Wednesday, 21 October 2026
สีจิ้นผิง

‘สีจิ้นผิง’ คืนเวทีเปียงยาง!! ย้ำมิตรภาพ จีน–เกาหลีเหนือ ไม่เปลี่ยน พร้อมเปิดบทใหม่ยุทธศาสตร์ร่วม ดันความสัมพันธ์ทวิภาคีสอดคล้องยุคสมัย เสริมสร้างความร่วมมือระดับสูง

ปักกิ่ง, 10 มิ.ย. (ซินหัว) -- สีจิ้นผิง เลขาธิการใหญ่คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) และประธานาธิบดีจีน ได้เยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (DPRK) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8-9 มิ.ย. ซึ่งถือเป็นการเยือนต่างประเทศครั้งแรกในปี 2026 และการเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 7 ปี โดยสีจิ้นผิงและคิมจองอึน เลขาธิการใหญ่พรรคแรงงานเกาหลี ได้บรรลุฉันทามติสำคัญเกี่ยวกับการวางแผนงานระดับสูงและการพัฒนาความสัมพันธ์จีน-สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีในยุคใหม่

ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องจะใช้กระแสธารแห่งยุคสมัย ตอบสนองความปรารถนาร่วมกันของประชาชนสองประเทศ เสริมสร้างการแลกเปลี่ยนระดับสูง กระชับการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ ขยายความร่วมมือเชิงปฏิบัติ ผูกโยงสายใยระหว่างประชาชน ส่งเสริมการพัฒนาระดับสูงของความสัมพันธ์จีน-สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี ร่วมเปิดโอกาสใหม่ๆ ของกิจการสังคมนิยมของทั้งสองประเทศ และมีส่วนส่งเสริมความก้าวหน้าของสังคมมนุษย์อย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยมุมมองเชิงยุทธศาสตร์เกี่ยวกับอนาคตและชะตากรรมของสังคมนิยม

สีจิ้นผิงเน้นย้ำว่าไม่ว่าสถานการณ์ระหว่างประเทศเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร พรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐบาลจีนจะยังคงรักษาจุดยืนที่ให้คุณค่ากับมิตรภาพดั้งเดิมระหว่างจีนกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีอย่างมั่นคง สนับสนุนคิมจองอึนในการชี้นำกิจการสังคมนิยมของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีอย่างหนักแน่น รวมถึงมุ่งมั่นคุ้มครองผลประโยชน์ร่วมของสองประเทศและรักษาสภาพแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่อง โดยการเสริมสร้างและพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคีนี้เป็นนโยบายที่ชัดเจนของพรรคฯ และรัฐบาลจีนเสมอมา

ทั้งนี้ ปี 2026 ตรงกับวาระครบรอบ 65 ปี สนธิสัญญามิตรภาพ ความร่วมมือ และการช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างจีนกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี

ด้วยวาระสำคัญข้างต้น สีจิ้นผิงได้ผลักดันข้อเสนอเกี่ยวกับการพัฒนาความสัมพันธ์จีน-สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี จำนวน 4 ประการ ได้แก่ 1) ทั้งสองฝ่ายควรรักษาการแลกเปลี่ยนระดับสูงและเสริมสร้างความไว้วางใจทางการเมืองซึ่งกันและกัน 2) ทั้งสองฝ่ายควรยึดมั่นเป้าหมายส่งมอบผลประโยชน์แก่ประชาชนและยกระดับความร่วมมือเชิงปฏิบัติ 3) ทั้งสองฝ่ายควรสืบสานมิตรภาพดั้งเดิมและกระชับสายใยระหว่างประชาชน 4) ทั้งสองฝ่ายควรยึดมั่นความยุติธรรมและความเที่ยงธรรมเป็นหลักการชี้นำเพื่อส่งเสริมการประสานงานเชิงยุทธศาสตร์

ข้อเสนอสี่ประการนี้ได้เพิ่มพูนแรงกระตุ้นอันแข็งแกร่งสู่มิตรภาพดั้งเดิมระหว่างจีนกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี รวมถึงมอบแนวทางและแนวปฏิบัติสำหรับการพัฒนาระดับสูงของความสัมพันธ์ทวิภาคีนี้ที่อยู่ ณ จุดเริ่มต้นใหม่ครั้งประวัติศาสตร์ โดยการดำเนินการตามฉันทามติสำคัญจากผู้นำทั้งสองและการเดินหน้าความสัมพันธ์ทวิภาคีอย่างสอดคล้องกับยุคสมัยจะส่งมอบผลประโยชน์อันยิ่งใหญ่ยิ่งขึ้นแก่ประเทศและประชาชน รวมถึงมีส่วนส่งเสริมเชิงบวกต่อสันติภาพ เสถียรภาพ การพัฒนา และความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาคและโลก

(แฟ้มภาพซินหัว : สีจิ้นผิง เลขาธิการใหญ่คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและประธานาธิบดีจีน พบปะกับคิมจองอึน เลขาธิการใหญ่พรรคแรงงานเกาหลีและประธานกิจการแห่งรัฐของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี ณ เรือนรับรองคึมซูซาน ในกรุงเปียงยางของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี วันที่ 8 มิ.ย. 2026)

(แฟ้มภาพซินหัว : ประชาชนต้อนรับสีจิ้นผิง เลขาธิการใหญ่คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและประธานาธิบดีจีน ในกรุงเปียงยางของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี วันที่ 8 มิ.ย. 2026)

‘สีจิ้นผิง’ ต้อนรับ ‘มินอ่องหล่าย’ จีนเน้นสัมพันธ์เมียนมา-เพื่อนบ้านสำคัญ ย้ำหนุนเมียนมารักษาอธิปไตย เดินหน้าระเบียงเศรษฐกิจร่วมกัน พร้อมสนับสนุนเมียนมารักษาเสถียรภาพประเทศ

ปักกิ่ง, 16 มิ.ย. (ซินหัว) -- วันอังคาร (16 มิ.ย.) สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน พบปะหารือกับมินอ่องหล่าย ประธานาธิบดีเมียนมา ซึ่งเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ณ กรุงปักกิ่งของจีน โดยสีจิ้นผิงระบุว่าจีนให้ความสำคัญระดับสูงกับความสัมพันธ์จีน-เมียนมาในการดำเนินนโยบายการทูตกับประเทศเพื่อนบ้าน และสนับสนุนรัฐบาลเมียนมาชุดใหม่ในการประสานงานภารกิจด้านการพัฒนาและความมั่นคง เพื่อเสาะหาเส้นทางการพัฒนาที่ถูกต้องและเหมาะสมกับสภาพการณ์ของประเทศ ตลอดจนได้รับการสนับสนุนจากประชาชน

สีจิ้นผิงกล่าวว่าจีนยึดมั่นในหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น ดำเนินนโยบายที่เป็นมิตรต่อประชาชนทุกกลุ่มในเมียนมา และสนับสนุนเมียนมาในการรักษาอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของตน

ปี 2026 นี้เป็นจุดเริ่มต้นของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (ปี 2026-2030) โดยจีนพร้อมแบ่งปันประสบการณ์การพัฒนาแก่เมียนมา และร่วมกันสร้างประชาคมจีน-เมียนมาที่มีอนาคตร่วมกัน ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของมิตรไมตรีและความไว้วางใจทางการเมือง การพัฒนาแบบได้ประโยชน์ร่วมกัน การประสานงานด้านความมั่นคง และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน

สีจิ้นผิงเน้นย้ำว่าในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนร่วมกับเมียนมายาวที่สุด จีนเป็นมิตรและหุ้นส่วนที่ไว้วางใจได้ และหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะเสริมสร้างความเป็นหนึ่งเดียวและความร่วมมือท่ามกลางสถานการณ์ระหว่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงและผันผวน พร้อมเสริมว่าระเบียงเศรษฐกิจจีน-เมียนมาเป็นโครงการสำคัญภายใต้ความร่วมมือหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางระหว่างสองประเทศ โดยทั้งสองฝ่ายควรเดินหน้าการก่อสร้างหลายโครงการสำคัญควบคู่กับการรับรองความปลอดภัย เพื่อสนับสนุนเมียนมาในการพัฒนาเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

ทั้งนี้ สีจิ้นผิงเปิดเผยว่าจีนยินดีเดินหน้าสนับสนุนการฟื้นฟูและบูรณะเมียนมาหลังเกิดแผ่นดินไหว และทั้งสองฝ่ายควรร่วมมือกันปราบปรามอาชญากรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ การพนันออนไลน์ การฉ้อโกงทางโทรคมนาคม และการค้ายาเสพติด ขณะเดียวกัน จีนสนับสนุนทุกฝ่ายในเมียนมาให้เดินหน้าสันติภาพและการปรองดองผ่านการเจรจาเพื่อบรรลุเสถียรภาพอย่างยั่งยืนในพื้นที่ตอนเหนือของเมียนมา ซึ่งสอดคล้องกับผลประโยชน์พื้นฐานและผลประโยชน์ระยะยาวของเมียนมาและประชาชนในเมียนมา
ด้านมินอ่องหล่ายกล่าวยกย่องมิตรภาพ "ฉันพี่น้อง" (pauk-phaw) อันยาวนานระหว่างสองประเทศ พร้อมขอบคุณจีนที่ให้การสนับสนุนเมียนมาอย่างต่อเนื่องและไม่หวังผลตอบแทนในด้านการพัฒนา เสถียรภาพ สันติภาพ และการปรองดอง โดยยืนยันว่าเมียนมาจะยึดมั่นในหลักการจีนเดียวอย่างแน่วแน่ อีกทั้งสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อข้อริเริ่มสำคัญระดับโลก 4 ประการที่สีจิ้นผิงเสนอ และพร้อมกระชับการสื่อสารและการประสานงานพหุภาคีกับจีนอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

มินอ่องหล่ายกล่าวว่าการดำเนินการตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 ของจีน นำมาซึ่งโอกาสสำคัญสำหรับประเทศเพื่อนบ้านในเอเชีย รวมถึงเมียนมา โดยเมียนมาหวังที่จะกระชับความร่วมมือรอบด้านกับจีน ร่วมกันพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจเมียนมา-จีน และยกระดับความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างกัน

เมียนมายังให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยของบริษัทและบุคลากรจีนในเมียนมา และจะดำเนินทุกวิถีทางเพื่อรับประกันความปลอดภัยดังกล่าว พร้อมทั้งยินดีทำงานร่วมกับจีนอย่างใกล้ชิดในการปราบปรามการพนันออนไลน์และการฉ้อโกงทางโทรคมนาคม รวมถึงรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพตามแนวชายแดน

อนึ่ง สีจิ้นผิงได้จัดพิธีต้อนรับมินอ่องหล่ายก่อนการหารือ และจัดงานเลี้ยงต้อนรับในช่วงเที่ยง โดยภายหลังการหารือ ผู้นำทั้งสองได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามเอกสารความร่วมมือหลากหลายสาขา อาทิ การขนส่งและการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน

ที่มา : Xinhua

‘สีจิ้นผิง’ เตรียมเยือนอียิปต์!! เยือนอียิปต์ในรอบ 10 ปี ยกสุภาษิตแม่น้ำไนล์สะท้อนสายสัมพันธ์สองอารยธรรม ย้ำชื่นชมอารยธรรมลุ่มลึก เน้นความสัมพันธ์จีน-อียิปต์แน่นแฟ้น

สีจิ้นผิงเตรียมเยือน 'อียิปต์' ในรอบ 10 ปี ดั่งสุภาษิตอียิปต์โบราณ

ไคโร, 1 ก.ย. (ซินหัว) -- สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน กล่าวถึงสุภาษิตอียิปต์ที่ว่า "ผู้ใดได้ดื่มน้ำจากแม่น้ำไนล์ ย่อมต้องกลับมาเยือนอียิปต์อีกครั้ง" ในบทความที่ลงนามและเผยแพร่ผ่านสื่ออียิปต์ก่อนการเดินทางเยือนอียิปต์อย่างเป็นทางการ พร้อมย้อนรำลึกถึงการเยือนอียิปต์ครั้งล่าสุดเมื่อ 10 ปีก่อน โดยกล่าวว่าตนรู้สึกประทับใจในอารยธรรมเก่าแก่และลุ่มลึกของอียิปต์ ตลอดจนความคึกคักมีชีวิตชีวาและพลังขับเคลื่อนการพัฒนา

ที่มา : Xinhua

จีนปักหมุดบทบาทใหม่ในตะวันออกกลาง!! ‘สีจิ้นผิง’ พบผู้นำอียิปต์ ชู 4 ข้อ ริเริ่มสร้างกรอบความมั่นคงใหม่ในตะวันออกกลาง เน้นบทบาทภูมิภาคและสันติภาพ อียิปต์หนุนความร่วมมือร่วมพัฒนา

ไคโร, 3 ก.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันพุธ (2 ก.ย.) สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ซึ่งพบปะหารือกับอับดุล ฟัตตาห์ อัลซีซี ประธานาธิบดีอียิปต์ ณ กรุงไคโร เสนอข้อริเริ่ม 4 ประการเพื่อสร้างกรอบความมั่นคงรูปแบบใหม่ในตะวันออกกลาง โดยยึดวิสัยทัศน์ที่มุ่งส่งเสริมความมั่นคงร่วมกันอย่างครอบคลุมรอบด้าน อาศัยความร่วมมือ และมีความยั่งยืน พร้อมชี้ว่าจีนสนับสนุนนานาประเทศในภูมิภาคให้พัฒนาความสัมพันธ์ฉันมิตรและความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี และเรียกร้องให้ส่งเสริมความมั่นคงร่วมกันในภูมิภาคด้วยการกระตุ้นแรงขับเคลื่อนจากภายใน

สีจิ้นผิงกล่าวว่าประชาชนในตะวันออกกลางควรเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องของตนเองและปฏิเสธการแทรกแซงจากภายนอก โดยจีนสนับสนุนกลุ่มประเทศในภูมิภาคให้เสริมสร้างการเจรจาสันติภาพและความมั่นคง ร่วมสำรวจการสร้างกรอบความมั่นคงใหม่สำหรับตะวันออกกลาง และกำหนดอนาคตของตนเอง อีกทั้งควรใช้แนวทางที่ครอบคลุมเพื่อส่งเสริมความมั่นคงร่วมกันในภูมิภาค และแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างรอบด้านเนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางนั้นมีประเด็นร้อนหลายจุดที่ยึดโยงกันอย่างใกล้ชิด ขณะที่ปัญหาปาเลสไตน์ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของปัญหาในตะวันออกกลาง และไม่ควรถูกมองข้ามหรือลดทอนความสำคัญลงเด็ดขาด

สีจิ้นผิงระบุว่าการพัฒนาควรเป็นรากฐานในการเสริมสร้างความมั่นคงร่วมกัน และสันติภาพและความมั่นคงที่ยั่งยืนในตะวันออกกลางนั้นยังขึ้นอยู่กับการพัฒนา โดยจีนพร้อมร่วมมือกับนานาประเทศในตะวันออกกลางเพื่อรักษาความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศ ผลักดันความร่วมมือด้านการพัฒนา ส่งเสริมการประสานผลประโยชน์ของประเทศในภูมิภาค ทยอยสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน และขจัดต้นตอความขัดแย้ง

ขณะเดียวกัน สีจิ้นผิงเรียกร้องให้เสริมสร้างการประสานงานระหว่างประเทศเพื่อส่งเสริมความมั่นคงร่วมกันในภูมิภาค โดยยึดมั่นในกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศในฐานะหลักการพื้นฐานในการจัดการกิจการต่างๆ ในตะวันออกกลาง พร้อมระบุว่าประชาคมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศภายนอกภูมิภาค ควรยุติแนวทางแบบสองมาตรฐานในประเด็นตะวันออกกลาง เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศในภูมิภาค ร่วมกันรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค และสนับสนุนให้สหประชาชาติดำเนินบทบาทอย่างมีประสิทธิภาพในการจัดการกิจการในตะวันออกกลาง
ด้านอัลซีซีกล่าวว่าอียิปต์ชื่นชมจุดยืนของจีนต่อประเด็นตะวันออกกลางที่มีความสม่ำเสมอ เป็นกลาง และเป็นธรรม พร้อมระบุว่าอียิปต์มุ่งส่งเสริมการลดระดับความตึงเครียดในภูมิภาค แก้ไขความขัดแย้งและความแตกต่างผ่านวิธีทางการเมือง ตลอดจนเดินหน้าส่งเสริมความมั่นคงและการพัฒนาในภูมิภาค โดยอียิปต์พร้อมเดินหน้าเสริมสร้างการประสานงานกับจีนเพื่อบรรเทาความตึงเครียดในตะวันออกกลาง รักษาเสถียรภาพของภูมิภาค และร่วมกันสร้างกรอบความมั่นคงในภูมิภาค

ที่มา : Xinhua

จีน–อินเดีย เร่งฟื้นกลไกสัมพันธ์!! พบปะนอกรอบ BRICS จีน-อินเดีย ชี้ต้องเป็นหุ้นส่วน เน้นพัฒนาและร่วมมือทางเศรษฐกิจ เดินหน้าสู่ความสัมพันธ์ระยะยาว

"สี จิ้นผิง-โมดี" ประชุมแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงลึก เห็นพ้องจีน-อินเดียควรเป็นหุ้นส่วนกัน

วันนี้ (13 ก.ย. 69) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า วานนี้ (12 ก.ย. 69) สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน และนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย ซึ่งพบปะหารือนอกรอบการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศบริกส์ (BRICS) ครั้งที่ 18 ในกรุงนิวเดลีของอินเดีย ได้แลกเปลี่ยนมุมมองเชิงลึกอย่างตรงไปตรงมาและบรรลุฉันทามติสำคัญว่าจีนและอินเดียควรเป็นหุ้นส่วนกัน

สี จิ้นผิงกล่าวว่าจีนพัฒนาความสัมพันธ์กับอินเดียจากมุมมองเชิงยุทธศาสตร์ระดับสูงในระยะยาวเสมอมา และการพบปะกับโมดีสองครั้งในช่วงสองปีที่ผ่านมาได้ชี้นำความสัมพันธ์ทวิภาคีจากจุดเริ่มต้นใหม่สู่การพัฒนาอันดียิ่งขึ้น การแลกเปลี่ยนเชิงองค์กรระหว่างสองประเทศค่อย ๆ ฟื้นคืนกลับมา ความร่วมมือด้านต่าง ๆ เติบโตต่อเนื่อง และการค้าทวิภาคีพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์

จีน และอินเดียแม้มีสภาพการณ์ที่แตกต่างกัน แต่สามารถอาศัยจุดแข็งของกันและกัน สนับสนุนกันและกัน ช่วยเหลืออีกฝ่ายประสบความสำเร็จ และแสวงหาการพัฒนาร่วมกันได้ โดยจีนและอินเดียที่เป็นสองประเทศที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดและสมาชิกสำคัญของกลุ่มประเทศโลกใต้ควรแสดงความรับผิดชอบที่สำคัญท่ามกลางภูมิทัศน์ระหว่างประเทศที่ปั่นป่วน

ทั้งสองฝ่ายควรคำนึงถึงอนาคตของมนุษยชาติและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ทำงานร่วมกันเพื่อส่งเสริมการพัฒนาที่มีคุณภาพสูงของความร่วมมือบริกส์ที่ขยายใหญ่ขึ้น และมีส่วนส่งเสริมพลังงานเชิงบวกสู่สันติภาพ เสถียรภาพ การพัฒนา และความเจริญรุ่งเรืองของโลกมากขึ้น

สี จิ้นผิง เน้นย้ำมุมมองเชิงยุทธศาสตร์อันเป็นกลางและสมเหตุสมผลในการปรับปรุงความสัมพันธ์จีน-อินเดีย โดยจีนและอินเดียเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือกัน ไม่ใช่ศัตรูกัน ทั้งสองประเทศมอบโอกาสการพัฒนาแก่กันมากกว่าสร้างภัยคุกคามต่อกัน สิ่งนี้เป็นดุลยพินิจเชิงยุทธศาสตร์ตามระยะการพัฒนาของสองประเทศและสถานการณ์ระหว่างประเทศ รวมถึงเป็นผลประโยชน์ร่วมกัน

จีนและอินเดียควรช่วยเหลืออีกฝ่ายประสบความสำเร็จผ่านความร่วมมือที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ ควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาเป็นตัวหารร่วมกันที่สำคัญที่สุด เสริมสร้างการแลกเปลี่ยนฉันมิตรและความร่วมมือที่เป็นประโยชน์แก่กัน ขยายความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน เที่ยวบินตรง และอื่น ๆ เพื่อเพิ่มแรงสนับสนุนความสัมพันธ์ทวิภาคีจากภาคประชาชน

นอกจากนั้นจีนและอินเดียควรรักษาสมดุลและแก้ไขข้อกังวลทางเศรษฐกิจและการค้าของอีกฝ่าย ส่งเสริมการพัฒนาอันมีเสถียรภาพดีของสายสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าทวิภาคี ใช้ภูมิปัญญาทางการเมืองของการเคารพและเข้าใจกันและกันในการก้าวผ่านอุปสรรค และสร้างความก้าวหน้าของความสัมพันธ์ทวิภาคีและประเด็นชายแดนด้วยการสนับสนุนกันและกัน

ทั้งนี้ จีน และอินเดียควรส่งเสริมความร่วมมือพหุภาคีเพื่อประโยชน์ของโลก ควรสนับสนุนอีกฝ่ายในฐานะประธานหมุนเวียนของกลุ่มประเทศบริกส์ เสริมสร้างการประสานงานภายในกลไกพหุภาคีอย่างสหประชาชาติ องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ และกลุ่มจี20 ยืนเคียงข้างกันในการรับมือความท้าทายระดับโลก และสนับสนุนความยุติธรรมและเป็นธรรมอย่างชัดแจ้ง

ด้านโมดีกล่าวว่าอินเดียพร้อมรักษาการแลกเปลี่ยนระดับสูงกับจีนบนพื้นฐานของความเคารพและไว้วางใจซึ่งกันและกัน เสริมสร้างการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ ส่งเสริมความร่วมมืออันเป็นประโยชน์แก่กัน และยกระดับการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน เพื่อเดินหน้าความสัมพันธ์ทวิภาคีสู่ระดับสูงยิ่งขึ้น

อินเดียมองความสัมพันธ์อินเดีย-จีนจากมุมมองเชิงยุทธศาสตร์ระดับสูงในระยะยาวเสมอมา และยินดีจะเป็นหุ้นส่วนมากกว่าศัตรูคู่แข่งกับจีน และยกให้การพัฒนาของอีกฝ่ายเป็นโอกาสมากกว่าความท้าทาย โดยอินเดียและจีนควรทำงานร่วมกันเพื่อคุ้มครองสันติภาพและความสุขสงบในพื้นที่ชายแดน

อินเดียขอบคุณจีนสำหรับการสนับสนุนอินเดียในฐานะเจ้าภาพการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศบริกส์ และอินเดียจะสนับสนุนจีนอย่างเต็มกำลังในการเป็นประธานบริกส์ในปี 2570 โดยอินเดียพร้อมประสานงานและร่วมมือกับจีนอย่างใกล้ชิดเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในกลุ่มประเทศโลกใต้ ส่งเสริมโลกหลายขั้วยิ่งขึ้นและการเติบโตของเศรษฐกิจโลก และเป็นพลังเพื่อเสถียรภาพและความก้าวหน้าในโลกที่วุ่นวาย

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1685009123631558&id=100063674585845&rdid=obJ1VYfqq4SyQCKv#

ย้ำ "หนึ่งประเทศ สองระบบ"!! ต้านแยกไต้หวันเด็ดขาด ‘สีจิ้นผิง’ ชูความเชื่อมั่น–ความมั่นคง เดินหน้าภารกิจฟื้นฟูชนชาติจีน ในวันเฉลิมฉลอง 77 ปีสาธารณรัฐ

สีจิ้นผิงหนุนความเชื่อมั่น ก้าวหน้ามั่นคง เพื่อภารกิจฟื้นฟูชนชาติจีน

ปักกิ่ง, 1 ต.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพุธ (30 ก.ย.) สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เลขาธิการใหญ่คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน และประธานคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลาง เรียกร้องประชาชาติก้าวไปข้างหน้าด้วยความเชื่อมั่นและความมั่นคงเพื่อบรรลุเป้าหมายการฟื้นฟูชาติอันยิ่งใหญ่

สีจิ้นผิงได้เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองที่อาคารมหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่งของจีน เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 77 ปี การก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน (PRC) ซึ่งตรงกับวันที่ 1 ต.ค. โดยมีหลี่เฉียงเป็นประธาน พร้อมด้วยจ้าวเล่อจี้ หวังฮู่หนิง ไช่ฉี ติงเซวียเสียง หลี่ซี และหานเจิ้ง เข้าร่วมกับแขกราว 800 คน

สีจิ้นผิงกล่าวว่าการฟื้นฟูชนชาติจีนอันยิ่งใหญ่มิอาจหยุดยั้งได้ ตราบใดที่ยังคงมีความเชื่อมั่น มุ่งมั่นอยู่กับเป้าหมาย และก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ความสำเร็จจะเป็นของพรรคคอมมิวนิสต์จีนอันยิ่งใหญ่ ประชาชนชาวจีนผู้ยิ่งใหญ่ และสาธารณรัฐประชาชนจีนอันยิ่งใหญ่ในท้ายที่สุด

ตลอดระยะเวลา 77 ปีที่ผ่านมา พรรคฯ ได้นำพาประชาชนชาวจีนสร้างปาฏิหาริย์ 2 ประการ ได้แก่ การเติบโตที่รวดเร็วของเศรษฐกิจ และความมั่นคงระยะยาวของสังคม ซึ่งสร้างความภาคภูมิใจอย่างยิ่งในความสำเร็จอันโดดเด่นของจีนยุคใหม่ (New China) และความเชื่อมั่นต่ออนาคตอันสดใสของการสร้างความทันสมัยแบบจีน

ตั้งแต่เริ่มต้นปี 2026 เศรษฐกิจจีนยังคงก้าวหน้าแม้เผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้น พร้อมบรรลุการพัฒนาที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและมีคุณภาพสูง โดยจีนควรรักษาทิศทางนี้ ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างมีคุณภาพสูงและขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อปกป้องและยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน และบรรลุเป้าหมายและพันธกิจที่กำหนดไว้ในปีนี้ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (2026-2030)

สีจิ้นผิงเน้นย้ำความจำเป็นในการยึดมั่นนโยบาย "หนึ่งประเทศ สองระบบ" อย่างแน่วแน่ ซึ่งระบุให้ชาวฮ่องกงเป็นผู้บริหารปกครองฮ่องกง ชาวมาเก๊าเป็นผู้บริหารปกครองมาเก๊า และทั้งสองภูมิภาคมีอำนาจปกครองตนเองในระดับสูง โดยรัฐบาลกลางจะสนับสนุนฮ่องกงและมาเก๊าในการบูรณาการเข้ากับการพัฒนาโดยรวมของประเทศอย่างเต็มที่ และมุ่งมั่นรักษาความเจริญรุ่งเรืองและเสถียรภาพในระยะยาว

สีจิ้นผิงยังเรียกร้องการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือข้ามช่องแคบไต้หวันอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ต่อต้านกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่แสวงหา "เอกราชไต้หวัน" อย่างเด็ดขาด คัดค้านการแทรกแซงจากภายนอก และส่งเสริมการพัฒนาความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบอย่างสันติ เพื่อเดินหน้าการฟื้นฟูชาติ

ทั้งนี้ จีนจะยึดมั่นนโยบายต่างประเทศที่ให้ความสำคัญกับสันติภาพ เดินหน้าการดำเนินงานของแผนริเริ่มระดับโลกที่สำคัญ 4 ประการ และส่งเสริมการสร้างประชาคมมนุษยชาติที่มีอนาคตร่วมกัน เพื่อมีส่วนส่งเสริมเพิ่มพูนความแน่นอนและพลังบวกให้โลกที่ปั่นป่วนวุ่นวาย

ที่มา : Xinhua


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top