Friday, 3 July 2026
WORLD

เปิดนิทรรศการ “ทหารดินเผา–ฉินฮั่น” ครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ ที่บูดาเปสต์ ฉายภาพแสงสามมิติช่วยฟื้นฟูสีสันดั้งเดิม ของหุ่นจำลองทหารดินเผาครั้งแรกของโลก

(5 ธ.ค. 68) บูดาเปสต์เปิดนิทรรศการใหญ่ "กองทัพทหารดินเผา" นำโบราณวัตถุล้ำค่าจากจีนมาจัดแสดงระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายนปีถัดไป นิทรรศการจัดที่พิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์แห่งบูดาเปสต์ โชว์ผลงานศิลปะกว่า 150 ชิ้นจากราชวงศ์ฉินและฮั่น รวมถึงทหารดินเผาของแท้จำนวน 10 องค์ ซึ่งถือเป็นนิทรรศการจีนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยจัดในฮังการี

ลาซโล บาอาน ผู้อำนวยการใหญ่พิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์บูดาเปสต์ กล่าวในสัมภาษณ์กับซินหัวว่า "นิทรรศการนี้ครอบคลุมการค้นพบทางโบราณคดีที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของศตวรรษที่ 20" และว่าการออกแบบพิพิธภัณฑ์มีความประณีต สะท้อนการทำงานร่วมกันของผู้เชี่ยวชาญจากจีนและฮังการีอย่างยาวนาน พร้อมย้ำว่างานนี้เป็นหมุดหมายสำคัญของความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมระหว่างทั้งสองประเทศ

นอกจากนี้ บาอานยังโชว์ความมั่นใจว่าจะมีผู้ชมจำนวนมาก เพราะโอกาสได้เห็นทหารดินเผานอกจีนมีน้อยมาก สำหรับคนฮังการีที่ไม่เคยได้ไปเยือนนครซีอาน ที่มาของทหารดินเผา งานนี้จึงถือเป็นโอกาสพิเศษ เขาเสริมว่ายังมีเทคโนโลยีฉายภาพแสงสามมิติช่วยฟื้นฟูสีสันดั้งเดิมของทหารดินเผาบนหุ่นจำลอง ซึ่งช่วยให้ผู้ชมเข้าใจโบราณวัตถุเหล่านี้อย่างลึกซึ้ง "นับเป็นส่วนเสริมที่น่าทึ่งอย่างยิ่งของนิทรรศการ"

พิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์บูดาเปสต์และพิพิธภัณฑ์ศิลปะเอเชีย เฟเรนซ์ ฮอปป์ ยังเน้นว่าการเป็นเจ้าภาพจัดนิทรรศการครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจและความรับผิดชอบของสถาบัน ด้านบาอานคาดว่านิทรรศการจะได้รับความสนใจสูงจนติดอันดับหนึ่งในสามของงานที่มีผู้ชมมากที่สุดในประวัติศาสตร์พิพิธภัณฑ์ และคาดว่ามีผู้เข้าชมหลายแสนคน


ที่มา : Xinhua

 

สถานทูตไทยเปิดทางช่วย 'ผีน้อย' กลับบ้าน หลังเกาหลีใต้ยกเว้นค่าปรับถึง 28 ก.พ. ปีหน้า ย้ำให้รีบรายงานตัวเลี่ยงผลกระทบทางกฎหมาย ก่อนรัฐบาลเกาหลีใต้ใช้มาตรการเข้มข้น

สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล โพสต์ผ่านข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘주한태국대사관 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล Royal Thai Embassy, Seoul’  แนะนำให้คนไทยที่พำนักในเกาหลีใต้โดยผิดกฎหมาย เข้าร่วมโครงการรายงานตัวกลับประเทศโดยสมัครใจ หลังรัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศยกเว้นโทษปรับให้ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569

สถานทูตฯ ระบุว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สาธารณรัฐเกาหลี เปิดโอกาสให้คนต่างชาติที่อยู่แบบผิดกฎหมายรายงานตัวกลับประเทศโดยสมัครใจและได้รับการยกเว้นค่าปรับ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 จนถึง 28 กุมภาพันธ์ 2569

สถานทูตฯ จึงขอเชิญชวนให้พี่น้องชาวไทยที่อยู่ในสาธารณรัฐเกาหลีโดยผิดกฎหมาย ใช้โอกาสอันสำคัญนี้ในการรายงานตัวและเดินทางกลับประเทศไทยภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อหลีกเลี่ยงโทษปรับและผลกระทบทางกฎหมายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ทั้งนี้ สถานทูตฯ ระบุว่า พร้อมให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ในการจัดทำเอกสารเดินทาง (พาสขาว) สำหรับผู้ที่ไม่มีหนังสือเดินทางหรือจำเป็นต้องออกเอกสารใหม่

สถานทูตฯ ย้ำว่า หวังเป็นอย่างยิ่งว่าพี่น้องชาวไทยจะให้ความร่วมมือและใช้ประโยชน์จากมาตรการ ผ่อนผันครั้งนี้ เพื่อให้สามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย


 

กัมพูชา ไฟเขียวทดลอง ‘ฟรีวีซ่า’ อนุญาตพลเมืองจีนพำนักในประเทศ 14 วัน เริ่มกลางปีหน้า 15 มิ.ย.-15 ต.ค. 2026 หวังดึงนักท่องเที่ยว - นักธุรกิจ - นักลงทุนจากจีน

นักธุรกิจจีนเฮ กัมพูชาไฟเขียวทดลองฟรีวีซ่าแก่พลเมืองจีน อนุญาตพำนักในประเทศ 14 วัน เริ่มกลางปี 2026

(4 ธ.ค. 68) สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า จดหมายทางการที่ลงนามโดยฮิง โถรักสี เลขาธิการคณะรัฐมนตรีกัมพูชา ฉบับวันอังคาร (2 ธ.ค.) ระบุว่ากัมพูชาจะทดลองนโยบายยกเว้นวีซ่าแก่พลเมืองจีนระหว่างวันที่ 15 มิ.ย.-15 ต.ค. 2026 หลังจากรัฐบาลเห็นชอบในหลักการทดลองยกเว้นวีซ่าแก่พลเมืองจีนที่เดินทางมาจากจีนและอนุญาตให้พำนักอยู่ในกัมพูชา 14 วัน

รายงานระบุว่านักเดินทางจากจีนสามารถเดินทางเยือนกัมพูชาแบบไม่จำกัดจำนวนครั้งในช่วงทดลองนโยบายดังกล่าว ซึ่งมีระยะเวลา 4 เดือน โดยไม่จำเป็นต้องยื่นขอวีซ่าหรือชำระค่าธรรมเนียมใดๆ เพียงแค่กรอกแบบฟอร์มแจ้งการเดินทางถึงฉบับอิเล็กทรอนิกส์ (E-arrival card)
.
นอกจากนั้นกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของกัมพูชายังจะเจรจากับรัฐบาลจีน เพื่อลดทอนและเพิ่มความคล่องตัวของกระบวนการยื่นขอวีซ่าของนักท่องเที่ยวชาวกัมพูชาที่ต้องการเดินทางเยือนจีน เพื่อบรรลุการดำเนินนโยบายยกเว้นวีซ่าซึ่งกันและกันตามหลักการต่างตอบแทนในอนาคต

ธอร์น ซีนาน ประธานสมาคมการท่องเที่ยวเอเชียแปซิฟิกประจำกัมพูชา ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหัวในวันพุธ (3 ธ.ค.) ว่าการทดลองนโยบายนี้ถือเป็นข่าวดีที่รอมานานและจะสร้างผลลัพธ์อันน่าพึงพอใจ เนื่องจากจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ และนักลงทุนจากจีนเข้าสู่กัมพูชามากขึ้น

อนึ่ง จีนเป็นแหล่งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติขนาดใหญ่ที่สุดอันดับ 3 ของกัมพูชา รองจากไทยและเวียดนาม โดยกระทรวงการท่องเที่ยวของกัมพูชาระบุว่ามีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเยือนกัมพูชาในช่วงเดือนมกราคม-ตุลาคม 2025 ราว 1 ล้านคน

‘นายกฯ ญี่ปุ่น’ เบรกความตึงเครียดกับจีน ย้ำจุดยืน "ไต้หวัน" ไม่เปลี่ยนแปลง ตามปฏิญญาร่วมปี 1972 หลังคำพูดแข็งกร้าวก่อนหน้านี้ส่งกระทบหนัก

โตเกียว – หลังความสัมพันธ์กับจีนเข้าสู่ภาวะผันผวนหลายสัปดาห์ เนื่องจากการแสดงความคิดเห็นที่แข็งกร้าวเรื่องช่องแคบไต้หวัน ในที่สุด นางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้พยายามลดระดับความตึงเครียดกับรัฐบาลปักกิ่ง โดยย้ำถึงจุดยืนดั้งเดิมของญี่ปุ่นต่อประเด็นไต้หวัน

ในการตอบคำถามของสมาชิกสภาเมื่อวันพุธที่ผ่านมา นางทาคาอิจิกล่าวต่อรัฐสภาญี่ปุ่นว่า จุดยืนของรัฐบาลโตเกียวต่อเกาะไต้หวันยังคงไม่เปลี่ยนแปลง และอ้างอิงถึงข้อตกลงร่วมปี 1972 ซึ่งนำไปสู่การฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างปักกิ่งและโตเกียว

“จุดยืนพื้นฐานของรัฐบาลญี่ปุ่นเกี่ยวกับไต้หวันยังคงเป็นไปตามที่ระบุไว้ในแถลงการณ์ร่วมญี่ปุ่น-จีน ปี 1972 และจุดยืนนี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลง” นางทาคาอิจิกล่าว

ตามแถลงการณ์ร่วมปี 1972 นั้น รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนยืนยันว่าไต้หวันเป็นส่วนที่แบ่งแยกไม่ได้ของอาณาเขตของจีน และรัฐบาลญี่ปุ่น "เข้าใจและเคารพจุดยืนนี้อย่างเต็มที่" แถลงการณ์ดังกล่าวเป็นหนึ่งในเอกสารทางกฎหมายที่ปักกิ่งมักใช้อ้างถึงเพื่อสนับสนุนว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน

การแสดงความคิดเห็นล่าสุดของนางทาคาอิจิมีขึ้นเกือบหนึ่งเดือนหลังจากที่เธอกล่าวต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนว่า การโจมตีไต้หวันโดยกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) อาจถือเป็น "สถานการณ์ที่คุกคามต่อการอยู่รอดของชาติ" ซึ่งอาจเปิดทางให้โตเกียวเข้าสู่ปฏิบัติการทางทหารได้

คำกล่าวในเดือนพฤศจิกายนดังกล่าวเป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนที่สุดของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นต่อกรณีไต้หวัน และเป็นการเบี่ยงเบนจากนโยบาย "ความคลุมเครือทางยุทธศาสตร์" ที่ญี่ปุ่นยึดถือมายาวนาน แม้ภายหลังเธอระบุว่าความเห็นดังกล่าวเป็นเพียง "สมมติฐาน"

คำกล่าวที่แข็งกร้าวดังกล่าวส่งผลให้ความสัมพันธ์กับจีนดิ่งลงอย่างรวดเร็ว ปักกิ่งได้ระงับการนำเข้าอาหารทะเลญี่ปุ่น งดการแลกเปลี่ยนระหว่างรัฐบาลและวัฒนธรรม รวมถึงแนะนำพลเมืองไม่ให้เดินทางหรือศึกษาในญี่ปุ่น

คำพูดล่าสุดของนางทาคาอิจิในวันพุธนี้ยังสอดคล้องกับแถลงการณ์ของ นายโทชิมิตสึ โมเตกิ รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ที่ระบุว่าจุดยืนพื้นฐานของรัฐบาลญี่ปุ่นคือ "เป็นไปตามที่ระบุไว้ในแถลงการณ์ร่วมปี 1972 อย่างแท้จริง ไม่มากไปกว่านั้น ไม่น้อยไปกว่านั้น"

บอกไม่เคยกันออกจากโต๊ะคุยยูเครน ชี้ ‘อียู’ อยู่ข้างสงครามไม่มีวาระเพื่อสันติ กำลังขวางความพยายามของ ‘สหรัฐ–ทรัมป์’ หลังตั้งเงื่อนไขที่รู้ว่าเครมลินไม่มีวันเซ็น

(4 ธ.ค. 68) ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ให้สัมภาษณ์สื่อในมอสโก โดยระบุว่ายุโรป “ไม่ได้ถูกกันออกจากกระบวนการยุติความขัดแย้งในยูเครน แต่เป็นฝ่ายเดินออกไปเอง” พร้อมวิจารณ์ว่ารัฐยุโรปจำนวนมากรับเอาแนวคิด “ต้องทำให้รัสเซียพ่ายแพ้เชิงยุทธศาสตร์” มาเป็นกรอบคิดหลัก แล้วก็ยัง “หลงอยู่ในมายาคติ” นี้จนถึงทุกวันนี้

ปูตินกล่าวต่อว่า เมื่อยุโรปไม่ชอบผลลัพธ์ในตอนนี้ ก็หันไปขัดขวางความพยายามของรัฐบาลสหรัฐฯ และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการผลักดันการเจรจาสันติภาพ พร้อมระบุว่ายุโรป “ไม่มีวาระเพื่อสันติภาพ เป็นฝ่ายของสงคราม” แม้จะเสนอปรับแก้ข้อเสนอของทรัมป์ แต่ก็เป็นการเปลี่ยนให้เงื่อนไข “รับไม่ได้สำหรับรัสเซีย” เพื่อใช้เป็นข้ออ้างโยนความผิดว่าเป็นฝ่ายมอสโกที่ทำให้กระบวนการสันติภาพล้มเหลว 

อย่างไรก็ตาม ปูตินยังทิ้งท้ายว่ารัสเซียพร้อมเปิดให้ยุโรปกลับมาที่โต๊ะเจรจา หากยอมรับข้อเท็จจริงในสนามรบ

ในอีกประเด็น ปูตินย้ำว่ารัสเซีย “ไม่ต้องการทำสงครามกับยุโรป” และเคยพูดเรื่องนี้มาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ยืนยันว่าหากยุโรปเป็นฝ่ายเปิดฉากเผชิญหน้าทางทหาร รัสเซีย “เราก็พร้อมทันที” โดยไม่ควรมีข้อสงสัยใด ๆ เขาเตือนว่า หากสถานการณ์บานปลายกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบ “อาจถึงจุดที่เราไม่เหลือคู่เจรจาให้พูดคุยด้วยอีกต่อไป” 


ที่มา : Sputnik 

 

‘ฟรีวีซ่า’ สำหรับประชาชนชาวจีน เข้าได้นาน 30 วัน ไม่ต้องยื่นขอ คาดดันทัวร์จีนพุ่ง 30–40% หรือ 2 ล้านคน ‘หอพัก-โรงแรม’ เตรียมรับอานิสงส์ตลอดทั้งปี

(4 ธ.ค. 68) รัสเซียประกาศใช้มาตรการ “ฟรีวีซ่า” สำหรับชาวจีนอย่างเป็นทางการแล้ว หลังประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ลงนามคำสั่งอนุญาตให้คนจีนที่ถือหนังสือเดินทางเล่มปกติ สามารถเดินทางเข้ารัสเซียเพื่อท่องเที่ยว ทำธุรกิจ เยี่ยมญาติ หรือร่วมงานด้านวิชาการ วัฒนธรรม กีฬา และกิจกรรมต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า พักได้นานไม่เกิน 30 วัน โดยคำสั่งมีผลทันทีและใช้ไปจนถึงวันที่ 14 กันยายน 2569

อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้ไม่ครอบคลุมการเดินทางเพื่อทำงาน ศึกษาต่อ หรือพำนักระยะยาว รวมถึงไม่ใช้กับกลุ่มคนขับรถบรรทุกระหว่างประเทศ ลูกเรือขนส่งสินค้า–ผู้โดยสาร และล่ามที่ติดตามรถขนส่งข้ามแดน ซึ่งยังต้องดำเนินการขอวีซ่าตามปกติ

สมาคมผู้ประกอบการท่องเที่ยวของรัสเซียคาดว่า ฟรีวีซ่าครั้งนี้จะช่วยดันจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้ารัสเซียช่วงฤดูร้อนเพิ่มขึ้นราว 30–40% โดยนักท่องเที่ยวที่เดินทางอิสระอาจเพิ่มขึ้นถึง 1.5–2 เท่า ผู้ประกอบการเชื่อว่าจะช่วยเติมนักท่องเที่ยวให้โรงแรมและที่พักทั้งในช่วงพีกของซีซั่นท่องเที่ยวและนอกฤดูกาล

ทั้งนี้ มาตรการของรัสเซียสอดรับกับที่จีนประกาศทดลองให้คนรัสเซียที่ถือพาสปอร์ตเล่มปกติ เดินทางเข้าออกจีนแบบฟรีวีซ่าอยู่ก่อนแล้ว เป็นเวลา 1 ปี พักได้ไม่เกิน 30 วัน เพื่อท่องเที่ยว ทำธุรกิจ เยี่ยมญาติ หรือร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งสองฝ่ายหวังว่าดีลฟรีวีซ่าแบบไป-กลับนี้ จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว การค้า และการแลกเปลี่ยนผู้คนระหว่างกันให้คึกคักยิ่งขึ้นในปีหน้า โดยรัสเซียประเมินว่าอาจต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนทะลุ 2 ล้านคนได้ภายในปีเดียว


ที่มา : Xinhua 

 

ออกมาตรการแบน ‘สมาร์ตโฟน’ ในโรงเรียน มีผลในระดับมัธยมศึกษาทั่วทั้งประเทศ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2026 เป็นต้นไป หวังช่วยปรับสุขภาพจิตเด็ก และโฟกัสที่ดีขึ้น

(3 ธ.ค. 68) กระทรวงศึกษาธิการสิงคโปร์ (MOE) ประกาศมาตรการใหม่ให้โรงเรียนมัธยมศึกษาทั้งประเทศ “ห้ามใช้สมาร์ตโฟนและสมาร์ตวอทช์ตลอดเวลาเรียน” เริ่มมีผลเดือนมกราคม 2026 จากเดิมที่ห้ามใช้เฉพาะในชั่วโมงเรียนเท่านั้น โดยจะขยายให้ครอบคลุมทั้งช่วงพักกลางวัน เวลาทำกิจกรรมนอกห้องเรียน (CCA) รวมถึงชั่วโมงเสริม ซ่อม และติวเข้มต่าง ๆ โดยอุปกรณ์ของนักเรียนจะต้องถูกเก็บไว้ในที่จัดเก็บที่โรงเรียนกำหนด หรือในกระเป๋าเรียนตลอดเวลา ยกเว้นกรณีจำเป็นที่โรงเรียนอนุญาตเป็นรายๆ ไป

MOE ระบุว่า แนวทางเดียวกันนี้ถูกใช้กับโรงเรียนประถมแล้วภายใต้ยุทธศาสตร์ส่งเสริมสุขภาพระดับชาติ “Grow Well SG” และมีโรงเรียนมัธยมบางแห่งนำไปใช้ล่วงหน้าจนพบผลเชิงบวก เช่น เด็กมีสมาธิมากขึ้น สุขภาวะดีขึ้น และหันกลับมาพูดคุย–เล่นกับเพื่อนแบบเผชิญหน้ามากกว่าเดิม มาตรการใหม่ยังสอดรับกับการผลักดันแนวทางใช้หน้าจออย่างเหมาะสมในโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงการพัฒนาสังคมและครอบครัว หลังผลสำรวจพบว่าเด็กจำนวนมากใช้หน้าจอเกินเวลาที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำ

แม้รัฐบาลจะวาง “กรอบใหญ่” ให้แต่แต่ละโรงเรียนยังมีอิสระออกกฎระเบียบด้านวินัยของตนเองให้สอดคล้องกับแนวทางดังกล่าว โดยในกรณีใช้มือถือหรือสมาร์ตวอทช์ผิดวัตถุประสงค์ โรงเรียนจะเน้นทำงานเชิงให้การศึกษา พูดคุยกับนักเรียนและผู้ปกครองเพื่อแก้ปัญหาที่ต้นตอ และช่วยให้เด็กเรียนรู้การจัดการการใช้เครื่องมือดิจิทัลอย่างรับผิดชอบ ควบคู่กับการใช้มาตรการทางวินัยเมื่อจำเป็น เพื่อให้เด็กเข้าใจผลของพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

ส่วนระดับที่สูงขึ้นอย่างจูเนียร์คอลเลจและ สถาบันมิลเลนเนีย (Millennia Institute) รัฐบาลคาดหวังว่านักเรียนมีวุฒิภาวะพอจะใช้มือถือและสมาร์ตวอทช์อย่างมีวินัย แต่ก็ยังคงจำกัดการใช้ในชั่วโมงเรียน ต้องได้รับอนุญาตจากครู ขณะที่นอกเวลาเรียนอาจใช้ได้เมื่อจำเป็น นอกจากนี้ MOE ยังขยับเวลา “ปิดเครื่องอัตโนมัติ” บนแอปจัดการอุปกรณ์การเรียนส่วนตัว (Device Management Application) ให้เร็วขึ้นจาก 23.00 น. มาเป็น 22.30 น. เพื่อช่วยให้เด็กวางหน้าจอเร็วยิ่งขึ้นและเข้านอนได้ตรงเวลา พร้อมเชิญชวนผู้ปกครองร่วมปรับกติกาที่บ้านให้สอดคล้องกับกฎใหม่

ด้าน กระทรวงศึกษาธิการระบุว่า แนวทางและเหตุผลของมาตรการทั้งหมดจะถูกสื่อสารกับนักเรียนและผู้ปกครองผ่านหลายช่องทาง เช่น การปาฐกถาตอนเปิดเทอม สมุดพกนักเรียน เว็บไซต์โรงเรียน และการประชุมผู้ปกครอง เพื่อสร้างความเข้าใจตรงกันตั้งแต่ต้นปีการศึกษา แจสมิน หลิว (Jasmin Lau) รัฐมนตรีแห่งรัฐด้านการพัฒนาดิจิทัลและการศึกษา กล่าวผ่านอินสตาแกรมว่า โรงเรียนจะทยอยแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมในช่วงต่อไป และหวังว่าผู้ปกครองจะร่วมมือกับโรงเรียนในการพาเด็กๆ ไปสู่การใช้เทคโนโลยีอย่างสมดุลและมีสติ

ที่มา : https://www.channelnewsasia.com/singapore/secondary-school-can-use-phone-in-class-smartphone-screen-time-students-5495621
 

ขยับสถานะสู่สมาชิก BRICS เต็มตัว พร้อมชวนอินเดียร่วมเจ้าภาพต้านสแกมฯ ถกความมั่นคงเอเชียแปซิฟิก สถานการณ์เมียนมา และชายแดนไทย-กัมพูชา

(3 ธ.ค. 68) กระทรวงการต่างประเทศไทยเผยว่า นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้หารือกับนายซุปรามณยัม ไชชานการ์ รมว.ต่างประเทศอินเดีย โดยไทยได้ขอการสนับสนุนจากอินเดียให้ช่วยผลักดันความต้องการของไทย ในการยกระดับจาก “รัฐภาคีหุ้นส่วน” ขึ้นเป็น “สมาชิกเต็มรูปแบบ” ของกลุ่ม BRICS โดยเฉพาะในช่วงที่อินเดียจะทำหน้าที่ประธาน BRICS ในปี 2026

ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือประเด็นนโยบายต่างประเทศท่ามกลางความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อน แลกเปลี่ยนมุมมองเรื่องการรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะมิจฉาชีพออนไลน์ และการช่วยเหลือเหยื่อชาวอินเดียที่ได้รับผลกระทบบนแผ่นดินไทย ไทยได้เชิญอินเดียเข้าร่วมการประชุมนานาชาติ “Global Partnerships to Combat Online Scams” ที่กรุงเทพฯ วันที่ 17–18 ธันวาคม 2025 พร้อมแสดงความสนใจจะเป็นเจ้าภาพร่วมในการขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ ยังได้แลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา และสถานการณ์ในเมียนมาที่ส่งผลต่อเสถียรภาพชายแดนและความมั่นคงมนุษย์ของภูมิภาค ซึ่งทั้งไทยและอินเดียต่างมองว่าจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือด้านการทูตและความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมควบคู่กันไป

สำหรับกลุ่ม BRICS จัดตั้งขึ้นในปี 2006 เดิมมีสมาชิกหลัก 5 ประเทศ คือ รัสเซีย บราซิล อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ ปัจจุบันขยายรวมอียิปต์ เอธิโอเปีย อิหร่าน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอินโดนีเซีย ขณะที่ไทย เบลารุส โบลิเวีย คาซัคสถาน คิวบา มาเลเซีย ยูกันดา และอุซเบกิสถาน เพิ่งได้รับสถานะ “รัฐภาคีหุ้นส่วน BRICS” อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2025 และกำลังก้าวต่อไปสู่การเป็นสมาชิกเต็มรูปแบบในอนาคต


ที่มา : Sputnik
 

ไฟไหม้คร่าชีวิตนับร้อยสะเทือนฮ่องกง สั่งตั้ง คกก.อิสระตรวจทุกจุด ลั่นรัฐบาลจะให้ความช่วยเหลือ สร้างบ้านใหม่ และเยียวยาผู้เสียชีวิต

(3 ธ.ค. 68)  ซินหัว 2 ธ.ค. จอห์น ลี ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกงของจีน เผยว่ารัฐบาลฮ่องกงจะจัดตั้งคณะกรรมการอิสระที่มีผู้พิพากษาเป็นประธาน เพื่อดำเนินการสืบสวนเหตุการณ์ไฟไหม้อาคารพักอาศัยที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานนี้โดยละเอียด และรับรองว่าผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบ

ลีกล่าวว่าเหตุการณ์ไฟไหม้อาคารพักอาศัยคร่าชีวิตผู้คนไป 151 ราย บาดเจ็บอีก 79 ราย และกำลังติดตามกรณีผู้ที่ยังสูญหายอีกราว 30 ราย โดยหน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจสามหน่วยที่จัดตั้งก่อนหน้านี้กำลังสืบสวนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และจะไม่ปล่อยให้ผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบคนใดลอยนวล

ลีย้ำว่ารัฐบาลฮ่องกงกำลังดำเนินหลายมาตรการเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ อาทิ การเปิดศูนย์พักพิงชั่วคราว การจัดให้ประชาชนราว 2,500 คนเข้าพักในที่พักชั่วคราวและโรงแรม

ลีชี้ว่าการปฏิรูปเชิงระบบเป็นสิ่งจำเป็นเนื่องจากเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นความล้มเหลวในหลายส่วน พร้อมทั้งระบุว่าจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบเหตุไฟไหม้ และรัฐบาลฮ่องกงจะจัดเตรียมข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมดและการสนับสนุนอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับการสืบสวน และคณะกรรมการจะส่งคำแนะนำและรายงานให้กับเขา

ลีย้ำว่าจะไม่ยุติปฏิบัติการกู้ภัยและจะไม่ทอดทิ้งครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ รัฐบาลฮ่องกงจะให้ความช่วยเหลือครอบครัวเหล่านี้ในการสร้างบ้านใหม่ และทยอยฟื้นฟูการดำเนินงานตามปกติของสังคม

ทั้งนี้ ลีกล่าวว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติ (LegCo) ที่กำหนดไว้ในวันที่ 7 ธ.ค. นี้จะดำเนินการต่อไปตามแผนที่วางไว้

ผู้ประสบอุทกภัยใน จ.สงขลา ต่อเนื่อง มอบถังออกซิเจนทางการแพทย์ 200 ถัง ให้ รพ.สงขลานครินทร์ และ รพ.หาดใหญ่ มอบเครื่องฉีดน้ำ 30 เครื่อง ให้กองทัพเรือ

บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. สนับสนุนการช่วยเหลือ ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่และพื้นที่อื่น ๆ ในจังหวัดสงขลาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้มอบถังออกซิเจนทางการแพทย์ขนาด 0.5 คิว จำนวน 200 ถัง ให้แก่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ และโรงพยาบาลหาดใหญ่ โดยประสานความร่วมมือกับกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ในการลำเลียงถังออกซิเจนเข้าไปในพื้นที่ เพื่อส่งเสริมการรักษาพยาบาลผู้ป่วยที่ต้องการอุปกรณ์ช่วยชีวิต นอกจากนี้ ยังได้มอบเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง จำนวน 30 เครื่อง ให้กับกองทัพเรือ เพื่อสนับสนุนภารกิจฟื้นฟูที่อยู่อาศัยให้กับผู้ประสบภัย

ในช่วงเวลาที่เกิดอุทกภัย ปตท.สผ. ได้ร่วมบรรเทาความเดือนร้อนให้กับผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน โดยสนับสนุนเครื่องอุปโภคบริโภคต่าง ๆ เพื่อการยังชีพ เช่น อาหารแห้ง น้ำดื่ม และเครื่องใช้อื่น ๆ ลำเลียงไปกับเรือหลวงจักรีนฤเบศร รวมถึงสนับสนุนชุดเครื่องนอน ผ้าห่ม และเสื้อผ้า ให้แก่ศูนย์พักพิง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นอกจากนี้ ในด้านการปฏิบัติงานเชิงเทคนิค ปตท.สผ. ได้ร่วมกับบริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด หรือ เออาร์วี ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ส่งโดรนเพื่อการขนส่ง และโดรนเพื่อการสำรวจและเฝ้าระวัง พร้อมทั้งทีมผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสนับสนุนภารกิจของศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 42 ให้สามารถเข้าถึงพื้นที่ที่ประสบปัญหาที่ยากต่อการเข้าถึงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

ปตท.สผ. ยังคงทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือ ฟื้นฟู และส่งกำลังใจ โดยมุ่งหวังให้ผู้ประสบอุทกภัยสามารถฟื้นตัวและกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

มหาวิทยาลัยท็อปแดนมังกร เปิดหลักสูตร ปัญญาประดิษฐ์ทำงานร่วมกับร่างกายจริง เร่งป้อนคนเก่งสู่อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ AI จับมือ Huawei–BYD–UBTech รองรับเด็กจบใหม่

(2 ธ.ค. 68) จีนเปิดหลักสูตรระดับปริญญาตรีด้าน “Embodied Intelligence” หรือปัญญาประดิษฐ์ที่ทำงานร่วมกับร่างกายจริงในมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่ง เพื่อตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติด้านหุ่นยนต์และ AI และหนุนเป้าหมายของปักกิ่งที่อยากขึ้นนำสหรัฐฯ ในสนามเทคโนโลยีอนาคต

กระทรวงศึกษาธิการจีนเผยว่า มหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง มหาวิทยาลัยเซียงไฮ้ เจียงตง (Shanghai Jiao Tong University) และ มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง (Zhejiang University) อยู่ในกลุ่ม 7 สถาบันแรกที่ยื่นขอเปิดสาขาใหม่ด้าน Embodied Intelligence ตามกรอบ “จัดการพิเศษให้กับสาขาขาดแคลนเร่งด่วน” ซึ่งรัฐบาลกำหนดให้เป็นหนึ่งในหัวใจของยุทธศาสตร์เทคโนโลยีระยะยาว 

มหาวิทยาลัยเซียงไฮ้ เจียงตง ระบุว่า หลักสูตร AI และวิศวกรรมแบบเดิมยังไม่เชื่อมโยงข้ามสาขามากพอ จึงต้องออกแบบหลักสูตรใหม่ที่ผสมทั้ง AI วิศวกรรมกลไก ระบบควบคุม และการออกแบบหุ่นยนต์ โดยมี ศาสตราจารย์หลู่ เซ่ออู่ (Cewu Lu) ผู้เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์ชื่อดัง เป็นหัวหน้าภาค

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ยังจับมือกับบริษัทยักษ์ใหญ่เป็น “ว่าที่นายจ้าง” ของบัณฑิตกลุ่มนี้ เช่น มหาวิทยาลัยซีอาน เจียวทง (Xi’an Jiaotong University) คาดว่าจากบัณฑิต 30 คน จะมีราว 5 คนได้งานกับ Huawei ผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคม, BYD ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า และ UBTech Robotics บริษัทหุ่นยนต์ชื่อดัง รวมแล้ว 7 สถาบันจะรับนักศึกษารุ่นแรกประมาณ 330 คน โดย สถาบันเทคโนโลยีปักกิ่ง (Beijing Institute of Technology) รับมากสุดที่ 120 คน

ด้านตลาดงานก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน รายงานของบริษัทจัดหางาน Liepin ระบุว่า จำนวนตำแหน่งงานใหม่สาย Embodied Intelligence ในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้นถึง 73% สูงกว่าตลาดงานสาย AI โดยรวมที่โต 55% เท่านั้น ขณะที่เงินเดือนเฉลี่ยของตำแหน่งงานด้าน Embodied Intelligence อยู่ที่ราว 333,400 หยวนต่อปี (ราว 1.5 ล้านบาท) สูงกว่างานสาย AI ทั่วไปที่เฉลี่ย 290,900 หยวนต่อปีอย่างชัดเจน

สำหรับ Embodied Intelligence ถือเป็นแขนงหนึ่งของ AI ที่เน้นให้ “สมองกล” ทำงานร่วมกับร่างกายจริงและเรียนรู้จากการโต้ตอบกับโลกจริง โดยกระแสหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์และสตาร์ตอัปหุ่นยนต์ในจีนกำลังมาแรง แต่ก็เจอปัญหาขาดแคลนบุคลากรคุณภาพสูง หลายบริษัท เช่น Deep Robotics เคยยอมรับว่าการขาดคนเก่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการผลักดันงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ ทำให้การสร้าง “ท่อส่งคน” ผ่านหลักสูตรใหม่ในมหาวิทยาลัยจีนกลายเป็นภารกิจเร่งด่วนของทั้งภาครัฐและสถาบันการศึกษา

หลังขุด “กำแพงเมืองจีน” ช่วง “เจียนโข่ว” เจอปืนใหญ่ไซซ์ยักษ์ปลายราชวงศ์หมิง พร้อมจารึกบนปืนเผยประวัติศาสตร์การใช้อาวุธไฟ เชื่อมโยงหลักฐานค้าขาย–แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมโบราณ

(2 ธ.ค. 68) นักโบราณคดีในกรุงปักกิ่งแถลงผลการขุดค้นกำแพงเมืองจีนช่วง “เจียนโข่ว” (Jiankou) พบปืนใหญ่โบราณขนาดใหญ่ รวมถึงโบราณวัตถุจำนวนมากจากหอคอยสัญญาณ 3 แห่งและกำแพงที่เชื่อมต่อกัน ทั้งอาวุธ ชิ้นส่วนสถาปัตยกรรม และข้าวของใช้ในชีวิตประจำวัน จากการขุดค้นตลอดปีนี้

ปืนใหญ่ที่พบเป็นปืนเหล็กหล่อปลายราชวงศ์หมิง (ปี ค.ศ. 1368-1644) ยาว 89.2 เซนติเมตร หนัก 112.1 กิโลกรัม ถือเป็นปืนใหญ่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยขุดพบในช่วงกำแพงเมืองจีนส่วนนี้ นักวิจัยระบุว่าจารึกที่ยังคมชัดบนตัวปืนให้ข้อมูลสำคัญต่อการศึกษาการผลิตอาวุธไฟ และการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีทางทหารในยุคนั้น

นอกจากนี้ สถาบันโบราณคดีปักกิ่งยังรายงานผลศึกษาเครื่องประดับเทอร์ควอยซ์จากแหล่งโบราณคดี “ซิงกง” (Xingong) ซึ่งเป็นชุมชนโบราณยุคราชวงศ์เซี่ย (ราว 2070–1600 ปีก่อนคริสตกาล) และราชวงศ์ซาง (1600–1046 ปีก่อนคริสตกาล) ที่หายากมากในเขตเมืองของปักกิ่ง

พื้นที่ดังกล่าวมีทั้งหลุมฝังศพ คูน้ำ และร่องรอยที่อยู่อาศัย และพบโบราณวัตถุเทอร์ควอยซ์แล้ว 28 ชิ้น ผลการวิเคราะห์ชี้ว่า แร่เทอร์ควอยซ์เหล่านี้น่าจะมาจากเหมืองบริเวณรอยต่อมณฑลหูเป่ย์ เหอหนาน และส่านซี ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญว่ามีเครือข่ายการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและทรัพยากรระหว่างภูมิภาคในจีนตอนเหนือมาตั้งแต่หลายพันปีก่อนแล้ว


ที่มา : Xinhua 

ซัดคำพูด “โจมตีก่อน” ไร้ความรับผิดชอบ สะท้อนท่าทีพร้อมยกระดับความตึงเครียด หยันภาพลักษณ์ “พันธมิตรเชิงป้องกัน” พังทลาย เตือนคิดให้ดีก่อนเล่นกับไฟสงคราม

(2 ธ.ค. 68) มาเรีย ซาคาโรวา (Maria Zakharova) โฆษกหญิงของกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ออกแถลงการณ์ตอบโต้คำให้สัมภาษณ์ของพลเรือเอกจูเซ็ปเป คาโว ดรากอเน (Giuseppe Cavo Dragone) ประธานคณะเสนาธิการทหารนาโต ที่พูดถึงความเป็นไปได้ในการใช้ “การโจมตีล่วงหน้า” ต่อรัสเซีย หากมองว่ารัสเซียมีพฤติกรรมคุกคามพันธมิตรนาโต โดยคำพูดนี้ถูกเผยแพร่ผ่านสื่ออังกฤษ Financial Times

มาเรีย ซาคาโรวา ระบุว่า คำพูดดังกล่าวเป็น “ความเคลื่อนไหวที่ไร้ความรับผิดชอบอย่างยิ่ง” และสะท้อนถึงความพร้อมของนาโตที่จะเดินหน้าสร้างความตึงเครียดต่อไป พร้อมมองว่าเป็นความพยายามจงใจบ่อนเซาะความพยายามหาทางออกวิกฤตยูเครนด้วยแนวทางสันติ

ซาคาโรวายังชี้ว่า ถ้อยแถลงเชิง “โจมตีก่อน” แบบนี้ ทำลายภาพลักษณ์ที่นาโตพยายามสร้างว่าเป็น “พันธมิตรเพื่อการป้องกันเท่านั้น” และเตือนว่าผู้ที่ออกมาพูดในลักษณะนี้ควรตระหนักถึงความเสี่ยงและผลลัพธ์ที่จะตามมา ซึ่งอาจกระทบต่อประเทศสมาชิกของนาโตเองด้วย ไม่ใช่เพียงคู่ขัดแย้งฝั่งตรงข้ามเท่านั้น


ที่มา : Sputnik

ปล่อยโมเดล AI ใหม่ Math-V2 เก่งในการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ ระดับ “เหรียญทองโอลิมปิก (IMO)” เหนือกว่า Gemini DeepThink

(2 ธ.ค. 68) บริษัท DeepSeek จุดกระแสวงการ AI ด้านคณิตศาสตร์อีกครั้ง ด้วยการปล่อยโมเดลใหม่ DeepSeek-Math-V2 แบบโอเพนซอร์สบนแพลตฟอร์ม Hugging Face พร้อมประกาศว่าโมเดลนี้มีความสามารถด้านพิสูจน์โจทย์คณิตศาสตร์ระดับ “เหรียญทองโอลิมปิกคณิต (IMO)” และเหนือกว่า Gemini DeepThink ในหลายชุดทดสอบ เป้าหมายไม่ใช่แค่ให้ AI ตอบโจทย์ถูก แต่ให้ “คิดเป็น ตรวจตัวเองเป็น และยอมรับว่าตัวเองผิดได้”

DeepSeek-Math-V2 ถูกพัฒนาต่อยอดจาก DeepSeek-V3.2-Exp-Base และสานต่อจากรุ่นก่อนอย่าง DeepSeek-Math-7B ที่เคยสร้างชื่อเมื่อปีที่แล้ว ด้วยขนาดแค่ 7 พันล้านพารามิเตอร์แต่ทำคะแนนทัดเทียม GPT-4 และ Gemini-Ultra ในหลายเบนช์มาร์ก ขณะเดียวกันก็เปิดตัวเทคนิค GRPO ที่ช่วยดันสกิล reasoning ทางคณิตให้ดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยรุ่นใหม่อย่าง V2 จึงถูกจับตาว่าจะพา AI คณิตไปไกลแค่ไหน

ในบทความวิจัย DeepSeekMath-V2: Towards Self-Verifiable Mathematical Reasoning ทีมวิจัยชี้ให้เห็นข้อจำกัดของงาน AI คณิตส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ที่มักใช้ “คำตอบสุดท้ายถูกหรือผิด” เป็นรางวัลหลักในการฝึกโมเดล โดยไม่ตรวจว่าขั้นตอนเหตุผลระหว่างทางถูกต้องหรือไม่ วิธีนี้อาจทำให้คะแนนบนชุดทดสอบอย่าง AIME หรือ HMMT แตะเพดาน ไม่ตอบโจทย์งานที่ต้องพิสูจน์อย่างเข้มงวด เช่น ทฤษฎีบททางคณิต ที่ต้องการการให้เหตุผลทีละขั้น

คำตอบของ DeepSeek คือการหันมาเน้น “ตรวจสอบกระบวนการให้เหตุผล” และสร้างกรอบ self-verifiable reasoning ขึ้นมา ระบบนี้มี 3 บทบาทหลักที่เปรียบเทียบง่าย ๆ ได้กับ “นักเรียน–ครู–หัวหน้าครู” ขั้นแรกคือการฝึก “ผู้ตรวจข้อสอบ” หรือโมเดลตรวจพิสูจน์ (proof verifier) ให้ให้คะแนนกระบวนการพิสูจน์เป็น 0, 0.5 หรือ 1 คะแนน พร้อมเขียนคำอธิบายว่าตรงไหนดี ตรงไหนพลาด ไม่ใช่แค่เช็กว่าคำตอบถูกหรือผิด

จากนั้น DeepSeek เพิ่มชั้นความเข้มด้วย “เมตาเวอริฟิเคชัน” หรือการให้ “หัวหน้าครู” มาตรวจงานของครูอีกที เพราะพบว่าบางครั้งโมเดลผู้ตรวจอาจหักคะแนนผิดที่ หรือชี้จุดผิดที่ไม่มีอยู่จริง จึงมีโมเดลอีกตัวมาคอยตรวจว่า คอมเมนต์ของผู้ตรวจมีเหตุผลหรือไม่ ตรงกับวิธีทำจริงหรือเปล่า ช่วยลดอาการ “หลอน” ของ AI เวลาวิจารณ์คำตอบคณิตศาสตร์

บทบาทสุดท้ายคือการฝึก “นักเรียนที่สะท้อนตัวเองได้” หรือโมเดลสร้างคำตอบ (generator) ซึ่งต้องไม่เพียงแค่เขียนวิธีทำ แต่ยังต้องเขียน “ประเมินตัวเอง” ต่อท้าย ให้คะแนนตัวเองแบบเดียวกับผู้ตรวจ (0 / 0.5 / 1) แนวคิดสำคัญคือระบบรางวัลที่ให้โบนัสกับความซื่อสัตย์ — ถ้าทำผิดแต่กล้ายอมรับและชี้จุดผิดของตัวเอง จะมีการให้รางวัลมากกว่าโมเดลที่ทำผิดแต่ยังอวดดีว่าตัวเองถูก

DeepSeek ปิดวงจรทั้งหมดด้วยลูปอัตโนมัติ ให้ “นักเรียน” สร้างวิธีทำจำนวนมากในโจทย์เดียวกัน จากนั้นให้ “ครู” และ “หัวหน้าครู” ร่วมกันโหวตคัดกรองวิธีทำที่ถูกต้องและโจทย์ที่ยากเป็นพิเศษ เพื่อนำกลับมาฝึกซ้ำทั้งฝั่งผู้ตรวจและผู้สร้างคำตอบ ผลลัพธ์คือโมเดล DeepSeekMath-V2 ที่ทำคะแนนระดับเหรียญทองใน IMO 2025 และ CMO 2024 และได้เกือบเต็ม 118/120 ในการทดสอบสไตล์ Putnam 2024 พร้อมแสดงให้เห็นว่ากรอบ self-verifiable reasoning เป็นทิศทางที่ใช้งานได้จริงสำหรับการผลักดัน AI คณิตศาสตร์ยุคใหม่

สรุป วิธีของ DeepSeekMath-V2 ถือเป็นการขยับจาก “เอาคำตอบถูกไว้ก่อน” ไปสู่ “ตรวจเข้มทั้งกระบวนการให้เหตุผล” ลดการพึ่งพารีวอร์ดแบบสุดท้ายอย่างเดียวแบบ RL รุ่นเก่า ๆ และช่วยลดปัญหา AI มโนคำอธิบายผิด ๆ ขณะเดียวกัน การปล่อยโมเดลและโค้ดแบบโอเพนซอร์สก็เปิดโอกาสให้นักวิจัยและนักพัฒนาเข้ามาทดลองต่อยอด ทั้งในงานคณิตศาสตร์และงานอื่น ๆ ที่ต้องการการให้เหตุผลแบบเข้มข้นในอนาคต

 

หลังโฆษกรัสเซียเผยสถานการณ์ทรุดทุกวัน ทั้งมุมการเมืองในประเทศยูเครน และการทหาร แถมผู้นำยังเอี่ยวคดีคอร์รัปชันในประเทศ ทำยุโรปเริ่มลังเลระดมทุนซื้อขีปนาวุธช่วย

(1 ธ.ค. 68) สื่อรัสเซีย Sputnik รายงานอ้างคำให้สัมภาษณ์ของดมิตรี เปสคอฟ (Dmitry Peskov) โฆษกทำเนียบเครมลิน ระบุว่า “ทุกวันคือวันที่ขาดทุนสำหรับเซเลนสกีและระบอบยูเครน” โดยอ้างว่าตำแหน่งของประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี กำลังย่ำแย่ลงทั้งภายในประเทศและด้านกรรทหาร 

เปสคอฟยังกล่าวว่า เซเลนสกี “บริหารจัดการวิกฤตยูเครนไม่ได้” ท่ามกลางแรงกดดันจากเหลายฝ่าย ทั้งภายในและจากชาติตะวันตก โดยพาดพิงถึงเหตุที่เคยผลักดันกฎหมายการเมืองหลายฉบับแล้วต้องถอยกลับ และชี้ว่าองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันของยูเครนอย่าง NABU ถูกมองว่ามีอิทธิพลจากชาติตะวันตกกำกับอยู่ พร้อมระบุว่าช่วงที่เริ่มมี “แนวโน้มไปสู่การเจรจาอย่างสันติ” ทำให้มีผู้คนและผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องจำนวนมาก

อีกด้านหนึ่ง ในยุโรปก็เกิดเสียงวิจารณ์เกี่ยวกับดีลอาวุธเพื่อยูเครน โดยมีรายงานว่ากลุ่มระดมทุนในสาธารณรัฐเช็กที่เคยเปิดแคมเปญซื้อขีปนาวุธพิสัยไกล “Flamingo” ให้ยูเครน มูลค่าราว 5 แสนดอลลาร์สหรัฐ ชะลอการโอนเงินหลังมีข่าวเชื่อมโยงผู้ผลิต Fire Point กับทิมูร์ มินดิช เพื่อนสนิทและอดีตหุ้นส่วนธุรกิจวงการบันเทิงของเซเลนสกี ท่ามกลางกระแสคดีทุจริตขนาดใหญ่ในยูเครน

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า Fire Point ซึ่งเริ่มจากสตูดิโอภาพยนตร์เล็ก ๆ แล้วขยายตัวสู่บริษัทรับเหมาทางทหาร ผู้ผลิตขีปนาวุธ Flamingo และโดรนหลายรุ่น กำลังเผชิญการสอบสวนเรื่องการได้สัญญารัฐผ่านสายสัมพันธ์ การตั้งราคาชิ้นส่วนอาวุธเกินจริง และการถูกตรวจสอบโดยหน่วยงานต่อต้านคอร์รัปชันของยูเครน ขณะเดียวกันก็ยังมีเสียงตั้งคำถามถึงความพร้อมใช้งานจริงของระบบอาวุธรุ่นดังกล่าว

แม้ข้อกล่าวหาหลายประเด็นยังอยู่ระหว่างการสอบสวนและไม่ได้รับการยืนยันจากฝ่ายอิสระ แต่กรณีอื้อฉาวเรื่องอาวุธและการเมืองภายในยูเครน กำลังถูกเครมลินนำมาใช้เป็นข้อมูลโจมตีภาพลักษณ์รัฐบาลเซเลนสกีอย่างต่อเนื่อง


ที่มา : Sputnik

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top