Friday, 5 June 2026
เชียงใหม่

‘กระทรวงวัฒนธรรม’ เห็นชอบเอกสารสมบูรณ์ ชง ‘แหล่งอนุสรณ์สถานเชียงใหม่ฯ’ ขึ้นทะเบียนมรดกโลก

(19 ส.ค. 68) กระทรวงวัฒนธรรมเผย ที่ประชุมคณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม มีมติเห็นชอบเอกสารฉบับสมบูรณ์การขึ้นทะเบียน “แหล่งอนุสรณ์สถานและภูมิทัศน์วัฒนธรรมเชียงใหม่ นครหลวงล้านนา” เพื่อเสนอต่อศูนย์มรดกโลกภายในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีองค์ประกอบสำคัญ 8 พื้นที่ เช่น คูเมืองและกำแพงเมือง วัดพระสิงห์ วัดเจดีย์หลวง และวัดพระธาตุดอยสุเทพ

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบเอกสารการประเมินขั้นต้น (Preliminary Assessment) สำหรับการขึ้นทะเบียนพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ซึ่งเป็นขั้นตอนใหม่ที่ศูนย์มรดกโลกกำหนดก่อนจะจัดทำเอกสารเสนอฉบับสมบูรณ์ โดยจะส่งต่อให้คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกพิจารณาภายใน 15 กันยายน 2568

นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ระบุว่า จังหวัดเชียงใหม่ได้มอบหมายให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นเจ้าภาพหลักในการจัดทำเอกสาร เพื่อผลักดันมรดกทางวัฒนธรรมของเมืองให้ได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการ และหากผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี จะเป็นการยกระดับคุณค่าเชียงใหม่ในฐานะนครหลวงล้านนาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังติดตามประเด็นการอนุรักษ์แหล่งมรดกโลกอื่น ๆ ของไทย เช่น ความคืบหน้าปรับแบบสถานีรถไฟความเร็วสูงอยุธยาเพื่อลดผลกระทบ การตรวจประเมินวัดพระมหาธาตุ จังหวัดนครศรีธรรมราช และการบรรจุพระปรางค์วัดอรุณราชวรารามในบัญชีชั่วคราวของศูนย์มรดกโลก ซึ่งล้วนเป็นก้าวสำคัญต่อการผลักดันมรดกทางวัฒนธรรมไทยสู่การรับรองในระดับนานาชาติ

เชียงใหม่-ผบช.ภ.5 แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ 4 คดี ยึดยาบ้า 8.6 ล้านเม็ด ไอซ์ 450 กก. 

(1 ก.ย. 68) เวลา 09.00 น.ตำรวจภูธรภาค 5 แถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 4 คดี รวมของกลางยาบ้า จำนวน 8,600,000 เม็ด และ ไอซ์ จำนวน 450 กก. โดยมี พลตำรวจโท กฤตธาพล  ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เป็นประธานการแถลงข่าว  ณ ลานแถลงข่าว กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 

ตำรวจภูธรภาค 5 โดย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร  ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร, พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง, พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์, พล.ต.ต.พิชญา บุญขจร, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย  รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5, พล.ต.ต.มานพ เสนากูล  ผบก.ภ.จว.เชียงราย, พล.ต.ต.พงษ์สวัสดิ์ ไชยบาล ผบก.ภ.จว.พะเยา และ พล.ต.ต.ภูมิปัญญา นวตระกูลพิสุทธิ์ ผบก.ภ.จว.ลำปาง
ฝ่ายทหาร นบ.ยส.35   โดย พล.ท.กิตติพงศ์ ชื่นใจชน  ​มทน.3/ผบ.นบ.ยส.35ฝ่ายปกครอง โดย นายชรินทร์ ทองสุข  ​​ผวจ.เชียงราย นายรัฐพล นราดิศร ​​ผวจ.พะเยานายชุติเดช มีจันทร์ ​​ผวจ.ลำปาง สำนักงาน ปปส.ภาค 5 โดย นายธันวา ผุดผ่อง   ผอ.ปปส.ภาค 5

แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 4 คดี รวมของกลางยาบ้า จำนวน 8,600,000 เม็ด และ ไอซ์ จำนวน 450 กก. ได้แก่
1. สภ.แม่กา จว.พะเยา  บูรณาการร่วมหน่วยเกี่ยวข้อง จับกุมผู้ต้องหา 3 คน พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 4,000,000 เม็ด ทำการจับกุม ตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่กา จว.พะเยา ดำเนินคดีตามกฎหมาย
2. สภ.แม่สาย จว.เชียงราย บูรณาการร่วมหน่วยเกี่ยวข้อง จับกุมผู้ต้องหา 1 คน พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 1,600,000 เม็ด  ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สาย จว.เชียงราย ดำเนินการตามกฎหมาย

3. สภ.สบปราบ จว.ลำปาง  บูรณาการร่วมหน่วยเกี่ยวข้อง จับกุมผู้ต้องหา 5 คน พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 3,000,000 เม็ด นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.สบปราบ จว.ลำปางดำเนินคดีตามกฎหมาย

4. สภ.แม่พริก จว.ลำปาง บูรณาการร่วมหน่วยเกี่ยวข้อง จับกุมผู้ต้องหา 1 คน พร้อมของกลางไอซ์ จำนวน 450 กก. นําส่ง พนักงานสอบสวน สภ.แม่พริก จว.ลำปางดําเนินคดีตามกฎหมาย

ตำรวจภูธรภาค 5 บูรณาการร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครองสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และนำบัญชาข้อสั่งการของรัฐบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดไม่ให้เข้าไปสู่พื้นที่ตอนในอย่างเข้มข้นและจริงจัง และนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

สรุปผลการจับกุมยาเสพติด ของ ตำรวจภูธรภาค 5 ห้วงตั้งแต่ 1 ต.ค.67 – 31ส.ค.68 มีการจับกุมคดียาเสพติดรวม 24,292 คดี โดยเป็นคดีสำคัญถึง 241 คดี สามารถตรวจยึดของกลางยาบ้าได้รวม 257 ล้านเม็ด, ไอซ์ 11,800 กิโลกรัม, เฮโรอีน 209 กิโลกรัม, เคตามีน 1,840 กิโลกรัม และฝิ่น 155 กิโลกรัม พร้อมทั้งตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดคิดเป็นมูลค่ากว่า 1,151 ล้านบาท

เชียงใหม่- พิธีบรรจุประจำการเครื่องบินโจมตีแบบที่ 8 (AT-6TH)

เมื่อวานนี้ (4 ก.ย. 68) พลอากาศเอก พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธานในพิธีบรรจุประจำการเครื่องบินโจมตีแบบที่ 8 (AT-6) ณ กองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ คณะผู้แทนการค้าของสหรัฐฯ และผู้แทนส่วนราชการ ตลอดจนผู้แทนจากบริษัทอุตสาหกรรมการบิน จำกัด บริษัท Textron Aviation Defense LLC บริษัท Sam Teltech และบริษัท RVC เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีอย่างพร้อมเพรียง

กองทัพอากาศได้ดำเนินโครงการจัดหาเครื่องบินโจมตีเบา (AT-6TH) จำนวน 8 เครื่อง จากประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าประจำการ ณ ฝูงบิน 411 กองบิน 41 ทดแทนเครื่องบินขับไล่และฝึกแบบที่ 1 (L-39ZA/ART) ที่ปลดประจำการไปเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2564 โดยการจัดหาดังกล่าวได้มีการลงนามสัญญาที่บริษัท Textron Aviation Defense LLC เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2564 ภายใต้ข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) เพื่อให้การใช้งบประมาณของรัฐเป็นไปด้วยความโปร่งใส คุ้มค่า มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน
     
ทั้งนี้ กองทัพอากาศได้ส่งนักบินจำนวน 8 นาย เข้ารับการฝึกบินกับเครื่องบินโจมตี AT-6TH ณ สหรัฐอเมริกา โดยสำเร็จหลักสูตรการบินและนักบินทดสอบครบถ้วน พร้อมผลการฝึกที่อยู่ในระดับดีเยี่ยม ทำให้การจัดหาเครื่องบินครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับเทคโนโลยีการบินของกองทัพอากาศให้ทันสมัยและมีความพร้อมรอบด้าน     

นอกจากนี้ อากาศยานแล้ว โครงการนี้ยังได้รับการสนับสนุนเครื่องมือ อุปกรณ์การฝึกอบรม และการปรับปรุงอาคารสถานที่สนับสนุน จากการช่วยเหลือของทหารบกสหรัฐฯ ใน US Title 10 Chapter 16 Section 333 Authority to Build Capability ของรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจที่โจมตีทางอากาศ การค้นหาและช่วยชีวิตในพื้นที่ชนบทลาดตระเวน การสนับสนุนภาคพื้นดิน การสกัดกั้นการลักลอบข้ามแดน และขนส่งยาเสพติด ตลอดจนการปฏิบัติภารกิจเพื่อสาธารณประโยชน์ เช่น การควบคุมไฟป่าและบรรเทาสาธารณภัยเป็นต้น

ผู้บัญชาการทหารอากาศได้กล่าวว่า การจัดหาในครั้งนี้ดำเนินไปด้วยความโปร่งใส โปร่งประโยชน์ และคุ้มค่าอย่างแท้จริง โดยปัจจุบันฝูงบิน 411 ได้รับมอบเครื่องบินครบจำนวน 8 เครื่องเรียบร้อยแล้ว ซึ่งท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เครื่องบินโจมตีเบา AT-6TH ได้รับการพิจารณาในการปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนติดอาวุธและสนับสนุนการป้องกันประเทศอย่างเต็มศักยภาพ  

การบรรจุประจำการเครื่องบินโจมตีแบบที่ 8 (AT-6TH) ในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของฝูงบิน 411 กองบิน 41 และกองทัพอากาศ ที่จะนำไปสู่การบูรณาการด้านการปฏิบัติการบินร่วมกับส่วนราชการด้านความมั่นคง เพื่อธำรงไว้ซึ่งอธิปไตยและความมั่นคงของชาติสืบไป
 

เชียงใหม่-“คุณหยก” ที่ปรึษาประธานกรรมาธิการ การศาสนาฯ สภาผู้แทนฯ ถวายสักการะแด่พระสงฆ์สายธรรมยุต ประชุมที่วัดเจดีย์หลวง

(7 ก.ย. 68) “คุณหยก”กชพร เวโรจน์ ที่ปรึษาประธานกรรมาธิการ การศาสนาฯ สภาผู้แทนฯ ถวายสักการะ (กำลังใจ) แด่พระสงฆ์สายธรรมยุต 350 วัด ประชุมที่วัดเจดีย์หลวง พร้อม
ดูแลทุกๆศาสนาเพื่อให้คงอยู่คู่ชาวไทย

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568 พระสงฆ์สายธรรมยุต จัดประชุมพระสังฆาธิการคณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ -ลำพูน-แม่ฮ่องสอน (สายธรรมยุต) ที่อาคารปฏิบัติธรรมสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ(อนุพรมมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก วัดเจดีย์หลวง วรวิหาร ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดย พระเทพวชิราธิบดี (ฤทธิรงค์ ญาณวโร) ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค 6-7 (ธรรมยุต) เป็นเจ้าอาวาสวัดป่าดาราภิรมย์ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ปกครองคณะสงฆ์ธรรมยุตในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน และแม่ฮ่องสอน เป็นประธานในการจัดการประชุม โดยมีพระสงฆ์ระดับเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล เจ้าอาวาสวัด รองเจ้าอาวาสวัด พระอุปัชฌาย์ จำนวน 350 วัด และ หัวหน้าที่ปรึกษาสำนักสงฆ์ รวมทั้งเจ้าหน้าที่สำนักพุทธ เข้าร่วมประชุม พร้อมกันนี้ที่ประชุมได้เชิญ ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ที่ปรึกษามหาเถรสมาคม มาบรรยายถวายคำแนะนำเรื่องกฎระเบียบการทำบัญชีรายรับรายจ่ายของวัด

ก่อนการประชุม คุณหยก กชพร เวโรจน์ หัวหน้าพรรคก้าวอิสระ และในฐานะที่ปรึษาประธานกรรมาธิการ การศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร และในฐานะประธานชมรม Change Together byมาดามหยก และ INDY TEAM เข้าถวายพานพุ่มดอกบัว สักการะ แด่พระสงฆ์ โดย มอบปัจจัยค่าน้ำปานะจำนวนหนึ่ง จัดเลี้ยงโรงทาน ขนมหวาน

คุณหยก กชพร เวโรจน์  ที่ปรึกษาประธานกรรมาธิการ การศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ประชุมพระสังฆาธิการคณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ -ลำพูน-แม่ฮ่องสอน (สายธรรมยุต) วันนี้ ได้มาถวายพานพุ่มดอกบัวสักการะ(ถวายกำลังใจ)พระเถระ 350 วัด ซึ่งขอยืนยันปกป้องดูแลทุกศาสนา ดูแลพระเถระที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ที่ยังมีจำนวนมาก และยังรวมไปถึงทุก ๆ ศาสนา ทุกนิกายนิกาย มีทั้งทำดี และที่ทำไม่ถูกต้องก็เป็นเรื่องธรรมดา เพราะมนุษย์อยู่ในสังคมจะมีทั้งคนดีและคนไม่ดี วงการศาสนาก็เหมือนกัน พระทำผิด ก็ลงโทษตามบทลงโทษไปตามกระบวนการเอาผิดทางวินัย ตามกระบวนการที่มีอยู่ พร้อมเป็นกำลังใจให้ทุกศาสนาต่อไป -พัฒนชัย/เชียงใหม่ รายงาน

เชียงใหม่-"𝐂𝐀𝐌𝐓 มช. เปิดพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ เรียนรู้ ทดลอง และเติบโต “CAMT OPEN HOUSE 2025“

วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดกิจกรรมเปิดบ้านวิชาการ CAMT OPEN HOUSE 2025"Explore Your Potential"พบกับโอกาสการเรียนรู้ที่รอคุณอยู่

วันเสาร์ที่ (6 ก.ย. 68) วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดกิจกรรมเปิดบ้านวิชาการ “CAMT OPEN HOUSE 2025”ซึ่งในปีนี้มากับตีม "Explore Your Potential" หรือ "สำรวจศักยภาพของคุณ" เป็นแนวคิดที่มุ่งเน้นการค้นหา การพัฒนา และการนำความสามารถที่ซ่อนอยู่ของตัวเองออกมาใช้อย่างเต็มที่ โดยได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรวิชญ์ จันทร์ฉาย คณบดีวิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี กล่าวต้อนรับ นักเรียนและผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม กว่า 1,200 คน ณ เวทีกลางอาคารศูนย์นวัตกรรมการเรียนรู้ วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ทั้งนี้ เพื่อประชาสัมพันธ์หลักสูตร เนื้อหา การเรียน การสอน และ แนวทางการศึกษาต่อในระดับต่างๆ ของ วิทยาลัยฯ เพื่อส่งเสริมการค้นพบศักยภาพภายใต้แนวคิด "Explore Your Potential" และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ลงมือปฏิบัติจริง (Hands-on Experience) เพื่อสำรวจความถนัด และความสนใจของตนเองในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสร้างพื้นที่ให้นักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายได้แสดงศักยภาพด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีผ่านการประกวดแข่งขัน เพื่อสร้างเครือข่ายและความร่วมมือ แลกเปลี่ยนความรู้ และสร้างแรงบันดาลใจระหว่างนักเรียน รุ่นพี่นักศึกษา คณาจารย์ รวมถึงการสร้างความร่วมมือกับคณะครูทั่วภาคเหนือในการส่งเสริมศักยภาพด้านเทคโนโลยีให้แก่นักเรียนณ  อาคารศูนย์นวัตกรรมการเรียนรู้ วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยกิจกรรม Walkin ฐานกิจกรรม 5 สาขา เยี่ยมชมหลักสูตรและผลงานรุ่นพี่แต่ละสาขา รวมถึงถามตอบแนวทางการศึกษาต่อวิทยาลัยฯกับรุ่นพี่อย่างใกล้ชิด ผ่านฐานกิจกรรมทั้ง 5 สาขา ได้แก่สาขาวิชาวิศวกรรมซอฟต์แวร์ ,สาขาวิชาการจัดการสมัยใหม่ และเทคโนโลยีสารสนเทศ ,สาขาวิชาแอนนิเมชันและวิชวลเอฟเฟกต์ ,สาขาวิชาดิจิทัลเกมทดลองเล่นเกมจากผลงานรุ่นพี่ และสาขาบูรณาการอุตสาหกรรมดิจิทัล 
 
นอกจากนี้มี กิจกรรม Workshop บูสสกิลด้านเทคโนโลยีกับ AI กิจกรรม CONTEST ประกวดแข่งขัน จากน้องๆ ม.ปลาย ที่มีความฝันอยากสร้างสรรค์นวัตกรรม โค้ดดิ้งเกม หรือสร้างสรรค์ดนตรีจากภาพ เปิดเวทีให้ทุกคนมาประลองฝีมือ ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 30,000 บาท การประกวดแข่งขัน  4 รายการ ได้แก่ การประกวดแนวคิดนวัตกรรม, การประกวดวงดนตรี (Visual Music), การประกวดสร้างเกม (Young Game Dev) และการประกวดคอสเพลย์ โดยมี อาจารย์ ดร.กลวัชร คล้ายนาค รองคณบดีฯให้เกียรติมอบรางวัล การประกวด และความบันเทิง วงดนตรี จากสโมสรนักศึกษา วง BOOST ENERGY และ THREEDOTS.BAND และศิลปินศิษย์เก่าจากวิทยาลัยฯ Nice cnx  อีกด้วย …พัฒนชัย /เชียงใหม่ รายงาน

เชียงใหม่-HealthNEXT 2025 ภายใต้แนวคิด 'THE NEXT PULES OF INNOVATION' เวทีแห่งการขับเคลื่อนนวัตกรรมสุขภาพสู่อนาคต

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับ ย่านนวัตกรรมการแพทย์สวนดอก (Suandok Medical Innovation District: SMID) จัดงาน HealthNEXT 2025 ภายใต้แนวคิด 'THE NEXT PULES OF INNOVATION' เวทีแห่งการขับเคลื่อนนวัตกรรมสุขภาพสู่อนาคต ซึ่งครั้งนี้ได้จัดเป็นครั้งที่ 6  โดยมุ่งยกระดับเชียงใหม่สู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมสุขภาพระดับอาเซียน ผ่านการสร้าง HealthTech Ecosystem ในทุกระดับ (เมือง-ย่าน-ศูนย์กลางนวัตกรรมสุขภาพ) พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมของอาจารย์ นักวิจัย แพทย์ พยาบาล สตาร์ทอัพ นักลงทุน หน่วยงานรัฐ และชุมชน มีผู้เข้าร่วมกว่า 700 คน เพื่อจุดประกายความคิด สร้างความร่วมมือ และเร่งการนำนวัตกรรมทางการแพทย์และสุขภาพไปสู่การใช้งานจริง (Lab for Life)

โดยมี ศ.ปฏิบัติ ดร.ชรินทร์ เตชะพันธุ์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้เกียรติประธานเปิดงาน, รศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. กล่าวต้อนรับ และศ.ดร.นพ.ดำเนินสันต์ พฤกษากร รองคณบดีด้านวิจัย นวัตกรรม และวิเทศสัมพันธ์ กล่าวรายงาน รศ.นพ.อดิศักดิ์ ตันติวรวิทย์ ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช ผู้ช่วยคณบดีด้านวิจัย นวัตกรรม และวิเทศสัมพันธ์, ผศ.นพ.กฤษณ์ ขวัญเงิน รองคณบดีด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและบริหารจัดการข้อมูล, รศ.นพ.เอกรัฐ รัฐฤทธิ์ธำรง รองคณบดีด้านการศึกษาก่อนปริญญา ร่วมงาน

ในโอกาสนี้ รศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ได้มอบรางวัลสำหรับผู้ชนะการแข่งขัน Pitching ในงาน MEDCHIC Health Hackathon (MEDCHICKathon) 2025 ได้แก่
1. รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม PIXPULSE
2. รางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ ทีม NurseVoiceX
3. รางวัลชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ ทีม Fifth Harmony 

มอบประกาศนียบัตร ให้แก่ 
1. ทีม PIXPULSE
2. ทีม Fifth Harmony
3. ทีม AIDoC
4. ทีม PrikPool
5. ทีม GeneWave
6. NurseVoiceX
7. Brain Bridge

ภายในงานประกอบด้วยผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการแพทย์ และสุขภาพ เวทีเสวนา ปาฐกถาพิเศษ และ Policy Dialogue จากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศและนานาชาติ มีพื้นที่ในการแสดงนวัตกรรมทางการแพทย์และสุขภาพกว่า 40 บูธ  จัดโดย ศูนย์นวัตกรรมสุขภาพ (MedCHIC) คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2568 ณ The Nimman Convention Center จังหวัดเชียงใหม่

เชียงใหม่-คณะพยาบาลศาสตร์ มช. รับสมัครผู้สนใจร่วมอบรม  Spa Manager 100 ชม.

ศูนย์พัฒนาศักยภาพการบริการสปาเพื่อสุขภาพ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขอเชิญร่วมโครงการอบรมหลักสูตรผู้ดำเนินการสปาเพื่อสุขภาพ 100 ชั่วโมง ประจำปี 2568 (Spa Manager 100 hrs.) หลักสูตรได้การรับรองจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ระหว่างวันที่ 14-31 ตุลาคม 2568

คุณสมบัติของผู้สมัคร อายุ 20 ปี ขึ้นไป สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี หากวุฒิการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี ต้องเป็นผู้ที่มีประสบการณ์การทำงานในสถานประกอบการสปาเพื่อสุขภาพหรือนวดเพื่อสุขภาพหรือที่เกี่ยวข้อง ไม่น้อย 2 ปี โดยขอให้แนบเอกสารแสดงประสบการณ์ทำงาน วุฒิบัตรที่เกี่ยวข้อง หรือ เอกสารแสดงการเป็นเจ้าของกิจากรสปา/นวดเพื่อสุขภาพ

วัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรม มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดเทคนิคการบริการและขั้นตอนต่างๆ ในการจัดบริการกิจการสปาเพื่อสุขภาพได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ได้แนวทางในการดำเนินการกิจการสปาเพื่อสุขภาพที่ได้มาตรฐานตามพระราชบัญญัติที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นและประสบการณ์ในการจัดบริการและดำเนินการกิจการสปาเพื่อสุขภาพกับวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและกลุ่มผู้เข้าร่วมโครงการเพื่อประโยชน์ต่อการดำเนินกิจการสปาเพื่อสุขภาพ

วิทยากรเป็นผู้ทรงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สมาคมไทยล้านนาสปาและผู้เชี่ยวชาญจากภาคเอกชน ผู้ผ่านรับการอบรมทุกท่านจะได้รับวุฒิบัตรรับรองจากคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

อบรมวันจันทร์ถึงวันเสาร์ (หยุดวันอาทิตย์) รับจำนวน 40 ท่านเท่านั้น!! สมัครได้ตั้งแต่บัดนี้ถึง 30 กันยายน 2568 (หรือจนครบจำนวนที่ต้องการ) ค่าลงทะเบียน 14,500 บาท (รวมค่าอุปกรณ์การเรียน อาหารว่าง อาหารกลางวัน เอกสารประกอบการอบรม และการศึกษาดูงาน) สนใจลงทะเบียนได้ที่ : https://cmu.to/SPA2025 

เชียงใหม่-เสริมพลังแกนนำ ดูแลด้วยสติ นำด้วยนวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นของผู้บกพร่องทางจิต

โครงการการพัฒนาแกนนำชมรม เครือข่ายในการดูแลผู้บกพร่องทางจิตโดยใช้สตินวัตกรรมเป็นฐาน “เสริมสร้างแกนนำเครือข่าย เข้มแข็งด้วยสติ ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นของผู้บกพร่องทางจิต”

เมื่อวันที่ (11 ก.ย. 68) น.ส.พลอยพรรณ พลอยทับทิม พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงใหม่ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดโครงการสัมมนาพัฒนาแกนนำชมรมเครือข่ายในการดูแลผู้บกพร่องทางจิตโดยใช้สตินวัตกรรมเป็นฐาน ระหว่างวันที่ 10 – 12 กันยายน 2568 โดยมีนายกสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย ที่ปรึกษาสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย คณะกรรมการสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตภาคเหนือ แกนนำชมรมเครือข่ายเพื่อผู้บกพร่องทางจิต 17 จังหวัดภาคเหนือ ผู้มีเกียรติร่วมงาน ณ ห้องประชุมวีรวรรณ โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

น.ส.พลอยพรรณ พลอยทับทิม พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า โครงการพัฒนาแกนนำชมรม เครือข่ายในการดูแลผู้บกพร่องทางจิตโดยใช้สตินวัตกรรมเป็นฐาน ในวันนี้ต้องการให้แกนนำชมรมเครือข่ายใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ที่เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนได้รู้แนวทางการดำเนินงานขององค์กร และสามารถช่วยกันจัดทำแผนการดำเนินงานร่วมกันได้อย่างมีคุณภาพ มีระบบการบริหารจัดการที่โปร่งใสรวมทั้งสามารถเชื่อมโยงการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ และเพื่อให้แกนนำองค์กรเครือข่ายในภาคเหนือ มีความรู้ มีความเข้าใจ ในการบริหารจัดการองค์กรให้มีความพร้อม ในการขับเคลื่อนงานด้านจิตเวช และสามารถยกระดับองค์กรให้เป็นศูนย์บริการคนพิการทางจิตในแต่ละพื้นที่ได้อย่างมีศักยภาพ 

นอกจากนี้แกนนำเครือข่ายที่เข้าร่วมกิจกรรม มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการดูแลช่วยเหลือคนพิการโดยใช้หลักพุทธศาสนามาช่วย เพื่อให้แกนนำทุกคนทำงานได้อย่างมีสติในทุกขณะ จะได้คอยช่วยกันปกป้องสิทธิของคนพิการ  เป็นปากเป็นเสียงแทนคนพิการได้อย่างถูกต้อง ไม่เกิดความขัดแย้งในการทำงาน รวมทั้งเน้นให้เห็นความสำคัญของครอบครัว เพื่อลดความรุนแรงและได้แนวทางการทำงานรวมถึงขั้นตอนในการให้ความช่วยเหลือคนพิการทางจิตอย่างถูกวิธี ตามพระราชบัญญัติสุขภาพจิต และพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ 

นางสาวธนพร แสงศิระประภา แกนนำชมรมตะวันทอแสง กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการการพัฒนาแกนนำชมรมเครือข่ายในการดูแลผู้บกพร่องทางจิตโดยใช้สตินวัตกรรมเป็นฐานในวันนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรม มีความรู้ความเข้าใจในการนำสตินวัตกรรมเป็นฐาน ในการดูแลช่วยเหลือและพัฒนาผู้บกพร่องทางจิตให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ร่วมกับทุกคนในสังคมได้อย่างมีความสุข   

เพื่อให้ผู้บกพร่องทางจิตหรือคนพิการทางจิตในแต่ละพื้นที่ได้รับบริการ ในการดูแลช่วยเหลือและฟื้นฟูอย่างถูกวิธี มีคุณภาพและเหมาะสมของแต่ละพื้นที่
  
การจัดโครงการฯในวันนี้ จะดำเนินการ ระหว่างวันที่ 10 – 12 กันยายน 2568  กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการประกอบด้วยแกนนำชมรมเครือข่ายเพื่อผู้บกพร่องทางจิต ใน17 จังหวัดภาคเหนือ ที่ปรึกษาสมาคมฯ คณะกรรมการสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย วิทยากร รวมจำนวนทั้งสิ้น 207 คน

เชียงใหม่-โครงการส่งเสริมสุขภาพคนพิการทางจิตให้มีสุขภาพดีทั้งกายและจิตใจ ด้วยการกีฬาและการสันทนาการ

(15 ก.ย. 68) ประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการ ส่งเสริมสุขภาพคนพิการทางจิตให้มีสุขภาพดีทั้งกายและจิตใจ ด้วยการกีฬาและ การสันทนาการ ระหว่างวันที่ 15 - 16  กันยายน 2568 ณ โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีพระครูสังฆกิจดิลก, ดร. เจ้าอาวาสวัดสารอด กทม. วิทยากร ​บรรยาย เรื่อง “สติปัญญาทุกลมหายใจเพื่อสันติสุขอย่างยั่งยืน”นางนุชจารี คล้ายสุวรรณ  นายกสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิต
แห่งประเทศไทยบรรยาย เรื่อง “กีฬาที่เหมาะสมสำหรับคนพิการทางจิต และการเข้าถึงกีฬา ของคนพิการทางจิต”
 นายวัชรพล  จึงเจริญ    หัวหน้างานเครือข่ายและความร่วมมือศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก (APCD  หรือ ศพอ.)เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน  มีศักยภาพที่ดีทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม  เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน  สามารถพัฒนาตนเองจากการเล่นกีฬาและการทำสันทนาการ มีสุขภาพดีทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสามารถเข้าร่วมสังคมกับผู้อื่นได้ 

กลุ่มเป้าหมาย  ผู้เข้าร่วมกาคประชุมทั้งโครงการ รวมจำนวน  426  คน ประกอบด้วย คณะกรรมการบริหารสมาคมฯ กรรมการที่ปรึกษาหรือผู้แทนภาคเหนือ คณะกรรมการบริหารฯ ปรึกษาฯ หรือผู้แทนสมาคมฯแห่งประเทศไทย แกนนำชมรมเครือข่าย คนพิการ/ผู้ดูแล เจ้าหน้าที่สมาคมฯ/เจ้าหน้าที่ภาค-เขต อาสาสมัคร 
วิทยากร คณะทำงาน 

โดยวิทยากรที่มาให้ความรู้เป็น ผู้มีความเชี่ยวชาญ ได้แก่ผู้แทนจาก ศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก (APCD) ด้านกีฬา พยาบาลจิตเวช ข้าราชการบำนาญ และโค้ชที่มีความสามารถถ่ายทอดการบริหารวุฒิภาวะทางอารมณ์

สำหรับประเภทกีฬาเล่นแข่งได้แก่ 1.โยนห่วง 2.ชักกะเย่อ 3.เดินกระสอบ 4.เดินสามขา 5.เต้นออกกำลังกาย
6.อื่นๆตามความเหมาะสม กีฬาสาธิต 1.ปิงปอง  รูปแบบการเล่นคิดค้นจากประเทศญี่ปุ่น สำหรับคนพิการทางจิต

คาดหวังว่า ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน  มีศักยภาพที่ดีทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม  ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน  สามารถพัฒนาตนเองจากการเล่นกีฬาและการทำสันทนาการ มีสุขภาพดีทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ ลดความเครียด เพิ่มความสุข และสามารถเข้าร่วมสังคมกับผู้อื่นได้

นภาพร ขัติยะ/ เชียงใหม่

เชียงใหม่-ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ “เผยแนวทางการปฏิบัติราชการ ร่วมบูรณาการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่”

ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ พบสื่อมวลชน เผยแนวทางการปฏิบัติราชการ พร้อมผนึกกำลังส่วนราชการและท้องถิ่น เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่สู่ “นครแห่งชีวิตและความมั่งคั่ง…เป็นที่สุดแห่งความสง่างามทางวัฒนธรรม”

เมื่อวานนี้ (16 ก.ย.68) ที่ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา องค์การบริหารจังหวัดเชียงใหม่  นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกันแถลงข่าวและพบปะกับพี่น้องสื่อมวลชนทุกแขนงของจังหวัดเชียงใหม่  ในงาน “แถลงข่าวสื่อมวลชนเชียงใหม่ ครั้งที่ 24/2568  ของสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่

การแถลงข่าวในวันนี้ถือเป็นวาระพิเศษ เพราะเป็นการจัดแถลงข่าวครั้งสุดท้ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ของสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ และถือเป็นครั้งแรกที่ นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีโอกาสมาพบปะพูดคุยกับพี่น้องสื่อมวลชนของจังหวัดเชียงใหม่ 

ภายหลังจากรับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ คนที่ 42 เมื่อวันที่ 5 กันยายน ที่ผ่านมา และเป็นโอกาสอันดีที่ผู้นำส่วนราชการทั้งฝ่ายพลเรือนและฝ่ายท้องถิ่น ได้มาพบปะกับสื่อมวลชนทุกแขนง กว่า 130 คน โดยมีประเด็นที่สำคัญเกี่ยวกับการชี้แจงนโยบายในการปฏิบัติราชการ และการร่วมกันบูรณาการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่

นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึงแนวทางการปฏิบัติราชการและการพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่ ว่า ตนเองมีความตั้งใจที่จะมาพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่เป็นอย่างมาก อีกทั้งมีความตั้งใจทุ่มเททำงาน ตอบแทนคุณแผ่นดิน โดยน้อมนำแนวพระราชดำริมาเป็นแนวทางในการดำเนินงานควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล 

โดยเฉพาะนโยบายเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ปัญหาด้านเศรษฐกิจ ด้านความมั่นคง ภัยธรรมชาติ และปัญหาภัยสังคม เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนชาวจังหวัดเชียงใหม่อย่างเต็มกำลังความสามารถ และให้เกิดเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน 

ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ และพร้อมทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจตลอดอายุราชการอีก 4 ปีหลังจากนี้ในการพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่อย่างเต็มกำลังความสามารถภายใต้แนวคิด "มาทำให้ ไม่ได้มาทำเอา"

โดยพร้อมเป็นโซ่สื่อกลางประสานงานกับทุกภาคส่วนให้มาร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมาย เพื่อให้จังหวัดเชียงใหม่เป็น “นครแห่งชีวิตและความมั่งคั่ง เป็นที่สุดแห่งความสง่างามทางวัฒนธรรม บนพื้นฐานของการกระจายโอกาสอย่างเป็นธรรม และยั่งยืน”โดยตั้งใจว่าจะมาพบปะกับพี่น้องสื่อมวลชนเป็นประจำในทุกเดือน อีกด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top