Wednesday, 7 October 2026
TheStatesTimes

“กำหนด TOR บนมาตรฐานสากล เพื่อให้ได้เรือที่ตอบโจทย์ภารกิจ”

“กำหนด TOR บนมาตรฐานสากล เพื่อให้ได้เรือที่ตอบโจทย์ภารกิจ”

แนวคิดสำคัญในการจัดทำขอบเขตของงาน (TOR) โครงการจัดหาเรือฟริเกต มุ่งกำหนดคุณลักษณะของเรือให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล โดยอ้างอิง Naval Ship Rules ของสมาคมจัดชั้นเรือที่ได้รับการยอมรับ (Recognized Classification Society) ควบคู่กับมาตรฐาน NATO

เพื่อให้เรือมีความปลอดภัย เชื่อถือได้ และมีขีดความสามารถรองรับการปฏิบัติภารกิจของกองทัพเรือได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา : https://www.facebook.com/photo/?fbid=1095797472812674&set=a.180070871052010

“Offset Policy เปลี่ยนการจัดหายุทโธปกรณ์ ให้เกิดประโยชน์กลับคืนสู่ประเทศ”

“Offset Policy เปลี่ยนการจัดหายุทโธปกรณ์ ให้เกิดประโยชน์กลับคืนสู่ประเทศ”

พลเรือตรี ศราวุธ ชิยางคบุตร ประธานกรรมการพิจารณาดำเนินการตามนโยบายจัดซื้อจัดจ้างแบบชดเชย (Offset) กล่าวถึงแนวคิดของ Offset Policy ว่า มุ่งให้มูลค่าจากการจัดหาเรือไม่ได้สิ้นสุดเพียงการซื้อยุทโธปกรณ์ แต่ให้เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการลงทุนกลับคืนสู่ประเทศ

เพื่อสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของอุตสาหกรรมภายในประเทศ และต่อยอดประโยชน์จากการจัดหาให้เกิดคุณค่าต่อประเทศในระยะยาว

ที่มา : https://www.facebook.com/photo/?fbid=1095807492811672&set=a.180070871052010

“กติกาเดียวกัน พิจารณาตาม TOR อย่างเท่าเทียม”

“กติกาเดียวกัน พิจารณาตาม TOR อย่างเท่าเทียม”

พลเรือตรี วสันต์ ไตรจิต ประธานกรรมการจ้างโดยวิธีคัดเลือก กล่าวถึงกระบวนการพิจารณาข้อเสนอว่า ผู้ยื่นข้อเสนอทุกรายได้รับทราบกติกาเดียวกันอย่างเท่าเทียม โดยการพิจารณายึด ขีดความสามารถและคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ใน TOR เป็นหลัก

พร้อมย้ำหลักการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ คือ
“ซื่อสัตย์ต่อตนเอง สุจริตต่อหน้าที่ และสุจริตต่อผู้ยื่นข้อเสนอ”เพื่อให้กระบวนการคัดเลือกดำเนินไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดอย่างตรงไปตรงมาและเป็นธรรม

ที่มา : https://www.facebook.com/photo/?fbid=1095809432811478&set=a.180070871052010

“หลักเกณฑ์ชัดเจน มาตรฐานเดียวกัน ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน”

“หลักเกณฑ์ชัดเจน มาตรฐานเดียวกัน ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน”

พลเรือเอก กรวิทย์ ฉายะรถี ประธานกรรมการบริหารโครงการ ยืนยันว่า กระบวนการพิจารณาโครงการจัดหาเรือฟริเกตเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ใช้มาตรฐานเดียวกันกับผู้ยื่นข้อเสนอทุกราย และมีหลักฐานพร้อมเหตุผลรองรับการพิจารณา

การดำเนินงานอยู่ภายใต้ ข้อตกลงคุณธรรม โดยมีผู้สังเกตการณ์ ค.ป.ท. ร่วมสังเกตการณ์และตรวจสอบ เพื่อให้ทุกขั้นตอนเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดอย่างเคร่งครัด

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1095821142810307&id=100071472955205&rdid=POIteUdArAdUMje8#

กองทัพเรือแถลงผลคัดเลือก Hanwha Ocean สร้างเรือฟริเกตสมรรถนะสูง วงเงิน 16,730 ล้านบาท ยืนยันโปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมสร้างขีดความสามารถให้ประเทศไทย “กองทัพเรือได้เรือ ประเทศก็ได้ด้วย”

วันที่ 18 กันยายน 2569 เวลา 11.00 น. ณ ห้องเจ้าพระยา หอประชุมกองทัพเรือ พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมด้วยคณะผู้รับผิดชอบโครงการ ร่วมแถลงผลการพิจารณาโครงการจัดหาเรือฟริเกตสมรรถนะสูงของกองทัพเรือ โดยยืนยันว่ากระบวนการทั้งหมดดำเนินการอย่างถูกต้อง โปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้ และยึดประโยชน์สูงสุดของประเทศและกองทัพเรือเป็นที่ตั้ง
พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหาเรือฟริเกตสมรรถนะสูง จำนวน 1 ลำ พร้อมระบบและอุปกรณ์ประจำเรือ อะไหล่ เครื่องมือ เอกสาร ส่วนสนับสนุน การทดสอบทดลอง การฝึกอบรม การตรวจรับ การรับประกัน และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ภายในวงเงินไม่เกิน 17,000 ล้านบาท

การจัดหาเรือฟริเกตครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนากำลังรบระยะยาวตามสมุดปกขาวของกองทัพเรือ เพื่อทดแทนเรือเดิมที่มีอายุการใช้งานสูงและจะทยอยปลดประจำการ รองรับภารกิจรักษาอธิปไตย คุ้มครองเส้นทางคมนาคมทางทะเล พื้นที่เศรษฐกิจ แหล่งพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ ตลอดจนรับมือภัยคุกคามทางทะเลทั้งในปัจจุบันและอนาคต
เรือฟริเกตลำใหม่จะมีขีดความสามารถในการรบครบทั้ง 3 มิติ ได้แก่ การรบผิวน้ำ การปราบเรือดำน้ำ และการป้องกันภัยทางอากาศ รวมถึงการโจมตีเป้าหมายบนฝั่ง การต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ การบัญชาการและควบคุม การเชื่อมโยงข้อมูล และการปฏิบัติการร่วมในสภาพแวดล้อมการรบสมัยใหม่
“ฝ่ายเสนาธิการกำหนดความต้องการจากภารกิจ พื้นที่ปฏิบัติการ และภัยคุกคาม มิได้กำหนดจากบริษัท ประเทศผู้ผลิต ยี่ห้อ หรือแบบเรือใดเป็นการเฉพาะ”
เปิดการแข่งขัน ใช้หลักเกณฑ์เดียวกัน

กองทัพเรือได้เชิญอู่ต่อเรือและหน่วยงานที่มีประสบการณ์จากหลายประเทศ จำนวน 11 ราย เข้ารับเอกสาร TOR และมีผู้ร่วมยื่นข้อเสนอจำนวน 6 ราย โดย TOR ดังกล่าวผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นและทบทวนตามขั้นตอน และไม่ปรากฏข้อร้องเรียนจากผู้ร่วมยื่นข้อเสนอในขั้นตอนการจัดทำ TOR
หลักเกณฑ์การพิจารณาถูกกำหนดและประกาศไว้ล่วงหน้า โดยแยกระหว่างคุณลักษณะขั้นต่ำที่ผู้ยื่นข้อเสนอทุกรายต้องผ่าน กับรายการที่นำมาเปรียบเทียบและให้คะแนน ครอบคลุมขีดความสามารถของเรือ ความพร้อมปฏิบัติภารกิจ ความอยู่รอด การส่งกำลังบำรุงและการสนับสนุนทางเทคนิค ความน่าเชื่อถือของผู้ยื่นข้อเสนอ รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
กองทัพเรือมิได้พิจารณาจากราคาต่ำสุดหรือความโดดเด่นของระบบใดระบบหนึ่ง แต่ประเมินความเหมาะสมของเรือทั้งระบบ ความน่าเชื่อถือของข้อมูล การสนับสนุนตลอดอายุการใช้งาน ความคุ้มค่าต่องบประมาณ และประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับ

ชี้แจงภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต
กองทัพเรือขอเรียนว่า การเปิดเผยรายละเอียดของข้อเสนอมีข้อจำกัดตามกฎหมาย โดยเฉพาะข้อมูลข้อบกพร่องและข้อเสนอทางเทคนิคของผู้ยื่นข้อเสนอเป็นรายบริษัท ซึ่งอาจเข้าข่ายข้อมูลที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ตามกฎหมายหลายฉบับ และการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวอาจกระทบต่อประโยชน์ ชื่อเสียง ทรัพย์สินทางปัญญา หรือความได้เปรียบเสียเปรียบในการแข่งขันของภาคเอกชน กองทัพเรือจึงสามารถเปิดเผยได้ในระดับหลักเกณฑ์ ขั้นตอน เหตุผลโดยภาพรวม และข้อเท็จจริงที่ไม่กระทบต่อสิทธิของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น

อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดดังกล่าวมิได้หมายความว่ากระบวนการไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากคณะกรรมการได้บันทึกเอกสาร หลักฐาน เหตุผล และมติในทุกขั้นตอนไว้อย่างครบถ้วน เพื่อรองรับการตรวจสอบของหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย

ผลการพิจารณาตามหลักฐานเชิงประจักษ์
ในขั้นตอนการตรวจสอบคุณสมบัติ พบว่าผู้ยื่นข้อเสนอจำนวน 1 ราย ไม่ผ่านคุณสมบัติที่กำหนดไว้เป็นสาระสำคัญใน TOR เนื่องจากไม่จัดส่งเอกสารตามที่กำหนด เอกสารบางส่วนมีรายละเอียดสาระสำคัญไม่ถูกต้อง และมีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามข้อกำหนด

เมื่อนำข้อเสนอของผู้ที่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติเข้าสู่การพิจารณาด้านเทคนิค พบว่าผู้ยื่นข้อเสนอจำนวน 4 ราย ไม่ผ่านข้อกำหนดทางเทคนิคที่เป็นสาระสำคัญใน TOR โดยมีทั้งกรณีไม่จัดส่งเอกสารที่จำเป็นต่อการพิสูจน์ขีดสมรรถนะ ประสิทธิภาพ และประสิทธิผลของโครงการ ยื่นข้อเสนอไม่เป็นไปตามขอบเขตของงาน หรือยื่นข้อเสนอแบบมีเงื่อนไข ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการประเมินความสำเร็จของงาน และอาจทำให้ทางราชการเสียประโยชน์

คณะกรรมการจ้างฯ ได้พิจารณาร่วมกันอย่างละเอียดตามหลักการประเมินจากหลักฐานเชิงประจักษ์ หรือ Evidence-Based Evaluation โดยใช้หลักเกณฑ์และมาตรฐานเดียวกันกับผู้ยื่นข้อเสนอทุกราย และพิจารณาจากเอกสารและหลักฐานที่ยื่นภายในระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้น ก่อนมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ผู้ยื่นข้อเสนอทั้ง 4 รายไม่ผ่านเกณฑ์ด้านเทคนิค จึงคงเหลือผู้ยื่นข้อเสนอ 1 รายที่จัดส่งข้อเสนอและเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามข้อกำหนด

ทั้งนี้ การคงเหลือผู้ยื่นข้อเสนอเพียงรายเดียวมิได้หมายความว่าจะได้รับการคัดเลือกโดยอัตโนมัติ คณะกรรมการยังต้องประเมินด้านเทคนิค ราคา เงื่อนไขการส่งมอบ การรับประกัน การสนับสนุนตลอดอายุการใช้งาน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และความคุ้มค่าโดยรวม หากข้อเสนอไม่เป็นไปตาม TOR หรือไม่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการ กองทัพเรือมีสิทธิไม่รับข้อเสนอนั้น ทุกขั้นตอนดำเนินการภายใต้ข้อตกลงคุณธรรม โดยมีผู้สังเกตการณ์จากคณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต หรือ ค.ป.ท. เข้าร่วมสังเกตการณ์ในขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นต่อกระบวนการ
Hanwha Ocean ได้รับการคัดเลือก ราคา 16,730 ล้านบาท

จากการตรวจสอบและประเมินตามหลักเกณฑ์ทุกด้าน คณะกรรมการจ้างฯ มีมติคัดเลือกบริษัท Hanwha Ocean Co., Ltd. จากสาธารณรัฐเกาหลี เป็นผู้ได้รับการคัดเลือกในโครงการจัดหาเรือฟริเกตสมรรถนะสูงของกองทัพเรือ โดยบริษัทฯ เสนอราคาภายหลังการต่อรองเป็นเงินทั้งสิ้น 16,730,000,000 บาท ต่ำกว่าวงเงินโครงการ 270 ล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 1.6 โดยราคาดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าประกันภัย และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งปวงแล้ว
การต่อรองดังกล่าวไม่ได้มุ่งลดราคาเพียงอย่างเดียว แต่ยังคงรักษาขีดความสามารถ คุณภาพ เงื่อนไขทางเทคนิค การรับประกัน และผลประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับไว้อย่างครบถ้วน
ประเทศได้รับประโยชน์เพิ่มเติมจากข้อเสนอขั้นสุดท้าย

ภายหลังการต่อรอง บริษัท Hanwha Ocean Co., Ltd. ได้ยืนยันข้อเสนอขั้นสุดท้าย โดยมอบผลประโยชน์เพิ่มเติมให้แก่กองทัพเรือและประเทศไทย ประกอบด้วย แบบเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง เพื่อใช้เป็นฐานองค์ความรู้และสนับสนุนการพัฒนาขีดความสามารถด้านการออกแบบและต่อเรือภายในประเทศ แบบยานผิวน้ำไร้คนขับ หรือ Unmanned Surface Vehicle: USV เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการตรวจการณ์และรองรับการปฏิบัติการทางเรือสมัยใหม่ รวมถึงสิทธิในการเข้าถึงองค์ความรู้และพัฒนาต่อยอดระบบสื่อสารทางยุทธวิธี หรือ Tactical Data Link และระบบอำนวยการรบ หรือ Combat Management System: CMS

สิทธิและองค์ความรู้ดังกล่าวมีความสำคัญต่อการลดการพึ่งพาต่างประเทศ เปิดโอกาสให้กองทัพเรือสามารถปรับปรุง เชื่อมโยง และพัฒนาระบบให้สอดคล้องกับความต้องการของไทยได้ในอนาคต รวมถึงช่วยวางรากฐานให้อุตสาหกรรมป้องกันประเทศและบุคลากรไทยมีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรม
Offset ต้องเกิดผลจริงและตรวจสอบได้

นอกเหนือจากสมรรถนะของเรือ กองทัพเรือได้กำหนดนโยบายผลประโยชน์ตอบแทนทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม หรือ Offset Policy เป็นส่วนหนึ่งของ TOR โดยให้ความสำคัญกับการลงทุนในประเทศไทย การวิจัยและพัฒนา การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากร การร่วมผลิต และการใช้แรงงาน วัสดุ สินค้าและบริการภายในประเทศ

ข้อเสนอของบริษัท Hanwha Ocean Co., Ltd. มี มูลค่าการดำเนินกิจกรรมที่เกิดขึ้นจริง หรือ Actual Value รวม 7,254,744,788.66 บาท คิดเป็นร้อยละ 43.36 ของมูลค่าโครงการ และมีมูลค่าเครดิตผลประโยชน์ตอบแทน หรือ Offset Credit Value รวมกว่า 53,650 ล้านบาท โดย Actual Value หมายถึงมูลค่าการลงทุนและค่าใช้จ่ายที่จะต้องเกิดขึ้นจริง ส่วน Offset Credit Value เป็นมูลค่าเครดิตที่คำนวณตามหลักเกณฑ์และตัวคูณของกิจกรรมแต่ละประเภท มิใช่จำนวนเงินที่บริษัทจะจ่ายให้แก่กองทัพเรือหรือรัฐบาลโดยตรง

ทั้งนี้ ทุกกิจกรรมจะต้องมีแผนงาน กรอบเวลา ตัวชี้วัด ผู้รับประโยชน์ และหลักฐานยืนยันผลสำเร็จที่ชัดเจน การระบุกิจกรรมไว้ในข้อเสนอยังไม่ถือว่าได้รับเครดิตทันที แต่ต้องดำเนินการจริง สามารถวัดผลและตรวจสอบได้ รวมทั้งประเทศไทยต้องสามารถนำผลประโยชน์ที่ได้รับไปใช้ต่อได้ในระยะยาว
กองทัพเรือจะกำกับให้ข้อเสนอที่เป็นสาระสำคัญและผลประโยชน์ที่บริษัทให้ไว้ถูกกำหนดเป็นข้อผูกพันในสัญญาอย่างชัดเจน เพื่อให้สามารถติดตาม ตรวจสอบ และบังคับใช้ได้

เดินหน้าบริหารโครงการอย่างเข้มข้น
ภายหลังการประกาศผล กองทัพเรือจะดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่การเจรจาและจัดทำสัญญา การตรวจร่างและลงนามในสัญญา การบริหารสัญญา การออกแบบและสร้างเรือ การติดตั้งระบบ การทดสอบทดลอง การฝึกอบรม การตรวจรับ จนถึงการส่งมอบ
กองทัพเรือจะกำกับให้เรือมีสมรรถนะครบถ้วนตามที่ต้องการ ส่งมอบตามกำหนดเวลา และพร้อมปฏิบัติงานได้จริง พร้อมทั้งติดตามตรวจสอบการถ่ายทอดเทคโนโลยี การดำเนินงานภายในประเทศไทย และข้อผูกพันด้าน Offset ให้เกิดผลตามที่เสนอไว้

“การประกาศผลในวันนี้ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความรับผิดชอบในการเปลี่ยนข้อเสนอในเอกสารให้เป็นเรือที่มีขีดสมรรถนะครบถ้วน และเปลี่ยนข้อเสนอ Offset Policy ให้เป็นผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ประเทศไทยจะต้องได้รับ”

ท้ายนี้ กองทัพเรือขอยืนยันอีกครั้งว่า การพิจารณาโครงการนี้ใช้หลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ใช้มาตรฐานเดียวกันกับผู้ยื่นข้อเสนอทุกราย มีหลักฐานและเหตุผลรองรับ ดำเนินการภายใต้ข้อตกลงคุณธรรม และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ โดยไม่มีการกำหนดบริษัท ประเทศผู้ผลิต หรือผลการพิจารณาไว้ล่วงหน้า

“เรือลำนี้สร้างขึ้นจากงบประมาณของประชาชน จึงต้องพร้อมปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชน ขณะเดียวกัน การลงทุนของประเทศต้องกลับคืนมาในรูปของความมั่นคง งาน ความรู้ เทคโนโลยี และขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเองของไทย
กองทัพเรือได้เรือ ประเทศก็ได้ด้วย”

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1096007186125036&id=100071472955205&rdid=wP9dAj7vlUISqc2v#

เปิดสถิติก่อนเกม ไทยดวลเกาหลีใต้!! ชิงทองแดงวอลเลย์บอลหญิงเอเชียนเกมส์ 2026 นัดชิงที่สำคัญในเอเชียนเกมส์ นัดสุดท้ายฤดูกาล 2026 ของทีมไทย ลุ้นอันดับโลก 13 พบ 28 จากเกาหลีใต้ เวลา 14.00 น.

เปิดสถิติก่อนเกม วอลเลย์บอลหญิง ทีมชาติไทย พบ เกาหลีใต้ ชิงเหรียญทองแดง เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 นัดสุดท้ายของทีมสาวไทยในนามทีมชาติฤดูกาล 2026

วันที่ 21 ก.ย.2569 การแข่งขัน วอลเลย์บอลหญิง เอเชียนเกมส์ 2026 รอบชิงเหรียญทองแดง เป็นการพบกันระหว่าง ทีมชาติไทย อันดับ 13 ของโลก พบกับ ทีมชาติเกาหลีใต้ อันดับ 28 ของโลก ศึกเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 “ไอจิ-นาโกย่า 2026” ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นนัดสุดท้ายของทีมสาวไทยในนามทีมชาติฤดูกาล 2026

เปิดสถิติ 5 นัดหลัง ไทย พบ เกาหลีใต้
สำหรับ ทีมชาติไทย เพิ่งเจอกับทีมชาติเกาหลีใต้ ในรายการ ชิงแชมป์เอเชีย AVC Tianjin 2026 ในรอบก่อนรองชนะเลิศ หรือ รอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อวันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยสถิติ 5 นัดหลังที่คู่นี้พบกันมีดังนี้

ชิงแชมป์เอเชีย 2026 วันที่ 27 ส.ค.2569
ทีมไทย ชนะ เกาหลีใต้ 3-0 เซต

เนชั่นส์ ลีก 2024 วันที่ 20 พ.ค.2567
ทีมเกาหลีใต้ ชนะ ไทย 3-1 เซต

โอลิมปิก 2024 รอบคัดเลือก วันที่ 23 ก.ย.2566
ทีมไทย ชนะ เกาหลีใต้ 3-0 เซต

ชิงแชมป์เอเชีย 2023 วันที่ 3 ก.ย. 2566
ทีมไทย ชนะ เกาหลีใต้ 3-0 เซต

เนชั่นส์ ลีก 2023 วันที่ 4 มิ.ย.2566
ทีมไทย ชนะ เกาหลีใต้ 3-0 เซต

ช่องทางชมสด ไทย พบ เกาหลีใต้
PPTV HD36
AIS PLAY

โปรแกรม วอลเลย์บอลหญิง เอเชียนเกมส์ 2026 วันนี้
รอบชิงเหรียญทองแดง
เวลา 14.00 น. ไทย พบ เกาหลีใต้

รอบชิงเหรียญทอง
เวลา : 17.20 น. ญี่ปุ่น พบ จีน (ถ่ายทอดสด : PPTV ช่อง 36 และ AIS Play)

รอบจัดอันดับ 5-13

เวลา : 08.00 น. คาซัคสถาน พบ เวียดนาม (ถ่ายทอดสด : MONOMAX SPORTS ช่อง 29 และ AIS Play)
เวลา : 11.00 น. ไต้หวัน พบ อินโดนีเซีย (ถ่ายทอดสด : AIS Play)
เวลา : 11.00 น. คาซัคสถาน พบ กาตาร์ (ถ่ายทอดสด : AIS Play)
เวลา : 14.00 น. เนปาล พบ มองโกเลีย (ถ่ายทอดสด : AIS Play)
เวลา : 17.00 น. ฮ่องกง พบ ฟิลิปปินส์ (ถ่ายทอดสด : AIS Play)

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10407940

เปิดกำเนิด “รามคำแหง 2514” จากแนวคิดตลาดวิชา สู่มหาวิทยาลัยแห่งโอกาสของคนไทย ผลิตบัณฑิตกว่าล้านคน เปลี่ยนโครงสร้างการเรียนไทย

ก่อเกิด “รามคำแหง 2514”กับปรัชญา “ตลาดวิชา”

ประมวล กุลมาตย์ อดีตส.ส.จังหวัดชุมพร พรรคสหประชาไทย ซึ่งเป็นผู้เริ่มเสนอยกร่างกฎหมายจัดตั้งมหาวิทยาลัยแบบตลาดวิชาเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร โดยฉบับร่างใช้ชื่อว่า “มหาวิทยาลัยรัตนโกสินทร์

แต่มีรายละเอียดสำคัญที่ควรแยกให้ชัด เพราะเรื่องนี้มี “หลายคน” อยู่ในกระบวนการก่อตั้งรามคำแหง
จุดเริ่มต้นของรามคำแหง

1. ประมวล กุลมาตย์ คือผู้ริเริ่มเสนอร่างกฎหมาย
วันที่ 21 สิงหาคม 2512 ประมวล กุลมาตย์ ส.ส.จังหวัดชุมพร เสนอร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยรัตนโกสินทร์ต่อสภาผู้แทนราษฎรเป็นครั้งแรก

แนวคิดสำคัญคือการจัดตั้งมหาวิทยาลัยในลักษณะ “ตลาดวิชา” เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่สามารถสอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยระบบปิดได้ มีโอกาสศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา แต่เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ

ต่อมา 9 ตุลาคม 2512 สภาผู้แทนราษฎรลงมติรับหลักการเป็นเอกฉันท์ และตั้งกรรมาธิการขึ้นพิจารณา

2. ศ.ดร.ศักดิ์ ผาสุขนิรันดร์ มีบทบาทสำคัญในชั้นกรรมาธิการ
เอกสารของมหาวิทยาลัยรามคำแหงระบุว่า เมื่อสภารับหลักการแล้ว มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ โดย ศ.ดร.ศักดิ์ ผาสุขนิรันดร์ เป็นคนแรกของกรรมาธิการ ขณะที่ สุกิจ นิมมานเหมินทร์ เป็นประธานกรรมาธิการในช่วงหนึ่งของการพิจารณา

ดังนั้น ถ้าจะเขียนว่า “ใครเป็นคนก่อตั้งรามคำแหง” ไม่ควรโยนให้คนเดียวทั้งหมด แต่ถ้าถามว่า

“ใครเป็นผู้ริเริ่มเสนอร่างกฎหมายจัดตั้งมหาวิทยาลัยแบบตลาดวิชาเข้าสภา?”

คำตอบคือ ประมวล กุลมาตย์
แล้วใครเป็นคนเสนอชื่อ “รามคำแหง”?

นี่เป็นอีกคนหนึ่งครับ คือ แคล้ว นรปติ อดีตส.ส.จังหวัดขอนแก่น
ในชั้นพิจารณาร่างกฎหมาย เดิมมีแนวคิดใช้ชื่อ “มหาวิทยาลัยรัตนโกสินทร์” ก่อนที่แคล้ว นรปติ จะเสนอแปรญัตติให้ใช้ชื่อ “มหาวิทยาลัยรามคำแหง” เพื่อเทิดพระเกียรติพ่อขุนรามคำแหงมหาราช

26 กุมภาพันธ์ 2514
มีพระบรมราชโองการให้ประกาศใช้กฎหมาย
2 มีนาคม 2514 พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2514 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

แล้วเรื่อง “เด็กไม่มีที่เรียน” กับยุคเบบี้บูมล่ะ?

“ปัญหาการขาดแคลนที่เรียนระดับอุดมศึกษา” บวกรวมกับยุค Baby Boom เป็นปัญหาใหญ่ ถ้าไม่มีที่เรียนต่อกับสถานบันอุดมศึกษาของรัฐที่รับได้จำนวนจำกัด เด็กส่วนหนึ่งจะถูกถีบออกนอกระบบการศึกษา

งานวิชาการของภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่เผยแพร่ปี 2569 อธิบายว่า ก่อนการเกิดรามคำแหง มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่เป็น ระบบปิดและต้องสอบคัดเลือก (entrance) ขณะที่ความต้องการเรียนต่อระดับอุดมศึกษาสูงขึ้น แต่สถาบันที่มีอยู่ไม่สามารถรองรับคนจำนวนมากได้ รามคำแหงจึงเกิดขึ้นอย่างเร่งรีบในรูปแบบ “ตลาดวิชา” ที่ไม่สอบเข้าและไม่จำกัดจำนวน เพื่อรองรับความต้องการดังกล่าว แต่รามคำแหงเข้าง่าย ออกยาก ถ้าไม่ตั้งใจเรียน ไม่ทุ่มเทกับการอ่านหนังสือตำราเรียน จึงมีนักศึกษาเพียงส่วนหนึ่งที่เข้ามาเรียนแล้วจบการศึกษาออกไป

นี่คือหัวใจของกำเนิดรามคำแหงเลยครับ:

ระบบเดิมคัดคนเข้าเรียน แต่รามคำแหงเปิดประตูให้คนจำนวนมากเข้ามาเรียน แล้วใช้การเรียนและการสอบเป็นเครื่องคัดคนออก

จึงทำให้แนวคิด “ตลาดวิชา” ของรามคำแหงมีความหมายมากกว่าการเป็นมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องโอกาสทางการศึกษาในประเทศไทย

และปรัชญานี้สอดคล้องกับข้อมูลของกระทรวง อุดมศึกษา (อว.)ที่ระบุว่ารามคำแหงตั้งขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายให้เป็นสถาบันการศึกษาแบบ “ตลาดวิชา” และเน้น โอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา

ส่วนข้อความ “ผลิตบัณฑิตมาแล้วล้านกว่าคน” เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง
ข้อมูลจากเอกสารเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยระบุว่า ตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน รามคำแหงผลิตบัณฑิตแล้ว มากกว่า 1 ล้านคน และศิษย์เก่ากระจายอยู่ทั้งภาครัฐ เอกชน และวิชาชีพต่าง ๆ

จาก “ประมวล กุลมาตย์” จุดประกายความคิด ในรูปแบบ “ตลาดวิชา” มหาวิทยาลัยรัตนโกสินทร์ “แคล้ว นรปติ” แปรญัตติเป็น “รามคำแหง” ดร.ศักดิ์ ผาสุกนิรันทร์อธิการบดีคนแรก เป็นมหาวิทยาลัยที่ผลิตบัณฑิตทะลุ 1 ล้านคนแล้ว

จึงมีคำกล่าวในยุคนั้นว่า ”ไม่มีราม ไม่มีเรา“ มีรามเราจึงได้เรียนต่อในระดับอุดมศึกษา เป็นบัณฑิตให้พ่อแม่ได้ภาคภูมิใจ ได้รับใช้ชาติบ้านเมือง

ทุเรียน–มังคุด–ขนมไทย ดึงผู้ซื้อจีนคึกคัก!! ผู้ประกอบการขายดีที่ CAEXPO ขนมและผลไม้ไทยได้รับความนิยม ความร่วมมือไทย-จีนขยายตัวต่อเนื่อง ตลาดจีนเป็นโอกาสใหญ่ธุรกิจไทย

หนานหนิง, 22 ก.ย. (ซินหัว) -- "สินค้าขายหมดแล้วค่ะ" ศิริพร บัวพุ่ม ผู้ประกอบการชาวไทยกล่าวด้วยรอยยิ้ม ขณะยืนอยู่หน้าบูธที่ว่างเปล่าของพาวิลเลียนไทยประจำงานแสดงสินค้าจีน-อาเซียน (CAEXPO) ครั้งที่ 23 ในเมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้จีน โดยศิริพรเข้าร่วมงานนี้เป็นครั้งแรกเพื่อนำเสนอขนมทานเล่นจากจังหวัดระยองที่แปรรูปจากมะพร้าวและถั่วลิสง และไม่คิดว่าจะได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคชาวจีนเช่นนี้จนมีความมั่นใจในการขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดจีนผ่านความร่วมมือกับหุ้นส่วนท้องถิ่น

บูธที่อยู่ไม่ไกลกันของจตุพล เก็งวินิชกุล ผู้ประกอบการชาวไทยอีกคน มีบรรยากาศคึกคักไม่แพ้กันเพราะดึงดูดผู้บริโภคและผู้ประกอบการชาวจีนจำนวนมากด้วยผลไม้ขึ้นชื่อของไทย เช่น ทุเรียนและมังคุด โดยจตุพลผู้คลุกคลีกับธุรกิจส่งออกอาหารมานานและเคยเข้าร่วมงานแสดงสินค้าจีน-อาเซียนหลายครั้งแล้วตั้งเป้าหมายนำผลไม้ไทยคุณภาพสูง โดยเฉพาะผลไม้ยอดนิยมอย่างทุเรียน เข้าสู่ตลาดจีนด้วยราคาที่ถูกลงภายใต้จุดแข็งจากการรู้จักกับเกษตรกรโดยตรง รวมถึงมีโรงงานแปรรูปและทีมส่งออกของตัวเอง
ทั้งนี้ ขอบเขตความร่วมมือระหว่างจีนกับไทยขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความร่วมมือระหว่างจีนกับอาเซียนที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยงานแสดงสินค้าจีน-อาเซียนช่วยให้สินค้าไทยจำนวนมากสามารถเข้าสู่ตลาดจีนและเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคชาวจีน ขณะเดียวกันผู้ประกอบการชาวจีนจำนวนมากยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดไทยและหวังจะใช้งานแสดงสินค้านี้เชื่อมโยงกับหุ้นส่วนชาวไทย เพื่อผลักดันสินค้าและเทคโนโลยีจากจีนสู่ไทย และบรรลุความร่วมมือทางอุตสาหกรรมที่ได้รับประโยชน์ร่วมกัน

ที่มา : Xinhua

25 กันยายน 2541 วันสถาปนา ‘มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง’ รำลึกถึง ‘สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี’ จากพระราชปณิธานสมเด็จย่า สู่ศูนย์กลางการศึกษาและพัฒนา

‘มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง’ เป็นสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐบาลตั้งอยู่ที่จังหวัดเชียงราย ก่อตั้งเมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2541 ภายหลังการเรียกร้องของชาวจังหวัดเชียงรายที่ต้องการมีมหาวิทยาลัยในท้องถิ่น และเพื่อเป็นการระลึกถึงสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จึงใช้พระราชสมัญญา ‘แม่ฟ้าหลวง’ เป็นชื่อมหาวิทยาลัย

หลังจากที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเสด็จสู่สวรรคาลัย เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 ประชาชนชาวเชียงรายร่วมกับหน่วยราชการในจังหวัดเชียงรายเห็นพ้องต้องกันว่า โดยที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ไพศาลต่ออาณาประชาราษฎร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนชาวเชียงรายที่ได้ทรงเลือกจังหวัดเชียงรายเป็นสถานที่สร้างพระตำหนัก หรือบ้านหลังแรกของพระองค์ และทรงริเริ่มโครงการพัฒนาดอยตุง ซึ่งได้นำความเจริญรุ่งเรือง มายังจังหวัดและประเทศชาติอย่างใหญ่หลวง

ฉะนั้น เพื่อแสดงความจงรักภักดีตลอดจนเพื่อสนองพระราชปณิธานของพระองค์ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการพัฒนาคน จึงได้เสนอให้มีการจัดตั้งมหาวิทยาลัยในจังหวัดเชียงรายต่อรัฐบาลที่มีนายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรีการดำเนินการเพื่อการจัดตั้งมหาวิทยาลัยที่จังหวัดเชียงราย ได้มีความคืบหน้าเป็นลำดับ รัฐบาลนายบรรหาร ศิลปอาชา ได้มีมติเมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2539 ให้จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาที่จังหวัดเชียงราย โดยอาจยกฐานะสถาบันราชภัฏเชียงรายขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยก็ได้

ต่อมารัฐบาลพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ได้มีมติใหม่ เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2540 ให้จัดตั้งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยแห่งใหม่ในจังหวัดเชียงราย และได้มีการตราพระราชบัญญัติจัดตั้งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงขึ้นเมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2541 ในสมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงได้รับงบประมาณในการดำเนินการเพื่อการเตรียมการจัดตั้ง ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2541 และงบประมาณในการดำเนินการก่อสร้างมหาวิทยาลัยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2542 เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 2,325 ล้านบาท การก่อสร้างตามโครงการระยะแรกเสร็จสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2547 ใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ 5 ปี บนพื้นที่ 4,997 ไร่ ณ บริเวณดอยแง่ม อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย

ที่มา : https://25years.mfu.ac.th/?page_id=30

แกร็บ ยกระดับสนามบิน!! ขยายจุดรับผู้โดยสาร 12 เลน เปิดฟีเจอร์ PIN จับคิวเร็วขึ้น เพิ่มบริการ Airport Pickup รอบรับไฮซีซัน ตั้งเป้ารองรับผู้โดยสาร 67.7 ล้านคน

แกร็บ ยกเครื่องจุดให้บริการผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิ
ขยายพื้นที่ 12 เลน - ผุด 2 ฟีเจอร์ใหม่ เตรียมรับไฮซีซัน

แกร็บ ประเทศไทย เดินหน้ายกระดับบริการเรียกรถที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เตรียมพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวช่วงไฮซีซัน โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งยอดใช้บริการเรียกรถในสนามบินจะเติบโตขึ้นราว 35-40%[1] เมื่อเทียบกับช่วงปกติ ลุยปรับพื้นที่ ขยายจุดรับผู้โดยสารเพิ่มเป็น 12 เลน พร้อมเปิดตัว 2 ฟีเจอร์ใหม่ ได้แก่ ระบบ “PIN” ที่ช่วยจัดคิวและจับคู่ผู้ใช้บริการกับคนขับรถที่พร้อมให้บริการ และ “Airport Pickup” บริการจองรถรับที่สนามบินล่วงหน้าที่มีระบบติดตามสถานะเที่ยวบินแบบเรียลไทม์ เชื่อมต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวให้สะดวก รวดเร็ว และราบรื่นยิ่งขึ้น

นางสาวอริสา หล่อทองไพศาล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจการเดินทางและบริหารคนขับ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า “การท่องเที่ยวถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้าง GDP ให้กับประเทศ โดยสนามบินถือเป็นด่านหน้าที่คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวในทุกๆ วัน ทั้งนี้ ท่าอากาศยานไทย (หรือ AOT) คาดการณ์ว่าในปี 2569 จะมีผู้โดยสารเดินทางผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมากถึง 67.7 ล้านคน[2] ทำให้การเตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งถือเป็นช่วงไฮซีซัน โดยเฉพาะพื้นที่สนามบินกลายเป็นอีกหนึ่งโจทย์สำคัญของประเทศ”

“เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกและสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว แกร็บในฐานะแพลตฟอร์มผู้ให้บริการเรียกรถอย่างเป็นทางการของ AOT จึงได้ขยายพื้นที่จุดรับผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (บริเวณชั้น 1 ประตู 4) เพิ่มขึ้นเป็น 12 เลน พร้อมพัฒนาฟีเจอร์ใหม่อย่างระบบ ‘PIN’ ซึ่งจะช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้บริการเรียกรถผ่านแอปฯ ให้รวดเร็วและสะดวกสบายกว่าเดิม โดยหลังจากที่ได้ทดลองเปิดให้บริการเป็นระยะเวลา 1 เดือน พบว่า ช่วยให้ผู้โดยสารลดเวลาในการรอรถได้ถึง 40%[3] ทั้งยังได้รับคะแนนความพึงพอใจระดับ 5 ดาวจากผู้ใช้บริการมากถึง 98%[4]”

ระบบ PIN จัดคิว จับคู่รถ ไม่ต้องรอนาน
-แกร็บพัฒนาระบบ “PIN” ขึ้นมาเพื่อช่วยจัดคิวและจับคู่ผู้ใช้บริการกับคนขับที่พร้อมให้บริการที่สนามบินสุวรรณภูมิโดยเฉพาะ ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาการรอคอยและความแออัดในบริเวณจุดรับ
-ใช้งานง่ายในไม่กี่ขั้นตอน เพียงเลือกจุดรับ “Grab Pick-up Point” เมื่อเรียกรถที่สนามบิน หลังจากได้รับการยืนยันแล้ว ระบบจะยังไม่ระบุรถ หรือคนขับทันที แต่จะแจ้งรหัส PIN 4 หลัก และระบุจุดที่ผู้โดยสารต้องรอขึ้นรถ เมื่อถึงจุดดังกล่าว สามารถแจ้งรหัส PIN ให้กับคนขับที่จอดรออยู่ (มาก่อนได้ไปก่อน) เพื่อยืนยันการเดินทางก่อนขึ้นรถได้ทันที
-สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยการให้บริการจากทีมเจ้าหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง ที่จะคอยให้ความช่วยเหลือ ตั้งแต่การให้คำแนะนำในการจอง การจัดคิว และการอำนวยความสะดวกในการขึ้นรถ
-สามารถเรียกรถผ่านระบบ PIN ได้ที่จุดรับผู้โดยสารแกร็บ อาคารผู้โดยสาร ชั้น 1 ประตู 4 สนามบินสุวรรณภูมิ บริเวณช่อง A, B, C และ D

Airport Pickup จองรถรอรับล่วงหน้า การันตีเวลา หมดกังวลหากไฟลต์ดีเลย์
-แกร็บเตรียมเปิดตัวฟีเจอร์ Airport Pickup สำหรับนักท่องเที่ยว หรือผู้ใช้บริการที่ลงเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิในช่วงไตรมาสสุดท้าย หลังเปิดให้บริการแล้วใน 3 สนามบิน คือ ภูเก็ต เชียงใหม่ และเชียงราย โดยผู้ใช้บริการสามารถจองรถล่วงหน้า โดยระบุหมายเลขเที่ยวบินที่มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ และเลือกเวลาที่ต้องการให้คนขับมารับได้ (ตามเวลาที่ระบบแนะนำ หรือกำหนดเวลาเอง) เพื่อตอบโจทย์เรื่องการวางแผนเดินทางหลังลงเครื่อง

-จุดเด่นของฟีเจอร์ Airport Pickup คือความสามารถในการติดตามสถานะเที่ยวบินได้แบบเรียลไทม์และปรับเวลานัดรับให้สอดคล้องกับเวลาเที่ยวบินจริงหากเกิดความล่าช้า พร้อมการันตีการรับตรงเวลา โดยคนขับจะรอที่จุดขึ้นรถได้นานสูงสุด 15 นาที และผู้ใช้บริการสามารถยกเลิกการจองได้ล่วงหน้า 1 ชั่วโมงก่อนถึงเวลานัดหมาย

-ผู้ใช้บริการ Airport Pickup สามารถขึ้นรถได้ที่จุดรับผู้โดยสารแกร็บ อาคารผู้โดยสาร ชั้น 1 ประตู 4 สนามบินสุวรรณภูมิ บริเวณช่อง E โดยรองรับบริการเรียกรถ 3 ประเภท ได้แก่ GrabCar, JustGrab และ GrabTaxi


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top