Tuesday, 1 September 2026
NewsFeed

Veeam ชูศักยภาพ AI คุมข้อมูล!! เปิดตัว agentic AI ช่วยธุรกิจไทย รับมือกฎ PDPA และ AI governance ลดเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพงานความเป็นส่วนตัว ขยายขีดความสามารถควบคุม AI ด้วย DataAI

กรุงเทพฯ ประเทศไทย — Veeam Software ซึ่งเป็น The Data and AI Trust Company นำเสนอ agentic AI ศักยภาพสูงบน Veeam DataAI™ Command Platform โดยออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรนำมาตรการดูแลด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและ AI governance ไปปฏิบัติได้จริงในสภาพแวดล้อมข้อมูลและ AI ที่ซับซ้อน

องค์กรธุรกิจในประเทศไทยกำลังเผชิญกับสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ของไทยกำหนดหน้าที่ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้ในระบบ AI รวมถึงข้อพิจารณาด้านการขอความยินยอมและการโอนข้อมูลข้ามพรมแดน ทั้งนี้ ร่างแนวปฏิบัติของคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในการพัฒนาและการใช้ปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 และร่างพระราชบัญญัติ AI ของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ซึ่งเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2569 มีข้อเสนอเกี่ยวกับข้อกำหนดเพิ่มเติม ซึ่งจะมีผลใช้บังคับต่อเมื่อได้รับการประกาศใช้เป็นกฎหมาย โทษปรับทางปกครองสะสมภายใต้ PDPA มีมูลค่าเกินกว่า 21.5 ล้านบาท จาก 6 กรณี และ 9 คำสั่ง รวมถึงค่าปรับ 8 รายการ มูลค่ารวม 14.5 ล้านบาท ที่ประกาศเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2568 นอกจากนี้ PDPA ยังกำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลต้องแจ้งต่อสำนักงาน PDPC ในทันที หรือภายใน 72 ชั่วโมง นับแต่ทราบถึงเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่การละเมิดนั้นไม่น่าจะก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูล อย่างไรก็ตาม โปรแกรมที่ใช้ในการบริหารจัดการความเป็นส่วนตัวจำนวนมากยังต้องอาศัยการประเมินด้วยตนเอง สเปรดชีต และกระบวนการทำงานที่ไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

เจษฎา ภาสวรวิทย์ ผู้อำนวยการอาวุโสประจำประเทศไทยของ Veeam กล่าวว่า “สำหรับองค์กรธุรกิจไทย เรื่องนี้ไม่ใช่การถกเถียงในเชิงทฤษฎีอีกต่อไป เพราะ PDPC ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแนวปฏิบัติด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลใน AI ขณะที่ ETDA ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติ AI ว่าทุกธุรกิจต้องแสดงให้เห็นได้ว่า AI ขององค์กรใช้ข้อมูลอย่างไร รวมทั้งตอบสนองนโยบายการกำกับดูแลอย่างไร ขณะที่ธุรกิจที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล(regulated sectors)ต่างขยายขอบเขตการใช้งาน AI ดังนั้น ความสามารถในการแสดงหลักฐานของการกำกับดูแล ต้องเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตั้งแต่แรก ไม่ใช่สิ่งที่นำมาเพิ่มภายหลัง”

นอกจากนี้ องค์กรธุรกิจในประเทศไทยวางใจเลือกใช้ Veeam ในด้าน Data Resilience มาอย่างต่อเนื่อง เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) สามารถลดระยะเวลาการกู้คืนและการค้นหาข้อมูลจากหนึ่งชั่วโมงเหลือเพียงห้านาที ขณะที่ KBTG ซึ่งเป็นบริษัทในเครือธนาคารกสิกรไทย ประหยัดเวลาการทำงานด้านธุรการได้ราว 900 ชั่วโมงต่อเดือน พร้อมทั้งสนับสนุนการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย; และบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของระบบไอทีได้ถึง 99% ความเชี่ยวชาญด้านการกู้คืนข้อมูลที่สั่งสมมานี้ จึงเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการขยายขีดความสามารถด้านการกำกับดูแลในยุค Agentic AI
เมื่อผู้ใช้งานเลือกตั้งค่าความเป็นส่วนตัว เช่น การปฏิเสธเทคโนโลยีการติดตาม หรือจำกัดวิธีการที่ข้อมูลของตนจะถูกป้อนให้กับโมเดลของ AI ความต้องการเหล่านั้นต้องได้รับการตอบสนองจากทุกระบบที่ข้อมูลเข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่ใช่เฉพาะระบบที่ผู้ใช้กดเลือกเท่านั้น โดย Consent Agent ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยระบุช่องว่างที่เกี่ยวข้องกับการขอความยินยอมและสนับสนุนเวิร์กโฟลว์การแก้ไข ทำให้ทีมงานด้านความเป็นส่วนตัว กฎหมาย และการตลาดมองเห็นการกำกับดูแลการขอความยินยอมทั่วทั้งระบบที่เชื่อมโยงกันได้ชัดเจนยิ่งขึ้น นอกเหนือจาก Consent Agent แล้ว Veeam ยังได้แนะนำ AI agents เพิ่มอีกสองตัวที่ช่วยแบ่งเบางานปฏิบัติการที่ใช้เวลามากที่สุดออกจากทีมงานด้านความเป็นส่วนตัว ซึ่งรวมถึงการทำแบบฟอร์มออนไลน์สำหรับคำขอด้านความเป็นส่วนตัวและการประเมินการปฏิบัติตามกฎระเบียบทั่วไปให้เป็นแบบอัตโนมัติด้วย

“ในโลกยุคปัจจุบัน วิธีการคิดในด้านความเป็นส่วนตัวและการกำกับดูแล AI ต้องปรับเปลี่ยนให้ต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง นโยบายที่ตายตัวและการรายงานรายไตรมาสถูกออกแบบมาสำหรับโลกที่ข้อมูลเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้าและ AI ยังไม่ได้เข้ามามีบทบาทในการตัดสินใจ ทว่า โลกใบนั้นได้จบสิ้นลงแล้ว” Michael Dolan รองประธานและ Chief Privacy Officer ของ Best Buy กล่าว

PrivacyOps AI agents บนเฟรมเวิร์กของ DataAI Command Platform
Consent Agent, Data Subject Request Agent และ Assessment Agent พร้อมให้บริการแล้วในฐานะส่วนหนึ่งของ Veeam DataAI™ Command Platform โดยทำให้เวิร์กโฟลว์ด้านความเป็นส่วนตัวและการกำกับดูแล AI ที่มีความซับซ้อนสามารถดำเนินงานได้แบบอัตโนมัติ ช่วยให้ทีมงานเน้นการตัดสินใจที่ต้องใช้ดุลยพินิจของมนุษย์

Consent Agent: AI agent แบบครบวงจรสำหรับการกำกับดูแลการขอความยินยอมและการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้อง ซึ่งบริหารจัดการระบบการขอความยินยอมแบบครบวงจร ตั้งแต่การสร้างแบนเนอร์และการทดสอบอัตโนมัติ ไปจนถึงการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องและการแก้ไขอัตโนมัติ โดยจับสัญญาณการขอความยินยอมของผู้ใช้จากโดเมนของลูกค้า รวมถึงการตั้งค่าคุกกี้ การปฏิเสธข้อเสนอทางการตลาด การเพิกถอนสิทธิ์สำหรับการปรับแต่งด้วย AI และข้อจำกัดการประมวลผลปลายทาง จากนั้นจะช่วยส่งต่อและบังคับใช้สัญญาณเหล่านั้นในระบบที่เชื่อมโยงและได้รับการกำหนดค่าให้รองรับความต้องการดังกล่าว รวมถึงแพลตฟอร์มการวิเคราะห์ AI pipelines เทคโนโลยีโฆษณา แอปพลิเคชัน SaaS และระบบนิเวศของบุคคลที่สาม ด้วยพลังจากฐานข้อมูลกฎระเบียบของ Veeam เอเจนต์นี้ให้บริการการประเมินความเสี่ยงภายใต้ขอบเขตอำนาจทางกฎหมาย (jurisdiction-aware risk scoring) และแดชบอร์ดแบบรวมศูนย์ โดย Consent Agent พร้อมให้บริการแล้วในวันนี้

Data Subject Request Agent: สร้างและดูแลแบบฟอร์มสำหรับรับคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลที่กำหนดค่าให้เหมาะกับขอบเขตการดำเนินงานและกฎระเบียบขององค์กร ทีมงานสามารถจัดทำแบบฟอร์มได้ภายในไม่กี่นาทีและปรับให้เป็นปัจจุบันตามการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบ โดยไม่ต้องรอการตรวจสอบจากฝ่ายกฎหมายหรือใช้เวลาของนักพัฒนาทุกครั้งที่กฎหมายมีการเปลี่ยนแปลง Veeam ประมาณการว่า Data Subject Request Agent สามารถลดเวลาในการจัดทำแบบฟอร์มคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล (DSR) ได้ราว 50% ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดและการนำไปใช้งานขององค์กร โดย Data Subject Request Agent พร้อมให้บริการแล้วในวันนี้

Assessment Agent: วิเคราะห์หลักฐานสนับสนุนเพื่อจัดทำคำตอบสำหรับแบบประเมินที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละองค์กร ครอบคลุมการประเมินผลกระทบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPIA) การประเมินความสอดคล้องตาม EU AI Act และแบบสอบถามความเสี่ยงของผู้ขาย โดย Assessment Agent พร้อมให้บริการแล้วในวันนี้

สร้างความเชื่อมั่นในการดำเนินงานด้านความเป็นส่วนตัว การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และการกำกับดูแล AI

ความสามารถต่าง ๆ ที่กล่าวถึงนี้มีอยู่ใน Veeam DataAI™ Command Platform ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานแบบครบวงจรสำหรับความน่าเชื่อถือของข้อมูลและ AI โดยแพลตฟอร์มดังกล่าวได้ผสานรวม DataAI Security, DataAI Governance, DataAI Compliance, DataAI Privacy และ DataAI Resilience เข้าด้วยกัน และขับเคลื่อนด้วย DataAI Command Graph ซึ่งเป็นชั้นข้อมูลอัจฉริยะของ Veeam ที่มีส่วนเชื่อมต่อหลายร้อยรายการ ครอบคลุมสภาพแวดล้อมบนคลาวด์ SaaS และภายในองค์กร

DataAI Privacy ขับเคลื่อนด้วย People Data Graph ซึ่งเป็นกราฟข้อมูลอัจฉริยะด้านอัตลักษณ์ (identity intelligence graph) ที่ออกแบบมาเพื่อรวมข้อมูลส่วนบุคคลทั้งแบบมีโครงสร้างและไม่มีโครงสร้างเข้าด้วยกันในสภาพแวดล้อมไฮบริดมัลติคลาวด์ สิ่งนี้สนับสนุนการบังคับใช้นโยบายแบบเรียลไทม์ตามเขตอำนาจกฎหมาย และสร้างหลักฐานที่พร้อมสำหรับการตรวจสอบ (audit-ready evidence) ว่ามีการนำเจตนารมณ์และนโยบายไปปรับใช้อย่างไร AI agents ของ Veeam ทำงานบนบริบทที่อัปเดตอย่างต่อเนื่องแทนที่จะเป็นภาพรวม ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่ง จึงช่วยให้การกำกับดูแลก้าวทันกับ AI
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ AI agents เหล่านี้ได้ที่บล็อกของ Veeam ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ www.veeam.com

จาก “พระเดือน” สู่ “เณรบอส” “ขจร แสงหิรัญ” กับเส้นทางทำสื่อกว่า 10 ปี เล่าเรื่องธรรมะผ่านสัจธรรมของชีวิตใน “ขจรนอนวัด” จนคว้า “รางวัลชนะเลิศ” ประเภทสื่อ สาขาสื่อดิจิทัล จากเวที THAILAND MORAL AWARDS 2025

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) จัดพิธีมอบรางวัล THAILAND MORAL AWARDS 2025 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ในวาระครบรอบ 15 ปีของศูนย์คุณธรรม ภายใต้แนวคิด “ความดีที่ส่งต่อ พลังที่เปลี่ยนสังคม” เพื่อยกย่องบุคคล ชุมชน องค์กร และสื่อที่เป็นต้นแบบด้านคุณธรรม และสามารถส่งต่อเรื่องราวของความดีให้เกิดการรับรู้ในวงกว้าง

ในปีนี้มีผู้ได้รับการยกย่องรวม 109 รางวัล แบ่งเป็นประเภทสื่อ 57 รางวัล ประเภทบุคคล 25 รางวัล และประเภทชุมชนและองค์กร 27 รางวัล โดยพิธีมอบรางวัลได้รับเกียรติจาก พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นผู้มอบรางวัลและกล่าวโอวาท พร้อมด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ประธานกรรมการศูนย์คุณธรรม และผู้แทนภาคีต่าง ๆ เข้าร่วมงาน

หนึ่งในผลงานที่ได้รับการยกย่องบนเวทีครั้งนี้ คือ “24 ชั่วโมง ตามติดชีวิตเณรบอส | แด่...หลวงปู่บุญโสม” ผลงานจากช่อง “ขจรนอนวัด” ของ ขจร แสงหิรัญ ซึ่งได้รับ รางวัลชนะเลิศ ประเภทสื่อ สาขาสื่อดิจิทัล

ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากการสร้างผลงานเพียงชิ้นเดียว หากมีเส้นทางการทำงานที่ต่อเนื่องมายาวนานกว่า 10 ปี

>> จากสารคดี “พระเดือน” สู่เส้นทางของ “ขจรนอนวัด”

หากย้อนกลับไปดูร่องรอยการทำงานของ ขจร แสงหิรัญ จะพบว่าเรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาและงานสารคดีไม่ได้เพิ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อช่อง “ขจรนอนวัด” เป็นที่รู้จัก

ฐานข้อมูลห้องสมุดมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิตมีบันทึกผลงานเมื่อปี พ.ศ. 2558 ชื่อภาพยนตร์สารคดี “พระเดือน” โดยระบุชื่อผู้สร้างคือ “ขจร แสงหิรัญ” สอดคล้องกับข้อมูลบนช่อง YouTube “ขจรนอนวัด Official Thailand” ซึ่งระบุเส้นทางการสร้างสารคดีมาตั้งแต่ปี 2015

ช่องขจรนอนวัดระบุเป้าหมายของการทำงานไว้อย่างชัดเจนว่า ต้องการสร้างสรรค์สื่อคุณภาพสู่สังคม ผ่านรูปแบบทั้งสารคดี ประวัติศาสตร์ และภาพยนตร์ ขณะที่ขจรเองทำงานในหลายกระบวนการ ตั้งแต่ Producer, Director การเขียนบทสารคดี การถ่ายทำ การตัดต่อ ไปจนถึงการจัดการด้านเสียงบรรยาย

ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา จึงเห็นได้ว่าเรื่องราวของวัด พระสงฆ์ สามเณร ประวัติศาสตร์ และการปฏิบัติธรรม ไม่ได้เป็นเพียงหัวข้อหนึ่งของการผลิตคอนเทนต์ แต่เป็นแนวทางการทำงานที่เขาทำมาอย่างต่อเนื่อง

>> เล่าเรื่อง “วัด” ผ่านเรื่องของ “คน”

หนึ่งในสิ่งที่ทำให้ผลงานของ “ขจรนอนวัด” มีรูปแบบแตกต่างจากการนำเสนอเรื่องวัดโดยทั่วไป คือการไม่ได้หยุดอยู่เพียงการแนะนำสถานที่หรือบอกว่าแต่ละวัดมีสิ่งใดน่าสนใจ แต่ให้ความสำคัญกับเรื่องราวของผู้คน ศรัทธา ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตที่อยู่ภายในสถานที่เหล่านั้น

เมื่อพิจารณารายชื่อผลงานของขจรนอนวัด จะพบเนื้อหาหลากหลาย ตั้งแต่เรื่องของพระปฏิบัติ วัดในพื้นที่ต่าง ๆ ประวัติศาสตร์ ตลอดจนวิถีชีวิตของผู้คนที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา เช่น สารคดีวัดเวฬุวัน ซึ่งมียอดรับชมมากกว่า 125,000 ครั้ง รวมถึงสารคดีเกี่ยวกับหลวงตาศิริ อินฺทสิริ วัดถ้ำพวง วัดเขาถ้ำเทพพิทักษ์ และเรื่องราวของพระสงฆ์หรือบุคคลที่ดำเนินชีวิตบนพื้นฐานของความเชื่อและการปฏิบัติ

แนวทางดังกล่าวทำให้ “ธรรมะ” ไม่ได้ถูกนำเสนอในรูปแบบคำสอนเชิงนามธรรมเพียงอย่างเดียว แต่ถูกถ่ายทอดผ่านเทคนิคของ Documentary Storytelling และเรื่องราวของชีวิตจริง ทำให้ประเด็นที่บางคนอาจมองว่าอยู่ไกลตัว สามารถเชื่อมโยงกับชีวิตของผู้ชมได้มากขึ้น

ผลงาน “24 ชั่วโมง ตามติดชีวิตเณรบอส | แด่...หลวงปู่บุญโสม” เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ชัดเจนของแนวทางนี้

การเลือกติดตามชีวิตของสามเณรตลอดช่วงเวลา 24 ชั่วโมง ทำให้พระพุทธศาสนาถูกถ่ายทอดผ่านกิจวัตร ความสัมพันธ์ การฝึกตน และรายละเอียดเล็ก ๆ ในชีวิตจริง แทนการนำเสนอผ่านคำสอนเพียงอย่างเดียว

ในโลกดิจิทัลที่ผู้ผลิตสื่อจำนวนมากแข่งขันกันเพื่อดึงความสนใจของผู้ชมภายในเวลาอันรวดเร็ว ขจรกลับเลือกใช้รูปแบบ “สารคดี” ซึ่งต้องอาศัยทั้งเวลา สมาธิ และความต่อเนื่องในการรับชม พร้อมเลือกเล่าเรื่องวัด พระ สามเณร ธรรมะ และคุณค่าของชีวิต ซึ่งอาจไม่ใช่เนื้อหาที่ถูกมองว่าเป็นกระแสหลักบนแพลตฟอร์มดิจิทัล

แต่แนวทางที่แตกต่างนี้เอง ได้นำผลงานของเขาไปสู่ รางวัลชนะเลิศ ประเภทสื่อ สาขาสื่อดิจิทัล จากเวที THAILAND MORAL AWARDS 2025

>> เมื่อแนวทางที่เลือกเดิน ได้รับการยอมรับบนเวทีระดับประเทศ

THAILAND MORAL AWARDS เป็นรางวัลระดับประเทศที่ดำเนินการโดยศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) จัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 ภายใต้แนวคิด “คนดีมีพื้นที่ยืน ความดีมีพื้นที่ในสังคม”

สำหรับ THAILAND MORAL AWARDS 2025 ประเภทสื่อ ครอบคลุมทั้งหมด 8 สาขา ได้แก่ ละคร ภาพยนตร์ โฆษณา บทเพลง หนังสือ รายการวิทยุ รายการโทรทัศน์ และสื่อดิจิทัล โดยผลงานที่ได้รับการพิจารณาต้องมีแนวคิด เนื้อหา และรูปแบบที่ส่งเสริมคุณธรรม สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก สร้างแรงบันดาลใจ และมีผลเป็นที่ประจักษ์ต่อชุมชน สังคม หรือสื่อสาธารณะ

ด้วยเหตุนี้ การได้รับรางวัลชนะเลิศของ “24 ชั่วโมง ตามติดชีวิตเณรบอส | แด่...หลวงปู่บุญโสม” จึงไม่ได้สะท้อนเพียงคุณภาพด้านการผลิตสื่อ แต่ยังสะท้อนถึงการที่ผลงานสามารถถ่ายทอดคุณค่าและส่งต่อเรื่องราวไปยังผู้ชมได้

จากสารคดี “พระเดือน” ในปี พ.ศ. 2558 มาจนถึงผลงานที่ได้รับรางวัลในปีนี้ ระยะเวลามากกว่า 10 ปีสะท้อนให้เห็นถึงการทำงานอย่างต่อเนื่องในแนวทางที่ขจร แสงหิรัญ เลือกเดินมาตั้งแต่ต้น

>> จากเรื่องธรรมะ สู่คุณค่าที่ส่งต่อสังคม

ความสำเร็จของ “ขจรนอนวัด” จึงไม่ได้มีความหมายเฉพาะกับผลงานสารคดีเรื่องหนึ่งเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่า สื่อที่เลือกเล่าเรื่องอย่างมีจุดยืนและทำงานในแนวทางนั้นอย่างต่อเนื่อง สามารถสร้างพื้นที่ของตัวเองขึ้นมาได้

จากการเล่าเรื่องพระพุทธศาสนา วัด พระสงฆ์ สามเณร ประวัติศาสตร์ และการปฏิบัติธรรม ขจร แสงหิรัญ ใช้รูปแบบสารคดีพาผู้ชมเข้าไปมองเห็นชีวิต ความสัมพันธ์ ศรัทธา และคุณค่าที่ซ่อนอยู่ภายในเรื่องราวเหล่านั้น

รางวัลชนะเลิศ THAILAND MORAL AWARDS 2025 ประเภทสื่อ สาขาสื่อดิจิทัล จึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องยืนยันถึงผลของการทำงานที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง และสะท้อนว่าสื่อดิจิทัลไม่ได้มีพื้นที่เฉพาะสำหรับเรื่องที่รวดเร็วหรือเป็นกระแสเท่านั้น แต่ยังมีพื้นที่สำหรับเรื่องราวที่สามารถส่งต่อคุณค่าและสร้างความหมายให้กับสังคมได้เช่นกัน

และสำหรับ ขจร แสงหิรัญ พื้นที่นั้นมีชื่อว่า “ขจรนอนวัด”

แหล่งอ้างอิง
1. ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) — ข่าวพิธีมอบ THAILAND MORAL AWARDS 2025 
2. ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) — ข้อมูลการคัดเลือกและแนวคิด THAILAND MORAL AWARDS 
3. ช่อง YouTube: ขจรนอนวัด Official Thailand
4. ฐานข้อมูลห้องสมุดมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต — รายการผลงานนิเทศศาสตร์ พ.ศ. 2558 
5. Facebook: Moral Center / ศูนย์คุณธรรม 
จัดทำจากข้อมูลที่สืบค้นและเรียบเรียง ณ 31 สิงหาคม 2569

ปิดฉากตำนานฟ้าขาว ‘ลิโอเนล เมสซี’!! ประกาศเลิกเล่นทีมชาติอาร์เจนตินาอย่างเป็นทางการ หลังรับใช้ชาติตั้งแต่ปี 2005 พร้อมฝากแชมป์โลก 2022 เป็นมรดก ทำสถิติลงเล่น 207 นัด ยิง 125 ประตู รับเป็นการตัดสินใจที่เจ็บปวด

ลิโอเนล เมสซี แข้งซูเปอร์สตาร์ประกาศเลิกเล่นทีมชาติอาร์เจนตินาอย่างเป็นทางการพร้อมรับเป็นการตัดสินใจที่เจ็บปวด

โดย เมสซี ลงสนามให้กับอาร์เจนตินาชุดใหญ่มาตั้งแต่ปี 2005 อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ในปี 2016 เจ้าตัวเคยรีไทร์จากการเล่นให้ทัพ “ฟ้าขาว” มาแล้วก่อนจะคัมแบ๊กอีกครั้งในฟุตบอลโลก 2018

และดาวเตะจาก อินเตอร์ ไมอามี รายนี้ก็มีส่วนสำคัญช่วยให้ อาร์เจนตินา คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2022

อย่างไรก็ตามหลังจากจบศึกฟุตบอลโลก 2026 ที่ทัพ “ฟ้าขาว” ได้รองแชมป์มีกระแสข่าวว่า เมสซี จะอำลาทีมชาติอาร์เจนตินา

ล่าสุดแข้งวัย 39 ปีรายนี้ยืนยันเรื่องดังกล่าวผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า “หลังจากเวลาผ่านไปนานนับตั้งแต่รอบชิงชนะเลิศ และหลังจากคิดทบทวนอย่างถี่ถ้วนแล้ว ผมอยากจะบอกทุกคนว่า ผมขอประกาศเลิกเล่นทีมชาติ มันเป็นการตัดสินใจที่เจ็บปวด และยังคงเจ็บปวดอยู่ลึกๆ ข้างใน แต่ผมเข้าใจว่านี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสม”

“ผมขอสาบานว่าผมทุ่มเททุกอย่างเสมอ ไม่ใช่แค่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาที่เราคว้าแชมป์ทุกอย่าง แต่ก่อนหน้านั้นด้วย ผมต่อสู้และทุ่มเททุกอย่างเพื่อเสื้อตัวนี้ เพื่อนำความสุขมาให้พวกคุณ และทำให้พวกคุณรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นชาวอาร์เจนตินาผ่านฟุตบอล”

“เหลือเวลาไม่มากแล้ว และบทต่างๆ ก็กำลังจะจบลง นี่เป็นบทที่เจ็บปวดที่สุดบทหนึ่ง ผมรัก ผมรัก และผมจะรักการเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติเสมอ ผมทุ่มเททุกอย่างที่มี และผมไม่มีอะไรจะให้ได้อีกแล้ว”

“นอกจากนี้ ยังมีนักเตะดาวรุ่งฝีมือดีมากมายที่กำลังก้าวขึ้นมาและสมควรที่จะได้อยู่ที่นี่”

ทั้งนี้ เมสซี ลงสนามให้ อาร์เจนตินา ทั้งหมด 207 นัดทุกรายการทำได้ 125 ประตูหับ 68 แอสซิสต์ซึ่งนอกจากแชมป์ฟุตบอลโลก 2022 แล้วเจ้าตัวยังเคยพาทัพ “ฟ้าขาว” คว้าแชมป์โคปา อเมริกา 2 สมัยในปี 2021, 2024 และฟินาลิสซิมา 1 สมัยในปี 2022 เป็นต้น

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10381778

‘โมดี’ พบ ‘ปูติน’ ที่คีร์กีซสถาน!! อินเดีย - รัสเซีย กระชับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ค้าขาย–ท่องเที่ยวขยายตัวต่อเนื่อง ปูตินขอบคุณโมดีใส่ใจสัมพันธ์สองประเทศ อินเดียย้ำหนุนทุกความพยายามสันติภาพในยูเครน

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย พบกับนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย ที่กรุงบิชเคก ระหว่างการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ หรือ SCO ตามรายงานของผู้สื่อข่าว Sputnik เมื่อวันจันทร์

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน กล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับอินเดียกำลังแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนสำคัญมาจากความใส่ใจอย่างมากของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ที่มีต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ

ปูตินกล่าวต้อนรับโมดีระหว่างการหารือที่กรุงบิชเคก เมืองหลวงของคีร์กีซสถานว่า

“การพบกันของเราเกิดขึ้นในช่วงก่อนการประชุมสุดยอด SCO ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำงานเพื่อกระชับสถานการณ์และการติดต่อระหว่างประเทศต่าง ๆ ในกลุ่ม Global South และตะวันออก สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงการพัฒนาทางวัฒนธรรมของภูมิภาค และมีส่วนช่วยต่อการก่อรูปของระเบียบโลกที่เป็นธรรมและมีหลายขั้วอำนาจ”

ผู้นำรัสเซียกล่าวเพิ่มเติมว่า ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับอินเดียยังคงเดินหน้าแข็งแกร่งขึ้น บนหลักการของ “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่มีสิทธิพิเศษเป็นพิเศษ” หรือความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระดับสูงระหว่างสองประเทศ

ปูตินกล่าวกับโมดีว่า

“สิ่งนี้เกิดขึ้นได้จากความใส่ใจส่วนตัวของท่านต่อการพัฒนาความสัมพันธ์รัสเซีย–อินเดีย รวมถึงความสัมพันธ์ด้านธุรกิจ และยิ่งไปกว่านั้น คือความสัมพันธ์ส่วนตัวที่อบอุ่นและเป็นมิตรอย่างมากซึ่งเกิดขึ้นระหว่างเรา ซึ่งผมรู้สึกขอบคุณท่านเป็นอย่างยิ่ง”

ถ้อยแถลงสำคัญอื่น ๆ ของปูติน

ปูตินระบุว่า มูลค่าการค้าระหว่างรัสเซียกับอินเดียเพิ่มขึ้นมากกว่า 2% ขณะที่ความร่วมมือระหว่างสองประเทศยังคงขยายตัวต่อเนื่อง

นอกจากนี้ การแลกเปลี่ยนด้านการท่องเที่ยวระหว่างรัสเซียกับอินเดียในปี 2025 เพิ่มขึ้น 16% สะท้อนการเดินทางและความสัมพันธ์ระดับประชาชนที่ขยายตัวมากขึ้น

ถ้อยแถลงสำคัญของโมดี

นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี กล่าวว่า อินเดียสนับสนุนความพยายามทุกด้านที่มุ่งไปสู่สันติภาพและการหาทางออกต่อสถานการณ์ยูเครน และอินเดียจะยังคงสนับสนุนแนวทางดังกล่าวต่อไป

โมดีกล่าวระหว่างการพบหารือกับประธานาธิบดีปูตินว่า

“เราได้หารือกันอย่างสม่ำเสมอเกี่ยวกับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับยูเครน ครั้งล่าสุดที่เราได้พบกัน ท่านได้แบ่งปันข้อมูลอย่างละเอียดแก่ผม และได้หารือในทุกแง่มุมของสถานการณ์ปัจจุบัน”

โมดีย้ำว่า อินเดียสนับสนุนความพยายามเพื่อสันติภาพทั้งหมดในประเด็นยูเครน และจะยังคงสนับสนุนต่อไป

นอกจากนี้ โมดียังแสดงความมั่นใจว่า การเดินทางเยือนอินเดียของปูตินเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอด BRICS ที่กรุงนิวเดลี จะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับอินเดียให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

โมดียังมีแผนหารือกับปูตินเกี่ยวกับประเด็นการหาทางออกต่อสถานการณ์ยูเครนด้วย

เขาแสดงความเชื่อมั่นอีกครั้งว่า การเยือนอินเดียของปูตินในการประชุมสุดยอด BRICS ที่กรุงนิวเดลี จะช่วยยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างสองประเทศ

คณะผู้แทนรัสเซีย

ปูตินเดินทางไปยังคีร์กีซสถานเมื่อวันจันทร์ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ หรือ SCO ที่กรุงบิชเคก

คณะผู้แทนรัสเซียที่เข้าร่วมการหารือประกอบด้วยบุคคลสำคัญหลายราย ได้แก่

เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, อเล็กเซย์ โอเวอร์ชุก รองนายกรัฐมนตรี, แม็กซิม โอเรชกิน รองหัวหน้าสำนักงานบริหารประธานาธิบดี, ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกเครมลิน, ยูรี อูชาคอฟ ผู้ช่วยประธานาธิบดี, แม็กซิม เรเชตนีคอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาเศรษฐกิจ, เซอร์เกย์ ซิวิลยอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, คิริลล์ ดมิทรีเยฟ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกองทุนการลงทุนโดยตรงแห่งรัสเซีย หรือ RDIF และอเล็กเซย์ ลิคาเชฟ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Rosatom

โดยสรุป การพบกันของปูตินและโมดีนอกรอบการประชุม SCO ครั้งนี้ สะท้อนว่ารัสเซียและอินเดียยังคงให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ระหว่างกัน ทั้งในด้านการค้า การท่องเที่ยว ความร่วมมือระหว่างประเทศ และการหารือเรื่องยูเครน ท่ามกลางการผลักดันแนวคิดระเบียบโลกหลายขั้วอำนาจที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญ

ที่มา : Sputnik


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top