให้ขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของฝ่ายข้าราชการประจำในกระทรวง

สไตล์การทำงานเป็น ‘ผู้ลงมือ’ ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง!!
เส้นทางกว่า 30 ปีในระบบราชการทำให้วุฒิไกรขึ้นชื่อว่าเป็น “นักบริหารระบบ” ที่ ใช้ข้อมูลจริง ขับเคลื่อนจริง และฟังความเห็นจริง เขาไม่ใช่แค่ผู้วางนโยบาย แต่ยังเป็นผู้ลงมือขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง โดยยึดหลัก ‘ความร่วมมือ–ความโปร่งใส–ความยั่งยืน’ เป็นหัวใจหลักของทุกนโยบาย

บุคคลต้นแบบของข้าราชการไทยยุคใหม่
‘วุฒิไกร’ คือภาพสะท้อนของข้าราชการที่ ‘ผสมผสานความรู้ดั้งเดิมกับความเข้าใจในโลกใหม่’ ได้อย่างลงตัว มีความเป็นผู้นำ มีวุฒิภาวะ และเข้าใจบริบทของเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ

ไม่ใช่แค่ ‘ปลัดกระทรวงพาณิชย์’ แต่คือผู้ขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ใหม่ของราชการไทย ที่กล้าปรับระบบเพื่อให้ประเทศเดินหน้าอย่างมั่นคงและทันโลก

ผลงานเชิงประจักษ์: ปรับระบบ ปรับประเทศ
• ทรัพย์สินทางปัญญาเร็วขึ้น มีคุณภาพมากขึ้น
สมัยเป็นอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา วุฒิไกรผลักดันมาตรการ Fast-Track ให้การจดและต่ออายุเครื่องหมายการค้าทำได้เร็วและโปร่งใส ถือเป็นจุดเปลี่ยนของระบบ IP ไทยที่เคยล่าช้า
• ยกระดับดิจิทัลในภาคธุรกิจ
ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เขาผลักดัน DBD e-Registration, e-Filing, และพัฒนาระบบข้อมูลกลาง DBD DataWarehouse+ ทำให้การจัดตั้งบริษัท–ส่งงบ–แก้ไขข้อมูล ทำได้ผ่านดิจิทัลเต็มรูปแบบ
• บูรณาการกำกับดูแลเศรษฐกิจการเงิน
ในบทบาทกรรมการ ก.ล.ต. และ คปภ. โดยตำแหน่ง เขาคือหนึ่งในผู้เชื่อมโยงนโยบายการค้ากับระบบกำกับดูแลตลาดทุน–ประกันภัยอย่างเป็นระบบ
• ขับเคลื่อนธรรมาภิบาลในองค์กรใหญ่
ปัจจุบัน วุฒิไกรเป็นกรรมการอิสระของ ปตท. และเป็นประธานคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีและความยั่งยืน (CG&S) อีกด้วย ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นต่อบทบาทของเขาในมิติธรรมาภิบาลระดับชาติ

หากคุณกำลังมองหา ข้าราชการมืออาชีพที่เข้าใจทั้งระบบราชการ และความเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ

นี่คือคำตอบ!! ‘วุฒิไกร ลีวีระพันธุ์’ คือหนึ่งในบุคคลต้นแบบที่ควรจับตาอย่างยิ่งในตอนนี้

บุกผับดังราชปรารภ! ป.ป.ส.ล้างบาง “ปาร์ตี้โคเคน–แก๊สหัวเราะ” รวบนักค้าชาวไนจีเรียคาร้าน คนตรวจฉี่ม่วง 22 ราย

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 18 ตุลาคม 2568 พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. นำทีม “หน่วยอินทรีย์ 19-69” พร้อมเจ้าหน้าที่กว่า 100 นาย สนธิกำลังทหาร–ตำรวจ บุกตรวจค้นสถานบันเทิงชื่อดังย่านราชปรารภ หลังได้รับร้องเรียนผ่านสายด่วน 1386 ว่าเปิดเกินเวลาและเป็นแหล่งจำหน่ายยาเสพติดให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ

ภายในร้านพบกลุ่มนักเที่ยวไทย–ต่างชาติจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตรวจค้นทั่วพื้นที่ พบของกลางยาเสพติดทั้ง “โคเคน–ไอซ์–ลูกโป่งแก๊สหัวเราะ” กระจายตามโต๊ะและในห้องน้ำชาย รวมถึงถุงซิปล็อกใช้แล้วจำนวนมาก 
ตรวจปัสสาวะผู้ต้องสงสัยกว่า 100 ราย พบผลการตรวจปัสสาวะเป็นบวกจำนวน 23 ราย แบ่งเป็นคนไทย 12 คน และชาวต่างชาติ 11 คน

จากการสืบสวนล่วงหน้ากว่า 2 เดือน ป.ป.ส. พบเครือข่ายแก๊งชาวไนจีเรียและหญิงไทยคู่หนึ่ง ลักลอบจำหน่ายโคเคนให้ลูกค้าภายในร้าน จึงรวบรวมหลักฐานขอหมายจับ กระทั่งจับกุมนักค้าชาวไนจีเรียพร้อมของกลางโคเคน 12 กรัม และพนักงานร้านอีก 2 รายพร้อมไอซ์ 2 ถุง และโคเคนอีก 1 ถุง

พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า เราจะไม่ยอมให้แก๊งต่างชาติหรือผู้มีอิทธิพลเหนือกฎหมายไทย และจะไม่ปล่อยให้ประเทศไทยถูกมองว่าเป็นแหล่งมั่วสุมยาเสพติดของนักท่องเที่ยวอีกต่อไป พร้อมฝากเตือนผู้ประกอบการสถานบันเทิงให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาภาพลักษณ์ประเทศ

จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้เสพทั้งหมดส่งเข้ารับการบำบัด ส่วนผู้ต้องหาชาวไนจีเรียดำเนินคดีข้อหา ครอบครองและจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 และ 2 เพื่อการค้า ที่ สน.ดินแดง ก่อนประสาน ตม. ผลักดันออกนอกประเทศ ขณะเดียวกันสำนักงานเขตราชเทวีได้แจ้งผู้จัดการร้านดำเนินคดีฐาน “เปิดเกินเวลา–แสดงดนตรีโดยไม่ได้รับอนุญาต–เป็นแหล่งมั่วสุม”

ปฏิบัติการครั้งนี้ ป.ป.ส. ปักหมุดตัดวงจร “ยา–ปาร์ตี้–ต่างชาติ” กลางกรุง ยืนยันไม่ปล่อยให้ผับดังกลายเป็นแหล่งมั่วสุมข้ามชาติ พร้อมเดินหน้าสะสางต้นตอเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่เศรษฐกิจ และแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศต่อไป 

ผู้บริหารวิสัยทัศน์ไกล!! ‘อัฐ ทองแตง’ ผู้นำแห่งนวัตกรรมสุขภาพ และศิลปะ ได้รับ!! ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จาก มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

ขอแสดงความยินดีกับบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ประจำปีการศึกษา 2566 ‘คุณอัฐ ทองแตง’ ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาทัศนศิลป์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

คุณอัฐ ทองแตง ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่ง กรรมการ / ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่ม 5 บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) 
เป็น ประธานคณะผู้บริหาร เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล 
สำเร็จการศึกษาสาขาบริหารธุรกิจ (การเงิน) จาก San Francisco State University ประเทศสหรัฐอเมริกา หลักสูตรสำหรับผู้บริหารขั้นสูงหลายหลักสูตร เช่น Executive Program for Senior Management (EXPSM), Advanced Executive Program (AEP) ที่ Kellogg school of Management, Northwestern University, IL, USA 

ด้านกิจกรรมสังคมดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการ มูลนิธิหนึ่งน้ำใจ (One Love) และมีส่วนร่วมในการจัดนิทรรศการศิลปะเพื่อระดมทุนเพื่อช่วยเหลือโรงเรียนที่ประสบภัยน้ำท่วม 

คุณอัฐ ทองแตง เป็นผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล สร้างนวัตกรรมและสื่อดิจิทัลหลายรูปแบบ พัฒนาช่องยูทูบ PHYMON Doctor of Monster ออกแบบคาแรคเตอร์การ์ตูนเป็นสื่อการเรียนรู้สุขภาพสำหรับเด็ก ผลักดันให้เป็นตัวแทน Health Ambassador และเป็น Soft Power ของคนไทย ให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล ริเริ่มการจัดงานนิทรรศการผลงานศิลปะ One Love Art Exhibition เพื่อส่งเสริมให้ผู้คนได้มีส่วนร่วมกับงานศิลปะ และเปิดโอกาสให้ศิลปินได้แสดงผลงาน ยกระดับงานศิลปะให้เป็นที่ยอมรับ จัดตั้งมูลนิธิหนึ่งนํ้าใจ (One Love Foundation)เพื่อสนับสนุนด้านการศึกษาแก่เยาวชน พร้อมนำหน่วยแพทย์ลงพื้นที่เพื่อตรวจสุขภาพในถิ่นทุรกันดาร ทำประโยชน์เพื่อสังคมอย่างกว้างขวาง ผลงานเป็นที่ประจักษ์ ควรแก่การยกย่องเป็นอย่างยิ่ง สภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา นั้นจึงเห็นสมควรให้ได้รับพระราชทานปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาทัศนศิลป์และการออกแบบ

“ปากลัดโมเดล” จุดประกาย! พหุวัฒนธรรมอยู่ร่วมอย่างสันติ – สสสส.15 สถาบันพระปกเกล้า ผนึกทุกภาคส่วนสร้างชุมชนต้นแบบแห่งสังคมยั่งยืน

สมุทรปราการ-วันที่ 18 ตุลาคม 2568 ที่โรงเรียนวัดทรงธรรม ตำบลปากลัด อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ จัดพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ “การเรียนรู้และความเข้าใจในความหลากหลายทางวัฒนธรรมของชุมชนปากลัด” ภายใต้โครงการ “การเสริมสร้างสังคมสันติสุขในการอยู่ร่วมกันบนความหลากหลายทางวัฒนธรรม” โดยมีนางอารีรัตน์ สุนทรเสนาะ วัฒนธรรมจังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธานในพิธี

ความร่วมมือนี้เกิดจากการบูรณาการของหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ศาสนา การศึกษา และภาคประชาสังคม อาทิ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสมุทรปราการ ภาคประชาคมปากลัด วัดดวงหทัยนิรมลของแม่พระ โรงเรียนอำนวยวิทย์ โรงเรียนเซนต์แมรี่ โรงเรียนสามัคคีธรรมอิสลาม และศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชชุมชนมุสลิม–มลายู ดำเนินงานโดยนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการเสริมสร้างสังคมสันติสุข (สสสส.) รุ่นที่ 15 กลุ่ม TRUST สถาบันพระปกเกล้า

ภายในงานมี ดร.ถวิลวดี บุรีกุล อดีตรองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า, นายวีรภัคร คันธะ (ส.ส.เดียร์ พระประแดง), อาจารย์โชติมา ยะกาศคะนอง ประธานภาคประชาคมปากลัด และ นายสมชาย จรรยา อุปนายกสมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมเป็นสักขีพยาน พร้อมกิจกรรมการแสดงพหุวัฒนธรรม การเสวนาระหว่างวัย และพิธีมอบรางวัล “สื่อศิลปะวัฒนธรรมปากลัด” บนแพลตฟอร์ม TikTok

ตัวแทนนักศึกษาหลักสูตร สสสส. กลุ่ม TRUST กล่าวว่า โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความเข้าใจและการยอมรับความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ศาสนา และวัฒนธรรมของชุมชนปากลัด ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความโดดเด่นทางวัฒนธรรม ทั้งไทย มอญ มุสลิม และจีน โดยร่วมกันอนุรักษ์และสืบสานศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตดั้งเดิม พร้อมพัฒนาพื้นที่ให้เป็น “ศูนย์การเรียนรู้พหุวัฒนธรรม” ที่คนทุกกลุ่มสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้และทำกิจกรรมร่วมกันอย่างสร้างสรรค์

นอกจากนี้ ยังเน้นการเสริมบทบาทผู้นำชุมชนและเยาวชนให้เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนแนวคิดพหุวัฒนธรรมสู่วิถีการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน โรงเรียน และประชาชน เพื่อพัฒนาชุมชนบนพื้นฐานของความเข้าใจในอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมร่วมกัน

“ปากลัดโมเดล” จึงถูกยกให้เป็นต้นแบบของพื้นที่พหุวัฒนธรรมที่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขและเข้มแข็ง สะท้อนพลังของความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ศาสนา และวัฒนธรรมที่อยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน ความแตกต่างกลายเป็น “ทุนทางสังคม” ที่หล่อเลี้ยงความสามัคคี และเป็นรากฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืน

พิธีลงนามครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการขับเคลื่อนแนวทาง “Multicultural Development” หรือ “การพัฒนาชุมชนบนฐานพหุวัฒนธรรม” เพื่อให้ชุมชนปากลัดก้าวขึ้นเป็นพื้นที่ต้นแบบของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และเป็นแรงบันดาลใจให้กับชุมชนทั่วประเทศในการสร้างสังคมไทยที่สงบสุข เข้มแข็ง และงดงามด้วยความหลากหลายอย่างแท้จริง

ธรรมะประจำวันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม 2568

ในโลกนี้
มีทั้งสิ่งที่ชอบใจและไม่ชอบใจ
เราจะเป็นทุกข์ เพราะสิ่งที่เรารัก
และหวงแหนมากทั้งนั้น
สิ่งเหล่านี้ ทุกคนต้องเจอ
นี่คือแก่นแท้

หลวงปู่แบน ธนากโร

ถึงเวลาเลิกเมาท์!! ซุบซิบนินทา เพื่อนร่วมงาน มีสิทธิ์ติดคุก!! กฎหมาย ฟาดแรง!! เอาผิด ‘หมิ่นประมาท’ โทษสูงสุด จำคุก 1 ปี ปรับ 20,000 บาท ถ้า Mindset ของคุณดี คุณก็จะไม่ซุบซิบนินทาคนอื่น

(18 ต.ค. 68) TiKTok ช่อง mighty.channel ได้โพสต์คลิป โดยมีใจความว่า ...

ใครที่ชอบซุบซิบนินทาเพื่อนร่วมงาน หรือว่าเจ้านาย เลิกพฤติกรรมนี้ได้แล้ว เพราะตอนนี้มีกฎหมายใหม่ออกมาแล้ว โทษสูงสุดปรับ 20,000 บาท แล้วจำคุก 1 ปี เพราะว่าเข้าข่ายหมิ่นประมาท

จบแล้ว!! สำหรับสายออฟฟิศที่ชอบเม้าท์มอยเพื่อน ชอบซุบซิบนินทา ถ้าเขาจับได้เขาฟ้องคุณ คุณจะต้องโดนปรับ และอาจจะต้องติดคุกด้วย

ใครที่ยังมี mindset ในการชอบซุบซิบนินทา ด่าคนนู้นคนนี้ เม้าท์มอยเจ้านาย โดยที่ไม่มีมูลแล้วก็ปั้นน้ำเป็นตัว ถึงกาลอวสานแล้ว!!

แชร์ ข่าวนี้ให้กับคนที่ชอบ ซุบซิบนินทา

ถ้า mindset ของคุณดี คุณก็จะไม่ซุบซิบนินทาคนอื่น!!

ตัวเองก็ควรจะสนใจในเรื่องของตัวเอง
ส่วนเรื่องของชาวบ้านก็ควรจะลดให้น้อยลง

แคนดิเดต ‘นายกรัฐมนตรี’ ศึกเลือกตั้ง 2569

(18 ต.ค. 68) แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ศึกเลือกตั้ง 2569 ใครจะนำประเทศไทย ฝ่าความเปราะบาง??

หลังจากสมรภูมิการเมืองปี 2566 ได้เปลี่ยนสมการอำนาจอย่างชัดเจน และทำให้เห็นว่าการเมืองไทยเข้าสู่ยุคของ ‘พันธมิตรเกินความคาดเดา’ อีกครั้ง

การเลือกตั้งใหญ่ปี 2569 จึงถูกจับตามองอย่างหนัก ในฐานะสนามชี้!! อนาคตของประเทศในทศวรรษหน้า

แม้จะยังไม่มีการประกาศวันเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ แต่หลายพรรคการเมืองเริ่มขยับแผน พร้อมส่งสัญญาณชัดเจนผ่าน ‘แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี’ ของแต่ละพรรค ว่าใครคือผู้นำที่จะเป็นหน้าเป็นตา และดึงคะแนนนิยมเข้าสู่พรรคให้ได้มากที่สุดในสนามใหญ่ครั้งนี้

การเลือกตั้งปี 2569 จะไม่ใช่แค่การเลือกพรรคอีกต่อไป แต่คือการเลือก ‘ผู้นำประเทศ’ ในยุคที่เศรษฐกิจเปราะบาง การเมืองแบ่งขั้ว และภูมิรัฐศาสตร์ โลกผันผวนรุนแรง

แคนดิเดตนายกฯ แต่ละคนไม่เพียงแต่ต้องมีภาพลักษณ์ที่ดี นโยบายต้องโดนใจ และต้องพร้อมเจรจา ประสานผลประโยชน์ รักษาเสถียรภาพให้ได้หลังการเลือกตั้ง

ใครจะได้นั่งเก้าอี้ ‘นายกรัฐมนตรี’ คนต่อไป ก็ยังไม่มีใครรู้

แต่การต่อสู้ ในศึกเลือกตั้ง ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!!

‘ตำรวจโตเกียว’ ออกหมายจับ!! 2 ผู้ต้องหาใหญ่ คดีคอลเซ็นเตอร์ หลอกลวงข้ามชาติ เสียหายกว่า 5,000 ล้านเยน เชื่อมโยง ‘แก๊งจีน-ยากูซ่า’ ตั้งฐานปฏิบัติการในกัมพูชา

(18 ต.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า …

ตำรวจกรุงโตเกียวได้ออกหมายจับเพิ่มเติมต่อผู้ต้องหา 2 ราย ซึ่งหนึ่งในนั้นเชื่อว่าเป็นหัวหน้าแก๊งที่ก่อคดีหลอกลวงทางโทรศัพท์ (คอลเซ็นเตอร์) ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

สำนักงานตำรวจนครบาลโตเกียวสงสัยว่ากลุ่มนี้อยู่เบื้องหลังคดีหลอกลวงทางโทรศัพท์อย่างน้อย 500 คดี ภายในระยะเวลาเพียงครึ่งปีจนถึงเดือนมกราคมที่ผ่านมา สร้างความเสียหายรวมราว 5,000 ล้านเยน (ประมาณ 33 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

หนึ่งในผู้ต้องหาคือ เฉียน หลิง (Qian Ling) ชาวจีน อายุ 38 ปี ซึ่งเชื่อว่าเป็นหัวหน้าแก๊งและมีความเชื่อมโยงกับองค์กรอาชญากรรมของจีน ตำรวจเชื่อว่าองค์กรอาชญากรรมของจีนและกลุ่มแก๊ง สุมิโยชิไก (Sumiyoshi-kai) ซึ่งเป็นกลุ่มยากูซ่าของญี่ปุ่น ได้ร่วมมือกับกลุ่มของเฉียนในการก่อคดีหลอกลวงดังกล่าว

ผู้ต้องหาอีกคนคือ โชเฮ มิยะได (Shohei Miyadai) ชาวญี่ปุ่น อายุ 31 ปี ซึ่งมีหน้าที่ดูแลผู้ที่ลงมือก่อเหตุหลอกลวง

จากข้อมูลการสอบสวน ระบุว่า เฉียนและพวกได้ตั้งฐานปฏิบัติการในประเทศกัมพูชา โดยใช้เงินที่ระดมทุนจากนักลงทุน เริ่มดำเนินการตั้งแต่ราวปี 2023 และนำเงินที่ได้จากการหลอกลวงมาจ่ายให้กับผู้ก่อเหตุและนักลงทุนประมาณ 30 คน

นอกจากนี้ ตำรวจยังได้จับกุม ลู่ ลู่ (Lu Lu) ชาวจีน อายุ 36 ปี ซึ่งต้องสงสัยว่ามีส่วนช่วยฟอกเงินที่ได้จากการหลอกลวงในนามของกลุ่มของเฉียน ลู่ถูกกล่าวหาว่าสั่งให้สมาชิกในกลุ่มนำเงินที่ได้จากการหลอกลวงไปวางเป็นเงินมัดจำกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่น ในนามของลูกค้าชาวจีนที่ต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่น จากนั้นจึงให้บริษัทคืนเงินมัดจำเป็นเงินหยวนจีน

เฉียนและมียะไดถูกสงสัยว่าหลอกผู้เสียหาย 2 ราย ให้โอนเงินสดจำนวน 2.9 ล้านเยน และคริปโตเคอร์เรนซีมูลค่า 1 ล้านเยน โดยอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังสืบสวนพวกเขา ระหว่างเดือนกันยายนถึงธันวาคม 2023

ส่วนลู่ถูกกล่าวหาว่าส่งเงิน 10 ล้านเยนจากทั้งหมด 32 ล้านเยนที่ได้จากการหลอกลวง ไปยังบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน 2023

เกาหลีใต้ขยับ กัมพูชาสะเทือน!! ‘กัมพูชา’ กลัว!! ‘เกาหลีใต้’ แต่ไม่สนใจ คำเตือนของไทย มอง!! ไร้น้ำหนัก เหตุ!! นักการเมือง มีเอี่ยว!! บ่อนชายแดน ‘มุ่งแก้รัฐธรรมนูญ – เน้นประโยชน์ส่วนตัว’

(18 ต.ค. 68) ดร.นัท เจ้าของช่อง sparkupdate ได้โพสต์คลิปลง TikTok โดยมีใจความว่า ...

ทำไมกัมพูชากลัวเกาหลีใต้ ก็เพราะว่า เกาหลีใต้เขาส่งคนของเขาไปกัมพูชาในทันที ระบบประชาธิปไตยของเกาหลีใต้นั้นยึดโยงกับประชาชน ประชาชนนั้นสามารถต่อรองรัฐบาลได้โดยตรง

กองกำลังทหารของประเทศเกาหลีใต้นั้นคือระดับ A5 ของโลก เพราะฉะนั้นประเทศกัมพูชาจะไม่ได้เจอแค่เครื่องบิน F16 ประเทศกัมพูชาอาจจะหายไปเลยจากแผนที่โลกก็เป็นไปได้

แล้วทำไมประเทศไทยส่งจดหมายเตือนไปยังประเทศกัมพูชาแล้วกัมพูชาไม่สะทกสะท้านอะไรเลย นั่นก็เพราะว่า มันมีผลประโยชน์ร่วมกันอยู่ ผลประโยชน์ร่วมคาสิโนตามชายแดน มันก็คือธุรกิจเครือข่ายของนักการเมืองไทย คนไทยบางคนก็หนีคดีไปอยู่ที่นั่น

แล้วถ้าพวกเราคนไทยปล่อยให้สภาพการเมืองมันเป็นอยู่เช่นนี้ ประเทศของเราก็จะไม่เจริญ เพราะอะไรหรือ ลองดูสิ รัฐบาลเสียงข้างน้อยบนโลกนี้มันมีอยู่หรือ มันผิดหลัก มันผิดกลไก แล้วประชาชนนั้นทำอย่างไร ประชาชนก็อยู่เฉยอยู่นิ่ง เพราะช่วงนี้ไปติดตาม ‘แม่เจนนี่’ ไลฟ์สดอยู่!!

เพราะคนไทยไม่ใช่ประชาชนที่มีความ Active เราจึงไม่สามารถถามหาความเลิศได้ เราต้องเอ๊ะแล้ว เราต้องตั้งข้อสงสัยแล้วการโหวตแก้รัฐธรรมนูญนั้นเป็นการฮั้วกันหรือไม่

สำนักงานตำรวจแห่งชาติรับเรื่อง “นางอังคณา นีละไพจิตร” สืบสวนสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย - ดูแลความปลอดภัย

(18 ต.ค. 68) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) รับทราบกรณีที่วันนี้ นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา และคณะนักกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชน ได้เข้ายื่นเรื่องขอให้ ผบ.ตร.ดูแลความปลอดภัย พร้อมดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่คุกคาม ข่มขู่ และใช้ความรุนแรงทางออนไลน์จากกรณีแสดงความคิดเห็นเรื่องสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา โดยให้ดำเนินการตามกระบวนการในสืบสวนสอบสวนอย่างตรงไปตรงมาและรวดเร็วที่สุด รวมถึงการดูแลความปลอดภัยด้วย  

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่าเราให้ความสำคัญกับกรณีที่เกิดขึ้น ให้ความสำคัญกับสิทธิในการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตและความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนทุกคน ตำรวจมีหน้าที่ต้องปกป้องคุ้มครอง อย่างไรก็ตาม เมื่อนางอังคณาฯ รู้สึกไม่ได้รับความปลอดภัยและร้องขอการคุ้มครอง ถือเป็นสิทธิการขอคุ้มครองความปลอดภัยภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. 2546 ซึ่งครอบคลุมทั้งตัวนางอังคณาฯ และบุคคลใกล้ชิด โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะดำเนินการตามกระบวนการต่อไป

พล.ต.ท.ยิ่งยศฯ กล่าวด้วยว่า กรณีนี้จะดำเนินการตรวจและบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่นางอังคณาฯ อ้างว่ามีการข่มขู่ให้เกิดความตกใจกลัว การหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการตัดต่อดัดแปลงภาพให้ผู้อื่นเสียหาย รวมทั้งการกระทำอื่น ๆ ที่ผิดกฎหมาย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top