Friday, 5 June 2026
ชายแดนไทยกัมพูชา

‘ผู้กองอะตอม’ ลั่น!! ไม่เคยใส่ ‘บิกินี - แต่งโป๊’ เผย!! ถูกมือดี ตัดต่อ ‘ภาพวาบหวิว’ ลงโซเชียล

(23 ส.ค. 68) ‘ผู้กองอะตอม’ ร้อยเอกหญิง ปวิชญา วลีสุขสันต์  ผู้ช่วยโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย และล่ามประจำคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (IOT) โพสต์ข้อความชี้แจงผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว@atompavichaya หลังมีผู้ไม่หวังดีนำภาพตัดต่อของเธอในลักษณะวาบหวิวเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ โดยระบุข้อความว่า...

“ขออนุญาตใช้พื้นที่นี้ชี้แจงนะคะ ภาพที่ปรากฏในสื่อโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นภาพใส่ชุดว่ายน้ำเอย ภาพอื่น ๆ เอย เป็นภาพตัดต่อทั้งหมดนะคะ ชีวิตนี้ยังไม่เคยใส่บิกินี่หรือแต่งตัววาบหวิวเลยค่ะ เพราะแม่ดุมาก หากเจอฝากรีพอร์ตด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ”

‘ผบ.ทบ.’ ตรวจ!! ฐานปฏิบัติการ 'ภูมะเขือ' ขอบคุณ!! กำลังพล ทุ่มเท สุดความสามารถ

(23 ส.ค. 68) พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก (ศปก.ทบ.) พร้อมพล.ท.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ รองเสนาธิการทหารบก พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 พล.ท.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ พล.ต.ธีรนันท์ นันทขว้าง ผู้บัญชาการหน่วยข่าวกรองทางทหาร ตรวจเยี่ยม และรับฟังบรรยายสรุปการปฏิบัติงานของ ฐานปฏิบัติการภูมะเขือ

โดยมีพลตรี สมภพ ภาระเวช ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี พร้อมด้วย ฝ่ายเสนาธิการกองกำลังสุรนารี, ผู้บังคับหน่วย และหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ให้การต้อนรับ และร่วมปฏิบัติภารกิจ

โดย ผู้บัญชาการทหารบก ได้รับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ และการปฏิบัติงาน ณ ฐานปฏิบัติการภูมะเขือกลาง พร้อมทั้งมอบ เครื่องอุปโภคบริโภค ให้กับกำลังพลที่ปรับหน้าที่อยู่ฐานปราการภูมะเขือ

โดยผู้บัญชาการทหารทัพบก ได้กล่าวขอบคุณกำลังพลทุกนายที่ทุ่มเทการปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ พร้อมขอให้ปฏิบัติภารกิจอย่างปลอดภัย จากนั้นได้เดินดูบริเวณฐานธุรการและพื้นที่ต่างๆ บนภูมะเขือ

เอกลักษณ์ของคนไทย ยืนตรงพร้อมเพรียงทุกครั้ง ที่เพลงชาติไทยดัง ตลาดนัด ไม้หลา ต.หินตก อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช

(24 ส.ค. 68) เวลา 08.00 น. ยืนตรงเคารพธงชาติพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในโลกที่เป็นเอกลักษณ์ ยืนตรงพร้อมกันทั่วประเทศ 

ตลาดนัด ไม้หลา ต.หินตก อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช

ภูมิใจที่ได้เกิด ‘เป็นคนไทย’   

สุดปลื้ม!! ทูตทหารสวีเดน-SAAB สวีเดน-ทัพฟ้าไทย เห็น ผ้าไทยลาย ‘แม่ย่านาง Gripen’

(24 ส.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Wassana Nanuam’ ด้โพสต์ข้อความ ระบุว่า ...

ทูตทหารสวีเดน-SAAB สวีเดน-ทัพฟ้าไทย สุดปลื้ม!! เห็น ผ้าไทยลาย "แม่ย่านาง Gripen" สะท้อนความรู้สึก ที่คนอิสาน มีต่อ ปฏิบัติการทางอากาศของ ทอ.ไทย  ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ผ่านมา ขณะ รมว.กต.- ผบ.ทอ. เตรียมร่วมพิธีเซ็นสัญญา  ซื้อGripen ฝูง2 ที่สวีเดน 25 สค.นี้ พร้อม Defence Offset Package ตอบแทนกลับคืนให้ไทย กว่า 1 แสนล้าน 

หลัง เพจกรุงเก่าของชาวสยาม และ คุณ Kamon Wan เผยแพร่ภาพผ้าไทยลาย เครื่องบินรบ กริพเพ่น  #Gripen ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรุงสตอกโฮล์ม สวีเดน ว่า ผู้ช่วยโทษฝ่ายทหารสวีเดนประจำประเทศไทย พันโท Anders Nikanorsson และ เจ้าหน้าที่ของ SAAB สวีเดน ได้เห็นแล้ว ปลื้มใจมาก ที่คนไทย มีความรู้สึกที่ดีกับเครื่องบิน Gripen  และ นับเป็นแนวคิดที่สร้างสรรค์ 

ทั้งนี้กองทัพอากาศ มีกำหนดที่จะลงนามในสัญญาจัดซื้อเครื่องบิน Gripen C/D กับ FMV และ SAAB สวีเดน ใน วันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม 2568 นี้  โดยพลอากาศเอกพันธ์ภักดี พัฒนกุล  ผบ.ทอ. โดยมีนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว. ต่างประเทศ ร่วมเป็นสักขีพยาน  เพราะเป็นการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ครั้งแรกที่ใช้นโยบายOffset Policy ของรัฐบาลอย่างเต็มรูปแบบ.  โดยสวีเดน มีโครงการตอบแทนชดเชยมูลค่าทางเศรษฐกิจกลับคืนให้ประเทศไทยกว่า 1 แสนล้านบาท  ในโครงการจัดซื้อเครื่องบิน1 ฝูงบิน  กว่า 6 หมื่นล้านบาท 

ขณะที่ ทอ. รายงานว่า แนวคิดนี้ เกิดขึ้นด้วยแรงบันดาลใจจาก เครื่องบินกริพเพน ที่มาร่วมพิทักษ์แผ่นดินไทย ชายแดนไทย-กัมพูชา และถูกถ่ายทอดลงบน ผ้าไหมสุรินทร์ อันเลื่องชื่อ

ผสาน “ความแข็งแกร่ง” ของนักรบกับ “ความงาม” แห่งภูมิปัญญาไทยได้อย่างทรงพลัง ภายใต้ Concept “แม่ย่านางกริพเพน” ศิลป์และศรัทธาได้รวมเป็นหนึ่ง ที่ไม่เพียงสะท้อนถึงความงดงามทางวัฒนธรรม แต่ยังประกาศถึง ความกล้าหาญและหัวใจนักสู้ของชนชาติไทย

นี่คือผลงานที่ย้ำเตือนว่า ไทยมิได้มีเพียงกำลังปกป้องผืนแผ่นดิน แต่ยังรักษารากเหง้าวัฒนธรรมอันงดงามไว้คู่กัน เพื่อบอกชัดแก่โลกว่า…เราคือประเทศไทยผู้สืบสานวัฒนธรรม ที่จะไม่มีวันให้ใครมาย่ำยี 

กองทัพอากาศขอบคุณกำลังใจจากประชาชนผ่านการรังสรรค์ผลงานบนลายผ้าไทย

ข้อมูล/ผลงาน จาก เพจกรุงเก่าของชาวสยาม และ คุณ Kamon Wan
 

นักวิชาการสหรัฐฯ ซัด!! 'ฮุนเซน' ชี้!! กำลังเล่น กับประชาคมโลก

(24 ส.ค. 68) นายเจคอบ ซิมส์ ( Jacob Sims) ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญากรรมข้ามชาติและสิทธิมนุษยชนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เขียนบทความแสดงความเห็นลงในเว็บไซต์เดอะดิโพลแมต ด้วยการพาดหัวบทความว่า ... 

"How Cambodia’s Hun Sen Is Playing the World and Buying Time" (นายฮุน เซนของกัมพูชากำลังเล่นกับประชาคมโลกและซื้อเวลาอย่างไร) การแสดงละครเกี่ยวกับความขัดแย้งบริเวณชายแดนและการแสวงหารางวัลสันติภาพของชายวัย 72 ปี มีเป้าหมายเพื่อเบี่ยงเบนการตรวจสอบรัฐบาลกัมพูชาที่ใช้การขู่กรรโชกทางเพศกับเด็กเป็นหนึ่งในการหาประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างชั่วร้าย 

'เจคอบ ซิมส์' กล่าวว่า กัมพูชาของนายฮุน เซนได้กลายเป็นผู้ดูแลเศรษฐกิจอาชญากรรมล่าเหยื่อที่สร้างรายได้มหาศาลให้แก่เครือข่ายอุปถัมป์ของชนชั้นนำ และชาวอเมริกันอาจกลายเป็นเป้าหมายหลักแล้วในขณะนี้ กัมพูชาเผชิญแรงกดดันมากขึ้นทั้งจากทั้งรัฐบาลสหรัฐและจีน การเล่นใหญ่ในประเด็นต่างๆ จึงทำหน้าที่เชิงยุทธศาสตร์เสริมเพื่อเบี่ยงเบน เตะถ่วง และลดความรับผิดของระบอบอาชญากรรมที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ซึ่งได้กลายเป็นยุทธศาสตร์ในการปกครองของพรรคประชาชนกัมพูชาหรือซีพีพี (CPP)

โดย'เจคอบ ซิมส์' อ้างผลการศึกษาใหม่ขององค์การยุติธรรมนานาชาติหรือไอเจเอ็ม (IJM) ที่พบรายงานการขู่กรรโชกทางเพศกับเด็กเกือบ 500 รายงานที่มีหลักฐานข้อมูลโยงใยกับศูนย์หลอกลวงทั้งหมด 40 แห่ง และมีรายงานเพิ่มเติม 18,000 รายงานที่มีที่อยู่ไอพีที่อาจเชื่อมโยงกับสถานที่เหล่านั้น พร้อมกับยกตัวอย่างชื่อสถานที่บางแห่งที่เป็นของนายลี ยงพัด สว.และนักธุรกิจที่กัมพูชาอ้างว่าตกเป็นเหยื่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนจากการถูกสหรัฐคว่ำบาตรเมื่อปีก่อน 

สิ่งนี้เป็นหลักฐานยืนยันว่า พรรคซีพีพี (CPP) ปล่อยให้ศูนย์หลอกลวงหาเงินให้แก่ผู้อุปถัมป์ และยังปล่อยให้มีการก่ออาชญากรรมกับเด็กด้วย ประเด็นหลังเป็นประเด็นที่สำคัญอย่างยิ่งต่อผู้กำหนดนโยบายในสหรัฐ เพราะเป็นการคุ้มครองเด็กจากการฉวยประโยชน์ที่ทำให้เยาวชนชาวอเมริกันเป็นโรคซึมเศร้าและตัดสินใจจบชีวิตตัวเองเป็นจำนวนมาก เตือนว่าเศรษฐกิจอาชญากรไซเบอร์ของกัมพูชาได้เข้าถึงครัวเรือนอเมริกันและระบบการเงินโลกด้วยขนาดและความรุนแรงมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน การหลอกลวงที่เรียกว่า 'เชือดหมู' มีแนวโน้มจะเป็นรูปแบบอาชญากรรมทางการเงินที่เกิดขึ้นกับชาวอเมริกันมากที่สุดในปีนี้ และว่า ธนาคารทุจริตของกัมพูชาและเทคโนโลยีได้ฟอกเงินจำนวนมหาศาลผ่านระบบการเงินของกัมพูชา

พร้อมกันนี้ 'เจคอบ ซิมส์' ทิ้งท้ายว่า เผด็จการทั่วโลกมักอาศัยการเบี่ยงเบนและซื้อเวลา ขณะเดียวกันการพึ่งพาอาชญากรรมหลากหลายอย่างมากเกินไปก็กลายเป็นจุดอ่อนได้เช่นกัน บทเรียนใหญ่ที่อาจได้จากกัมพูชาคือ ความรับผิดจะเกิดขึ้นได้เมื่อหลักฐานต่าง ๆ นำมาซึ่งการรวมตัวกันเป็นพันธมิตร ขณะนี้ดูเหมือนว่าระบอบชั่วร้ายกำลังอยู่เหนือทุกสิ่ง แต่จะถูกท้าทายได้หากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยยังคงมุ่งมั่น โดยมีข้อมูลสนับสนุน ร่วมมือกันในหลายภาคส่วน และเต็มใจเดินหน้าแม้เสี่ยงอันตราย เพื่อทำให้เครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้ไม่ได้รับการยกเว้นโทษจากผู้มีอำนาจอีกต่อไป

รัฐสภากัมพูชา แถลงอวย!! 'ฮุน เซน' ทิ้ง!! ใบปริญญาทั้งหมดที่ได้จากไทย

(24 ส.ค. 68) จากกรณีที่สมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาและอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ออกมาประกาศว่า ได้ทิ้งปริญญาบัตรดุษฎีกิตติมศักดิ์ทั้งหมดที่ได้รับจากมหาวิทยาลัยในไทย 3 แห่ง 

รัฐสภาแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ได้ออกแถลงการณ์ชื่นชม สมเด็จฮุน เซน ที่มีการตัดสินใจดังกล่าว โดยระบุว่า รัฐสภาแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาขอแสดงความสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อการตัดสินใจอันชาญฉลาดของ สมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ที่ได้สละปริญญากิตติมศักดิ์ทั้งหมดที่ได้รับจากมหาวิทยาลัยในประเทศไทย

การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซื่อสัตย์ ความรักชาติอย่างสูงสุด และความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ของสมเด็จ ฮุน เซน ในการปกป้องบูรณภาพแห่งดินแดน อธิปไตย เอกราช ผลประโยชน์หลักของชาติ และศักดิ์ศรีของกัมพูชาอย่างชัดเจน

รัฐสภาแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาขอย้ำว่า ศักดิ์ศรีของราชอาณาจักรกัมพูชาไม่อาจวัดได้ด้วยปริญญากิตติมศักดิ์ ความจริงและคุณธรรมมิได้อยู่ที่สัญลักษณ์จากสถาบันต่างประเทศ แต่อยู่ที่วีรกรรมอันกล้าหาญ การเสียสละตลอดชีวิต และความสำเร็จอันเป็นรูปธรรมนับไม่ถ้วนของสมเด็จ ฮุน เซน ในการนำสันติภาพ การพัฒนา ความเจริญรุ่งเรือง และความสามัคคีมาสู่กัมพูชาอย่างสมบูรณ์

สมเด็จ ฮุน เซน ยึดมั่นในคำขวัญที่ว่าที่ใดมีพลเมืองทุกข์ยาก ที่นั่นย่อมมีหน้าของสมเด็จเดโชฮุนเซนอยู่เสมอ ดังจะเห็นได้จากกรณีความขัดแย้งระหว่างกัมพูชาและไทย สมเด็จ ฮุน เซน ได้เสียสละกำลังกาย กำลังใจ และจิตวิญญาณ ทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อปกป้องบูรณภาพแห่งดินแดน อธิปไตย ผลประโยชน์ของชาติ และประชาชนชาวกัมพูชา

สมเด็จ ฮุน เซน เป็นวีรบุรุษของชาติ บิดาแห่งสันติภาพ ผู้นำประเทศ และประชาชนชาวกัมพูชาผู้โดดเด่น ผู้ซึ่งสละชีวิตเกือบทั้งชีวิต เสี่ยงชีวิตเพื่อยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานหลายทศวรรษ นำมาซึ่งสันติภาพอย่างสมบูรณ์และการพัฒนาที่ยั่งยืนและกลมกลืนในกัมพูชา

เกียรติยศ ชื่อเสียง และความสำเร็จของ สมเด็จ ฮุน เซน คือความจริงทางประวัติศาสตร์ที่ฝังลึกอยู่ในหัวใจของชาวกัมพูชาทุกยุคทุกสมัยตลอดไป รัฐสภากัมพูชาขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ผู้นำไทยทั้งทางการเมืองและการทหารยังคงแสดงท่าทีเป็นปฏิปักษ์ต่อผู้นำกัมพูชาและประชาชนกัมพูชาทั้งประเทศ

รัฐสภากัมพูชาขอประกาศอย่างเป็นทางการว่า การละเมิดบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชาตามแนวชายแดน อันเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่หลายฝ่ายพยายามไกล่เกลี่ย รวมถึงการจับกุมทหารกัมพูชา 18 นายโดยพลการและผิดกฎหมาย ซึ่งยังไม่ได้รับการปล่อยตัว และการแทรกแซงทางการเมืองเพื่อบิดเบือนความจริงและสร้างความสับสนให้กับประชาชน

“โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโจมตีผู้นำระดับสูงของกัมพูชา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สมเด็จ ฮุน เซน และ สมเด็จ ฮุน มาเนต ไม่ใช่วิธีที่ดีในการแก้ไขความขัดแย้งระหว่างกัมพูชาและไทย และนำไปสู่ความสัมพันธ์อันปกติและสันติภาพโดยสมบูรณ์ของทั้งสองประเทศ

ในทางตรงกันข้าม การกระทำเหล่านี้จะยิ่งทำให้ความขัดแย้งให้ยืดเยื้อออกไปอีก ซึ่งจะยังคงส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของกองทัพ กองกำลังติดอาวุธทุกประเภท และผู้บริสุทธิ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสตรีและเด็กหลายแสนคน รวมถึงเศรษฐกิจของชาติโดยรวม

รัฐสภาแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาขอเรียกร้องให้ประชาชนชาวกัมพูชาทุกคนร่วมแรงร่วมใจเป็นหนึ่งเดียวกันในการสนับสนุนรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต และประธานวุฒิสภา ฮุน เซน ตามพระราชกฤษฎีกาของพระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหมุนี เพื่อปกป้องบูรณภาพแห่งดินแดน อธิปไตย และเอกราชของชาติ และต่อต้านอย่างแข็งขันต่อความพยายามใด ๆ ที่จะทำลายเกียรติยศ ความสำเร็จ และมรดกของสมเด็จฮุน เซน

แม่ทัพภาคที่ 2 ลั่น!! ทหารไทยพร้อมยิงทันที หากกัมพูชารุกล้ำชายแดน–วางทุ่นระเบิดซ้ำ

(25 ส.ค. 68) พลโทบุญสิน พลาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยถึงการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ไทย–กัมพูชา ที่จะมีขึ้นวันที่ 27 สิงหาคมนี้ ที่ช่องสะงำ จังหวัดศรีสะเกษ ว่าจะหยิบยกประเด็นสำคัญมาหารือ ได้แก่ การเก็บกู้ทุ่นระเบิดร่วมกัน การรักษาอธิปไตย และการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องระหว่างสองประเทศ โดยไทยยืนยันว่าการเก็บกู้ทุ่นระเบิดต้องครอบคลุมทุกพื้นที่ตลอดแนวชายแดน ไม่ใช่เฉพาะพื้นที่ที่มีการปักปันชัดเจน

แม่ทัพภาคที่ 2 ระบุชัดว่า ไทยไม่รับข้อเสนอของกัมพูชาที่ให้รื้อรั้วลวดหนามแลกกับการเก็บกู้ทุ่นระเบิด เพราะรั้วดังกล่าวคือแนวตั้งกำลังของฝ่ายไทย พร้อมย้ำว่าหากกองกำลังของกัมพูชาล้ำแดนเข้ามา หรือซุ่มโจมตีด้วยการเคลื่อนที่เร็ว ทหารไทยจะตอบโต้ทันที รวมถึงการลอบวางทุ่นระเบิดที่ยังพบอยู่ในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นการละเมิดอธิปไตยของไทย

พลโทบุญสิน ยังระบุถึงปัญหาข้อมูลที่ถูกบิดเบือนจากโฆษกกลาโหมกัมพูชา โดยยืนยันว่าไทยมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจน และได้เชิญคณะทูตและผู้ช่วยทูตทางทหารลงพื้นที่เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง ส่วนการประชุม RBC, GBC และ JBC จะสำเร็จหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับนโยบายจากผู้นำกัมพูชาเป็นหลัก เพราะหน่วยปฏิบัติระดับพื้นที่ไม่สามารถตัดสินใจเองได้

สำหรับสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา พลโทบุญสิน ย้ำว่า ไทยพร้อมรับมือในทุกกรณี ไม่ว่าฝ่ายกัมพูชาจะดำเนินนโยบายในทิศทางใด โดยกองทัพไทยยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศ และเชื่อมั่นว่าประชาชนเข้าใจในความจริงใจและความเสียสละของกองทัพ

‘กัมพูชา’ ส่งหนังสือค้าน ‘ไทย’ ออกโฉนดให้ชาวบ้านหนองจาน จ.สระแก้ว ชี้ JBC ยังไม่ตัดสิน!! เชื่อพื้นที่ดังกล่าวเป็นของคนเขมร จ.บันทายมีชัย

(26 ส.ค. 68) สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชายังตึงเครียด เมื่อมีรายงานว่านายอุม เรียตรีย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบันทายมีชัย กัมพูชา ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว แสดงความกังวลต่อคำแถลงผ่านสื่อไทยเรื่องการออกโฉนดที่ดินให้แก่พลเมืองไทยในพื้นที่บ้านหนองจาน อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว โดยย้ำว่าหากกระทบพื้นที่ที่คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ยังไม่ได้ตกลง หรือมีชาวกัมพูชาครอบครองอยู่ กัมพูชาขอคัดค้านอย่างชัดเจน

ฝ่ายกัมพูชาระบุว่า การดำเนินการใดๆ ที่ส่งผลต่อพื้นที่พิพาทอาจละเมิดเจตนารมณ์บันทึกความเข้าใจปี 2000 และบั่นทอนการเจรจาเขตแดนร่วม พร้อมขอให้ไทยระมัดระวังเพื่อหลีกเลี่ยงความตึงเครียดและรักษาความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนบ้าน

ด้านสำนักข่าว Kampuchea Thmey Daily รายงานโดยอ้างคำพูดของนายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ว่าพื้นที่บ้านหนองจานเป็นเขตป่าไม้ ไม่มีเอกสารสิทธิ สื่อกัมพูชาจึงตีความว่าไทยไม่มีสิทธิอ้างกรรมสิทธิ์ และถือว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นของกัมพูชา ทำให้ชาวบ้านกัมพูชาบางส่วนโกรธแค้น และกดดันจนผู้ว่าฯ ปริญญาต้องออกมาขอโทษ โดยอ้างว่าเกิดจากความเข้าใจผิด

สื่อกัมพูชายังอ้างว่า พื้นที่ดังกล่าวคือหมู่บ้านเปรยจัน จังหวัดบันทายมีชัย ซึ่งปัจจุบันทหารไทยได้นำลวดหนามและสิ่งกีดขวางมาตั้งแนวเขต ทำให้คณะกรรมาธิการชายแดนร่วมของกัมพูชาส่งคำคัดค้านอย่างเป็นทางการ พร้อมกล่าวหาว่าการกระทำดังกล่าวทำลายบรรยากาศความไว้วางใจ และเรียกร้องให้ไทยปฏิบัติตามข้อตกลงทวิภาคีอย่างเคร่งครัดอีกครั้ง

‘กลุ่มเสรีเกษตรศาสตร์’ ติดป้ายรูปกุ้งใส่ชุดทหารทำมินิฮาร์ท แซะ!! ‘แม่ทัพภาคที่ 2’ ก่อนเป็นวิทยากรที่ ม.เกษตรศาสตร์

เมื่อวันที่ (25 ส.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก “เสรีเกษตรศาสตร์” เผยภาพใบปลิวรูปกุ้งใส่ชุดทหารทำมินิฮาร์ท พร้อมข้อความเสียดสีว่า “ลูกน้องเจ็บตายคาชายแดน แม่ทัพโชว์แมนหาแสงส่อง” โดยมีการนำไปติดตามป้ายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน

เพจดังกล่าวยังโพสต์ข้อความเชิงกวีว่า “หากฉันเป็นนกจะร้องขับขาน กล่อมดวงวิญญาณผู้กระหายสงคราม สันติภาพจะไม่สามารถเบ่งบานได้จากปลายกระบอกปืน” ซึ่งสะท้อนถึงการวิพากษ์วิจารณ์ท่าทีทางการทหารและการแก้ปัญหาความขัดแย้งชายแดนด้วยกำลัง

ทั้งนี้ ในวันเดียวกัน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน ได้เชิญ พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 มาบรรยายพิเศษในหัวข้อ “เรื่องจริงจากชายแดน” เวลา 13.00–14.30 น. ณ ห้องประชุมสุธรรม อารีกุล ชั้น 1 อาคารสารนิเทศ 50 ปี 

‘นายพลเบิร์ด-เสนาธิการทหาร’ ลงพื้นที่ชายแดนสระแก้ว พบชาวกัมพูชาสร้างบ้านล้ำเขตแดนไทย 18 หลังคาเรือน

(26 ส.ค. 68) พลเอกมนัส จันดี เสนาธิการทหาร พร้อมคณะนายทหารระดับสูง รวมถึง ‘เสธ.เบิร์ด’ พลตรี วันชนะ สวัสดี ลงพื้นที่ตรวจสอบชายแดนไทย-กัมพูชา ณ จุดตรวจ ส.34 บ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว เพื่อติดตามสถานการณ์การรุกล้ำพื้นที่

การตรวจสอบพบว่า มีบ้านเรือนของชาวกัมพูชา 18 หลังคาเรือน สร้างรุกล้ำเข้ามาในเขตแดนไทยอย่างชัดเจน ข้อมูลดังกล่าวจะถูกนำเสนอในที่ประชุม คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) เพื่อให้กัมพูชาดำเนินการแก้ไข พันโทวันชนะย้ำว่าเขตแดนปัจจุบันเป็นไปตาม MOU 43 และทหารไทยมีสิทธิ์ปกป้องอธิปไตยอย่างถูกต้องตามหลักมนุษยธรรม

โดยระหว่างลงพื้นที่ คณะสังเกตพบกลุ่มมวลชนชาวกัมพูชา รวมถึงเด็กและกลุ่มเปราะบาง ถือป้ายประท้วงเรียกร้องให้ไทยรื้อถอนแนวลวดหนาม พันโทวันชนะชี้ว่า ประชาชนกลุ่มนี้อาจไม่ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับแนวเขตแดน และเป็นหน้าที่ของรัฐบาลกัมพูชาที่ต้องสื่อสารให้ชัดเจน

ทั้งนี้ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ทางคณะของเสนาธิการทหารมีกำหนดเดินทางไปตรวจสอบ พื้นที่บ้านหนองจาน อีกหนึ่งจุดที่ยังมีความตึงเครียด เพื่อประเมินสถานการณ์โดยรวมและรวบรวมข้อมูลสำหรับการประชุม JBC ต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top