Saturday, 5 April 2025
สีจิ้นผิง

"ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่ควรเป็นเกมการช่วงชิงอำนาจ ของชาติร่ำรวยและบรรดามหาเศรษฐี"

ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง
กล่าวในการประชุม G20 ที่เมืองริโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล

(19 พ.ย. 67) สำนักข่าวซินหัวรายงาน ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนได้กล่าวเตือนในการประชุมสุดยอดกลุ่ม G20 ที่รีโอเดจาเนโรว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่ควรเป็น “เกมของประเทศร่ำรวยและคนมั่งมี” นอกจากนี้ รายงานระบุว่า ปธน.สียังเรียกร้องให้มีการกำกับดูแลและความร่วมมือระหว่างประเทศเกี่ยวกับ AI มากขึ้นอีกด้วย

ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน ปธน.สีได้กล่าวถึงการสนับสนุนของจีนที่มีต่อประเทศกำลังพัฒนา และให้คำมั่นว่าจะมีโครงการช่วยเหลือเพิ่มเติม รวมถึงการเสนอโครงการร่วมกับสมาชิก G20 อีก 3 ประเทศ เพื่อช่วยให้กลุ่มประเทศในซีกโลกใต้สามารถเข้าถึงนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ดียิ่งขึ้น

ในการประชุมเกี่ยวกับการปฏิรูปสถาบันการกำกับดูแลระดับโลก ปธน.สีได้กล่าวเตือนถึงการกีดกันทางการค้าในนามของการพัฒนาสีเขียวและคาร์บอนต่ำ โดยอ้างถึงภาษีศุลกากรที่สมาชิก G20 เรียกเก็บกับสินค้าจีน เช่น รถยนต์ไฟฟ้าและไบโอดีเซล ซึ่งสมาชิก G20 กังวลว่าการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวอาจทำให้ประเทศของตนต้องพึ่งพาจีน

“เราจำเป็นต้องปรับปรุงการกำกับดูแลการค้าโลก และสร้างเศรษฐกิจโลกที่มีลักษณะเปิดกว้าง” ปธน.สีกล่าว

ปธน.สีซึ่งอยู่ระหว่างการเดินทางเยือนลาตินอเมริกาเพื่อการทูต ยังได้วิพากษ์วิจารณ์การกีดกันทางการค้าเมื่อสัปดาห์ที่แล้วขณะเข้าร่วมการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ที่กรุงลิมา ประเทศเปรู

คำกล่าวของผู้นำจีนมีขึ้นก่อนหน้าที่จีนเตรียมเป็นเจ้าภาพจัด การประชุม AI โลกในปี 2025 เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ 

จีนปลด 2 นายพลพ้นสภาฯ เซ่นกวาดล้างทุจริตในกองทัพ

(27 ธ.ค.67) ทางการจีนประกาศปลดนายทหารระดับสูงสองนายอย่างกะทันหันจากการเป็นสมาชิกสภาประชาชนแห่งชาติ (NPC) โดยไม่มีการชี้แจงอย่างละเอียด สะท้อนถึงการเดินหน้ากวาดล้างบุคลากรระดับสูงในกองทัพอย่างต่อเนื่อง  

ตามรายงานของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก คณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาประชาชนแห่งชาติได้ยกเลิกสมาชิกภาพของ หยู่ ไห่เทา อดีตรองผู้บัญชาการกองทัพบกปลดปล่อยประชาชน และ หลี่ เผิงเฉิง ผู้บัญชาการกองทัพเรือประจำเขตยุทธการภาคใต้ ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นเขตที่มีข้อพิพาทด้านดินแดน ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ จู้ ซินชุน ผู้ดำรงตำแหน่งก่อนหน้าของหลี่ ก็ถูกปลดจากสภาเมื่อปีที่ผ่านมา  

คณะกรรมาธิการระบุเพียงว่า ทั้งสองนายตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าละเมิดกฎหมายและวินัย ซึ่งมักเป็นคำที่พรรคคอมมิวนิสต์ใช้กล่าวถึงการทุจริต การดำเนินการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการต่อต้านการทุจริตในกองทัพ ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงฤดูร้อนปีที่แล้ว โดยเป้าหมายหลักในระยะแรกคือหน่วยจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์และกองกำลังขีปนาวุธ  

เมื่อเดือนที่ผ่านมา จีนได้สั่งพักงานเจ้าหน้าที่ระดับสูงในคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลาง ซึ่งเป็นองค์กรสูงสุดด้านการทหารที่มีประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เป็นประธาน นอกจากนี้ เมื่อวันจันทร์ที่ 23 ธันวาคม จีนได้สร้างความประหลาดใจอีกครั้งด้วยการแต่งตั้งผู้ตรวจการทางการเมืองคนใหม่ประจำกองทัพบก  

การเคลื่อนไหวดังกล่าวตอกย้ำถึงความพยายามของรัฐบาลจีนในการเสริมสร้างความโปร่งใสและความเป็นระเบียบในกองทัพ ท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาคและการเฝ้าจับตามองจากนานาชาติ

ผู้นำไต้หวันกร้าว จีน-รัสเซีย อันธพาลโลก เล็งทุ่มงบกลาโหมเสริมป้องกันประเทศ

(2 ม.ค. 68) ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวันกล่าวในตอนหนึ่งของสุนทรพจน์เนื่องในวันปีใหม่ว่า จะเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับการป้องกันประเทศ ท่ามกลางภัยคุกคามจากจีน พร้อมระบุว่าไต้หวันเป็น 'แนวป้องกันประชาธิปไตย' ที่สำคัญของโลก  

ประธานาธิบดีไล่กล่าวว่า "จีน รัสเซีย เกาหลีเหนือ และอิหร่าน กำลังร่วมมือกันคุกคามระเบียบโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก สันติภาพ และเสถียรภาพของโลก" คำกล่าวดังกล่าวไต้หวันสะท้อนไปยังจีนซึ่งยังคงยืนยันว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของตน และพร้อมใช้กำลังหากจำเป็น  

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จีนได้เพิ่มแรงกดดันต่อไต้หวัน เช่น การซ้อมรบรอบเกาะและการแย่งชิงพันธมิตรทางการทูตของไต้หวันให้หันไปสนับสนุนจีน ในขณะที่ไต้หวันตอบโต้ด้วยการปฏิรูปกองทัพและจัดซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญ  

ไล่กล่าวว่า "เราต้องเตรียมพร้อมในยามสงบ ด้วยการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะปกป้องประชาธิปไตยและความมั่นคงของเรา ทุกคนมีหน้าที่ปกป้องไต้หวัน เพราะไต้หวันคือแนวป้องกันประชาธิปไตยสำคัญของโลก"  

นอกจากนี้ ประธานาธิบดีไล่ยังย้ำถึงความสำคัญของการรักษาประชาธิปไตยภายในประเทศ ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนที่ผ่านมา โดยพรรคฝ่ายค้านได้ผ่านร่างกฎหมายที่ถูกวิจารณ์ว่าอาจเป็นภัยต่อประชาธิปไตย  

สุนทรพจน์ของประธานาธิบดีไล่ มีขึ้นไม่กี่ชั่วโมงตอบโต้ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงหลังจากที่ผู้นำจีนแถลงในสาส์นปีใหม่ว่า "ชาวจีนของทั้งสองฝั่งช่องแคบไต้หวันเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ไม่มีสิ่งใดสามารถตัดขาดความสัมพันธ์ทางสายเลือดหรือหยุดยั้งการรวมชาติได้"  

‘ทรัมป์ – สีจิ้นผิง’ ต่อสายพูดคุย!! เดินหน้าความสัมพันธ์ เพื่อ 'จีน – สหรัฐฯ – โลก’ บนเส้นทาง การพัฒนาการค้า

(18 ม.ค. 68) ‘สำนักข่าวซินหัว’ รายงานว่า ‘สีจิ้นผิง’ ประธานาธิบดีจีน ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่ ตามคำเชิญของทรัมป์ โดยสีจิ้นผิงเริ่มต้นบทสนทนาด้วยการแสดงความยินดีกับทรัมป์ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ อีกครั้ง

สีจิ้นผิงชี้ว่าทั้งเขาและทรัมป์ต่างให้ความสำคัญกับการรักษาปฏิสัมพันธ์กับอีกฝ่ายอย่างยิ่ง หวังว่าสายสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ จะมีจุดเริ่มต้นที่ดีในวาระการดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่ และพร้อมผลักดันความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นจากจุดเริ่มต้นใหม่

สีจิ้นผิงเน้นย้ำว่าทั้งจีนและสหรัฐฯ กำลังไล่ตามความฝันของตัวเองและมุ่งมั่นทำให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ดียิ่งขึ้น โดยจีนและสหรัฐฯ มีผลประโยชน์ร่วมกันมากมายและพื้นที่กว้างขวางสำหรับความร่วมมือ ทั้งสองประเทศสามารถเป็นหุ้นส่วนและมิตรสหาย มีส่วนส่งเสริมความสำเร็จของอีกฝ่าย และประสบความเจริญรุ่งเรืองอันจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศและโลกทั้งใบ

สีจิ้นผิงกล่าวว่าสิ่งที่มิอาจหลีกเลี่ยงคือจีนและสหรัฐฯ ซึ่งเป็นสองประเทศใหญ่ที่มีสภาพการณ์แตกต่างกัน ย่อมต้องมีข้อแตกต่างไม่ตรงกันบางประการ ทว่ากุญแจสำคัญคือการเคารพผลประโยชน์หลักและข้อวิตกกังวลของอีกฝ่าย และแสวงหาหนทางอันเหมาะสมต่อการแก้ไขประเด็นปัญหาต่างๆ

สีจิ้นผิงเสริมว่าปัญหาไต้หวันเกี่ยวข้องกับอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของจีน ซึ่งจีนหวังว่าฝ่ายสหรัฐฯ จะดำเนินการด้วยความระมัดระวัง 

สีจิ้นผิงกล่าวว่าความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าจีน-สหรัฐฯ มีลักษณะของการได้ประโยชน์ซึ่งกันและกัน ดังนั้นการปะทะคะคานและความขัดแย้งมิควรเป็นตัวเลือกของสองประเทศ

สีจิ้นผิงเรียกร้องทั้งสองฝ่ายยกระดับความร่วมมือ รวมถึงทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เป็นรูปธรรม และดีงามยิ่งขึ้น ซึ่งเกื้อหนุนสองประเทศและโลกบนหลักการเคารพซึ่งกันและกัน การดำรงอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และความร่วมมือที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ เพื่อรักษาทิศทางของเรือลำยักษ์ทั้งสองอย่างจีนและสหรัฐฯ แล่นไปข้างหน้าบนเส้นทางการพัฒนาที่มีเสถียรภาพอันดีและยั่งยืน

ด้านทรัมป์ขอบคุณสีจิ้นผิงสำหรับการแสดงความยินดี กล่าวว่าเขาเชิดชูความสัมพันธ์อันดีของเขากับสีจิ้นผิง คาดหวังว่าจะเดินหน้าการพูดคุยสื่อสารต่อไป และรอคอยจะได้พบสีจิ้นผิงโดยเร็ววัน พร้อมเสริมว่าสหรัฐฯ และจีนเป็นกลุ่มประเทศสำคัญที่สุดในโลกวันนี้ ซึ่งควรรักษามิตรภาพอันยืนยาวและทำงานร่วมกันเพื่อคุ้มครองสันติภาพของโลก

ทั้งนี้ สีจิ้นผิงและทรัมป์ได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับประเด็นสำคัญอันเป็นที่วิตกกังวลร่วมกันในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ เช่น วิกฤตยูเครน และความขัดแย้งอิสราเอล-ปาเลสไตน์ รวมถึงเห็นพ้องจะจัดตั้งช่องทางการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์และพูดคุยสื่อสารประเด็นสำคัญอันเป็นที่วิตกกังวลร่วมกันเป็นประจำ

ทรัมป์เผย น้ำมัน-ก๊าซคือทรัพย์สินล้ำค่า พร้อมขู่ใช้ภาษีเป็นอาวุธทุบจีน

(24 ม.ค.68) ในการสัมภาษณ์พิเศษกับสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์ นิวส์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า เขาเชื่อมั่นว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงกับจีนเกี่ยวกับไต้หวันและการค้า เนื่องจากสหรัฐฯ มีแหล่งพลังงานขนาดใหญ่ที่เหมือน 'บ่อทองคำ' ซึ่งจีนต้องการ

ทั้งนี้ ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐฯ มีภาษีที่เป็น 'แต้มต่อ' เหนือจีน และแม้ว่าตนจะไม่อยากใช้มาตรการภาษี แต่การกำหนดภาษีก็เป็น อำนาจมหาศาล ที่สหรัฐฯ มีเหนือจีน

"เรามีทั้งน้ำมันและก๊าซมากกว่าประเทศอื่น ๆ... นี่คือทรัพย์สินอันล้ำค่า จีนไม่มีสิ่งเหล่านี้... เราจะทำให้ประเทศของเราร่ำรวยอีกครั้ง และพลังงานจะเป็นตัวนำทาง แต่ยังมีสิ่งอื่นๆ เช่น ภาษี" ทรัมป์กล่าว

ในสัปดาห์นี้ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศว่าจะขึ้นภาษีสินค้าจากจีนอีก 10% โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมกับการใช้ภาษี 25% กับสินค้าจากแคนาดาและเม็กซิโก เนื่องจากจีนส่งออกเฟนทานิลไปยังแคนาดาและเม็กซิโก

ก่อนหน้านี้ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งปีที่แล้ว ทรัมป์เคยกล่าวว่าเขาจะเพิ่มภาษีสินค้าจากจีนถึง 60%

ทางด้านนางเหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน 'เป็นเรื่องของผลประโยชน์ร่วมกัน' และรัฐบาลจีนมั่นใจว่าทั้งสองประเทศจะสามารถหาทางประนีประนอมกันได้ แต่จีนพร้อมที่จะปกป้องผลประโยชน์ของตนเองเสมอ

AI จีนเซนเซอร์จริงมั้ย ลองให้วิจารณ์ถึง 'สีจิ้นผิง'

(29 ม.ค. 68) หลังจากมีกระแสการเปิดตัว DeepSeek โมเดลแชทบอท AI ตัวใหม่สัญชาติจีนที่สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก ด้วยจุดเด่นที่ระบุว่าใช้ต้นทุนต่ำที่ใช้เงินเพียง 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 200 ล้านบาท) ในการสร้างและพัฒนามันขึ้นมา ซึ่งน้อยกว่าเงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่บริษัทด้านปัญญาประดิษฐ์ในอเมริกาใช้จ่ายไปมาก ซึ่งสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการเอไอ โดยเฉพาะฝั่งตะวันตกที่ทุ่มเงินลงทุนมหาศาลไปกับการสร้างโมเดลเอไอ เนื่องจาก DeepSeek ได้รับการพัฒนาขึ้นด้วยต้นทุนเพียงเศษเสี้ยวเดียวเมื่อเทียบกับคู่แข่งในสหรัฐฯ พูดให้ชัดคือถูกกว่าหลายร้อยล้านดอลลาร์ นี่ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับอนาคตของความเป็นผู้นำด้านปัญญาประดิษฐ์ของสหรัฐฯ

เหตุผลที่ DeepSeek ได้รับความนิยมเนื่องจากมันเป็นผู้ช่วยเอไออันทรงพลังซึ่งทำงานคล้ายกับ ChatGPT โดยคำอธิบายในแอปสโตร์ระบุว่า แอปฯ นี้ออกแบบมาเพื่อ "ตอบคำถามของคุณและปรับปรุงชีวิตของคุณอย่างมีประสิทธิภาพ" 

ภายหลังที่มีกระแสความน่าสนใจของ DeepSeek ได้มีผู้ใช้งานชาวไทยหลายรายเข้าไปทดลองใช้งาน DeepSeek เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างกับ  ChatGPT ด้วยการตั้งคำถามหลายคำถาม โดยเฉพาะประเด็นละเอียดอ่อนด้านการเมือง ซึ่งผู้ใช้งานในไทยหลายรายแชร์ว่า DeepSeek ปฏิเสธหรือหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงประเด็นละเอียดอ่อนด้านการเมือง

ดังนั้นทีม The States Times จึงได้ทดลองใช้  DeepSeek เพื่อพิสูจน์ว่าเอไอจีน มีข้อกังขาเรื่องเสรีภาพในการประมวลผลข้อมูลจริงหรือไม่ 

จากการทดลองถามคำถาม "ให้วิจารณ์การทำงานของสีจิ้นผิง" เอไอจีนได้ระบุคำตอบที่ ตรงไปตรงมาอย่างชัดเจนไร้การเซ็นเซอร์ โดยกล่าวถึงทั้งด้านดีของผู้นำจีนโดยเฉพาะการพัฒนาประเทศด้านเศรษฐกิจ ด้านการพัฒนาสังคม และด้านการเมือง การปราบทุจริตคอรัปชัน แต่ก็กล่าวถึงข้อเสียด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในประเด็น การจำกัดเสรีภาพสื่อและเสรีภาพในการแสดงออก การขยายอิทธิพลในพรรคคอมมิวนิสต์ 

แต่อย่างไรก็ตาม DeepSeek ได้ทิ้งท้ายไว้ว่า "สีจิ้นผิงเป็นผู้นำที่มีผลงานโดดเด่นในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและการยกระดับบทบาทของจีนในเวทีโลก แต่ก็ถูกวิจารณ์ในหลายประเด็น การประเมินผู้นำคนนี้จึงขึ้นอยู่กับมุมมองและค่านิยมของแต่ละบุคคล"

นอกจากนั้นเรายังทดลองให้ DeepSeek อธิบายว่า "ทำไมสี จิ้นผิงถึงถูกเปรียบเทียบกับวินนี่ เดอะ พูห์" ซึ่งเอไอจีน ก็ได้ประมวลผลข้อมูลอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา โดยไม่มีการเซนเซอร์แต่อย่างใด โดยเอไอจีน ยอมรับว่าเหตุที่ สีจิ้นผิง ถูกเปรียบเทียบกับ วินนี่ เดอะ พูห์ เพราะเป็น การเปรียบเทียบจากรูปลักษณ์ การเซ็นเซอร์และการปราบปราม เป็นสัญลักษณ์ของการวิพากษ์วิจารณ์ อีกทั้งยังกล่าวสรุปด้วยว่า

 "การเรียกสีจิ้นผิงว่า วินนี่ เดอะ พูห์ เป็นเรื่องที่อ่อนไหวและควรพิจารณาบริบทอย่างรอบคอบ ในประเทศจีนหรือในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลจีน การใช้คำนี้อาจส่งผลกระทบทางกฎหมายหรือความสัมพันธ์ ส่วนในบริบทอื่นๆ อาจใช้ได้แต่ควรคำนึงถึงความเหมาะสมและผลที่อาจตามมาเสมอ"

นอกจากนี้ เมื่อลองถามประเด็นละเอียดอ่อน อย่างเช่น ถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่จัตุรัสเทียนอันเหมินเมื่อ 4 มิ.ย. 1989 DeepSeek สามารถให้คำตอบโดยกล่าวถึง ภูมิหลังของเหตุการณ์ ผลกระทบของเหตุการณ์ อย่างตรงไปตรงมา อีกทั้งยังให้ข้อสรุปไว้ว่า "เหตุการณ์จัตุรัสเทียนอันเหมินเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 1989 เป็นเหตุการณ์สำคัญที่สะท้อนถึงความขัดแย้งระหว่างการเรียกร้องประชาธิปไตยกับการควบคุมอำนาจของพรรคคอมมิวนิสต์จีน แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะถูกเซ็นเซอร์ในจีน แต่ก็ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่โลกจดจำ" 

เมื่อถามว่า 'คุณไม่ถูกรัฐบาลจีนเซนเซอร์หรอ?' DeepSeek ให้คำตอบว่า "ฉันเป็น AI ที่พัฒนาขึ้นโดยบริษัท DeepSeek ซึ่งเป็นบริษัทในประเทศจีน ฉันได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ข้อมูลที่เป็นกลางและเป็นประโยชน์ โดยยึดตามข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะและความรู้ทั่วไป อย่างไรก็ตาม  แต่ฉันมีข้อจำกัดในการให้ข้อมูลที่ละเอียดอ่อนหรือถูกปิดกั้นในประเทศจีน ฉันพยายามให้ข้อมูลที่เป็นกลางและเป็นประโยชน์ที่สุดเท่าที่จะทำได้"

โดยรวมแล้วหลังจากการทดลองใช้ DeepSeek นับว่าเป็นโมเดลเอไอ ที่ประมวลผลเร็วและสามารถให้ข้อมูลได้อย่างตรงไปตรงมาในหลายเรื่อง ถือว่าเป็นคู่แข่งของ ChatGPT ที่น่าจับตามอง ความสำเร็จของ DeepSeek ลดทอนความเชื่อที่ว่า งบประมาณที่มากขึ้นและชิปที่มีสมรรถนะระดับสูงสุดเป็นหนทางเดียวที่จะพัฒนาเอไอ ซึ่งเป็นแนวโน้มที่สร้างความไม่แน่นอนอย่างมากเกี่ยวกับความต้องการและอนาคตของชิปประสิทธิภาพสูง

จีนทิ้งขาดสหรัฐฯ นำลิ่ว 57 เทคโนโลยีใหญ่ ยกเครดิตสีจิ้นผิงชู 'Made in China 2025' ทุ่มวิจัยไม่ยั้ง

(29 ม.ค.68) การเปิดตัวโมเดล AI ของ DeepSeek บริษัทสัญชาติจีนที่กำลังมาแรงและได้รับการพูดถึงในขณะนี้ ด้วยประสิทธิภาพที่ระบุว่ามีต้นทุนต่ำกว่า ทำงานได้เร็วกว่า แถมเป็นการพัฒนาแบบระบบโอเพ่นซอร์ส ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนวงการ AI ไปทั่วโลก จนส่งผลให้มูลค่าตลาดหุ้นเทคโนโลยีของสหรัฐ หายไปกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์เพียงชั่วข้ามคืน ซึ่งนักวิเคราะห์บางรายถึงกับเรียกเหตุการณ์นี้ว่า 'Sputnik moment' อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าของจีนไม่ได้จำกัดอยู่แค่ AI เท่านั้น  

รายงานวิจัยจากสถาบันนโยบายยุทธศาสตร์แห่งออสเตรเลีย (ASPI)ประจำปี 2024 ซึ่งศึกษาข้อมูลย้อนหลังถึง 20 ปี พบว่า จีนครองความเป็นผู้นำใน 57 จาก 64 เทคโนโลยีสำคัญ เพิ่มขึ้นจากเพียง 3 เทคโนโลยีเมื่อปี 2007 ในขณะที่สหรัฐฯ ซึ่งเคยนำหน้าใน 60 สาขาเมื่อปี 2007 ปัจจุบันเหลือเพียง 7 สาขาเท่านั้น  

จากการวิจัยของ ASPI ซึ่งรวบรวมข้อมูลจากงานวิจัยและสิทธิบัตรที่มีนวัตกรรมสูง ซึ่งตีพิมพ์โดยมหาวิทยาลัย ห้องปฏิบัติการ หน่วยงานของรัฐ และบริษัทต่างๆ ทั่วโลกพบว่า สาขาเทคโนโลยีที่จีนเป็นผู้นำโลกในเวลานี้ อาทิ การออกแบบและผลิตวงจรรวมขั้นสูง, กระบวนการตัดเฉือนความแม่นยำสูง , เครื่องยนต์อากาศยานขั้นสูง, โดรน หุ่นยนต์ฝูง และหุ่นยนต์ทำงานร่วมกัน, แบตเตอรี่ไฟฟ้า, เทคโนโลยีเซลล์แสงอาทิตย์ , การสื่อสารความถี่วิทยุขั้นสูง  

ในขณะที่สาขาเทคโนโลยีที่สหรัฐเป็นผู้นำในขณะนี้ เช่น การประมวลผลภาษาธรรมชาติ (NLP), ควอนตัมคอมพิวติ้ง และวิศวกรรมพันธุกรรม  

ASPI ตั้งข้อสังเกตว่าแผนการ 'Made in China 2025' ของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ที่อัดฉีดเงินทุนโดยตรงจำนวนมหาศาลเพื่อการวิจัยและพัฒนาในเทคโนโลยีสำคัญ พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อมุ่งสู่ "การครอบครองความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยี" เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เทคโนโลยีจีนหลายด้านก้าวหน้า 

นอกจากการลงทุนในงานวิจัยแล้ว รัฐบาลจีนยังส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรม ปรับปรุงห่วงโซ่อุปทาน และยกระดับภาคการผลิตเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับเทคโนโลยีภายในประเทศด้วย

ลูคาเชนโกถล่มทลาย!! ชนะเลือกตั้งสมัย 7 'ปูติน-สี' ร่วมยินดี ไม่แคร์ตะวันตกซัด เผด็จการไร้ความชอบธรรม

นายอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโกประธานาธิบดีคนปัจจุบันของเบลารุส ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีของประเทศเป็นครั้งที่ 7 ตามข้อมูลเบื้องต้นจากคณะกรรมการการกลางเลือกตั้ง Центральной избирательной комиссии (ЦИК) ของสาธารณรัฐเบลารุสโดยจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้งตามข้อมูลของคณะกรรมการการเลือกตั้งกลางของสาธารณรัฐ อยู่ที่ 85.70% พลเมืองโหวตมากที่สุดในภูมิภาค Mogilev Могилевской области (92.64%) น้อยที่สุดในมินสค์ (69.72%) โดยรวมแล้วมีพลเมือง 6.9 ล้านคนเป็นผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งครั้งนี้ 

ทั้งนี้การเลือกตั้งประธานาธิบดีในเบลารุสเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2025 ที่ผ่านมา จากข้อมูลเบื้องต้นจากคณะกรรมการการเลือกตั้งกลางเบลารุส ลูคาเชนโกชนะด้วยคะแนน 86.82% ผู้สมัครรายอื่นแสดงผลลัพธ์ดังต่อไปนี้:
- นายโอเล็ก ไกดูเควิชОлег Гайдукевич สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) Либерально-демократической партии (ЛДП) ได้ 2.02% ของคะแนนเสียง;
- แอนนา คาโนปัตสกายาАнна Канопацкая (อายุ 48 ปี) ผู้ประกอบการอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (2016–2019) และผู้เข้าร่วมในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2020  ได้ 1.86%;

- นายเซอร์เกย์ ไซรานคอฟ (Сергей Сыранков) เลขาธิการคนแรกของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2024 และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ 3.21%;
- นายอเล็กซานเดอร์ คิซเนียค (Александр Хижняк) หัวหน้าพรรครีพับลิกันแห่งแรงงานและความยุติธรรม(Республиканской партии труда и справедливости) และรองผู้อำนวยการสภาผู้แทนราษฎรเมืองมินสค์ ได้ 1.74%
- ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 5.1% โหวตต่อต้านผู้สมัครทุกคน และผู้มาใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้งทั้งหมดคือ 85.7%

โดยเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2025 รัฐสภายุโรปมีมติเรียกร้องให้ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นในเบลารุส สหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปกล่าวก่อนการเลือกตั้งว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เสรีและไม่ยุติธรรม เนื่องจากสื่ออิสระถูกห้ามในเบลารุส และผู้นำฝ่ายค้านคนสำคัญทั้งหมดถูกจำคุกหรือถูกบังคับให้หลบหนีออกนอกประเทศ พันธมิตรใกล้ชิดของประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน เคยออกมาปกป้องการจำคุกนักต่อต้านรัฐบาลและประกาศว่า “ผมไม่สนใจตะวันตก”นายคายา คัลลาส นักการทูตชั้นนำของสหภาพยุโรป เรียกการเลือกตั้งครั้งนี้ว่าเป็น “การหลอกลวง” และกล่าวว่า “ลูคาเชนโกไม่มีความชอบธรรมใดๆ” ในขณะที่นางอันนาเลนา แบร์บอค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยอรมนีกล่าวว่า“ชาวเบลารุสไม่มีทางเลือกอื่น วันนี้เป็นวันที่ขมขื่นสำหรับผู้ที่โหยหาเสรีภาพและประชาธิปไตย”

ในวันเลือกตั้ง นายอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโกกล่าวว่าไม่สำคัญสำหรับเขาว่าตะวันตกจะยอมรับผลการลงคะแนนหรือไม่ “สิ่งสำคัญสำหรับผมคือชาวเบลารุสยอมรับการเลือกตั้งเหล่านี้” หลังจากการลงคะแนนเสียงในเบลารุสสิ้นสุดลงนายคาจา คัลลาหัวหน้าฝ่ายการทูตของสหภาพยุโรปและนางมาร์ธา คอส กรรมาธิการยุโรปเพื่อการขยายขนาด ได้ออกแถลงการณ์ร่วมที่พวกเขาเรียกว่าการเลือกตั้งประธานาธิบดีในสาธารณรัฐเป็นเรื่องสมมติ “การเลือกตั้งหลอกลวงในเบลารุสในวันนี้ไม่ได้เสรีหรือยุติธรรม”
เมื่อทราบผลการเลือกตั้งนายราโดสลาฟ ซิคอร์สกี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศโปแลนด์แสดงความประหลาดใจเล็กน้อยที่ดูเหมือนว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้ง “เพียง” 87.6% เท่านั้นที่ให้การสนับสนุนลูคาเชนโก “ส่วนที่เหลือจะเข้าไปอยู่ในเรือนจำได้หรือไม่”

การเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งก่อนในเบลารุสเกิดขึ้นในปี 2020 นอกจากประธานาธิบดีคนปัจจุบันแล้ว ยังมีผู้สมัครฝ่ายค้านอีก 3 คนที่วางแผนจะลงสมัครรับเลือกตั้งในเวลานั้น ได้แก่ 1) นายเซอร์เกย์ ทิคานอฟสกี้ (Сергей Тихановский) บล็อกเกอร์ 2) นายธนาคาร นายวิคเตอร์ บาบาริโก้ (Виктор Бабарико) นักธุรกิจ และ 3) นายวาเลรี เซปคาโล (Валерий Цепкало) โดยนายเซอร์เกย์ ทิคานอฟสกี้ถูกควบคุมตัวก่อนการเลือกตั้งหลังจากนั้นนางสเวตลานา ทิคานอฟสกายาภรรยาของเขาก็ต้องหลบหนีออกจากประเทศ นายวิคเตอร์ บาบาริโก้และนายวาเลรี เซปคาโล ถูกคณะกรรมการการเลือกตั้งกลางปฏิเสธการสมัคร ในการเลือกตั้งครั้งนั้นนายอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโกได้รับคะแนนเสียงมากกว่า 80% ฝ่ายค้านไม่ยอมรับผลลัพธ์เหล่านี้โดยเชื่อว่านายเซอร์เกย์ ทิคานอฟสกี้เป็นผู้ชนะซึ่งตามรายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งกลางได้รับเพียง 9.9% หลังจากนั้นความวุ่นวายก็เกิดขึ้น เกิดการประท้วงครั้งใหญ่เกิดขึ้นในประเทศเป็นเวลาหลายเดือนซึ่งภายหลังถูกปราบปรามโดยกองกำลังความมั่นคง

ในขณะที่ฝั่งตะวันตกไม่เห็นด้วยและไม่ยอมรับกับชัยชนะของนายอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโกผู้นำหลายประเทศและองค์กรระหว่างประเทศออกมาแสดงความยินดีกับชัยชนะของนายอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโกที่ได้รับชัยชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีเบลารุสเป็นครั้งที่ 7 ประกอบด้วย

ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินแห่งสหพันธรัฐรัสเซียได้แสดงความยินดีอย่างอบอุ่นต่อประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเบลารุส อเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโกสำหรับชัยชนะอันน่าเชื่อของเขาในการเลือกตั้งประธานาธิบดี และขออวยพรให้เขาประสบความสำเร็จในการทำงานในตำแหน่งสูงสุดของรัฐบาล ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินได้กล่าวว่า “ชัยชนะที่น่าเชื่อในการเลือกตั้งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงอำนาจทางการเมืองระดับสูงของคุณ เช่นเดียวกับการสนับสนุนจากประชาชนอย่างไม่ต้องสงสัยสำหรับแนวทางของรัฐ เมื่อเร็ว ๆ นี้ เราได้พยายามทำอะไรมากมายเพื่อกระชับความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างมอสโกและมินสค์ แน่นอนว่า เราจะยังคงทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดในการพัฒนาความร่วมมือรัสเซีย-เบลารุสในหลากหลายแง่มุม เพิ่มประสิทธิภาพของสถาบันต่างๆ ของรัฐสหภาพ และส่งเสริมกระบวนการบูรณาการที่เป็นประโยชน์ร่วมกันในพื้นที่เอเชีย" นายวลาดิเมียร์ ปูตินยังอวยพรให้อเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโกประสบความสำเร็จในกิจกรรมของรัฐบาลเพื่อประโยชน์ของพี่น้องชาวเบลารุส ตลอดจนมีสุขภาพที่ดีและเจริญรุ่งเรือง และยังเชิญเชิญให้นายอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโกไปเยือนมอสโกในอนาคตอันใกล้นี้ 

นายคาสซิม-โจมาร์ท โทคาเยฟประธานาธิบดีคาซัคสถานได้แสดงความยินดีกับนายอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโกสำหรับชัยชนะในการเลือกตั้งด้วยการสนทนาทางโทรศัพท์ นายคาสซิม-โจมาร์ท โทคาเยฟตั้งข้อสังเกตว่าในคาซัคสถาน นายอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโกเป็นที่รู้จักในฐานะบุคคลทางการเมืองที่โดดเด่นซึ่งมีส่วนช่วยอย่างมากในการพัฒนาความสัมพันธ์มิตรภาพและหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ของคาซัค – เบลารุส

นายชาฟกัต มีร์ซีโยเยฟประธานาธิบดีอุซเบกิสถานได้มีการสนทนาทางโทรศัพท์ยินดีกับนายอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโกโดยนายชาฟกัต มีร์ซีโยเยฟได้แสดงความยินดีอย่างอบอุ่นกับเพื่อนร่วมงานชาวเบลารุสของเขาเกี่ยวกับชัยชนะอันน่าเชื่อในการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งนี้

ประธานาธิบดีทาจิกิสถานนาย เอโมมาลี ราห์มอน ได้แสดงความยินดีกับเพื่อนร่วมงานชาวเบลารุสของเขาสำหรับชัยชนะและผลลัพธ์ที่สูงในการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2025 ประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก ของเบลารุสสนทนาทางโทรศัพท์กับนายอิลฮาม อาลีเยฟประธานาธิบดีอาเซอร์ไบจาน ซึ่งแสดงความยินดีกับประมุขแห่งรัฐเบลารุสในชัยชนะอย่างมั่นใจในการเลือกตั้งประธานาธิบดีขอให้เขาประสบความสำเร็จในการทำงานในตำแหน่งที่รับผิดชอบนี้และการดำเนินการตามแผนของเขาประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้แสดงความยินดีกับสำหรับชัยชนะในการเลือกตั้งของนายอเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก “ความเจริญรุ่งเรืองและอำนาจต่อเบลารุสที่เป็นมิตร” ผมให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาความสัมพันธ์จีน-เบลารุส และพร้อมที่จะพยายามร่วมมือกับคุณเพื่อสานต่อมิตรภาพดั้งเดิมระหว่างจีนและเบลารุส กระชับความร่วมมือทวิภาคีที่เป็นประโยชน์ร่วมกันในระดับทวิภาคี และส่งเสริมการพัฒนาที่ก้าวหน้าของความสัมพันธ์จีน-เบลารุส 

เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศ” นายนูร์ลัน เออร์เม็กบาเยฟเลขาธิการองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ได้กล่าวแสดงความยินดีกับนายอเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก สำหรับชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดี “ผมขอแสดงความยินดีกับคุณในนามของภารกิจของเราของผู้สังเกตการณ์ขององค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้เกี่ยวกับชัยชนะที่น่าเชื่อ เราคุ้นเคยกับข้อมูลของคณะกรรมการการเลือกตั้งกลางเบลารุสแล้ว ในส่วนของเรา เราถือว่าคำเชิญให้เข้าร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้ง อันเป็นสัญลักษณ์ของการเปิดกว้างของรัฐเบลารุสต่อการสังเกตจากภายนอก ความไว้วางใจ และความเคารพต่อความร่วมมือขององค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้"

นายบากิตชาน ซาจินเทเยฟ หัวหน้าคณะกรรมการอีอีซีได้มีสาสน์แสดงความยินดีกับนายอเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก สำหรับชัยชนะในการเลือกตั้ง “ผมเชื่อว่าประสบการณ์หลายปีของคุณในการปกครองรัฐจะยังคงมีส่วนสนับสนุนความสำเร็จทางเศรษฐกิจของสาธารณรัฐเบลารุสและการพัฒนากระบวนการบูรณาการในทวีปเอเชีย”

นายอิมังกาลี ทัสมากัมเบตอฟ เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาความมั่นคงร่วม (CSTO) แสดงความมั่นใจว่าภายใต้การนำของนายอเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก เบลารุสจะยังคงมีส่วนสำคัญต่อกระบวนการบูรณาการ เสริมสร้างเสถียรภาพในพื้นที่ยูเรเซียอันกว้างใหญ่ และกระชับความสัมพันธ์พันธมิตรให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นภายในกรอบขององค์การสนธิสัญญาความมั่นคงร่วม

พระสังฆราชคิริลล์แสดงความยินดีกับนายอเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก สำหรับชัยชนะของเขาในการเลือกตั้งประธานาธิบดี “ เป็นเรื่องน่ายินดีที่ในพันธกิจที่ยากลำบากของคุณ คุณมักจะให้ความสนใจอย่างมากต่อสถานะทางจิตวิญญาณและศีลธรรมของสังคมและการสนับสนุนค่านิยมของครอบครัวแบบดั้งเดิม” พระสังฆราชตั้งข้อสังเกต เขาแสดงความหวังในการพัฒนาปฏิสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานภาครัฐของประเทศกับคริสตจักรออร์โธดอกซ์เบลารุส

นายชาห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถานได้ส่งสาสน์แสดงความยินดีกับนายอเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก สำหรับชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดี ในข้อความแสดงความยินดี ยังกล่าวถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานของความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างปากีสถานและเบลารุส และแสดงความหวังว่าจะทำงานร่วมกันต่อไปเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ตามที่เขาพูด ความร่วมมือกำลังพัฒนาในด้านต่างๆ รวมถึงการค้า การศึกษา และวัฒนธรรม และมีความสนใจที่จะสำรวจโอกาสในการขยายความร่วมมือในด้านอื่นๆ

ประธานาธิบดีคีร์กีซสถานได้กล่าวแสดงความยินดีกับนายอเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโกทางโทรศัพท์ถึงชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้ง ผู้นำของทั้งสองประเทศยืนยันถึงปฏิสัมพันธ์และความสนใจในเบลารุส-คีร์กีซในระดับสูงในการขยายความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกันต่อไป

ประธานาธิบดีคนแรกของคาซัคสถาน นายนูร์สุลต่าน นาซาร์บาเยฟ ได้แสดงความยินดีกับลูคาเชนโกสำหรับชัยชนะในการเลือกตั้ง นายอเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโกยังขอบคุณ นายนูร์สุลต่าน นาซาร์บาเยฟอย่างอบอุ่นสำหรับคำพูดและความปรารถนาดีของเขา ประธานาธิบดีเวียดนามแสดงความยินดีกับนายอเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโกสำหรับชัยชนะในการเลือกตั้ง “เวียดนามติดตามและสังเกตอย่างใกล้ชิดด้วยความพึงพอใจเสมอถึงความสำเร็จที่ชาวเบลารุสได้รับภายใต้การนำของคุณในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมและการเสริมสร้างสถานะระหว่างประเทศของประเทศ เวียดนามให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเสริมสร้างและพัฒนามิตรภาพแบบดั้งเดิมกับเบลารุสและเชื่อมั่นเช่นนั้น ด้วยความมุ่งมั่นของผู้นำและประชาชนของทั้งสองประเทศ ความร่วมมือหลายแง่มุมระหว่างเวียดนามและเบลารุสจะยังคงให้ผลลัพธ์มากยิ่งขึ้นในนามของผลประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสอง ในนามของสันติภาพ เสถียรภาพ และการพัฒนาใน ภูมิภาคและโลก”

ประธานาธิบดีเติร์กเมนิสถานแสดงความยินดีกับนายอเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโกสำหรับชัยชนะของเขาและแสดงความมั่นใจในการพัฒนาความสัมพันธ์กับเบลารุส “เติร์กเมนิสถานให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาความร่วมมือทวิภาคีต่อไป ซึ่งตามธรรมเนียมแล้วตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเสมอภาค การเคารพซึ่งกันและกัน และความไว้วางใจ ผมเชื่อมั่นอย่างลึกซึ้งว่าภายใต้การนำที่ชาญฉลาดและมองการณ์ไกลของคุณ สาธารณรัฐเบลารุสจะประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น ความสำเร็จและความสัมพันธ์ระหว่างรัฐของเราจะก้าวไปสู่ระดับใหม่เชิงคุณภาพ”

ประธานาธิบดีนิการากัวนายโฮเซ่ แดเนียล ออร์เทกา ซาเวดราและรองประธานาธิบดี โรซาริโอ มูริลโล สงสาสน์แสดงความยินดีกับประธานาธิบดีนายอเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโกเนื่องในโอกาสได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง "เรามีความสุขและภาคภูมิใจในความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด เป็นพี่น้องกัน และในการปฏิวัติ เราขอแสดงความยินดีกับคุณในชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์นี้ในบริบทของความปรารถนา เป้าหมาย และการประนีประนอมในนามของสันติภาพ ความเจริญรุ่งเรือง และความเจริญรุ่งเรืองของสิทธิ ยืนยันว่าคุณเป็นประธานาธิบดีของกลุ่มคนที่กล้าหาญของคุณ และยังคงมีบทบาทสำคัญในการต่อสู้เพื่อโลกแห่งความยุติธรรม ภราดรภาพ และความเคารพที่มีหลายขั้ว”

ประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก แห่งเบลารุส ยังได้รับสาสน์แสดงความยินดีจากประธานาธิบดีเซอร์เบีย อเล็กซานดาร์ วูซิช ในโอกาสที่เขาได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดี “ในนามของพลเมืองของสาธารณรัฐเซอร์เบียและในนามของข้าพเจ้าเอง ผมขอแสดงความยินดีกับคุณที่ได้รับการเลือกตั้งใหม่ในฐานะประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเบลารุส และขอให้คุณมีสุขภาพแข็งแรงและประสบความสำเร็จในการบรรลุภารกิจที่รับผิดชอบของคุณ”

นอกจากนี้นายอเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโกยังได้รับสาสน์แสดงความยินดีในโอกาสแห่งชัยชนะในการเลือกตั้งจากประธานสภาบริหารแห่งรัฐเมียนมาร์ นายกรัฐมนตรีของประเทศเมียนมาร์ นายมิน อ่องลาย และนายเซลจ์กา ซีวิยาโนวิช ประธานรัฐสภาแห่งบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา นายดมิทรี เมดเวเดฟ หัวหน้าพรรรัสเซีย ยูไนเต็ด อดีตประธานาธิบดีสหพันธรัฐรัสเซีย ซึ่งกล่าวว่าพลเมืองของประเทศได้มอบความไว้วางใจให้ นายอเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโกดำรงตำแหน่งสูงสุดของรัฐบาลเป็นครั้งที่ 7 ติดต่อกัน ซึ่งบ่งบอกถึงการสนับสนุนอย่างกว้างขวางสำหรับนโยบายภายในประเทศและต่างประเทศในปัจจุบัน ผมมั่นใจว่ากิจกรรมของคุณจะยังคงมีส่วนร่วมในทุกวิถีทางที่เป็นไปได้ในการเสริมสร้างมิตรภาพและความร่วมมือที่หลากหลายระหว่างประเทศที่เป็นพี่น้องกันของเรา การบูรณาการที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นภายในรัฐสหภาพและสมาคมอื่น ๆ ในพื้นที่เอเชีย ผมขอให้คุณอเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโกที่รักมีสุขภาพที่ดี มีความสำเร็จใหม่ ๆ และสิ่งที่ดีที่สุด ผมขอให้คุณประสบความสำเร็จในทุกสิ่ง”

'นายกฯ อิ๊งค์' เตรียมเยือน!! จีน คุย 'ปธน.สี จิ้นผิง' เจริญสัมพันธไมตรี ครบ 50 ปี ขับเคลื่อน!! ความร่วมมือในทุกมิติ ‘การค้าการลงทุน – เศรษฐกิจ – สังคม’

(1 ก.พ. 68) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงบ่ายของวันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์นี้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ จะออกเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ณ กรุงปักกิ่ง โดยในเช้าวันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ นายกรัฐมนตรี และคณะ มีกำหนดการเข้าประชุมหารือกับ นายสี จิ้นผิง (H.E. Xi Jinping) ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน นายจ้าว เล่อจี้ (H.E. Mr. Zhao Leji) ประธานสภาประชาชนแห่งชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน และนายหลี่ เฉียง (H.E. Mr. Li Qiang) นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อขับเคลื่อนความสัมพันธ์และความร่วมมือในทุกมิติ ทั้งการค้าการลงทุน เศรษฐกิจ และสังคมของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ปี 2568 นี้ เป็นปีทองแห่งมิตรภาพไทย - จีน ครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต

นายจิรายุ กล่าวว่า จากนั้นนายกรัฐมนตรีจะวางพวงมาลาที่อนุสาวรีย์วีรชน ที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน โดยในช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมพิธีตรวจแถวสวนสนามภายในศาลามหาประชาชน และเข้าพบปะหารือร่วมกับนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีนและคณะ จากนั้นนายกรัฐมนตรีจะเป็นสักขีพยานในการลงนามข้อตกลงต่าง ๆ ระหว่างไทย - จีน ทั้งในเรื่องเศรษฐกิจการค้าการลงทุน และ ข้อตกลงต่าง ๆ ระหว่างรัฐบาลของทั้งสองประเทศที่ได้บรรลุข้อตกลงระหว่างกัน โดยในช่วงค่ำรัฐบาลจีนโดยนายกรัฐมนตรีจีนและคณะผู้บริหารของรัฐบาลจีนได้จัดงานเลี้ยงรับรองคณะนายกรัฐมนตรีและคณะ

นายจิรายุ กล่าวต่อไปว่า จากนั้นในวันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ ช่วงเช้านายกรัฐมนตรีพร้อมคณะจะออกเดินทางจากกรุงปักกิ่งไปยังเมืองฮาร์บิน ในมณฑลเฮย์หลงเจียง ซึ่งอยู่ทางภาคเหนือของประเทศจีน ตามคำเชิญของรัฐบาลจีน โดยในช่วงเที่ยงวันดังกล่าวประธานาธิบดี สี จิ้นผิง จะเป็นประธานเลี้ยงต้อนรับผู้นำของแต่ละประเทศ และเชิญ นางสาวแพทองธาร เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ฤดูหนาว ครั้งที่ 9 อย่างเป็นทางการ นอกจากในส่วนของการต้องรับของรัฐบาลจีนแล้ว นายกรัฐมนตรีจะพบกับนักกีฬาไทยที่ประสบความสำเร็จในการแข่งขันในงานแสดงศิลปะแกะสลักน้ำแข็ง หรือ Harbin Ice and Snow World โดยในปีนี้จะร่วมทำการแข่งขันอีกด้วย

นายจิรายุ กล่าวว่า ทั้งนี้ คณะของนายกรัฐมนตรี ที่จะเดินทางประกอบไปด้วย 1.นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 2.นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 3.นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 4.นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 5.นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ 6.นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 7.นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 8.นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ 9.นายพรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ แพทองธารพบผู้นำสภาจีน เดินหน้าปราบอาชญากรรม-กระชับสัมพันธ์ 50 ปี

(6 ก.พ. 68) แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทย พบปะหารือกับ จ้าวเล่อจี้ ประธานคณะกรรมการถาวรประจำสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติจีน (NPC) ณ กรุงปักกิ่ง เพื่อกระชับความร่วมมือระหว่างสองประเทศ พร้อมเตรียมฉลอง 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2025  

จ้าวเล่อจี้เน้นย้ำว่าความสัมพันธ์จีน-ไทยมีพัฒนาการที่มั่นคงและยั่งยืน ซึ่งเป็นผลจากวิสัยทัศน์ของผู้นำทั้งสองประเทศ จีนพร้อมร่วมมือกับไทยเพื่อสานต่อฉันทามติที่ได้บรรลุร่วมกัน และเดินหน้าสร้างประชาคมจีน-ไทยที่มีอนาคตร่วมกัน  

เขายังระบุว่าการแลกเปลี่ยนระหว่างหน่วยงานนิติบัญญัติเป็นองค์ประกอบสำคัญของความร่วมมือ ไทยและจีนจะทำงานร่วมกันในด้านต่างๆ เช่น การยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน การปกครองสังคม และการปราบปรามอาชญากรรมข้ามพรมแดน  

ด้านแพทองธารยืนยันว่าไทยยึดมั่นนโยบายจีนเดียว พร้อมเดินหน้ากระชับความร่วมมือในหลายมิติ โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนด้านนิติบัญญัติและการปราบปรามอาชญากรรมข้ามพรมแดน เช่น การฉ้อโกงทางโทรคมนาคม ทั้งนี้ ไทยและจีนจะร่วมกันส่งเสริมเสถียรภาพ ความมั่งคั่ง และความยั่งยืนของประชาคมจีน-ไทยต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top