Thai PBS ประกาศผู้ชนะ
Thai PBS ประกาศผู้ชนะ จ้างจัดทำ “ปฏิทินไทยพีบีเอส ปีใหม่ 2570” ในวงเงิน 84,262.50 บาท ผู้ชนะได้แก่
บริษัทอัมรินทร์ คอร์ปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน)
Thai PBS ประกาศผู้ชนะ จ้างจัดทำ “ปฏิทินไทยพีบีเอส ปีใหม่ 2570” ในวงเงิน 84,262.50 บาท ผู้ชนะได้แก่
บริษัทอัมรินทร์ คอร์ปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน)
“ดร.พลัฏฐ์” อดีตเลขาฯ รมว.พาณิชย์ แนะรัฐบาลใช้เวที IMF-World Bank ปรับยุทธศาสตร์ดึงดูดการลงทุนต่างชาติให้ตรงเป้า ต่อยอดไทยสู่ฐานผลิตนวัตกรรม
ดร.พลัฏฐ์ ศิริกุลพิสุทธิ์ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF-World Bank เป็นโอกาสสำคัญในการประกาศยุทธศาสตร์เศรษฐกิจใหม่ โดยไทยต้องปรับแนวทางดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ไม่เน้นเพียงปริมาณเงินลงทุนหรือสิทธิประโยชน์ทางภาษี แต่ต้องให้ความสำคัญกับการสร้างงานทักษะสูง การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทย
ดร.พลัฏฐ์ ระบุว่า ประเทศไทยควรใช้จุดแข็งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบการเงิน กฎหมาย อุตสาหกรรม และคุณภาพชีวิต สร้างระบบนิเวศการลงทุน (Investment Ecosystem) ที่แข่งขันได้ในระดับภูมิภาค พร้อมเร่งพัฒนารัฐบาลดิจิทัลและปรับกฎระเบียบให้เอื้อต่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต
ดร.พลัฏฐ์ ชี้ว่า อุตสาหกรรมเป้าหมายที่ไทยควรเร่งส่งเสริม มี 8 กลุ่ม ได้แก่ 1. เศรษฐกิจชีวภาพและวิทยาศาสตร์ชีวภาพ 2. นวัตกรรมอาหารและเทคโนโลยีการเกษตร 3. การแพทย์และสุขภาพ 4. ปิโตรเคมีมูลค่าสูงและวัสดุขั้นสูง 5. ยานยนต์แห่งอนาคต 6. อิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ 7. เศรษฐกิจดิจิทัลและโครงสร้างพื้นฐาน AI และ 8. เกษตรพรีเมียมและอุตสาหกรรมชีวภาพสร้างสรรค์ โดยมุ่งต่อยอดศักยภาพเดิมของไทยสู่สินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง
นอกจากนี้ ดร.พลัฏฐ์ ยังเสนอแนวทางปรับทิศทางเศรษฐกิจ 5 ด้าน ได้แก่ ปรับสิทธิประโยชน์ FDI ให้เน้นคุณภาพการลงทุน สร้างเครือข่ายอุตสาหกรรมระดับโลก พัฒนาทักษะแรงงานด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล เพิ่มแหล่งเงินทุนสนับสนุนนวัตกรรม และเชื่อมโยงวัตถุดิบไทยเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าระดับโลก เช่น การแปรรูปข้าว ผลไม้ ยางพารา และสมุนไพรเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง
“แนวทางการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ หรือ FDI ที่ดีที่สุดไม่ใช่การลงทุนที่นำเงินเข้าประเทศมากที่สุด แต่คือการลงทุนที่สร้างความรู้ด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และโอกาสใหม่ที่เข้าถึงง่ายกับคนไทย” ดร.พลัฏฐ์ กล่าว
ดร.พลัฏฐ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ประเทศไทยต้องเปลี่ยนผ่านจาก “Factory Thailand” สู่ “Innovation Thailand” เปลี่ยนจากการขายวัตถุดิบสู่การสร้างนวัตกรรม และจากการสร้างงานจำนวนมากสู่การสร้างงานทักษะสูงที่มีรายได้ดี เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางการลงทุนที่ได้รับความเชื่อมั่นของเอเชีย โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างเศรษฐกิจที่เติบโตควบคู่กับคุณภาพชีวิตและอนาคตที่มั่นคงของคนไทย
.
https://www.facebook.com/share/p/1QKhPBsB2Z/?mibextid=wwXIfr
https://vt.tiktok.com/ZSbEnvfRG/
https://www.instagram.com/p/DebdLaIqa8S/?cplk=aGJ5dDAxNnBncDZt
http://youtube.com/post/Ugkx4jfvKPT6QSuOMsye8yu4tFoIawA7hV28?si=aQw0xlHF2q_Mkqb2
https://www.พรรครวมไทยสร้างชาติ.net/blog/12008/ดรพลัฏฐ์-อดีตเลขาฯ-รมวพาณิชย์-แนะรัฐบาลใช้เวที-imf-world-bank-ปรับยุทธศาสตร์ดึงดูดการลงทุนต่างชาติให้ตรงเป้า-ต่อยอดไทยสู่ฐานผลิตนวัตกรรม
“นงนุช เวิลด์ พัทยา” จับมือ Ctrip รุกตลาดโลก ชู Family Destination หนุนท่องเที่ยวไทย
ผนึกการตลาดผ่าน Trip.com ขยายฐานนักท่องเที่ยว พร้อมสร้างการรับรู้แบรนด์ใหม่ในระดับนานาชาติ
พัทยา จ.ชลบุรี วันที่ 14 ตุลาคม 2569 เวลา 10:00 น. นงนุช เวิลด์ พัทยา (NONGNOOCH WORLD PATTAYA) หรือที่รู้จักกันในชื่อเดิมว่า “สวนนงนุชพัทยา” จับมือบริษัท Ctrip Travel Holding (Hong Kong) Limited ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อขยายความร่วมมือด้านการตลาดและส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านแพลตฟอร์ม Trip.com เพิ่มโอกาสเข้าถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ พร้อมสร้างการรับรู้แบรนด์ใหม่ในตลาดนานาชาติ
พิธีลงนามมี นายกัมพล ตันสัจจา ประธานนงนุช เวิลด์ พัทยา และ นายอัลเลน เผิง (Mr. Allen Peng) ผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้านการพัฒนาธุรกิจสถานที่ท่องเที่ยวและทัวร์ ของ Ctrip เป็นผู้แทนทั้งสองฝ่าย โดย Ctrip จะสนับสนุนกิจกรรมการตลาด การส่งเสริมการขาย และการประชาสัมพันธ์ร่วมกันในตลาดเป้าหมาย รวมถึงศึกษาแนวทางพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อยกระดับประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว
นายกัมพล ตันสัจจา กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเพียงเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว แต่เป็นการนำจุดแข็งของทั้งสององค์กรมาสร้างโอกาสใหม่ให้การท่องเที่ยวไทย เราจะพัฒนาประสบการณ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คนที่เคยมาอยากกลับมาอีก และคนที่ยังไม่เคยมาอยากเดินทางมาสัมผัส
สำหรับชื่อ “นงนุช เวิลด์ พัทยา” (NONGNOOCH WORLD PATTAYA) สะท้อนการพัฒนาจากสวนพฤกษศาสตร์สู่โลกแห่งประสบการณ์สำหรับทุกคนในครอบครัว ด้วยสวนสวยมากกว่า 70 สวน หุบเขาไดโนเสาร์ เมืองอียิปต์ การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย และแหล่งเรียนรู้หลากหลาย ภายใต้แนวคิด “More Than a Beautiful Garden. A World for Every Family.” พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ “Pattaya’s Family Destination” หรือจุดหมายท่องเที่ยวสำหรับครอบครัวของพัทยา ภายใต้คำขวัญ “สนุกทุกวัย เที่ยวได้ทั้งครอบครัว”
ภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์ สหรัฐอเมริกากำลังเดินหน้าทลายปฏิบัติการหลอกลวงที่อาศัยการค้ามนุษย์ โดยใช้เครื่องมือทุกอย่างที่มี รวมถึงการคว่ำบาตรบุคคลและนิติบุคคลมากกว่า 200 ราย จากบทบาทเกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้
สหรัฐอเมริกาจะเดินหน้าดำเนินการเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการหลอกลวงต่อไป
อาจารย์อุ๋ย ฟาด กทม. ! หมู่บ้านทับ ‘ฟลัดเวย์’ ใครเซ็นต้องรับผิด! หากเอื้อทุนฝ่าฝืนผังเมือง ผู้ว่าฯ–เจ้าหน้าที่เสี่ยงคุก 10 ปี ม.157
14 ตุลาคม 2569--นายประพฤติ ฉัตรประภาชัย หรืออาจารย์อุ๋ย นักวิชาการด้านกฎหมายและสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ได้แสดงความห็นผ่านเฟสบุ๊คว่า
”จากกรณีที่อาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ แกนนำเครือข่ายประชาชนทวงคืนแก้มลิงและฟลัดเวย์ เปิดประเด็นตรวจสอบการอนุญาตก่อสร้างและการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่รับน้ำและทางน้ำหลากของกรุงเทพมหานคร นั้น
ผมเห็นว่า กทม. ต้องเปิดแฟ้มอนุญาตโครงการหมู่บ้านจัดสรรในพื้นที่เหล่านี้ย้อนหลัง พร้อมตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องทุกขั้นตอน หากมีการใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ให้เอกชนฝ่าฝืนผังเมือง ผู้อนุญาตและผู้บริหารที่ร่วมกระทำต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย ประชาชนไม่ควรต้องแบกรับความเสียหายจากการใช้อำนาจโดยมิชอบ
กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2556 มีข้อกำหนดคุ้มครองพื้นที่ระบายน้ำ ล. 4 ตามข้อ 38 (3) (พื้นที่สีขาวทะแยงเขียว) บริเวณพื่นที่ กทม ฝั่งตะวันออกและตะวันตก ข้อ 41 กําหนดห้ามถมดิน ก่อสร้าง หรือดำเนินการที่ลดประสิทธิภาพการระบายน้ำตามธรรมชาติในบริเวณที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ การตรวจสอบต้องนำแผนที่ตามกฎหมายมาเทียบกับตำแหน่งโครงการ ใบอนุญาต และสภาพการก่อสร้างจริง หากพบว่าอนุญาตให้ถมดินหรือสร้างสิ่งกีดขวางขัดข้อกำหนด เจ้าหน้าที่ต้องตอบให้ได้ว่าใช้อำนาจตามกฎหมายข้อใดอนุญาตให้เอกชนทําเช่นนั้น
ผังเมืองเป็นกฎหมายที่เจ้าหน้าที่ต้องเคารพ ไม่ใช่กระดาษเปื้อนหมึกที่ทุนใหญ่จะขีดทับได้ตามใจ พื้นที่ที่กฎหมายสงวนไว้เพื่อรักษาการระบายน้ำเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของประชาชนทั้งเมือง หากใครเปิดทางให้โครงการฝ่าฝืนข้อกำหนด ต้องตรวจสอบให้ถึงตัวผู้ตัดสินใจ จะปล่อยให้ประชาชนจมน้ำ แล้วใช้งบประมาณแผ่นดินตามแก้ปัญหาไม่รู้จบไม่ได้!
ผมเสนอให้แยกตรวจทั้งแฟ้มอนุญาตจัดสรรที่ดินและแฟ้มอนุญาตก่อสร้างอาคาร เพราะเป็นอำนาจตามกฎหมายคนละส่วน การจัดสรรที่ดินเกี่ยวข้องกับคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกรุงเทพมหานคร ส่วนการอนุญาตก่อสร้างเกี่ยวข้องกับเจ้าพนักงานท้องถิ่นและผู้รับมอบอำนาจ ต้องเปิดทั้งมติกรรมการ รายงานตรวจผังเมือง แบบแปลน เงื่อนไขการอนุญาต และชื่อผู้ลงนาม พร้อมตรวจวันที่อนุญาตและสิทธิเดิมของแต่ละโครงการให้ครบ เพื่อให้เห็นว่าใครทำอะไร และต้องรับผิดตรงไหน
หากเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือปฏิบัติหรือละเว้นหน้าที่โดยทุจริต ย่อมเข้าข่ายประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี การสอบสวนต้องเจาะให้ถึงว่า ผู้เกี่ยวข้องรู้ข้อห้ามตามผังเมืองหรือไม่ มีรายงานทักท้วงหรือไม่ และมีการสั่งการให้ผ่านโครงการทั้งที่ขัดกฎหมายหรือไม่ ต้องใช้เอกสารและหลักฐานตามให้ถึงผู้รับผิดชอบทุกระดับ
สำหรับผู้ว่าฯ กทม. ไม่ว่าคนใด สมัยใด ต้องถูกตรวจสอบ ทั้งบทบาทในการอนุญาต สั่งการ และการบังคับใช้กฎหมายในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง หากมีส่วนร่วมผลักดันการอนุญาตที่มิชอบ หรือจงใจละเว้นหน้าที่โดยมีเจตนาตามมาตรา 157 ก็ต้องรับผิดเช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง การมอบอำนาจให้ผู้อื่นลงนามไม่ได้ลบความรับผิดจากการสั่งการของตน เมื่อพบสิ่งปลูกสร้างฝ่าฝืนกฎหมาย ต้องดำเนินการตามอำนาจและขั้นตอนอย่างจริงจัง พร้อมเปิดเผยความคืบหน้าให้ประชาชนตรวจสอบได้
เรื่องนี้ยังมีความรับผิดเป็นตัวเงิน หากพิสูจน์ได้ว่าการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่เป็นเหตุให้ประชาชนเสียหาย หน่วยงานรัฐอาจต้องชดใช้ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 และสามารถไล่เบี้ยเรียกเงินจากเจ้าหน้าที่ที่จงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงได้
หน่วยงานตรวจสอบที่มีหน้าที่ จึงต้องรวบรวมหลักฐานการอนุญาต ข้อมูลการระบายน้ำ และความเสียหายของประชาชน เพื่อเชื่อมโยงให้ชัดว่าการกระทำใดก่อให้เกิดความเสียหายอย่างไร
ผมเรียกร้องให้ กทม. เปิดเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง และให้หน่วยงานตรวจสอบตามเรื่องนี้ถึงต้นทาง หากพบการเอื้อประโยชน์โดยฝ่าฝืนกฎหมาย ต้องดำเนินคดีและเรียกความรับผิดจากผู้เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง
ทางน้ำคือเส้นเลือดของเมือง การอนุญาตทุกฉบับต้องอธิบายได้ว่าได้ปฏิบัติตามกฎหมายหรือไม่ และคุ้มครองประชาชนอย่างไร คนกรุงเทพฯ มีสิทธิรู้ว่าใครเป็นผู้ตัดสินใจ และมีสิทธิได้รับการปกป้องก่อนความเสียหายจะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซํ้าเล่า!
ด้วยความปรารถนาดี
https://www.facebook.com/share/p/1GcCP3PiB2/?mibextid=wwXIfr
หวยเป่ย, 14 ต.ค. (ซินหัว) -- ชวนชม "ทางม้าลายเรืองแสง" ในเมืองหวยเป่ย มณฑลอันฮุยทางตะวันออกของจีน ซึ่งกำลังเป็นกระแสไวรัลบนโลกออนไลน์ของจีน โดยเป็นทางม้าลายที่สามารถเปลี่ยนสีตามสัญญาณไฟจราจร พร้อมส่งเสียงแจ้งเตือนเพื่อแนะนำคนเดินเท้าให้ข้ามถนนหรือหยุดรอ แถบสีแดงและสีเขียวที่ส่องสว่างโดดเด่นตัดกับพื้นถนนในยามค่ำคืน ช่วยให้ทั้งยานยนต์ที่สัญจรไปมาและคนเดินเท้าเห็นสัญญาณไฟได้ชัดยิ่งขึ้น
ที่มา : Xinhua
BCPG ผ่านการรับรอง CAC ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3
ตอกย้ำองค์กรโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล
บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) ผ่านการต่ออายุการรับรองสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (Thai Private Sector Collective Action Against Corruption: CAC) ในปี 2569 ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 สะท้อนความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส และยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล
การรับรองครั้งนี้ตอกย้ำบทบาทของ บีซีพีจี ในการส่งเสริมการป้องกันการทุจริตและคอร์รัปชัน เพื่อร่วมสร้างห่วงโซ่อุปทานที่โปร่งใสและยั่งยืน พร้อมเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของภาคธุรกิจไทย
บีโอไอชี้อุตฯ วัสดุขั้นสูง มาแรง ลงทุนกว่า 2.3 หมื่นล้านบาท
หนุนซัพพลายเชนอิเล็กทรอนิกส์-แบตเตอรี่-พลังงานสะอาด
บีโอไอเผยอุตสาหกรรม “วัสดุขั้นสูง (Advanced Material)” กำลังสร้างฐานในประเทศไทย หนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมไฮเทค ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2566 – ครึ่งปี 2569) มีผู้ลงทุน 35 โครงการ เงินลงทุนรวมกว่า 23,500 ล้านบาท ทั้งการผลิตวัสดุต้นน้ำและวัสดุขั้นสูงอื่นๆ รองรับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อีวี แบตเตอรี่ และพลังงานสะอาด ช่วยเสริมความแข็งแกร่งห่วงโซ่อุปทาน และยกระดับไทยสู่ฐานการผลิตวัสดุและชิ้นส่วนเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า วัสดุขั้นสูง (Advanced Material) รวมถึงวัสดุนาโน เส้นใยและแผ่นผ้าที่มีคุณสมบัติพิเศษ เป็นองค์ประกอบสำคัญของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เนื่องจากช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ ทั้งด้านความแข็งแรง น้ำหนักเบา การนำและกระจายความร้อน การทนต่ออุณหภูมิและสารเคมี รวมถึงคุณสมบัติทางไฟฟ้าและพลังงาน ซึ่งเป็นฐานรากของผลิตภัณฑ์แห่งอนาคต และเป็นองค์ความรู้ที่ผู้ผลิตใช้ในการสร้างนวัตกรรมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ให้ก้าวหน้าและแข่งขันได้ ทั้งในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ ยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และพลังงานสะอาด การมีฐานการผลิตวัสดุขั้นสูงเหล่านี้ภายในประเทศจึงถือเป็นหัวใจของการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายให้ยั่งยืน ลดการพึ่งพาการนำเข้า และสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานที่มีมูลค่าสูงขึ้น
ตั้งแต่ปี 2566 ถึงครึ่งแรกของปี 2569 มีโครงการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิตวัสดุขั้นสูงและวัสดุนาโน รวมถึงเส้นใยและแผ่นผ้าที่มีคุณสมบัติพิเศษ รวม 35 โครงการ เงินลงทุนกว่า 23,500 ล้านบาท ครอบคลุมหลากหลายผลิตภัณฑ์ เช่น ตัวเก็บประจุเซรามิกหลายชั้น ฟิล์มแกรไฟต์สำหรับการจัดการความร้อน วัสดุและชิ้นส่วนเซรามิกสมรรถนะสูง วัสดุสำหรับแบตเตอรี่และเซลล์เชื้อเพลิง แม่เหล็กนีโอไดเมียมและชิ้นส่วนมอเตอร์ แผ่นผ้าใยแก้วและใยควอตซ์สำหรับแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) แผ่นผ้าและเส้นใยคุณภาพสูงสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ ตลอดจนวัสดุขั้นสูงสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตที่ต้องการความแม่นยำสูง
สำหรับวัสดุขั้นสูงในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ มีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ในการผลิตตัวเก็บประจุเซรามิกหลายชั้น หรือ Multilayer Ceramic Chip Capacitor (MLCC) ซึ่งเป็นชิ้นส่วนสำคัญที่ใช้ในผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์หลายประเภท ตั้งแต่สมาร์ทโฟนไปจนถึงเซิร์ฟเวอร์ AI ระดับสูงที่ต้องใช้ MLCC มากถึง 30,000 ตัวต่อเครื่อง ปัจจุบันไทยเป็นฐานการผลิตของบริษัทสำคัญ เช่น บริษัท มูราตะ อิเล็กทรอนิกส์ ผู้ผลิต MLCC รายใหญ่ที่สุดของโลก ครองส่วนแบ่งตลาดกว่าร้อยละ 35 และบริษัท เคียวเซร่า เอวีเอ็กซ์ คอมโพเนนส์ ผู้ผลิตตัวเก็บประจุแทนทาลัมอันดับ 1 ของโลก
นอกจากนี้ ยังมีบริษัท โจเนส เทค ได้ลงทุนผลิตฟิล์มชนิด Synthetic Graphite Film, Natural Graphite Film และชิ้นส่วนแกรไฟต์ตัดขึ้นรูป ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยนำและกระจายความร้อนในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ยุคใหม่ ตัวอย่างการลงทุนดังกล่าวสะท้อนทิศทางการเติบโตของกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สมรรถนะสูง เพื่อรองรับความต้องการผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ยุคใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและเทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง
ในกลุ่มเส้นใยและผ้าที่มีคุณสมบัติพิเศษ มีโครงการผลิตวัสดุตั้งต้นสำหรับแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เช่น บริษัท ฟูลเทค ไฟเบอร์ กลาส ผู้ผลิตแผ่นผ้าใยแก้วจากไต้หวันสำหรับ PCB รวมถึงรุ่นสมรรถนะสูงสำหรับเซิร์ฟเวอร์ AI, บริษัท พามิคา (ไทยแลนด์) ผลิตเส้นด้ายและแผ่นผ้าใยควอตซ์สำหรับอิเล็กทรอนิกส์ และบริษัท ไซแมกซ์ คอมโพสิท ผลิตแผ่นผ้าไฟเบอร์กลาสสำหรับอิเล็กทรอนิกส์ การลงทุนเหล่านี้ช่วยเสริมซัพพลายเชนต้นน้ำของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และ PCB ในประเทศให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น
สำหรับกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และพลังงานสะอาด มีการลงทุนในวัสดุสำคัญหลายประเภท เช่น บริษัท บีจีเอ็น ไทย ผลิตแผ่นอะลูมิเนียมและแผ่นทองแดงเคลือบคาร์บอน รวมถึงแผ่นฟอยล์เคลือบเซรามิกและคาร์บอนสำหรับระบบแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน บริษัท ฟินิส เวลเมนูเฟคเจอริ่ง ผลิตแม่เหล็กนีโอไดเมียมและชิ้นส่วนมอเตอร์ และบริษัท ซิ่นหยวน แกรไฟต์ ผลิต Expanded Graphite ซึ่งปรับโครงสร้างแกรไฟต์ให้นำไฟฟ้าได้ดี เหมาะสำหรับแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน และแผ่น Bipolar Plate ซึ่งเป็นชิ้นส่วนหลักในการนำกระแสไฟฟ้าและเอื้อต่อปฏิกิริยาของเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน
นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนในวัสดุนาโน โดยมีโครงการสำคัญ เช่น บริษัท โกลเดน อีเกร็ต ซีเมนต์ คาร์ไบด์ ผลิตผงทังสเตน ผงทังสเตนคาร์ไบด์ และผงโลหะผสม เพื่อนำไปผลิตเป็นแท่งซีเมนเต็ดคาร์ไบด์และชิ้นส่วนสำหรับเครื่องมือตัด รวมถึงงานอุตสาหกรรมที่ต้องการความแม่นยำสูง และบริษัท โคร์สเทก แอดวานซ์ แมททีเรียลส์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ CoorsTek จากสหรัฐอเมริกา ที่เป็นผู้นำระดับโลกด้านเซรามิกวิศวกรรมขั้นสูงสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ อากาศยาน และอาวุธยุทโธปกรณ์ ได้ลงทุนผลิตวัสดุเซรามิกสำหรับเซนเซอร์ตรวจจับแรงดันในชิ้นส่วนยานยนต์ และลูกบอลซิลิคอนไนไตรด์สำหรับใช้เป็นส่วนประกอบของตลับลูกปืนไฮบริดในรถยนต์ไฟฟ้าและกังหันลม
“โลกกำลังมุ่งสู่ผลิตภัณฑ์ที่เล็กลง เบาลง แต่มีความแข็งแรงและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ความต้องการวัสดุเฉพาะทางตั้งแต่วัสดุนาโนไปจนถึงเส้นใยสมรรถนะสูงจึงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อุตสาหกรรมวัสดุขั้นสูงที่กำลังหยั่งรากในไทยวันนี้ คือรากฐานของซัพพลายเชนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และพลังงานสะอาด บีโอไอจะเดินหน้าสร้างฐานการลงทุนในกลุ่มนี้ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ฐานการผลิตวัตถุดิบและชิ้นส่วนต้นน้ำ พร้อมสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา ต่อยอดเทคโนโลยี และพัฒนาบุคลากร เพื่อผลักดันไทยจากฐานการผลิตปลายน้ำไปสู่ต้นน้ำ และการเป็นศูนย์กลางวัสดุขั้นสูงของภูมิภาค” นายนฤตม์ กล่าว
“รัสเซียสนมั้ย!?!” สหรัฐฯ ยื่นข้อเสนอปลดล็อกทรัพย์สินรัสเซียบางส่วนที่ถูกอายัดไว้ หวังดึงมอสโกกลับสู่โต๊ะเจรจากับยูเครนอีกครั้ง ด้านยุโรปโวยแหลก แบบนี้ไม่เอา! หวั่นทรัพย์สินไหลกลับเข้าหาปูติน หลังจากเพิ่งเจอดีเซลรั่วทะลุมาตรการคว่ำบาตรไปก่อนหน้า
รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังเสนอให้ประเทศในยุโรปพิจารณาปลดอายัดทรัพย์สินของรัสเซียบางส่วน จากทรัพย์สินมูลค่ารวมประมาณ 260,000 ล้านยูโร (ประมาณ 9.6 ล้านล้านบาท) ที่ถูกอายัดไว้หลังรัสเซียเปิดปฏิบัติการทางทหารในยูเครนเมื่อปี 2022 เพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามผลักดันให้การเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียกับยูเครนกลับมาเริ่มต้นอีกครั้ง
ข้อเสนอดังกล่าวถูกนำเสนอโดย สตีฟ วิตคอฟฟ์ (Steve Witkoff) ผู้แทนพิเศษของสหรัฐฯ ระหว่างการประชุมที่เมืองไมอามี รัฐฟลอริดา เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีเจ้าหน้าที่จากยูเครน ฝรั่งเศส เยอรมนี อังกฤษ สหภาพยุโรป และ NATO เข้าร่วม
อย่างไรก็ตาม ตัวแทนจากยุโรปคัดค้านข้อเสนอนี้ เพราะไม่ต้องการสูญเสียอำนาจควบคุมทรัพย์สินดังกล่าว หรือเปิดทางให้มีการส่งคืนทรัพย์สินแก่รัสเซีย
ปัจจุบัน ยุโรปรวมมือกันใช้ประโยชน์จากผลตอบแทนที่งอกเงยจากทรัพย์สินรัสเซียที่ถูกอายัดเป็นหลักประกันเงินปล่อยกู้แก่ยูเครนมูลค่า 45,000 ล้านยูโร (ประมาณ 1.7 ล้านล้านบาท)
แต่ยังไม่มีการนำเงินต้นออกมาใช้ เนื่องจากยังมีประเด็นขัดแย้งและข้อกังวลทางกฎหมาย และยังต้องใช้การตัดสินใจอย่างพร้อมเพรียงจากชาติสมาชิกสหภาพยุโรปทั้ง 27 ประเทศอีกด้วย
"เซเลนสกี” ประกาศไม่ลาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี และจะไม่มีการเลือกตั้ง ตามที่ทรัมป์ต้องการ พร้อมยอมรับว่า โดนหักหลังจากทรัมป์ และถูกจำกัดการใช้งาน Starlink"
ในการสัมภาษณ์กับเพียร์ส มอร์แกน (Piers Morgan) เซเลนสกี ยอมรับว่า เขาถูกหักหลัง และรู้ตัวว่ากำลังสูญเสียพันธมิตรที่แข็งแกร่งไป
เซเลนสกี ยังเรียกร้องให้ทรัมป์วางตัวเป็นกลาง
นอกจากนี้ เซเลนสกียืนยันด้วยตัวเองว่า เครือข่ายดาวเทียม Starlink ในยูเครนถูกจำกัดความเร็ว และยังถูกจำกัดเงื่อนไขการใช้งานทางเทคนิคอย่างเข้มงวด ขณะนี้เซเลนสกีกำลังขอให้อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ช่วยปลดล็อกการเข้าถึงดังกล่าว
เซเลนสกี ยังพูดถึงสถานะของตัวเอง ถูกถามว่าเขามีแผนจะลาออกหรือไม่ "ผมจะไม่ลาออก สงครามครั้งนี้เป็นความรับผิดชอบของผม มีบุคคลผู้มีอิทธิพลบางกลุ่มต้องการเข้ามาแทนที่ผม เพราะผมกำลังขัดขวางการยอมรับว่าดินแดนของยูเครนเป็นของรัสเซีย" เขากล่าวเสริม
ขณะเดียวกัน เซเลนสกียอมรับว่า จะไม่มีการจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดียูเครนในขณะนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เห็นว่ามีความจำเป็น
ที่มา : https://www.facebook.com/watch/?v=1101282769196774&rdid=lMKr3Ue6AoAZJmXe