Friday, 5 June 2026
น้ำท่วม

OR ผนึกกำลังหน่วยทหารพัฒนาเคลื่อนที่ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จ.น่าน ส่งมอบ!! ‘น้ำดื่ม - อาหาร’ บรรเทาความเดือดร้อน ในพื้นที่เข้าถึงยาก

(27 ก.ค. 68) บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ร่วมกับ หน่วยทหารพัฒนาเคลื่อนที่ 31 (นพค.31) หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย นำโดย พันเอก จิรายุ จิตธรรม ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 31 ส่งมอบน้ำดื่ม จำนวน 9,600 ขวด ให้แก่ นายนิวัฒน์ งามธุระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน รวมทั้งร่วมลงพื้นที่มอบอาหารและน้ำดื่มให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอเมืองน่าน และอำเภอเวียงสา ที่ประสบภัยพิบัติรุนแรง และเข้าถึงได้ยาก นอกจากนี้ OR ยังได้ส่งมอบน้ำดื่มเพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลน่าน โดยมี นายแพทย์ณัฐวิชช์ จักรเจริญฤทธิ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการพิเศษและสื่อสารองค์กร โรงพยาบาลน่าน เป็นผู้รับมอบ 

ความช่วยเหลือครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของ OR ในการบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัย โดยก่อนหน้านี้ OR ได้ส่งมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดน่านมาแล้ว ทั้งนี้ OR ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้การสนับสนุนเป็นไปอย่างทันท่วงทีและทั่วถึง และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติลงพื้นที่จังหวัดน่าน ติดตามสถานการณ์อุทกภัย ให้กำลังใจ และให้ความช่วยเหลือ ประชาชนที่ประสบเหตุ

(31 ก.ค.68) เวลา 09.00 น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เดินทางไปตรวจเยี่ยม ประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัย มาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน พร้อมด้วย พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล/โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ , พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล , พล.ต.ต.ปราโมทย์ สิมหลวง เลขานุการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผู้บังคับการกองสารนิเทศ/รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมคณะ 

ผบ.ตร.และคณะ ได้ประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัย ณ ห้องประชุม ชั้น 2 สถานีตำรวจภูธรเมืองน่าน (สภ.เมืองน่าน) โดยมี พล ต.ต.นพดล กรึงไกร รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 , พล.ต.ต.ดเรศ กัลยา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน (ผบก.ภ.จว.น่าน) , รอง ผบก.ภ.จว.น่าน , ผกก./หัวหน้าสถานีตำรวจในสังกัด ภ.จว.น่าน และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม

ผบ.ตร. กล่าวว่า สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ จ.น่าน พบว่ายังมีน้ำท่วมสูงในบางพื้นที่ กำชับให้ตำรวจพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนอย่างเต็มที่ ทั้งการอพยพ การดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงบ้านเรือนประชาชนที่ไม่มีใครอยู่ เพื่อป้องกันมิจฉาชีพมาก่อเหตุซ้ำเติม หากสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย เข้าสู่ระยะฟื้นฟู ต้องบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือเพื่อให้เข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว พร้อมทั้งให้แต่ละโรงพักสำรวจความเสียหายอาคารที่ทำการ บ้านพัก ยานพาหนะ และทรัพย์สินของทางราชการ รายงานไปยังตำรวจภูธรจังหวัดเพื่อรวบรวมรายงานต่อไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการดำเนินการซ่อมแซม ต่อไป

นอกจากนี้ ผบ.ตร.สั่งการทุกพื้นที่เตรียมแผนเผชิญเหตุรับมือสถานการณ์ และก่อนถึงฤดูกาลปีหน้า ทั้งก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุ ขณะน้ำเริ่มลด และหลังน้ำลด นำการถอดบทเรียนจากสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดเชียงรายครั้งที่ผ่านมา มาเป็นแผนปฏิบัติเตรียมการในครั้งนี้ รวมทั้งถอดบทเรียนน้ำท่วมในครั้งนี้เพื่อเป็นแผนรองรับในปีต่อๆไป เพื่อบริหารจัดการ และช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบ จะช่วยให้ความเสียหายที่เกิดจากสถานการณ์น้ำท่วมเบาบางลง โดยขอให้ตำรวจในพื้นที่มีแนวคิด (mindset) ว่าต้องดูแลพี่น้องประชาชนเสมือนเป็นญาติของเรา จะทำให้พี่น้องประชาชนรู้สึกว่าตำรวจเป็นที่พึ่งได้อย่างแท้จริง

หลังการประชุม ผบ.ตร.ได้ตรวจเยี่ยมจุดน้ำท่วมบ้านพัก และแฟลตตำรวจ สภ.เมืองน่าน และ ภ.จว.น่าน พร้อมให้กำลังใจ มอบสิ่งของบำรุงขวัญให้กับข้าราชการตำรวจ จากนั้นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและคณะเดินทางไปพื้นที่ประสบอุทกภัยใน จ.น่าน ณ บ้านแสงดาว หมู่ 2 ต.ฝายแก้ว อ.ภูเพียง , พื้นที่ ต.กองควาย อ.เมืองน่าน , พื้นที่ สภ.ภูเพียง , พื้นที่ สภ.เวียงสา เพื่อตรวจพื้นที่ดูทิศทางกระแสน้ำ และเยี่ยมให้กำลังใจและให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ทัพเรือภาคที่ 1 เร่งช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ตำบลทับมา จังหวัดระยอง รับมือสถานการณ์น้ำท่วม

เมื่อวานนี้ (8 ก.ย.68) ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ทัพเรือภาคที่ 1 เร่งจัดกำลังพลเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ตำบลทับมา จังหวัดระยอง ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม อันเนื่องมาจากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและระบบระบายน้ำไม่ทัน

ในการนี้ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ทัพเรือภาคที่ 1 ได้รับการสนับสนุนกำลังพลจากกองพันทหารราบที่ 7 กรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวิกโยธิน (พัน.ร.7 กรม ร.3 พล.นย.) กำลังพลจากเรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ และเรือหลวงรัตนโกสินทร์ ร่วมปฏิบัติภารกิจบรรจุถุงทรายและวางแนวป้องกัน เพื่อสกัดกั้นไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง

ทั้งนี้ ได้จัดเตรียมกำลังพลเพื่อ เพื่อสนับสนุนในการดำเนินการอพยพประชาชนที่มีความจำเป็นเร่งด่วน และสนับสนุนภารกิจอื่นๆตามที่ร้องขอต่อไป

‘เพชรดำฟู้ดส์’ มอบเงินครึ่งล้านช่วย ‘โรงพยาบาลน่าน’ เดินหน้าภารกิจฟื้นฟูหลังวิกฤตน้ำท่วมใหญ่

(17 ต.ค. 68) บริษัท เพชรดำฟู้ดส์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย น้ำปลาร้าปรุงสุกตราแม่บุญล้ำเจ้าเก่า ผลิตภัณฑ์ปลาร้าชั้นนำของไทย ได้ส่งมอบเงินจำนวน 500,000บาท เพื่อช่วยฟื้นฟูหลังน้ำท่วม ตามโครงการแม่บุญล้ำปันสุข ให้แกโรงพยาบาลน่าน โดยมีท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาล ผอ.นพ.วสันต์ แก้ววีและคณะผู้บริหารรับมอบ

โรงพยาบาลน่าน ประสบภัยน้ำท่วม ทำให้อุปกรณ์การแพทย์เสียหายกว่าร้อยล้านบาท เมื่อช่วงน้ำท่วมใหญ่จังหวัดน่านที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อการรักษาพยาบาลประชาชน ดังกล่าว

แม่บุญล้ำขอเป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านในการเร่งฟื้นฟูดังกล่าว เพื่อผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

เปิด 6 ปัจจัย ที่ทำให้ข่าวพีค ในสัปดาห์น้ำหนุน ‘ชน’ ความใกล้ตัวของคนเมือง

ทำไมสื่อเพิ่งสนใจน้ำท่วม? 6 เงื่อนไขที่ทำให้ข่าวพีคในสัปดาห์น้ำหนุน
วิเคราะห์เชิงสื่อ: เมื่อข่าวจากต้นน้ำ ‘ชน’ความใกล้ตัวของคนเมืองและจังหวะเทศกาล

ช่วง 6–12 พฤศจิกายน 2025 กระแสน้ำเหนือไหลลงสู่ลุ่มเจ้าพระยาและเจอช่วงน้ำทะเลหนุน ทำให้พื้นที่ชั้นในของภาคกลางและปริมณฑล—โดยเฉพาะกรุงเทพฯ—เสี่ยงต่อระดับน้ำสูงทันที คำเตือนและปฏิบัติการของหน่วยงานรัฐเริ่มเห็นเป็นรูปธรรม (เขื่อนเพิ่มการระบายน้ำ, แนวกระสอบทราย, ปั๊มเร่งระบาย, ผู้นำลงพื้นที่) 

ขณะเดียวกันก็ชนกับสัปดาห์ลอยกระทงพอดี จึงเกิดภาพ ข่าว และแคปชันที่เล่าเรื่องได้ง่าย ผลลัพธ์คือสื่อ “เพิ่งสนใจพร้อมกัน” ทั้งที่น้ำท่วมค่อย ๆ ลามจากภาคเหนือมาก่อนหน้านั้นหลายสัปดาห์

1) Proximity bias: ถึงกรุงเทพฯ คนเมืองอินทันที
เมื่อกรุงเทพฯ และลุ่มเจ้าพระยาเสี่ยงโดยตรง ห้องข่าวเร่งไลฟ์และลงพื้นที่ เพราะฐานผู้ชมจำนวนมากอาศัยและทำงานในโซนนี้ ผลคือความสนใจสาธารณะพุ่งแบบก้าวกระโดด ต่างจากช่วงที่ท่วมภาคเหนือซึ่งมักถูกมองเป็น “เหตุประจำฤดู” และห่างไกลชีวิตประจำวันของคนเมือง

2) ภาพปฏิบัติการที่เล่าเรื่องได้ใน 3 วินาที
ประกาศเตือน แนวกระสอบทราย ปั๊มเร่งระบาย จุดอ่อนริมแม่น้ำ—ทั้งหมดคือ visual ที่ตีความได้ภายในไม่กี่วินาที หัวข่าวและหน้าปกคลิปทำได้ทันที เช่น “คาดระดับน้ำแตะคันกั้นน้ำ” หรือ “วางกระสอบทรายปิดช่องโหว่”

3) สูตรข่าวเข้าใจง่าย: “น้ำหลาก + น้ำหนุน”
การเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนเพื่อรับน้ำหลากจากต้นน้ำ ตรงกับช่วงน้ำทะเลหนุน ทำให้กรอบการเล่าเรื่องชัดและไม่ซับซ้อน สื่อสามารถอธิบายด้วยสูตรจำง่าย “น้ำหลาก + น้ำหนุน = ระบายลงทะเลยากชั่วคราว”

4) News peg จากเทศกาล: ลอยกระทง 5–6 พ.ย.
สัปดาห์ลอยกระทงเป็นกิจกรรมริมน้ำทั่วประเทศ โดยเฉพาะริมเจ้าพระยา เมื่อมีคำเตือนระดับน้ำสูง ข่าวจึงแทรกเข้าสู่วาระสังคมได้รวดเร็ว ผู้จัดงาน–ผู้ประกอบการ–ประชาชนต้องการข้อมูลตัดสินใจ ทำให้บทความเชิงป้องกันและคู่มือรับมือถูกเสพมากขึ้น

5) ตัวเลขผลกระทบชัด—พาดหัวได้แรง
เมื่อมีตัวเลขผู้ได้รับผลกระทบ พื้นที่ และความเสียหายที่ชัดเจน ห้องข่าวมี “hard number” สำหรับพาดหัว กราฟิก และการเปรียบเทียบวันต่อวัน ความรู้สึกเร่งด่วน (urgency) จึงเกิดทันที มากกว่าข่าวกระจายย่อย ๆ ช่วงก่อนหน้า

6) Authority cue: ผู้นำ–หน่วยงาน ‘พูดพร้อมกัน’
สัญญาณจากหน่วยงานหลัก (เช่น กรมชลประทาน กทม. ปภ.) ออกมาถี่และสอดคล้อง—ตั้งเวร 24 ชม., เร่งสูบ-ผันน้ำ, แจ้งเตือนจุดเสี่ยง—ทำให้สำนักข่าวทุกสาย (สังคม การท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์) หยิบไปต่อยอดเป็นข่าวบริการประชาชนได้ทันที

บทเรียนสำหรับห้องข่าว (และแพลตฟอร์มสื่อไทย)
• ตั้ง KPI: Attention Lead Time (ALT) — วัดว่าเราแจ้งเตือนเชิงความหมายได้ก่อนพื้นที่เสี่ยงจริงกี่วัน ลดอคติ “ดังเมื่อถึงเมืองหลวง”
• ตั้ง “โต๊ะเหนือ–โต๊ะน้ำ” ถาวร — ทำเครือข่ายผู้สื่อข่าวประจำลุ่มน้ำ (ปิง–วัง–ยม–น่าน–ป่าสัก) เล่า “ท่อส่งน้ำ” จากต้นน้ำถึงเจ้าพระยาเป็นซีรีส์
• กราฟิกกลางเดียวกัน — แผนที่แนวคันกันน้ำ/จุดอ่อน + อัตราระบายจากหน่วยงานรัฐ อัปเดตรายวัน เพื่อให้ทุกสำนักใช้ข้อมูลเดียว ลดความคลาดเคลื่อน
• เตรียม news peg ล่วงหน้า — ปฏิทิน “หน้าต่างน้ำหนุน–เทศกาล–กิจกรรมริมน้ำ” เพื่อทำสกู๊ปเชิงป้องกันก่อนวันจริง
• ภาษาคนดูมากกว่าภาษาเขื่อน — แปลง “ม³/วิ” และ “MSL” เป็นผลกระทบที่จับต้องได้: ชุมชนใด–เวลาไหน–สูงแค่ไหน–ควรทำอะไร

ผู้ว่าฯ กปน. ลงพื้นที่นนทบุรี มอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ย้ำ!! คุณภาพน้ำในพื้นที่ยังใช้งานได้ปกติ พร้อมจัด จนท.ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด

(11 พ.ย.68) นางสาวสุวรา ทวิชศรี ผู้ว่าการการประปานครหลวง (กปน.) พร้อมด้วยนายสุเทพ เอื้อปกรณ์ รองผู้ว่าการ กปน. นำคณะผู้บริหาร และพนักงาน กปน. ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ให้บริการของ กปน. โดยได้ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยในชุมชนบ้านตลาดขวัญ (ซอยนนทบุรี 7) ชุมชนซอยสงวนเงิน และชุมชนมัสยิดบ้านตลาดขวัญ (ซอยนนทบุรี 11)

ทั้งนี้ กปน. ได้ตรวจสอบระบบประปาในพื้นที่ และยืนยันว่ายังคงใช้งานได้ตามปกติ ทั้งคุณภาพและแรงดันน้ำ พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลระบบประปาภายในบ้าน และจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อให้บริการน้ำประปาแก่ประชาชนได้อย่างปลอดภัย และทั่วถึงอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบาย “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ของกระทรวงมหาดไทย และความห่วงใยจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้ทุกครอบครัวสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว

‘เปิ้ล นาคร’ ลุยน้ำท่วม!! ขี่เจ็ตสกีพาทีมหมอ-พยาบาลลงพื้นที่ จ.ปทุมฯ ช่วยผู้ป่วยติดเตียงกลางวิกฤต เปิดคอมเมนต์รับแจ้งขอความช่วยเหลือ ชาวเน็ตแห่ชื่นชมจิตอาสาไม่หยุดพัก


(13 พ.ย. 68) จากสถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพระนครศรีอยุธยาที่ต้องเร่งระบายน้ำออกจากเขื่อนเจ้าพระยา ผสมกับน้ำทะเลหนุน ทำให้จังหวัดใกล้เคียงอย่างปทุมธานีได้รับผลกระทบหนัก ระดับน้ำเอ่อท่วมบ้านเรือนริมแม่น้ำ หลายครอบครัวต้องยกของขึ้นที่สูง และบางส่วนจำเป็นต้องอพยพออกจากบ้านไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย

ล่าสุด “เปิ้ล นาคร” นักแสดงชื่อดังสายจิตอาสา ยังลุยช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2568 เจ้าตัวขี่เจ็ตสกีพาทีมแพทย์และพยาบาลลงพื้นที่ จ.ปทุมธานี เพื่อช่วยดูแลผู้ป่วยติดเตียงที่ติดอยู่ในบ้านน้ำท่วม พร้อมโพสต์คลิปลงอินสตาแกรม เล่าถึงสภาพ “แม่เฒ่าติดเตียงบนชั้น 2 นอนอยู่กับน้ำมาหลายคืน” โดยเขียนข้อความว่า ปล่อยน้ำมา 2,800 ลูกบาศก์เมตรยังขนาดนี้ ถ้าฝนมาอีกบวกน้ำทะเลหนุนจะไปกันยังไงต่อ พร้อมทิ้งท้ายว่า “ที่ไหนต้องการความช่วยเหลือ แจ้งมาใต้คอมเมนต์นี้ได้เลย”

ในเฟซบุ๊ก Ple Nakorn ก็มีการแชร์คลิปลงพื้นที่น้ำท่วมปทุมธานีเช่นกัน โดยระบุชัดว่าทีมของตนจะพยายามเข้าไปช่วยผู้ป่วยติดเตียงและผู้ที่เดือดร้อนให้มากที่สุด ท่ามกลางคอมเมนต์ชื่นชมจากชาวเน็ตที่ยกให้เปิ้ลเป็นฮีโร่ของน้ำท่วมรอบนี้ หลายคนฝากพิกัดญาติผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ให้ทีมงานเข้าไปดูแล

นอกจากภารกิจช่วยน้ำท่วมแล้ว เปิ้ล-จูน และทีมคนบันเทิงยังส่ง “Food Support” ให้น้อง ๆ นักฟุตบอล 2 ทีม ทั้งโรงเรียน อบจ.ชัยนาท ทีมแชมป์ และโรงเรียนหมอนทองวิทยา รองแชมป์การแข่งขัน ฟุตบอลนักเรียน 7 คน แชมป์กีฬา 7HD 2025 เพื่อเป็นขวัญกำลังใจเพิ่มเติม ย้ำภาพลักษณ์ครอบครัวสายจิตอาสาที่ลงมือช่วยสังคมทั้งยามวิกฤตและในวันที่เป็นรอยยิ้มของผู้คนในเวลาเดียวกัน

“ตรีนุช” สั่ง กรมสวัสดิ์ฯ ออกประกาศให้ลูกจ้าง ที่ไม่สามารถทำงานได้จากเหตุน้ำท่วม หยุดงานได้ “โดยไม่ถือเป็นวันลา” พร้อมปล่อยกู้ซ่อมบ้าน-ฟื้นฟูอาชีพหลังน้ำลด

เมื่อวานนี้ (12 พ.ย. 68) นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์อุทกภัยเนื่องจากน้ำไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดทางภาคกลาง อาทิ อุทัยธานี สิงห์บุรี ชัยนาท อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี เป็นต้น ทำให้พี่น้องผู้ใช้แรงงาน ลูกจ้าง และประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นวงกว้างว่า ตนมีความห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าว เบื้องต้นได้รับรายงานจาก พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ว่าได้กำชับให้ส่วนราชการในสังกัดกระทรวงแรงงานในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจข้อมูลสถานประกอบการ ลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบ และลงพื้นที่สนับสนุนความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบกับหน่วยงานในจังหวัดตามภารกิจกระทรวงแรงงาน เพื่อดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด

“ดิฉันมีความห่วงใยพี่น้องผู้ใช้แรงงานทุกท่านที่โรงงานถูกน้ำท่วม และได้กำชับให้กรมสวัสดิการคุ้มครองแรงงาน ขอความร่วมมือผู้ประกอบการ ให้มีมาตรการช่วยเหลือลูกจ้าง กรณีที่ลูกจ้างไม่สามารถเข้าทำงานได้ เนื่องจากน้ำท่วมสูงหรือเส้นทางถูกตัดขาด ให้ลูกจ้างสามารถหยุดงานได้โดยไม่ถือเป็นวันลาและจ่ายค่าจ้างให้ตามปกติ พร้อมกำชับให้ส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงาน หรือ 5 เสือแรงงาน ในพื้นน้ำท่วมเฝ้าระวังสถานการณ์ และสนับสนุนความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อให้ความช่วยเหลือตามภารกิจกระทรวงแรงงานอย่างเต็มกำลัง” นางสาวตรีนุช กล่าว

ด้าน พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ตนได้สั่งการให้กรมสวัสดิการคุ้มครองแรงงานออกหนังสือขอความร่วมมือผู้ประกอบการให้มีมาตรการช่วยเหลือลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบและเดือดร้อนจากภัยธรรมชาติ กรณีที่ไม่สามารถเข้าทำงานได้ เนื่องจากน้ำท่วมสูงหรือเส้นทางถูกตัดขาด ให้ลูกจ้างสามารถหยุดงานได้โดยไม่ถือเป็นวันลา และจ่ายค่าจ้างให้ตามปกติ รวมถึงมาตรการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน ให้ลูกจ้างสามารถเข้าทำงานได้อย่างปลอดภัยในสถานการณ์ดังกล่าวด้วย 

นอกจากนี้ กระทรวงแรงงาน ยังให้ความสำคัญกับการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อนำไปใช้ในการซ่อมแซมความเสียหายของที่อยู่อาศัยหรือการฟื้นฟูอาชีพภายหลังน้ำลดของลูกจ้างที่ได้รับความเดือดร้อน จึงได้ให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จัดทำโครงการเงินกู้เพื่อบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ เพื่อให้ลูกจ้างที่เป็นสมาชิกของสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบการและรัฐวิสาหกิจได้รับความช่วยเหลือในการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหรือฟื้นฟูอาชีพหลังประสบภัย โดยสหกรณ์ออมทรัพย์หรือสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนในสถานประกอบการและรัฐวิสาหกิจในพื้นที่ประสบภัยหรือมีสมาชิกที่มีภูมิลำเนาในพื้นที่ประสบภัย ตามประกาศของจังหวัดที่กำหนดเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เพื่อให้บริการเงินกู้แก่ลูกจ้างที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ สูงสุดไม่เกินสหกรณ์ละ 20 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2 ต่อปี ระยะเวลาการส่งชำระคืนสูงสุดไม่เกิน 5 ปี

ทั้งนี้ หากลูกจ้าง นายจ้าง และประชาชนที่ประสบอุทกภัยได้รับความเดือดร้อน และต้องการขอรับความช่วยเหลือ สามารถขอรับความช่วยเหลือได้ที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานในพื้นที่ หรือสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506

สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำชับตำรวจทุกหน่วย ดูแลช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจากเหตุน้ำท่วมในหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และเข้มป้องกันเหตุอาชญากรรมซ้ำเติม

(13 พ.ย. 68) พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล/รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 14 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก นครสวรรค์สุโขทัย กำแพงเพชร อุทัยธานี สิงห์บุรี ชัยนาท อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม และอุบลราชธานี ซึ่งบางจังหวัดมีน้ำท่วมสูงอย่างรวดเร็วจากเหตุพนังกั้นน้ำเสียหาย ทำให้น้ำหลากเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนประชาชน บางจุดมีน้ำทะเลหนุน และฝนที่ตกต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนเดือดร้อนเป็นวงกว้าง  

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้สั่งกำชับตำรวจทุกพื้นที่ ออกมาตรการดูแลช่วยเหลือ รักษาความปลอดภัย และอำนวยการจราจร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบภัยมาอย่างต่อเนื่อง 

นอกจากนี้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. สั่งการให้ทุกหน่วยออกตรวจตราในพื้นที่อย่างเข้มงวด เพื่อเป็นการป้องกันการก่อเหตุอาชญากรรมซ้ำเติมประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยให้เพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความสงบเรียบร้อย ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และเพิ่มกำลังสายตรวจ, ปรับแผนการตรวจจัดกำลังให้เหมาะสมกับพื้นที่และห้วงเวลา โดยบูรณาการความร่วมมือทั้งด้านข้อมูล และการปฏิบัติกับฝ่ายปกครององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และอาสาสมัคร ออกตรวจตั้งจุดตรวจจุดสกัดในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงพิจารณาเปิดพื้นที่สถานีตำรวจ จุดตรวจ ตู้ยาม เป็นสถานที่พักพิงของผู้ประสบภัยชั่วคราว

ด้าน พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ตำรวจจราจรทุกพื้นที่เตรียมความพร้อมทั้งกำลังพลและอุปกรณ์ เพื่อปฏิบัติหน้าที่อย่างทันท่วงทีในทุกสถานการณ์ รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามสภาพการจราจรในจุดวิกฤต และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรุงเทพมหานคร กรมทางหลวง และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและอำนวยความปลอดภัยให้แก่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วน พร้อมเตรียมแผนเผชิญเหตุรองรับกรณีที่มีฝนตกต่อเนื่อง เพื่อให้การสัญจรของประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด พร้อมขอความร่วมมือประชาชนขับขี่ด้วยความระมัดระวัง และหมั่นตรวจสอบสภาพรถก่อนออกเดินทาง เพื่อความปลอดภัยของทุกคนบนท้องถนน

พล.ต.ท.ชัยต์พจนฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมในหลายจังหวัด ตำรวจหน่วยต่างๆ ระดมกำลังออกช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ ทั้งการช่วยเหลืออพยพและขนย้ายสิ่งของไปอยู่ที่ปลอดภัย การดูแลความปลอดภัย การอำนวยการจราจร และการช่วยฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด ในทุกมิติ โดยเน้นการปรากฏกายชัดเจนเพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถขอความช่วยเหลือได้โดยสะดวก รวดเร็ว

ทั้งนี้ ประชาชนผู้ประสบภัยสามารถขอความช่วยเหลือ หรือแจ้งเหตุ แจ้งเบาะแสอาชญากรรม ได้ทางสายด่วน 191 หรือ 1599 หรือช่องทางการสื่อสารกับสถานีตำรวจในพื้นที่ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และขอให้ติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติครั้งนี้ จากการแจ้งเตือนของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวกับอุทกภัยในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

ในหลวง-พระราชินี พระราชทานสิ่งของช่วยเหลือ แก่ผู้ประสบอุทกภัยพื้นที่จังหวัดภาคใต้ และมีพระราชดำรัสสั่งระดมกำลังทหาร ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน 

(25 พ.ย. 68) ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำจังหวัดภาคใต้ โดยมีรัฐมนตรี อธิบดี และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

ทั้งนี้ ในช่วงเริ่มต้นของการประชุม นายกรัฐมนตรี ได้เชิญ พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเลขาธิการพระราชวัง เข้าร่วมการประชุม โดยมี การอัญเชิญพระราชกระแสรับสั่ง แสดงความเป็นห่วงจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงมี พระราชหฤทัยห่วงใย ต่อประชาชนในภาคใต้ที่ประสบอุทกภัยในขณะนี้ จึงได้ พระราชทานความช่วยเหลือและโปรดฯ ให้ระดมสรรพกำลังทั้งฝ่ายพลเรือนและฝ่ายทหาร หน่วยราชการต่าง ๆ เพื่อเร่งดำเนินการ โดยเฉพาะเรื่องเรือช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยให้ออกจากพื้นที่อันตรายไปยังพื้นที่ปลอดภัยที่ได้จัดเตรียมไว้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top