Tuesday, 1 September 2026
NewsFeed

นักท่องเที่ยวอิสราเอลก่อเรื่อง!! โซเชียลเดือดกระแสต่อต้านพฤติกรรม นักท่องเที่ยวอิสราเอลกร่างที่กระบี่ กดดันไล่เรือในอุทยานทะเลแหวก พบเบี้ยวค่าอาหารสร้างความวุ่นวาย

โซเชียลเดือด 'นักท่องเที่ยวอิสราเอล' ก่อเรื่องไม่หยุด ไล่เรือพ้นที่จอดอุทยานฯ แถมชี้ยวเบี้ยวค่าอาหาร

​กระบี่ – กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ที่ทำเอาคนไทยและผู้ประกอบการท่องเที่ยวสุดจะทน เมื่อมีผู้ใช้โซเชียลออกมาเปิดเผยพฤติกรรมสุดเอือมระอาของกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล ที่ก่อเหตุวุ่นวายไม่เว้นแต่ละวันในพื้นที่ท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดกระบี่

​รายงานข่าวระบุว่า ผู้ใช้บริการเรือนำเที่ยวรายหนึ่งได้โพสต์ข้อความสะท้อนความตึงเครียดในพื้นที่ "ทะเลแหวก" และ "อ่าวนาง" อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ โดยระบุว่า ตนเองถูกกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลเข้ามากดดันและไล่ไม่ให้จอดเรือในพื้นที่อุทยานฯ

​"วันนี้ผมโดนไล่ที่ทะเลแหวก เอ่อ ไล่เช่นเดียวกัน พอนักท่องเที่ยวมากับผมและที่ยืนอยู่บนชายหาด เห็นผมถูกไล่... กลุ่มนักท่องเที่ยวที่ไม่ใช่คนอิสราเอลจึงเข้ามาช่วยไล่กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลออกไป พร้อมย้ำชัดว่า 'นี่คือประเทศไทย ไม่ใช่อิสราเอล!'"

​นอกจากประเด็นการกร่างกร่างไล่ที่จอดเรือแล้ว ในโพสต์ดังกล่าวยังเผยถึงพฤติกรรมน่ารังเกียจอื่นๆ ที่เกิดขึ้นบนเกาะ เช่น การซื้ออาหารรับประทานแล้วพยายามจะไม่จ่ายเงินและเตรียมจะหนี จนเจ้าหน้าที่ต้องวิ่งไล่ตามกดดันจึงยอมควักเงินจ่ายในที่สุด

​เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับทั้งผู้ประกอบการไทยและนักท่องเที่ยวชาติอื่นที่อยู่ในเหตุการณ์เป็นอย่างมาก โดยชาวเน็ตต่างพากันแชร์ข้อมูลและติดแฮชแท็กเตือนภัยให้ระมัดระวังกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเข้ามาจัดระเบียบและดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยไปมากกว่านี้

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1389703793280459&id=100067225537993&rdid=GT2xMDqzHZK51mM6#

'CXMT' โตแรง!! หวังลดพึ่งพาเซมิคอนดักเตอร์ ผลิตแรม DDR4, DDR5 รองรับหลายอุปกรณ์ ขึ้นแท่นอันดับ 4 ของโลกด้านแรม ราคายังใกล้เคียงผู้ผลิตใหญ่

ทำความรู้จัก CXMT บริษัทที่หลายคนเชื่อว่านี่อาจเป็นความหวังใหม่ของวงการแรม

ช่วงนี้เห็นหลายคนพูดถึงแรมจีน ๆ กันบ่อย ๆ เลยจะพามาทำความรู้จัก CXMT หรือ ChangXin Memory Technologies บริษัทผู้ผลิต DRAM ของจีน ก่อตั้งเมื่อปี 2016 ที่เมืองเหอเฟย โดยมีเป้าหมายสำคัญคือพัฒนาชิปแรมของตัวเอง เพื่อลดการพึ่งพาผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกอย่าง Samsung, SK hynix และ Micron

ซึ่งปัจจุบัน CXMT ผลิตชิป DDR4, DDR5, LPDDR4X และ LPDDR5/5X สำหรับใช้งานในคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก สมาร์ทโฟน และเซิร์ฟเวอร์ได้แล้ว

แม้เทคโนโลยีจะยังตามหลังผู้ผลิตรายใหญ่ แต่ CXMT เติบโตอย่างรวดเร็ว จนก้าวขึ้นมาเป็น ผู้ผลิต DRAM รายใหญ่อันดับ 4 ของโลก และกำลังขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง

แต่ต้องบอกก่อนว่าความหวังในที่นี้ อาจไม่ใช่แรมในราคาที่ถูกลง ราคาอาจจะยังคงใกล้เคียงกับ 3 ยักษ์ใหญ่ในตลาด แต่การเกิดคู่แข่งขึ้นมาอาจจะมีผลทำให้เกิดการแข่งขันในตลาด

ซึ่งผลประโยชน์ก็มักจะตกกับผู้บริโภคอย่างเรา ๆ และมีโอกาสส่งผลให้ราคาแรมทั่วโลกมีความคุ้มค่ามากขึ้นในระยะยาว แม้ปัจจุบันราคาจะยังไม่ได้แตกต่างจากคู่แข่งอย่างชัดเจนก็ตาม

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1572542484231542&id=100044274167392&rdid=frJMKlU4IwUTOd0k#

สหรัฐอเมริกา- อิหร่าน กำลังเจรจาไปด้วยดี!! วอชิงตันเน้นบรรลุข้อตกลง ไม่เน้นใช้ปฏิบัติการทางทหาร อิหร่านขอเจรจาหลังสหรัฐฯเตรียมโจมตี ทรัมป์อ้างนำศัตรูขอความเมตตา

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวว่า วอชิงตันกำลังเจรจากับเตหะราน และต้องการบรรลุข้อตกลงมากกว่าการใช้ปฏิบัติการทางทหาร โดยอ้างว่าอิหร่านร้องขอการเจรจาหลังจากที่สหรัฐฯ เตรียมการโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวอีกว่า พวกคุณลองนึกภาพตามนะ มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในห้องทำงานรูปไข่ และอิหร่านกำลังอยู่ที่ปลายสาย

“ได้โปรดอย่าทำเลย… เราเคารพคุณ”

ทรัมป์กำลังอ้างว่าความเป็นผู้นำของเขาทำให้ศัตรูของอเมริกาโทรมาขอความเมตตา

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1366374408984249/?rdid=0MvYvqSm6i19zWIl#

สร้างบังเกอร์ชายแดนจันทบุรี-ตราด

สร้างบังเกอร์ชายแดนจันทบุรี-ตราด
ใช้งบคุ้มค่าหรือไม่ ?
.
สส.ฉัตร สุภัทรวณิชย์
รองประธานกรรมาธิการการทหาร พรรคประชาชน

.

นี่เหรอคือ..“ผู้ทรงคุณวุฒิ”ที่ถูกคัดเลือกให้เป็น“รองประธานกรรมาธิการทหาร”
ของสภาผู้แทนราษฎรไทย
ไม่ต้องเป็นหรอกครับ สส. แค่ทำตัวให้สมควรเป็น“คน”
ที่เกิดในแผ่นดินไทยก็พอครับ
.
วิทัย ลายถมยา
โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย
.
ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=10162724218930426&id=709290425&rdid=oDHEIRuXtGgSWLy4#

ไทย–สหรัฐฯ ยุคสงครามเย็น!! บทบาทสหรัฐฯ หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ปั้นไทยเป็นฐานยุทธศาสตร์ต้านคอมมิวนิสต์ในภูมิภาค จากมิตรประเทศสู่พันธมิตรแนวหน้า โลกเสรีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

บทบาทของ “สหรัฐฯ” กับ “จีน” ในสถานะ “มิตรประเทศ” ของไทย (EP.3)

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลงในปี ค.ศ. 1945 โลกค่อย ๆ แบ่งออกเป็น 2 ขั้วอำนาจหลัก ซึ่งนำไปสู่ยุค สงครามเย็น
1. ขั้วโลกเสรี (Western Bloc) นำโดย สหรัฐอเมริกา ยึดหลัก ประชาธิปไตย ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมและตลาดเสรี การคุ้มครองทรัพย์สินเอกชน
2. ขั้วโลกคอมมิวนิสต์ (Eastern Bloc) นำโดย สหภาพโซเวียต ยึดหลัก ลัทธิคอมมิวนิสต์ ระบบเศรษฐกิจแบบวางแผนจากส่วนกลาง พรรคการเมืองเดียว

สหรัฐอเมริกาเป็น ผู้นำในการต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์ในยุคสงครามเย็น (ค.ศ. 1947–1991) จากปัจจัยสำคัญทั้งด้านอุดมการณ์ ความมั่นคง เศรษฐกิจ และบทบาทในเวทีโลก ดังนี้
1. ความขัดแย้งทางอุดมการณ์ สหรัฐฯ มองว่าการขยายตัวของคอมมิวนิสต์เป็นภัยต่อเสรีภาพและระเบียบโลกที่ตนสนับสนุน

2. นโยบาย "การสกัดกั้น" (Containment) ในปี 1947 ประธานาธิบดี Harry S. Truman ประกาศ Truman Doctrine ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของนโยบาย "Containment" มีเป้าหมายเพื่อ
-ป้องกันไม่ให้คอมมิวนิสต์ขยายอิทธิพลไปยังประเทศอื่น
-สนับสนุนรัฐบาลที่ต่อต้านคอมมิวนิสต์ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และการทหาร
แนวคิดนี้กลายเป็นพื้นฐานในการดำเนินนโยบายต่างประเทศสหรัฐฯ ตลอดช่วงยุคสงครามเย็น

3. ทฤษฎีโดมิโน (Domino Theory) สหรัฐฯ เชื่อว่า หากประเทศหนึ่งตกเป็นคอมมิวนิสต์ ประเทศเพื่อนบ้านก็อาจล้มตามกันเป็นลูกโซ่ แนวคิดนี้มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของสหรัฐฯ ในหลายภูมิภาค เช่น เกาหลี เวียดนาม ลาว กัมพูชา และไทย

4. ปกป้องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ สหรัฐฯ ต้องการรักษา การค้าเสรี การลงทุนระหว่างประเทศ เส้นทางคมนาคมทางทะเล และการเข้าถึงทรัพยากรสำคัญ ด้วยเพราะ หากประเทศต่างๆ เปลี่ยนเป็นคอมมิวนิสต์ สหรัฐฯ กังวลว่าจะสูญเสียตลาดและอิทธิพลทางเศรษฐกิจ

5. การแข่งขันกับสหภาพโซเวียตในฐานะมหาอำนาจ หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เหลือมหาอำนาจหลักเพียงสองประเทศ คือ สหรัฐอเมริกา กับ สหภาพโซเวียต โดยทั้งสองแข่งขันกันในหลายด้าน ได้แก่ กำลังทหารและอาวุธนิวเคลียร์ เทคโนโลยีและอวกาศ เศรษฐกิจ การสร้างพันธมิตร การแผ่อิทธิพลทางการเมือง ฯลฯ การต่อต้านคอมมิวนิสต์จึงเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันเพื่อความเป็นผู้นำของโลก

6. การสร้างพันธมิตรทั่วโลก สหรัฐฯ จัดตั้งหรือสนับสนุนพันธมิตรหลายแห่ง เช่น องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ North Atlantic Treaty Organization (NATO) ในยุโรป และ องค์การสนธิสัญญาป้องกันภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Southeast Asia Treaty Organization (SEATO) ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สหรัฐฯ สนับสนุนนพันธมิตรเหล่านี้ โดยมีเป้าหมายคือการยับยั้งการขยายอิทธิพลของสหภาพโซเวียตและจีน

7. บทบาทในประเทศไทย ในช่วงสงครามเย็น ประเทศไทยมีบทบาทเป็นพันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่ติดกับอินโดจีน ซึ่งเป็นพื้นที่การแข่งขันอิทธิพลระหว่างฝ่ายเสรีประชาธิปไตยที่นำโดยสหรัฐฯ กับฝ่ายคอมมิวนิสต์ที่นำโดยสหภาพโซเวียตและจีน บทบาทของสหรัฐฯ ต่อไทยสามารถแบ่งได้ดังนี้

1. สนับสนุนความมั่นคงและการป้องกันประเทศ สหรัฐฯ มองว่าไทยเป็น "แนวหน้าของโลกเสรี" ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงให้ความช่วยเหลือด้านความมั่นคงอย่างกว้างขวาง ได้แก่ ส่งความช่วยเหลือทางทหาร สนับสนุนอาวุธ ยุทโธปกรณ์ และกระสุน ฝึกอบรมกำลังพลไทย และสนับสนุนการพัฒนากองทัพไทยให้ทันสมัย ฯลฯ เหตุการณ์สำคัญ ได้แก่ การจัดตั้ง องค์การสนธิสัญญาป้องกันภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEATO) ในปี 195 และ การประกาศ แถลงการณ์ถนัด–รัสก์ (1962) ซึ่งสหรัฐฯ แสดงเจตนาช่วยเหลือไทยหากถูกคุกคามจากคอมมิวนิสต์

2. ใช้ประเทศไทยเป็นฐานยุทธศาสตร์ ในช่วงสงครามเวียดนาม ไทยกลายเป็นฐานปฏิบัติการสำคัญของสหรัฐฯ มีการใช้ฐานทัพอากาศหลายแห่ง เช่น ฐานทัพอากาศอู่ตะเภา ฐานทัพอากาศโคราช ฐานทัพอากาศอุดรธานี และฐานทัพอากาศตาคลี ฯลฯ บทบาทของฐานเหล่านี้ ได้แก่ สนับสนุนปฏิบัติการทางอากาศในเวียดนาม ปฏิบัติการลาดตระเวนและข่าวกรอง และลำเลียงกำลังพลและยุทโธปกรณ์ ฯลฯ ในช่วงปลายทศวรรษ 1960 มีทหารอเมริกันประจำอยู่ในไทยหลายหมื่นนาย

3. ความร่วมมือด้านข่าวกรอง ไทยและสหรัฐฯ ร่วมมืออย่างใกล้ชิดในการ ต่อต้านการแทรกซึมของคอมมิวนิสต์ แลกเปลี่ยนข่าวกรอง พัฒนาขีดความสามารถของหน่วยข่าวกรองไทย และสนับสนุนการต่อต้านพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ความร่วมมือดังกล่าวมีความสำคัญต่อการรับมือภัยคุกคามภายในประเทศและบริเวณชายแดน

4. ความช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจ สหรัฐฯ ให้เงินช่วยเหลือจำนวนมากแก่ไทยผ่านโครงการต่างๆ เช่น เงินช่วยเหลือเพื่อการพัฒนา เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ การสนับสนุนด้านเกษตรกรรม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาระบบสาธารณสุขและการศึกษา ฯลฯ หน่วยงานสำคัญที่ดำเนินโครงการคือ องค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID)

5. ถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ สหรัฐฯ สนับสนุน ทุนการศึกษา การแลกเปลี่ยนนักศึกษา การฝึกอบรมข้าราชการ การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ การพัฒนามหาวิทยาลัย บุคลากรไทยจำนวนมากได้รับการศึกษาจากสหรัฐฯ และกลับมามีบทบาทในการพัฒนาประเทศ

6. ความร่วมมือทางการแพทย์และสาธารณสุข มีความร่วมมือด้าน การควบคุมโรคติดต่อ การวิจัยโรคเขตร้อน การแพทย์ทหาร การพัฒนาห้องปฏิบัติการ ฯลฯ ซึ่งส่งผลต่อการยกระดับระบบสาธารณสุขของไทยในระยะยาว

7. การลงทุนและการค้า สหรัฐฯ เป็นหนึ่งในนักลงทุนต่างชาติรายสำคัญของไทย โดยมีการลงทุนใน อุตสาหกรรมการผลิต อุตสาหกรรมปิโตรเลียม โทรคมนาคม ธุรกิจบริการ การส่งออกของไทยสู่ตลาดโลก ฯลฯ ความร่วมมือดังกล่าวมีส่วนช่วยเร่งการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในช่วงทศวรรษ 1960–1980

ผลประโยชน์ที่ไทยได้รับ
-ได้รับการคุ้มครองด้านความมั่นคงในช่วงที่ภูมิภาคเผชิญสงคราม
-กองทัพได้รับการพัฒนาและทันสมัยขึ้น
-เศรษฐกิจเติบโตจากเงินช่วยเหลือและการลงทุน
-โครงสร้างพื้นฐานได้รับการพัฒนา เช่น ถนน สนามบิน และระบบสื่อสาร
-บุคลากรไทยได้รับการพัฒนาด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี
-ความสัมพันธ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจกับสหรัฐฯ แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ผลกระทบ แม้ความร่วมมือจะนำมาซึ่งประโยชน์หลายด้าน แต่ก็มีประเด็นที่นักวิชาการอภิปราย เช่น
-การใช้ฐานทัพไทยสนับสนุนสงครามเวียดนาม ทำให้ไทยตกเป็นเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ของฝ่ายคอมมิวนิสต์
-การพึ่งพาความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ ในบางช่วงอาจส่งผลต่อความเป็นอิสระในการกำหนดนโยบายต่างประเทศ
-การปรากฏตัวของทหารสหรัฐฯ จำนวนมากส่งผลต่อสังคมและเศรษฐกิจในบางพื้นที่ ทั้งในด้านบวกและด้านลบ

ช่วงสงครามเย็นถือเป็นยุคที่ความสัมพันธ์ไทย–สหรัฐฯ แน่นแฟ้นที่สุดยุคหนึ่ง โดยสหรัฐฯ มีบทบาทสำคัญในฐานะ "มิตรประเทศ" ผ่านความร่วมมือด้านความมั่นคง การทหาร เศรษฐกิจ การพัฒนา การศึกษา และสาธารณสุข ขณะเดียวกัน ความร่วมมือนี้ก็ทำให้ไทยมีบทบาทสำคัญในยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และก่อให้เกิดทั้งประโยชน์และข้อถกเถียงที่ยังเป็นหัวข้อศึกษาทางประวัติศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจนถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม นักประวัติศาสตร์จำนวนมากชี้ว่า การดำเนินนโยบายดังกล่าวไม่ได้เกิดจากอุดมการณ์เพียงอย่างเดียว แต่ยังสะท้อนผลประโยชน์ด้านความมั่นคง ยุทธศาสตร์ และเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ด้วย จึงเป็นทั้งการแข่งขันเชิงอุดมการณ์และการแข่งขันด้านอำนาจระหว่างสองมหาอำนาจในยุคสงครามเย็น

นักลงทุนเดินเกมภูเก็ต!! ‘นายจิตรเทพ’ นำทีมเจรจาลงทุน มุ่งยกระดับอสังหาฯสู่ตลาดโลก ร่วมมือผนึกกำลังหลากหลายสาขา ภูเก็ตเป้าหมายธุรกิจใหม่ล่าสุด

นายจิตรเทพ เนื่องจำนงค์ ผู้บริหารกองทุน นำคณะนักลงทุนและพันธมิตรธุรกิจ ศึกษาความร่วมมือด้านการลงทุนโครงการอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ต มุ่งยกระดับสู่ตลาดนักลงทุนต่างประเทศ

ภูเก็ต – นายจิตรเทพ เนื่องจำนงค์ ผู้บริหารกองทุน นำคณะนักลงทุนและพันธมิตรทางธุรกิจ เดินทางเข้าหารือแนวทางความร่วมมือด้านการลงทุนในโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จังหวัดภูเก็ต เพื่อศึกษาโอกาสการร่วมลงทุน การพัฒนาโครงการ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างนักลงทุน ผู้พัฒนาโครงการ และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา โดยมุ่งยกระดับศักยภาพของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดนักลงทุนระดับนานาชาติ

คณะผู้แทนด้านการลงทุน นำโดย นายจิตรเทพ เนื่องจำนงค์ พร้อมด้วย นายสิทธิชัย พิริยะวัฒน์ ผู้บริหารกองทุน Straits Asset Group (Private Equity Fund), นายกันตวีร์ แสงสาย ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ นายนิวัฒน์ ตั้งก้องเกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฟลลัส คอร์เปอเรชั่น จำกัด ได้ร่วมเดินทางเข้าพบ นายก้าน ประชุมพรรณ์ นักธุรกิจและนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จังหวัดภูเก็ต เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือด้านการลงทุน การพัฒนาโครงการ และการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของจังหวัดภูเก็ต โดยมี นายธนภัทร อุทวราพงศ์ เข้าร่วมประสานงานและสนับสนุนการดำเนินงาน

การประชุมในครั้งนี้มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ด้านการลงทุน การวางโครงสร้างเงินทุน การพัฒนาโครงการ การสร้างกลยุทธ์การตลาด และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ข้อมูล การบริหารการขาย และการสื่อสารการตลาดสู่กลุ่มนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อเพิ่มศักยภาพของโครงการในระยะยาว

นายก้าน ประชุมพรรณ์ นักธุรกิจและนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัทมีประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์หลากหลายรูปแบบในจังหวัดภูเก็ต ทั้งโครงการที่อยู่อาศัย คอนโดมิเนียม และโครงการเชิงพาณิชย์ เพื่อตอบสนองความต้องการของทั้งผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน โดยมี The Beach Center และ The Balance Condo Kata เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญที่สะท้อนแนวคิดการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์คุณภาพบนทำเลศักยภาพ พร้อมมีแผนพัฒนาโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง และเปิดรับความร่วมมือจากพันธมิตรและนักลงทุนที่มีวิสัยทัศน์ร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ต

นายก้านกล่าวเพิ่มเติมว่า จังหวัดภูเก็ตยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายด้านการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนจากรัสเซีย ยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชีย ซึ่งมองเห็นศักยภาพของจังหวัดภูเก็ตทั้งในด้านการท่องเที่ยว การอยู่อาศัย และการลงทุน ส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ด้าน นายจิตรเทพ เนื่องจำนงค์ กล่าวว่า การหารือในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความร่วมมือระหว่างนักลงทุน ผู้พัฒนาโครงการ และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา เพื่อร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุน พัฒนาโครงการที่มีคุณภาพ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอสังหาริมทรัพย์ไทยผ่านการบูรณาการองค์ความรู้ด้านการเงิน การตลาด และเทคโนโลยี AI พร้อมเชื่อมั่นว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยยกระดับศักยภาพของโครงการในจังหวัดภูเก็ต และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

การหารือครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทุกภาคส่วนในการผลักดันความร่วมมือด้านการลงทุน การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และการนำเทคโนโลยีมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการ เพื่อยกระดับมาตรฐานของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย พร้อมสนับสนุนให้จังหวัดภูเก็ตก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับนานาชาติในอนาคต

กระทรวงพาณิชย์จีนสอบ!! ตรวจสอบอุปกรณ์ใช้ซอฟต์แวร์ตปท. หวั่นส่งผลกระทบความมั่นคงชาติ กำหนดเสร็จสิ้นใน 12 เดือน เตรียมเปิดรับความเห็น 30 วัน

จีนเริ่มสอบสวน 'อุปกรณ์สำนักงานนำเข้า' ที่ใช้ซอฟต์แวร์ตปท. หวั่นกระทบความมั่นคงชาติ

ปักกิ่ง, 6 ส.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพุธ (5 ส.ค.) กระทรวงพาณิชย์จีนประกาศเริ่มการสอบสวนด้านความมั่นคงระดับชาติเกี่ยวกับอุปกรณ์สำนักงานนำเข้าที่มีฟังก์ชันการพิมพ์และการถ่ายสำเนาที่ใช้ระบบซอฟต์แวร์จากต่างประเทศ ซึ่งหมายถึงซอฟต์แวร์ไดรเวอร์และซอฟต์แวร์แบบฝังตัวที่ได้รับการพัฒนา ทดสอบ หรือบำรุงรักษาโดยบุคคลหรือนิติบุคคลจากต่างประเทศ โดยข้อมูลเบื้องต้นบ่งชี้ว่าอุปกรณ์สำนักงานนำเข้าดังกล่าวอาจกระทบต่อผลประโยชน์ด้านความมั่นคงระดับชาติในมิติการค้าระหว่างประเทศ

กระทรวงฯ จะตรวจสอบการนำเข้าผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ผลกระทบของผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี หรือบริการนำเข้าที่มีต่อผลประโยชน์ด้านความมั่นคงระดับชาติ ความต้องการภายในประเทศในภาคส่วนที่เกี่ยวข้องและระดับการพึ่งพาสินค้า เทคโนโลยี หรือบริการจากต่างประเทศ สถานะการพัฒนาของอุตสาหกรรมภายในประเทศที่เกี่ยวข้องและผลกระทบของการนำเข้าที่มีต่ออุตสาหกรรมเหล่านั้น ตลอดจนศักยภาพและขีดความสามารถของอุตสาหกรรมในการตอบสนองความต้องการภายในประเทศและสนับสนุนผลประโยชน์ด้านความมั่นคงระดับชาติ

นอกจากนี้ การสอบสวนจะพิจารณาผลกระทบของนโยบายและมาตรการที่เกี่ยวข้องของรัฐบาลต่างประเทศที่มีต่อผลประโยชน์ด้านความมั่นคงระดับชาติของจีน รวมถึงประเด็นอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ด้านความมั่นคงในมิติการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งการสอบสวนอาจดำเนินการผ่านแบบสอบถามที่เป็นลายลักษณ์อักษร การไต่สวน การตรวจสอบในสถานที่ หรือการมอบหมายให้หน่วยงานดำเนินการสอบสวน โดยกระทรวงฯ จะจัดทำรายงานผลการสอบสวนหรือมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าว และประกาศผลอย่างเป็นทางการ

กระทรวงฯ ระบุว่าการสอบสวนจะต้องเสร็จสิ้นภายใน 12 เดือน นับจากวันที่มีการประกาศเริ่มการสอบสวน เว้นแต่จะมีการขยายระยะเวลาภายใต้กรณีพิเศษ โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถยื่นความเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนและกระบวนการสอบสวนได้ภายใน 30 วัน นับจากวันที่มีการเผยแพร่ประกาศดังกล่าว

ที่มา : Xinhua

ดีลแสนล้านไม่ใช่แค่เรื่องเงิน

"ดีลแสนล้านไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่คือการปักหมุดเทคโนโลยี
การดึงดูดการลงทุนระดับโลก เช่น กลุ่ม Cloud Service Data Center
และอุตสาหกรรม EV ไม่ใช่แค่เรื่องเม็ดเงินลงทุน
แต่เป็นการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของไทย"​
.
คุณจรีพร จารุกรสกุล ​
ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม ​
บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ​

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1676235341177008&id=100063716733871&rdid=A68HIFVmNN0eslc5#

‘มาคาเลียส’ ชี้วอเชอร์โต!! ธุรกิจท่องเที่ยวปรับตัว อี-วอเชอร์ช่วยบริหารรายได้ ยอดขายโต-ลูกค้าสะดวกมากขึ้น โวช์เชอร์เป็น New Normal ใหม่

มาคาเลียส ชี้ "Voucher Economy" กำลังเป็น New Normal ของธุรกิจท่องเที่ยวไทย
โรงแรม-ร้านอาหารหันใช้อี-วอเชอร์บริหารรายได้ รับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่

มาคาเลียส (Makalius) แหล่งรวม อี-วอเชอร์ที่พัก ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ของประเทศไทย ชี้แม้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในปี 2569 จะยังคงเติบโตต่อเนื่อง แต่การแข่งขันของผู้ประกอบการกลับทวีความเข้มข้น ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยว ต่างต้องเผชิญความท้าทายในการกระตุ้นยอดขาย ควบคู่กับการรักษาภาพลักษณ์ของแบรนด์ ส่งผลให้ "Voucher Economy" หรือระบบการซื้อขายผ่านอี-วอเชอร์ กำลังก้าวขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในการบริหารธุรกิจท่องเที่ยวในยุคใหม่

นางสาวณีรนุช ไตรจักร์วนิช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มาคาเลียส ประเทศไทย จำกัด ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มรวมอี-วอเชอร์ที่พัก ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในปี 2569 ยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว ทั้ง โรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ยังคงต้องเผชิญความท้าทายในการกระตุ้นยอดขาย เพราะปัจจุบันกลุ่มลูกค้ามองหาความคุ้มค่า ประสบการณ์ เน้นราคาที่ถูกลง เพื่อให้ท่องเที่ยวได้มากขึ้น ส่งผลให้ "Voucher Economy" หรือระบบการซื้อขายผ่านอี-วอเชอร์ กำลังก้าวขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในการบริหารธุรกิจท่องเที่ยวในยุคใหม่ ซึ่งบทบาทของอี-วอเชอร์ในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเครื่องมือส่งเสริมการขายหรือการจัดโปรโมชั่นอีกต่อไป แต่กำลังพัฒนาเป็นเครื่องมือด้าน Revenue Management ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารรายได้ เพิ่มประสิทธิภาพในการขาย และสร้างการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างยั่งยืน

"ที่ผ่านมา หลายคนอาจมองว่า 'วอเชอร์' คือการลดราคา แต่ในมุมของผู้ประกอบการวอเชอร์คือเครื่องมือในการบริหารรายได้และการบริหารอุปสงค์ (Demand Management) ที่ช่วยสร้างยอดขายโดยไม่จำเป็นต้องลดราคาปกติของสินค้าและบริการอีกต่อไป”

ส่งผลให้ในปัจจุบัน ผู้ประกอบการจำนวนมากเริ่มนำอี-วอเชอร์มาใช้ในการบริหารยอดขายในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน เช่น การกระตุ้นยอดขายในช่วง Low Season การจำหน่ายแพ็กเกจเฉพาะช่วงเวลา การกำหนดจำนวนสิทธิ์ หรือการกำหนดเงื่อนไขการใช้งาน เพื่อเพิ่มอัตราการใช้บริการ (Utilization Rate) โดยยังสามารถรักษาระดับราคาปกติของแบรนด์ไว้ได้ แตกต่างจากการลดราคาหน้าร้านที่อาจส่งผลต่อการรับรู้ของผู้บริโภคในระยะยาว

นอกจากการบริหารราคาแล้ว อี-วอเชอร์ ยังช่วยคาดการณ์รายรับให้กับผู้ประกอบการ ทำให้ธุรกิจสามารถนำ วางแผนการตลาด หรือบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจบริการที่มีต้นทุนคงที่สูง เช่น โรงแรม ร้านอาหาร และแหล่งท่องเที่ยว ในขณะเดียวกัน ฝั่งผู้บริโภคเองก็มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน จากเดิมที่มองหาส่วนลดเฉพาะช่วงแคมเปญใหญ่ กลายเป็นการวางแผนค่าใช้จ่ายล่วงหน้าผ่านการซื้ออี-วอเชอร์ ทั้งสำหรับที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ สปา และกิจกรรมท่องเที่ยว เพื่อควบคุมงบประมาณและเลือกใช้บริการในเวลาที่เหมาะสม สะท้อนให้เห็นว่า "วอเชอร์" ไม่ใช่เพียงเครื่องมือในการประหยัดค่าใช้จ่าย แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยว

จากสถิติยอดจำหน่ายวอเชอร์ของมาคาเลียสในปี 2026 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่าน พบว่า หมวดที่พักมีการเติบโตของยอดซื้ออี-วอเชอร์เพิ่มขึ้น 50% โดยจังหวัดที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ พัทยา และจากการสำรวจยังพบว่า ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวนิยมท่องเที่ยวในวันธรรมดา และนิยมท่องเที่ยวในช่วงโลว์ซีซั่น เพิ่มมากขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคเริ่มใช้วอเชอร์เป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวมากกว่าการรอโปรโมชั่นในช่วงเทศกาล"

นางสาวณีรนุช กล่าวต่อว่า ท่ามกลางการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่รุนแรงขึ้น การบริหารรายได้ผ่านแพลตฟอร์มอี-วอเชอร์จะกลายเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญของผู้ประกอบการด้านธุรกิจท่องเที่ยวในระยะยาว ไม่เพียงเพื่อเพิ่มยอดขาย แต่ยังเป็นเครื่องมือสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ "ความคุ้มค่า" ควบคู่ไปกับ "คุณภาพของประสบการณ์" มากกว่าที่เคย โดย มาคาเลียส มองว่า Voucher Economy จะมีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวมากขึ้นในอนาคต เพราะช่วยสร้างสมดุลระหว่างผู้ประกอบการและผู้บริโภค ผู้ประกอบการสามารถบริหารรายได้และรักษามูลค่าของสินค้าและบริการ ขณะที่ผู้บริโภคได้รับความคุ้มค่าและมีความยืดหยุ่นในการวางแผนการเดินทางมากขึ้น

NIA หนุน BWC ลุยนวัตกรรม!! เปิดตัว Care Floor ผลิตภัณฑ์ใหม่ เปลี่ยนของเสียเป็นน้ำยาทำความสะอาด ชูคอนเซปต์รักษ์โลกยั่งยืน บรรจุภัณฑ์รีไซเคิลสอดคล้องแนวคิด

พลิกโฉมวงการทำความสะอาด! NIA หนุน BWC เปิดตัว 'Care Floor'

นวัตกรรมเปลี่ยนของเสียอุตสาหกรรมสู่น้ำยาถูพื้นรักษ์โลกสุดล้ำ

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ร่วมสร้างปรากฏการณ์ใหม่แห่งวงการเศรษฐกิจหมุนเวียน ประกาศสนับสนุนบริษัท เบตเตอร์ เวสท์ แคร์ จำกัด (BWC) เปิดตัวนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นสุดล้ำภายใต้ชื่อ "แคร์ ฟลอร์" (Care Floor) ซึ่งเป็นผลผลิตระดับมาสเตอร์พีซจากโครงการแปลงเทคโนโลยีเป็นทุน โดยนวัตกรรมนี้ได้สร้างความตื่นเต้นให้กับวงการด้วยการนำสารเคมีบางชนิดที่เป็นของเสีย มาผ่านกระบวนการอัพไซเคิล (Upcycle) ขั้นสูง จนพลิกโฉมกลายมาเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ทรงประสิทธิภาพและรักษ์โลกอย่างแท้จริง

ผลิตภัณฑ์ Care Floor ถูกคิดค้นและออกแบบมาภายใต้คอนเซปต์ "From Waste to Care - ขับเคลื่อนเพื่อโลกสะอาด... ก้าวไปด้วยกันอย่างยั่งยืน" โดยชูจุดเด่นที่ความสามารถในการทำความสะอาดได้อย่างหมดจด ขจัดคราบสกปรกฝังลึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีความอ่อนโยนต่อพื้นผิว มีความปลอดภัยสูงไม่เป็นอันตราย สามารถนำไปใช้ทำความสะอาดได้กับพื้นผิวทั่วไปหลากหลายประเภทในทุกๆ พื้นที่ของบ้าน พร้อมมอบกลิ่นหอมสะอาดสดชื่นในทุกครั้งที่ใช้งาน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่ต้องการทั้งความสะอาดสะอ้านและความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน

ความใส่ใจของแบรนด์ยังไม่หยุดอยู่แค่ตัวน้ำยาทำความสะอาดเท่านั้น แต่ยังสะท้อนผ่านการเลือกใช้ บรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน โดย Care Floor มาพร้อมปริมาณจุใจถึง 1,000 มิลลิลิตร มีให้เลือกทั้งในรูปแบบขวดใช้งานง่ายและแบบถุงเติม (Refill) ในราคาสุดคุ้มค่าที่ทุกคนเข้าถึงได้ เพื่อสนับสนุนให้ผู้บริโภคสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการลดปริมาณขยะพลาสติกและร่วมกันรักษ์โลกได้อย่างยั่งยืน

การผลักดันจาก NIA โดยการสนับสนุนทุนนวัตกรรมในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยให้ BWC สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์จนผ่านการทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยและการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ยังเป็นการจุดประกายโมเดลธุรกิจแห่งอนาคต ที่เปลี่ยนภาระต้นทุนในการกำจัดของเสียให้กลายเป็นนวัตกรรมสร้างรายได้ นับเป็นก้าวสำคัญที่พิสูจน์ให้เห็นว่า การนำเทคโนโลยีมาผสานกับแนวคิดรักษ์โลก สามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่ "ว้าว" ทั้งในแง่ของคุณภาพชีวิตและดีต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top