Friday, 5 June 2026
ชายแดนไทยกัมพูชา

องค์กร Hami Nepal ถูกเชื่อมโยงทุน NED และบริษัทสหรัฐฯ หัวเชื้อ ‘ม็อบ Gen Z’ ออกมาประท้วงหนัก!! ไล่รัฐบาลเนปาล

(10 ก.ย. 68) สื่อสากลรายงานว่าองค์กร Hami Nepal มีบทบาทนำการประท้วงของกลุ่มเยาวชน Gen Z ในเนปาล จนเกิดความรุนแรง เผาอาคารรัฐสภาและผลักดันให้รัฐบาลนายกรัฐมนตรี เค.พี. ชาร์มา โอลี (K. P. Sharma Oli) ลาออก หลังการประท้วงรุนแรงหลายวัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 22 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 100 คนจากการปราบปรามของตำรวจ

หัวใจสำคัญของการประท้วงคือ ซูดาน กุรุง (Sudan Gurung) วัย 38 ปี ประธาน Hami Nepal องค์กรเยาวชนที่ช่วยฟื้นฟูหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวและตอบสนองฉุกเฉิน โดย ‘กุรุง’ เคยสูญเสียลูกจากเหตุแผ่นดินไหวปี 2015 ทำให้เขาหันมาทำงานสาธารณะและก่อตั้ง Hami Nepal ในปี 2020 ปัจจุบันองค์กรมีสมาชิกมากกว่า 1,600 คน

อย่างไรก็ตาม Hami Nepal มีความเชื่อมโยงกับโครงการที่ได้รับทุนจาก มูลนิธิแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NED) ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนกึ่งอิสระของประเทศสหรัฐอเมริกา ในการทำแคมเปญ “Free Tibet” ต่อต้านจีน และร่วมมือกับบริษัทสหรัฐฯ หลายแห่ง เช่น โคคา-โคลา (Coca-Cola) 

ขณะเดียวกัน กุรุงและองค์กรเคยเรียกร้องให้มีการประท้วงอย่างสงบเพื่อต่อต้านคำสั่งแบนโซเชียลมีเดียของรัฐบาล โดยผู้ประท้วงใช้แพลตฟอร์มอย่าง Instagram และ Discord ประชาสัมพันธ์วิธีการประท้วง และนัดรวมตัวที่อนุสาวรีย์ไมนติการ์ มันดาลา (Maitighar Mandala) แต่สุดท้ายก็เกิดเหตุบานปลาย

นักวิเคราะห์ระบุว่าการเคลื่อนไหวของ Hami Nepal สะท้อนถึงอิทธิพลของทุนต่างชาติและ NGO ในการชุมนุมเยาวชน ซึ่งมีเป้าหมายทั้งการแทรกแซงทางการเมืองและการสร้างความไม่มั่นคง ขณะเดียวกันซูดาน กุรุงก็ถูกมองว่าเป็น “แกนนำของการประท้วง Gen Z” ที่รวบรวมคนรุ่นใหม่เพื่อเรียกร้องเสรีภาพและต่อต้านรัฐบาลที่พวกเขามองว่าทุจริตและล้มเหลว

‘กองกำลังบูรพา’ ย้ำเอกสารปลอม!! ไม่มีคำสั่งอพยพประชาชนแนวชายแดน พบเอกสารมีพิรุธหลายจุด กำลังเร่งหาผู้ปลอมแปลงมาดำเนินคดี

(10 ก.ย. 68) กองกำลังบูรพาออกแถลงชี้แจงกรณีมีเอกสารเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียและกลุ่มไลน์ ระบุให้ประชาชนอพยพออกจากพื้นที่ชายแดน โดยยืนยันว่าเอกสารดังกล่าวเป็น ข่าวปลอม และไม่ใช่เอกสารทางราชการจริง

เจ้าหน้าที่ระบุว่า หากพิจารณารายละเอียดในเอกสารจะพบพิรุธหลายจุด และกำลังสืบสวนหาต้นตอการปล่อยข่าวลวง พร้อมเตรียมดำเนินคดีผู้กระทำผิดตามกฎหมายจนถึงที่สุด

ทั้งนี้ กองกำลังบูรพาย้ำว่า ข่าวปลอมเช่นนี้สร้างความสับสนและกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในแนวชายแดน จึงขอให้ใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสาร และติดตามข้อมูลจาก หน่วยงานราชการหรือช่องทางที่น่าเชื่อถือเท่านั้น โดยเหตุการณ์นี้ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่บ้านหนองจานและหนองหญ้าแก้วเกิดความวิตกกังวลอย่างมาก

‘อาจารย์ลักขณา ดิษยะศริน’ นำทีม Rotary Sukhumvit เยี่ยมทหารไทยเจ็บจากชายแดน ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎฯ

เมื่อวันพุธที่ (10 ก.ย. 68) อาจารย์ลักขณา ดิษยะศริน นายกก่อตั้ง Rotary Sukhumvit พร้อมด้วยคณะสมาชิก ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจทหารไทย 15 นาย ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา 

บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและห่วงใย ภารกิจครั้งนี้สะท้อนพลัง “คนไทยไม่ทิ้งกัน” ที่พร้อมยืนเคียงข้างทหารกล้า ผู้เสียสละเพื่อปกป้องแผ่นดินไทย

‘พล.อ.มนัส’ เยี่ยมให้กำลังใจทหารแนวหน้า ชายแดนสุรินทร์ หลังพบกัมพูชาเสริมกำลัง

เมื่อวันที่ (11 ก.ย. 68) พลเอก มนัส จันดี เสนาธิการทหาร ลงพื้นที่อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เยี่ยมให้กำลังใจและขอบคุณกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่แนวหน้า บริเวณปราสาทตาควายและปราสาทตาเมือนธม โดยมีพลโท สุเมธ พรหมตรุษ ผู้บัญชาการศูนย์การทหารกองทัพไทย (ศตก.) ร่วมลงพื้นที่ด้วย

พลเอก มนัส ย้ำว่ากองบัญชาการกองทัพไทยพร้อมสนับสนุนภารกิจปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของประเทศอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้กำลังพลมีขีดความสามารถและความพร้อมสูงสุดในการดูแลพื้นที่ชายแดน

นอกจากนี้ กองทัพไทยยังได้มอบหมายหน่วยบัญชาการทหารพัฒนาเข้าดำเนินการก่อสร้างเส้นทางและระบบสาธารณูปโภค ติดตั้งระบบประปาสนาม กล้องวงจรปิด (CCTV) สถานีฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ และระบบอินเทอร์เน็ต รวมถึงการเสริมกำลังด้วยระบบแอนตี้โดรน เพื่อสนับสนุนภารกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของทหารในพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีขึ้นหลังจากมีรายงานว่าทหารกัมพูชาได้เสริมกำลังและสร้างฐานที่มั่นใกล้กับพื้นที่ดังกล่าว โดยพลเอก มนัส ได้กล่าวขอบคุณและให้กำลังใจกำลังพลแนวหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ พร้อมยืนยันว่ากองบัญชาการกองทัพไทยพร้อมสนับสนุนภารกิจปกป้องอธิปไตยอย่างเต็มกำลัง เพื่อเสริมความพร้อมสูงสุดในการรักษาความมั่นคงของประเทศ

ทูตญี่ปุ่นครวญ ด่านไทย–กัมพูชา ปิด!! ทำธุรกิจญี่ปุ่นสะดุด การจ้างงานใหม่ติดขัดหนัก

(12 ก.ย. 68) อูเอโนะ อาสึชิ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำกัมพูชา ยอมรับว่าการปิดด่านชายแดนไทย–กัมพูชาอย่างยืดเยื้อส่งผลกระทบหนักต่อบริษัทญี่ปุ่นที่ลงทุนในกัมพูชา ภายใต้นโยบาย 'ไทยแลนด์พลัสวัน' จนการขยายการจ้างงานใหม่แทบเป็นไปไม่ได้ สะท้อนแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับความตึงเครียดการเมืองชายแดน

ทูตญี่ปุ่นระบุว่า ปัญหานี้ไม่เพียงสร้างความลำบากให้กับนักลงทุน แต่ยังซ้ำเติมแรงงานกัมพูชามากกว่า 800,000 คน ที่ถูกส่งกลับจากไทยและยังหางานทำไม่ได้ พร้อมยืนยันว่าบริษัทญี่ปุ่นบางแห่งยังมีความต้องการแรงงานใหม่ และหวังว่ากระทรวงแรงงานกัมพูชาจะช่วยอำนวยความสะดวก รวมถึงการที่ญี่ปุ่นพร้อมสนับสนุนการฝึกอาชีพเพื่อบรรเทาปัญหา

นักวิเคราะห์ชี้ว่าแม้ญี่ปุ่นยังให้ความสำคัญกับการลงทุนในภูมิภาค แต่ไทยอาจเผชิญความเสี่ยงตกขบวนการลงทุน หากไม่เร่งแก้ปัญหาค่าแรงสูง การขาดแคลนแรงงานฝีมือ และการพัฒนาเทคโนโลยีที่ล่าช้า ซึ่งทำให้ประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชากลายเป็นจุดหมายใหม่ที่น่าดึงดูดกว่า

ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ไทย–กัมพูชา ระหว่างวันที่ 7–10 กันยายนที่ผ่านมา มีการหยิบยกเรื่องการเปิดด่านตามคำขอของญี่ปุ่น โดยฝ่ายไทยได้หารือภายในเมื่อ 9 กันยายน แต่ยืนยันว่าการตัดสินใจสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่จะเข้ามารับผิดชอบ

‘บิ๊กเล็ก’ ลั่น!! ขอชี้แจง เป็นครั้งสุดท้าย ยัน!! ไม่มีการเปิดด่าน แค่หารือกันเท่านั้น

(13 ก.ย. 68) พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รักษาการรมช.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ในรายการข่าวไทยรัฐทีวี 12 กย. 2568 ถึง การอนุโลม ผ่อนปรนเปิดด่าน ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ผมจะชี้แจง ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ยืนยันว่า ยังไม่มีการเปิดด่าน แค่เป็นการให้ไปหารือกัน เท่านั้น ในข้อ5 ไม่มีกรอบเวลา

และหากมีการอนุโลมผ่อนปรน จะไม่มีการส่งยุทธปัจจัย ไม่มีอุปกรณ์ก่อสร้าง โดยมี กกล.ป้องกันชายแดนจันทบุรี-ตราด ผ่อนปรน ในการผ่านแดน ซึ่งย้ำว่า ให้กองกำลัง ฯอนุญาต เท่านั้น แต่ยังไม่ให้คนข้าม คนยังผ่านไม่ได้. แล้วที่ผ่านมา การไปเล่นบ่อนคาสิโน สแกมเมอร์ ใช้วิธีการ นั่งเครื่องไปพนมเปญ แล้วมาเล่นที่ ปอยเปต

ส่วน คณะกรรมการ GBC มี รมว.กห. เป็นประธาน มี ผบ.ทหารสูงสุด เป็น รองปธ. และ ผบ.ทบ.เป็น กรรมการ มีเจ้ากรมชายแดนทหาร เป็นเลขาฯ ในคณะมี รองแม่ทัพภาค 2 ที่จะเป็นแม่ทัพภาค 2 คนใหม่ ไปด้วย พร้อมตัวแทน สมช. และมหาดไทย

พลเอก ณัฐพล ยืนยันว่า ข้อตกลง GBC นั้น มิได้ทำโดยกลาโหม คนเดียว ผมไม่เคยไปก้าวก่ายยุ่งเกี่ยว เมื่อเขานำมาเสนอ จึงเห็นชอบ อีกทั้ง ผบ.กองกำลังเป็นผู้มีอำนาจ ในการอนุมัติ โดยได้มอบอำนาจให้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด มีอำนาจในการตกลงใจดำเนินการ ขอให้ฝ่ายความมั่นคง สบายใจได้ว่า ฝ่ายการเมือง ไม่ได้ทำตามลำพัง

ส่วนการที่ฝ่ายทหาร ทั้ง เสธ.ทหาร แม่ทัพภาค2 เสธ เบิร์ด คัดค้านเปิดด่าน นั้น พลเอก ณัฐพล กล่าวว่า ไม่ได้ทำให้ใจเสีย ไม่เลย เพราะเรื่องการเจรจา ก็ทำกันไป ส่วนที่ชายแดน ก็ต้องเตรียมพร้อม 

พอประชุมกลับมา ผมก็บอก พลเอกพนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. และ แม่ทัพภาค 2 ให้ระวัง

ส่วนการที่ เสธ ทหาร เตือนให้ เขมรถอนทหารก่อน ไม่ควรเปิดด่าน พลเอกณัฐพล กล่าวว่า ผมก็ระวังอยู่แล้ว และประเมินความจริงใจ เราต้องพร้อม หากเขมรไม่จริงใจ เราพร้อมปฏิบัติ

ส่วนการที่กองทัพภาค2 รายงานว่า ทหารเขมร เพิ่มเติมกำลัง นั้น ผมได้บอกให้ ผช.ทูตทหารไทย ประจำพนมเปญ ได้ตรวจสอบกับ คณะ IOT ที่กัมพูชา ชี้แจงว่า เป็นการสับเปลี่ยนกำลัง เราจึงแจ้งว่า เป็นการยั่วยุ สุ่มเสี่ยง และอาจเกิดความไม่เรียบร้อย

“ผมขอบคุณความเห็น ของประชาชน และฟังเสียงประชาชน และขอให้สบายใจว่า จะยังไม่มีการดำเนินการ ผมกราบขออภัย ที่ทำให้เกิดข่าวสาร ไม่ชัดเจน” พลเอกณัฐพล กล่าว

ทั้งนี้ เราต้องพิสูจน์ ความจริงใจของฝ่ายกัมพูชา จาก 4 ข้อ เพิ่งจะประเมินว่า ทำได้หรือไม่ จริงใจ หรือไม่ ทั้งการถอนอาวุธหนัก เช่น จรวด BM 21 และ PHL 03 ของกัมพูชา หากเขายอมถอน เรายืนยันว่า ประชาชนจะได้ปลอดภัย

เพราะหากเกิดการปะทะ ก็อาจยิงกันแค่ในระยะ 5-10 กม. แต่ไม่มีอาวุธยิงไกล 40-50 กม.หรือ 100 กม. ก็จะถือว่า เป็นสัญญาณดี

‘BBC’ จงใจใช้!! ‘Jonathan Head’ รายงานข่าวความขัดแย้ง ‘ไทย - กัมพูชา’ สะท้อน!! ความไม่เป็นกลาง โน้มเอียงเข้าข้าง ‘เขมร’ มากกว่าเล่าข้อเท็จจริง

ล่าสุด สำนักข่าว BBC แสดงให้เห็นถึงความไม่จริงใจอย่างที่สุดต่อประเทศไทย เมื่อเลือกใช้นักข่าวอย่าง Jonathan Head มานำเสนอข่าวความขัดแย้งไทย–กัมพูชา เพราะบุคคลผู้นี้ไม่ใช่คนแปลกหน้า หากแต่เป็นผู้ที่เคยก่อปัญหากับไทยมาแล้วหลายครั้ง โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวพันกับความมั่นคงของชาติ

เขาเคยถูกตั้งข้อกล่าวหาเรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพจากรายงานที่เกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์ไทย อันเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนทั้งประเทศ แม้คดีจะไม่ถึงขั้นพิพากษาลงโทษ แต่ก็ทำให้ภาพลักษณ์ของเขาเต็มไปด้วยข้อกังขาและความไม่ไว้วางใจในสายตาคนไทย นอกจากนี้ ยังมีการรายงานอีกหลายชิ้นที่โน้มเอียงและโจมตีประเทศไทยในเชิงลบ ทั้งการเมือง สิทธิมนุษยชน ไปจนถึงการตั้งคำถามต่อเสถียรภาพของรัฐไทยในสายตานานาชาติ

ต่อมา เขายังเคยถูกฟ้องในคดีหมิ่นประมาทและกฎหมายคอมพิวเตอร์ที่ภูเก็ตจากการทำรายงานเรื่องการฉ้อโกงอสังหาริมทรัพย์ คดีดังกล่าวทำให้เขาถูกยึดหนังสือเดินทางและถูกจำกัดเสรีภาพในการทำงาน แม้ท้ายที่สุดบางข้อหาจะถูกถอน แต่ก็ยิ่งตอกย้ำว่าเขาเป็นนักข่าวที่มักสร้างความขัดแย้งกับกฎหมายไทยอยู่เสมอ

เมื่อย้อนมามองถึงการรายงานล่าสุดเกี่ยวกับความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชา จึงแทบไม่ต้องสงสัยว่า ผลงานจะเอนเอียงไปในทิศทางที่เข้าข้างกัมพูชา มากกว่าที่จะสะท้อนข้อเท็จจริงอย่างเป็นกลาง พฤติกรรมเช่นนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่า BBC ไม่ได้ต้องการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา หากแต่จงใจทำลายประเทศไทยผ่านการใช้บุคคลที่มีประวัติสร้างปัญหากับชาติบ้านเมือง

แม่ทัพภาคที่ 2 ลั่น!! การเปิดด่านเป็นวิธีการสุดท้าย ขณะนี้สถานการณ์ยังตึงเครียด!! การเจรจายังไม่ลงตัว

เมื่อวานนี้ (12 ก.ย. 68) พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้ให้สัมภาษณ์ถึง กรณีการเปิดด่าน

ดร.พวงทอง โพสต์อธิบาย!! เปิดด่านเพื่อผลประโยชน์ของไทย แต่กลับถูก ‘ทัวร์ชาตินิยมไทย’ รุมประณาม!! อย่างรุนแรง

เมื่อวานนี้ (13 ก.ย. 68) ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุข้อความว่า โปรดเข้าใจเถิดว่าการเปิดจุดผ่านแดนไทย-กัมพูชาให้กับการขนส่งสินค้าระหว่างสองประเทศ เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของประเทศไทย

จากกรณีสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ได้ร้องขอให้รัฐบาลไทยเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา และอนุญาตให้มีการส่งสินค้าข้ามแดนได้ แต่กลับถูกทัวร์ชาตินิยมไทยรุมประณามอย่างรุนแรง เพราะเข้าใจว่าสินค้าจากไทยจะทำให้กัมพูชาเข้มแข็งขึ้น เพราะคนไทยเชื่อว่าเราต้องลงโทษกัมพูชาให้ย่อยยับทางเศรษฐกิจ และเชื่อว่าประเทศไทยจะไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย ... นี่เป็นความเชื่อที่ผิดทั้งสิ้น ดังนี้

1. สินค้าที่บริษัทญี่ปุ่นต้องการส่งข้ามแดนระหว่างไทย-กัมพูชา ไม่ใช่เครื่องอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวันของผู้คน แต่เป็นชิ้นส่วนอุตสาหกรรม ที่ผลิตในลักษณะ supply chain เช่น ประเทศหนึ่งผลิต และส่งไปประกอบในอีกประเทศหนึ่ง เป็นต้น ฉะนั้น หาก supply chain ถูก disrupt ประเทศที่เกี่ยวข้องล้วนได้รับผลกระทบด้วยกันทั้งหมด

2. สถานทูตญี่ปุ่นกล่าวว่าบริษัทญี่ปุ่นที่ได้รับผลกระทบจากการปิดด่านนี้ เข้ามาลงทุนในไทยและกัมพูชา ตามนโยบาย Thailand Plus ที่ริเริ่มตั้งแต่ปี 2562 หรือในยุครัฐบาลพลเอกประยุทธ์ นโยบายนี้มุ่งชักชวนให้นักลงทุนต่างชาติที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน ให้หันมาลงทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น โดยไทยมีไอเดียว่า บริษัทต่างชาติสามารถผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรมที่เน้นใช้แรงงานไร้ฝีมือในกัมพูชาได้ (เพราะค่าแรงขั้นต่ำของไทยสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน) แล้วส่งชิ้นส่วนเข้ามาประกอบในประเทศไทยได้ โดยได้รับการยกเว้นภาษี (ใช้ประโยชน์จากเขตการค้าเสรีของ AEC) ส่วนประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางการผลิตที่ใช้เทคโนโลยี่ชั้นสูง และรัฐบาลไทยยังจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อรองรับนักลงทุนต่างชาติ

3. เมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลไทยก็พานักลงทุนกว่า 20 ราย ไปทัวร์กัมพูชา ไปเยี่ยมชมเขตเศรษฐกิจพิเศษของกัมพูชา เพื่อหาทางจับคู่ทำการลงทุนตามแนวคิด Thailand Plus

4. การปิดด่านชายแดนจึงกระทบต่อภาคการผลิตของบริษัทต่างๆ ซึ่งเชื่อว่าบริษัทสัญชาติไทยก็ได้รับผลกระทบด้วย แต่พวกเขาไม่กล้าปริปาก เท่าที่ได้รับข้อมูลมา บริษัทญี่ปุ่นต้องเปลี่ยนไปใช้การขนส่งทางอากาศและทางเรือแทน ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเดือนละหลายร้อยล้านบาท คำถามคือ เขาไม่ได้เป็นคู่กรณีในความขัดแย้ง แต่เขาเข้ามาลงทุนด้วยความเชื่อว่ารัฐบาลไทยจะอำนวยความสะดวกให้เขาตามที่ได้ตกลงกันไว้ แต่รัฐบาลไทยกลับไม่สามารถอำนวยความสะดวกให้เขาได้ ด้วยเหตุผลเรื่องชาตินิยมและความเกลียดชังชาวเขมร

พวกเขาคงเข็ดกับประเทศไทย และในอนาคตอันใกล้ คงได้ข้อสรุปว่าประเทศไทยไม่สามารถสร้างมั่นใจให้นักธุรกิจต่างชาติได้เลย อินฟลูไม่กี่คนก็สามารถขัดขวางการค้าการลงทุนระหว่างประเทศได้

5. การปิดด่านย่อมทำให้การผลิตสินค้าอุตสาหกรรมในไทย ได้รับผลกระทบด้วยแน่นอน แม้ว่าสินค้านั้นจะเป็นของบริษัทญี่ปุ่น แต่รายได้จากการส่งออกนับเป็นรายได้ของประเทศไทยด้วย หุ้นส่วนก็เป็นคนไทย แรงงานก็เป็นคนไทย

6. ที่น่าสนใจคือ พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ ว่าที่รมต.กลาโหม ดูจะมีความเข้าใจปัญหานี้เป็นอย่างดี ท่านจึงเสนอให้เปิดด่าน ทั้งนี้ ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ท่านเป็นนายทหารที่สวมหมวกฝ่ายการเมืองด้วย จึงได้รับข้อมูลที่รอบด้านมากขึ้น แต่ที่น่าตกใจคือ ลูกน้องของท่าน มทภ.2 พลโทบุญสิน พาดกลาง ที่ใช้ชีวิตอยู่ที่ชายแดนเป็นส่วนใหญ่ (ยกเว้นขณะนี้ ที่กำลังเดินสายเลคเชอร์ในเมืองใหญ่) กลับเสนอความเห็นสวนทางแบบไม่เกรงใจผู้บังคับบัญชาเลย ... ท่านอาจจะมีความรู้เรื่องการรบดี แต่ท่านยังต้องทำความเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจสังคมการเมืองและการต่างประเทศเพิ่มเติมอีกมาก

7. ไทยส่งออกไปกัมพูชาเดือนละประมาณหมื่นล้านบาท จริงๆ แม้แต่การห้ามส่งสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำไปยังกัมพูชา ฝ่ายที่เจ็บตัวกว่าแน่ๆ คือฝ่ายไทย ทั้งเจ้าของโรงงานและแรงงานไทย ขณะที่สินค้าเหล่านี้ กัมพูชาสามารถหันไปซื้อจากเวียดนามและจีนได้ แถมราคาถูกกว่าด้วยซ้ำ เราจะต้องสูญเสียตลาดในกัมพูชาที่นักธุรกิจไทยใช้เวลาสร้างสมมากว่า 30 ปีอย่างนั้นหรือ? คนไทยอยู่กับการใช้อารมณ์ จนมองข้ามผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับตนเองในระยะยาวหรืออย่างไร?

‘กองกำลังบูรพา’ จับ!! สินค้าบริโภค เตรียมลักลอบ!! ข้ามแดน ‘นมผงเด็ก – น้ำตาล’ สะท้อน!! วิกฤตหิวโหย อีกฟากฝั่งชายแดน

(14 ก.ย. 68) กองกำลังบูรพา , หน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ ,ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 , กองพันทหารม้าที่ 30 และเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ ด่านกักกันสัตว์สระแก้ว ได้ร่วมกันลาดตระเวนในพื้นที่และตรวจพบสินค้าบริโภคจำนวนมากถูกซุกซ่อนอยู่ในไร่อ้อยบริเวณชายแดนบ้านหนองปรือ หมู่ 7 ตำบลผ่านศึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว

สินค้าที่พบประกอบด้วยนมผง, น้ำกระเทียมดอง, น้ำตาลกรวด และไส้ขม ซึ่งเป็นอาหารที่สำคัญต่อการดำรงชีวิต จากการตรวจสอบไม่พบผู้แสดงตนเป็นเจ้าของ คาดว่าสินค้าเหล่านี้ถูกนำมาซ่อนไว้เพื่อเตรียมลักลอบนำออกนอกประเทศไปยังกัมพูชา ซึ่งกำลังเผชิญกับวิกฤตขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรง การลักลอบนำอาหารออกนอกประเทศเช่นนี้จึงเป็นการซ้ำเติมวิกฤตดังกล่าวให้หนักยิ่งขึ้น

เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานงานกับด่านศุลกากรอรัญประเทศเพื่อตรวจสอบและนำสินค้าทั้งหมดไปดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top