Saturday, 22 August 2026
WORLD

ตรุษจีนซีหนิงคึกคัก!! สวนสัตว์เปิดตัว “หลิงเสี่ยวเจ๋อ” เสือดาวหิมะดาวเด่น ดึงนักท่องเที่ยวแน่น เสริมบรรยากาศตรุษจีนปีใหม่จีน สร้างความตระหนักรักษ์ป่า

(15 ก.พ. 69) สวนสัตว์ซีหนิงในเมืองซีหนิง มณฑลชิงไห่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน เติมเต็มสีสันเทศกาลตรุษจีนด้วยการจัดแสดง "หลิงเสี่ยวเจ๋อ" เสือดาวหิมะตัวเด่นที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากนักท่องเที่ยวในช่วงปีใหม่ตามปฏิทินจีน

สวนสัตว์ได้ตกแต่งสถานที่เพื่อสร้างบรรยากาศเทศกาลตรุษจีน พร้อมทั้งนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมและงานสร้างสรรค์ที่เกี่ยวข้องกับเสือดาวหิมะ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาใช้เวลาร่วมกับสัตว์หายากชนิดนี้

บรรยากาศดังกล่าวช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและให้ความรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่าหายาก สร้างความตระหนักในการรักษาสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพในภูมิภาค

สวนสัตว์ซีหนิงถือเป็นสถานที่สำคัญที่ร่วมเฉลิมฉลองวัฒนธรรมจีนโบราณผ่านกิจกรรมและการจัดแสดงที่สร้างสรรค์ โดยมีเสือดาวหิมะเป็นดาวเด่นประจำสวนสัตว์

ที่มา : Xinhua

อิสราเอลเข้าร่วมสันติภาพ เข้าสมาชิกคณะกรรมการสันติภาพอย่างเป็นทางการ พร้อมประชุมครั้งแรก 19 ก.พ. ที่กรุงวอชิงตัน ทรัมป์เตรียมประกาศแผนรีบิลด์ระดับพันล้าน และจัดตั้งกองกำลังรักษาเสถียรภาพตามยูเอ็น

(15 ก.พ. 69) อิสราเอลได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) อย่างเป็นทางการ ก่อนการประชุมอย่างเป็นทางการครั้งแรกขององค์กรดังกล่าวที่กรุงวอชิงตันในวันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการสันติภาพกาซานี้ จะมีคณะผู้แทนจากมากกว่า 20 ประเทศเข้าร่วม โดยประธานาธิบดี 'โดนัลด์ ทรัมป์' จะประกาศแผนฟื้นฟูกาซาที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ พร้อมชี้แจงรายละเอียดแผนจัดตั้งกองกำลังรักษาเสถียรภาพ ที่ได้รับการอนุมัติจากสหประชาชาติ (UN)

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 16 มกราคม ประธานาธิบดี 'โดนัลด์ ทรัมป์' ได้ประกาศจัดตั้งคณะกรรมการสันติภาพกาซา (Gaza Board of Peace) โดยเชิญผู้นำของราว 50 ประเทศเข้าร่วมเป็นสมาชิก เพื่อส่งเสริมความสงบในภูมิภาคนี้

นับเป็นก้าวสำคัญในความพยายามของนานาชาติที่จะส่งเสริมสันติภาพในเขตกาซา โดยเฉพาะการสนับสนุนทางเศรษฐกิจและการรักษาความปลอดภัย เพื่อยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้ออยู่ในภูมิภาคนี้

ที่มา : Sputnik

NATO สะเทือน!! สหรัฐฯ สะเทือนความไว้วางใจ ความเชื่อถือใน NATO ร่วงสู่จุดวิกฤต ผลจากนโยบายแกว่งตัวและความขัดแย้ง ภายในสงครามยูเครนทดสอบพันธมิตรขาลง

(14 ก.พ. 69) ความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯ ใน NATO กำลังเข้าสู่ภาวะ "สึกกร่อน" จนใกล้แตะจุดวิกฤต ตามการวิเคราะห์ของนักวิชาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในลอนดอน

อาเดรียล คาโซนตา นักวิเคราะห์จากลอนดอน ระบุว่า "มันคือผลสะสมจาก ‘การแกว่งตัวเชิงยุทธศาสตร์’ ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา" ด้วยท่าทีที่เปลี่ยนแปลงไปมาระหว่างรัฐบาลแต่ละสมัยนั้นทำให้พันธมิตรเห็นว่าสหรัฐฯ ไม่มั่นคงในนโยบายและวาทกรรมส่งผลต่อความมั่นใจ

นอกจากนี้ การหันยุทธศาสตร์ไปเอเชียและความแตกแยกภายในสหรัฐฯ ก็บั่นทอนความเชื่อมั่นของพันธมิตรใน NATO ความสนใจต่อยุโรปลดลง เนื่องจากอินโด-แปซิฟิกกลายเป็นสมรภูมิหลักของวอชิงตัน ความขัดแย้งภายในประเทศก็ทำให้พันธมิตรตั้งข้อสงสัยในความต่อเนื่องของนโยบาย

คาโซนตาชี้ว่าการสนับสนุนสหรัฐฯ ต่อยูเครนที่เกี่ยวพันกับแรงกดดันทางการเมืองในประเทศก็เป็นบททดสอบใหญ่ของพันธมิตร NATO พร้อมเตือนถึงวาทกรรมทางการเมืองที่ตั้งคำถามต่อมาตรา 5 ซึ่งเขาเห็นว่า "ได้ก้าวข้าม ‘จุดเปลี่ยนทางจิตวิทยา’ ไปแล้ว" หรือ "ข้ามรูบิคอน" ซึ่งเป็นเส้นที่ยากจะถอยกลับ

ภาพรวมสะท้อนความกังวลที่เพิ่มขึ้นใน NATO ว่าสหรัฐฯ อาจไม่เป็นพันธมิตรที่มั่นคงอีกต่อไป และการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองภายในกับยุทธศาสตร์ต่างประเทศที่สั่นคลอน เป็นปัจจัยหลักที่กำลังบ่อนทำลายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในกลุ่มนี้

ที่มา : Sputnik

 

ทรัมป์เจอแรงต้าน!! สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ คัดค้านภาษี สมาชิกสนับสนุน 219 คัดค้าน 211 เสียง 'ทรัมป์' ชี้แคนาดาคู่ค้าทางการค้าแย่ มติดังกล่าวรอวุฒิสภายืนยันยุติภาวะฉุกเฉิน

(13 ก.พ. 69) สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ มีมติสนับสนุนการคัดค้านมาตรการภาษีศุลกากรที่ประธานาธิบดี 'โดนัลด์ ทรัมป์' กำหนดกับแคนาดาในการจัดเก็บภาษีสินค้าส่วนใหญ่ที่ 25% โดยมติดังกล่าวได้รับคะแนนเสียงสนับสนุน 219 เสียง คัดค้าน 211 เสียง

'โดนัลด์ ทรัมป์' ตอบโต้การคัดค้านมาตรการนี้ว่า "แคนาดาเป็นหนึ่งในคู่ค้าทางการค้าที่แย่ที่สุด" และในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ทรัมป์ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินต่อความล้มเหลวของแคนาดาในการจัดการกับการลักลอบขนยาเสพติดข้ามพรมแดน โดยเฉพาะยา "เฟนทานิล" ซึ่งเป็นเหตุผลที่เขาตั้งภาษีศุลกากรขึ้น

มติดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อยุติภาวะฉุกเฉินดังกล่าว ซึ่งจะทำให้มาตรการเก็บภาษีหมดสภาพทางกฎหมาย แต่ยังต้องได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาก่อนจึงจะมีผลสมบูรณ์

สถานการณ์นี้สะท้อนความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และแคนาดาในประเด็นการค้าระหว่างประเทศและความปลอดภัยชายแดน โดยเฉพาะในเรื่องการควบคุมยาเสพติดที่รัฐสภาสหรัฐฯ พยายามหาทางแก้ไขผ่านกระบวนการรัฐสภา

ที่มา : Sputnik

สัญญาณแดงใต้ทะเล!! วาฬเซาเทิร์นไรต์ในออสเตรเลีย มีอัตราสืบพันธุ์ลดลงอย่างชัดเจน นักวิจัยเตือนถึง “จุดวิกฤตสายพันธุ์” สะท้อนผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศจากมนุษย์

(13 ก.พ. 69) มหาวิทยาลัยฟลินเดอร์สของออสเตรเลียเผยงานวิจัยใหม่ รายงานว่าวาฬเซาเทิร์นไรต์มีอัตราการสืบพันธุ์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ข้อมูลระบุว่าระยะห่างระหว่างการคลอดลูกแต่ละตัวนานขึ้น สะท้อนผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีต่อระบบนิเวศทะเล

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฟลินเดอร์สและมหาวิทยาลัยเคอร์ติน ร่วมกับคณะผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ วิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายจากอ่าวเกรตออสเตรเลียนไบต์มากกว่า 30 ปี พบว่าน้ำแข็งทะเลแอนตาร์กติกลดลงอย่างต่อเนื่องส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมวาฬ รวมถึงจำนวนลูกวาฬที่ลดลงตั้งแต่ปี 2017

วาฬเซาเทิร์นไรต์ยังได้รับผลกระทบจากแรงกดดันในพื้นที่นอกชายฝั่งอเมริกาใต้และแอฟริกาใต้ เช่น คลื่นความร้อนทะเล มลภาวะทางเสียง และการชนเรือ บางส่วนจึงปรับพฤติกรรมด้วยการอพยพขึ้นเหนือและเปลี่ยนอาหารจากคริลล์เป็นโคพีพอด

'แคลร์ ชาร์ลตัน' ผู้นำโครงการวาฬไรต์ของออสเตรเลียกล่าวว่า "อัตราการสืบพันธุ์ลดลงเป็นสัญญาณเตือนถึงจุดวิกฤตสายพันธุ์นี้" และเรียกร้องให้เพิ่มความร่วมมือในการอนุรักษ์ ท่ามกลางผลกระทบของกิจกรรมมนุษย์ต่อมหาสมุทรใต้

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับวาฬเซาเทิร์นไรต์สะท้อนถึงภาวะวิกฤตของระบบนิเวศใต้ทะเลที่ต้องการการตอบสนองอย่างเร่งด่วนจากนานาชาติ เพื่อปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพและความสมดุลทางทะเลในอนาคต

ที่มา : Xinhua

ทำไม “เด็กอเมริกา” ถึงเกิดเหตุกราดยิงในโรงเรียนบ่อย: มองเป็น “ระบบ” ไม่ใช่ความชั่ววูบ

ภาพจำของสังคมโลกเมื่อพูดถึงสหรัฐอเมริกา คือประเทศพัฒนาแล้ว แต่ในอีกด้าน สหรัฐฯ กลับมีเหตุกราดยิงในโรงเรียนเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกลายเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่สังคมโลกตั้งคำถาม

การอธิบายปัญหานี้ด้วยคำว่า “เด็กมีปัญหา” เพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพอ เพราะเหตุกราดยิงในโรงเรียนอเมริกันเกิดจากหลายปัจจัยซ้อนกัน ตั้งแต่การเข้าถึงอาวุธปืน สุขภาพจิตวัยรุ่น สภาพแวดล้อมในโรงเรียน ไปจนถึงอิทธิพลของสื่อและโลกออนไลน์

1) การเข้าถึงอาวุธปืนที่ง่ายและใกล้ตัว  
สหรัฐอเมริกามีอัตราการครอบครองปืนสูงมากเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วอื่น ๆ ปืนจำนวนมากถูกเก็บไว้ในบ้าน ทำให้เยาวชนสามารถเข้าถึงอาวุธร้ายแรงได้ง่ายกว่าสังคมอื่น โดยเฉพาะในครอบครัวที่ไม่มีมาตรการเก็บรักษาปืนอย่างปลอดภัย

2) สุขภาพจิตวัยรุ่น วิกฤตเงียบของสังคมอเมริกัน  
ข้อมูลจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขของสหรัฐฯ ชี้ว่า วัยรุ่นจำนวนมากเผชิญความเครียด ภาวะซึมเศร้า และความรู้สึกสิ้นหวังอย่างต่อเนื่อง แม้ปัญหาสุขภาพจิตจะไม่เท่ากับความรุนแรง แต่เมื่อผนวกกับการเข้าถึงปืน ความเสี่ยงก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก

3) ผลเลียนแบบจากสื่อและสังคมออนไลน์  
การรายงานข่าวเหตุกราดยิงอย่างละเอียด การให้พื้นที่กับตัวผู้ก่อเหตุ หรือการทำให้เหตุการณ์กลายเป็นกระแส อาจกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบในกลุ่มผู้มีความเปราะบางทางอารมณ์

4) โรงเรียนในฐานะพื้นที่ความกดดัน  
การบูลลี่ การกีดกัน การล้มเหลวซ้ำซาก หรือการถูกมองข้าม สามารถสะสมเป็นความคับแค้นในระยะยาว เด็กบางคนไม่ได้ก่อเหตุเพราะอารมณ์ชั่ววูบ แต่ผ่านกระบวนการสะสมความเจ็บปวดโดยไม่มีใครรับรู้

5) ความขัดแย้งเชิงนโยบายและการเมือง  
สหรัฐฯ มีความขัดแย้งด้านค่านิยมเรื่องสิทธิในการครอบครองปืน ทำให้มาตรการควบคุมอาวุธปืนแตกต่างกันในแต่ละรัฐ และยากต่อการบังคับใช้ในระดับประเทศ

จีนเตือนสหรัฐฯ!! หยุด “ติดอาวุธ” ไต้หวัน ย้ำยึดหลักจีนเดียว ควรทำตามแถลงการณ์ร่วมจีน-สหรัฐฯ 3 ฉบับ หยุดผลักไต้หวันไปสู่สถานการณ์เสี่ยง ย้ำ “ไต้หวันเรื่องของคนจีน” ไม่ยอมรับสหรัฐฯ แทรกแซง

(12 ก.พ. 69) จูเฟิ่งเหลียน โฆษกสำนักงานกิจการไต้หวันแห่งคณะรัฐมนตรีจีน แสดงความคิดเห็นเมื่อวันที่ 11 ก.พ. เกี่ยวกับกรณีสหรัฐฯ จำหน่ายอาวุธแก่ไต้หวัน โดยย้ำว่าสหรัฐฯ ควรปฏิบัติตามหลักการจีนเดียวและแถลงการณ์ร่วมจีน-สหรัฐฯ ทั้งสามฉบับ พร้อมเรียกร้องให้หยุด "ติดอาวุธ" ให้ไต้หวัน

โฆษกจีนกล่าวหาว่าทางการพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าของไต้หวันแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมืองอย่างเห็นแก่ตัว โดยทำตัวเป็น "ตู้กดเงินสด" ให้กับผู้ค้าอาวุธสหรัฐฯ และร้องขอ "การคุ้มครอง" ที่เป็นเท็จจากภายนอก ซึ่งเสี่ยงทำให้ไต้หวันตกอยู่ในอันตรายและนำหายนะมาสู่ประชาชนชาวไต้หวัน

จูเฟิ่งเหลียนยังกล่าวถึงงบประมาณกลาโหมพิเศษของไต้หวันที่มุ่งแสวงหาความร่วมมือทางทหารกับสหรัฐฯ ว่า ปัญหาไต้หวันเป็นเรื่องของประชาชนชาวจีนและไม่ยอมรับการแทรกแซงจากภายนอกอย่างเด็ดขาด พร้อมเตือนสหรัฐฯ ให้ระมัดระวังและหยุดส่งสัญญาณผิดๆ ไปยังกองกำลังแบ่งแยกดินแดน "เอกราชไต้หวัน" เพื่อหลีกเลี่ยงการแทรกแซงกิจการภายในจีน

ความตึงเครียดในภูมิภาคยังคงสูงขึ้นเมื่อจีนย้ำไม่รับการแทรกแซงกรณีไต้หวัน อ้างถึงความพยายามของพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าที่สมรู้ร่วมคิดกับสหรัฐฯ ด้วยวิธีทางทหารเพื่อแบ่งแยกดินแดนว่าจะล้มเหลวในที่สุด

ที่มา : Xinhua

สหรัฐฯ เร่งพัฒนาอาวุธ!! ลาฟรอฟเตือนเกมนิวเคลียร์สหรัฐฯ สั่นคลอนเสถียรภาพโลก นักวิเคราะห์ชี้ “สถาปัตยกรรมความมั่นคงเดิม” หากสหรัฐฯ เร่งสะสมนิวเคลียร์หรือส่งอาวุธไปประเทศที่สาม อาจกระตุ้นรัสเซียปรับยุทธศาสตร์

(12 ก.พ. 69) สหรัฐอเมริกากำลังเร่งพัฒนาระบบอาวุธที่เคยถูกควบคุมภายใต้กรอบสนธิสัญญา New START นักวิเคราะห์ระบุว่าสิ่งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้รัสเซียตอบโต้เพื่อรักษาความมั่นคงของตนเอง

อเล็กซานเดอร์ อาซาฟอฟ นักวิเคราะห์และสมาชิกสภาหอประชาชนรัสเซีย กล่าวว่า "สถาปัตยกรรมเดิมของความมั่นคงระหว่างประเทศซึ่งเคยสร้างบนการควบคุมอาวุธทั้งแบบดั้งเดิมและเชิงยุทธศาสตร์แทบจะกลายเป็นเรื่องอดีตไปแล้ว" เขายังชี้ว่าหากสหรัฐฯ ขยายคลังอาวุธนิวเคลียร์หรือประจำการระบบอาวุธเหล่านี้ในประเทศที่สาม รัสเซียจะมองว่าเป็นภัยคุกคามโดยตรงและอาจต้องทบทวนท่าที

ขณะที่ เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย กล่าวในที่ประชุมสภาดูมาว่า รัสเซียยังคงถือว่ามีมาตรการชะลอเกี่ยวกับ New START ตราบใดที่สหรัฐฯ ปฏิบัติตามข้อตกลง แต่เขายังเน้นย้ำความขัดแย้งในเรื่องสิทธิการกำหนดอนาคตตนเองโดยบอกว่า กรีนแลนด์ได้รับการยอมรับสิทธินี้ แต่กลับปฏิเสธสิทธิเดียวกันกับไครเมีย ดอนบาส และภูมิภาคใหม่ของรัสเซีย

อาซาฟอฟยังระบุว่าชาติตะวันตกแสดงความหน้าซื่อใจคดในประเด็นการกำหนดอนาคตตนเองและสหรัฐฯ กำลังเปิดเกมแข่งขันทางทหารในภูมิภาคอาร์กติกเพื่อขยายอิทธิพล พร้อมทั้งสร้างเครื่องมือรบกวนเส้นทางเดินเรือสายเหนือ รัสเซียจึงเตรียมเคลื่อนไหวเชิงรุกเพื่อเสริมอิทธิพลในพื้นที่นี้

ที่มา : Sputnik

จีนเร่งเกมพลังงานสะอาด เกาะเหมียนฉวนลุยพลังงานหมุนเวียน พัฒนาเป็นต้นแบบเกาะคาร์บอนเป็นศูนย์ ติดตั้งกังหันลม 18 ต้นและโซลาร์เต็มรูปแบบ ผลิตไฟฟ้าส่งออกได้กว่า 100 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง

(11 ก.พ. 69) เกาะเหมียนฉวนในมณฑลเจียงซี ประเทศจีน เปิดตัวโครงการพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ที่ผสานกังหันลม 18 ต้นกับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อรองรับระบบไฟฟ้าพร้อมลดการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์อย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคม 2568

ก่อนหน้านี้ เกาะเหมียนฉวนพึ่งพาไฟฟ้าจากสายส่งเพียงสายเดียวซึ่งไม่เสถียรในสภาพอากาศเลวร้าย ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและพัฒนาการอุตสาหกรรมของชาวเกาะ ขณะที่โครงการใหม่ตั้งใจให้เป็นโมเดลบูรณาการพลังงานลม แสงอาทิตย์ ระบบกักเก็บพลังงาน และสนับสนุนเกษตรกรรมและการท่องเที่ยว

โครงการสามารถผลิตไฟฟ้าได้ 244 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี ลดการใช้ถ่านหิน 96,000 ตัน และลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 240,000 ตัน ช่วยชาวเกาะมากกว่า 32,000 คน และส่งออกไฟฟ้าสีเขียวมากกว่า 100 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง

ตามข้อมูลจากโครงการ "เกาะเหมียนฉวนได้รับการพัฒนาเป็นโมเดลต้นแบบเกาะคาร์บอนเป็นศูนย์ในลุ่มแม่น้ำแยงซี" ซึ่งยังสร้างงานใหม่กว่า 500 ตำแหน่ง พร้อมระบบกักเก็บพลังงานและสถานีชาร์จไฟฟ้าที่ช่วยทำให้เกาะฟื้นคืนชีวิตชีวาอย่างยั่งยืน

ที่มา : Xinhua

 

ดีลหรือเดือด!! ทรัมป์ขู่ส่ง “เรือบรรทุกเครื่องบิน” ล้อมตะวันออกกลาง กดดันอิหร่านเจรจานิวเคลียร์ หวังเจรจารอบสองอิหร่านคลี่คลาย พร้อมรับมือหากเจรจาล่ม

(11 ก.พ. 69) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ 'โดนัลด์ ทรัมป์' ประกาศว่าสหรัฐฯกำลังพิจารณาส่ง "กองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตี" กลุ่มที่สองไปยังตะวันออกกลางในกรณีที่การเจรจากับอิหร่านล้มเหลว

ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับ Axios ว่า "ไม่อย่างนั้นเราก็ต้องได้ข้อตกลง ไม่ก็เราจะต้องทำอะไรที่หนักหน่วงมาก เหมือนครั้งที่แล้ว" พร้อมเผยว่ากองกำลังทางเรืออาจจะเพิ่มอีกกลุ่มหนึ่งตามไปด้วย

เขาแสดงท่าทีมองบวกต่อโอกาสการเจรจารอบที่สองกับอิหร่านที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้า โดยกล่าวว่า "อิหร่านอยากทำข้อตกลงอย่างมาก" ขณะเดียวกัน ทรัมป์ระบุว่า นายกรัฐมนตรีอิสราเอล 'เบนจามิน เนทันยาฮู' ซึ่งจะเยือนทำเนียบขาวในวันพุธ ไม่วิตกกังวล เพราะฝ่ายอิสราเอลก็ต้องการผลลัพธ์ที่เป็นบวกเช่นกัน

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา คณะผู้แทนสหรัฐฯ และอิหร่านได้เจรจาเรื่องโครงการนิวเคลียร์ที่มัสกัต โอมาน โดยทรัมป์ระบุว่าการเจรจาเป็นไปด้วยดี แม้รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านจะยืนยันสิทธิในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม แม้เสี่ยงต่อสงคราม

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เตือนว่าหากไม่บรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน การโจมตีของสหรัฐฯ จะ "รุนแรงกว่าครั้งก่อนมาก" ซึ่งสะท้อนความตึงเครียดที่ยังคงดำเนินต่อเนื่องระหว่างสองประเทศ

ที่มา : Sputnik

จีนเรียกร้อง 'ทาคาอิจิ' ถอนคำพูดเกี่ยวกับไต้หวัน หลังเสร็จสิ้นเลือกตั้งทั่วไป

ปักกิ่ง, 9 ก.พ. (ซินหัว) -- วันจันทร์ (9 ก.พ.) หลินเจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าวว่าจีนเรียกร้องญี่ปุ่นถอนคำพูดเกี่ยวกับไต้หวันที่ผิดพลาดของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ และแสดงความจริงใจพื้นฐานในการคุ้มครองรากฐานทางการเมืองของความสัมพันธ์จีน-ญี่ปุ่นผ่านการกระทำอันเป็นรูปธรรม

หลินกล่าวว่าแม้การเลือกตั้งเป็นเรื่องภายในประเทศของญี่ปุ่น แต่ประเด็นเชิงโครงสร้างที่หยั่งรากลึก รวมถึงกระแสอุดมการณ์บางประการ ซึ่งปรากฏอยู่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ กลายเป็นสิ่งที่ประชาชนผู้มีสายตาแหลมคมจากทุกชนชั้นในสังคมญี่ปุ่นและประชาคมระหว่างประเทศใคร่ควรพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน

ศาลฮ่องกงตัดสินจำคุก 'จิมมี ไหล่' 20 ปี คดีความมั่นคงแห่งชาติ

ฮ่องกง, 9 ก.พ. (ซินหัว) -- ช่วงเช้าวันจันทร์ (9 ก.พ.) ศาลสูงแห่งเขตบริหารพิเศษฮ่องกงของจีน ตัดสินจำคุกจิมมี ไหล่ หรือหลีจื้ออิง ซึ่งเป็นผู้ปลุกปั่นเหตุจลาจลต่อต้านจีนในฮ่องกง เป็นเวลา 20 ปี
.
เมื่อเดือนธันวาคม ศาลสูงฮ่องกงตัดสินว่าไหล่มีความผิดฐานสมคบคิดกับกองกำลังภายนอกสองข้อหา และสมคบคิดเผยแพร่เอกสารปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบหนึ่งข้อหา โดยกระบวนการไต่สวนเพื่อขอลดหย่อนโทษแก่ไหล่มีขึ้นเมื่อวันที่ 12 ม.ค. และสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 13 ม.ค.

อิทธิพลของอิหร่าน: เมื่อมหาอำนาจต้องเลือก “โต๊ะเจรจา” แทนสนามรบ

ในประวัติศาสตร์การเมืองโลกสมัยใหม่ มีไม่กี่กรณีที่มหาอำนาจอย่าง สหรัฐอเมริกา ต้องยอมเปิดโต๊ะเจรจาภายใต้ภาวะความตึงเครียดและการเผชิญหน้าโดยตรงกับรัฐคู่ขัดแย้ง หนึ่งในกรณีศึกษาที่โดดเด่นที่สุดคือ สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน

แม้สหรัฐฯ จะเป็นมหาอำนาจทางทหาร เศรษฐกิจ และการเมืองของโลก มีเครือข่ายพันธมิตรครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาค และมีประวัติการใช้กำลังทหารเข้าแทรกแซงในหลายประเทศ แต่ในกรณีของอิหร่าน สถานการณ์กลับไม่ดำเนินไปในรูปแบบเดียวกัน

ตลอดหลายทศวรรษแห่งความตึงเครียด หลังการปฏิวัติอิสลามปี 1979 ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเต็มไปด้วยมาตรการคว่ำบาตร การตอบโต้ทางยุทธศาสตร์ และสงครามตัวแทนในภูมิภาค ทว่าการเผชิญหน้าระดับรัฐต่อรัฐโดยตรงกลับไม่เคยนำไปสู่การล้มล้างระบอบในเตหะราน

การเจรจา คือทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์ จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลทรัมป์2.0 พร้อมทั้งขู่และสงครามจิตวิทยาเพื่อให้อิหร่านจำนน แต่สุดใต้ตัดสินใจเปิดการเจรจาอย่างจริงจังกับอิหร่านภายใต้การกดดัน ดังนั้นการเจรจาในวันที่ 6 ก.พ. 2026 ณ กรุงมัสกัต ประเทศโอมานนั้น ไม่ได้เกิดจากความเป็นมิตรฉับพลัน หากแต่เป็นการคำนวณเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบคอบ 

สหรัฐฯ ตระหนักว่า:การโจมตีทางทหารอาจจุดชนวนสงครามระดับภูมิภาค และการคว่ำบาตรเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะทำให้อิหร่านยอมจำนน แต่อิหร่านมีศักยภาพในการตอบโต้แบอสมมาตรผ่านเครือข่ายพันธมิตรในตะวันออกกลาง กล่าวอีกนัยหนึ่ง นี่คือการ “ยอมรับโดยพฤตินัย” ว่าอิหร่านไม่ใช่รัฐที่จะถูกบีบให้ล้มลงได้ง่าย ๆ ด้วยกำลังหรือแรงกดดันทางเศรษฐกิจเพียงด้านเดียว

พลังที่มองไม่เห็น: อุดมการณ์และความอดทน สิ่งที่ทำให้อิหร่านแตกต่าง ไม่ได้อยู่ที่ศักยภาพทางทหารเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึง
-    โครงสร้างรัฐที่ผสานศาสนาและการเมือง
-    อุดมการณ์การปฏิวัติที่เน้นอธิปไตยและการต่อต้านอิทธิพลภายนอกความสามารถในการปรับตัวภายใต้การคว่ำบาตรระยะยาว
-    เครือข่ายอิทธิพลระดับภูมิภาค
และอิหร่านได้พัฒนายุทธศาสตร์ “การยับยั้งแบบอสมมาตร” ที่ไม่จำเป็นต้องแข่งขันแบบเผชิญหน้าตรงกับมหาอำนาจ แต่ใช้ต้นทุนต่ำ สร้างแรงกดดันสูง และขยายอิทธิพลผ่านพันธมิตรในภูมิภาค

บทเรียนเชิงประวัติศาสตร์ กรณีของอิหร่านจึงกลายเป็นกรณีศึกษาสำคัญในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มันสะท้อนว่า อำนาจไม่ใช่เพียงเรื่องของกำลังทหารหรือขนาดเศรษฐกิจแต่รวมถึงความชอบธรรมภายใน 

จีนเผยผลผลิต 'ทองคำ' เพิ่มขึ้น ความต้องการลงทุนพุ่งสูงในปี 2025

ปักกิ่ง, 5 ก.พ. (ซินหัว) -- วันพฤหัสบดี (5 ก.พ.) สมาคมทองคำแห่งประเทศจีนเผยว่าการผลิตทองคำของจีนในปี 2025 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยร้อยละ 1.09 เมื่อเทียบปีต่อปี อยู่ที่ 381.339 ตัน และผลผลิตจากวัตถุดิบนำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.81 คิดเป็น 170.681 ตัน ขณะที่การบริโภคโดยรวมลดลง ท่ามกลางแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนจากการซื้อเครื่องประดับไปสู่ผลิตภัณฑ์เพื่อการลงทุนมากขึ้น

การบริโภคทองคำในปี 2025 มีจำนวนรวม 950.096 ตัน ลดลงจากปีก่อนหน้าร้อยละ 3.57 เนื่องจากความต้องการเครื่องประดับลดลงอย่างมาก ขณะที่การซื้อทองคำแท่งและเหรียญทองคำเพิ่มขึ้น ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ปริมาณทองคำเพื่อการลงทุนรายปีแซงหน้าการบริโภคเครื่องประดับในจีน

สีจิ้นผิง เผยพร้อมทำงานร่วมกับทรัมป์ พาเรือแห่งสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ เดินหน้ามั่นคง

ปักกิ่ง, 5 ก.พ. (ซินหัว) -- เมื่อวันพุธ (4 ก.พ.) สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เปิดเผยระหว่างสนทนาทางโทรศัพท์กับโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่าตนหวังที่จะทำงานร่วมกับทรัมป์ในปี 2026 นี้ เพื่อนำพาเรือลำใหญ่แห่งความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ล่องไปข้างหน้าอย่างมั่นคงท่ามกลางลมพายุ พร้อมบรรลุสิ่งที่ยิ่งใหญ่และดีงามมากยิ่งขึ้น

สีจิ้นผิงระบุว่าตนให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ตัวเขาและทรัมป์มีการติดต่อสื่อสารที่ดีและพบปะหารือในเมืองปูซานของเกาหลีใต้ในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งช่วยกำหนดทิศทางความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ และได้รับเสียงตอบรับเชิงบวกจากประชาชนของทั้งสองประเทศและประชาคมระหว่างประเทศ

ขณะเดียวกัน สีจิ้นผิงระบุว่าขณะที่สหรัฐฯ มีข้อกังวลในส่วนของตน จีนมีประเด็นที่เป็นข้อกังวลในส่วนของจีนเช่นกัน โดยชี้ว่าจีนยึดมั่นในคำพูดเสมอและพิสูจน์คำพูดผ่านการกระทำและผลลัพธ์ หากทั้งสองฝ่ายทำงานไปในทิศทางเดียวกันบนพื้นฐานของความเสมอภาค ความเคารพ และผลประโยชน์ร่วมกัน ย่อมสามารถหาวิธีจัดการกับข้อกังวลของกันและกันได้อย่างแน่นอน

สีจิ้นผิงระบุว่าทั้งจีนและสหรัฐฯ ต่างมีวาระสำคัญในปี 2026 โดยจีนจะเริ่มแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 ขณะที่สหรัฐฯ จะเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 250 ปีการประกาศเอกราชของสหรัฐฯ นอกจากนี้ จีนจะเป็นเจ้าภาพการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC Economic Leaders' Meeting) ส่วนสหรัฐฯ จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม จี20 (G20 Summit)

สีจิ้นผิงระบุว่าทั้งสองฝ่ายควรปฏิบัติตามความเข้าใจที่ได้บรรลุร่วมกัน เพิ่มการเจรจาสื่อสาร จัดการความแตกต่างอย่างเหมาะสม และขยายความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม พร้อมเสริมว่าการทำสิ่งที่ดีนั้นถูกต้องเสมอ ไม่ว่าจะเล็กเพียงใด และการทำสิ่งที่ไม่ดีนั้นผิดเสมอ ไม่ว่าจะเล็กเพียงใด ทั้งสองฝ่ายควรก้าวหน้าไปทีละขั้นเพื่อสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ค้นหาวิธีอยู่ร่วมกันอย่างเหมาะสม และทำให้ปี 2026 เป็นปีที่ทั้งสองประเทศใหญ่ก้าวไปสู่ความเคารพซึ่งกันและกัน การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และความร่วมมือแบบได้ประโยชน์ร่วมกัน

สีจิ้นผิงย้ำว่าปัญหาไต้หวันเป็นประเด็นที่สำคัญที่สุดในความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ไต้หวันเป็นดินแดนของจีน และจีนต้องปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของตน โดยจะไม่ยอมให้ไต้หวันถูกแยกออกไป และสหรัฐฯ ต้องจัดการประเด็นจำหน่ายอาวุธให้ไต้หวันอย่างรอบคอบ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top