Thursday, 4 June 2026
สหรัฐ

เม็กซิโกสั่งเบรกแผนสร้างโรงงาน BYD หวั่นเสียข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ แต่บราซิลอ้าแขนรับ

(4 ก.ค. 68) รัฐบาลเม็กซิโกปฏิเสธแผนของ BYD บริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่จากจีนในการตั้งโรงงานในประเทศ เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบต่อการเจรจาภาษีศุลกากรกับสหรัฐฯ โดยเฉพาะภายใต้แรงกดดันทางการเมืองจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

แม้ BYD จะยืนยันว่าโรงงานในเม็กซิโกจะผลิตเพื่อขายในละตินอเมริกา ไม่ใช่ตลาดสหรัฐฯ แต่รัฐบาลเม็กซิโกกลับไม่ให้ความร่วมมือ ทั้งไม่ขายที่ดินของรัฐ ไม่ให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษี และออกท่าทีห่างเหินจากธุรกิจจีน เพื่อรักษาผลประโยชน์จากข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ และแคนาดา

ในขณะเดียวกัน BYD ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจในภูมิภาค โดยเร่งสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ในบราซิล ซึ่งคาดว่าจะสร้างงานได้กว่า 20,000 ตำแหน่ง และเดินหน้าส่งมอบรถยนต์ไปยังเม็กซิโกอย่างต่อเนื่อง โดยยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้นเกือบ 100 เท่าในปีที่ผ่านมา

แม้จะถูกขวางในเม็กซิโก แต่ BYD ยังคงเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก โดยพยายามเร่งสร้างฐานการผลิตนอกจีน ท่ามกลางแรงกดดันทั้งจากการเมืองระหว่างประเทศและการแข่งขันในอุตสาหกรรมรถยนต์ที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

‘กรณ์’ จี้รัฐบาลเตรียมแผนรองรับภาษีนำเข้าสหรัฐ 36% แนะทบทวนงบประมาณปี 69 หวั่นคนไทยเดือดร้อน หากเริ่มขาดดุลต่อเนื่อง

(8 ก.ค.68) นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “กรณ์ จาติกวณิช - Korn Chatikavanij” ระบุว่า เราเจอเข้าเต็ม 36%! นี่คือผลเจรจาที่เลวร้ายที่สุดที่เป็นไปได้ เพราะนอกจากไม่ได้ลดหย่อนจากที่สหรัฐประกาศไว้เมื่อ 90 วันก่อน และเป็นอัตราที่สูงกว่าเวียดนามที่เจรจาลดลงได้กว่าครึ่ง ซึ่งสหรัฐแจ้งมาว่าหากในอนาคตเราลดภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐลงเขาก็จะปรับภาษีที่คิดกับเราลงตาม

การเจรจากับทรัมป์เป็นเรื่องที่ยากมาก สหรัฐถือไพ่เหนือกว่าเราเป็นทุนเดิม และในขณะที่รัฐบาลเราหา win-win ขณะที่เขามองว่าเราเอาเปรียบมานานแล้วถึงเวลาที่เขาต้อง win คนเดียวบ้างเพื่อเป็นการชดเชย ซึ่งทีมเราอ่านเกมส์นี้ไม่ขาด

สาเหตุที่เวียดนามกล้าลดภาษีนำเข้าเหลือ 0% เป็นเพราะเขาแข่งขันได้ และพร้อมแข่งขัน มากกว่าเราในทุกภาคอุตสาหกรรม คำถามคือในการเจรจาที่ผ่านมาเรายังพยายามปกป้องใครอยู่บ้าง? คุ้มหรือไม่กับความเดือดร้อนของผู้ส่งออก และการสูญเสียรายได้ของประเทศ?

ที่สำคัญคือรัฐบาลได้เตรียมแผนรองรับสถานการณ์นี้อย่างไร?

อันดับแรกรัฐบาลควรทบทวนการพิจารณางบประมาณปี 69 ทั้งหมด ทั้งแหล่งรายได้ และทั้งการใช้จ่าย หากรัฐบาลยังทำทุกอย่างเหมือนเดิมคนไทยจะเดือดร้อนหนักมาก

อันดับที่สอง ควรระวังผลต่อดุลบัญชีเดินสะพัดของประเทศ หากเราเริ่มขาดดุลต่อเนื่อง ในขณะที่การลงทุนจากต่างประเทศก็ลดลง

ประเด็นเรื่องเสถียรภาพจะเริ่มมีความสำคัญ ในจังหวะนี้เราจะมีเลือกผู้ว่าแบงก์ชาติคนใหม่พอดี วิสัยทัศน์และทัศนคติของผู้ว่าคนใหม่จะมีผลต่อความเชื่อมั่นมาก

 ศึก "แร่หายาก” สหรัฐ-จีนในสมรภูมิอาเซียน : โอกาสใหม่ของไทยผู้ผลิต Rare Earth อันดับ 6 ของโลก : มุมมองของ “อลงกรณ์-เอฟเคไอไอ.”

ในยุคที่เทคโนโลยี เศรษฐกิจและความมั่นคงเดินควบคู่กัน "แร่หายาก" (Rare Earths)ได้กลายเป็นอาวุธที่สำคัญในเกมของมหาอำนาจโดยมีสมรภูมิใหม่คืออาเซียน สถานการณ์ล่าสุดคือการลงนามข้อตกลงการค้าและแร่หายากระหว่างสหรัฐอเมริกากับ 4 ชาติอาเซียน ได้แก่ ไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2025 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งคือหมากสำคัญที่อาจเปลี่ยนเกมการแข่งขันทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ กับจีนการแข่งขันแร่หายากในอาเซียนเพิ่งเริ่มต้น และจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ประเทศที่สามารถพัฒนาศักยภาพทางการผลิต การแปรรูป และนวัตกรรมได้เร็วที่สุด จะได้เปรียบในเกมการแข่งขันเศรษฐกิจโลกยุคใหม่โดยเฉพาะไทย ผู้ผลิตแร่หายากอันดับ6 ของโลก

นายอลงกรณ์ พลบุตรประธานสถาบันเอฟเคไอไอ. ไทยแลนด์(Fields for Knowledge Integration and Innovation)
อดีตประธานที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเขียนบทความวันนี้เรื่อง
“ศึก“แร่หายาก”สหรัฐ-จีนในสมรภูมิอาเซียน:โอกาสใหม่ของไทยผู้ผลิตRare Earthอันดับ6ของโลก” ไว้อย่างน่าสนใจและทันต่อเหตุการณ์ล่าสุดดังมีข้อความต่อไปนี้“ศึก“แร่หายาก”สหรัฐ-จีนในสมรภูมิอาเซียน:โอกาสใหม่ของไทยผู้ผลิตRare Earthอันดับ6ของโลก”โดย นายอลงกรณ์ พลบุตรประธานสถาบันเอฟเคไอไอ. ไทยแลนด์(Fields for Knowledge Integration and Innovation)
อดีตประธานที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

“….การแข่งขันแร่หายากในอาเซียนเพิ่งเริ่มต้น และจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ประเทศที่สามารถพัฒนาศักยภาพทางการผลิต การแปรรูป และนวัตกรรมได้เร็วที่สุด จะได้เปรียบในเกมการแข่งขันเศรษฐกิจโลกยุคใหม่โดยเฉพาะไทย ผู้ผลิตแร่หายากอันดับ6 ของโลก…”อลงกรณ์ พลบุตร

ในยุคที่เทคโนโลยี เศรษฐกิจและความมั่นคงเดินควบคู่กัน "แร่หายาก" (Rare Earths)ได้กลายเป็นอาวุธที่สำคัญในเกมของมหาอำนาจโดยมีสมรภูมิใหม่คืออาเซียนสถานการณ์ล่าสุดคือการลงนามข้อตกลงการค้าและแร่หายากระหว่างสหรัฐอเมริกากับ 4 ชาติอาเซียน ได้แก่ ไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2025 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งคือหมากสำคัญที่อาจเปลี่ยนเกมการแข่งขันทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ กับจีน

จุดเปลี่ยนของอาเซียน: เมื่อสหรัฐฯรุกกลับ

เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ความตึงเครียดระหว่างสองมหาอำนาจกลับมาปะทุอีกครั้ง หลังจากจีนประกาศใช้มาตรการใหม่อย่างครอบคลุมเพื่อจำกัดการส่งออกแร่หายาก โดยกำหนดให้บริษัทต่างชาติที่ต้องการส่งออกสินค้าที่มีส่วนประกอบของแร่เหล่านี้แม้เพียงเล็กน้อย ต้องได้รับอนุมัติจากรัฐบาลจีนล่วงหน้า และต้องระบุวัตถุประสงค์การใช้งานอย่างชัดเจน ขณะที่ฝั่งสหรัฐฯ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตอบโต้ทันทีด้วยการขู่จะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนเพิ่มอีก 100% และเตรียมออกข้อจำกัดใหม่ต่อการส่งออกซอฟต์แวร์สำคัญบางประเภท เพื่อปกป้องเศรษฐกิจเทคโนโลยีของตนเอง
           การลงนามข้อตกลงกับ 4 ชาติอาเซียนในครั้งนี้ คือการปฏิบัติการเชิงรุกโดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้
1. กระจายความเสี่ยง เพื่อลดการพึ่งพาแร่หายากจากจีน
2. สร้างห่วงโซ่อุปทานใหม่ เพื่อพัฒนาเครือข่ายการผลิตและแปรรูปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับกลุ่มประเทศอาเซียน
3. เสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ผ่านกรอบข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน
โดยเฉพาะอาเซียนกลายเป็นเป้าหมายหลักของสหรัฐฯในการพัฒนาพันธมิตรทางยุทธศาสตร์

จีนรุกก่อน: ความร่วมมือมาเลเซียโรงสกัดแร่หายากแห่งใหม่

ข้อมูลจาก U.S. Geological Survey 2025 ชี้ให้เห็นถึงความได้เปรียบอย่างยิ่งของจีนในตลาดแร่หายากโลก โดยจีนควบคุม 71% ของการผลิตแร่หายากทั่วโลก และครองส่วนแบ่งสูงถึง 86% ของการแปรรูปแร่หายาก ซึ่งปัจจุบัน แร่หายากจัดเป็นหมวดแร่ธาตุยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตแม่เหล็กประสิทธิภาพสูง ซึ่งจำเป็นต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และพลังงานหมุนเวียน จนถึงเทคโนโลยีขั้นสูงเช่น หลอดไฟ หน้าจอโทรทัศน์ที่ใช้ยูโรเปียมเป็นส่วนประกอบ และการขัดกระจกหรือกลั่นน้ำมันที่ใช้ซีเรียมและอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ที่ใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชั้นสูงทางยุทธวิธีเช่นขีปนาวุธนำวิถีและระบบอาวุธต่าง ๆ ความได้เปรียบของจีนถูกแปลงเป็นอำนาจต่อรองผ่านมาตรการจำกัดการส่งออก โดยในเดือนกรกฎาคม 2023 จีนประกาศควบคุมการส่งออกแกลเลียมและเจอร์เมเนียม ซึ่งส่งผลกระทบถึง 94% ของอุปทานโลก กล่าวได้ว่าจีนคือผู้เล่นที่ถือไพ่เหนือกว่า เพราะเป็นทั้งผู้ผลิตรายใหญ่และประเทศที่มีทรัพยากรแร่หายากมากที่สุดในโลกในขณะที่สหรัฐฯ เพิ่งเริ่มสร้างพันธมิตรในอาเซียน จีนเดินหน้าก่อนหนึ่งก้าวด้วยการลงนามความร่วมมือสำคัญกับมาเลเซีย เพื่อสร้างโรงงานแปรรูปแร่หายากแห่งใหม่ในรัฐปะหัง ประเทศมาเลเซียมูลค่าการลงทุนประมาณ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐมีกำลังการผลิตสามารถแปรรูปแร่หายากได้ 5,000 ตันต่อปีด้วยเทคโนโลยีนำเข้าจากจีนโดยบริษัท China Nonferrous Metal Mining Groupคาดว่าจะแล้วเสร็จและเริ่มผลิตได้ในปี 2027

โอกาสของอาเซียน: จากการเป็น "ผู้ตาม" สู่ "ผู้เล่นหลัก"

อาเซียนไม่เพียงเป็นสนามแข่งขันใหม่ของมหาอำนาจเท่านั้นแต่กำลังก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นหลักในห่วงโซ่อุปทานโลก
1.มาเลเซียกำลังพัฒนาตนเองเป็นศูนย์กลางแร่หายากของภูมิภาค
2.เวียดนามมีศักยภาพเป็นฐานผลิตแร่หายากแทนจีน
3.อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ อุดมด้วยทรัพยากรแร่และกำลังแรงงาน
4.ไทย ผู้ผลิตแร่หายากอันดับ6 ของโลกและเติบโตเร็วที่สุดในโลกสามารถพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปและเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์

ทั้งนี้ทำเนียบข่าวเผยแพร่เอกสารบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลสหรัฐอเมริกาและรัฐบาลไทยว่าด้วยความร่วมมือในการกระจายห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุสำคัญระดับโลกและการส่งเสริมการลงทุนบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทยว่าด้วยความร่วมมือในการกระจายห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุสำคัญระดับโลกและการส่งเสริมการลงทุน รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ การแปรรูปในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง

โครงการแร่หายากในประเทศไทย: ศักยภาพและความคืบหน้า

เมื่อ“แร่หายาก”กลายเป็นเครื่องมือต่อรองทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ แต่สิ่งที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่รู้คือ ประเทศไทยก็มีแร่หายาก และเริ่มมีบทบาทมากขึ้นในห่วงโซ่อุปทานโลกในฐานะผู้ผลิตรายใหญ่อันดับ6 ของโลกโดยผลิตได้ 13,000 ตันในปี2024เพิ่มขึ้นกว่า 260% จากปีก่อนหน้าและมากกว่า 13 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2018
ถือเป็นการเติบโตที่ “เร็วที่สุดในโลก” ในกลุ่มประเทศผู้ผลิตแร่หายากโดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตะวันตกและภาคใต้
1. โครงการในจังหวัดนครราชสีมาโรงงานNeo Magnequenchที่นครราชสีมาผลิตแม่เหล็กถาวรสำหรับอุตสาหกรรม EV และอิเล็กทรอนิกส์
ซึ่ง BYD (จีน) ลงทุนโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้ามูลค่า 486 ล้านดอลลาร์ในไทย เพื่อเชื่อมโยงซัพพลายเชนแร่หายากและแม่เหล็ก
2.โครงการในจังหวัดกาญจนบุรี บริษัท Lynas Rare Earths จากออสเตรเลีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตแร่หายากนอกประเทศจีนรายใหญ่ที่สุด กำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการตั้งโรงงานแปรรูปแร่หายากในพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ การศึกษาครอบคลุมทั้งด้านเทคนิค เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้พื้นที่อำเภอทองผาภูมิมีการค้นพบแหล่งแร่โมนาไซต์ (Monazite) ซึ่งมีธาตุหายากกลุ่ม LREE (Light Rare Earth Elements) ที่มีค่าสูง เช่น แลนทานัม (Lanthanum) เซอเรียม (Cerium) และนีโอดิเมียม (Neodymium) ซึ่งเป็นที่ต้องการในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง จากการศึกษาของกรมทรัพยากรธรณี คาดว่ามีปริมาณสำรองเบื้องต้นประมาณ 50,000 ตัน โดยมีเป้าหมายเริ่มการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ภายในปี 2028
3.โครงการในจังหวัดภูเก็ตและพังงา
การสำรวจของกรมทรัพยากรธรณีพบแร่เซอไรต์ (Xenotime) และเซนอไทต์ (Synchysite) ในพื้นที่อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต มีธาตุหายากกลุ่ม HREE (Heavy Rare Earth Elements) ที่มีมูลค่าสูง เช่น ดิสโพรเซียม (Dysprosium) เทอร์เบียม (Terbium) และเออร์เบียม (Erbium) โดยบริษัท Thaisarco ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการถลุงแร่ดีบุก กำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการแยกแร่โคลัมเบต-แทนทาไลท์ (Columbite-Tantalite) ที่มีธาตุหายากปนอยู่ โดยใช้เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแยกแร่
4.โครงการวิจัยและพัฒนากรมทรัพยากรธรณีกำลังดำเนินการทำแผนที่แหล่งแร่หายากทั่วประเทศอย่างละเอียด โดยใช้เทคโนโลยีการสำรวจระยะไกล (Remote Sensing) และการวิเคราะห์ทางธรณีฟิสิกส์ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2026 ขณะที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง วิจัยกระบวนการแยกแร่หายากด้วยวิธีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยพัฒนาระบบรีไซเคิลสารเคมีและลดของเสียจากการผลิต ผลการศึกษาคาดว่าจะเผยแพร่ภายในไตรมาสแรกของปี 2026

สำหรับประเทศไทย อุตสาหกรรมแร่หายากถือเป็นโอกาสในการยกระดับอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี แต่ก็มีความท้าทายที่ต้องเตรียมพร้อมความพร้อมได้แก่
1.การพัฒนาบุคลากร 
ต้องเร่งพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม
2.การสร้างโครงสร้างพื้นฐาน 
เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแปรรูปแร่หายาก
3.การจัดการสิ่งแวดล้อม 
กระบวนการแปรรูปแร่หายากต้องได้มาตรฐานสากล
4.การรักษาสมดุลทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ และจีน

อนาคตที่ต้องจับตา

การแข่งขันแร่หายากในอาเซียนเพิ่งเริ่มต้น และจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ประเทศที่สามารถพัฒนาศักยภาพทางการผลิต การแปรรูป และนวัตกรรมได้เร็วที่สุด จะได้เปรียบในเกมการแข่งขันเศรษฐกิจโลกยุคใหม่

สำหรับประเทศไทยในฐานะผู้ผลิตแร่หายากอันดับ6 ของโลกไม่ใช่แค่ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ แต่เป็นโอกาสในการกำหนดแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่เพื่ออัปเกรดสู่บทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน(Global Supply Chain)แร่หายากของโลก
ดังนั้นการเตรียมความพร้อมและวางยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ชัดเจนรวมทั้งการขับเคลื่อนความร่วมมือกับทั้งจีนและสหรัฐอย่างสมดุลจะเป็นปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จในเกมใหญ่เกมนี้ของเรา.

แหล่งอ้างอิงข้อมูล
1. U.S. Geological Survey (2025). Mineral Commodity Summaries: Rare Earths
2. Reuters (26 ตุลาคม 2025). "U.S. signs trade and critical minerals pacts with four ASEAN nations"
3. Department of Mineral Resources Thailand (2025). "รายงานการศึกษาศักยภาพแร่หายากในประเทศไทย"
4. Lynas Rare Earths (2025). "Thailand Project Feasibility Study Report"
5. Thaisarco (2025). "การศึกษาความเป็นไปได้การแยกแร่หายากจากแร่โคลัมเบต-แทนทาเลต"
6. King Mongkut's Institute of Technology Ladkrabang (2025). "งานวิจัยกระบวนการแยกแร่หายากอย่างยั่งยืน"
6. China Nonferrous Metal Mining Group 2025“ข้อมูลโครงการมาเลเซีย”
หมายเหตุ:
10 อันดับประเทศผู้ผลิตแร่หายากมากที่สุดในโลก ปี 2024
1.จีน 270,000 ผู้นำเบอร์หนึ่งของโลก ควบคุมตลาดกว่า 70% มีเหมือง Bayan Obo ที่มองโกเลีย
2.สหรัฐอเมริกา 45,000 ผลิตจากเหมือง Mountain Pass (California) ภายใต้บริษัท MP Materials
3.เมียนมา (พม่า) 31,000 แม้มีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและกลุ่มติดอาวุธ แต่ยังเป็นแหล่งแร่หลักสำคัญของจีน
4.ออสเตรเลีย 13,000 บ้านของ Lynas Rare Earths เหมือง Mount Weld หนึ่งในแหล่งแร่หายากชั้นนำของโลก
5.ไนจีเรีย 13,000 ดาวรุ่งใหม่ของแอฟริกา เริ่มจับมือฝรั่งเศสพัฒนาเหมืองและโรงแปรรูป
6.ประเทศไทย 13,000 ผลิตพุ่ง 261% ในปีเดียวมีโรงงาน Neo Magnequench ที่โคราช
7.อินเดีย 2,900 มีทรัพยากรชายฝั่งมากแต่ผลิตน้อย เข้าร่วมโครงการ Minerals Security Partnership (MSP)
8.รัสเซีย 2,600 มีแหล่งสำรองใหญ่แต่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ เหมืองหลักคือ Tomtor
9.มาดากัสการ์ 2,000 มีศักยภาพสูงแต่ถูกต่อต้านจากชุมชนท้องถิ่นเรื่องสิ่งแวดล้อม
10.เวียดนาม 300 มีแหล่งแร่ใหญ่ แต่สะดุดเพราะคดีทุจริตในวงการเหมืองปี 2023

รัสเซียเดือด!! เรียกร้องปล่อยตัว 'มาดูโร' ทันที ตำหนิสหรัฐฯ โจมตีเวเนซุเอลา ประณามละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ยอมให้สหรัฐฯ เป็นผู้พิพากษาสูงสุด

(6 ม.ค. 69) รัสเซียโดย 'วาซิลี เนเบนเซีย' เอกอัครราชทูตประจำยูเอ็น เรียกร้องให้สหรัฐฯ ปล่อยตัว ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา 'นิโกลัส มาดูโร' และภรรยาทันที หลังเหตุโจมตีที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา

'เราขอเรียกร้องให้ผู้นำสหรัฐฯ ปล่อยตัวประธานาธิบดีซึ่งได้รับการเลือกตั้งอย่างชอบธรรมของรัฐเอกราช และคู่สมรสของเขาโดยทันที' เนเบนเซียกล่าวผ่านการแถลงข่าวที่สหประชาชาติ

เอกอัครราชทูตรัสเซียระบุว่า การกระทำของสหรัฐฯ เป็นการโจมตีโดยตรงและการรุกรานที่ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมวิจารณ์ว่าสหรัฐฯ ยอมรับแรงจูงใจที่แท้จริงคือการควบคุมทรัพยากรของเวเนซุเอลา

นอกจากนี้ 'เนเบนเซีย' ยังเตือนว่าไม่อาจปล่อยให้สหรัฐฯ เป็นผู้พิพากษาสูงสุดที่ตัดสินใจบุกประเทศอื่นโดยไม่คำนึงถึงกฎหมายระหว่างประเทศ เหตุการณ์นี้สะท้อนความตึงเครียดในเวทีโลกเกี่ยวกับการแทรกแซงของสหรัฐฯ ในประเทศอื่น

ที่มา : Sputnik

คว่ำบาตรต้องคลาย!! อิหร่านขีดเส้นแดงคุยสหรัฐฯ เจรจาที่เจนีวามีเป้าหมายชัดเจน ไม่ยอมละทิ้งเสริมสมรรถนะยูเรเนียม อิสราเอลขัดขวางข้อตกลงนิวเคลียร์

(17 ก.พ. 69) อิหร่านกำหนดเส้นแดงในการเจรจากับสหรัฐฯ โดยย้ำว่าการเจรจาจะมุ่งเฉพาะประเด็นนิวเคลียร์เท่านั้น และจะไม่ยอมละทิ้งการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม เตหะรานพร้อมหารือรายการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรในกรอบเดียวกัน การเจรจากำหนดจัดขึ้นที่นครเจนีวาในวันที่ 17 กุมภาพันธ์นี้

แหล่งข่าวเผยว่า อิหร่านจะพิจารณาข้อเสนอของสหรัฐฯ แต่จำกัดขอบเขตให้เฉพาะโครงการนิวเคลียร์และการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรเท่านั้น ส่วนหนึ่งของบรรยากาศเจรจามีความกังวลว่าอิสราเอลพยายามแทรกแซงกระบวนการนี้

"ด้วยการตั้งเงื่อนไขหรือเสนอข้อจำกัด อิสราเอลกำลังพยายามมีอิทธิพลต่อวาระของฝ่ายอเมริกัน เป้าหมายของอิสราเอลคือการสร้างอุปสรรคต่อการทำข้อตกลง ไม่ใช่ความคืบหน้าทางการทูต" แหล่งข่าวอิหร่านให้ความเห็น

การเจรจานี้สืบเนื่องจากความตึงเครียดด้านนิวเคลียร์ที่ยืดเยื้อระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ โดยอิหร่านยังคงยืนยันแนวทางเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ขณะที่การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจกดดันเตหะรานให้หาทางผ่อนปรนฝ่ายตะวันตก

ที่มา : Sputnik

อิหร่านโต้ไม่ถอย!! ยิงขีปนาวุธโจมตีฐานศัตรู ทหารสหรัฐฯ เสียชีวิต 3 ราย อิสราเอลสั่งอพยพชายแดน ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงต่อเนื่อง

(3 มี.ค. 69) อิหร่านยังคงตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล ด้วยการยิงขีปนาวุธไปยังที่ตั้งของฝ่ายศัตรูในหลายพื้นที่ รวมถึงการใช้โดรนโจมตีฐานสำคัญของสหรัฐฯ ใกล้สนามบินนานาชาติแบกแดด ในขณะที่กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) รายงานว่ามีทหารสหรัฐฯ เสียชีวิต 3 นาย และบาดเจ็บสาหัสอีก 5 นายจากการโจมตีด้วยโดรนของอิหร่านในคูเวต

กองทัพอิสราเอลได้แจ้งให้ประชาชนในหมู่บ้านมากกว่า 50 แห่งในเลบานอนอพยพออกจากพื้นที่ หลังจากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวดใส่อิสราเอล ขณะที่สื่อของอิหร่านรายงานว่า อิหร่านยิงโดรนสอดแนมขั้นสูงของสหรัฐฯ รุ่น MQ-9 ได้ในพื้นที่ตอนกลางของประเทศ

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ 'โดนัลด์ ทรัมป์' แถลงว่า "น่าจะมี" ทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตเพิ่มระหว่างปฏิบัติการที่อิหร่าน ซึ่งอาจยืดเยื้อไม่เกิน 4 สัปดาห์ ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน 'อับบาส อารักชี' กล่าวว่า ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านอาจถูกเลือกได้ภายในหนึ่งหรือสองวัน ส่วนรัฐมนตรีต่างประเทศโอมาน ย้ำว่า "ประตูสู่การทูต" ยังเปิดอยู่

หลังเหตุโจมตี ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ ปรับขึ้นมาอยู่ราว 75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้นแตะประมาณ 82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เท่ากับสะท้อนความตึงเครียดในภูมิภาคและผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกช่วงนี้

ที่มา : Sputnik

สหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน!! ทำลายเรือ 17 ลำของอิหร่าน ใช้กระสุนมากกว่า 2,000 นัด สกัดขีปนาวุธและโดรนกว่าพันลำ ส่งสัญญาณต่อเนื่องทุกช่วงเวลา

4 มี.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันอังคาร (3 มี.ค.) แบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เผยผ่านคลิปวิดีโอบนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) ว่ากองกำลังสหรัฐฯ ได้ทำลายเรือของอิหร่าน 17 ลำ ซึ่งรวมถึงเรือดำน้ำที่อิหร่านใช้งานมากที่สุดที่ตอนนี้มีรูโหว่อยู่ด้านข้างลำเรือ โดยคูเปอร์กล่าวว่านี่เป็นการจมทั้งกองทัพเรืออิหร่าน

คูเปอร์ระบุว่ากองกำลังสหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายเกือบ 2,000 จุด ด้วยเครื่องกระสุนมากกว่า 2,000 รายการ มีการลดระดับการป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านลงอย่างมาก ตลอดจนทำลายขีปนาวุธ แท่นยิง และโดรนของอิหร่านหลายร้อยรายการ โดยกองกำลังสหรัฐฯ จะยังคงโจมตีอิหร่านตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่ก้นทะเลจนถึงอวกาศและไซเบอร์สเปซ

ทั้งนี้ กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ รายงานว่าฝ่ายอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธกว่า 500 ลูก และส่งโดรนโจมตีกว่า 2,000 ลำ เมื่อนับตั้งแต่เริ่มต้นการโจมตีโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล

ที่มา : Xinhua

‘ดมิตริเยฟ’ เยือนสหรัฐฯ ตามคำสั่งปูติน หารือเศรษฐกิจรัสเซีย-อเมริกา แสดงท่าทีต่อต้านมาตรการคว่ำบาตร ชี้น้ำมันรัสเซียสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก เดินหน้าความร่วมมือทวิภาคีอย่างต่อเนื่อง

(12 มี.ค. 69) 'คิริลล์ ดมิตริเยฟ' หัวหน้ากองทุนเพื่อการลงทุนโดยตรงของรัสเซีย (RDIF) และผู้แทนพิเศษประธานาธิบดีด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับต่างประเทศ เดินทางเยือนสหรัฐอเมริกาเพื่อติดตามและหารือกับหัวหน้าคณะทำงานด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างรัสเซียกับสหรัฐฯ

ในโพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียของเขา กล่าวว่า "ตามคำสั่งของประธานาธิบดี 'วลาดิเมียร์ ปูติน' ผมได้เดินทางเยือนสหรัฐอเมริกา ซึ่งผมได้เข้าร่วมการประชุมกับหัวหน้าคณะทำงานด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างรัสเซียและสหรัฐอเมริกา" เพื่อผลักดันความร่วมมือและความเข้าใจในทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ

'ดมิตริเยฟ' ย้ำว่าหลายประเทศรวมถึงสหรัฐฯ เริ่มเข้าใจดีขึ้นแล้วถึงความไร้ประสิทธิภาพและผลเสียของมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย พร้อมชี้ว่า "น้ำมันและก๊าซจากรัสเซียมีบทบาทสำคัญในการค้ำจุนเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลก" ขณะที่สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและโลกตะวันตกยังคงทวีความซับซ้อน

การเยือนครั้งนี้สะท้อนถึงการเดินหน้าความร่วมมือทางเศรษฐกิจทวิภาคี แม้ในสถานการณ์ที่มีความท้าทายและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ การเจรจาอย่างต่อเนื่องจึงเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจระหว่างสองมหาอำนาจ
.
ที่มา : Sputnik

จีนลุยซ้อมรบร่วม!! เตือนญี่ปุ่น สหรัฐ ฟิลิปปินส์ อย่าเล่นกับไฟ ซ้อมรบ Balikatan ญี่ปุ่นร่วมซ้อมเพิ่มความตึงเครียด จีนชี้อาจทำลายเสถียรภาพภูมิภาค

จีนเตือน ญี่ปุ่น สหรัฐ และฟิลิปปินส์ ว่าอย่า “เล่นกับไฟ” หลังทั้ง 3 ประเทศเริ่มการซ้อมรบร่วมประจำปีขนาดใหญ่เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 2026

จีนไม่พอใจการซ้อมรบ Balikatan ซึ่งจัดโดยฟิลิปปินส์และสหรัฐฯ และปีนี้มี กองกำลังญี่ปุ่นเข้าร่วมอย่างมีนัยสำคัญ

โฆษกการต่างประเทศจีน Guo Jiakun กล่าวว่าการรวมกลุ่มด้านความมั่นคงเช่นนี้ “เหมือนเล่นกับไฟ และสุดท้ายจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง”

จีนมองว่าการจับมือทางทหารของประเทศพันธมิตรในภูมิภาคเป็นการเพิ่มความตึงเครียด และอาจกระทบเสถียรภาพในเอเชียแปซิฟิก

ความหมายเชิงยุทธศาสตร์

การซ้อมรบนี้สะท้อนว่า ฟิลิปปินส์ใกล้ชิดกับสหรัฐฯ มากขึ้น ท่ามกลางข้อพิพาททะเลจีนใต้

การเข้าร่วมของญี่ปุ่น แสดงถึงการขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่าง 3 ประเทศ

จีนตอบโต้ทางวาทกรรมเพื่อส่งสัญญาณคัดค้านการล้อมเชิงยุทธศาสตร์

 

ที่มา : https://globalnation.inquirer.net/319117/china-warns-ph-us-japan-vs-playing-with-fire-over-joint-drills?utm_source=chatgpt.com&fbclid=IwY2xjawRT4vJleHRuA2FlbQIxMABicmlkETFDMElUUDY4ZTFzV0tJTEFJc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHk6QJBzXnb4abcmA1CmPVpNNycouwKcoE1fpELN7Zet0QnDzeQSe_7q6sQQr_aem_ezj3GE8PFcMGW3CekjW7Nw

 

https://www.facebook.com/100044191668273/posts/1513981480084893/?rdid=CCu2m0Pz6YRlFalV#

เปิดคดี “ไอลีน หวัง” นายกเทศมนตรีเมืองอาร์เคเดีย ถูกกล่าวหาเป็นสายลับจีน แทรกซึมการเมืองท้องถิ่นสหรัฐฯ สะท้อนเกมอิทธิพลปักกิ่ง

สื่อในสหรัฐต่างประโคมข่าว "นางไอรีน หวัง" (Eileen Wang) นายกเทศมนตรีเมืองอาร์เคเดีย (Arcadia) รัฐแคลิฟอร์เนีย ถูกกล่าวหาเป็นสายลับจีน “เพียงวันเดียว” ก่อนที่ "โดนัลด์ ทรัมป์" จะเดินทางเยือนจีนพอดี

ล่าสุดมีรายงานว่า ไอลีน หวัง (Eileen Wang) รับสารภาพต่อข้อหาของรัฐบาลกลางแล้ว และอาจต้องโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี

ไอลีน หวัง (Eileen Wang) ได้รับเลือกเข้าสู่สภาเมืองอาร์เคเดียเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2022 โดยอัยการสหรัฐฯ ระบุว่า ระหว่างปี 2020–2022 เธอร่วมกับคู่หมั้นในขณะนั้น ดำเนินเว็บไซต์ชื่อ “U.S. News Center” ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นสื่อข่าวสำหรับชุมชนชาวอเมริกันเชื้อสายจีนในสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) กล่าวหาว่า เว็บไซต์ดังกล่าวได้รับคำสั่งโดยตรงจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลจีน และมีการเผยแพร่เนื้อหาสนับสนุนรัฐบาลปักกิ่งตามคำสั่งการของ "ผู้ควบคุม" ของเธอ (“spymaster” ตามสำนวนในเอกสารคดี) โดยสั่งให้เผยแพร่บทความปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่อง “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” และ “การใช้แรงงานบังคับ” ในเขตซินเจียง โดยข้อความที่ถูกอ้างมีเนื้อหาว่า

“ไม่มีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในซินเจียง และไม่มีสิ่งที่เรียกว่าแรงงานบังคับในการผลิตใด ๆ รวมถึงการผลิตฝ้าย การเผยแพร่ข่าวลือดังกล่าวคือการใส่ร้ายจีน และทำลายเสถียรภาพกับความมั่นคงของซินเจียง”

ในทางตรงกันข้าม หากข้อความนี้คือโฆษณาชวนเชื่อที่ไม่เป็นความจริง นั่นหมายความว่า มีการฆ่าล้างเผ่าพันธ์ และใช้แรงงานอย่างผิดกฎหมายเกิดขึ้นจริงๆ!

ต่อไปนี้คือรายละเอียดที่สื่อท้องถิ่นรายงานโดยอ้างอิงเอกสารของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ:

-"ไอลีน หวัง" นายกเทศมนตรีเมืองอาร์เคเดีย (Arcadia), รัฐแคลิฟอร์เนีย เมืองที่มีประชากรราว 56,000 คน และกว่า 60% เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชีย เธอเป็นสตรีเชื้อสายเอเชียคนแรกที่ได้รับเลือกเข้าสู่สภาเมืองอาร์เคเดีย และยังเคยได้รับการยกย่องจากสภาคองเกรสว่าเป็น “สตรีแห่งปีประจำรัฐสภา ปี 2026” (2026 Congressional Woman of the Year)

-อดีตคู่หมั้นของเธอ “เหยา หนิง ‘ไมค์ ซัน’ (Yaoning ‘Mike’ Sun)” วัย 65 ปี ถูกตัดสินจำคุก 4 ปี เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2026 ในข้อหาทำหน้าที่เป็นสายลับให้กับสาธารณรัฐประชาชนจีน เขาเคยเป็นอดีตทหารกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA)

-"ไมค์ ซัน" เป็นทั้งผู้จัดการหาเสียง เหรัญญิก คนใกล้ชิดประจำวัน และตามคำพูดของหวังเองในการประชุมสภาเมืองเดือนธันวาคม 2022 เธอเรียกเขาว่า “คู่หมั้น”

-เอกสารศาลรัฐบาลกลางระบุรายละเอียดของปฏิบัติการนี้อย่างชัดเจนว่า ระหว่างปี 2020–2023 ซันและหวังร่วมกันบริหารสื่อภาษาจีนชื่อ “U.S. News Center” ซึ่งอ้างว่าเป็นเว็บไซต์ข่าวชุมชน แต่แท้จริงแล้วเป็นแพลตฟอร์มเผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลจีน

-ทั้งคู่ได้รับคำสั่งเนื้อหาโดยตรงจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลจีน และโพสต์เนื้อหาสนับสนุนปักกิ่งตามคำสั่ง

-"ไมค์ ซัน" อดีตคู่หมั้น ยังร่วมมือกับ “เฉิน จวิน (Chen Jun)” เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการของจีนที่อยู่ในนิวยอร์ก ซึ่งต่อมาถูกตัดสินจำคุก 20 เดือน ในการแทรกแซงการเลือกตั้งท้องถิ่นของสหรัฐฯ เพื่อผลักดันนักการเมืองที่มีจุดยืนเอื้อประโยชน์ต่อปักกิ่ง โดยเฉพาะในประเด็น “เอกราชไต้หวัน”

-ตามรายงานของเจ้าหน้าที่สหรัฐระบุว่า "เฉิน" เคยเรียก "ไอลีน หวัง" ในการสื่อสารกับเจ้าหน้าที่จีนว่า เป็นส่วนหนึ่งของ “ทีมหลักที่ทำงานให้พวกเรา” (the basic team dedicated for us)

-ในปี 2022 หลังจาก "ไอลีน หวัง" ชนะการเลือกตั้งสภาเมือง "เฉิน จวิน" ยังได้แอบส่งข้อความหาเธอว่า “คุณทำได้ดีมาก หวังว่าคุณจะทำงานดีต่อไป ทำให้ชาวจีนภูมิใจ”จากนั้น ซันได้จัดทำรายงานรายละเอียดชัยชนะเลือกตั้งส่งให้เจ้าหน้าที่จีน และได้รับข้อความตอบกลับเป็นคำขอบคุณ

-ต่อมา ต้นปี 2023 "ไมค์ ซัน" อดีตคู่หมั้น ได้เสนอแผนปฏิบัติการมูลค่า 80,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.9 ล้านบาท) ที่ได้รับการสนับสนุนจากจีน เพื่อ “ต่อต้านกองกำลังต่อต้านจีน” ผ่านการส่งคณะตัวแทนเข้าร่วมขบวนพาเหรดวันชาติสหรัฐฯ ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

-"ไมค์ ซัน" ยังติดตามความเคลื่อนไหวของอดีตประธานาธิบดีไต้หวัน “ไช่ อิงเหวิน (Tsai Ing-wen)” ระหว่างเดินทางเยือนแคลิฟอร์เนียตอนใต้ในเดือนเมษายน 2023 และรายงานตำแหน่งแบบเรียลไทม์ให้เจ้าหน้าที่จีน

-ในปี 2018 "ไอลีน หวัง" ได้ก่อตั้งหอการค้าอเมริกันตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร โดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะเพื่อสร้างความเชื่อมโยงระหว่างภาคตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกาและประเทศจีน

-ในเอกสารยื่นฟ้องของศาลรัฐบาลกลางทั้งหมด "ไอลีน หวัง" ถูกระบุชื่อว่า “บุคคลที่ 1” (Individual 1) เท่านั้น โดยไม่ได้ระบื่อโดยตรง อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวสองแหล่งที่คุ้นเคยกับการสอบสวนยืนยันกับสำนักข่าว Los Angeles Times ว่าบุคคลที่ 1 คือ "ไอลีน หวัง"

-การสอบสวนยังคงมีมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่มี 2022 จนถึง ณ วันที่ 11 พฤษภาคม 2026 ตามรายงานของ New York Post เพียงสองวัน ก่อนหวังถูกกล่าวหาโดยตรงว่าทำหน้าที่เป็นสายลับจีน

-เธอยังคงปฏิเสธข้อกล่าวหาการกระทำผิดทั้งหมด

-"ไอลีน หวัง" เข้ารับตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองอาร์เคเดียล่าสุดเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 ท่ามกลางข่าวการตัดสินคดีของซันยังเป็นประเด็นใหญ่อย่างต่อเนื่อง

-เธอกล่าวในพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง โดยไม่มีคำพูดเกี่ยวกับคดีความ “ในฐานะชาวอเมริกัน และโดยเฉพาะในฐานะเจ้าหน้าที่ที่มาจากการเลือกตั้ง ความจงรักภักดีของเราต้องชัดเจนเสมอ ต่อประเทศนี้ ต่อรัฐธรรมนูญ และต่อประชาชนของเราเท่านั้น”

-ทางด้านกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุชัดว่า นี่ไม่ใช่เหตุการณ์เดี่ยวๆ แต่เป็นยุทธศาสตร์ที่มีการวางระบบอย่างเป็นขั้นตอนของจีน เพื่อแทรกซึมเข้ามาในรัฐบาลท้องถิ่นของสหรัฐฯ

-รูปแบบปฏิบัติการคือ:

  • คัดเลือกนักการเมืองท้องถิ่นที่มีความทะเยอทะยานในชุมชนชาวอเมริกันเชื้อสายจีน
  • สนับสนุนด้านการหาเสียง เงินทุน เครือข่ายชุมชน และสื่อ
  • บ่มเพาะความสัมพันธ์เป็นเวลาหลายปี
  • สร้าง “ทีมหลักที่ทำงานให้พวกเรา”
  • จากนั้นใช้บุคคลเหล่านี้ในประเด็นไต้หวัน การค้า และนโยบายต่าง ๆ ก่อนที่พวกเขาจะมีอำนาจสูงขึ้น

-เมืองอาร์เคเดียไม่ใช่เกิดขึ้นเพียงแห่งเดียว แต่รูปแบบลักษณะเดียวกันนี้ถูกพบในหลายพื้นที่ของแคลิฟอร์เนียตอนใต้ นิวยอร์ก รวมถึงกรณีคล้ายกันในสหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และแคนาดา

-อัยการรัฐบาลกลางระบุว่า เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการของจีนมีการพูดคุยกันโดยตรงเกี่ยวกับวิธี “โน้มน้าว” นักการเมืองท้องถิ่นของสหรัฐฯ ซึ่งรัฐบาลท้องถิ่นคือ “จุดอ่อน” ของระบบ

สรุปบุคคลที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาและถูกจับกุมในคดีนี้:

- ไอลีน หวัง (Eileen Wang) สมาชิกสภาเมืองอาร์เคเดีย และนายกเทศมนตรีคนปัจจุบัน

- เหยา หนิง “ไมค์ ซัน” (Yaoning “Mike” Sun) อดีตทหาร PLA ผู้จัดการหาเสียงและอดีตคู่หมั้นของหวัง ถูกตัดสินความผิดในเดือนตุลาคม 2025 และถูกจำคุก 4 ปีในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ในข้อหา "ดำเนินโครงสร้างโฆษณาชวนเชื่อของจีน ติดตามประธานาธิบดีไต้หวัน และรายงานตรงต่อเจ้าหน้าที่รัฐบาลจีน"

• เฉิน จวิน (Chen Jun) เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการจีนในนิวยอร์ก ถูกตัดสินจำคุก 20 เดือน ในข้อกล่าวหา เป็นผู้ประสานเครือข่ายหลัก และเรียกหวังว่าเป็นส่วนหนึ่งของ “ทีมหลัก” ของจีน

สรุปไทม์ไลน์ของ ไอลีน หวัง (Eileen Wang) ตามข้อมูลที่สื่อสหรัฐฯ รายงาน มีดังนี้:

  • ช่วงปี 2020–2022
    ถูกกล่าวหาว่าร่วมดำเนินเว็บไซต์ “U.S. News Center” และเผยแพร่เนื้อหาสนับสนุนรัฐบาล จีน (China) ตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่จีน
  • พฤศจิกายน 2022
    ได้รับเลือกเป็น “สมาชิกสภาเมือง” (City Council) อาร์เคเดีย (Arcadia)
  • 3 กุมภาพันธ์ 2026
    สภาเมืองลงมติให้เธอขึ้นเป็น “นายกเทศมนตรี” (Mayor) เมืองอาร์เคเดีย
  • เมษายน 2026
    รัฐบาลกลางสหรัฐฯ เริ่ม “ตั้งข้อหา” (charged) ต่อเธอ ฐานทำหน้าที่เป็นตัวแทนต่างชาติให้จีนโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียน
  • 11 พฤษภาคม 2026 (สองวันก่อนทรัมป์เดินทางเยือนจีน)
    มีการเปิดเผยข้อตกลงรับสารภาพ (plea agreement) ต่อสาธารณะ และเธอปรากฏตัวต่อศาลรัฐบาลกลางในนครลอสแอนเจลิส
  • พฤษภาคม 2026 (อยู่ระหว่างกระบวนการศาล)
    เธอตกลง “รับสารภาพ” (pleaded guilty / agreed to plead guilty) ต่อข้อหาของรัฐบาลกลาง ซึ่งมีโทษสูงสุดจำคุก 10 ปี
  • หลังข่าวถูกเปิดเผย
    เธอลาออกจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีทันที

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1293699312918426/?rdid=8H6fNPtN2lhncTXp#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top