Saturday, 4 July 2026
WORLD

‘อินเดีย’ กลับมาเปิดเที่ยวบินตรงสู่จีนอีกครั้ง พร้อมให้บริการเส้นทาง ‘โกลกาตา–กว่างโจว’ ช่วยกระชับสัมพันธ์–หนุนเศรษฐกิจสองประเทศ หลังระงับไปกว่า 5 ปี ตั้งแต่ช่วงโควิด-19 กระหน่ำ

(27 ต.ค. 68) เจ้าหน้าที่ทางการอินเดียเปิดเผยว่าอินเดียกลับมาเปิดเที่ยวบินตรงสู่แผ่นดินใหญ่ของจีนอีกครั้งเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 26 ต.ค. ที่ผ่านมา หลังระงับไปนานกว่า 5 ปี โดยกลับมาเริ่มให้บริการที่ท่าอากาศยานนานาชาติเนตาชี สุภาษ จันทระ โพส ในเมืองโกลกาตา รัฐเบงกอลตะวันตก ซึ่งมีเที่ยวบินมุ่งหน้าไปยังเมืองกว่างโจว มณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ทางตอนใต้ของจีน

ทางท่าอากาศยานฯ รายงานว่าเที่ยวบินดังกล่าวหมายเลข 6อี1703 (6E1703) ให้บริการโดยสายการบินอินดิโก (IndiGo) มีผู้โดยสารเดินทาง 176 คน 

โดยในช่วงก่อนหน้านี้ช่วงเดือนตุลาคม ปีเตอร์ เอลเบอร์ส (Pieter Elbers) ซีอีโอของอินดิโก เปิดเผยว่า การกลับมาเปิดเที่ยวบินตรงครั้งนี้จะช่วยให้การเดินทางของผู้คน สินค้า และแนวคิดเป็นไปอย่างราบรื่น พร้อมทั้งกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก และมีเศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ เที่ยวบินตรงระหว่างอินเดียกับแผ่นดินใหญ่ของจีนเคยเปิดให้บริการจนถึงช่วงต้นปี 2020 ก่อนจะถูกระงับเนื่องจากการแพร่ระบาดใหญ่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19)

 

‘ฟีฟ่า’ ลดธงชาติไทย และธงทุกสมาพันธ์ ลงครึ่งเสา เพื่อร่วมอาลัยต่อการสวรรคตของ ‘สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’

(27 ต.ค. 68) สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) แจ้งต่อ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ถึงการร่วมแสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยการลดธงชาติไทย รวมถึงธงของสหพันธ์ของทุกทวีปลงครึ่งเสา ณ สำนักงานใหญ่ของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ณ เมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ส่งหนังสือแจ้งต่อ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) และ สมาคมสมาชิกทั้ง 211 ประเทศ ถึงการเสด็จสวรรคตของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 ก่อนที่ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) จะร่วมแสดงความอาลัย ต่อเหตุการณ์โศกเศร้าครั้งนี้ ของประเทศไทย และ ของปวงชนชาวไทย ด้วยการลดธงชาติไทย และ ธงของทั้ง 6 สหพันธ์ลงครึ่งเสา 

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ นำโดย “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ และ คณะผู้บริหารทั้งหมด ขอขอบคุณ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ด้วยใจจริง ที่นำโดย จานนี อินฟานติโน (Gianni Infantino) ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ต่อการแสดงออกถึงความอาลัยจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกันนี้ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ยังขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ พร้อมยกย่องพระราชกรณียกิจ ส่งเสริมมิตรภาพจีน–ไทย ยั่งยืน

เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 68 สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ส่งสาส์นแสดงความเสียใจไปยังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต่อการสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในนามของรัฐบาลจีนและประชาชนชาวจีน ประธานาธิบดีแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อราชวงศ์ รัฐบาล และประชาชนชาวไทย

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงกล่าวว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นที่เคารพรักอย่างสูงยิ่งในหมู่ราชวงศ์และประชาชนชาวไทย พระองค์ทรงส่งเสริมมิตรภาพจีน-ไทยอย่างแข็งขัน และเสด็จฯ เยือนจีนในพระนามพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีคุณูปการอันใหญ่หลวงในการส่งเสริมมิตรภาพ “จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” เราจะรำลึกถึงพระองค์ตลอดไป

 

ตร.แดนน้ำหอม จับ 2 ผู้ต้องหา ปล้นเพชรในพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ฝรั่งเศส ขณะหนีขึ้นเครื่องไปแอลจีเรียและมาลี มูลค่าความเสียหายทะลุ 3,700 ล้าน

(27 ต.ค. 68) ตำรวจฝรั่งเศสจับกุมผู้ต้องสงสัย 2 ราย จากคดีปล้นอัญมณีครั้งใหญ่ในพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ กรุงปารีส หลังทั้งคู่พยายามหลบหนีออกนอกประเทศ โดยรายแรกถูกจับที่สนามบินชาร์ล เดอ โกล ขณะเตรียมขึ้นเครื่องไปแอลจีเรีย ส่วนอีกรายถูกควบคุมตัวก่อนเดินทางไปมาลีในแอฟริกาตะวันตก เจ้าหน้าที่ระบุว่าทั้งคู่เป็นชาวฝรั่งเศสเชื้อสายแอฟริกันจากย่านแซ็ง-แซ็ง-เดอนี และเคยมีประวัติคดีลักทรัพย์มาก่อน

การจับกุมเกิดขึ้นหลังเจ้าหน้าที่ตรวจพบดีเอ็นเอจากหมวกกันน็อกที่ถูกทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุ ตรงกับหนึ่งในผู้ต้องสงสัย ทำให้ตำรวจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวและออกหมายจับได้ทันก่อนหลบหนี โดยทั้งสองเชื่อว่ามีส่วนร่วมโดยตรงกับเหตุปล้นเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ซึ่งคนร้ายบุกเข้าไปในห้องแสดง “Apollo Gallery” ของพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ และขโมยเครื่องเพชรพลอยรวม 8 ชิ้น รวมถึงมงกุฎที่ประดับเพชรและอัญมณีกว่า 1,000 เม็ด

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างการตามล่าผู้ร่วมก่อเหตุอีก 2 ราย และตรวจสอบว่ามี “คนใน” ของพิพิธภัณฑ์มีส่วนช่วยเหลือหรือไม่ โดยอัญมณีที่ถูกขโมยไปนั้นมีมูลค่ารวมราว 102 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,700 ล้านบาท) ซึ่งรวมถึงเครื่องประดับของ นโปเลียน โบนาปาร์ต (Napoléon Bonaparte) จักรพรรดิองค์แรกของฝรั่งเศส

ด้าน รัฐมนตรีมหาดไทยฝรั่งเศส โลรองต์ นูนเญซ (Laurent Nuñez) กล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่ผู้สืบสวนที่สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้สำเร็จ พร้อมย้ำว่าการสอบสวนจะดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น เพื่อจับตัวผู้หลบหนีและติดตามของกลางกลับคืน โดยระบุว่า “เราจะไม่หยุดจนกว่าจะได้ทุกอย่างกลับมา — ทั้งผู้ร้ายและมรดกทางประวัติศาสตร์ของชาติ”

‘ฮุน เซน’ เคลื่อนไหวทันที หลังดีลสันติภาพไทย–กัมพูชา โพสต์ยกย่องลูกชาย ‘ฮุน มาเนต’ ใช้กลยุทธ์ ‘เงียบแต่ไม่เฉย’ สู่สันติ

(27 ต.ค. 68) หลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย และนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ลงนามใน “ถ้อยแถลงสันติภาพไทย–กัมพูชา” ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม โดยมีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ และนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน เป็นสักขีพยาน โดยล่าสุด สมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีและประธานวุฒิสภากัมพูชา ก็ออกมาเคลื่อนไหวทันทีผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวแบบทันที

ฮุน เซน โพสต์ข้อความพร้อมภาพ ระบุว่า นี่คือผลลัพธ์จาก “กลยุทธ์เงียบแต่ไม่อยู่นิ่งเฉย” ของลูกชาย ฮุน มาเนต ซึ่งนำไปสู่การลงนามข้อตกลงสันติภาพระหว่างสองประเทศ ภายใต้การอำนวยความสะดวกของผู้นำมาเลเซียและสหรัฐฯ พร้อมย้ำว่า “การรักษาสันติภาพทั้งภายในประเทศและกับประเทศเพื่อนบ้าน คือภารกิจสูงสุดของเรา”

ก่อนหน้านี้ ฮุน เซน เคยกล่าวในพิธีเปิดสนามบินเตโชเมื่อ 20 ตุลาคม ตอบโต้เสียงวิจารณ์ที่มองว่ารัฐบาลกัมพูชานิ่งเฉยต่อปัญหาชายแดน โดยยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้อยู่นิ่ง แต่ดำเนินการอย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งลุกลาม พร้อมใช้กลไกทางกฎหมายและช่องทางสันติในการแก้ปัญหา

ขณะที่ สำนักข่าว Kampuchea Thmey Daily รายงานว่า กลยุทธ์ “เงียบแต่ไม่เฉย” ของฮุน มาเนต ได้พิสูจน์ผลสำเร็จ ผ่านการสร้างความร่วมมือกับไทยจนเกิดข้อตกลงสันติภาพครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากทั้งสหรัฐฯ และมาเลเซีย ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของความสัมพันธ์สองชาติในรอบหลายทศวรรษ

พบ!! โควิดสายพันธุ์ใหม่ ‘Stratus’ ระบาด!! ในอังกฤษ อาการ ‘เจ็บคอ–เพลีย’ แพทย์ย้ำ!! อย่าตื่นตระหนก

(26 ต.ค. 68) ช่วงนี้ถ้าใครรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว เจ็บคอ หรือไม่สบายเล็กน้อย อาจเป็นอาการจากโควิดสายพันธุ์ใหม่ชื่อ “XFG” หรือ “Stratus” ซึ่งกำลังแพร่กระจายอยู่หลายพื้นที่ในสหราชอาณาจักร  

แพทย์ยืนยันว่า

 สายพันธุ์นี้ ไม่ได้รุนแรงกว่าสายพันธุ์ก่อนหน้า
แต่มีการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมเล็กน้อย
ทำให้ ติดง่ายขึ้นเล็กน้อย และมีอาการต่างจากเดิม เช่น
เจ็บคอ / คอแห้ง
รู้สึกเพลียหรือป่วย ๆ แต่ไม่มีไข้สูง

ยังไม่มีหลักฐานว่าสายพันธุ์ Stratus ทำให้เกิดอาการรุนแรงหรือเสียชีวิตมากขึ้น
แต่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ระวังสุขภาพช่วงอากาศเปลี่ยน — โดยเฉพาะผู้สูงอายุและคนภูมิต่ำ

 สรุปสั้น:
> โควิดสายพันธุ์ “Stratus” ระบาดใน UK
อาการหลัก: เจ็บคอ–เพลีย แต่ไม่รุนแรง
แพทย์ย้ำ ยังไม่ต้องตื่นตระหนก แค่ดูแลสุขภาพและสวมหน้ากากในที่แออัด

ย้อนดู!! ‘อังกฤษ’ เข้าสู่ช่วง!! ไว้อาลัยแห่งชาติ หลัง!! ควีนเอลิซาเบธที่ 2 เสด็จสวรรคต ลดความรื่นเริง พร้อมเพรียงกันทั้งประเทศ แม้รัฐไม่ได้ห้าม แต่ทุกคนก็ให้ความร่วมมือ

(25 ต.ค. 68) เมื่ออังกฤษหยุดความรื่นเริง หลังสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เสด็จสวรรคต

เวลาจะเทียบอะไรกับต่างประเทศ ควรดูบริบทและเทียบให้หมด อย่าเทียบเฉพาะที่ตัวเองถูกใจ

หลังจากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เสด็จสวรรคตในเดือนกันยายน ปี 2022 อังกฤษก็เข้าสู่ช่วง “ไว้อาลัยแห่งชาติ” (National Mourning) ซึ่งเป็นช่วงที่ทั้งประเทศร่วมกันแสดงความอาลัยต่อพระองค์

ในช่วงนั้น หลายกิจกรรมที่เป็นความบันเทิงหรือรื่นเริงต่าง ๆ ก็ถูก ยกเลิกหรือเลื่อนออกไป เพื่อให้เหมาะกับบรรยากาศ เช่น ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกและ EFL หยุดแข่งทั้งสุดสัปดาห์ เทศกาลดนตรีใหญ่ ๆ อย่าง BBC Proms ก็ยกเลิกการแสดงสองวันสุดท้าย งานประกาศรางวัลดนตรี Mercury Prize ถูกเลื่อนไปก่อน แม้แต่ การนัดหยุดงานของสหภาพแรงงาน ยังขอหยุดไว้ชั่วคราว

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอังกฤษไม่ได้สั่งบังคับให้ทุกคนต้องยกเลิกกิจกรรมหรือปิดสถานที่

เค้าให้เป็น เรื่องของแต่ละองค์กรว่าจะทำตามหรือไม่ เพราะบางที่ก็ยังเปิดบริการต่อ แต่โดยรวมแล้วส่วนใหญ่เลือก “ลดความรื่นเริงลง” เพื่อแสดงความเคารพ

ถ้าเทียบกับประเทศไทย เราเองก็คงไม่แปลก เพราะเวลาเกิดเหตุการณ์สูญเสียของพระมหากษัตริย์หรือพระบรมวงศ์ชั้นสูง เราก็มักจะเห็นบรรยากาศคล้าย ๆ กัน 

กิจกรรมบันเทิงงดออกอากาศ คอนเสิร์ตเลื่อนถ่าย รัฐบาลและเอกชนช่วยกันรักษาความสงบและความเหมาะสม

มันเป็นประเพณีของประเทศ ที่ปฏิบัติมาช้านาน ก่อนบรรพบุรุษของใครจะย้ายมา แล้วอยากจะมาเปลี่ยนตามใจชอบ มันคงไม่ได้ ทุกวันนี้สถาบันปรับตัวตามยุคสมัยมากแล้ว ทุกอย่างควรมีขอบเขต!!

คดีฆาตกรรม!! ซีอีโอ UnitedHealthcare ผู้ต้องสงสัยอาจโดน!! ‘โทษประหาร’ เหตุแค้น!! ระบบประกันสุขภาพสหรัฐฯ เผย!! ระบบสุขภาพไทย ดีกว่า สหรัฐอเมริกา

(25 ต.ค. 68) คดีการสังหาร ไบรอัน ทอมป์สัน ซีอีโอของบริษัทประกันสุขภาพยักษ์ใหญ่ UnitedHealthcare ที่นครนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2024 ได้ทวีความตึงเครียดขึ้น 

เมื่อมีรายงานว่า ลุยจิ แมงจิโอนี ผู้ต้องสงสัยหลัก อาจเผชิญกับ โทษประหารชีวิต

คดีนี้เป็นที่จับตาของทั่วโลก ไม่เพียงเพราะเกี่ยวข้องกับการใช้ความรุนแรงต่อผู้นำธุรกิจ แต่ยังเป็นเพราะแรงจูงใจที่ถูกระบุว่าเชื่อมโยงกับการต่อต้านระบบประกันสุขภาพของสหรัฐฯ ซึ่งถูกตอกย้ำด้วยประสบการณ์ส่วนตัวของผู้ต้องหาขณะเดินทางในประเทศไทยโดยการถูกทำร้ายต้องเข้ารักษาตัวในไทยถูกอ้างเป็นแรงจูงใจ

จากรายงานของ The New York Times, Fox News เผยว่า Mangione ได้แชร์ข้อความทาง WhatsApp กับเพื่อน โดยเล่าว่าเขาเคยถูก ladyboys 7 คน ทำร้ายร่างกายที่กรุงเทพฯ พร้อมแนบรูปแขนมีรอยข่วน เมื่อเดือนมีนาคม 2024

เหตุการณ์นี้ทำให้เขามีประสบการณ์ในระบบสุขภาพไทย โดยเขาเปรียบเทียบว่า ค่า MRI ในประเทศไทยถูกมาก เมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งทำให้เกิดทัศนคติเชิงลบอย่างรุนแรงต่อระบบประกันสุขภาพอเมริกันที่แสวงหากำไรเหนือชีวิตผู้คน

อย่างไรก็ตาม Fox News รายงานว่า เหตุการณ์นั้น เป็นแค่เรื่องที่เขาเล่าในแชต หรือเป็นส่วนให้คิดก่อเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กำลังตรวจสอบ
การสังหารซีอีโอและการจับกุม

ไบรอัน ทอมป์สัน ซีอีโอ UnitedHealthcare ถูกยิงเสียชีวิตด้วยปืนพก 9 มม. ติดที่เก็บเสียง กลางย่าน Midtown Manhattan ขณะกำลังไปร่วมการประชุมนักลงทุน

แมงจิโอนี ถูกจับกุมในอีก 5 วันต่อมา (9 ธันวาคม 2024) ที่ร้าน McDonald’s ใน Altoona รัฐเพนซิลเวเนีย

แรงจูงใจและข้อหา
แมงจิโอนี ถูกตั้งข้อหาฆาตกรรม การครอบครองอาวุธ โดยการติดตามเหยื่อ โดยตำรวจพบเอกสารที่ แมงจิโอนี เขียนด้วยลายมือ 262 คำ ซึ่งวิพากษ์วิจารณ์อุตสาหกรรมประกันสุขภาพของสหรัฐฯ อย่างรุนแรง และระบุว่าการสังหาร Thompson เป็น “สัญลักษณ์” ที่มีเป้าหมายเพื่อจุดประกายให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อระบบสุขภาพในสหรัฐ

ลุ้นระทึก! โทษประหารชีวิตจากรัฐบาลกลาง

ปัจจุบันแมงจิโอนี ยังคงถูกคุมขัง และปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา อย่างไรก็ตาม คดีนี้ได้เข้าสู่การพิจารณาในระดับรัฐบาลกลาง ซึ่งทำให้มีความเป็นไปได้ที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) จะเรียกร้องให้ศาลพิจารณา โทษประหารชีวิต (Death Penalty) ซึ่งเป็นโทษสูงสุดตามกฎหมายของรัฐบาลกลางสำหรับอาชญากรรมบางประเภท การตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับโทษนี้จะขึ้นอยู่กับการดำเนินคดีในศาลและพยานหลักฐานที่นำเสนอต่อไป

ยาทั่วสหรัฐฯ พึ่ง ‘จีน’ เกือบหมด วัตถุดิบสำคัญในยา 700 ชนิด สาร!! ‘อะม็อกซีซิลลิน’ ผลิตจาก ‘จีน’ เพียงประเทศเดียว

(25 ต.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า …

มียา #สหรัฐฯ เกือบ 700 ชนิด ที่ต้องพึ่งพาส่วนผสม (ingredients) ซึ่งมาจากจีนเพียงประเทศเดียว

จีนเป็นผู้ผลิต สารออกฤทธิ์ทางเภสัชกรรม (Active Pharmaceutical Ingredients - API) สำหรับทุกอย่าง ตั้งแต่ยาปฏิชีวนะราคาถูก ไปจนถึงยาชีวิตสำคัญ (life-saving generics)

โดยเฉพาะ สารเคมี 4 ชนิดที่จำเป็นในการผลิตยาอะม็อกซีซิลลิน (amoxicillin) — ทั้งหมดผลิตในประเทศจีน

สำหรับ API หรือ สารออกฤทธิ์ทางเภสัชกรรม หมายถึง สารสำคัญที่ให้ผลทางการรักษาในยา — เป็นส่วนประกอบหลักของยาที่ทำให้ยาออกฤทธิ์ทางชีวภาพในร่างกาย

พูดง่าย ๆ คือ API คือ 'หัวใจ' ของยา เพราะมันคือสารที่ทำให้ยานั้นมีผลต่อโรคหรืออาการที่รักษา

ตัวอย่าง
• พาราเซตามอล (Paracetamol) → API ในยาแก้ปวดลดไข้ เช่น Tylenol หรือ Panadol
• อีบูโพรเฟน (Ibuprofen) → API ในยาแก้อักเสบลดปวด เช่น Nurofen
• อะม็อกซีซิลลิน (Amoxicillin) → API ในยาปฏิชีวนะ
 ส่วนประกอบอื่น ๆ ของยา (นอกจาก API)
นอกจากสารออกฤทธิ์ (API) ยายังมีส่วนประกอบที่เรียกว่า Excipient ได้แก่
• สารเติมแต่ง (Fillers)
• สารช่วยแตกตัว (Disintegrants)
• สารยึดเกาะ (Binders)
• สารเคลือบเม็ดยา ฯลฯ
ซึ่งสารเหล่านี้ไม่มีฤทธิ์ทางการรักษา แต่ช่วยให้ตัวยาเสถียร เก็บได้นาน และกินง่ายขึ้น

การผลิต API
API สามารถผลิตได้ 2 รูปแบบหลัก:
1. Chemical synthesis – สังเคราะห์ทางเคมี (เช่น ยาแก้ปวดทั่วไป)
2. Biotechnological process – ผลิตโดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพ (เช่น วัคซีน หรืออินซูลินจากจุลชีพ)
สำหรับ “4 สารประกอบหลักที่ใช้ในการผลิตอะม็อกซีซิลลิน (Amoxicillin)” คืออะไร และแต่ละตัวมีบทบาทอย่างไรในกระบวนการผลิตยา
ภาพรวมของการผลิต Amoxicillin
อะม็อกซีซิลลิน (Amoxicillin) เป็นยาปฏิชีวนะในกลุ่ม β-lactam (เบต้าแลคแทม) ซึ่งเป็นอนุพันธ์ของ Penicillin (เพนิซิลลิน)
การผลิตเริ่มจากสารตั้งต้นที่มาจากจุลชีพ (เช่น Penicillium chrysogenum) แล้วผ่านกระบวนการทางเคมีและเอนไซม์ เพื่อให้ได้ตัวยาสำเร็จรูป

สารประกอบหลัก 4 ชนิด
1.) 6-APA (6-Aminopenicillanic acid)
2.) p-Hydroxyphenylglycine (p-HPG)
3.) Phenylglycine chloride hydrochloride (PGCl·HCl)
และ 4.) Penicillin G (Benzylpenicillin)
 ทำไมถึงบอกว่า “all Chinese” ?
เพราะว่าในตลาดโลก:
• โรงงานผลิต 6-APA, p-HPG และ intermediates ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศจีน
• จีนเป็นผู้ผลิตและส่งออก KSMs สำหรับยาปฏิชีวนะกว่า 70–80% ของตลาดโลก
ดังนั้นจึงมักพูดว่า

“The 4 compounds needed to make amoxicillin are all Chinese.”
หมายถึง “วัตถุดิบหลักทั้งหมดสำหรับผลิตอะม็อกซีซิลลินมาจากจีน”

‘หม่องชิตตู่’ เรียกประชุม!! ฉุกเฉิน จุดไฟ!! สงครามชายแดน เตรียมเปิดศึกเต็มรูปแบบ กับกองทัพเมียนมา

มีข่าวด่วนมาว่า หม่องชิตตู่ เลขาธิการ กองกำลัง BGF และผู้บัญชาการกองกำลัง KNA  ได้มีการเชิญผู้แทนกลุ่มกะเหรี่ยงพันธมิตร 4 กลุ่ม ได้แก่ กองกำลัง BGF/KNA กองกำลัง KNLA กลุ่ม KNU, และกองกำลัง DKBA รวมถึงกลุ่ม KKO และ กองกำลัง KNLA-PC เข้าร่วมประชุมวาระฉุกเฉิน ที่ห้องประชุมหน่วยฝึกทหารใหม่ ค่ายจ่าอินตะกอ ในรัฐกะเหรี่ยง เช้าวันนี้ (25 ตุลาคม 2568) โดยให้เหตุผลว่าจะเปิดสงครามเต็มรูปแบบกับกองทัพเมียนมาเพื่อทวงคืนประชาธิปไตยให้แก่คนกะเหรี่ยง

แต่เอย่าได้ข่าวมาอีกอย่างว่าเหตุการณ์ที่กองทัพกะเหรี่ยงกลับมาสามัคคีกลมเกลียวจนเป็นทองแผ่นเดียวกันเนื่องมาจากกองทัพเมียนมาบุกปราบสแกมเมอร์อย่างจริงจัง โดยล่าสุดกองทัพเมียนมาระเบิดตึกที่เป็นที่ทำการของกลุ่มสแกมเมอร์หลายตึกในเคเคปาร์ค และจะรุกคืบเข้าทำลายแหล่งสแกมเมอร์ในเมียวดีและฉ่วยก๊กโกเป็นรายต่อไป

เราคงต้องมาดูว่าสงครามครั้งนี้จะปะทุขึ้นมาหรือไม่และสุดท้ายไทยควรเตรียมแผนรับมือหากสงครามนี้เกิดขึ้นเพราะต้องยอมรับว่านี่เป็นสงครามที่ทำให้ผู้นำกะเหรี่ยงกลับมาสามัคคีกลมเกลียวกันอีกครั้งในการทวงคืนผลประโยชน์จากสแกมเมอร์ ...เอ้ย...ประชาธิปไตยจากเผด็จการทหารเมียนมา

รัสเซียประณามสหรัฐฯ เพิ่มปฏิบัติการทหารในแคริบเบียน ชี้ละเมิดกฎหมายทะเลและคุกคามอธิปไตยเวเนซุเอลา

(24 ต.ค. 68) รัสเซียออกแถลงประณามการเคลื่อนไหวทางทหารของสหรัฐฯ ในทะเลแคริบเบียน โดยมอสโกมองว่าปฏิบัติการดังกล่าวยิ่งเพิ่มความตึงเครียดและควรหลีกเลี่ยงการยกระดับความขัดแย้ง พร้อมยืนยันการสนับสนุนเวเนซุเอลาในการปกป้องอธิปไตยของตน

มาเรีย ซาคาโรวา (Maria Zakharova) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย เปิดเผยว่าสหรัฐฯ ได้เพิ่มจำนวนเรือรบ เครื่องบิน และกำลังพลในพื้นที่แคริบเบียนภายใต้เขตอำนาจของกองบัญชาการภาคใต้ โดยอ้างว่าเป็นภารกิจปราบยาเสพติดและต่อต้านการก่อการร้าย แต่หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริง

นอกจากนี้ ซาคาโรวาระบุว่า การปฏิบัติการดังกล่าวนำไปสู่เหตุสังหารพลเรือนจากเวเนซุเอลา โคลอมเบีย และตรินิแดด ซึ่งบางรายอาจเป็นเพียงชาวประมง พร้อมตำหนิสหรัฐฯ ที่ทำลายเรือโดยไม่มีเหตุอันควร ถือเป็นการละเมิดกฎหมายทางทะเลระหว่างประเทศและขัดต่อหลักศีลธรรมขั้นพื้นฐานของมนุษยชาติ

จนท.จีนเผย ‘สีจิ้นผิง’ มีบทบาทสำคัญ ร่วมกำหนดคำแนะนำแผนพัฒนาฯ 5 ปี ฉบับที่ 15

(24 ต.ค. 68) เจ้าหน้าที่จีนเปิดเผยว่าสีจิ้นผิง เลขาธิการใหญ่คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) มีบทบาทสำคัญในการกำหนดคำแนะนำของคณะผู้นำพรรคฯ สำหรับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 ของจีน

เจียงจินเฉวียน ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยนโยบายของคณะกรรมการกลางพรรคฯ กล่าวในการแถลงข่าวเกี่ยวกับหลักการชี้นำที่ได้จากการประชุมเต็มคณะที่เพิ่งสิ้นสุดลงว่า สีจิ้นผิงในฐานะผู้นำคณะร่างคำแนะนำ ได้กำหนดวิสัยทัศน์โดยรวมและให้การชี้แนะตลอดทั้งกระบวนการ

เจียงระบุว่าคำแนะนำของคณะกรรมการกลางพรรคฯ สำหรับการกำหนดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 เป็นผลลัพธ์สำคัญที่สุดจากการประชุมเต็มคณะ ครั้งที่ 4 ของคณะกรรมการกลางพรรคฯ ชุดที่ 20 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันจันทร์-พฤหัสบดี (20-23 ต.ค.)

ด้าน หานเหวินซิ่ว รองผู้อำนวยการบริหารสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการการเงินและเศรษฐกิจ แถลงว่าคำแนะนำของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) สำหรับการกำหนดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 ได้กำหนดเป้าหมายหลักด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไว้ใน 7 ด้านสำคัญ

โดยมีเป้าหมายหลักดังกล่าว ได้แก่ การบรรลุความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญในการพัฒนาที่มีคุณภาพสูง การยกระดับการพึ่งพาตนเองและความแข็งแกร่งด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การสร้างความก้าวหน้าใหม่ในการปฏิรูปอย่างรอบด้าน การผลักดันให้วัฒนธรรมและคุณธรรมของสังคมมีความคืบหน้าเด่นชัด การปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน การสร้างก้าวสำคัญใหม่ๆ ในการผลักดันโครงการริเริ่มจีนที่สวยงาม (Beautiful China) และการเสริมแกร่งเกราะคุ้มกันความมั่นคงระดับชาติ

‘สม รังสี’ ประกาศตั้ง!! รัฐบาลกัมพูชาอิสระ ชู!!ฟื้นฟู ประชาธิปไตย ซัด!! ฮุนเซน ขาดความชอบธรรม

(23 ต.ค. 68) สม รังสี อดีตผู้นำฝ่ายค้าน ได้ออกแถลงการณ์ ในนามสภาต่อต้านแห่งชาติกัมพูชา (CNRC) โดยจะเริ่มดำเนินบทบาทในฐานะ รัฐบาลกัมพูชาอิสระ ตั้งแต่วันนี้

โดยแถลงการณ์ ระบุคร่าวๆว่า ในโอกาสครบรอบ 34 ปี ของข้อตกลงสันติภาพปารีส CNRC ผ่านทางเครือข่ายอย่างเป็นทางการ ถือเอาความรับผิดชอบของรัฐบาลในการฟื้นฟูประชาธิปไตย ปกป้องเอกราชชาติ และ ต่อต้านกลุ่มอาชญากรที่ได้รับการคุ้มครองโดยระบอบการปกครองพนมเปญในปัจจุบัน

CNRC ประกาศว่าจะปฏิบัติหน้าที่คณะรัฐมนตรีภายใต้ชื่อ “รัฐบาลกัมพูชาอิสระ 23 ตุลาคม” ที่จะปฏิบัติหน้าที่อย่างมีความรับผิดชอบท่ามกลางวิกฤตการณ์ทางการเมืองของประเทศ และ ตอบสนองต่อเสียงเรียกร้องเร่งด่วนของชาวเขมรที่ต้องการผู้นำที่ชอบธรรม

CNRC ก่อตั้งขึ้นจาก พรรคกู้ชาติกัมพูชา (CNRP) ที่ได้รับการสนับสนุนอย่างล้นหลามจากประชาชนในการเลือกตั้งปี 2556 และ 2560 ก่อนที่จะถูกยุบพรรคโดยพลการของรัฐบาลฮุนเซน เนื่องจากเกรงว่าประชาธิปไตยจะเบ่งบาน CNRC ยืนยันว่า รัฐบาลฮุนเซน และ ฮุนมาเนต ชุดปัจจุบันขาดความชอบธรรม เนื่องจากพลิกกลับเจตนารมณ์ของประชาชนชาวกัมพูชา ที่แสดงออกผ่านการเลือกตั้งครั้งนั้น

2 ทศวรรษที่ผ่านมา กัมพูชาได้เปลี่ยนผ่านไปสู่รัฐมาเฟีย หลอกลวงออนไลน์ และ ฉ้อโกงทางอินเทอร์เน็ต ที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายข้ามชาติ ได้แพร่หลายภายใต้การคุ้มครองของทางการ CNRC มองว่า ระบอบการปกครองในปัจจุบันเป็นระบบการปกครองที่ผิดกฎหมาย ซึ่งคุกคามทั้งเสถียรภาพของชาติและภูมิภาค

รัฐบาล 23 ตุลาคม แสดงความขอบคุณต่อสหรัฐ สำหรับการกระทำเมื่อ 14 ตุลาคม 2568 ในการขึ้นบัญชีดำ และตั้งข้อกล่าวหาองค์กรอาชญากรข้ามชาติที่นำโดย เฉินจื้อ พร้อมด้วยผู้สมรู้ร่วมคิดอีกหลายคน รวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกัมพูชาและครอบครัว พร้อมบริวารของฮุนเซน ผู้นำเผด็จการที่ปกครองประเทศมา 40 ปี

CNRC เรียกเหตุการณ์นี้ว่า “จุดเปลี่ยนสำคัญในการต่อสู้กับการทุจริต และ กลุ่มอาชญากรที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐในระดับโลก” และ ขอเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ที่มีพลเมืองตกเป็นเหยื่อฉ้อโกงทางออนไลน์ หรือค้ามนุษย์ในกัมพูชาสนับสนุนความพยายามในการทลายเครือข่ายอาชญากรเหล่านี้

โดยยืนยันข้อตกลงสันติภาพปารีสว่า เป็นกรอบเดียวที่ถูกต้องตามกฎหมายสำหรับสันติภาพ อำนาจ อธิปไตย และ ประชาธิปไตยของกัมพูชา โดยย้ำหลักการสำคัญ 3 ประการ

1. บูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชาได้รับการรับประกันโดยสนธิสัญญาระหว่างประเทศ โดยไม่จำเป็นต้องมีความขัดแย้งด้วยอาวุธ

2. กัมพูชาต้องกลับคืนสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง และการเคารพสิทธิมนุษยชนที่ถูกกัดกร่อนภายใต้การปกครองแบบเผด็จการที่ยาวนานหลายทศวรรษ

3. กัมพูชาต้องได้รับเอกราชคืนอย่างสมบูรณ์โดยวางตัวเป็นกลางอย่างเคร่งครัด โดยต้องปิดฐานทัพเรือจีนที่เรียมและสถานที่ทางทหารต่างชาติอื่นๆ ทั้งหมด

‘รัสเซีย’ ซ้อมยิง!! ขีปนาวุธข้ามทวีป ‘Yars’ พิสัย 12,000 กม. โชว์แสนยานุภาพนิวเคลียร์

(23 ต.ค. 68) รัสเซียได้จัดการซ้อมรบด้วยระบบขีปนาวุธข้ามทวีป Yars (InterContinental Ballistic Missile - ICBM) ที่สามารถติด หัวรบนิวเคลียร์ได้

ขีปนาวุธดังกล่าว ถูกปล่อยออกจากฐานทัพปฏิบัติการเพลเซตสค์ (Plesetsk Cosmodrome) ไปยังไปยังสนามฝึกคูรา (Kura) ในคัมชัตกา (Kamchatka) ซึ่งเป็นทิศทางมุ่งสู่สหรัฐอเมริกา! โดยมีระยะทาง 6,000 กิโลเมตร (3,700 ไมล์) ขีปนาวุธประเภทนี้สามารถยิงได้ไกลสุด 12,000 กิโลเมตร (7,400 ไมล์)

จีนช็อกโลก!! พัฒนาชิป AI อะนาล็อก แรงกว่า Nvidia H100 ถึง 1,000 เท่า ใช้ไฟน้อยลง 100 เท่า เปิดยุคใหม่!! ของการประมวลผลพลังงานต่ำ

(23 ต.ค. 68) จีนบรรลุความสำเร็จในการพัฒนาชิปอะนาล็อก AI  ที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่า Nvidia H100 ถึง 1,000 เท่า ใช้พลังงานน้อยกว่า 100 เท่า ผ่านเทคโนโลยี RRAM ทะลุข้อจำกัดความแม่นยำระดับ 24-บิต เปิดศักราชใหม่ของการประมวลผลพลังงานต่ำ

SCMP รายงานว่า ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยปักกิ่งประสบความสำเร็จในการพัฒนาชิปอะนาล็อกสำหรับปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถประมวลผลงานคณิตศาสตร์ซับซ้อนได้เร็วกว่าชิป GPU รุ่นท็อปของ Nvidia H100 ถึง 1,000 เท่า พร้อมใช้พลังงานต่ำกว่าระบบดิจิทัลปัจจุบันถึง 100 เท่า ตามบทความวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร Nature Electronics ฉบับ 13 ตุลาคม ชิปต้นแบบใช้เทคโนโลยี Resistive Random-Access Memory (RRAM) ที่ช่วยให้การจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลเกิดขึ้นในตัววัสดุเดียวกัน ขจัดปัญหาคอขวดของสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์แบบดิจิทัลที่ต้องแยกส่วนหน่วยความจำและการประมวลผล

ซุน จง หัวหน้าทีมนักวิจัยจาก Institute for Artificial Intelligence ระบุว่า การค้นพบนี้เป็นการเอาชนะข้อจำกัดด้านความแม่นยำของอะนาล็อกคอมพิวติ้งที่เป็นปัญหามานานกว่าศตวรรษ โดยสามารถรักษาความละเอียดระดับ 24-บิต เทียบเท่าการคำนวณแบบดิจิทัล ผลการทดสอบการแก้สมการเมทริกซ์ขนาดใหญ่และการจำลองระบบสัญญาณแสดงให้เห็นว่า ชิปดังกล่าวมีประสิทธิภาพเหนือกว่าชิปดิจิทัลระดับสูงในตลาดหลายร้อยถึงหลายพันเท่า ขณะใช้พลังงานเพียงร้อยละไม่กี่ของระบบปกติ เทคโนโลยีนี้เปิดโอกาสสำหรับการพัฒนาคอมพิวติ้งพลังงานต่ำในยุค AI และ 6G รวมถึงการประยุกต์ใช้ใน Edge AI และการเรียนรู้ของเครื่องโดยไม่ต้องพึ่งพาระบบคลาวด์


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top