Friday, 26 June 2026
NEWS FEED

‘อินฟลูฯ ชื่อดัง’ ทำคอนเทนต์เอาแบงก์ไปซักตู้หยอดเหรียญ แต่ถูกชาวเน็ตจวกเละ!! หวั่นแบงก์ชำรุด-เยาวชนลอกเลียนแบบ

เมื่อวานนี้ (5 พ.ย. 66) กลายเป็นดรามาสนั่น เมื่อมีผู้ใช้บัญชี เอ็กซ์ (X) หรือ ทวิตเตอร์ รายหนึ่ง ออกมาโพสต์คลิปวิดีโอ ‘แม่ค้าเซเลป’ รายหนึ่ง ทำคอนเทนต์นำเงินสดใส่ตู้ซักผ้าหยอดเหรียญ

โดยในคลิปวิดีโอ หญิงสาวคนดังกล่าวเผยว่า “ช่วงนี้เชื้อโรคเยอะนะคะ เราก็เลยจะมาทำความสะอาดแบงก์กันหน่อย” พร้อมนำธนบัตร ทั้ง 500 บาท 1,000 บาทไทย ใส่เข้าไปในเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ พร้อมทั้งใส่น้ำยาซักผ้า และกดคำสั่งให้เครื่องทำงาน

เมื่อเครื่องซักผ้าทำงาน หญิงสาวคนดังกล่าวก็รีบคว้าด้ามจับฝาเครื่องซักผ้า ก่อนจะพยายามเปิด พร้อมหันมาพูดกับเพื่อนว่า “มันเปิดไม่ได้” ก่อนที่คลิปดังกล่าวจะตัดจบไป

ท่ามกลางชาวเน็ตที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์สนั่น มีทั้งคอมเมนต์ที่จวกเละ อาทิ

- ทำไมถึงเอาเงินมาซักเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ เงินสกปรกมากนะ แล้วคนที่ใช้คนต่อไปหละ
- ไปดึงฝาแบบนั้น ระวังเครื่องพังนะ
- ในขณะที่ แบงก์ชาติรณรงค์เรื่องธนบัตรเสีย อินฟลูเอนเซอร์ไทยทำอะไรก็ไม่รู้
- คอนเทนต์ขยะ ทำเพื่ออะไร
- บ้งมาก แต่ไปแย้งก็ลูกหาบลง

ขณะที่คอมเมนต์อีกด้านมองว่า ‘หญิงสาว’ คนดังกล่าว น่าจะทำคอนเทนต์เฉยๆ ไม่ได้ใส่ ธนบัตร เข้าไปซักจริงๆ แต่อย่างไรก็ไม่เหมาะสมอยู่ดี เพราะเป็นอินฟลูเอนเซอร์-แม่ค้าชื่อดัง หากเยาวชนเห็นแล้วทำตาม อาจเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้แก่เยาวชน

นอกจากนี้ยังมีคอมเมนต์ที่เผยว่า ‘เงินกับเสื้อผ้าก็สกปรกพอกัน จะดรามาอะไร’ พร้อมทั้งให้กำลังใจแม่ค้าคนดังกล่าว โดยเรื่องราวจะจบลงอย่างไร คงต้องติดตามกัน

‘อ.เสรี’ เผย!! เดือนธ.ค. ไม่หนาว แถมอุณหภูมิสูงขึ้นเกือบ 2 องศา เตือน!! แม่ค้าอย่าตุนเสื้อกันหนาวเยอะ ส่วนเม.ย. 67 ร้อนแล้งสุดๆ

เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 66 รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพอากาศของไทยในช่วงปลายปีว่าจะไม่หนาว และปีหน้าจะร้อนแล้งที่สุด โดยให้คำอธิบายว่า…

“#ปลายปีจะไม่หนาวแต่ปีหน้าร้อนแล้งสุดสุด

>>ปลายฝน ฝนก็ตกโดยเฉพาะภาคใต้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ สำหรับน้ำท่วมรอการระบายเป็นเรื่องปกติครับ การคาดการณ์ปริมาณฝนในปีไม่ปกติ (เช่น ปีเอญนิญโญ) มีความคลาดเคลื่อนสูง เช่นปีนี้ การพยากรณ์รายฤดูกาล แบบจำลองโดยส่วนใหญ่ชี้ไปในทิศฝนน้อย แต่ในข้อเท็จจริงปริมาณฝนเดือนกันยายน และเดือนตุลาคม มีมากกว่าปกติประมาณ 30% และ 19% ตามลำดับโดยเฉพาะในภาคเหนือ และภาคอีสาน (อย่างไรก็ตามปริมาณฝนสะสมยังคงน้อยกว่าปกติน่ะครับ ยกเว้นภาคอีสาน) ดังนั้นการพยากรณ์ฝนปีนี้จึงพึ่งได้เฉพาะการคาดการณ์ล่วงหน้าเพียง 1 เดือนเท่านั้น เกษตรกร และชาวนาจึงต้องติดตามสถานการณ์ทุกเดือนน่ะครับ

>>แม้ว่าเดือนกันยายน และตุลาคมจะเกิดฝนตกหนัก และน้ำท่วมในบางพื้นที่เช่นภาคเหนือตอนบน และภาคอีสาน แต่เมื่อวิเคราะห์จากดรรชนีฝน SPEI พบว่าช่วง 3-6 เดือนที่ผ่านมา หลายพื้นที่โดยเฉพาะภาคกลาง ภาคตะวันออก ยังคงมีสถานฝนแล้ง ยกเว้นบริเวณชายขอบฝั่งตะวันตก และตะวันออกเฉียงเหนือริมแม่น้ำโขง

>>และเมื่อวิเคราะห์การกระจายของอุณหภูมิช่วงเดือนธันวาคม และเดือนเมษายนตั้งแต่ปี 2563-2567 พบว่าในเดือนธันวาคมจะมีอุณหภูมิต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทุกปี (ความหนาวเย็น) ยกเว้นปี 2566 ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าอุณหภูมิเฉลี่ยจะสูงขึ้นเกือบ 2oC นั่นหมายความว่าปีนี้เราจะไม่หนาว ในขณะเดียวกันอุณหภูมิเฉลี่ยในเดือนเมษายนปี 2567 ก็จะสูงกว่าปกติ 1.5oC เราก็จะร้อนสุด ๆ เหมือนกัน จากปัจจัยของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (โลกร้อน) และสภาพอากาศแปรปรวน (เอ็นนิญโญ) ดังนั้นปลายปีนี้จนถึงต้นปีหน้าเสื้อหนาวอาจจะขายไม่ค่อยดีน่ะครับ พ่อค้า แม่ค้า อย่าสั่งมาตุนเยอะน่ะครับ

>>ในขณะที่เริ่มเข้าสู่ฤดูการทำนาปรัง ฝนก็ตกได้น้ำ ราคาข้าวดีจูงใจให้ชาวนาทำนากันในหลายพื้นที่ ปริมาณน้ำต้นทุน (เฉพาะในลุ่มเจ้าพระยา) ประมาณ 62% (11,000 ล้านลูกบาศ์กเมตร) น้อยกว่าปี 2565 (78%, 14,000 ล้านลูกบาศ์กเมตร) โดยปีที่แล้วมีการจัดสรรน้ำกว่า 5,800 ล้านลูกบาศ์กเมตรทำนาปรังกว่า 7 ล้านไร่ ในลุ่มเจ้าพระยา แต่ปีนี้ ดูจากข้อมูลกระทรวงเกษตรฯ จะมีการจัดสรรน้ำให้ชาวนาเพียง 2,300 ล้านลูกบาศ์กเมตร ซึ่งจะมีพื้นที่ทำนาได้เพียงไม่เกิน 2 ล้านไร่ จาก 8 ล้านไร่ อะไรจะเกิดขึ้น ? พื้นที่นอกเขตชลประทานกว่า 80% โดยเฉพาะในภาคอีสาน ถ้าไม่มีน้ำต้นทุนของตัวเอง (บ่อ สระ ฝายขนาดเล็ก ระบบสูบน้ำเข้าแปลงนา) ประกอบกับอากาศร้อน และแล้งจัดปีหน้า อัตราการระเหยจะเพิ่มขึ้นกว่า 10% ปัญหาเรื่องไฟป่าในภาคเหนือ ฝุ่น PM2.5 และ คลื่นความร้อนในเมืองจะตามมา

>>แม้ว่าการพยากรณ์ฝนรายฤดูกาลอาจจะมีความคลาดเคลื่อน แต่ก็มีความจำเป็นต่อชาวนาในการเตรียมปัจจัยการผลิต เพราะต้นทุนการทำนาจะสูงหากไม่มีการวางแผน ข้อมูลล่าสุดจากแบบจำลองหลายชุดบ่งชี้ปริมาณฝนต้นฝนปี 2567 อาจจะน้อยกว่าปกติ ส่งนัยถึงการเข้าสู่ฤดูฝนที่ล่าช้าออกไป ปริมาณน้ำต้นทุนที่ต้องเตรียมไว้สำหรับช่วงต้นฤดูฝน ? พื้นที่นอกเขตชลประทานกว่า 80% จะต้องเตรียมการรับมือด้วยครับ และที่สำคัญเกษตรกร และชาวนาต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดน่ะครับ เพราะสภาพอากาศ คือชีวิตความเป็นอยู่ของทุกท่าน

Forecast Research Advisor, Climate Change and Disaster Futuretales LAB, MQDC”

ผบ.ตร. สุ่มตรวจเยี่ยมหน่วย ด่านตม.เชียงแสน

ผบ.ตร. สุ่มตรวจเยี่ยมหน่วย ด่าน ตม.เชียงแสน ไม่แจ้งล่วงหน้า กำชับ 4 เน้นหนัก "ความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ปราบปรามยาเสพติด อาชญากรรมเทคโนโลยี และสวัสดิการขวัญกำลังใจผู้ใต้บังคับบัญชา" เพื่อเร่งขับเคลื่อนการดูแลพี่น้องประชาชนตามนโยบายรัฐบาล

วานนี้ (5 พ.ย.66)  เวลา 13.45 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงแสน จว.เชียงราย ซึ่งเป็นการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า พบ ร.ต.อ.มานพ ใจปลา รอง สว.ด่าน ตม.เชียงแสน พร้อมเจ้าหน้าที่ ด่าน ตม.เชียงแสน  อยู่ปฏิบัติหน้าที่

ผบ.ตร. ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ด่าน ตม.เชียงแสน ให้ความสำคัญกับอาชญากรรมที่สร้างความเดือดร้อน เอารัดเอาเปรียบพี่น้องประชาชนคนไทยที่อาจถูกหลอกลวงให้เดินทางไปทำงานที่ผิดกฎหมายในประเทศเพื่อนบ้าน อีกทั้งเน้นย้ำให้ความสำคัญกับการป้องกันการลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาในประเทศ โดยให้ร่วมบูรณาการกำลังกับหน่วยที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ และขอให้ดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านด่านเชียงแสนอย่างเต็มกำลัง เพื่อตอบสนองนโยบายสำคัญของนายกรัฐมนตรี 

โดย ผบ.ตร. ยังได้ร่วมรับประทานอาหารกับเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงแสนอย่างเรียบง่าย เพื่อพูดคุย สอบถามสภาพปัญหา ข้อขัดข้อง ในการทำงาน และอยากทราบข้อเสนอแนะเพื่อนำไปพิจารณาจัดสรรสวัสดิการ เสริมสร้างขวัญกำลังใจของพี่น้องข้าราชการตำรวจและครอบครัว 

ทั้งนี้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ได้กล่าวชื่นชมข้าราชการตำรวจทุกนายที่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง แม้จะเป็นการมาตรวจเยี่ยมโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า แต่รู้สึกประทับใจ โดย ผบ.ตร. ยังย้ำเสมอ ไม่ต้องการให้ข้าราชการตำรวจมาดูแล ผบ.ตร. ขอให้เอาเวลาที่มีไปดูแลพี่น้องประชาชนให้ดี และผู้บังคับบัญชาต้องเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อร่วมกันสร้าง "องค์กรปราบปรามอาชญากรรมและบังคับใช้กฎหมาย ในระดับมาตรฐานสากลที่ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา" ไปด้วยกัน

'สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์' ลาออกจากช่อง 3 เผย!! มีผลตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2566

(6 พ.ย. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท บีอีซีเวิลด์ จำกัด (มหาชน) โดย นายพิริยติส ชูพึ่งอาตม์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สำนักการเงินและบัญชี ได้มีหนังสือแจ้งการลาออกจากตำแหน่งของ นายสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ กรรมการและผู้บริหาร ของบริษัทฯ โดยระบุว่า นายสุรินทร์ ได้แจ้งความประสงค์ขอลาออกจากการเป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัท และบริษัทในเครือทั้งหมด โดยการลาออกมีผลตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ทางคณะกรรมการบริหาร ได้มีประกาศมอบหมายการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง รักษาการกรรมการผู้อำนวยการสายธุรกิจโทรทัศน์ โดยระบุว่า ตามที่นายสุรินทร์ มีความจำเป็น ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการสายธุรกิจโทรทัศน์ ในช่วงเวลานี้ได้นั้น ทั้งนี้เพื่อให้การบริหารงานของกลุ่มบริษัท บีอีซี ดำเนินงานไปด้วยความราบรื่น ตามมติประชุมคณะกรรมการบริหารครั้งที่ 12 วันที่ 24 ตุลาคม 2566 ได้มีคำสั่งแต่งตั้ง คุณ ฉัตรชัย เทียมทอง ที่ปรึกษากรรมการบริหาร รักษาการ และปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง กรรมการอำนวยการ-สายธุรกิจโทรทัศน์ ตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน เป็นต้นไป จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้ ขอให้ผู้บริหารและพนักงานทุกท่านปฏิบัติหน้าที่ตามภาระที่รับผิดชอบตามโครงสร้างการบริหาร และสายบังคับบัญชาตามปกติ และขอให้มั่นใจ บริษัทยังมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำทางด้าน คอนเทนต์และธุรกิจบันเทิงของประเทศไทย

"พ.ต.อ.ทวี" ยันพื้นที่ชายแดนใต้ไม่จำเป็นต้องประกาศ “พื้นที่คุมเข้มพิเศษปราบยาเสพติด” 

เหมือนภาคเหนือ 11 อำเภอ “เชียงใหม่-เชียงราย” ที่เพิ่งประกาศดีเดย์ 1 ธ.ค. แจงภาคกลาง-ภาคใต้ คือพื้นที่แพร่ระบาดและทางผ่าน หากไม่มีเจ้าหน้าที่กับผู้มีอิทธิพลเกี่ยวข้อง ยาเสพติดย่อมไปไม่ถึง มั่นใจกลไกที่มี “เอาอยู่”

เมื่อวานนี้ ( 5 พ.ย.66 ) พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงการใช้มาตรการพิเศษในการสกัดกั้นยาเสพติดลำเลียงเข้าพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ จะมีการนำมาใช้กับชายแดนภาคใต้ด้วยหรือไม่ว่า สำหรับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังไม่ถึงขนาดต้องประกาศมาตรการพิเศษตามมาตรา 5 ของประมวลกฎหมายยาเสพติด เพราะมีกฎหมาย ศอ.บต. (พระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2553) และกฎหมายพิเศษอื่นๆ ประกาศใช้อยู่แล้ว

อนี่ง เมื่อวันเสาร์ที่ 4 พ.ย.66 พ.ต.อ.ทวี เดินทางไปที่ จ.เชียงใหม่ และเชียงราย ประชุมร่วมกับแม่ทัพน้อยที่ 3 และสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 5 พร้อมประกาศว่า รัฐบาลเตรียมใช้นโยบายสำคัญ คือ ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 5 (10) ในการกำหนดพื้นที่พิเศษ และโครงสร้างเฉพาะเพื่อดำเนินการในพื้นที่ที่มีปัญหาการนำเข้ายาเสพติดรุนแรง ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และเชียงราย ใน 11 อำเภอ โดยจะมีการจัดตั้ง “หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์” เป็นหน่วยที่มีเอกภาพในการบริหารจัดการอย่างเบ็ดเสร็จ เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ยาเสพติดเข้าสู่เขตภาคเหนือ ในระยะ 1 ปี โดยจะเริ่มต้นในวันที่ 1 ธ.ค.2566 จนถึงสิ้นปี 2567 ให้ทางกองทัพภาคที่ 3 และ ป.ป.ส. เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนภารกิจ ควบคู่ไปกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามแนวชายแดน

“การแก้ปัญหายาเสพติดเป็นนโยบายของรัฐบาลที่เป็นปัญหาเร่งด่วน เป็นปัญหาสำคัญที่ต้องการแก้ไขให้เห็นผลภายใน 1 ปี ทว่าแต่ละพื้นที่มีลักษณะแตกต่างกัน คือยาเสพติดโดยเฉพาะยาบ้า จากการตรวจพิสูจน์ ไม่มีโรงงานผลิต ในประเทศไทย ทั้งหมดเป็นยาเสพติดที่ถูกลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน การประกาศนโยบายแต่ละพื้นที่จึงมีลักษณะที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะพื้นที่ทีมีการลักลอบนำเข้ายาเสพติด คือภาคเหนือกับภาคอีสานของประเทศไทย โดยเฉลี่ยภาคเหนือประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ ภาคอีสานประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ จึงต้องใช้มาตรการพิเศษในการสกัดกั้น” 

“แต่พื้นที่ที่มีการแพร่ระบาด พื้นที่ที่เป็นทางผ่าน คือพื้นที่ทางภาคกลางและภาคใต้ การแก้ปัญหาเรื่องผู้เสพยาเสพติด ผู้ค้ารายย่อย ผู้มาเกี่ยวข้องในพื้นที่ภาคใต้นั้น อาจจะไม่ถึงขนาดต้องประกาศตามมาตรา 5 เรามีกฎหมาย ศอ.บต. และกฎหมายเกี่ยวข้องใช้ในพื้นที่อยู่แล้ว” พ.ต.อ.ทวี อธิบาย 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าอวีกว่า มาตรการสำคัญที่ต้องดำเนินการทั่วประเทศ คือต้องทำให้ประชาชนที่ติดยาเสพยาได้รับการแก้ไข สิ่งหนึ่งคือต้องบำบัดฟื้นฟู ไม่ว่าเม็ดเดียวหรือหลายเม็ด ถือเป็นรายย่อย 

“เรื่องยาเสพติด ถ้าไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้ที่มีอิทธิพลเข้าไปเกี่ยวข้อง เข้าไปอยู่เบื้องหลังแล้ว ยาเสพติดจะไปไม่ถึงภาคใต้ และเราควรจับมือกับมาเลเซียเพื่อร่วมกันทำงาน ต่อไปนี้อยากเห็นชุมชน สถาบันการศึกษา ร่วมกันบำบัดฟื้นฟู เอาเยาวชนที่มีคุณภาพกลับคืนสู่ครอบครัว กลับคืนสู่โรงเรียนและสังคมให้ได้ นี่เป็นวาระที่เราจะทำภายใน 1 ปี”

@@ ยาบ้าเกิน 5 เม็ดถือเป็นผู้ค้า ส่อทำนักโทษพุ่ง 1 หมื่นคน

ต่อข้อถามถึงจำนวนยาเสพติดที่เคยเสนอว่าหากครอบครองเกิน 10 เม็ดจะถือเป็นผู้ค้า ถ้าต่ำกว่า 10 เม็ดเป็นผู้เสพ ต้องเข้ารับการบำบัด ทว่าสุดท้ายหน่วยงานอื่น รวมทั้งกระทรวงสาธารณสุขสรุปตัวเลขที่ 5 เม็ด หากครอบครองเกิน 5 เม็ดจะเป็นผู้ค้า จะทำให้มีปัญหาตามมาหรือไม่ 

ประเด็นนี้ พ.ต.อ.ทวี ตอบว่า “จะ 5 เม็ดหรือ 10 เม็ดอยู่ที่เป้าหมาย ถ้าเป็นผู้เสพต้องดูข้อมูลความรุนแรงทางการแพทย์ เทียบกับปริมาณการใช้ แต่ถ้าเป็นผู้ค้า ถ้ากำหนด 10 เม็ด เขาก็พกพา 9 เม็ด ถ้ากฎหมายกำหนด 5 เม็ด เขาก็จะพกพา 4 เม็ด คาดการณ์ว่าหลักเกณฑ์ใหม่นี้จะทำให้มีนักโทษเพิ่มขึ้นประมาณ 10,000 คน”

นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา

'สาว' โพสต์สำนึกบาป หลังมีเพศสัมพันธ์ไม่ซ้ำหน้าตลอด 7 เดือน เฉลย!! ติดเชื้อ HIV แต่กำเนิด วอน!! ผู้ชายที่นอนด้วยรีบไปตรวจกัน

(5 พ.ย.66) โรคเอดส์ หรือ การติดเชื้อ HIV เป็นโรคที่ติดต่อผ่านทางเพศสัมพันธ์ การสัมผัสเลือด สารคัดหลั่ง การใช้ของมีคม เข็ม ร่วมกับผู้อื่น แม้ว่าปัจจุบันจะมียาต้านไวรัส แต่ก็ยังถือว่าเป็นโรคที่รักษาไม่หาย และต้องกินยาไปตลอด

ล่าสุด มีโพสต์ในโลกออนไลน์ที่น่าตกใจ เมื่อมีสมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้ออกมาโพสต์ว่า เธอนั้นติดเชื้อ HIV มาตั้งแต่กำเนิด ซึ่งเธอทราบดีอยู่แล้ว แต่เมื่อเข้ามหาวิทยาลัย เกิดอกหัก ออกเที่ยวกลางคืนก็จะมีพฤติกรรมมีเพศสัมพันธ์กับคนที่เพิ่งรู้จักกัน พร้อมบอกพิกัดที่เธอไปเที่ยวบ่อยๆ และระบุว่าตนเองสำนึกผิด และรู้สึกบาปกับสิ่งที่ทำ อย่างไรก็ตาม โพสต์ดังกล่าว ยังไม่สามารถระบุที่มาได้ว่า เป็น

โดยโพสต์ดังกล่าวระบุว่า “คิดอยู่นานว่าจะโพสต์ดีมั้ย คือเราเรียนอยู่ปี 2 จะขึ้นปี 3 ค่ะ เริ่มเที่ยวครั้งแรกช่วงเดือนเมษายน เพราะอกหัก ไปเที่ยวที่ไรก็จะได้ One Night Stand ตลอดค่ะ และที่รู้สึกผิดที่สุดเลยคือเราเป็น HIV ตั้งแต่กำเนิด สงสารคนที่เคยมีอะไรกับเรา ขออโหสิกรรมให้เราด้วยนะ ตอนนี้เราอยากหนีไปบวชชีที่ไหนไกลๆ ไม่อยากเจอใครเลย

มีภาพเข้ามาในหัวว่าผู้ชายเขาก็จะต้องมีครอบครัวในอนาคต เรากังวลว่าเขาจะติดเชื้อ เราไม่อยากให้แฟนและลูกในอนาคตเขาต้องมาเจออะไรแบบเราค่ะ ที่ผ่านมา 7 เดือน เราเที่ยวแทบทุกวัน แต่ที่ไปบ่อยก็คือผับข้างปั๊มน้ำมัน คือเราทานยาทุกวัน แต่ก็ดื่มเหล้าทำให้เชื้อดื้อยาค่ะ เลยขอสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว จะรักษาตัวเองจะตั้งใจเรียนให้จบ คนที่เรานัดกันในผับถ้ามาเจอข้อความนี้ เราอยากให้ทุกคนไปตรวจด้วย เพราะตอนนี้เราก็มีภาวะแทรกซ้อนเลยทำให้ดื่มไม่ได้อีก เป็นห่วงนะคะ”

ทั้งนี้ สถานการณ์ล่าสุด กรมควบคุมโรค เปิดเผยสถานการณ์ว่า โดยในปี 2565 คาดประมาณผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ 9,230 คน ซึ่งเกือบครึ่งเป็นกลุ่มอายุระหว่าง 15-24 ปี และมีสัดส่วนเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวีในระบบการรักษาถึงร้อยละ 22.4 ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นเป็นเท่าตัวจากปี 2551 ที่ร้อยละ 9.5 และยังพบผู้ติดเชื้อซิฟิลิสและหนองใน สูงถึง 14,534 คน

‘แสนชัย’ หรือ ศุภชัย แสนพงษ์ ยอมรับความพ่ายแพ้อย่างลูกผู้ชาย หลังปะทะ ‘บัวขาว บัญชาเมฆ’ ในศึก BKFC Thailand ครั้งที่ 5

(5 พ.ย.66) ‘แสนชัย’ หรือ ศุภชัย แสนพงษ์ ยอมรับความพ่ายแพ้อย่างลูกผู้ชาย หลังปะทะ ‘บัวขาว บัญชาเมฆ’ ในศึก BKFC Thailand ครั้งที่ 5 ว่า…

"เรื่องรูปร่าง…ผมตัดสินใจมาชกแล้วครับ ไม่ใช่ข้ออ้าง แต่เราควรจะให้เครดิต ‘บัวขาว’ ที่ทำน้ำหนักเป็น 10 ก.ก. จนลดลงมาชกในพิกัด 68.5 ก.ก. ได้ นี่ต่างหากที่ควรจะชื่นชมและไฟต์นี้ ผมขอเป็นไฟต์สุดท้ายที่จะชกกับบัวขาวเพื่อนของผม ต่อจากนี้จะเจอกับใครผมพร้อมเสมอ…"

เชียงใหม่-เปิดอย่างยิ่งใหญ่ การแข่งขันกีฬาสาธิตสามัคคี ครั้งที่ 46"ฉัททันต์เกมส์"

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2566 เวลา 17.00 น. นายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้เกียรติเป็นประธานพิธีเปิด การแข่งขันกีฬาสาธิตสามัคคีครั้งที่ 46 "ฉัททันต์เกมส์" พร้อมด้วยศาสตราจารย์ ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
โดยมีรองศาสตรจารย์ ดร.สมเกียรติ อินทสิงห์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประธานดำเนินงานฯ กล่าวรายงาน มี นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่  ผู้บังคับการศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 33 รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตเชียงใหม่  ผู้อำนวยการการกีฬาแห่งประเทศไทย ภาค 5 คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ และ อดีตคณบดีคณะศึกษาศาสตร์  ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตทั้ง 22 สถาบัน ตลอดจน แขกผู้มีเกียรติ ร่วมพิธีเปิด ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

นายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ เล็งเห็นความสำคัญของการจัดการแข่งขันกีฬาสาธิตสามัคคี   ซึ่งเป็นการสานความสัมพันธ์ระหว่างสถาบัน สร้างความเข้มแข็ง และปลูกฝังการมีน้ำใจนักกีฬาให้กับเยาวชน ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ และจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมในทุก ๆ ด้าน  ในโอกาสนี้ จังหวัดเชียงใหม่ และชาวเชียงใหม่ ขอส่งความปรารถนาดีอย่างจริงใจ และหวังเป็นอย่างยิ่งให้การแข่งขันกีฬาสาธิตสามัคคี ครั้งที่ 46 ฉัททันต์เกมส์ครั้งนี้ หวังว่าจะมีโอกาสต้อนรับทุกท่านสู่จังหวัดเชียงใหม่ในโอกาสต่อไป

ศาสตราจารย์ ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า การแข่งขันกีฬาสาธิตสามัคคี ที่ได้มีการจัดการแข่งขันอย่างต่อเนื่องและยาวนาน เป็นการส่งเสริมให้นักเรียนสาธิต มีศักยภาพในด้านกีฬา มีความรู้รักสามัคคี และได้รู้จักกับเพื่อนต่างสถาบัน ผ่านการแข่งขันกีฬา และกิจกรรมต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่สำคัญระหว่างผู้บริหารและคณาจารย์/ ของโรงเรียนสาธิตจากสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศต่อไป

รองศาสตรจารย์ ดร.สมเกียรติ อินทสิงห์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประธานดำเนินงานโครงการกีฬาสาธิตสามัคคี ครั้งที่ 46 "ฉัททันต์เกมส์" กล่าวว่า ตามที่โรงเรียนสาธิตสังกัดกระทรวง อว. จำนวน 22 สถาบัน จัดการแข่งขันกีฬาสาธิตสามัคคี ระหว่างโรงเรียนขึ้นเป็นประจำทุกปี เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 เป็นต้นมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้นักเรียนและผู้ปกครองได้เห็นคุณค่าและประโยชน์ของการกีฬา เสริมสร้างและอบรมให้นักเรียนมีน้ำใจเป็นนักกีฬา มีบุคลิกภาพและมีความประพฤติที่ดี มีความสามัคคีในหมู่นักเรียน อาจารย์ บุคลากร และผู้เกี่ยวข้อง และอีกประการสำคัญเพื่อเป็นการพัฒนาการกีฬาของนักเรียนสาธิตสู่ระดับมาตรฐานสากล

ในปีนี้ กีฬาสาธิตสามัคคีได้ดำเนินมาถึงครั้งที่ 46 ซึ่งโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขัน ระหว่างวันที่ 4 - 10 พฤศจิกายน 2566 ภายใต้คำขวัญ "กีฬาสาธิต ผูกมิตรสัมพันธ์ สามัคคีกัน ร่วมฉัททันต์เกมส์" โดยได้นำนามของช้างตระกูลพรหมพงษ์ คือ "ฉัททันต์" มีความคล่องแคล่วว่องไว มีคุณลักษณะเหมาะสมกับความเป็นนักกีฬา มาเป็นชื่อในการแข่งขันและที่สำคัญสัญลักษณ์ประจำโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คือ ตรา "ช้างชูคบเพลิง" ชื่อช้างอันเป็นมงคลนี้ จึงได้รับเลือกมาเป็นชื่อการแข่งขันกีฬาสาธิตสามัคคี ครั้งที่ 46 "ฉัททันต์เกมส์"

โดยครั้งนี้มีการแข่งขันทั้งสิ้น 18 ชนิดกีฬาและมีนักกีฬาผู้เข้าร่วมการแข่งขัน 22 สถาบันทั่วประเทศ รวมกว่า 10,000 คน การจัดการแข่งขันครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ชมรมศิษย์เก่าโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะศึกษาศาสตร์ หน่วยงานในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตลอดจนหน่วยงานสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งผู้สนับสนุนจากหน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ จำนวนมาก

พัฒนชัย/เชียงใหม่

ตำรวจไซเบอร์เตือนภัย เพจขายลอตเตอรี่ (Lottery) ออนไลน์ปลอมระบาดหนัก

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษก บช.สอท. กล่าวว่าตามที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ กรณีที่มีผู้เสียหายถูกรางวัลจากการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือลอตเตอรี่ (Lottery) แต่ไม่ได้รับเงินรางวัล เนื่องจากภายหลังพบว่าตนถูกหลอกลวงให้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล ผ่านเพจเฟซบุ๊กปลอมของมิจฉาชีพ ซึ่งได้ถูกปลอมเป็นผู้ให้บริการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือลอตเตอรี่ออนไลน์ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง นั้น

การหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ถือเป็นการหลอกลวงในรูปแบบเดิมๆ ที่ผ่านมามิจฉาชีพมักจะปลอมเพจเฟซบุ๊ก โดยใช้ชื่อเหมือน หรือใกล้เคียงกับเพจจริง แอบอ้างใช้สัญลักษณ์บริษัท หรือหน่วยงานนั้นๆ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ไม่ว่าจะเป็นเพจปลอมหลอกลวงขายสินค้า หรือบริการออนไลน์ เพจหน่วยงานราชการปลอม เพจบริษัทห้างร้านปลอม เพจสถาบันการเงินปลอม เพจที่พักปลอม เป็นต้น

นับตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.65 – 25 9.ค.66 มีประชาชนถูกหลอกลวงซื้อขายสินค้า และบริการออนไลน์ สูงเป็นลำดับที่หนึ่งกว่า 140,836 เรื่อง หรือคิดเป็น 40.27% ของจำนวนเรื่องการรับแจ้งความออนไลน์ทั้งหมด และมีความเสียหายรวมกว่า 2,041 ล้านบาท  

บช.สอท. โดย พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ได้เร่งรัดขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ในการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมออนไลน์ในทุกรูปแบบ รวมถึงการสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงขายสินค้า หรือบริการออนไลน์

โฆษก บช.สอท. กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการใช้งาน หรือเข้าถึงบริการต่างๆ บนสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างการติดต่อกับหน่วยงาน หรือร้านค้าออนไลน์ต่างๆ ควรตรวจสอบช่องทางเหล่านั้นให้ดีเสียก่อนว่าเป็นของหน่วยงาน หรือร้านค้านั้นจริงหรือไม่ ขอให้ประชาชนมีสติ ไม่หลงเชื่อง่ายๆ แม้ว่ามิจฉาชีพจะเปิดเพจใหม่ที่เหมือนเพจจริงมาหลอกลวงอย่างไร ถ้ามีประชาชนมีสติ ไม่หลงเชื่อ ตรวจสอบอย่างรอบคอบเสียก่อน ก็จะไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพเหล่านี้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา บช.สอท. ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หาแนวทางในการแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center) หรือศูนย์ AOC 1441 ซึ่งเปิดดำเนินการเมื่อ 1 พ.ย.66 ที่ผ่านมา เพื่อให้มีการบูรณาการในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ มีศูนย์ One Stop Service สามารถดำเนินการอายัดบัญชีของมิจฉาชีพให้แก่ประชาชนได้ทันที รวมทั้งให้คำปรึกษาแก่ประชาชนเกี่ยวกับคดีออนไลน์ ผ่านสายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง
ทั้งนี้ จึงขอฝากประชาสัมพันธ์ พร้อมแนวทางการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ดังนี้

1.ระมัดระวังการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ หลีกเลี่ยงการซื้อสินค้าที่ไม่มีหน้าร้าน ควรติดต่อซื้อจากบริษัท หรือตัวแทนจำหน่ายโดยตรง
2.หากจะซื้อสินค้าผ่านเพจเฟซบุ๊ก ต้องระมัดระวังเพจปลอม หรือเพจลอกเลียนแบบของมิจฉาชีพ โดยเพจจริงควรจะมีผู้ติดตามสูง บัญชีถูกสร้างขึ้นมานานแล้ว ไม่มีการเปลี่ยนชื่อที่น่าสงสัย และมีรายละเอียดการติดต่อที่ชัดเจน สามารถโทรศัพท์ไปสอบถามได้
3.ตรวจสอบความโปร่งใสของเพจ ว่ามีการเปลี่ยนชื่อมาก่อนหรือไม่ ผู้จัดการเพจอยู่ในประเทศหรือไม่ หากไม่ได้อยู่ในประเทศอาจจะเป็นมิจฉาชีพ
4.ก่อนโอนชำระเงินค่าสินค้า ให้ตรวจสอบชื่อบัญชี และหมายเลขบัญชีธนาคารที่รับโอนเงิน ว่ามีประวัติไม่ดีหรือไม่ ผ่านเว็บไซต์ Google, Blacklistseller เป็นต้น ในกรณีนี้ควรโอนเงินชำระค่าสลากผ่านบัญชีบริษัทเท่านั้น หากเป็นชื่อบุคคลธรรมดาให้สันนิษฐานว่าเป็นบัญชีม้าของมิจฉาชีพ
5.หากมีการให้โอนเงินไปเพิ่มเติม โดยอ้างว่าเป็นค่าธรรมเนียม ค่าภาษี หรือค่าใดๆ ก็ตามให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพเช่นกัน
6.ช่วยกันกดรายงานบัญชี หรือเพจในเฟซบุ๊กปลอม เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นหลงเชื่อ และตกเป็นเหยื่อ
7.หมั่นติดตามข่าวสารของทางราชการอยู่เสมอ

‘พี่หมอกลาง’ ไขข้อสงสัย!! “ทำไมคนเราถึงอ้วนได้?” เพราะร่างกายสร้าง ‘ไขมัน’ ได้แบบไร้ขีดจำกัดไงล่ะ!!

(5 พ.ย.66) ผู้ใช้งานติ๊กต็อกชื่อ @d_klang ที่รู้จักในนาม ‘พี่กลาง หอสมุดแห่งชาติ’ หรือหลาย ๆ คนเรียกติดปากว่า ‘พี่หมอกลาง’ ได้โพสต์คลิปแชร์ความรู้จากการทำคลิปตอบคำถามทางการแพทย์ให้แก่คนที่สนใจและคอมเมนต์ถามเข้ามา ซึ่งคลิปนี้ ‘พี่หมอกลาง’ ได้ตอบคำถาม “ทำไมเราถึงอ้วน?” ว่า…

“ทุกคนคงคิดว่าพี่หมอจะตอบกลับว่าก็เพราะปากเราไง…แต่ไม่ใช่…เวลาที่เราตั้งคำถามว่าทำไมร่างกายของเรามันถึงเป็นอย่างงั้นอย่างงี้ ซึ่งต้องขอย้อนกลับไปตั้งแต่ยุคหิน เพราะว่ายีนของพวกเราตอนนี้ หากเทียบกับยุคหิน มันเปลี่ยนไปนิดเดียว มนุษย์พยายามเอาชนะธรรมชาติมาตลอด มันก็เลยวิวัฒน์ไปน้อยมาก เอาเป็นว่าร่างกายของพวกเราเป็นร่างกายของมนุษย์ยุคหิน…

ซึ่งยุคหินนั้นจะอยู่กันเป็น ‘แคมป์’ และอาหารในยุคนั้นก็ไม่อร่อย และก็หายากกว่ายุคนี้ ซึ่งสิ่งที่หาง่ายหน่อยก็คือผลหมากรากไม้ที่อยู่รอบ ๆ แคมป์ ซึ่งมันไม่ได้หวานฉ่ำ เพราะยุคนั้นไม่มีปุ๋ย ดังนั้นมันก็ขึ้นในป่าแบบตามมีตามเกิด รสชาติจะเปรี้ยว ๆ ฝาด ๆ อีกทั้งพลังงานยังต่ำ ดังนั้น อาหารที่ให้แคลอรี่เยอะกว่าคืออะไรรู้ไหม… คือ ‘เนื้อสัตว์’ เพราะมีทั้งโปรตีนและไขมัน แต่มันไม่ได้มีมาให้กินบ่อย ๆ เพราะผู้ชายในแคมป์ต้องออกไปล่าหามา 2 สัปดาห์ถึงจะมีมาให้กินซักที และความที่นาน ๆ จะได้อาหารพลังงานสูงเข้าสู่ร่างกายนี่แหละ ร่างกายมันก็เลยพยายามเก็บพลังงานสุดฤทธิ์ ทีนี้มันมีโมเลกุลในธรรมชาติรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเวลาเก็บจะเก็บง่ายมาก เพียงแค่เอาพลังงานมาเปลี่ยนเป็นคาร์บอนแล้วก็ต่อ ๆ กัน แต่เวลาจะสลายออกมาใช้จะยากมาก ดังนั้นร่างกายจึงคิดว่าดีเลย…งั้นเก็บเป็นอันนี้แหละไม่รั่วไหลดี ซึ่งก็คือ ‘ไขมัน’ ร่างกายรักไขมันมากดั่งทองคำ…

แต่ทุกคนรู้ไหมทุกปฏิกิริยาในร่างกายเรามันจะมีสิ่งที่เรียก ‘Negatice Feedback’ คือถ้าสร้างออกมาเยอะเกินไป มันจะหยุดสร้าง แต่ไขมันเป็นสารชนิดเดียวที่ไม่มี Negatice Feedback จึงแปลว่าร่างกายสามารถสร้างไขมันได้แบบ ‘อันลิมิต’ เลย… ซึ่งตรงข้ามกับกล้ามเนื้อเพราะเวลาสร้างจะยากมาก เพราะโครงสร้างของกล้ามเนื้อมันซับซ้อน นอกจากนี้ เวลาที่เราพยายามจะสร้างกล้ามเนื้อ มันจะต้องเอาพลังงานยัดลงไปอีกถึงจะสร้างได้ แล้วพอมีกล้ามเนื้อเกิดขึ้น กล้ามเนื้อก็จะสูบพลังงานไปใช้เรื่อย ๆ ซึ่งร่างกายของเราจะเกลียดกล้ามเนื้อมาก เพราะมันผลาญพลังงาน  เพราะฉะนั้นร่างกายจะสร้างกล้ามเนื้อแค่จำเป็น แล้วก็ใส่ลิมิตในการสร้างไว้…

ดังนั้น ถ้าเรากินอะไรเข้าไปร่างกายจะเลือกเก็บเป็นไขมันก่อน แต่ถ้าต้องใช้จะใช้ไขมันเป็นอันดับสุดท้าย ทีนี้เวลาผ่านไปหลายล้านปี สังคมมนุษย์เปลี่ยนไปเยอะมาก อาหารการกินค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ อยากกินอะไรก็ต้องได้กิน เนื้อสัตว์ที่นาน ๆ จะได้กินสักที ปัจจุบันนี้ได้กินกันเกือบทุกมื้อ หรือผักผลไม้ฝาด ๆ เปรี้ยว ๆ เดี๋ยวนี้ก็ไม่มีแล้ว รสชาติจะหวานฉ่ำหมด ซึ่งทุกอย่างแคลอรี่สูงขึ้นหมดเลย อีกทั้ง มนุษย์เรายังขยับตัวน้อยลงมาก เพราะไม่ต้องออกไปล่าสัตว์แล้ว โดยพลังงานที่ได้จากการกินเข้าไป มันก็มีแนวโน้มที่มันจะเหลือ แล้วพอพลังงานเหลือร่างกายก็จะทำแบบยุคหินคือเก็บเป็นไขมันแบบที่เคยทำ ซึ่งก็คือแบบอันลิมิต

ด้วยปัจจัยเหล่านี้บางคนถึงอ้วนเป็นร้อยโลได้ ดังนั้น ไขมันที่สะสมเยอะ ๆ มันมีพิษภัยมากมาย…”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top