Friday, 3 July 2026
WORLD

รัสเซียเร่งสอบสวน!! เหตุลอบสังหาร “พลโท ซาร์วารอฟ” ในมอสโก ระเบิดปริศนากลางเมืองหลวง คร่าชีวิตหัวหน้าฝึกยุทธการกองทัพ เครมลินเผย “ข่าวกรองรายงานปูตินทันที” หลังเกิดเหตุ

(23 ธ.ค. 68) ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน เปิดเผยว่า หน่วยข่าวกรองของรัสเซียได้รายงานเหตุลอบสังหาร พลโท ฟานิล ซาร์วารอฟ หัวหน้ากรมฝึกเตรียมกำลังปฏิบัติการของกองบัญชาการทหารสูงสุด ต่อประธานาธิบดี 'วลาดิเมียร์ ปูติน' ทันทีหลังเกิดเหตุ

เปสคอฟกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า "หน่วยข่าวกรองรายงาน (เรื่องนี้) ทันที" ซึ่งตอบคำถามว่าประธานาธิบดีได้รับแจ้งแล้วหรือไม่

ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการสืบสวนของรัสเซียระบุว่า พลโทซาร์วารอฟเสียชีวิตจากระเบิดที่ถูกลอบวางไว้ใต้รถยนต์ ภายในเขตทางตอนใต้ของกรุงมอสโก เหตุการณ์นี้สร้างความตึงเครียดเพิ่มขึ้นในสถานการณ์ความมั่นคงของรัสเซีย

เหตุการณ์ลอบสังหารนี้สะท้อนถึงความท้าทายที่เพิ่มมากขึ้นกับความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ระดับสูงและส่งผลต่อเสถียรภาพในภูมิภาค ขณะที่ทางการรัสเซียยังคงเร่งสอบสวนหาผู้รับผิดชอบต่อไป

ที่มา : Sputnik

โป๋ไห่ทุบสถิติ!! แหล่งน้ำมันนอกชายฝั่งใหญ่สุดจีน ปี 2568 ผลผลิตน้ำมัน-ก๊าซสูงสุด สนับสนุนความมั่นคงพลังงาน เปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและรักษ์โลก

(23 ธ.ค. 68) บริษัทน้ำมันนอกชายฝั่งแห่งชาติจีน หรือ CNOOC รายงานว่า บ่อน้ำมันโป๋ไห่ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำมันนอกชายฝั่งที่ใหญ่ที่สุดของจีน สร้างสถิติใหม่ด้วยผลผลิตน้ำมันและก๊าซรวมกันกว่า 40 ล้านตันเทียบเท่าน้ำมันดิบในปี 2568

CNOOC ชี้ว่า บ่อน้ำมันโป๋ไห่เป็นแหล่งผลิตน้ำมันนอกชายฝั่งชั้นนำทั้งในด้านขนาดและปริมาณ ผลผลิตที่เพิ่มขึ้นนี้จะช่วยเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของจีนและส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม

บ่อน้ำมันโป๋ไห่มีแหล่งผลิตน้ำมันและก๊าซมากกว่า 60 แห่ง ปัจจุบันมียอดการผลิตน้ำมันดิบสะสมกว่า 600 ล้านตัน และมีอัตราการเพิ่มผลผลิตน้ำมันและก๊าซถึง 5% ต่อปีในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ บ่อน้ำมันแห่งนี้กำลังเดินหน้าใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบดิจิทัลและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมประสบความสำเร็จในการติดตั้งระบบผลิตใต้ทะเลน้ำตื้นที่พัฒนาภายในประเทศเป็นครั้งแรก ร้อยละ 80 ของแหล่งน้ำมันเชื่อมต่อไฟฟ้าจากบนบกแล้ว

CNOOC กล่าวว่า "การเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตที่ทันสมัยและยั่งยืนนี้จะผลักดันให้บ่อน้ำมันโป๋ไห่มีบทบาทมากขึ้นในการสนับสนุนพลังงานของประเทศ"

ที่มา : Xinhua

UN คุมเกมเจรจา!! เยเมน–ฮูตีจับมือขยับแลกเชลย ที่มัสกัตภายใต้ UN อุปถัมภ์ แลกเชลยกว่า 1,400 ราย ขั้นสอง บรรยากาศเจรจาเชิงบวก-สอดคล้องกัน

(22 ธ.ค. 68) รัฐบาลเยเมนที่ได้รับการรับรองจากนานาชาติและกลุ่มกบฏอันซารุลลอฮ์ หรือที่รู้จักในชื่อกลุ่มฮูตี มีความคืบหน้าในการเจรจาแลกเปลี่ยนนักโทษที่กรุงมัสกัต เมืองหลวงของโอมาน ภายใต้การสนับสนุนของสหประชาชาติ (UN)

แหล่งข่าวรัฐบาลเยเมนระบุว่า "คณะผู้แทนของรัฐบาลและอันซารุลลอฮ์ได้บรรลุความเข้าใจร่วมกันในการดำเนินการระยะที่สองของข้อตกลงที่ทำไว้เมื่อปี 2022 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนนักโทษจำนวน 1,400 คน"

การเจรจาโดยตรงที่มัสกัตดำเนินมาเป็นเวลาสองสัปดาห์และได้รับความช่วยเหลือจากสหประชาชาติและคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) โดยมีการพูดคุยในบรรยากาศเชิงบวก และขณะนี้ทั้งสองฝ่ายหารือแนวคิด "แลกทั้งหมดเพื่อทั้งหมด" (all-for-all) ในการแลกเปลี่ยนเชลย

ตลอดระยะเวลากว่าสิบปี เยเมนเผชิญความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลที่นานาชาติรับรองกับกลุ่มฮูตีซึ่งควบคุมพื้นที่ส่วนใหญ่ทางตอนกลางและตอนเหนือของประเทศ รวมทั้งกรุงซานาเมืองหลวงตั้งแต่ปี 2014 การเจรจาครั้งนี้ถือเป็นความพยายามสำคัญในการลดความตึงเครียดและฟื้นฟูเสถียรภาพในภูมิภาค

ที่มา : Sputnik

กระแสตีกลับผู้อพยพ! คนส่วนใหญ่สนับสนุนมาตรการ ลดคนลี้ภัยเข้าประเทศอย่างเข้ม ผลสำรวจพบ 53% เห็นด้วย 'ดอบรินต์' ดันนโยบายคุมชายแดนเข้ม

(22 ธ.ค. 68)  21 ธ.ค. (ซินหัว) ผลสำรวจความคิดเห็นจากยูกัฟในเยอรมนีเผยว่า ชาวเยอรมนีส่วนใหญ่สนับสนุนแผนของรัฐบาลกลางในการจำกัดการอพยพของผู้ลี้ภัยเข้าสู่ประเทศ โดยผลสำรวจระบุว่าร้อยละ 53 เห็นด้วยกับเป้าหมายของ 'อเล็กซานเดอร์ ดอบรินต์' รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการภายในในการลดจำนวนผู้แสวงหาการลี้ภัยอย่างเต็มที่ ขณะที่ร้อยละ 23 ค่อนข้างสนับสนุน น้อยเพียงร้อยละ 15 เท่านั้นที่คัดค้านนโยบายนี้

'ดอบรินต์' ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ได้สั่งเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมชายแดนและอนุมัติให้ปฏิเสธการขอลี้ภัยที่ชายแดน ยกเว้นสำหรับกลุ่มเปราะบาง เช่น หญิงตั้งครรภ์และผู้ป่วยหนัก พร้อมสนับสนุนกฎเกณฑ์ของสหภาพยุโรปที่เพิ่มมาตรการในการตั้งศูนย์ส่งกลับผู้ขอลี้ภัย เพื่อเร่งรัดการเนรเทศผู้ที่ต้องเดินทางออกจากเยอรมนีก่อน

ผลสำรวจที่มีผู้ตอบมากกว่า 2,100 คนในช่วงวันที่ 12-15 ธันวาคม ยังแสดงให้เห็นว่ามีผู้เพียงร้อยละ 8 เท่านั้นที่รับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงชัดเจนในนโยบายผู้อพยพ ขณะที่ร้อยละ 42 ไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงนี้เลย

"เราต้องการควบคุมการอพยพอย่างเข้มงวดมากขึ้นเพื่อความปลอดภัย" กล่าวโดย 'ดอบรินต์' ในแง่ของการบริหารจัดการผู้อพยพที่เหมาะสม

เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงแนวโน้มของยุโรปในการเพิ่มมาตรการควบคุมผู้อพยพเพื่อตอบสนองความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจ

ที่มา : Xinhua

เกมทรัพย์สินเดือด!! รัสเซียเรียก “ชัยชนะของกฎหมาย” หลัง EU ไม่ยึดทรัพย์ แต่ยังโยงเงินกู้ยูเครน 9 หมื่นล้านยูโร รัสเซียชี้ “สามัญสำนึกเหนือการเมือง”

(19 ธ.ค. 68) คิริลล์ ดมิทรีเยฟ ผู้อำนวยการกองทุนการลงทุนโดยตรงของรัสเซียและทูตรัสเซียพิเศษด้านเศรษฐกิจต่างประเทศ ประกาศว่ากฎหมายและสามัญสำนึกเป็นฝ่ายชนะ หลังจากสหภาพยุโรป (EU) ตัดสินใจไม่ยึดทรัพย์สินรัสเซียที่ถูกอายัดไว้

ดมิทรีเยฟโพสต์บนแพลตฟอร์ม X ว่า "หากเป็นความจริง การที่ EU พับแผนเดิมที่เสนอไว้ซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย—การแตะต้องเงินสำรองต่างประเทศของรัสเซียเพื่อนำไปสนับสนุนยูเครน—ถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ของกฎหมาย + สามัญสำนึก และเป็นชัยชนะของ ‘เสียงแห่งเหตุผล’ ในยุโรป ที่ช่วยปกป้อง EU/ยูโร/และยูโรเคลียร์ (อย่างน้อยในตอนนี้)"

ก่อนหน้านี้ EU ได้ประกาศเงินกู้ 90,000 ล้านยูโรแก่ยูเครน โดยอาจใช้ทรัพย์สินรัสเซียที่อายัดไว้เป็นแหล่งชำระคืน แม้เครมลินจะขึ้นว่าความพยายามยึดทรัพย์เหล่านี้เป็น "การขโมย" และละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ด้านดมิทรีเยฟยังเรียกร้องให้ 'อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน' ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป และ 'ฟรีดริช เมิร์ซ' นายกรัฐมนตรีเยอรมนีลาออก พร้อมตำหนิกลุ่มผู้นำยุโรป "พวกกระหายสงคราม" ที่พยายามบังคับใช้มาตรการที่ละเมิดกฎหมาย

ตั้งแต่ปี 2565, EU และกลุ่ม G7 ได้อายัดเงินสำรองรัสเซียมากกว่า 300,000 ล้านยูโร ส่วนใหญ่เก็บในยุโรปกับยูโรเคลียร์ ขณะที่ EU พยายามขออนุมัติใช้ทรัพย์เหล่านี้เพื่อสนับสนุนยูเครน ท่ามกลางบทวิเคราะห์ว่าการตัดสินใจหลีกเลี่ยงการริบทรัพย์ครั้งนี้เป็นชัยชนะของกฎหมายและสามัญสำนึกในเวทีระหว่างประเทศ

ที่มา : Sputnik

ดีลยักษ์ยังไม่จบ!! EU–เมอร์โกซูร์เลื่อนเซ็น หลังเสียงค้านลามทั้งทวีป เสนอขอชะลอทำข้อตกลง กังวลผลกระทบเกษตรกรยุโรป

(20 ธ.ค. 68) การลงนามข้อตกลงการค้าระหว่างสหภาพยุโรป (EU) กับกลุ่มการค้าเมอร์โกซูร์ ถูกเลื่อนออกไปเป็นเดือนมกราคม ตามรายงานข่าวสื่อที่อ้างแหล่งทางการทูต

อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป แจ้งผู้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดของ EU ว่าการลงนามซึ่งเดิมมีกำหนดในวันเสาร์นี้ จะถูกเลื่อนออกไป ต่อมา ลุยซ์ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ประธานาธิบดีบราซิล ระบุในวันเดียวกันว่าเขาจะเสนอให้พันธมิตรในเมอร์โกซูร์พิจารณาเลื่อนการลงนามข้อตกลงนี้ตามคำร้องขอของอิตาลี

ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการยุโรปได้แนะนำให้สภายุโรปและรัฐสภายุโรปอนุมัติข้อตกลงนี้ แม้จะพบการคัดค้านจากประเทศสมาชิกบางส่วนและองค์กรเกษตรกรรมยุโรปที่กังวลเรื่องมาตรฐานสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อมต่ำกว่า

ตลอดปี 2024 เกษตรกรยุโรปประท้วงอย่างหนักเนื่องจากความกังวลว่าข้อตกลงนี้จะนำไปสู่การนำเข้าสินค้าราคาถูกที่แข็งขันด้วย "การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม" และจะส่งผลกระทบต่อรายได้และยอดขายของพวกเขาในตลาดยุโรป

สถานการณ์นี้แสดงถึงความซับซ้อนในการเจรจาข้อตกลงการค้าระหว่างภูมิภาคสำคัญ เมื่อความสมดุลระหว่างการเปิดตลาดและการปกป้องภาคเกษตรยังเป็นประเด็นที่ต้องตกลงกันอย่างละเอียดลออ

ที่มา : Sputnik

 

จีนเร่งเครื่อง!! เริ่มระบบศุลกากรพิเศษ “ไห่หนาน” ศูนย์กลางการค้าเสรีโลก ดันท่าเรือการค้าเสรีขั้นสูง เชื่อมเสรีภาพทางการค้ากับกฎระเบียบเข้ม

(20 ธ.ค. 68) จีนเริ่มดำเนินงานศุลกากรแบบพิเศษทั่วเกาะในท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน ซึ่งเป็นท่าเรือการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลกตามขนาดพื้นที่ ส่งเสริมให้สินค้าต่างประเทศเข้าสู่เกาะนี้ได้อย่างเสรีและมีกฎหมายภาษีที่เอื้อต่อธุรกิจมากขึ้น

ระบบศุลกากรใหม่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 30,000 ตารางกิโลเมตร เพิ่มการเข้าถึงและลดความซับซ้อนของภาษี ทั้งนี้ อัตราภาษีศุลกากรเป็นศูนย์ขยายครอบคลุมสินค้ามากกว่า 6,600 รายการ เพิ่มจาก 1,900 รายการในอดีต ทำให้พื้นที่นี้เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างการค้าเสรีและความควบคุมศุลกากรเข้มงวดมากขึ้น

'ฉือฝูหลิน' ประธานสถาบันการปฏิรูปและการพัฒนาแห่งประเทศจีน ระบุว่า "การดำเนินการครั้งนี้สะท้อนถึงความพยายามของจีนในการเปิดกว้างทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน" พร้อมเสริมว่าไห่หนานจะกลายเป็นท่าเรือการค้าเสรีระดับสูงภายในกลางศตวรรษนี้

การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นในปีที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปีของจีนและเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ขยายการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจ รวมถึงสร้างแรงขับเคลื่อนใหม่ให้จีนบรรลุเป้าหมายความทันสมัยแบบสังคมนิยมภายในปี 2035


ที่มา : Xinhua

ปิดล้อมเวเนซุเอลา สหรัฐฯ บีบมาดูโร แต่สะเทือนเอเชีย น้ำมันเวเนซุฯ ถูกสกัด ตลาดหันหาทางรอดใหม่ ตลาดน้ำมันเอเชียเผชิญผลกระทบไม่เล็ก จีน-สหรัฐฯ อาจเจรจาหลีกเลี่ยงวิกฤติ

(19 ธ.ค. 68) การปิดล้อมน้ำมันเวเนซุเอลาที่นำโดยสหรัฐฯ มีเป้าหมายเพื่อทำให้นายกรัฐมนตรี 'นิโกลัส มาดูโร' อ่อนแอขึ้นทางการเมืองและก่อให้เกิดความแตกแยกในชนชั้นนำของประเทศ

ดร.วินิซิอุส วิเอรา รองศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแห่งมูลนิธิอาร์มันโด อัลวาเรส เปนเตอาโด กล่าวว่า "ความทุกข์ยากของประชาชนชาวเวเนซุเอลาน่าจะเพิ่มขึ้น" อันเนื่องมาจากประเทศพึ่งพาการส่งออกน้ำมันเป็นหลัก และผลกระทบอาจลุกลามถึงตลาดน้ำมันในเอเชียที่ต้องพึ่งพาน้ำมันเวเนซุเอลา

รองศาสตราจารย์วิเอรายังชี้ถึงความเป็นไปได้ของการเจรจาแบบหลังฉากระหว่างจีนและสหรัฐฯ เนื่องจากจีนเป็นเจ้าหนี้และผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ของเวเนซุเอลา เพื่อบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

เขายังระบุว่าในสุนทรพจน์ปลายปีของ 'โดนัลด์ ทรัมป์' ไม่มีการกล่าวถึงเวเนซุเอลา เพราะประธานาธิบดีเน้นเรื่องที่ประชาชนเข้าใจง่ายกว่า และได้อัปเดตความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเวเนซุเอลาผ่านโซเชียลมีเดียแทน

สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและผลกระทบจากมาตรการปิดล้อมน้ำมัน ต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของเวเนซุเอลาและตลาดน้ำมันระดับโลก

ที่มา : Sputnik

 

จีนทำได้แล้ว!! “บีบอัดแวนเดอร์วาลส์” สร้างโลหะ 2 มิติ บางระดับล้านเท่ากระดาษ ชิ้นแรกของจีนสำเร็จ ผลิตโดยทีมวิจัยแห่งสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์ ได้รับยกย่องใน 10 ความก้าวหน้าวิทย์ปี 2025

(19 ธ.ค. 68) ทีมวิจัยจากสถาบันฟิสิกส์ สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน ประสบความสำเร็จในการสร้างโลหะ 2 มิติชนิดแรกของจีน ความสำเร็จนี้ได้รับการยกย่องจากนิตยสารฟิสิกส์ เวิลด์ ให้เป็นหนึ่งใน "10 ความก้าวหน้าครั้งสำคัญที่สุดแห่งปี 2025" โดยผลงานเผยแพร่ในวารสารเนเจอร์เมื่อเดือนมีนาคม

 

โลหะ 2 มิติที่นำมาพัฒนานี้ มีความหนาเพียงหนึ่งในล้านเท่าของกระดาษเอสี่ และหนึ่งในสองแสนของเส้นผ่านศูนย์กลางเส้นผมมนุษย์ ทีมวิจัยนำโดย 'จางกว่างอวี่' ใช้วิธีที่เรียกว่า "วิธีบีบอัดแบบแวนเดอร์วาลส์" เพื่อสร้างโลหะ 2 มิติหลากหลายชนิด เช่น บิสมัท ดีบุก ตะกั่ว อินเดียม และแกลเลียม

 

'จางกว่างอวี่' ระบุว่า "การสร้างโลหะ 2 มิตินับเป็นเรื่องท้าทาย เนื่องจากพันธะโลหะแข็งแรงในทุกทิศทาง" โดยโลหะชนิดนี้มีศักยภาพก่อให้เกิดนวัตกรรมเทคโนโลยีอย่างทรานซิสเตอร์ขนาดจิ๋ว ใช้พลังงานต่ำ จอแสดงผลโปร่งแสง และอุปกรณ์ความถี่สูง

 

วัสดุ 2 มิติได้เปลี่ยนแปลงวงการสสารควบแน่นและวิทยาศาสตร์วัสดุอย่างลึกซึ้งตั้งแต่การค้นพบกราฟีนในปี 2004 โดยนิตยสารฟิสิกส์ เวิลด์ ย้ำว่าการบรรจุใน "10 ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ครั้งสำคัญ" ต้องแสดงถึงผลกระทบและนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ที่กว้างขวางทั่วโลก

 

ที่มา : Xinhua

 

‘ดูไบ’ โชว์ "Tetris" ยักษ์จากโดรน 2,800 ตัว เปลี่ยนทะเลทรายเป็นหน้าจอเกมที่ใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมเทคโนโลยีระบบป้องกันการชนสุดแม่นยำ รากฐานการกู้ภัยและขนส่งสินค้าทางอากาศยุคใหม่

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ท้องฟ้าเหนือทะเลทรายอันกว้างใหญ่ของมหานครดูไบไม่ได้ถูกประดับประดาด้วยเพียงหมู่ดาวตามธรรมชาติ แต่ถูกแต่งแต้มด้วยแสงสีจากนวัตกรรมที่ล้ำสมัยที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ กับการจัดแสดง "Tetris Drone Show" ที่เปลี่ยนโดรนกว่า 2,800 ตัว ให้กลายเป็นเกมตัวต่อในตำนานที่ขยับได้จริงและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชม

เบื้องหลังนวัตกรรม: ฝูงบินโดรนอัจฉริยะ 2,800 ตัว

การจัดแสดงครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการแปรอักษรหรือรูปภาพนิ่ง แต่เป็นการใช้เทคโนโลยี Swarm Intelligence (ปัญญาประดิษฐ์แบบฝูงบิน) ขั้นสูง เพื่อควบคุมโดรนจำนวนมหาศาลให้ทำงานประสานกันอย่างไร้รอยต่อ
• เทคโนโลยี RGB Precision: โดรนแต่ละตัวติดตั้งไฟ LED คุณภาพสูงที่สามารถเปลี่ยนสีได้มากกว่า 16 ล้านเฉดสี ทำให้บล็อก Tetris แต่ละชิ้นมีความคมชัดและสดใสเหมือนมองจากหน้าจอคอมพิวเตอร์
• การควบคุมแบบ Real-time: สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดคือการจัดแสดงนี้ "เล่นได้จริง" โดยมีนักเล่นเกมมือโปรควบคุมผ่านจอยสติ๊กจากภาคพื้นดิน สัญญาณถูกส่งผ่านเครือข่าย 6G ทดลอง เพื่อลดความหน่วง (Latency) ให้เกือบเป็นศูนย์ ทำให้โดรนขยับตามการสั่งการได้ทันที
• ระบบป้องกันการชน (Collision Avoidance): ด้วยระยะห่างระหว่างโดรนเพียงไม่กี่เซนติเมตร ระบบอัลกอริทึมต้องประมวลผลตำแหน่งนับหมื่นครั้งต่อวินาที เพื่อให้บล็อกที่ "ตกลงมา" สามารถจัดเรียงแถวได้อย่างแม่นยำ

มากกว่าแค่ความบันเทิง: สัญญาณแห่งอนาคต

การโชว์ Tetris ในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการอวดความรวยหรือความสวยงาม แต่ดูไบกำลังส่งสัญญาณถึงศักยภาพของเทคโนโลยีโดรนในอนาคต:
1. การสื่อสารแบบฝูงบินขนาดใหญ่: การควบคุมโดรนพร้อมกันเกือบ 3,000 ตัว โดยไม่เกิดความผิดพลาด เป็นรากฐานสำคัญของการใช้โดรนในการกู้ภัย การขนส่งสินค้าในเมือง (Urban Air Mobility) และการสอดแนมทางทหาร
2. Smart City Hub: ดูไบตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็น "สนามทดลองของโลก" (The World's Sandbox) ที่พร้อมเปิดรับเทคโนโลยีที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ให้เกิดขึ้นจริง
3. นวัตกรรมสีเขียว: โชว์โดรนนี้เป็นการตอกย้ำการใช้ความบันเทิงที่ยั่งยืน แทนการใช้พลุไฟที่สร้างมลพิษทางอากาศและเสียง

ภาพของบล็อก Tetris สีสันสดใสที่ค่อยๆ หล่นลงมาจากฟากฟ้าและถูกจัดเรียงจนหายไปในอากาศเหนือน่านฟ้าดูไบ เป็นข้อพิสูจน์ว่าเส้นแบ่งระหว่าง โลกดิจิทัล (Digital World) และ โลกทางกายภาพ (Physical World) กำลังจางลงเรื่อย ๆ นวัตกรรมโดรนในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือถ่ายภาพหรือของเล่นอีกต่อไป แต่คือโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าการใช้ชีวิตและการสื่อสารของเราในทศวรรษหน้า

จีนเปิดเกมปี 2026 มุ่งขยายความต้องการภายในประเทศเป็นหลัก เดินหน้าฟื้นการลงทุน ยกระดับคุณภาพชีวิตเป็นตัวนำ มีโอกาสเติบโตคุณภาพสูง

(18 ธ.ค. 68) เจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการการเงินและเศรษฐกิจของจีนเผยว่านโยบายเศรษฐกิจปี 2026 ของจีน จะเน้นการขยายความต้องการภายในประเทศเป็นสำคัญ เพื่อกระตุ้นการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว

 

เจ้าหน้าที่ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหัวถึงหลักการชี้นำจากการประชุมงานเศรษฐกิจส่วนกลางที่กรุงปักกิ่ง กล่าวว่า "จีนจะออกนโยบายเพื่อกระตุ้นการบริโภคทั้งในด้านอุปสงค์และอุปทาน โดยคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของรูปแบบการบริโภคในประเทศ"

 

จีนตั้งเป้ารักษาเสถียรภาพและฟื้นฟูการลงทุนที่ลดต่ำลง พร้อมประสานการลงทุนกับการบริโภค และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและตลาด เพื่อสร้างแรงผลักดันการเติบโตในภาพรวม ขณะที่เศรษฐกิจของจีนในปี 2025 คาดว่าจะเติบโตราว 5% มีมูลค่าประมาณ 140 ล้านล้านหยวน หรือราว 625 ล้านล้านบาท

 

เจ้าหน้าที่กล่าวอีกว่า แม้อุปสรรคจะยังมี แต่แนวโน้มเศรษฐกิจยังสดใส และตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีโอกาสเติบโตในเชิงคุณภาพสูง โดยมีแรงหนุนจากความต้องการของผู้ซื้อบ้านใหม่และผู้ต้องการยกระดับที่อยู่อาศัย ทั้งนี้ จีนจะผลักดันการเปลี่ยนผ่านและพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ พร้อมทั้งสร้างรูปแบบใหม่ในการพัฒนาภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง

 

ที่มา : Xinhua

 

ฮาร์บินเปิดฤดูท่องเที่ยว แลนด์มาร์ก “ถนนจงยาง” สตรีทแน่นตลอดคืน คึกคักจนกลายเป็นภาพจำเมืองน้ำแข็ง แสงสีสไตล์ยุโรปดันยอดเที่ยวฤดูหนาวพุ่ง! กลายเป็นแม่เหล็กนักเดินทาง

 

(17 ธ.ค. 68) เมืองฮาร์บิน มณฑลเฮยหลงเจียง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน กลับมาคึกคักในฤดูหนาว โดยถนนจงยาง ถนนคนเดินใจกลางเมือง กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวแห่เข้าชมอย่างเนืองแน่นในช่วงนี้

 

ถนนจงยางมีความยาวกว่า 1,450 เมตร เป็นถนนปูหินทรายที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปและอาคารเก่าแก่สองข้างทาง ผสมผสานกับร้านค้า ร้านอาหาร และคาเฟ่หลากหลายรูปแบบ ในช่วงฤดูหนาวถนนสายนี้จะเต็มไปด้วยแสงสีไฟประดับและของตกแต่งเทศกาลที่สร้างบรรยากาศให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกลิ่นอายเมืองหนาวแบบยุโรป

 

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการจัดแสดงประติมากรรมน้ำแข็งและหิมะ รวมถึงกิจกรรมการแสดงพื้นบ้านที่ถนนจงยางเพิ่มสีสันและความคึกคักให้เทศกาลฤดูหนาวของฮาร์บินในแต่ละปี โดยมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเป็นหลักสิบล้านคนในฤดูกาลที่ผ่านมา

 

"ถนนจงยางเป็นจุดหมายท่องเที่ยวหลักที่ดึงดูดผู้คนให้มาเดินเล่น ถ่ายภาพ และสัมผัสบรรยากาศเมืองน้ำแข็งอย่างแท้จริง" รายงานระบุ นอกจากนี้ ฟีเจอร์เหล่านี้ยังเชื่อมโยงกับเทศกาลน้ำแข็งและหิมะของฮาร์บินที่ได้รับความนิยมทั่วประเทศจีน

 

ที่มา : Xinhua

 

สหรัฐฯ บีบยูเครน!! จ่อถอดหลักประกัน เตือนไม่ให้ยูเครนยืดเยื้อ เผย "มาตรฐานแพลทินัม" ถูกจำกัดเวลา ทรัมป์ชี้ยูเครนควรมองใหม่

(17 ธ.ค. 68) สหรัฐอเมริกาแจ้งยูเครนให้ยอมรับข้อเสนอ "มาตรฐานแพลทินัม" ว่าด้วยหลักประกันความมั่นคงภายในเวลาที่กำหนด มิฉะนั้นจะมีความเสี่ยงที่จะเสียโอกาสเพราะข้อเสนอนี้อาจถูกถอนออกไป

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ให้ความเห็นว่า หลักประกันดังกล่าว "จะไม่ได้อยู่บนโต๊ะเจรจาตลอดไป" พร้อมระบุว่ายูเครนและยุโรปพอใจในระดับที่ประธานาธิบดี 'โดนัลด์ ทรัมป์' ได้เสนอไว้ ถึงแม้รายละเอียดของหลักประกันยังไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ

'โดนัลด์ ทรัมป์' กล่าวว่า ยูเครน "ได้สูญเสียดินแดนไปแล้ว" และเสนอให้ยูเครนเลิกหวังจะได้ดินแดนคืน ควรมุ่งสู่การได้รับหลักประกันความมั่นคงจากสหรัฐฯ และยุโรปแทน

ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ และยูเครนได้หารือกันที่กรุงเบอร์ลิน โดยมี 'สตีฟ วิตคอฟฟ์' ทูตพิเศษของสหรัฐฯ และ 'จาเร็ด คุชเนอร์' ลูกเขยของ 'ทรัมป์' เข้าร่วมประชุม เพื่อปรึกษาแผนสันติภาพของประธานาธิบดี 'ปูติน' ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ต้อนรับผู้แทนสหรัฐฯ ที่ทำเนียบเครมลินในกรุงมอสโก

ที่มา : Sputnik

ปลดล็อก Level 3!! จีนสร้างจุดเปลี่ยนเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะ อนุญาตรถยนต์ขับขี่อัตโนมัติบนถนนครั้งแรก ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตผู้คน พร้อมช่วยลดอุบัติเหตุจากมนุษย์

จีนอนุมัติยานยนต์ไฟฟ้าขับขี่อัตโนมัติระดับ 3 วิ่งบนถนนสาธารณะเป็นครั้งแรก

(16 ธ.ค. 68) สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีนรายงานการอนุมัติให้ยานยนต์ไฟฟ้าซีดานที่มีสมรรถนะการขับขี่อัตโนมัติระดับ 3 จำนวน 2 รุ่น พัฒนาโดยค่ายรถยนต์ชั้นนำของจีน สามารถวิ่งสัญจรบนถนนสาธารณะเป็นครั้งแรกเมื่อวันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม ที่ผ่านมา ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติของจีน

สองรุ่นที่ได้รับอนุมัติ

ยานยนต์ทั้งสองรุ่นที่ได้รับอนุมัติประกอบด้วย รุ่นแรกพัฒนาโดย ฉางอัน ออโตโมบิล (Changan Automobile) และรุ่นที่สองโดย อาร์กฟอกซ์ (Arcfox) ซึ่งเป็นแบรนด์ภายใต้บีเอไอซี มอเตอร์ (BAIC Motor)

รายงานระบุว่า ยานยนต์ของฉางอันสามารถขับขี่อัตโนมัติในเลนเดียวด้วยความเร็วสูงถึง 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในช่วงการจราจรแออัดบนทางหลวงและทางด่วนในเขตเมืองบางช่วงของเทศบาลนครฉงชิ่ง

ส่วนยานยนต์ของอาร์กฟอกซ์มีสมรรถนะที่สูงกว่า โดยสามารถขับขี่อัตโนมัติด้วยความเร็วสูงถึง 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนทางหลวงและทางด่วนในเขตเมืองบางช่วงของกรุงปักกิ่ง

ระดับ 3: การขับขี่อัตโนมัติแบบมีเงื่อนไข

ระบบขับขี่อัตโนมัติแบ่งออกเป็น 6 ระดับ (ระดับ 0-5) โดยระดับที่สูงขึ้นหมายถึงเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าและชาญฉลาดมากขึ้น 

ระดับ 3 หรือที่เรียกว่า "การขับขี่อัตโนมัติแบบมีเงื่อนไข" (Conditional Automation) อนุญาตให้ยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติได้ในสภาวะที่กำหนด แต่ยังคงต้องมีมนุษย์นั่งอยู่ในตำแหน่งขับและพร้อมเข้าควบคุมการขับขี่ทันทีหากจำเป็น นี่คือความแตกต่างสำคัญจากระดับ 4 และ 5 ที่ยานยนต์สามารถขับขี่ได้โดยไม่ต้องมีการควบคุมจากมนุษย์

นโยบายส่งเสริมของจีน

จีนได้ส่งเสริมการปรับใช้เทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติมาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา จีนได้เผยแพร่แผนงานที่กำหนดการอนุมัติการผลิตยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติระดับ 3 แบบมีเงื่อนไข แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์อัจฉริยะ

ความสำคัญต่ออุตสาหกรรม

การอนุมัติให้ยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติระดับ 3 วิ่งบนถนนสาธารณะครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของจีนในการแข่งขันด้านเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะระดับโลก โดยเฉพาะการแข่งขันกับสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และยุโรป ที่ต่างพัฒนาเทคโนโลยีคล้ายคลึงกัน

นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน กฎหมาย และระบบความปลอดภัยของจีนในการรองรับยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติในระดับที่สูงขึ้น

การพัฒนาเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการเดินทาง แต่ยังมีศักยภาพในการลดอุบัติเหตุจากความผิดพลาดของมนุษย์ ลดการจราจรติดขัด และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของจีน

การอนุมัติครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นความก้าวหน้าทางเทคนิค แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ของการเดินทางที่อาจเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้คนในจีนและทั่วโลกในอนาคตอันใกล้

รัสเซียเอาคืน!! แบงก์ชาติฟ้อง Euroclear เรียกค่าเสียหาย 2.29 แสนล้านดอลลาร์ ตอบโต้ EU อายัดทรัพย์ เขย่าความน่าเชื่อถือยุโรป

 

(16 ธ.ค. 68) รัสเซียดำเนินการตอบโต้สหภาพยุโรป (EU) อย่างฉับไว หลัง EU ประกาศอายัดทรัพย์สินรัสเซียในยุโรป โดยธนาคารกลางรัสเซียเรียกค่าเสียหาย 229.36 พันล้านดอลลาร์สหรัฐกับ Euroclear ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์กลางในเบลเยียม ผ่านศาลอนุญาโตตุลาการกรุงมอสโกที่รับคำฟ้องเรียบร้อยแล้ว

 

มาตรการของ EU เป็นการอายัดทรัพย์สินรัสเซียแบบไม่มีกำหนด คิดเป็นมูลค่าราว 210,000 ล้านยูโร เพื่อนำเงินไปสนับสนุนทางการเงินและทหารแก่ยูเครน โดยหลีกเลี่ยงข้อกำหนดที่ต้องเห็นชอบเป็นเอกฉันท์จากสมาชิก EU ทุกประเทศ

 

นาง 'มาเรีย ซาคาโรวา' โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย แถลงในวันเสาร์ว่า "การกระทำของ EU เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง" โดยชี้ว่าเหตุการณ์นี้ไม่เพียงสร้างความเสียหายต่อระบบการเงิน EU เท่านั้น แต่ยังบั่นทอนชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือ และสถานะของ EU ในสายตานานาชาติ

 

ประเด็นนี้สะท้อนความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและ EU ที่เกิดขึ้นจากข้อพิพาท และการสนับสนุนทางทหารของ EU ต่อยูเครน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภูมิภาคนี้

 

ที่มา : Sputnik

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top