Friday, 16 October 2026
TheStatesTimes

‘ประเสริฐ’ เดินหน้าความร่วมมือไทย–เกาหลีใต้!! ขยายโอกาสด้านอาชีวะ เดินหน้าภาษาเกาหลีและอีสปอร์ต ยกระดับทักษะเชื่อมโยงอุตสาหกรรม ร่วมมือไทย-เกาหลีใต้เพื่ออนาคตเยาวชน

“ประเสริฐ” เดินหน้าความร่วมมือไทย–เกาหลีใต้ พัฒนากำลังคนอาชีวะ ขยายโอกาสเรียนภาษาเกาหลี และต่อยอดอีสปอร์ตเพื่อการศึกษา

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ เดินทางไปกรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี เพื่อเข้าร่วมการประชุมหารือความร่วมมือด้านอีสปอร์ตเพื่อการศึกษาและการพัฒนาเด็กและเยาวชน พร้อมหารือความร่วมมือด้านการศึกษากับโรงเรียน Mirim Meister High School สถาบันวิจัยการศึกษาและฝึกอบรมอาชีวศึกษาแห่งเกาหลี (KRIVET) และมูลนิธิการศึกษาภาษาเกาหลีนานาชาติ (IKEF)

นายประเสริฐกล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะสอดคล้องกับโลกการทำงานและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี จึงเดินหน้าขยายความร่วมมือกับต่างประเทศ เพื่อนำองค์ความรู้และแนวทางที่เป็นประโยชน์มาต่อยอดการเรียนการสอน และเพิ่มโอกาสให้ผู้เรียนไทยนำทักษะไปใช้ในการทำงานได้จริง

ในการหารือด้านอาชีวศึกษา ฝ่ายไทยเสนอขยายเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาไทยและเกาหลี โดยต่อยอดจากความร่วมมือระหว่างวิทยาลัยเทคนิคมีนบุรีกับโรงเรียน Mirim Meister High School ซึ่งดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2561 ทั้งการแลกเปลี่ยนครูและนักเรียน ตลอดจนการพัฒนาหลักสูตรด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) คอมพิวเตอร์ และการออกแบบ

ฝ่ายเกาหลีพร้อมร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) พัฒนาหลักสูตรที่เน้นการลงมือปฏิบัติจริง เชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรม และประยุกต์ใช้ AI ในงานออกแบบ โดยมุ่งให้ผู้เรียนมีทักษะที่ใช้ได้จริงและมีเส้นทางสู่อาชีพหลังสำเร็จการศึกษา

ส่วนด้านภาษาและวัฒนธรรม กระทรวงศึกษาธิการหารือกับมูลนิธิ IKEF เพื่อสนับสนุนหลักสูตรภาษาเกาหลีฉบับภาษาไทย พัฒนาครูผู้สอน และส่งเสริมการเรียนรู้ทั้งทางออนไลน์และรูปแบบผสมผสาน โดยมีแนวทางขยายโอกาสเรียนภาษาเกาหลีไปยังหน่วยงานในสังกัด ศธ. และประชาชนทั่วไป สพฐ. จะต่อยอดความร่วมมือในโรงเรียน ขณะที่ สกร. สนใจพัฒนาหลักสูตรระยะสั้น เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการเรียนรู้ได้กว้างขึ้น

การหารือครั้งนี้สะท้อนแนวทางของกระทรวงศึกษาธิการในการเชื่อมการศึกษากับทักษะอาชีพ เทคโนโลยี และโอกาสการทำงาน ควบคู่กับการส่งเสริมอีสปอร์ตเพื่อการศึกษาและการพัฒนาเด็กและเยาวชน รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้เรียนและประชาชนเข้าถึงการเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมที่หลากหลาย เพื่อเตรียมกำลังคนไทยให้พร้อมสำหรับอนาคต

ที่มา : https://www.facebook.com/R.pradenrath/posts/pfbid033dyejKWAWfDa2WaH1Jn6MA44AcHrBdVv3hjC1uG9sB2CMgcetWhyh5U11HsjSCBZl?rdid=iKZKbhsN75cAVck3#

ท่องเที่ยวปักกิ่งฟื้นแรง!! ทะลุ 23 ล้านคนใน 7 วัน หยุดยาววันชาติจีนคึกคัก ใช้จ่ายกว่า 2.95 หมื่นล้านหยวน สถานที่ยอดนิยม 10 แห่งในเมือง

ปักกิ่งรับทัพนักท่องเที่ยว ช่วงหยุดยาววันชาติ ทะลุ 23 ล้านคน

ปักกิ่ง, 8 ต.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพุธ (7 ต.ค.) สำนักวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเทศบาลกรุงปักกิ่งของจีนรายงานว่าปริมาณนักท่องเที่ยวที่เดินทางเยือนกรุงปักกิ่งในช่วงหยุดยาววันชาติจีน ระยะ 7 วัน (1-7 ต.ค.) อยู่ที่ 23.45 ล้านคน ทำให้เกิดการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวราว 2.95 หมื่นล้านหยวน (ราว 1.48 แสนล้านบาท)

รายงานระบุว่าสถานที่หรือพื้นที่ท่องเที่ยวยอดนิยม 10 อันดับแรกของกรุงปักกิ่งในช่วงหยุดยาววันชาติจีน ได้แก่ ถนนคนเดินหวังฝู่จิ่ง พื้นที่ริมน้ำนานาชาติแม่น้ำเหลียงหม่า สวนป่าโอลิมปิก ย่านซีตัน ย่านจัตุรัสเทียนอันเหมิน ถนนคนเดินเฉียนเหมิน สวนสาธารณะเทียนถาน ย่านสือช่าไห่ ถนนหนานหลัวกู่เซี่ยง และพระราชวังฤดูร้อน

กรุงปักกิ่งได้จัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวในช่วงหยุดยาววันชาติจีนปีนี้มากกว่า 3,000 รายการ ซึ่งมอบประสบการณ์ที่แตกต่างกัน เช่น การทัศนศึกษาเกี่ยวกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน การชมวิวริมน้ำยามค่ำคืน การสำรวจแกนกลางกรุงปักกิ่ง และการสัมผัสมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้

นอกจากนั้นสถาบันทางวัฒนธรรมสาธารณะทั่วกรุงปักกิ่ง อาทิ ศูนย์วัฒนธรรมและห้องสมุด ได้จัดกิจกรรมต่างๆ เช่น ส่งเสริมการอ่าน เรียนรู้มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ และศิลปะการแสดง รวม 986 รายการ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมรวมมากกว่า 5 แสนครั้ง

ที่มา : Xinhua

MagPro เปิดตัว AeroLev โซลูชันชิลเลอร์ระบายความร้อน รองรับ AI ดาต้าเซ็นเตอร์ เหมาะสำหรับสภาพแวดล้อมร้อนชื้น ลดการใช้พลังงานและน้ำ

MagPro เปิดตัว AeroLev 1850 โซลูชันช่วย AI ดาต้าเซ็นเตอร์ ในประเทศไทยรองรับมาตรฐานด้านน้ำและพลังงานที่กำลังพัฒนา

ดาต้า เซ็นเตอร์ในประเทศไทยกำลังมุ่งสู่มาตรฐานด้านการจัดการน้ำและประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่เข้มงวดยิ่งขึ้น ตามกรอบกฎระเบียบระดับประเทศที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว

กรุงเทพฯ, 5 ตุลาคม 2569 — MagPro (หรือที่รู้จักในชื่อ บริษัท หนานจิง ซีผู่ เทคโนโลยี จำกัด) บริษัทร่วมทุนระหว่าง CIGU Technology Corp. Ltd. (ซีกู เทคโนโลยี คอร์ปอเรชัน จำกัด) และ EPG Data Technology (Shanghai) Co., Ltd. (อีพีจี ดาต้า เทคโนโลยี (เซี่ยงไฮ้) จำกัด) ประกาศเปิดตัว AeroLev 1850 แพลตฟอร์มชิลเลอร์ระบายความร้อนด้วยอากาศแบบแบริ่งแม่เหล็ก (Magnetic-Bearing Chiller) ระดับ 1.85 เมกะวัตต์ ที่รองรับการทำงานที่อุณหภูมิสูงถึง 45°C ซึ่งได้รับการออกแบบสำหรับ AI ดาต้า เซ็นเตอร์ ยุคใหม่ในตลาดที่มีสภาพอากาศร้อนชื้นและมีข้อจำกัดด้านทรัพยากรน้ำ เช่น ประเทศไทย

เมื่อ AI ขับเคลื่อนความต้องการด้านพลังประมวลผลที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้การใช้พลังงานและความหนาแน่นของความร้อนภายในดาต้า เซ็นเตอร์สูงขึ้น ผู้ประกอบการจึงต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านการระบายความร้อนที่สามารถรองรับการขยายตัวได้โดยไม่เพิ่มการพึ่งพาทรัพยากรน้ำ AeroLev 1850 ผสานการออกแบบที่ไม่ต้องใช้หอหล่อเย็น (Cooling Tower) เข้ากับเทคโนโลยีแบริ่งแม่เหล็กแบบไร้น้ำมัน (Oil-Free Magnetic-Levitation Technology) และระบบควบคุมอัจฉริยะ เพื่อมอบประสิทธิภาพการทำความเย็นที่มีประสิทธิผล เชื่อถือได้ และช่วยลดการใช้น้ำ

หัวใจสำคัญของแพลตฟอร์มนี้คือคอมเพรสเซอร์แบริ่งแม่เหล็กแบบระบายความร้อนด้วยอากาศที่พัฒนาโดยเฉพาะ ซึ่งมีประสิทธิภาพเชิงไอเซนโทรปิก (Isentropic Efficiency) สูงถึง 87% ขณะที่คอนเดนเซอร์ที่ได้รับการจดสิทธิบัตรสามารถเพิ่มการลดอุณหภูมิของสารทำความเย็น (Subcooling) ได้มากกว่า 3°C และพัดลม EC มาตรฐานยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานอีกด้วย เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานโดยรวมได้สูงสุดถึง 40% ลดอัตราการขัดข้องได้สูงสุดถึง 8% เมื่อเทียบกับคอมเพรสเซอร์แบบหล่อลื่นด้วยน้ำมันทั่วไป และลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาได้สูงสุดถึง 10% เมื่อเทียบกับชิลเลอร์แบบดั้งเดิม

ด้วยการขจัดความจำเป็นในการใช้น้ำสำหรับระบบทำความเย็นแบบระเหย AeroLev 1850 ช่วยลดข้อจำกัดด้านการดำเนินงานที่สำคัญของดาต้า เซ็นเตอร์ในพื้นที่ที่เผชิญภาวะขาดแคลนน้ำหรือมีความเสี่ยงด้านทรัพยากรน้ำ นอกจากนี้ ความสามารถด้าน Free Cooling ยังช่วยใช้อากาศภายนอกในช่วงที่อุณหภูมิลดลง เพื่อลดระยะเวลาการทำงานของคอมเพรสเซอร์ ลดการใช้พลังงาน และลดต้นทุนการดำเนินงาน

แพลตฟอร์มนี้ยังได้รับการออกแบบเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีระบายความร้อนด้วยของเหลว ทั้งแบบ Direct-to-Chip และ Immersion Cooling โดย AeroLev 1850สามารถจ่ายน้ำเย็นที่อุณหภูมิสูงถึง 45°C เพื่อรองรับสถาปัตยกรรมการระบายความร้อนอุณหภูมิสูงรูปแบบใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ อีกทั้งยังมาพร้อมการออกแบบแบบโมดูลาร์มาตรฐานที่ช่วยให้ติดตั้งได้อย่างรวดเร็ว และขยายระบบได้อย่างยืดหยุ่นตามการเติบโตของกำลังประมวลผล AI

วิลเลียม อู๋ (William Wu) ผู้จัดการทั่วไป บริษัท หนานจิง ซีผู่ เทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า “ในขณะที่ข้อจำกัดด้านทรัพยากรน้ำกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาดาต้า เซ็นเตอร์AeroLev 1850 นำเสนอแนวทางการทำความเย็นสำหรับ AI ดาต้า เซ็นเตอร์ที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ช่วยให้สามารถขยายขีดความสามารถด้านการประมวลผลได้อย่างมีประสิทธิภาพและเชื่อถือได้ แม้ในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย พร้อมเปลี่ยนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบันให้กลายเป็นความยืดหยุ่นในการดำเนินงานระยะยาว”

อลิก หว่าน (Alick Wan) ผู้ก่อตั้งและประธานของ EPG Data Technology (Shanghai) Co., Ltd. กล่าวว่า “MagPro ถือเป็นก้าวสำคัญในกลยุทธ์เทคโนโลยีระบบทำความเย็นระดับโลกของเรา ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและการส่งมอบโครงการของ EPG เข้ากับเทคโนโลยีแบริ่งแม่เหล็กซึ่งเป็นเทคโนโลยีหลักของ CIGU เรากำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีความยืดหยุ่น ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และพึ่งพาทรัพยากรน้ำน้อยลง AeroLev 1850 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการผลักดันโครงสร้างพื้นฐานดาต้า เซ็นเตอร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมระบบนิเวศดิจิทัลที่ยั่งยืนยิ่งขึ้นในระดับโลก”
ติดต่อ: [email protected]

'คริสติน' ตอบชัด ไม่เคยปิดบังว่าเป็นไบเซ็กชวล!! ดราม่าความรัก “คริสติน–แอมมี่ The Bottom Blues” เปิดใจเรื่องรักและตัวตน หลังแฟนคลับบางส่วนไม่พอใจ วิจารณ์ความคาดหวังในชีวิตรัก เรียกร้องความเคารพและเข้าใจจากแฟนคลับ

“คริสติน” ลั่นเป็นไบเซ็กชวลมาตลอด งงคบผู้หญิงมีแต่คำชื่นชม แต่พอคบผู้ชายกลายเป็นผู้หญิงสำส่อนซะงั้น

เปิดตัวคบกันมาได้พักนึงแล้วสำหรับ “คริสติน กุลสตรี” และ นักร้องหนุ่มเซอร์ “แอมมี่ Bottom Blues” ที่ล่าสุดคริสตินลงภาพหวานพร้อมคำอวยพรวันเกิดแอมมี่

“สุขสันต์วันเกิดนะ Ammy 🎂 หวังว่าเธอจะรู้สึกดีขึ้นในเร็วๆ นี้ และขอให้หลังจากนี้มีแต่สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิตนะ

เราสองคนต่างก็ผ่านอะไรมามากมายในแบบของตัวเอง และไม่ว่าโลกจะโหดร้ายหรือแย่แค่ไหน ฉันหวังว่าเราจะไม่ลืมที่จะอ่อนโยนและใจดีต่อกัน โดยเฉพาะในวันที่เราต่างต้องการสิ่งเหล่านั้นมากที่สุด เธอสมควรได้รับความรักเสมอ ❤️” 

เรื่องนี้ทำเอาแฟนคลับต่างชาติไม่พอใจกับสิ่งนี้ เพราะที่ผ่านมาพวกเขารู้จักเธอในสถานะนักแสดงซีรีส์เกิร์ลเลิฟ ซึ่งที่ผ่านมาเธอยอมรับว่าเธอเป็นไบเซ็กชวล(คบกับผู้หญิงก็ได้ผู้ชายก็ได้) และคริสตินไม่ปล่อยเรื่องนี้ให้ผ่านไป เธอได้ชี้แจงผ่านโซเชียลดังนี้….

“ฉันไม่เคยปิดบังเรื่องชีวิตรักของตัวเอง และไม่เคยโกหกคนที่ติดตามฉันเลย ฉันเปิดเผยมาโดยตลอดว่าฉันเป็นไบเซ็กชวล และฉันก็รู้อยู่แล้วว่าสักวันหนึ่งอาจต้องเจอกับเรื่องแบบนี้ หากวันหนึ่งฉันมีแฟนเป็นผู้ชาย

ฉันแค่อยากพูดเรื่องนี้ เพียงครั้งเดียว และครั้งเดียวเท่านั้น ขอบคุณทุกคนที่ยังอยู่ตรงนี้และยังคอยสนับสนุนฉันเสมอ

ส่วนใครที่รู้สึกไม่สบายใจหรือไม่เห็นด้วยกับเรื่องความรักของฉัน ก็ไม่เป็นไรเหมือนกัน 

บางครั้งฉันก็อดขำไม่ได้ว่า เวลาฉันคบผู้หญิง ฉันกลับได้รับคำชื่นชมและการสนับสนุน แต่ทันทีที่ฉันคบผู้ชาย ฉันกลับกลายเป็น 'ผู้หญิงสำส่อน' ขึ้นมาเสียอย่างนั้น

ท้ายที่สุดแล้ว ฉันหวังว่าทุกคนจะยังรักและสนับสนุนฉันจากผลงานของฉัน และจากการแสดงที่พวกคุณติดตามและสนับสนุนมาตั้งแต่วันแรก

ฉันไม่สามารถควบคุมได้ว่าแต่ละคนจะคิดหรือรู้สึกอย่างไร แต่ฉันหวังว่า ก่อนที่เราจะพิมพ์คอมเมนต์อะไรลงไป เราทุกคนจะนึกถึงเสมอว่า อีกด้านหนึ่งของหน้าจอนั้นมีมนุษย์คนหนึ่งอยู่

ฉันไม่ได้ขอให้ทุกคนเห็นด้วยกับชีวิตรักของฉัน แต่อยากขอเพียงให้เคารพความเป็นมนุษย์ของกันและกัน” 

ที่มา : https://mgronline.com/entertainment/detail/9690000097673

‘อนุทิน’ ฟังและเชื่ออดีตผู้ว่าฯปราจีนบุรี!! ที่เคยตั้งนักธุรกิจจีนเป็นที่ปรึกษา ตัดสินใจย้าย-ด่านายอำเภอบ้านสร้าง ยกเลิกคำสั่งหลังเสียงวิจารณ์แรง ต้องตรวจสอบให้รอบด้าน

“อนุทิน”ฟัง และเชื่ออดีตผู้ว่าฯปราจีนบุรี ที่เคยตั้งนักธุรกิจจีนเป็นที่ปรึกษา ตัดสินใจย้าย-ด่านายอำเภอบ้านสร้าง

ลองสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับประวัติบางเรื่องของวีระพันธ์ ดีอ่อน อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เพิ่งเกษียณเมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา พบประเด็นน่าสนใจว่า เคยตั้งนักธุรกิจชาวจีนเป็นที่ปรึกษา

ขณะดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี วีระพันธ์เคยลงนามแต่งตั้งนักธุรกิจชาวจีนเป็น “ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัด”

ข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้
วันที่ 21 เมษายน 2568 จังหวัดปราจีนบุรีออกคำสั่งที่ 1327/2568 แต่งตั้งคณะที่ปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัด โดยมี Mr. Juncheng Zhu (จู เจิ้นเฉิง/จู จวินเฉิง) นักธุรกิจชาวจีน รวมอยู่ด้วย

คำสั่งลงนามโดย วีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าฯ ปราจีนบุรีในขณะนั้นเหตุผลที่ระบุไว้คือ ให้คำปรึกษาและเสนอแนะแนวทางที่เป็นประโยชน์ต่อการบริหารและการขับเคลื่อนงานของจังหวัด โดยมีประเด็นเรื่อง ความสัมพันธ์ไทย-จีนและการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ EEC ตามคำชี้แจงที่ปรากฏอยู่ด้วย

ต่อมาหลังเกิดกระแสรุนแรงในโลกโซเชี่ยลวิพากษ์วิจารณ์หนัก วันที่ 29 เมษายน 2568 วีระพันธ์ตัดสินใจลงนามคำสั่งที่ 1434/2568 ยกเลิกการแต่งตั้ง โดยระบุว่าการแต่งตั้งชาวต่างชาติเป็นที่ปรึกษา “ไม่เหมาะสม” และอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อราชการ นี้คิดประเด็นก่อนทำไม่คิดว่าเหมาะสมหรือไม่อย่างไร แต่ความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว

วันที่ 30 เมษายน 2568 วีระพันธ์ออกมาชี้แจงและยอมรับว่าเป็นความไม่เหมาะสม พร้อมขอโทษต่อสังคม โดยมีรายงานว่า ประธานหอการค้าจังหวัดเป็นผู้เสนอชื่อ และนายจูเสนอตัวเข้ามาช่วยประสานงานด้านการลงทุน

หลังจากนั้นนายจูคนเดียวกันนี้ปรากฏชื่ออีกครั้งในปี 2569 ในคำสั่งของ อบจ.ปราจีนบุรี ให้เป็น ที่ปรึกษาพิเศษด้านการพาณิชย์และการส่งเสริมการลงทุน ลงวันที่ 11 มีนาคม 2569 ซึ่งสื่อรายงานว่าเป็นบุคคลเดียวกับที่เคยได้รับการแต่งตั้งจากผู้ว่าฯ วีระพันธ์ในปี 2568

คนระดับผู้ว่าราชการจังหวัดยังขาดวุฒิภาวะในการตัดใจ ไม่คิดให้รอบคอบรอบด้าน ในการตั้งที่ปรึกษา แต่เมื่อถูกวิจารณ์หนัก จึงรู้ว่า อ๋อ…ไม่เหมาะสม เสียหาย

อนุทินได้ตรวจสอบประเด็นนี้หรือไม่ คงจะยังไม่ตรวจสอบ ถึงยังเชื่อฟัง และคล้อยตามข้อมูลที่ผู้ว่าคนนี้รายงาน และเห็นดีเห็นงามด้วยกับการย้ายนายอำเภอ "เสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ" นายอำเภอบ้านสร้าง พร้อมยังด่ายับคาวงประชุมข้าราชการชั้นผู้ใหญ่

“มันน่าอายที่มีคนแบบนี้อยู่ในระบบราชการ” ผมว่า ประเทศชาติน่าอายที่มีชื่อ “อนุทิน” เป็นนายกฯมากกว่า

9 ตุลาคม ของทุกปี ตรงกับ ‘วันไปรษณีย์โลก’ ย้อนรำลึกวันวาน วันสถาปนาสหภาพไปรษณีย์สากล แต่เดิมส่งจดหมายระหว่างประเทศยาก สร้างสรรค์ความสัมพันธ์ผ่านตัวอักษร

วันไปรษณีย์โลก (World Post day) จะมีขึ้นทุกปีในวันที่ 9 ตุลาคม เพื่อเป็นการระลึกถึง วันเริ่มก่อตั้งสหภาพไปรษณีย์สากล

ก่อนที่จะมีสหภาพไปรษณีย์สากล การที่ประเทศหนึ่งจะแลกเปลี่ยนไปรษณีย์กับประเทศอื่นได้ต้องมีการทำสนธิสัญญากับแต่ละประเทศคู่สัญญา อีกทั้งการส่งจดหมายระหว่างประเทศมักต้องติดแสตมป์ของประเทศต่าง ๆ ที่จดหมายเดินทางผ่าน จึงมีการเรียกร้องให้มีการประชุมนานาชาติในเรื่องนี้ จนกระทั่ง เมื่อ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2417 ในการประชุมที่กรุงเบิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้ลงนามในสนธิสัญญาเบิร์น จัดตั้งองค์กรระหว่างประเทศได้สำเร็จ ใช้ชื่อว่า สหภาพไปรษณีย์ทั่วไป และในการประชุมไปรษณีย์สากลสมัยถัดไป พ.ศ. 2421 (ค.ศ. 1878) ที่กรุงปารีส เห็นว่าจำนวนสมาชิกเพิ่มมากขึ้น จึงได้ลงมติเปลี่ยนมาใช้ชื่อ สหภาพไปรษณีย์สากล Universal Postal Union จนถึงปัจจุบัน

ต่อมาในปี พ.ศ. 2512 สมาชิกสหภาพสากลไปรษณีย์ทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย ได้กำหนดให้วันที่ 9 ตุลาคม เป็นวันไปรษณีย์โลก World Post Day และประเทศสมาชิกตกลงร่วมกันที่จะเฉลิมฉลองในโอกาสนี้โดยการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเขียนจดหมาย อันเป็นการสร้างสัมพันธภาพ และเสรีภาพผ่านตัวอักษร โดยไม่จำกัดเชื้อชาติหรือศาสนา ให้ทุกคนบนโลกใบนี้สามารถติดต่อสื่อสารถึงกันได้อย่างทั่วถึง

ดราม่าข้าวกล่องน้ำท่วมลามโรงพัก!! 'ช่อ' และ 'สส.เดฟ' แจ้งความที่นนทบุรี หลังถูกกล่าวหาใช้ข้าวทหารแจกของพรรค หวังหยุดปลุกปั่นเหตุการณ์น้ำท่วม ย้ำร่วมมือช่วยเหลือประชาชนเต็มที่

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 6 ตุลาคม 2569 น.ส.พรรณิการ์ วานิช หรือ “ช่อ” แกนนำคณะก้าวหน้าและผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน, นายวุฒากร นุตยกุล หรือ “สส.เดฟ” สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 1 จังหวัดนนทบุรี พร้อมด้วยทนายความ ได้นำเอกสารหลักฐานเข้าแจ้งความ ที่สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี หลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ดราม่าข้าวกล่อง โดยระบุว่า “ด่าพรรคอื่นว่าแจกของไม่ใช้เงินตัวเอง แต่พรรคมึงเอาอาหารของหน่วย 904 ไปแจกแต่ถ่ายรูปเคลมเป็นของพรรคตัวเอง ไม่เหี้_จริงทำไม่ได้นะแบบนี้”

นายวุฒากร หรือ “สส.เดฟ” กล่าวว่า ในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง สส.พรรคประชาชน และหน่วยงานต่างๆ รวมถึงเจ้าหน้าที่ทหาร ได้ร่วมมือกันลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างเต็มที่ แต่กลับมีกลุ่มบุคคลฉวยโอกาสนำภารกิจความช่วยเหลือดังกล่าวไปปลุกปั่นให้เกิดความเข้าใจผิด และสร้างประเด็นขัดแย้งในสังคม

ด้าน น.ส.พรรณิการ์ หรือ “ช่อ” ​กล่าวเสริมถึงสาเหตุในการตัดสินใจแจ้งความว่า โดยปกติการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ สส. หรือนักการเมืองถือเป็นเรื่องปกติที่ยอมรับได้ แต่กรณีนี้เป็นการฉกฉวยสถานการณ์ความเดือดร้อนของประชาชนและเจ้าหน้าที่ทหารมาปลุกปั่นเพื่อสร้างความเกลียดชังทางกรเมือง ซึ่งการทำงานในพื้นที่เป็นการประสานงานร่วมกันระหว่าง สส. และเจ้าหน้าที่ทหาร เนื่องจากกำลังพลทหารมีรถสูงและเรือในการเข้าถึงพื้นที่ แต่มักไม่คุ้นเคยกับตรอกซอกซอยในปริมณฑล ขณะที่ สส. และทีมงานในพื้นที่มีข้อมูลชุมชน กลุ่มผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ และคนชรา ทำให้การปฏิบัติงานร่วมกันเป็นไปได้ด้วยดี

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” หัวหน้าพรรคประชาชน และตนเอง ได้ลงพื้นที่ไปช่วยแจกอาหารและทำครัวร่วมกับ สส.เดฟ เพียงไม่กี่ชั่วโมง กลับปรากฏภาพและข้อความในโซเชียลมีเดียกล่าวหาว่าพวกตน “ขโมยข้าวทหารไปแจก” หรือ “แอบอ้างข้าวกล่อง 904” ซึ่งตนยืนยันว่าข้าวกล่องดังกล่าวไม่มีสัญลักษณ์ใดๆ ที่ระบุว่าเป็นของหน่วย 904 ตามที่มีการกล่าวอ้าง
​
น.ส.พรรณิการ์ ระบุว่า การแจ้งความครั้งนี้เพื่อปกป้องสิทธิ์ตามกฎหมาย และหวังว่าในยามวิกฤตที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนจากภัยน้ำท่วม ทุกฝ่ายควรมุ่งเน้นไปที่การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์มากกว่าการนำประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองมาบิดเบือนสร้างความเกลียดชัง สำหรับผู้ที่ถูกแจ้งความดำเนินคดีในครั้งนี้ ประกอบด้วยผู้โพสต์และผู้ร่วมเผยแพร่ข้อความบิดเบือน ทั้งหมด 3 ราย ซึ่ง น.ส.พรรณิการ์ ระบุว่าบุคคลเหล่านี้ยังคงโพสต์ข้อความใส่ร้ายอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการชี้แจงข้อเท็จจริงไปแล้วก็ตาม

ที่มา :https://mgronline.com/crime/detail/9690000097205

เทควันโดพุมเซ่ไทยมาแรง!! เปิดเทควันโดพุมเซ่ชิงแชมป์ประเทศไทยที่โคราชสุดคึกคัก นักกีฬาร่วมกว่า 900 คน ประลองเกือบ 2,000 อีเวนต์ “บีเอ็ม” ธนา เขียวลายเลิศ โชว์ฟอร์มแชมป์โลก เฉือน “หมูปิ้ง” นาวิน ซิวแชมป์ประเทศไทย

เปิดเทควันโด พุมเซ่ ชิงแชมป์ประเทศไทย ที่โคราช สุดคึกคัก เหล่าจอมเตะแห่ร่วมประลอง มากถึง 2,000 อีเว้น “เลขาบิ๊ก”ธนฑิตย์ รักตะบุตร หัวใจฟู เผยปีนี้ปีทอง พุมเซ่ ทั้ง 3 แชมป์โลก และ 2 เหรียญประวัติศาสตร์ เอเขี่ยนเกมส์ สร้างกระแสวงการอย่างมาก พร้อมไฟเขียวให้นักกีฬาทีมชาติลงแข่งขันได้ และแค่วันแรก ล็อคพัง บีเอ็ม เขียวลายเลิศ แชมป์โลก พิชิต “หมูปิ้ง”นาวิน ปิฑะสูตรืเหรียญ อชก. คว้าแชมป์ประเทศไทย ไปครอง

การแข่งขันเทควันโด รสยการ จี เอช แบงค์ เทควันโดชิงชนะเบิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2569 ประเภทพุมเซ่ ณ เทอร์มินอล ฮอลล์ ชั้น4 ศูนย์การค้าเทอร์มินัล 21 โคราช จ.นครราชสีมา โดยเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 69 เป็นการแข่งขันวันแรก ซึ่งพิธีเปิดการแข่งขัน มีน.ส.วณิฐารัตน์ บุญศุภนิตย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานสื่อสารการตลาดและภาพลักษณ์องค์กร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ มาเป็นประธานเปิดการแข่งขัน พร้อมด้วยนายธนฑิตย์ รักตะบุตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย, นายมนัส สุวรรณรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา, นายก้องกฤษฏิ์ จึงสงวนพรสุข รองเลขาฯสมาคมกีฬาเทควันโด มาร่วมในพิธีเปิดท่ามกลางนักกีฬาและผู้ปกครองมาร่วมการแข่งขันจำนวนมากกว่า 1,500 คน

“เลขาบิ๊ก”ธนฑิตย์ รักตะบุตร เลขาธิการสมาคมกีฬาเทควันโดฯกล่าวว่า วันนี้เห็นนักกีฬาและผู้ปกครองมาร่วมการแข่งขัน จีเอชแบงค์ เทควันโด พุมเซ่ ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยจำนวนมากแล้วรู้สึกประทับใจ นับว่าเป็นการจัดพุมเซ่ ในต่างจังหวัด ที่ เทอร์มินอล 21 โคราช เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นสถานที่ที่ดี และที่สำคัญ ปีนี้มีนักกีฬาสมัครมาร่วมการแข่งขันจำนวนมากถึงกว่า 900 คน โดยมีอีเว้นประลองร่วม 2,000 รายการ จากเดิมปีที่แล้ว 1,400 เพิ่ม ทำให้ต้องขยายวันแข่งขันเป็น 4 วัน ซึ่งก็ต้องบอกว่า กระแสเทควันโดพุมเซ่ ดีมาก และยิ่งนักกีฬาทีมชาติไปคว้าผลงานในชิงแชมป์โลก คว้ามาถึง 3 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน 3 เหรียญทองแดง แถมในเอเชี่ยนเกมส์ ยังสร้างประวัติศาสตร์ คว้ามาได้ 1 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง ทำให้ความนิยมพุมเซ่ ดีมาก โดยในรายการชิงแชมป์ประเทศไทยปีนี้ ทางสมาคมได้เปิดโอกาสให้นักกีฬาทีมชาติลงแข่งขันได้ ทำให้คึกคักมากขึ้นไปอีก ซึ่งรายการใหญ่ระดับประเทศเกิดขึ้นได้ดีขนาดนี้ ก็ต้องขอขอบคุณ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ผู้สนับสนุนหลักของสมาคม รวมถึง ปตท., สิงห์, โค้ก หาดทิพย์, เมืองไทยประกันชีวิต และ เอฟบีที

ด้านการแข่งขันวันแรก เหล่านักกีฬาทีมชาติไทยต่างลงประลองกันจำนวนมาก โดยคู่ไฮไลท์ รอบชิงชนะเลิศ พุมเซ่ เดี่ยวชาย รุ่นอายุ 18-30 ปีระหว่าง”บีเอ็ม” ธนา เขียวลายเลิศ ดีกรีเหรียญทองชิงแชมป์โลก พุมเซ่ คู่ผสม รุ่นอายุไม่เกิน 30 ปี จาก สโมสร เพชรสยามเทควันโด ที่โชว์ผลงานได้ยอดเยี่ยม เอาชนะ “หมูปิ้ง” นาวิน ปินฑะสูตร ดีกรีเหรียญเงิน เอเชียนเกมส์ พุมเซ่ เดี่ยวชาย จากสโมสร เจซี เทควันโด ไปด้วยคะแนน 18.266 – 18.232

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10430893

ภูเขาไฟตาอัลฟิลิปปินส์ปะทุขนาดเล็ก!! เถ้าถ่านพวยพุ่งสูง 4,000 ม. ปะทุฟรีเอโทแมกมาติก 5 นาที เตือนภัยระดับ 1 ในฟิลิปปินส์ เสี่ยงแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิด

มะนิลา, 9 ต.ค. (ซินหัว) -- สถาบันภูเขาไฟวิทยาและแผ่นดินไหวแห่งฟิลิปปินส์รายงานว่าภูเขาไฟตาอัลในจังหวัดบาตังกัส ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงมะนิลาไปทางใต้กว่า 60 กิโลเมตร เกิดการปะทุแบบฟรีเอโทแมกมาติก (phreatomagmatic eruption) ขนาดเล็กนาน 5 นาที ตอนราว 18.06 น. ของวันพฤหัสบดี (8 ต.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้มีกลุ่มเถ้าถ่านสีเทาเข้มพวยพุ่งสูง 4,000 เมตรเหนือปากปล่องภูเขาไฟ และคาดว่าเถ้าถ่านจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ที่อยู่ใกล้เคียง

ฟิลิปปินส์ยังคงระดับการเตือนภัยภูเขาไฟตาอัลไว้ที่ระดับ 1 จากทั้งหมด 5 ระดับ โดยระดับ 5 เป็นระดับสูงสุด

ภูเขาไฟตาอัลเป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่มากที่สุดในฟิลิปปินส์ โดยการปะทุเมื่อเดือนมกราคม 2020 ส่งผลให้ประชาชนต้องอพยพออกจากพื้นที่เกือบ 3.8 แสนคน และสร้างความเสียหายต่อพื้นที่เกษตรกรรม บ้านเรือน และถนนจำนวนมากในจังหวัดดังกล่าว

อนึ่ง ฟิลิปปินส์ตั้งอยู่ตามแนว "วงแหวนแห่งไฟ" ของมหาสมุทรแปซิฟิก ทำให้เสี่ยงเกิดแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิดบ่อยครั้ง

ที่มา : Xinhua

หยุดยาววันชาติจีนคึกคัก!! ยอดข้ามพรมแดนวันหยุดพุ่งสูง แตะ 15.46 ล้านครั้งทั่วประเทศ นักท่องเที่ยวเพิ่มทั้งเข้าออก นโยบายฟรีวีซ่าหนุนการเดินทาง

จีนเผยยอดเดินทางข้ามพรมแดน ช่วงหยุดวันชาติจีน สูงแตะ 15.46 ล้านครั้ง

ปักกิ่ง, 8 ต.ค. (ซินหัว) -- วันพฤหัสบดี (8 ต.ค.) สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแห่งชาติจีนรายงานว่าจีนมียอดการเดินทางข้ามพรมแดนรวม 15.46 ล้านครั้งตลอดช่วงหยุดยาววันชาติจีน ระยะ 7 วัน (1-7 ต.ค.) โดยมีปริมาณการเดินทางข้ามพรมแดนเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 2.21 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.7 เมื่อเทียบปีต่อปี

ผู้อยู่อาศัยในแผ่นดินใหญ่ของจีนเดินทางออกนอกประเทศกว่า 4.44 ล้านครั้งในช่วงเวลาดังกล่าว เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.3 เมื่อเทียบปีต่อปี โดยข้อมูลจากหม่าเฟิงวอ (Mafengwo) และซีทริป (Ctrip) สองแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ยักษ์ใหญ่ของจีน เผยว่าจุดหมายท่องเที่ยวระยะไกล เช่น นิวซีแลนด์และไอซ์แลนด์ ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในช่วงหยุดยาวนี้

ส่วนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเยือนจีนในช่วงหยุดยาวนี้ อยู่ที่ 6.82 แสนครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.4 จากปี 2025 โดยในจำนวนนี้มีผู้ที่เดินทางเข้าจีนภายใต้นโยบายฟรีวีซ่า 5.05 แสนครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.2
จีนรายงานยอดชาวต่างชาติเดินทางข้ามพรมแดน ช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคมของปี 2026 รวมอยู่ที่ 61.29 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.5 เมื่อเทียบปีต่อปี ในจำนวนนี้เป็นการเดินทางเข้าจีนแบบฟรีวีซ่า 23.72 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 26.8 เมื่อเทียบปีต่อปี

ปัจจุบันจีนดำเนินนโยบายเดินทางเข้าจีนแบบฟรีวีซ่าเพียงฝ่ายเดียวให้พลเมืองของ 50 ประเทศเมื่อนับถึงเดือนกันยายน โดยอนุญาตให้ผู้ได้รับสิทธิ์พำนักได้นานสูงสุด 30 วัน ขณะเดียวกัน จีนยังได้ขยายโครงการเดินทางผ่าน (transit) แบบฟรีวีซ่าจากเดิม 72 หรือ 144 ชั่วโมง เป็น 240 ชั่วโมง หรือ 10 วัน ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2024 ซึ่งปัจจุบันมีนักเดินทางจาก 57 ประเทศที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์

ที่มา : Xinhua


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top