Tuesday, 1 September 2026
NewsFeed

วงการตลกอาลัย ‘โอเลี้ยง เชิญยิ้ม’ จากไปอย่างสงบ วัย 63 ปี รักษาตัวใน ICU นาน หลังปอดติดเชื้อ–ถุงลมโป่งพอง ลูกสาวเผยช่วงท้ายร่างกายไม่ตอบสนองต่อการรักษา

วงการตลกสูญเสียอีกครั้ง เมื่อตลกดัง โอเลี้ยง เชิญยิ้ม เสียชีวิตแล้วเช้านี้ที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ ด้วยอาการปอดติดเชื้อและถุงลมโป่งพอง ในวัย 63ปี โดยทางเพจดาราภาพยนตร์ได้เผยถึงคำบอกเล่าของลูกสาวตลกดังว่า

“ช่วงหลังที่ผ่านมาคุณหมอให้หนูไปคุยถึงเรื่องแผนการรักษาของคุณพ่อเนื่องจากร่างกายแกไม่ตอบสนองต่อการรักษาแล้ว พ่อมีอาการโคม่า ปอดติดเชื้อเนื่องจากอยู่โรงพยาบาลในห้อง ICU นาน คุณหมอเลยให้ยาฆ่าเชื้อ แต่ร่างกายแกที่รับยา ไม่ตอบสนองต่อยาแล้ว พักหลังไม่สามารถพูดคุยได้ และไม่สามารถพยักหน้าตอบสนองใดๆ ได้เหมือนเดิมแล้ว ช่วงที่ผ่านมาไม่ใช่การรักษา แต่เป็นการซื้อเวลาค่ะ เพราะร่างกายคุณพ่อพร้อมจะไปได้ทุกเมื่อ และท่านก็จากไปอย่างสงบ ที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ เมื่อช่วงเช้า (25 สิงหาคม 2569 )ที่ผ่านมา”

ที่มา : https://www.thaipost.net/entertainment-news/1057011/

ปมเยาวชนถูกยิงที่จะแนะยังไร้ข้อยุติ ประกาศตามหาคลิป ฮ.ไล่ยิงเยาวชนจะแนะ หลังมีข้อกล่าวหาแต่ยังไม่พบภาพยืนยัน ต้องพิสูจน์ด้วยนิติวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่คำกล่าวอ้างฝ่ายเดียว

ประกาศตามหาคลิป! อ้าง ฮ.2 ลำไล่ลั่นไกใส่เยาวชน ทั้งลำใหญ่–เสียงดัง แต่ไร้ภาพบันทึก แถมคำให้การย้อนแย้งหลายจุด

กรณีเยาวชนได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนบริเวณบ้านกูมุง ตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส ช่วงค่ำวันที่ 22 สิงหาคม 2569 ยังไม่มีข้อยุติ หลังมีการกล่าวอ้างว่า กระสุนถูกยิงลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ซึ่งกำลังบินติดตามกลุ่มวัยรุ่น

นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.พรรคประชาชน ระบุว่า ข้อมูลจากผู้ได้รับบาดเจ็บและเพื่อนรวม 5 คน อ้างว่ามีเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำบินตาม หลังกลุ่มวัยรุ่นผ่านบริเวณเหตุเผาสำนักงาน อบต.ช้างเผือก ก่อนจอดรถและชูมือแสดงความบริสุทธิ์ใจ แต่ยังถูกยิงจนมีผู้บาดเจ็บ 1 ราย พร้อมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบ

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่เผยแพร่ในแต่ละช่วงยังมีรายละเอียดชวนสงสัย ทั้งรายงานแรกที่ระบุว่าถูกยิงขณะขี่รถจักรยานยนต์ ก่อนมีคำอธิบายภายหลังว่าจอดรถและชูมือแล้ว รวมถึงคำให้การที่ระบุว่าเห็นเฮลิคอปเตอร์บินผ่านก่อนมีเสียงปืนดัง ซึ่งยังไม่เท่ากับมีผู้เห็นขณะยิงจากตัวอากาศยานโดยตรง

ผลตรวจบาดแผลเบื้องต้นพบรูกระสุนเข้าบริเวณด้านหน้าลำตัวและทะลุออกด้านหลัง หากผู้บาดเจ็บอยู่ในท่ายืน วิถีอาจเฉียงขึ้นประมาณ 30 องศา แต่แพทย์ยังไม่สามารถระบุชนิดอาวุธหรือจุดที่ยิงได้อย่างเด็ดขาด จึงต้องอาศัยผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์และสภาพท่าทางของผู้บาดเจ็บขณะเกิดเหตุประกอบ
อีกข้อสังเกตสำคัญคือ จนถึงขณะนี้ยังไม่ปรากฏคลิปที่บันทึกภาพเฮลิคอปเตอร์ขณะไล่ติดตามหรือใช้อาวุธ ทั้งที่เฮลิคอปเตอร์เป็นอากาศยานขนาดใหญ่และมีเสียงดัง ขณะที่โทรศัพท์มือถือในปัจจุบันสามารถบันทึกคลิปหรือถ่ายทอดสดได้ทันที การไม่มีภาพจึงเป็นช่องว่างสำคัญที่ฝ่ายกล่าวอ้างควรนำหลักฐานออกมายืนยัน แต่ก็ยังไม่อาจสรุปได้ว่าเหตุการณ์ไม่เกิดขึ้น เพียงเพราะไม่มีผู้บันทึกภาพในช่วงอันตรายและยามค่ำคืน

ด้าน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยอมรับว่ามีเฮลิคอปเตอร์บินลาดตระเวนในพื้นที่จริง แต่ยืนยันว่าไม่มีการใช้อาวุธจากอากาศยาน ข้อเท็จจริงจึงควรตรวจสอบจากบันทึกเส้นทางและเวลาในการบิน รายชื่อผู้ปฏิบัติหน้าที่ การตรวจอาวุธและกระสุน ภาพจากกล้องในพื้นที่ รวมถึงผลตรวจวิถีกระสุนและร่องรอยบนถนน ไม่ใช่อาศัยคำให้การของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงอย่างเดียว
ข้อมูล: รอมฎอน ปันจอร์ และ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า

NEWS1รายงาน

ที่มา : https://www.facebook.com/100064439212441/posts/1585695856921706/?rdid=yRfWCHvQJmg8a2ab#

‘เอียล่า’ ขึ้นมือหนึ่ง!! ในอาเซียนตลอดกาล อันดับ 18 ของโลก นักเทนนิสอาเซียนอันดับสูงสุดในประวัติศาสตร์ คว้าแชมป์ WTA รายแรกในชีวิต แซงหน้า "แทมมี่" และ "ยาญุก" รุ่นพี่

“เอียล่า” พุ่งมือ 18 โลก สร้างสถิติใหม่นักหวดอาเซียน แซงหน้า “แทมมี่” ตำนานไทย

สั่นสะเทือนวงการเทนนิสโลก ในชนิดที่วงการเทนนิสอาเซียนต้องจารึก เมื่อ อเล็กซานดรา เอียล่า นักหวดสาวอัจฉริยะวัย 21 ปี จากฟิลิปปินส์ ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 18 ของโลก ตามการประกาศอันดับโลกหญิงเดี่ยวอย่างเป็นทางการของสมาคมนักเทนนิสอาชีพหญิง (WTA) ประจำสัปดาห์ล่าสุด ซึ่งเป็นอันดับโลกสูงที่สุดในชีวิตการเล่นอาชีพของเจ้าตัว และส่งให้เธอก้าวขึ้นเป็นนักหวดหญิงเดี่ยวอาเซียนที่อันดับสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ทันที

ความสำเร็จอันร้อนแรงของเอียล่าในฤดูกาล 2026 นี้ ไฮไลต์สำคัญมาจากการคว้าแชมป์ระดับ WTA Tour รายการแรกในอาชีพในศึก มูบาดาลา ดีซี โอเพ่น 2026 ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยในทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว เอียล่า โชว์ฟอร์มล้มผู้เล่นท็อป 10 ของโลกอย่างต่อเนื่อง รวมถึงโค่น เจสสิกา เปกูลา มือ 4 ของโลกในรอบชิงชนะเลิศ

เอียล่า ยังทำผลงานได้ดีในรายการฮาร์ดคอร์ตช่วงซัมเมอร์ ส่งผลให้คะแนนสะสมของเจ้าตัวพุ่งทะลุจนสามารถทำลายสถิติเดิมอันดับ 19 ของโลก ของสองนักหวดรุ่นพี่ในตำนานอย่าง ยาญุก บาซูกิ จากอินโดนีเซีย (ทำไว้ในปี 1997) และ แทมมารีน ธนสุกาญจน์ จากไทย (ทำไว้ในปี 2002)

การก้าวขึ้นสู่ท็อป 20 ของโลกในวัยเพียง 21 ปี ทำให้อดีตนักเรียนจาก ราฟา นาดาล อะคาเดมี รายนี้ ถูกจับตามองจากกูรูทั่วโลกว่ามีโอกาสที่จะพัฒนาฝีมือและไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งท็อป 10 ของโลกได้ในอนาคตอันใกล้ โดยสถานีต่อไปของประวัติศาสตร์เทนนิสอาเซียนรายนี้ คือการลงแข่งขันเมนดรอว์ในศึกแกรนด์สแลมสุดท้ายของปีอย่าง ยูเอส โอเพ่น ที่มหานครนิวยอร์ก ในสัปดาห์หน้า

ที่มา : https://www.facebook.com/100064733374572/posts/1545710717596693/?rdid=MKrq58SUAh1kWbxb#

“บีโอไอ” ยกระดับอิเล็กทรอนิกส์!! ชู 4 ยุทธศาสตร์หลักขับเคลื่อนอุตสาหกรรม ลงทุน PCB-เซมิคอนดักเตอร์ทะลุ 1 ล้านล้าน THECA 2026 รวมกว่า 300 องค์กรทั่วโลก เน้นพัฒนาบุคลากรและเชื่อมโยงซัพพลายเชน

บีโอไอชู 4 ยุทธศาสตร์ยกระดับอิเล็กทรอนิกส์ไทย เผยลงทุน PCB-เซมิคอนดักเตอร์ทะยาน 1 ล้านล้านบาท

บีโอไอ เปิดงาน THECA 2026 ชู 4 ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทย มุ่งส่งเสริมอุตสาหกรรมศักยภาพสูง สร้างความพร้อมรองรับการลงทุน สร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการไทย และเดินหน้าสร้างระบบนิเวศอิเล็กทรอนิกส์ เชื่อมโยง PCB เซมิคอนดักเตอร์ Advanced Packaging และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ พร้อมเร่งพัฒนาบุคลากรและเชื่อมผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ Global Supply Chain ชูยอดลงทุนอิเล็กทรอนิกส์ไทย 4 ปี ทะลุ 1 ล้านล้านบาท เน้นสานต่อประโยชน์กับผู้ประกอบการไทย

งาน Thailand Electronics Circuit Asia 2026 (THECA 2026) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 – 28 สิงหาคม 2569 ณ EH 98-99 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิด “Innovating PCB and Advanced Electronics with Next-Gen Packaging” รวบรวมผู้ประกอบการชั้นนำกว่า 300 องค์กร ครอบคลุมอุตสาหกรรม PCB, Semiconductor, Advanced Packaging, EMS, Automation และเทคโนโลยีแห่งอนาคต คาดว่าจะสร้างมูลค่าการซื้อขายกว่า 20,000 ล้านบาท และมีผู้เข้าชมงานกว่า 7,000 รายจากทั่วโลก พร้อมไฮไลต์สำคัญ อาทิ งานสัมมนา BOI Forum ด้าน Edge AI และ Future Mobility, งานจับคู่ธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทย (BOI Local Supply Chain Pavilion) และงานพัฒนาศักยภาพบุคลากร (Workforce Pavilion) โดยภายในงานยังมีเวทีสัมมนาและการประชุมวิชาการจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลกกว่า 60 หัวข้อ ครอบคลุมประเด็นสำคัญที่กำลังกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมในอนาคต อาทิ AI Infrastructure, Semiconductor Ecosystem, Photonics, Advanced Packaging, PCB และ EMS เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และต่อยอดการลงทุนในภูมิภาค

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในฐานะเจ้าภาพการจัดงาน THECA เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยมุ่งไปสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต เทคโนโลยีขั้นสูง และการลงทุนที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เพื่อช่วยให้ประเทศไทยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันสู่ 20 อันดับแรกของโลก และเพิ่มศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจให้มากกว่าร้อยละ 3 ต่อปี ภายใต้นโยบายของรัฐบาล บทบาทของบีโอไอในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงการส่งเสริมการลงทุน แต่รวมถึงการสร้างระบบนิเวศการลงทุนที่เข้มแข็ง และสนับสนุนมาตรการสำคัญของภาครัฐเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่เป้าหมายดังกล่าว

อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยโจทย์ในวันนี้ไม่ใช่เพียงการดึงดูดการลงทุน แต่ต้องทำให้การลงทุนช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างประโยชน์ให้กับประเทศอย่างเต็มที่ บีโอไอจึงให้ความสำคัญกับ 4 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ 1) การมุ่งส่งเสริมอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น 2) การสร้างความพร้อมและเพิ่มความน่าดึงดูดของประเทศไทย เพื่อให้ไทยเป็นจุดหมายของบริษัทชั้นนำ 3) การสร้างประโยชน์สูงสุดจากการลงทุนผ่านการสร้างงานและพัฒนาทักษะบุคลากร ตลอดจนการเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานในประเทศและเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก และ 4) การสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อดึงศักยภาพและโอกาสของผู้ประกอบการไทยในระดับโลก

ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2566 จนถึงเดือนมิถุนายน 2569 อุตสาหกรรม PCB และชิ้นส่วนได้ทำให้เกิดการลงทุนในประเทศไทยแล้วกว่า 331,000 ล้านบาท จาก 224 โครงการ หรือคิดเป็นประมาณ 1 ใน 3 ของมูลค่าการลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด ที่เติบโตอย่างรวดเร็วและมีมูลค่าการลงทุนสะสมกว่า 1 ล้านล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลกที่มีต่อศักยภาพและความพร้อมของระบบนิเวศอุตสาหกรรมไทย

“อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์เป็นเสาหลักของเศรษฐกิจไทยมาอย่างยาวนาน ทั้งในฐานะแหล่งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและแหล่งจ้างงานคุณภาพให้กับคนไทยจำนวนมาก และวันนี้ PCB กำลังกลายเป็นเครื่องยนต์หลักที่จะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้ให้เติบโตต่อไป เพราะเป็นอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในระดับโลก การที่ผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุปทาน PCB จากทั่วโลกเลือกมารวมตัวกันที่ประเทศไทยในงาน THECA 2026 ครั้งนี้ สะท้อนความเชื่อมั่นที่อุตสาหกรรมโลกมีต่อศักยภาพของไทย และตอกย้ำบทบาทของไทยในการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมนี้ของภูมิภาค” นายนฤตม์ กล่าว

นายพิธาน องค์โฆษิต นายกสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทย ในฐานะผู้จัดงาน THECA 2026 กล่าวเสริมว่า THECA จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยรวบรวมผู้ผลิต นักลงทุน ผู้ซื้อ วิศวกร และผู้เชี่ยวชาญจากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์แห่งอนาคตของเอเชีย ผ่านการจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่วัตถุดิบ เครื่องจักร PCB เซมิคอนดักเตอร์ ระบบอัตโนมัติ ไปจนถึงเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของปีนี้ คือ Power2Motion พื้นที่จัดแสดงพิเศษภายใต้แนวคิด “Connecting Electronics with Power, Mobility and Future Energy Systems” ที่เชื่อมโยงอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์เข้ากับเทคโนโลยีพลังงาน การขับเคลื่อนสมัยใหม่ และ AI รวมทั้งจัดแสดงเทคโนโลยีระดับภูมิภาคใน Technology Associations Pavilion (ASEAN+) ที่รวบรวมเครือข่ายสมาคมและองค์กรเทคโนโลยีชั้นนำกว่า 15 องค์กร อาทิ สมาคมระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ สมาคมอุตสาหกรรมดิจิทัล สมาคม IoT สมาคมปัญญาประดิษฐ์แห่งประเทศไทย ตลอดจนองค์กรจากมาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม เพื่อร่วมกันนำเสนอเทคโนโลยี นวัตกรรม และแนวโน้มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดความร่วมมือทางธุรกิจและการลงทุนข้ามพรมแดน

นายแคนิส ชุง (Mr. Canice Chung) ประธานสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ฮ่องกง ผู้ร่วมจัดงาน THECA 2026 กล่าวสนับสนุนว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี AI เซมิคอนดักเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไม่ได้ขึ้นอยู่กับกำลังการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการพัฒนาองค์ความรู้ การสร้างบุคลากรคุณภาพสูง และความร่วมมือระหว่างประเทศ THECA จึงมีบทบาทสำคัญในฐานะแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการ นักวิจัย วิศวกร และผู้นำอุตสาหกรรมจากทั่วโลก เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ถ่ายทอดเทคโนโลยี และร่วมกันขับเคลื่อนนวัตกรรมที่จะกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์โลกในทศวรรษข้างหน้า

การจัดงานครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ออโรเม็กซ์ จำกัด และ บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค แฟคทอรี่ ออโตเมชั่น (ประเทศไทย) จำกัด

“งาน THECA 2026 จึงไม่ได้เป็นเพียงเวทีจัดแสดงสินค้าและเทคโนโลยี แต่เป็นกลไกสำคัญในการสร้างระบบนิเวศอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงของไทย โดยเชื่อมโยงการลงทุน ภาคอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการไทย สถาบันการศึกษา และบุคลากรรุ่นใหม่เข้าด้วยกัน เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะของภูมิภาค และสร้างงานคุณภาพและโอกาสใหม่ให้กับคนไทย” นายนฤตม์ กล่าว

ลูกชาย ‘นายกมหาเธร์’ ต่อต้านอิสราเอลเต็มที่!! การเมืองมาเลเซียเดือดอีกระลอก ประกาศต้านสหรัฐฯ ปมหนุนอิสราเอล สะท้อนจุดยืนมาเลเซียข้างปาเลสไตน์ สะท้อนแรงต้านวอชิงตันจากปมกาซา

มูคริซ มหาเธร์ นักการเมืองมาเลเซีย โหมกระพือประเด็นถกเถียงบนสื่อสังคมออนไลน์ ประกาศผ่านคลิปวิดีโอหนึ่งว่าเขา "เกลียดอเมริกา เกลียดพวกเขาทั้งหมด" เพราะว่าวอชิงตันสนับสนุนอิสราเอล คำพูดที่สะท้อนจุดยืนกับอดีตนายกรัฐมนตรีมหาเธร์ โมฮัมหมัด ผู้เป็นพ่อ ที่ใช้วาทกรรมอันดุเดือดต่อต้านสหรัฐฯมาช้านาน

"ผมเกลียดคนอเมริกา ผมเกลียดชังชาวอิสราเอล ผมเกลียดคนอเมริกา พวกเขาทั้งหมด" มูคริซ กล่าวในวิดีโอที่โพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ "ไม่สำคัญว่าพวกเขาจะเป็นพรรครีพับลิกันหรือเดโมแครต ฝักใฝ่อิสราเอลหรือฝักใฝ่ปาเลสไตน์ มันไม่สำคัญกับผม" เขากล่าว อ้างว่าประชาชนคนธรรมดาชาวอเมริกาก็ต้องร่วมรับผิดชอบเช่นกัน ต่อการกระทำต่างๆของพวกผู้นำที่พวกเขาเลือกมา

มาเลเซีย ชาติที่มีชาวมุสลิมเป็นคนส่วนใหญ่ เป็นหนึ่งในชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ให้การสนับสนุนเหตุผลของชาวปาเลสไตน์อย่างแข็งขันที่สุด และไม่รับรองอิสราเอลในฐานะรัฐหนึ่งๆ

เมื่อปีที่แล้ว นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ขึ้นปราศรัยในเวทีชุมนุมแสดงความเห็นหนึ่งเดียวกันกับชาวปาเลสไตน์เมื่อแที่แล้ว ขณะที่รัฐบาลของเขาส่งเสียงประณามซ้ำแล้วซ้ำเล่าต่อการกระทำของอิสราเอลในฉนวนกาซา จุดยืนที่ทำให้กัวลาลัมเปอร์มีความขัดแย้งกับวอชิงตันมากขึ้นเรื่อยๆ สืบเนื่องจากการที่มาเลเซียปฏิเสธไม่ให้พลเมืองอิสราเอลเข้าประเทศ

ช่วงกลางเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ประกาศจุดยืนของรัฐบาลอย่างชัดเจนว่า หากตรวจพบว่ามีพลเมืองอิสราเอลเดินทางเข้าหรือพำนักอยู่ในประเทศ จะถูกดำเนินการเนรเทศออกนอกประเทศทันที เนื่องจากมาเลเซียไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตและไม่รับรองรัฐอิสราเอล
คำแถลงดังกล่าวมีขึ้นหลังเกิดข้อกล่าวหาว่า อาจมีชาวอิสราเอลบางรายใช้หนังสือเดินทางของประเทศที่สาม เดินทางเข้าร่วมโครงการ Network School ภายในโครงการ Forest City รัฐยะโฮร์ ส่งผลให้รัฐบาลมาเลเซียสั่งการให้กรมตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจ และหน่วยงานด้านความมั่นคง เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน

การเคลื่อนไหวครั้งนั้นได้รับความสนใจจากหลายฝ่าย เนื่องจากสะท้อนจุดยืนด้านนโยบายต่างประเทศของมาเลเซียที่สนับสนุนปาเลสไตน์มาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่รัฐบาลยืนยันว่าจะใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด หากพบว่ามีการฝ่าฝืนนโยบายหรือกฎหมายด้านการเข้าเมืองของประเทศ

(ที่มา:เซาต์ไชนามอร์นิงโพสต์/เพรสนิวส์เอเจนซี)

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1517628557072467&id=100064760106289&rdid=qyCxQfK2nKzCYf5c#

ต่างดาวในอุษาคเนย์!! UFO/UAP พบทั่วภูมิภาคอุษาคเนย์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซียเมียนมา เวียดนามยังมีรายงานสงคราม คำเล่าขานวัตถุลึกลับต่อเนื่องยาวนาน

ต่างดาวในอุษาคเณย์

เรามาถึงในยุคนี้มีการแชร์ข้อมูลแพร่หลายเกี่ยวกับ UFO และ UAP กันแล้ว แม้รายงานส่วนใหญ่ที่ออกมาจะเป็นรายงานจากอเมริกาหรือจากประเทศที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างจีนหรือรัสเซียที่ทำให้หลายคนอดคิดไม่ได้ว่า UAP ที่พบเจอนั้นเป็นยานอวกาศต่างดาวจริงหรือเป็นแค่สิ่งที่เรายังพิสูจน์ไม่ได้ว่านี่คือ UFO หรือแค่ดาวเทียม วันนี้เอย่าจะมาเล่าให้ฟังว่านอกจากเขากะลาในไทยแล้วมีการรายงานจากที่ไหนว่าอย่างไรอีกบ้าง

เริ่มจากอินโดนีเซีย ประเทศพันเกาะและมีพื้นที่กว้างใหญ่ ที่นี่มีรายงานการพบเห็น UFO/UAP มาตั้งแต่ปี 1940 โดยมีการรายงานการพบเห็นในหลายสถานที่ได้แก่ เมืองเมดัน เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดสุมาตราเหนือ หรือในจาร์กาตา บาหลี บนเกาะชวาไปจนถึงภูเขา Salak ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ดับแล้วแต่ยังคงมีพลังความร้อนใต้พิภพ ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย และยังมีรายงานล่าสุดในปีนี้ที่พบเห็น UFO บนเกาะสุมาตราและชวาตะวันออกอีกด้วย

ต่อมาคือฟิลิปปินส์ เป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีรายงานการพบเห็น UFO ค่อนข้างบ่อยทั้งในมะนิลา และจังหวัดอื่นๆ และเคสที่น่าสนใจคือการพบวัตถุแสงสีส้ม 3 ดวงเหนือสนามบิน Laguindingan ในเดือนมิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ได้รับการยืนยันว่าเป็นมนุษย์ต่างดาวแต่อย่างใด

ในมาเลเซียมีกรณีของ UFO ที่เป็นข่าวดังในช่วงปี 1970 คือ เคส Bukit Mertajam กล่าวคือในช่วงปี 1970 ในเมือง Bukit Mertajam ในรัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย บริเวณ Seberang Perai ซึ่งเป็นเมืองจริงและเป็นศูนย์กลางของเขต Central Seberang Perai เหตุการณ์สุดโด่งดังนี้เกิดขึ้นที่ Stowell English Primary School โดยมีมีเด็กนักเรียนชายประมาณ 6 คน อายุราว 8–11 ปี กำลังเล่นอยู่บริเวณพุ่มไม้ใกล้โรงเรียน โดยเด็กๆ อ้างว่าเห็นวัตถุขนาดประมาณ จานซุป หรือจานบินขนาดเล็กลงจอด จากนั้นมีสิ่งมีชีวิตขนาดเพียงประมาณ 3 นิ้ว (7–8 ซม.) จำนวน 5 ตัว ออกมาจากวัตถุนั้น โดยเด็กๆบรรยายรายละเอียดว่า สิ่งมีชีวิตที่ออกมาจากจานนั้น 4 ตัวใส่ชุด สีน้ำเงิน อีก 1 ตัวที่ดูเหมือนเป็นหัวหน้าใส่ชุด สีเหลือง ทั้งหมดมีรูปร่างที่แปลกคือมีเขาหรือหนวดสองข้างบนศีรษะ โดยพวกมนุษย์ต่างดาวนี้พวกมันนำอุปกรณ์บางอย่างไปติดตั้งบนต้นไม้และเมื่อเด็กบางคนเข้าไปใกล้พวกมนุษย์ต่างดาวมีการตอบโต้ด้วยอาวุธขนาดเล็กยิงใส่เด็ก สิ่งที่น่าสนใจคือ มีรายงานว่าในช่วง 1970–1979 มาเลเซียมีเหตุการณ์เกี่ยวกับการพบเห็นสิ่งมีชีวิตตัวจิ๋วและ UFO แบบนี้หลายครั้งมาก

ในเมียนมามีรายการการพบเห็น UFO มากมายเช่นกัน โดยเฉพาะที่เมืองแปรมีการพบเห็น UFO ครั้งแรกในปี 2006 และจากนั้นก็มีการพบเห็นเรื่อยๆจนถึงปี 2012 แต่ที่เมียนมามีเรื่องน่าแปลกอีกเรื่องคือในปี 2016 ที่บริเวณ Lone Khin ในรัฐคะฉิ่นทางตอนเหนือของเมียนมา มีวัตถุโลหะทรงกระบอกขนาดประมาณ 3.7 เมตร × 1.5 เมตร ตกลงมา ทำให้เกิดเสียงดังและแรงสั่นสะเทือน ช่วงแรกชาวบ้านมีการคิดว่าเป็นยาน UFO แต่ภายหลังมีการเชื่อมโยงกับ ชิ้นส่วนจรวดหรืออุปกรณ์อวกาศเพราะวันเดียวกันนั้น จีนเพิ่งปล่อยจรวด Long March 11 จากศูนย์ปล่อยดาวเทียมจิ่วเฉวียนพร้อมดาวเทียมทดลองขึ้นสู่อวกาศ อีกหนึ่งหลักฐานคือวัตถุโลหะทรงกระบอกยาวประมาณ 4.5 เมตร ตกลงมานั้นมีตัวอักษรภาษาจีนอยู่ด้วยนั่นเอง

สุดท้ายในเวียดนามมีการรวบรวมรายงานเกี่ยวกับวัตถุประหลาดในช่วงสงครามเวียดนามไว้จำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะรายงานจากพื้นที่ทหารในปี 1967–1969 เช่น วันที่ 11 มิถุนายน 1967 มีรายงานว่าพยานในบริเวณเมืองดานัง เห็นวัตถุสีเงินลักษณะคล้ายทรงกระบอกอยู่บนท้องฟ้าเป็นเวลาหลายนาที และมีรายงานว่าถูก F-102 ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ไล่ติดตาม และยังมีรายงานอื่นในเมืองดานังพบว่า มีคำให้การที่ถูกบันทึกไว้กับ NUFORC ว่าในช่วงต้นปี 1968 ทหารประมาณ 12 คน ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่บนภูเขาที่มองลงมายัง Da Nang เห็นแสงที่มีลักษณะเปลี่ยนสี เคลื่อนที่ช้าและเงียบ หยุดลอยอยู่ประมาณ 5–10 นาที แล้วจากนั้นพุ่งขึ้นตรง ๆ ด้วยความเร็วสูงมากและหายไป โดยพยานระบุว่าพวกเขาคุ้นเคยกับแสงและเครื่องบินในเวียดนามอยู่แล้ว แต่ไม่สามารถระบุสิ่งที่เห็นได้ อีกสถานการณ์หนึ่งที่ดูน่าสนใจคือ ช่วง 15–16 มิถุนายน 1968 มีรายงานจากแนว DMZ (เขตปลอดทหารระหว่างเวียดนามเหนือกับเวียดนามใต้) ว่าหน่วยสังเกตการณ์แนวหน้าเห็น แสงประหลาดจำนวนมากในเวลากลางคืน ในรายงานบางแหล่งระบุว่ามีประมาณ 30 แสง ที่เคลื่อนที่ช้า ๆ และไม่มีเสียงเครื่องยนต์ที่คาดว่าจะได้ยินจากเฮลิคอปเตอร์แต่สิ่งที่ทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้นคือทหารบางฝ่ายยิงใส่วัตถุเหล่านั้นในเขตปลอดทหาร จึงทำให้เกิดความตึงเครียดขึ้น อีกเรื่องที่น่าสนใจคือในคืนวันที่ 16 มิถุนายน 1968 มีเหตุการณ์เกี่ยวกับเรือตรวจการณ์ Swift Boat ที่ยิงใส่แสง/วัตถุที่เชื่อว่าเป็นเฮลิคอปเตอร์ของเวียดนามเหนือ ปัญหาคือหลังจากเหตุการณ์ มีความสับสนว่าจริง ๆ แล้วมีเฮลิคอปเตอร์ของเวียดนามเหนืออยู่ตรงนั้นหรือไม่ เพราะเมื่อตรวจการณ์แล้วไม่พบเฮลิคอปเตอร์ที่กล่าวอ้างนั้น สุดท้ายคือช่วงประมาณ ตุลาคม 1968 – เมษายน 1969 มีรายงานวัตถุไม่ทราบชนิดจำนวนมากบริเวณ Duc Co ทางตะวันตกของ II Corps / ใกล้ Pleiku ซึ่งจากฐานข้อมูลประวัติศาสตร์ UFO ของ NICAP รวบรวมข้อมูลว่ามีรายงานว่ามีการพบเห็น UFO มากกว่า 400 ครั้งและมีการถูกบันทึกได้โดยเรดาร์ของกองทัพอเมริกันด้วยนั่นเอง

ที่มา : AYA

Golden Buzzer คืออะไร ที่น้องเนเน่ได้รับเข้ารอบชิง AGT!! ปุ่มทองคำคือกุญแจสำคัญ ส่งผ่านเนเน่ถึงรอบชิงชนะเลิศ ไม่ต้องรอโหวตผู้ชม สะท้อนความโดดเด่นเหนือใคร

Golden Buzzer คืออะไร ที่น้องเนเน่ได้รับเข้ารอบชิง AGT

ผมไม่ใช่คนที่อยู่ในแวดวงเกมโชว์ หรือเกมการประกวด จึงไม่เข้าใจกับชื่อบางเรื่อง เช่นล่าสุด
กรณี “เนเน่ รอยัล” หรือ แพรว–รัตติกานต์ อำลอย ที่เพิ่งได้ Golden Buzzer จาก Mel B ในรายการ America’s Got Talent (AGT) ซีซัน 21

ผมไม่รู้ว่า Golden Buzzer คืออะไร จึงพยายามสืบค้น และผมคิดว่าหลายคนก็ไม่รู้ จึงขออนุญาตนำมาเขียนสรุปให้ได้อ่านกันครับ

Golden Buzzer นั้น มีความหมายมากกว่าการที่กรรมการชมว่า “เก่งมาก” ครับ

Golden Buzzer พูดง่าย ๆ คือ “ปุ่มทองคำ” ที่เป็นทางลัดเข้าสู่รอบสำคัญของการแข่งขัน

แต่ความหมายของ Golden Buzzer ขึ้นอยู่กับรอบที่กด ด้วย

-รอบ Audition ปกติ Golden Buzzer จะส่งผู้เข้าแข่งขันข้ามขั้นตอนคัดเลือก ไปสู่ Live Shows
-แต่ของ เนเน่เป็น “Live Golden Buzzer” ในรอบ Quarterfinals ซึ่งสำคัญกว่ามาก เพราะ Mel B กดให้เธอผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ (Finals) โดยตรง
-เนเน่จึง ไม่ต้องลุ้นคะแนนโหวตเพื่อผ่านรอบรองชนะเลิศ เหมือนผู้เข้าแข่งขันทั่วไป

พูดแบบภาษาข่าวได้ว่า “กรรมการใช้สิทธิ์ปุ่มทอง ส่งเนเน่ทะยานเข้ารอบชิงชนะเลิศโดยอัตโนมัติ”

ถือว่าสุดยอดมาก เพราะในรอบนี้ ผู้แข่งขันมีทางไปต่อหลัก ๆ 2 ทาง คือ

1. ได้คะแนนโหวตจากผู้ชมสูงพอ
หรือ
2. ได้ Live Golden Buzzer จากกรรมการ

เนเน่ได้ทางที่ 2 ซึ่งหมายความว่า Mel B เห็นว่าการแสดงของเธอโดดเด่นจนเลือกส่งเข้ารอบชิงฯ โดยไม่ต้องรอผลโหวต

ที่สำคัญคือ Golden Buzzer ไม่ได้แปลว่า “ชนะ AGT แล้ว” นะครับ เนเน่ยังต้องแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ และผู้ชนะสุดท้ายจะตัดสินตามระบบของรอบ Finals และคะแนนโหวตของผู้ชม ซึ่งรอบชิงชนะเลิศจะจัดขึ้นในวันที่ 23 กันยายนนี้

สำหรับเนเน่ สาวน้อยจากภูเก็ตเธอแสดงเพลง “Black Hole Sun” ของ Soundgarden ในรอบ Quarterfinals และได้ Golden Buzzer จาก Mel B ทำให้กลายเป็น ผู้เข้าแข่งขันจากไทยที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ AGT 2026 โดยตรง

ดังนั้นถ้าจะอธิบายให้คนทั่วไปเข้าใจในประโยคเดียว: Golden Buzzer = สิทธิ์พิเศษที่กรรมการเห็นว่าผู้แข่งขันโดดเด่นมากจนกดปุ่มทอง ส่งข้ามขั้นตอนการแข่งขันไปยังรอบที่กำหนดทันที

และ Golden Buzzer ของเนเน่ครั้งนี้คือ “ตั๋วตรงสู่รอบชิงฯ” ไม่ใช่แค่ตั๋วผ่านเข้ารอบธรรมดา ครับ

“กาชาด” ส่งกำลังใจ ความห่วงใย ส่งบอลบีบมือ 1,000 ลูก ให้ผู้ป่วยโรคไต 10 แห่งทั่วประเทศ อาสาสมัครร่วมใจเย็บทุกขั้นตอน ส่งเสริมคุณภาพชีวิตและกำลังใจ

ความห่วงใยกำลังเดินทาง❤️

วันที่ 26 สิงหาคม 2569 สำนักงานยุวกาชาดและอาสาสมัครกาชาด สภากาชาดไทย ดำเนินการจัดส่ง "บอลบีบมือเพื่อผู้ป่วยโรคไต" จำนวน 1,000 ลูก ผ่านไปรษณีย์ไทย เพื่อส่งมอบให้แก่ผู้ป่วยโรคไตใน 10 โรงพยาบาลทั่วประเทศ โดยบอลบีบมือทั้งหมดเกิดจากแรงกาย แรงใจ และความตั้งใจของอาสาสมัครกาชาดที่ร่วมกันเย็บด้วยมือทุกขั้นตอนเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้ป่วยโรคไต

โครงการบอลบีบมือเพื่อผู้ป่วยโรคไต เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ประชาชนและอาสาสมัครกาชาดได้มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์อุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างง่ายที่มีประโยชน์ต่อผู้ป่วย โดยเริ่มต้นตั้งแต่การจัดเตรียมวัสดุ การเปิดรับอาสาสมัครร่วมเย็บบอลบีบมือ การตรวจสอบคุณภาพ ไปจนถึงการรวบรวมและบรรจุหีบห่อเพื่อส่งต่อให้ถึงมือผู้ป่วยอย่างปลอดภัย ทุกขั้นตอนสะท้อนถึงความเอาใจใส่และความปรารถนาดีของผู้ให้ที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

บอลบีบมือเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับผู้ป่วยโรคไตที่เข้ารับการฟอกเลือดทางหลอดเลือด (Hemodialysis) โดยการบีบบอลอย่างสม่ำเสมอจะช่วยบริหารกล้ามเนื้อมือและแขน กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ช่วยให้เส้นเลือดที่ใช้ในการฟอกไตมีความแข็งแรงและพร้อมใช้งานมากขึ้น นับเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยส่งเสริมการรักษาและเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้ป่วยในระหว่างกระบวนการฟอกไต

สำหรับบอลบีบมือจำนวน 1,000 ลูกในครั้งนี้ จะถูกส่งมอบให้แก่โรงพยาบาลจำนวน 10 แห่ง ประกอบด้วย
โรงพยาบาลสุโขทัย
โรงพยาบาลบุรีรัมย์
โรงพยาบาลระนอง
โรงพยาบาลกำแพงเพชร
โรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร
โรงพยาบาลบางคล้า
โรงพยาบาลเกาะคา
โรงพยาบาลราชบุรี
โรงพยาบาลเขาย้อย
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

การส่งมอบบอลบีบมือในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการส่งต่ออุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับผู้ป่วยโรคไตเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งต่อกำลังใจ ความห่วงใย และพลังแห่งการให้จากอาสาสมัครกาชาดไปยังผู้ป่วยที่กำลังเผชิญกับการรักษาอย่างต่อเนื่อง

สำนักงานยุวกาชาดและอาสาสมัครกาชาด สภากาชาดไทย ขอขอบคุณอาสาสมัครกาชาดทุกท่านที่ร่วมแรงร่วมใจเย็บบอลบีบมือด้วยความเสียสละและความตั้งใจจนเกิดเป็นพลังแห่งการแบ่งปันที่ช่วยเติมเต็มรอยยิ้มและกำลังใจให้กับผู้ป่วยโรคไตทั่วประเทศ เพราะทุกลูกที่ถูกเย็บขึ้น ไม่ได้เป็นเพียงบอลบีบมือ แต่คือความหวัง ความห่วงใย และความปรารถนาดีที่ส่งตรงจากผู้ให้ถึงผู้รับด้วยหัวใจแห่งมนุษยธรรม
"1,000 ลูกบอล 1,000 กำลังใจ จากมืออาสาสมัครกาชาด สู่มือผู้ป่วยโรคไตทั่วประเทศ"

คดีสาวจีนในแทกูสะเทือนสังคม!! จากทริปรับปริญญาสู่โศกนาฏกรรม สาวจีนรับปริญญาเกาหลีใต้หายปริศนา ก่อนพบเป็นศพในบ้านอาจารย์ ตำรวจเร่งสอบปมฆาตกรรม

สาวจีนไปรับปริญญาที่เกาหลีใต้ก่อนหายตัว สุดท้ายพบศพในบ้านอาจารย์

เหวินเหวิน (นามสมมุติ) หญิงชาวจีนวัย 25 ปี เพิ่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยแดกูคาทอลิก (Daegu Catholic University) ในเกาหลีใต้เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาและเดินทางกลับจีนหลังจบการศึกษา

กระทั่งวันที่ 14 ส.ค. เธอเดินทางกลับไปยังเมืองแทกู เกาหลีใต้เพียงลำพัง เพื่อไปรับใบปริญญาที่มหาวิทยาลัย โดยมีกำหนดเดินทางกลับจีนจากท่าอากาศยานนานาชาติอินชอนในวันที่ 23 ส.ค. เพื่อเริ่มต้นการทำงาน ชีวิตของหญิงสาวดูเหมือนกำลังเดินหน้าไปสู่บทใหม่อย่างราบรื่น แต่เหตุการณ์ไม่คาดคิดกลับเกิดขึ้นก่อนที่เธอจะได้เดินทางกลับบ้าน

หลังเดินทางถึงเกาหลีใต้ เหวินเหวินยังคงติดต่อกับครอบครัวที่จีนอย่างสม่ำเสมอและรายงานความเคลื่อนไหวให้พี่สาวทราบทุกวัน โดยคืนวันที่ 19 ส.ค. เวลาประมาณ 23.30 น. ทั้งคู่ยังพูดคุยกันผ่านวิดีโอคอลตามปกติ ไม่มีสัญญาณผิดปกติหรือความหวาดกลัวใดๆ

กระทั่งช่วงค่ำวันที่ 20 ส.ค. เวลาประมาณ 19.00-20.00 น. เหวินเหวินเก็บสัมภาระออกจากที่พักของเพื่อน โดยตั้งใจจะไปพักที่โรงแรมย่านการค้าทงซองโรในเมืองแทกู ก่อนเดินทางต่อไปยังสนามบินอินชอน แต่หลังจากออกจากที่พัก เธอกลับขาดการติดต่อ โทรศัพท์ถูกปิดและไม่สามารถติดตามที่พัก การใช้จ่ายหรือเส้นทางการเดินทางได้ ขณะที่ข้อมูลตรวจคนเข้าเมืองระบุว่าเธอมีเพียงประวัติเดินทางเข้าเกาหลีใต้และยังไม่มีข้อมูลการเดินทางออกนอกประเทศ

เมื่อครอบครัวเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงเริ่มความช่วยเหลือจากหลายฝ่าย แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า ฃกระทั่งวันที่ 22 ส.ค. ครอบครัวได้แจ้งความในจีน ก่อนที่ข้อมูลคดีจะถูกส่งต่อให้ตำรวจเกาหลีใต้ดำเนินการ โดยในช่วงแรก คดีถูกจัดเป็นกรณีบุคคลสูญหายทั่วไป ทำให้การสอบสวนดำเนินไปอย่างล่าช้า

เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านภาษา ครอบครัวจึงต้องว่าจ้างทนายความในเกาหลีใต้เพื่อประสานงานกับหน่วยงานที่รับผิดชอบคดี แต่สามารถได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพียงเล็กน้อย ครอบครัวจึงติดต่อสถานกงสุลใหญ่จีน ณ เมืองปูซานเพื่อขอความช่วยเหลือ พร้อมเผยแพร่ข้อมูลตามหาผ่านช่องทางออนไลน์ โดยหวังว่าจะสามารถพบตัวและยืนยันได้ว่าเธอยังปลอดภัย

ต่อมา ช่วงค่ำของวันที่ 21 ส.ค. เจิ้งชางเซิ่ง ชายชาวจีนเชื้อสายเกาหลีวัย 30 กว่าปีและผู้ถือสถานะผู้พำนักถาวรในเกาหลีใต้เดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจด้วยตัวเอง โดยอ้างว่าเป็นแฟนหนุ่มของเหวินเหวิน พร้อมแจ้งว่าเธอหายตัวไปและขอให้ตำรวจช่วยติดตามหา เขายังแสดงท่าทีวิตกกังวลและให้ความร่วมมือในการสอบถามของตำรวจอย่างเต็มที่

แต่เมื่อการสืบสวนลงลึกมากขึ้น คำให้การของเขากลับพบพิรุธหลายจุดและไม่สอดคล้องกับภาพจากกล้องวงจรปิด ทำให้ข้อสงสัยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ชุดสืบสวนจึงเร่งปรับแนวทางการทำงานและยกระดับจากคดีคนหายเป็นคดีฆาตกรรม กระทั่งช่วงเย็นวันที่ 25 ส.ค. ตำรวจเข้าควบคุมตัวเจิ้งชางเซิ่ง ก่อนเข้าตรวจค้นบ้านพักของเขาในตำบลฮายัง เมืองคย็องซานและพบร่างไร้วิญญาณของเหวินเหวินอยู่ภายใน

เจิ้งชางเซิ่งเป็นอาจารย์ผู้สอนในสถาบันการศึกษาที่เหวินเหวินศึกษาอยู่ โดยทั้งสองมีความสัมพันธ์ในฐานะอาจารย์กับนักศึกษา ส่วนความสัมพันธ์ในฐานะแฟนที่เขากล่าวอ้างนั้นเป็นเพียงข้อมูลที่เขาอ้างต่อบุคคลภายนอกฝ่ายเดียวและตำรวจยังไม่ได้ยืนยันว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวแต่อย่างใด ทั้งนี้มีข้อมูลว่าเหวินเหวินมีคนรักอยู่ที่จีนอยู่แล้ว

ขณะเดียวกัน อดีตนักศึกษาบางรายได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยอ้างว่าเจิ้งชางเซิ่งเคยมีพฤติกรรมคุกคามนักศึกษาหญิงและถึงขั้นใช้เรื่องการจบการศึกษาเป็นเงื่อนไขกดดันนักศึกษา และหตุร้องเรียนในครั้งนั้นก็ไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม

หลายฝ่ายสงสัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของทั้งสอง รวมถึงแรงจูงใจที่อาจอยู่เบื้องหลัง โดยตำรวจเกาหลีใต้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบหลักฐานเพิ่มเติม

ด้านสถานกงสุลใหญ่จีน เมืองปูซานได้ขอให้ตำรวจเกาหลีใต้เร่งตรวจสอบรายละเอียดของคดีอย่างรอบด้านและดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องตามกฎหมาย พร้อมทั้งจะให้ความช่วยเหลือครอบครัวของผู้เสียชีวิตในการจัดการเรื่องต่างๆ ความจำเป็นตลอดกระบวนการ

แม้เกาหลีใต้จะมีสถานการณ์ด้านความปลอดภัยโดยรวมอยู่ในระดับดี แต่ในพื้นที่ห่างไกล การถูกคนรู้จักทำร้ายอาจรับมือได้ยากกว่าการเผชิญเหตุจากคนแปลกหน้า เนื่องจากความคุ้นเคยทำให้หลายคนไม่ทันระมัดระวัง

ขณะนี้ทุกฝ่ายยังคงเฝ้ารอความจริงจากกระบวนการยุติธรรมเกาหลีใต้ เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับผู้เสียชีวิตและครอบครัว

ที่มา : https://www.facebook.com/100059514523438/posts/1431822808811523/?rdid=o9c9h5bV6aBHEj0S#

'พลโท วันชนะ' ชี้ชัดข้อขัดแย้ง!! ยังไม่พ้นความตึงเครียด ข้อตกลง JBC มี 16 ข้อหลัก ไทยส่งคืนเชลยเขมรแล้ว 100% เขมรไม่ควรขอคืนพื้นที่ล้ำแดน

พลโท วันชนะ สวัสดี โพสในเฟสบุ๊ค

ก่อนที่จะคิดไปไกลว่าจะคุย JBCทั้ง3คนนี้ประกอบด้วย ฮุนเซน และฮุนมาเนต รวมไปถึง เตีย ด้วย ต้องจำใส่ กบาลไว้ ว่า ข้อตกลงล่าสุดที่ต้องทำกันให้ได้ก่อนคือ Joint Statement of the 3/th Special GBC on 27 December 2025

มี 11ข้อที่ต้องทำ เพื่อลดความตึงเครียดและอีก5ข้อเป็นกลไกติดตาม รวม16ข้อ
ข้อที่ทำและชัดเจนที่สุด เกิดจากฝ่ายไทยทำคือ ข้อ 11 ส่งคืน เชลยเขมร18 นาย อันนี้100%แล้ว
ส่วนครั้งนี้จะกล่าวถึงข้อ2 คือ ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้โครงการวางกำลังที่มีอยู่ในพื้นที่ปัจจุบัน
เอาง่ายๆคือ ใครอยู่ตรงไหนก็อยู่ตรงนั้น แสดงว่า เขตพื้นที่ ที่ครอบครองของแต่ละฝ่ายตอนนี้คือ ตั้งแต่แนววางกำลังไปด้านหลัง การที่เขมรจะมาเรียกร้องขอให้เขมรกลับมาที่บ้านหนองจานนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลย ทั้ง 1ความถูกต้อง และ 2 หลักการ
กล่าวคือ

1 ความถูกต้องคือ พื้นที่ ที่ เขมรมาอาศัยชั่วคราวตอนนั้น คือ พื้นที่ของไทยมาตลอด ที่เข้ามาอยู่นั้นคือบุกรุก ล้ำเกินเขตแดนเข้ามาในไทย

2 หลักการคือ การขอเข้ามาอยู่นี้ จะกลายเป็นว่าเข้ามาอยู่หลังแนววางกำลังของทหารไทย ทำให้ แนววางกำลังของไปปัจจุบัน จะถูก ขนาบหน้าหลังด้วย กำลังเขมร
ใช้ กบาล คิดหน่อยสิ หรือ กบาลมีแต่ความคิดที่จะโกงเท่านั้น
กลับไป ทำตาม Joint ให้ได้ก่อน แล้วค่อยมาคุย
ครั้ง หน้า จะ ขยายข้ออื่นๆอีก

ที่มา : https://www.facebook.com/100002178103147/posts/27955711827418046/?rdid=PWMu9rLVGEUZyGiY#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top