Friday, 3 July 2026
WORLD

วลาดีวอสตอกเงียบสงบ “แมวน้ำลายจุด” อ้วนกลม นอนแผ่บนแผ่นน้ำแข็งวลาดีวอสตอก ท่ามกลางอากาศหนาวจัดริมชายฝั่ง เผยชีวิตสัตว์ในฤดูน้ำแข็งแปซิฟิ

(9 ม.ค. 69) ที่เมืองวลาดีวอสตอก เขตตะวันออกไกลของรัสเซีย แมวน้ำลายจุด หรือที่เรียกกันว่า "ลาร์กา" กำลังนอนแผ่พักบนแผ่นน้ำแข็งในน่านน้ำริมชายฝั่งท่ามกลางสภาพอากาศหนาวจัด ภาพนี้สะท้อนความน่ารักและสะท้อนวิถีชีวิตของสัตว์ทะเลในช่วงฤดูหนาวที่น้ำเริ่มจับตัวเป็นน้ำแข็ง

จากภาพหลายตัวเลือกแผ่นน้ำแข็งเป็นที่พักชั่วคราว บางตัวนิ่งสงบนอนทอดตัวรับลมหนาว บางตัวขยับตัวช้า ๆ บนผิวน้ำแข็งลอยตัวตามชายฝั่ง ซึ่งเป็นพฤติกรรมปกติในฤดูน้ำแข็งของเมืองท่าที่มีอุณหภูมิต่ำ

แมวน้ำลายจุดเป็นสัตว์ทะเลที่อาศัยในเขตทะเลและมหาสมุทรทางตอนเหนือของแปซิฟิก พวกมันมักใช้แผ่นน้ำแข็งและรูน้ำแข็งเป็นที่พักและจุดพักพลังงานในช่วงฤดูหนาว เนื่องจากน้ำแข็งช่วยรักษาความอบอุ่นและเป็นส่วนสำคัญของถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติ

วลาดีวอสตอกมีสภาพอากาศหนาวและเป็นเมืองริมทะเลในภูมิภาคตะวันออกไกลของรัสเซีย ซึ่งในฤดูหนาวน้ำในบางพื้นที่จะจับตัวเป็นน้ำแข็ง ทำให้สัตว์ทะเลเช่นแมวน้ำลายจุดใช้พื้นที่นี้เป็นเวทีพักผ่อนตามธรรมชาติ

ลักษณะของแมวน้ำลายจุดมีลายจุดทั่วลำตัว สีขนเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่เทาอ่อนถึงเข้ม และรูปร่างอ้วนกลมเป็นลักษณะปกติที่ช่วยสะสมชั้นไขมันเพื่อรักษาความอบอุ่นในน้ำเย็นจัด

ที่มา : Xinhua

เกมทะเลเดือด!! มอสโกจับตาเรือ Marinera หลังทหารสหรัฐฯ ขึ้นเรือกลางน่านน้ำสากล ย้ำ “ลูกเรือรัสเซียต้องปลอดภัย” เน้นความเหมาะสมและศักดิ์ศรี

(8 ม.ค. 69) กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียเปิดเผยว่า กำลังติดตามอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่กองทัพสหรัฐฯ เข้ายึดเรือบรรทุกน้ำมัน "มาริเนรา" ซึ่งเดินเรือภายใต้ธงรัสเซียในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ โดยมีพลเมืองรัสเซียอยู่ในหมู่ลูกเรือ

กระทรวงได้เรียกร้องให้กองทัพสหรัฐฯ ปฏิบัติต่อพลเมืองรัสเซียบนเรือดังกล่าวด้วยความเหมาะสมและเคารพศักดิ์ศรีของบุคคลเหล่านั้น โดยชี้ว่าการปฏิบัติที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญในสถานการณ์นี้

การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างรัสเซียและสหรัฐฯ ในบริเวณมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ โดยกรณีการยึดเรือและปฏิบัติต่อพลเมืองถือเป็นประเด็นที่มีความละเอียดอ่อนและอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ที่มา : Sputnik

จีนลุยขนส่ง NEV รถไฟสินค้าออกจากฉงชิ่ง ขนยานยนต์พลังงานใหม่ไปกว่างโจว ต่อเรือส่งตะวันออกกลาง เส้นทางเสถียรผ่านหลายมณฑล

(8 ม.ค. 69) รถไฟสินค้าจากเทศบาลนครฉงชิ่ง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เริ่มออกเดินทางจากสถานีอวี๋จุ่ยของท่าเรือกั่วหยวนเมื่อวันที่ 7 ม.ค. เพื่อขนส่งยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ไปยังท่าเรือหนานซา เมืองกว่างโจว มณฑลกว่างตงทางตอนใต้ของจีน ตามแผนภายใน 48 ชั่วโมง ก่อนต่อยอดลำเลียงออกทะเลสู่ตลาดตะวันออกกลาง

ในฐานะฐานการผลิตยานยนต์สำคัญ 'ฉงชิ่ง' ได้พัฒนาระบบขนส่งสินค้าผ่านทางรางและทางทะเลที่เสถียรและต่อเนื่อง รองรับการจัดส่งทั้งทางฝั่งตะวันออกและตะวันตกเฉียงใต้ของจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ “การขนส่งผ่านเส้นทางนี้ช่วยกระตุ้นการเชื่อมโยงและขยายตลาดในภูมิภาค” ระบุในข่าว

เส้นทางสินค้านี้ผ่านเมืองหนิงโปในมณฑลเจ้อเจียงทางตะวันออก และเมืองชินโจว เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน ส่งผลให้การขนส่งสินค้าระหว่างภูมิภาคและสู่ตลาดต่างประเทศมีความคล่องตัวมากขึ้น นับเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามขยายโครงข่ายขนส่งและตลาดยานยนต์พลังงานใหม่ของจีนในเวทีโลก

ที่มา : Xinhua

เดนมาร์กไม่รอแล้ว!! เร่งเพิ่มกำลังทหารกรีนแลนด์ เน้นฝึกซ้อมร่วมกับนาโต รับแรงกดดันสหรัฐฯ เสริมทหารรับเกมมหาอำนาจ

(7 ม.ค. 69) เดนมาร์กประกาศแผนเสริมความแข็งแกร่งของการประจำการทางทหารในกรีนแลนด์ พร้อมเพิ่มการฝึกซ้อมภายใต้นาโต เพื่อรับมือสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคอาร์กติก โดยทรอยล์ส ลุนด์ เปาล์เซน รัฐมนตรีกลาโหมเดนมาร์กยืนยันเมื่อวันที่ 7 มกราคม ว่า "เราจะเสริมการปรากฏตัวของกองกำลังทหารของเราในกรีนแลนด์ แต่เน้นย้ำมากขึ้นในการจัดการฝึกซ้อมและการเพิ่มการปรากฏตัวของนาโต"

ก่อนหน้านี้ กระทรวงการต่างประเทศเดนมาร์กเปิดเผยว่าคณะกรรมาธิการนโยบายต่างประเทศของรัฐสภาจะหารือเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเดนมาร์กและสหรัฐฯ โดยมีลาร์ส ล็อกเก รัสมุสเซนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและเปาล์เซนเข้าร่วม

ขณะเดียวกัน ภาพโพสต์ในแพลตฟอร์ม X ของเคที มิลเลอร์ ภรรยาของรองหัวหน้าคณะทำงานทำเนียบขาว แสดงแผนที่กรีนแลนด์ระบายสีเป็นธงชาติสหรัฐฯ พร้อมคำบรรยายว่า "SOON" ทำให้โคเปนเฮเกนเรียกร้องความเคารพบูรณภาพแห่งดินแดนและมองภาพดังกล่าวว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เคยเสนอให้กรีนแลนด์กลายเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ โดยอ้างถึงความสำคัญทางยุทธศาสตร์และความมั่นคงของนาโตในภูมิภาคนี้ กรีนแลนด์ซึ่งเป็นเขตปกครองตนเองของเดนมาร์ก มีบทบาทสำคัญในภูมิภาคและยังคงสถานะเป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรเดนมาร์กอย่างเป็นทางการ

ที่มา : Sputnik

เวียดนามเร่งเครื่อง!! “เศรษฐกิจดิจิทัล” ขึ้นแท่นแรงขับเคลื่อนใหม่ กินส่วนแบ่ง 14.02% ของ GDP ปี 2025 ภาคหลักขับเคลื่อนเด่นด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตั้งเป้าขยายตลาดดิจิทัลต่อเนื่อง

(7 ม.ค. 69) สื่อท้องถิ่นเวียดนามรายงานว่าในปี 2025 เศรษฐกิจดิจิทัลของเวียดนามมีมูลค่าราว 7.21 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 14.02 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) และกลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักสำหรับการเติบโตของประเทศ

สำนักงานสถิติแห่งชาติเวียดนามระบุว่าในช่วงปี 2021-2025 เศรษฐกิจดิจิทัลมีส่วนแบ่งเฉลี่ยราวร้อยละ 13.2 ของ GDP ทั้งประเทศ ถือเป็นสัญญาณชี้ให้เห็นถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของภาคนี้

ภาคเศรษฐกิจดิจิทัลหลักอย่างการผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ โทรคมนาคม รวมถึงการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์และการประมวลผลข้อมูล ยังคงมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนและขยายตัวของ GDP เวียดนาม

ความก้าวหน้าเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าเวียดนามมุ่งเน้นพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลเป็นฐานสำคัญของการเติบโตในอนาคต โดยหวังดันให้เศรษฐกิจของประเทศยืนหยัดด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่มากขึ้น

ที่มา :Xinhua

เมกาข้ามเส้นอธิปไตย—สัญญาณ ‘สงครามโลกครั้งที่ 3’ แบบไม่ต้องประกาศ

วันนี้จับมาดูโร พรุ่งนี้จับใคร? เมกาข้ามเส้นอธิปไตย—สัญญาณ ‘สงครามโลกครั้งที่ 3’ แบบไม่ต้องประกาศ
เมื่อ ‘การบังคับใช้กฎหมาย’ ถูกยกระดับเป็นปฏิบัติการข้ามแดน โลกกำลังเข้าสู่สนามรบใหม่: อำนาจ + กฎหมาย + ข่าวสาร

ต้นเดือนมกราคม 2026 โลกสะดุ้งพร้อมกัน เมื่อสื่อสากลหลายสำนักรายงานว่า สหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการในกรุงการากัส และควบคุมตัวนิโกลัส มาดูโร พร้อมซิเลีย ฟลอเรส ก่อนนำตัวขึ้นศาลรัฐบาลกลางในนิวยอร์ก ท่ามกลางข้อถกเถียงที่ใหญ่กว่า ‘คดี’ นั่นคือ ‘กติกาโลก’ ว่ายังมีอยู่จริงแค่ไหน และใครเป็นคนถือดินสอเขียนกติกา

นี่ไม่ใช่ข่าวคดี—แต่นี่คือข่าวกติกาโลก
การนำตัวผู้นำประเทศไปอยู่ในเขตอำนาจศาลของอีกประเทศ ไม่ได้เป็นแค่การเอาผิดทางอาญา แต่มันคือการยกระดับการต่อสู้ให้กลายเป็นสงครามเชิงระบบ (system war) ที่เดิมพันอยู่ที่ความชอบธรรม การยอมรับของนานาชาติ และความเชื่อของผู้คนต่อคำว่า ‘อธิปไตย’

ในโลกยุคเก่า สงครามคือการยึดพื้นที่ แต่ในโลกยุคใหม่ สงครามคือการยึด ‘สถานะ’ วันนี้คุณเป็นผู้นำประเทศ พรุ่งนี้คุณกลายเป็นผู้ต้องหาในศาลต่างชาติ—และโลกทั้งใบถูกบังคับให้เลือกว่าจะเชื่อใคร.

สงครามโลกครั้งที่ 3 เวอร์ชันศตวรรษที่ 21: ไม่ต้องยิงกันมาก แต่บังคับให้ทั้งโลกเลือกข้าง
เคสเวเนซุเอลาครั้งนี้สะท้อนลายเซ็นของสงครามยุคใหม่ 3 ชั้นซ้อนกัน:
• ชั้นที่ 1: Lawfare (สงครามผ่านกฎหมาย) — ใช้ข้อกล่าวหาและกระบวนการยุติธรรมเป็นอาวุธทางการเมือง เพื่อดึงคู่ขัดแย้งเข้าสนามที่ตนถนัด
• ชั้นที่ 2: Deterrence (การขู่เพื่อยับยั้ง) — แสดงให้เห็นว่า ‘ไปถึงตัวได้’ และ ‘เอาตัวออกมาได้’ เพื่อทำให้ฝ่ายตรงข้ามลังเล
• ชั้นที่ 3: Narrative war (สงครามเรื่องเล่า) — ใครเล่าเรื่องได้เหนือกว่า จะได้ครองความชอบธรรม: ‘จับผู้ร้าย’ หรือ ‘ลักพาตัวผู้นำ’ คือคนละจักรวาล

ทำไมเหตุการณ์นี้อันตรายกว่าที่คิด
ความเสี่ยงไม่ใช่แค่การตอบโต้ระหว่างสองประเทศ แต่คือการสร้างบรรทัดฐานใหม่ที่ประเทศอื่นอาจเลียนแบบ และทำให้โลกเข้าสู่ยุคที่ทุกฝ่ายตีความกฎหมายระหว่างประเทศคนละชุด—จนคำว่า ‘กติกากลาง’ กลายเป็นของหายาก.
เมื่อบรรทัดฐานถูกขยับ ความขัดแย้งก็มีโอกาสลุกลามเป็นการตอบโต้แบบลูกโซ่: การคว่ำบาตร การตัดระบบการเงิน สงครามข่าวปลอม ปฏิบัติการไซเบอร์ การใช้กลุ่มตัวแทน (proxy) และสุดท้ายคือความเสี่ยงต่อการปะทะโดยตรง.

บทเรียนสำหรับไทย: ประเทศเล็กต้องอ่านเกมใหญ่ให้ขาด
1) กระจายความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์: พลังงาน อาหาร และซัพพลายเชน ต้องไม่ผูกกับเส้นทางเดียวหรือฝ่ายเดียว
2) เสริมภูมิคุ้มกันข้อมูล: สงครามยุคนี้ชนะด้วยความเชื่อ—รัฐและสังคมต้องรู้เท่าทันข่าวลวงและปฏิบัติการข้อมูล
3) ยกระดับความมั่นคงไซเบอร์: เป้าหมายอันดับต้น ๆ ของสงครามระบบคือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ
4) การทูตต้องไวและแม่น: ในโลกที่ถูกบีบให้เลือกข้าง ประเทศเล็กต้องยืนบนผลประโยชน์ชาติอย่างเยือกเย็น

สงครามโลกครั้งที่ 3 อาจเริ่มขึ้นแล้ว—เมื่อกติกาถูกฉีก โดยไม่ต้องมีคำประกาศ
หาก ‘สงครามโลก’ ในอดีตวัดกันที่จำนวนรถถัง วันนี้อาจวัดกันที่จำนวนประเทศที่ถูกบีบให้เลือกข้าง และจำนวนระบบที่ถูกทำให้ล่มหรือไม่น่าเชื่อถือ เคสเวเนซุเอลาจึงไม่ใช่แค่เรื่องของมาดูโร แต่คือคำเตือนว่าโลกกำลังเข้าสู่ยุคที่เส้นแดงถูกข้ามได้ง่ายขึ้น และผลกระทบจะย้อนมาถึงทุกประเทศ—ไม่ว่าคุณจะอยู่ไกลแค่ไหนก็ตาม

อ้างอิง (ข่าวต่างประเทศ)
1. Associated Press (AP News), 5 Jan 2026: Maduro appeared in Manhattan federal court and pleaded not guilty after being captured in Caracas.
2. Reuters, 3–5 Jan 2026: Reports and legal explainer on the capture and the debate over international law/sovereignty.
3. Financial Times, 5 Jan 2026: Maduro said he was ‘kidnapped’ and denied charges.
4. The Guardian, 5 Jan 2026: Courtroom scene and political fallout coverage
 

วันนี้มาดูโร พรุ่งนี้ใคร? เมื่อสหรัฐฯ ฉีกกฎอธิปไตย จับผู้นำเวเนฯ ขึ้นศาลนิวยอร์ก สัญญาณ 'สงครามโลกครั้งที่ 3' ที่เริ่มขึ้นโดยไม่ต้องประกาศ

วันนี้จับมาดูโร พรุ่งนี้จับใคร? เมกาข้ามเส้นอธิปไตย—สัญญาณ ‘สงครามโลกครั้งที่ 3’ แบบไม่ต้องประกาศ
เมื่อ ‘การบังคับใช้กฎหมาย’ ถูกยกระดับเป็นปฏิบัติการข้ามแดน โลกกำลังเข้าสู่สนามรบใหม่: อำนาจ + กฎหมาย + ข่าวสาร

ต้นเดือนมกราคม 2026 โลกสะดุ้งพร้อมกัน เมื่อสื่อสากลหลายสำนักรายงานว่า สหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการในกรุงการากัส และควบคุมตัวนิโกลัส มาดูโร พร้อมซิเลีย ฟลอเรส ก่อนนำตัวขึ้นศาลรัฐบาลกลางในนิวยอร์ก ท่ามกลางข้อถกเถียงที่ใหญ่กว่า ‘คดี’ นั่นคือ ‘กติกาโลก’ ว่ายังมีอยู่จริงแค่ไหน และใครเป็นคนถือดินสอเขียนกติกา

นี่ไม่ใช่ข่าวคดี—แต่นี่คือข่าวกติกาโลก
การนำตัวผู้นำประเทศไปอยู่ในเขตอำนาจศาลของอีกประเทศ ไม่ได้เป็นแค่การเอาผิดทางอาญา แต่มันคือการยกระดับการต่อสู้ให้กลายเป็นสงครามเชิงระบบ (system war) ที่เดิมพันอยู่ที่ความชอบธรรม การยอมรับของนานาชาติ และความเชื่อของผู้คนต่อคำว่า ‘อธิปไตย’

ในโลกยุคเก่า สงครามคือการยึดพื้นที่ แต่ในโลกยุคใหม่ สงครามคือการยึด ‘สถานะ’ วันนี้คุณเป็นผู้นำประเทศ พรุ่งนี้คุณกลายเป็นผู้ต้องหาในศาลต่างชาติ—และโลกทั้งใบถูกบังคับให้เลือกว่าจะเชื่อใคร.

สงครามโลกครั้งที่ 3 เวอร์ชันศตวรรษที่ 21: ไม่ต้องยิงกันมาก แต่บังคับให้ทั้งโลกเลือกข้าง
เคสเวเนซุเอลาครั้งนี้สะท้อนลายเซ็นของสงครามยุคใหม่ 3 ชั้นซ้อนกัน:
• ชั้นที่ 1: Lawfare (สงครามผ่านกฎหมาย) — ใช้ข้อกล่าวหาและกระบวนการยุติธรรมเป็นอาวุธทางการเมือง เพื่อดึงคู่ขัดแย้งเข้าสนามที่ตนถนัด
• ชั้นที่ 2: Deterrence (การขู่เพื่อยับยั้ง) — แสดงให้เห็นว่า ‘ไปถึงตัวได้’ และ ‘เอาตัวออกมาได้’ เพื่อทำให้ฝ่ายตรงข้ามลังเล
• ชั้นที่ 3: Narrative war (สงครามเรื่องเล่า) — ใครเล่าเรื่องได้เหนือกว่า จะได้ครองความชอบธรรม: ‘จับผู้ร้าย’ หรือ ‘ลักพาตัวผู้นำ’ คือคนละจักรวาล

ทำไมเหตุการณ์นี้อันตรายกว่าที่คิด
ความเสี่ยงไม่ใช่แค่การตอบโต้ระหว่างสองประเทศ แต่คือการสร้างบรรทัดฐานใหม่ที่ประเทศอื่นอาจเลียนแบบ และทำให้โลกเข้าสู่ยุคที่ทุกฝ่ายตีความกฎหมายระหว่างประเทศคนละชุด—จนคำว่า ‘กติกากลาง’ กลายเป็นของหายาก.
เมื่อบรรทัดฐานถูกขยับ ความขัดแย้งก็มีโอกาสลุกลามเป็นการตอบโต้แบบลูกโซ่: การคว่ำบาตร การตัดระบบการเงิน สงครามข่าวปลอม ปฏิบัติการไซเบอร์ การใช้กลุ่มตัวแทน (proxy) และสุดท้ายคือความเสี่ยงต่อการปะทะโดยตรง.

บทเรียนสำหรับไทย: ประเทศเล็กต้องอ่านเกมใหญ่ให้ขาด
1) กระจายความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์: พลังงาน อาหาร และซัพพลายเชน ต้องไม่ผูกกับเส้นทางเดียวหรือฝ่ายเดียว
2) เสริมภูมิคุ้มกันข้อมูล: สงครามยุคนี้ชนะด้วยความเชื่อ—รัฐและสังคมต้องรู้เท่าทันข่าวลวงและปฏิบัติการข้อมูล
3) ยกระดับความมั่นคงไซเบอร์: เป้าหมายอันดับต้น ๆ ของสงครามระบบคือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ
4) การทูตต้องไวและแม่น: ในโลกที่ถูกบีบให้เลือกข้าง ประเทศเล็กต้องยืนบนผลประโยชน์ชาติอย่างเยือกเย็น

สงครามโลกครั้งที่ 3 อาจเริ่มขึ้นแล้ว—เมื่อกติกาถูกฉีก โดยไม่ต้องมีคำประกาศ
หาก ‘สงครามโลก’ ในอดีตวัดกันที่จำนวนรถถัง วันนี้อาจวัดกันที่จำนวนประเทศที่ถูกบีบให้เลือกข้าง และจำนวนระบบที่ถูกทำให้ล่มหรือไม่น่าเชื่อถือ เคสเวเนซุเอลาจึงไม่ใช่แค่เรื่องของมาดูโร แต่คือคำเตือนว่าโลกกำลังเข้าสู่ยุคที่เส้นแดงถูกข้ามได้ง่ายขึ้น และผลกระทบจะย้อนมาถึงทุกประเทศ—ไม่ว่าคุณจะอยู่ไกลแค่ไหนก็ตาม

อ้างอิง (ข่าวต่างประเทศ)
1. Associated Press (AP News), 5 Jan 2026: Maduro appeared in Manhattan federal court and pleaded not guilty after being captured in Caracas.
2. Reuters, 3–5 Jan 2026: Reports and legal explainer on the capture and the debate over international law/sovereignty.
3. Financial Times, 5 Jan 2026: Maduro said he was ‘kidnapped’ and denied charges.
4. The Guardian, 5 Jan 2026: Courtroom scene and political fallout coverage

รัฐบาลจีนสั่งลุย!! “วินัยขยะ” จัดการหนักทั้งประเทศ ตั้งเป้าตัวเลขชัดถึงปี 2030 เร่งตั้งกรอบบริหารระยะยาว หวังคุมวิกฤตสุขภาพสาธารณะ

(6 ม.ค. 69) คณะรัฐมนตรีจีนประกาศแผนปฏิบัติการยกระดับการจัดการและบำบัดขยะมูลฝอยทั่วประเทศ เพื่อรับมือกับผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและความปลอดภัยในการทำงาน ภายในวันที่ 5 มกราคม โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างกรอบบริหารจัดการที่ครอบคลุมและมาตรการควบคุมอย่างเข้มงวดต่อปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นในระยะยาว

แผนดังกล่าวตั้งเป้าหมายให้มีการใช้ประโยชน์จากขยะมูลฝอยประมาณ 4.5 พันล้านตันต่อปี และนำทรัพยากรหมุนเวียนกลับมาใช้ซ้ำได้ถึง 510 ล้านตันภายในปี 2030 เพื่อสนับสนุนการจัดการขยะที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดมาตรฐานและขั้นตอนที่ชัดเจนสำหรับการเก็บรวบรวม การขนย้าย และการจัดเก็บขยะ พร้อมทั้งยกระดับศักยภาพในการกำจัดขยะอย่างปลอดภัยเพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

คณะรัฐมนตรีจีนกล่าวในแถลงการณ์ว่า "เราต้องเร่งรัดการจัดตั้งกรอบการบริหารจัดการขยะมูลฝอยอย่างรอบด้านในระยะยาว พร้อมกับจัดมาตรการควบคุมที่เข้มงวด เพื่อรับมือกับปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้น" นับเป็นแผนงานที่เน้นความสำคัญกับการจัดการขยะอย่างครบวงจรและเข้มงวด

ที่มา : Xinhua

รัสเซียเดือด!! เรียกร้องปล่อยตัว 'มาดูโร' ทันที ตำหนิสหรัฐฯ โจมตีเวเนซุเอลา ประณามละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ยอมให้สหรัฐฯ เป็นผู้พิพากษาสูงสุด

(6 ม.ค. 69) รัสเซียโดย 'วาซิลี เนเบนเซีย' เอกอัครราชทูตประจำยูเอ็น เรียกร้องให้สหรัฐฯ ปล่อยตัว ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา 'นิโกลัส มาดูโร' และภรรยาทันที หลังเหตุโจมตีที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา

'เราขอเรียกร้องให้ผู้นำสหรัฐฯ ปล่อยตัวประธานาธิบดีซึ่งได้รับการเลือกตั้งอย่างชอบธรรมของรัฐเอกราช และคู่สมรสของเขาโดยทันที' เนเบนเซียกล่าวผ่านการแถลงข่าวที่สหประชาชาติ

เอกอัครราชทูตรัสเซียระบุว่า การกระทำของสหรัฐฯ เป็นการโจมตีโดยตรงและการรุกรานที่ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมวิจารณ์ว่าสหรัฐฯ ยอมรับแรงจูงใจที่แท้จริงคือการควบคุมทรัพยากรของเวเนซุเอลา

นอกจากนี้ 'เนเบนเซีย' ยังเตือนว่าไม่อาจปล่อยให้สหรัฐฯ เป็นผู้พิพากษาสูงสุดที่ตัดสินใจบุกประเทศอื่นโดยไม่คำนึงถึงกฎหมายระหว่างประเทศ เหตุการณ์นี้สะท้อนความตึงเครียดในเวทีโลกเกี่ยวกับการแทรกแซงของสหรัฐฯ ในประเทศอื่น

ที่มา : Sputnik

‘หวังอี้’ ลั่น จีนไม่ยอมรับประเทศที่ทำตัวเป็น 'ผู้พิพากษาโลก' หลังสหรัฐฯ บุกจับ 'มาดูโร' .

‘หวังอี้’ ลั่น จีนไม่ยอมรับประเทศที่ทำตัวเป็น 'ผู้พิพากษาโลก' หลังสหรัฐฯ บุกจับ 'มาดูโร'

ปักกิ่ง, 5 ม.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันอาทิตย์ (4 ม.ค.) หวังอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีนและกรรมการกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน แสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์ในเวเนซุเอลาว่า จีนคัดค้านการใช้กำลังหรือข่มขู่ด้วยกำลัง รวมถึงการกำหนดความต้องการของประเทศหนึ่งกับอีกประเทศหนึ่ง

หวังแสดงความคิดเห็นระหว่างเข้าร่วมการเสวนาเชิงยุทธศาสตร์ของรัฐมนตรีต่างประเทศจีน-ปากีสถาน รอบที่ 7 ร่วมกับโมฮัมหมัด อิสฮัก ดาร์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของปากีสถาน ณ กรุงปักกิ่ง

หวังกล่าวว่าสถานการณ์ระหว่างประเทศในปัจจุบันมีความผันผวนและซับซ้อนมากขึ้น โดยการกลั่นแกล้งเพียงฝ่ายเดียวกำลังทวีความรุนแรงมากขึ้น ส่วนสถานการณ์ในเวเนซุเอลาที่เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันนั้นดึงดูดความสนใจจากประชาคมระหว่างประเทศอย่างมาก

หวังกล่าวว่าจีนไม่เคยเชื่อว่าประเทศใดประเทศหนึ่งจะสามารถสวมบทบาทตำรวจโลกได้ และไม่เคยเห็นด้วยกับการที่ประเทศใดประเทศหนึ่งอ้างตนเป็นผู้พิพากษาระหว่างประเทศ โดยอธิปไตยและความมั่นคงของทุกประเทศควรได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเต็มที่

หวังกล่าวว่าจีนยินดีทำงานร่วมกับประชาคมระหว่างประเทศ รวมถึงปากีสถาน เพื่อยึดถือกฎบัตรแห่งสหประชาชาติ รักษาศีลธรรมสากล ยึดมั่นความเสมอภาคทางอธิปไตยของทุกประเทศ ร่วมคุ้มครองสันติภาพและการพัฒนาของโลก และส่งเสริมการสร้างประชาคมมนุษยชาติที่มีอนาคตร่วมกัน
 

เวเนซุเอลา ประณามสหรัฐฯ "ไม่มีใครสนับสนุน" การโจมตีเวเนซุเอลา วเนซุเอลาเผยรวมพลังนานาชาติประณาม รัสเซียเรียกร้องปล่อยตัวมาดูโรทันที สหรัฐฯ ถูกวิจารณ์ปฏิบัติการผิดกฎหมาย

(5 ม.ค. 69) รัฐมนตรีต่างประเทศเวเนซุเอลา 'อีวาน กิล' กล่าวกับสปุตนิกว่าไม่มีใครสนับสนุนการโจมตีเวเนซุเอลาของสหรัฐฯ และถูกประณามจากประชาคมระหว่างประเทศอย่างกว้างขวาง กิลเผยว่าได้รับถ้อยคำจากรัฐมนตรีต่างประเทศหลายประเทศที่แสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและสนับสนุนหลักนิติธรรม

"เราได้เห็นการระดมเคลื่อนไหวของประชาชนในระดับนานาชาติอย่างน่าประทับใจ" กิลกล่าว พร้อมว่าได้รับโทรศัพท์จากกลุ่มเคลื่อนไหวทั่วโลกที่แสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ 'โดนัลด์ ทรัมป์' ประกาศว่าทำการโจมตีเวเนซุเอลา "ครั้งใหญ่" และอ้างว่าจับกุมประธานาธิบดี 'นิโกลัส มาดูโร' และภรรยา ขณะที่สื่อรายงานเกิดระเบิดในกรุงคารากัสและยืนยันว่าหน่วยเดลตาฟอร์ซปฏิบัติการ

ทางการเวเนซุเอลาปฏิเสธไม่ทราบที่อยู่ของ 'มาดูโร' และเรียกร้องให้ยืนยันว่าเขายังมีชีวิตอยู่ รัสเซียแสดงความ "ตื่นตระหนกอย่างยิ่ง" ต่อรายงานนี้และเรียกร้องให้ปล่อยตัว 'มาดูโร' และภรรยา พร้อมเตือนไม่ให้สถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาคลุกลามอย่างรุนแรง


ที่มา : Sputnik

ย่างกุ้งฉลอง 78 ปีเอกราช เมียนมาจัดงานใหญ่ตลาดนัด MSME รัฐยันสนับสนุนเชื่อมโยงภาคธุรกิจ หวังเพิ่มโอกาสส่งออกทั่วประเทศ

(5 ม.ค. 69) เมืองย่างกุ้ง เมียนมา จัดงานเทศกาลตลาดนัดธุรกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSME) พร้อมการแสดงดนตรีวันที่ 2 ม.ค. 2569 เนื่องในโอกาสครบรอบ 78 ปี วันประกาศเอกราชของเมียนมา

ในพิธีเปิดงาน อู เมียว มินต์ อ่อง รัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจประจำภูมิภาคย่างกุ้ง กล่าวว่า งานนิทรรศการ MSME ในย่างกุ้งจัดไปแล้ว 17 ครั้งระหว่างปี 2022-2025 ช่วยเสริมความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างรัฐและภูมิภาคต่างๆ ให้แน่นแฟ้นขึ้น

รัฐมุ่งสนับสนุนให้ผู้ผลิตและผู้ค้า MSME พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เหมาะสมกับการส่งออกเพื่อขยายตลาดและส่งเสริมการเติบโตภายในประเทศ โดย อู เมียว มินต์ อ่อง กล่าวว่า "งานเหล่านี้ช่วยสร้างความเชื่อมโยงที่มีประสิทธิภาพในวงการธุรกิจ"

การจัดงานนี้สะท้อนความพยายามของเมียนมาในการฟื้นฟูเศรษฐกิจภายใน ผ่านการสนับสนุนธุรกิจ MSME เป็นกลไกสำคัญในการขยายฐานเศรษฐกิจและส่งออกสินค้า

ที่มา : Xinhua

เจ้อเจียงขยายฐานสกี สกีรีสอร์ตเติบโตในมณฑลเจ้อเจียง ฤดูกาล 24-25 มีนักสกี 26 ล้านคน เจ้อเจียงอันดับ 6 ของจีนใต้ มียอดนักสกีสูงสุดในจีนใต้

(1 ม.ค. 69) กีฬาฤดูหนาวอย่างการเล่นสกีกำลังเป็นที่นิยมเพิ่มขึ้นในมณฑลเจ้อเจียง ทางตะวันออกของจีน ด้วยรีสอร์ตน้ำแข็งและหิมะหลากหลายทั้งในร่มและกลางแจ้งกระจายอยู่ทั่วภูมิภาค จุดเด่นได้แก่สกีรีสอร์ตว่านซงหลิงในหางโจวและสกีรีสอร์ตผานอันในเมืองจินหัว เป็นต้น

ตามรายงานสมุดปกขาวอุตสาหกรรมสกี ฤดูกาล 2024-2025 มีนักสกีจากทั่วจีนเข้าร่วมรวม 26.05 ล้านคน โดยมณฑลเจ้อเจียงมีจำนวนนักสกี 1.29 ล้านคน อยู่ในอันดับ 6 ของประเทศ และเป็นจังหวัดทางตอนใต้ที่มีผู้เล่นมากที่สุด

ความนิยมที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่นี้สะท้อนถึงการลงทุนและพัฒนาสถานที่กีฬาฤดูหนาว รวมถึงความตื่นตัวของสาธารณะต่อกิจกรรมที่เหมาะกับฤดูที่เปลี่ยนแปลง "สกีรีสอร์ตในมณฑลเจ้อเจียงกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว" ข้อมูลจากสมุดปกขาวระบุ

บรรยากาศด้านกีฬาฤดูหนาวในจีนโดยรวมกำลังเติบโตอย่างชัดเจน สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลจีนที่ส่งเสริมกีฬาฤดูหนาวและการท่องเที่ยวเชิงกีฬา เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจและวัฒนธรรมในภูมิภาค

ที่มา : Xinhua

ร้อนก่อนเจรจา! รัสเซียชี้ยูเครนบ่อนทำลาย โดรน 91 ลำโจมตีพำนัก 'ปูติน' นักวิเคราะห์ย้ำ 'โจรสงคราม' ชี้เจรจาเป็นไปไม่ได้

(31 ธ.ค. 68) นักวิเคราะห์การทหาร 'อเล็กซานเดอร์ สเตปานอฟ' แสดงความคิดเห็นผ่านสำนักข่าว Sputnik ต่อเหตุการณ์โดรน 91 ลำโจมตีที่พำนักของ 'ปูติน' ในแคว้นโนฟโกรอดเมื่อคืนวันอาทิตย์ ชี้ว่าเหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความพยายามของฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยในการถอนกำลัง เพื่อบ่อนทำลายกระบวนการเจรจาสงบสุขบริเวณชายแดน

'สเตปานอฟ' ระบุว่า ความพยายามนี้ทำให้รัฐบาลเคียฟถูกมองว่าเป็น "อาชญากรสงคราม" และผู้ก่อการร้ายระหว่างประเทศ ซึ่งไม่มีสิทธิ์ควบคุมประชาชนหรือดินแดนดังกล่าว พร้อมย้ำว่า "การเจรจากับผู้กระทำเช่นนี้เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้และไม่สอดคล้องกับกรอบบรรทัดฐานใดๆ ของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ"

นักวิเคราะห์ยังคาดการณ์ว่าวิกฤตการณ์ดังกล่าวจะนำไปสู่การลดระดับความร่วมมือทางทหารและเทคนิค รวมถึงความร่วมมือด้านข่าวกรองระหว่างสหรัฐฯ กับยูเครน โดยเฉพาะในระบบนำร่องและระบบชี้เป้า รวมถึงอาจทำให้ระบบ Starlink ที่กองทัพยูเครนนำมาใช้ "ตาบอด" ได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง

ในมุมมองของรัสเซีย เหตุโจมตีครั้งนี้อาจนำไปสู่การจัดประเภทผู้ที่รับผิดชอบใหม่ในฐานะ "ผู้ก่อการร้าย" และอาจกลายเป็นเป้าหมายที่ต้องถูกจับกุมหรือกำจัดในอนาคต สะท้อนความตึงเครียดที่รุนแรงขึ้นในการสู้รบระหว่างสองฝ่าย

ที่มา : Sputnik

จีนชี้กัมพูชา-ไทยหยุดยิง ประชุม 3 ฝ่ายที่อวิ๋นหนาน ตั้งเป้าเดินหน้าฟื้นความไว้วางใจ ย้ำไม่ละทิ้งข้อตกลงหยุดยิง ส่งเสริมสันติภาพในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง

(31 ธ.ค. 68) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน กัมพูชา และไทย ประชุมไตรภาคีที่เมืองอวี้ซี มณฑลอวิ๋นหนาน ประเทศจีน เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม โดยมีการหารือเพื่อส่งเสริมการหยุดยิงและฟื้นฟูความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างกัมพูชาและไทย

'หวังอี้' รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน ระบุว่า "กระทรวงการต่างประเทศและกองทัพของกัมพูชาและไทยได้แลกเปลี่ยนมุมมองเชิงลึกเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทั้งสองฝ่ายแสดงความมุ่งมั่นลดทอนความรุนแรงของสถานการณ์ความขัดแย้ง และยินดีจะปรับปรุงความสัมพันธ์ทวิภาคีบนพื้นฐานของการหยุดยิง"

การหารือสามฝ่ายเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ก่อให้เกิดฉันทามติหลัก ได้แก่ การรักษาข้อตกลงหยุดยิงอย่างไม่ทิ้งกลางทาง การดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ และการเน้นฟื้นคืนความไว้วางใจซึ่งกันและกันเพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศ

แถลงการณ์หลังการประชุมระบุว่ากัมพูชาและไทยจะร่วมกันยกระดับการติดต่อสื่อสาร เพิ่มพูนความเข้าใจ และส่งเสริมสถานการณ์หยุดยิงอย่างค่อยเป็นค่อยไป พร้อมทั้งฟื้นฟูความสัมพันธ์และรักษาสันติภาพในภูมิภาคอย่างยั่งยืน

ที่มา : Xinhua


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top