Friday, 26 June 2026
NEWS FEED

รองนายกรัฐมนตรีพร้อมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่เมืองช้าง ยืนยันเร่งแก้ปัญหาการคมนาคม และการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2566 ที่ ห้องประชุมแขวงทางหลวงสุรินทร์ อำเภอเมืองสุรินทร์ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าและรับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานโครงการสำคัญของหน่วยงานสังกัดกระทรวงคมนาคมที่จังหวัดสุรินทร์ โดยมี ส.ส.พรรคเพื่อไทย และ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ในพื้นที่จ.สุรินทร์ พร้อมผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ นำข้าราชการให้การต้อนรับ และร่วมประชุม พร้อมทั้งให้นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม รับหนังสือจากข้อร้องเรียนเสนอแนะจากผู้นำในแต่ละพื้นที่เพื่อขอสนับสนุนการดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อเป็นการพัฒนาพื้นที่ต่อรัฐบาลต่อไปอีกด้วย จากการประชุมมีการพูดคุยในหลายประเด็น ทั้งเรื่องการคมนาคม การบริหารจัดการน้ำ การแก้ไขปัญหาความยากจนและเรื่องอื่นๆ ที่ยังจำเป็นต่อการพัฒนา โดยเฉพาะเรื่องที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับฟังจากภาคธุรกิจสิ่งที่ต้องการมากคือ การสร้างสนามบินในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ 

เนื่องจากเป็นจังหวัดใหญ่มีประชากรกว่า 1,300,000 คน มี สส. 8 คน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รับเรื่องไปตรวจสอบถึงปัญหา อุปสรรค และความเป็นไปได้แล้ว รวมทั้งเรื่องการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นเรื่องความเดือดร้อนของชาวบ้านและต้องได้รับการบริหารจัดการอย่างเร่งด่วน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในโอกาสลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าและรับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานโครงการสำคัญของหน่วยงานสังกัดกระทรวงคมนาคมที่จังหวัดสุรินทร์ ว่า จากการประชุมมีการพูดคุยในหลายประเด็น 

ทั้งเรื่องการคมนาคม การบริหารจัดการน้ำ การแก้ไขปัญหาความยากจนและเรื่องอื่นๆ ที่ยังจำเป็นต่อการพัฒนา โดยเฉพาะเรื่องที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและภาคธุรกิจต้องการให้เกิดขึ้นคือ การสร้างสนามบินในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ เนื่องจากเป็นจังหวัดใหญ่มีประชากรกว่า 1,300,000 คน มี สส. 8 คน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รับเรื่องไปตรวจสอบถึงปัญหา อุปสรรค และความเป็นไปได้แล้ว ส่วนเรื่องการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง และอ่างเก็บน้ำอำปึล ได้หารือกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ในการจัดสรรงบประมาณให้ในปีงบประมาณถัดไป ด้านนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ได้มาติดตามการดำเนินการในส่วนของโครงการคมนาคมในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์และก็จังหวัดศรีสะเกษ 

ซึ่งก็ได้เน้นย้ำและติดตามโครงการสำคัญในการก่อสร้างถนนสายหลักเส้นทางในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์-จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นโครงการใหญ่ โดยดำเนินการต่อเนื่องจากรัฐบาลชุดก่อน โดยได้กำชับให้มีการดำเนินการให้แล้วเสร็จตามสัญญาโครงการที่กำหนดอีกทั้งยังให้เพิ่มมาตรการสร้างความปลอดภัยในการใช้สัญจรให้มากที่สุด ส่วนถนนสายหลักที่ทาง ส.ส.ต้องการ 2 โครงการ ก็จะรับเรื่องและนำเสนอให้ในปีงบประมาณหน้าต่อไป

ร้อยเอ็ด...ชมบรรยากาศ “นักตบลูกยางชายหาดชาย-หญิง”จาก 50 ประเทศ ซ้อมก่อนลงสนามจริง

ศึกวอลเลย์บอลชายหาด ชิงแชมป์โลก รุ่นอายุต่ำกว่า 21 ปี “Beach Volleyball U21 World Championships 2023 เปิดใจนักศึกษาร้อยเอ็ดยินดีต้อนรับแขกผู้มาเยือนจากทั่วโลก 

ผู้สื่อข่าวภูมิภาค/ท้องถิ่น เก็บภาพบรรยากาศการฝึกซ้อมของทีมนักตบลูกยางชายหาดชาย-หญิง ทั้งไทยและต่างประเทศ ก่อนจะลงทำการแข่งขัน ศึกวอลเลย์บอลชายหาด ชิงแชมป์โลก รุ่นอายุต่ำกว่า 21 ปี “Beach Volleyball U21 World Championships 2023 ก่อนจะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันอังคารที่ 7 พ.ย. 2566 ศกนี้ ศึกการแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาด ชิงแชมป์โลก รุ่นอายุต่ำกว่า 21 ปี “Beach Volleyball U21 World Championships 2023 ระหว่างวันที่ 7-12 พฤศจิกายน 25666 ซึ่งจัดแข่งขันที่ สนามวอลเลย์บอลชายหาดบึงพลาญชัย ลานสาเกตุนคร อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด 

ล่าสุด เมื่อช่วงเวลา 16.00 น. นักตบลูกยางชายหาด ชาย-หญิง ทั้งไทยและต่างประเทศที่เดินทางมาถึงจังหวัดร้อยเอ็ด ได้ลงฝึกซ้อมที่สนามที่จะทำการแข่งขันจริง ผู้สื่อข่าวภูมิภาค/ท้องถิ่น เก็บภาพบรรยากาศการฝึกซ้อม ก่อนที่จะเริ่มทำการแข่งขันจริงในวันที่ 7 พฤศจิกายนนี้ เวลา 17.45 น.  

ด้านนักเรียนนักศึกษาที่เป็นคนจังหวัดร้อยเอ็ด และได้เดินทางมาชมการฝึกซ้อมของนักกีฬาวอลเลย์บอลชายหาดถึงขอบสนามในวันนี้ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ดีใจมากที่จังหวัดร้อยเอ็ดได้เป็นตัวแทนประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาด ชิงแชมป์โลก รุ่นอายุต่ำกว่า 21 ปี “Beach Volleyball U21 World Championships 2023 ยินดีต้อนรับแขกผู้มาเยือนจากทั่วโลกด้วยความยินดียิ่ง 

ขณะที่นักศึกษาแพทย์ชาวร้อยเอ็ดก็เช่นกันที่ได้เดินทางมาออกกำลังกายที่บึงพลาญชัยและมาชมการฝึกซ้อมฯด้วยกล่าวอีกว่า ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนจากทั่วประเทศ ทั่วโลกให้เดินทางมายังจังหวัดร้อยเอ็ดเพื่อมาร่วมชม และเชียร์ให้กำลังใจกับนักกีฬาวอลเลย์บอลชายหายทั้ง 50 ประเทศทั่วโลก ดีใจที่จังหวัดร้อยเอ็ด 

ทุกท่านสามารถรับชมการถ่ายทอดสด การแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาด ชิงแชมป์โลก รุ่นอายุต่ำกว่า 21 ปี “Beach Volleyball U21 World Championships 2023 ได้ทาง ช่อง PPTV ช่อง 36 ฯลฯ 

พิจิตร-ป.ป.ช. พิจิตร ลงพื้นที่ตรวจสอบถนนงบ 394 ล้าน สร้างไป ปะไป ชาวบ้านข้องใจมาตรฐานอยู่ตรงไหน?

3 พ.ย. 66 นายวราพงษ์ อินต๊ะโมงค์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยกลุ่มงานป้องกันการทุจริต ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามที่ได้รับแจ้งข้อมูลเบาะแสการทุจริตจากศูนย์ป้องปรามการทุจริตแห่งชาติ (Corruption Deterence Center) หรือศูนย์ CDC กรณีปรากฏข่าวบนหน้าเพจ facebook ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน ระบุว่า 394 ล้าน ทำไป ปะไป ถนน 4 เลน มาตรฐานชั้นทางพิเศษ ระยะทาง 9.150 กม. ทางหลวงหมายเลข 115 กำแพงเพชร-พิจิตร ตอน ต.บึงบัว – บ.คลองโนน งบ 393,975,230 บาท กรมทางหลวง ยังไม่ทันส่งมอบ ถนนเสียหายเป็นช่วง ๆ ทำไปก็พังไป ปะซ่อมกันไป 

จากการตรวจสอบพบว่าโครงการดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักก่อสร้างทางที่ 1 กรมทางหลวง เป็นโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 115 สายกำแพงเพชร-พิจิตร ตอน ต.บึงบัว - บ.คลองโนน  ระยะทาง 9.150 กิโลเมตรจุดเริ่มต้น -สิ้นสุดโครงการฯ กม. 57+000.000 – กม. 66+150.000 อยู่ในพื้นที่อำเภอวชิรบารมี จังหวัดพิจิตร มาตรฐานทางชั้นพิเศษ 4 ช่องจราจร ระยะเวลาสัญญา 19 กรกฎาคม 2565 – 9 มีนาคม 2567 ค่างานตามสัญญา 393,092,687 บาท ผิวทาง Asphalt Concrete 2 ชั้น หนาชั้นละ 5 เซนติเมตร ผิวจราจรกว้างช่องละ 3.50 เมตร ไหล่ทางชนิดเดียวกับผิวทาง ด้านนอกกว้างข้างละ 2.5 เมตร ซึ่งขณะนี้ดำเนินการไปแล้ว ร้อยละ 62.294 ยังคงเหลือดำเนินการอีกกว่าร้อยละ 30 ในระยะเวลา 128 วันตามสัญญา

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพถนนดังกล่าวมีปัญหาชำรุดหลายจุด บางจุดพบรอยปะ และมีการลดช่องจราจรใช้งานได้ 1 ฝั่งเป็นเลนรถสวนทาง ซึ่งทางสำนักก่อสร้างทางที่ 1 ได้ชี้แจงว่าตามโครงการกำหนดให้ต้องเทพื้นผิวทาง จำนวน 2 ชั้น ปัจจุบันทางผู้รับจ้างได้ดำเนินการไปแล้ว 1 ชั้น ยังไม่แล้วเสร็จตามกำหนดโครงสร้าง แต่ได้เปิดการจราจรให้ประชาชนใช้สัญจรไปมาก่อน ประกอบกับพื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่ที่มีฝนตกต่อเนื่อง ทำให้เกิดปัญหาถนนเสียหายทรุดตัวเป็นช่วง ๆ จึงต้องทำการซ่อมแซมเบื้องต้นให้ใช้งานได้ไปก่อน เมื่อทำการซ่อมแซมจุดที่เสียหายแล้วเสร็จจึงจะดำเนินการต่อในชั้นที่ 2 ให้เป็นไปตามมาตรฐานโครงสร้างที่กำหนดต่อไป 

แนวทางการแก้ไขปัญหาในขณะนี้ ผู้รับจ้างได้ปิดช่องทางจราจรเพื่อเร่งดำเนินการซ่อมผิวทางจำนวน 1 ฝั่งก่อน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ แล้วจะเปิดใช้งานฝั่งที่แก้ไขแล้วไปก่อน จึงปิดทางจราจรอีกฝั่งหนึ่งที่มีการปะซ่อมก่อนหน้านี้ โดยทำการรื้อบดอัดแน่นจนถึงชั้นดินลูกรัง แล้วเท Asphalt Concrete ชั้นที่ 1 และ 2 ตลอดทั้งเส้นทางต่อไป ทั้งนี้ ทางสำนักงานก่อสร้างที่ 1 จะเปิดให้ประชาชนใช้งานถนนทั้ง 4 เลนได้ในช่วงเดือนธันวาคม 66เพื่อรองรับการจราจรหนาแน่นในช่วงปีใหม่ 

ทั้งนี้ ในระหว่างโครงการยังไม่แล้วเสร็จ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร จะติดตามความก้าวหน้าการก่อสร้างถนนดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง และเฝ้าระวังให้การดำเนินงานเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ต่อไป

กาฬสินธุ์โชว์ผ้าไหมแพรวามูลค่า 30 ล้านเปิดงานมหกรรมโอทอปตักบาตรเทโวคาดเงินสะพัด 20 ล้านบาท

ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไหมแพรวา ราชินีแห่งไหมเมืองน้ำดำรุ่นบุกเบิก รุ่นร่วมสมัย และเครือข่ายผู้ผลิตผ้าไหมแพรวา ใน จ.กาฬสินธุ์ นำผลงาน ผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญา “ลายผ้าไหมแพรวาประจำอำเภอ” 18 ลาย ฝีมือระดับขั้นเทพ ขึ้นเวทีประชันความประณีต จากการคิดค้นลายผ้า และโชว์ความอลังการ บนเวทีเสวนาผ้าไหมแพรวาผ้าโบราณภูมิปัญญากาฬสินธุ์ พร้อมจำหน่ายบนถนนไดโนโรด เทศบาลตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์  ในงานตักบาตรเทโวโรหณะ บูชาพระประชาชนบาล ระหว่างวันที่ 3-11 พ.ย.66 ขณะที่พัฒนาชุมชนตั้งเป้าเงินสะพัดไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาท

วันที่ 3 พ.ย.66 เวลา 16.00 น. ที่บริเวณถนนสายบุญ-ไดโนโรด เทศบาลตำบลโนนบุรี อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ นางเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล นายก อบจ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานเปิดงานมหกรรมสินค้าโอทอปของดีกาฬสินธุ์ ในงานประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ บูชาพระประชาชนบาล เจ้าเมืองสหัสขันธ์ (คนแรก)  ประจำปี 2566 โดยมีนายอุทัย สิงห์ทอง พัฒนาการ จ.กาฬสินธุ์ นางสาวแววตา นระทัด นายอำเภอสหัสขันธ์ นายบุญมี แก่นนาคำ นายก ทต.โนนบุรี นางนฤมล สิงห์เงา ปลัด ทต.โนนบุรี นายวิญญู ขันผง นายก ทต.นิคม พร้อมด้วยส่วนราชการ กรรมการเหล่ากาชาดฯ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอ.สหัสขันธ์ เครือข่ายผู้ผลิตผ้าไหมแพรวาและผ้าพื้นเมืองทั้ง 18 อำเภอใน จ.กาฬสินธุ์ ทั้งรุ่นบุกเบิก รุ่นร่วมสมัย ประชาชน นักท่องเที่ยว ร่วมงานเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ ก่อนเปิดงานมหกรรมสินค้าโอทอปของดีกาฬสินธุ์ ยังได้มีการจัดเวทีเสวนาผ้าไหมโบราณภูมิปัญญากาฬสินธุ์ 18 อำเภอ ดำเนินรายการโดย ดร.สุภาพร เกียรติดำเนินงาม ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไหมแพรวากาฬสินธุ์ ผู้ร่วมรายการประกอบด้วยปราชญ์ด้านผ้าไหมแพรวา และศิลปินผ้าไหมแพรวา อาทิ นายวิทวัส โสภารักษ์  นายอดุลย์  มุลละชาติ นายจักรวรรดิวัตร ปรีจำรัส ท่ามกลางความฮือฮาของผู้ร่วมงาน เนื่องจากผ้าไหมแพรวาที่นำมาโชว์และนำเสนอความเป็นมาจำนวนกว่า 100 ผืน มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท 

ทั้งนี้ ผ้าแพรวาทุกผืนที่นำมาโชว์บนเวทีเสนาฯ ครั้งนี้ ล้วนเกิดจากภูมิปัญญา และเป็นลายผ้าที่เกิดจากไอเดีย ซึ่งเป็นอัตลักษณ์หรือสื่อถึงของดีทั้ง 18 อำเภอ โดยคิดค้นลายผ้า ย้อมสี และถักทอด้วยมือ จึงเป็นผืนผ้าไหมแพรวาที่ทรงคุณค่า เป็นการต่อยอดและขยายผลให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย และเครือข่าย ทั้ง 18 อำเภอใจ จ.กาฬสินธุ์ โดยมีอบจ.กาฬสินธุ์ และพัฒนาชุมน จ.กาฬสินธุ์ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าของผู้ที่มีรสนิยมในผ้าแพรวา ราชินีแห่งไหม ที่กลุ่มผู้ผลิตหรือเจ้าตำรับ ซึ่งเป็นคนกาฬสินธุ์มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก ถือเป็นผลิตภัณฑ์พระราชทาน โดยสืบสานพระปณิธานฯ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่จุดประกายจากโครงการศูนย์ศิลปาชีพโดยแท้

ด้านนางเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล นายก อบจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ผ้าไหมแพรวากาฬสินธุ์ ได้ชื่อว่าเป็นราชินีแห่งไหม ถือเป็นผลิตภัณฑ์ของดีล้ำค่า สามารถสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับกลุ่มผู้ประกอบการ ได้ปีละหลายร้อยล้านบาท  ที่ผ่านมามีการจัดงานนิทรรศการ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับผ้าไหม ทั้งระดับจังหวัด ระดับภูมิภาค และระดับปะเทศ ทั้งนี้ อบจ.กาฬสินธุ์ มีแนวทางให้การสนับสนุน ตั้งแต่ระดับต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างโอกาส เปิดช่องทางตลาด ให้มีการหมุนเวียนของเม็ดเงิน ที่สำคัญเพื่อการสร้างงาน สร้างรายได้ตลอดปี ตลอดไป

นางเฉลิมขวัญกล่าวอีกว่า ในส่วนของการจัดเวทีเสวนาผ้าไหมโบราณภูมิปัญญากาฬสินธุ์ 18 อำเภอ ในวันเปิดงานพระเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ บูชาพระประชาชนบาล เจ้าเมืองสหัสขันธ์ (คนแรก)  ประจำปี 2566 หลังวันออกพรรษาครั้งนี้ ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-11 พ.ย.นี้ ถือเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการเปิดมหกรรมตลาดผ้าไหมแพรวา ราชินีแห่งไหม ของดีเมืองน้ำดำอีกครั้งหนึ่ง  จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะผู้ชื่นชอบผ้าไหมแพรวา ได้มาเลือกช็อป ได้อย่างเต็มที่ ตลอด 9 วัน 9 คืน  เพราะมีผู้ประกอบการสินค้าผ้าไหมแพรวา และผ้าผืนเมือง ได้นำผลิตภัณฑ์ผ้าไหมแพรวาจาก 18 อำเภอมาออกร้านกว่า 50 บูธ โดยมาออกร้านด้วยตนเอง ซึ่งถือว่าเป็นการซื้อขายระหว่างผู้ผลิต และผู้ประกอบการกับผู้ซื้อโดยตรง โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ซึ่งจะได้เลือกสรรและเลือกซื้อในราคาที่เป็นธรรม 

ด้านนายอุทัย สิงห์ทอง พัฒนาการ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า งานมหกรรมสินค้าโอทอปของดีกาฬสินธุ์ ในงานประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ บูชาพระประชาชนบาล เจ้าเมืองสหัสขันธ์ (คนแรก) ประจำปี 2566 สำนักงานพัฒนาชุมชน จ.กาฬสินธุ์ ได้ร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จัดงานมหกรรมสินค้าโอทอปของดีกาฬสินธุ์ร่วมด้วย โดยเชิญชวนผู้ผลิต ผู้ประกอบการ นำผลงาน ผลิตภัณฑ์โอทอป ที่หลากหลาย เช่น ผ้าไหมแพรวา ผ้าพื้นเมือง ผลิตภัณฑ์คุณภาพอื่นๆ ระดับ 4-5 ดาวร่วมออกร้านจำหน่าย เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้า และกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยในปีนี้ซึ่งที่ปลอดจากสถานการณ์โควิด-19  และเศรษฐกิจเริ่มกระเตื้องขึ้น คาดว่ามีรายได้จากการจำหน่ายสินค้าโอทอป โดยเฉพาะผ้าไหมแพรวาไม่น้อยนกว่า 20 ล้านบาท

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง บรรเทาทุกข์ผู้ประสบอัคคีภัย ลงพื้นที่จังหวัดสระบุรี ชัยภูมิ และนครราชสีมา มอบเงินสดพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค รวมมูลค่ากว่า 4 แสนบาท

ระหว่างวันที่ 2-3 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำโดย นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย พร้อมด้วย นายชาญณรงค์ เสาวภา ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกบริการ นำทีมลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัย ณ บริเวณอำเภอหนองแค และอำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี บริเวณตลาดเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ และบริเวณตลาดเทศบาลเมืองปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา รวม 3 จังหวัด 136 คน โดย มอบเงินสด คนละ 3,000 บาท พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภค รายครอบครัว รวม 27 ชุด รายบุคคล รวม 12 ชุด คิดเป็นมูลค่าการช่วยเหลือทั้ง 3 จังหวัด รวมทั้งสิ้น 493,500 บาท (สี่แสนเก้าหมื่นสามพันห้าร้อยบาทถ้วน) โดยมี ผู้แทนจากหน่วยงานรัฐ ร่วมในพิธี พร้อมด้วยอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งในพื้นที่  รวมถึงหน่วยงาน สมาคม /มูลนิธิประจำจังหวัดแต่ละจังหวัด เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี

ตลอดระยะเวลากว่า 113 ปี มูลนิธิฯ ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา  เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง เพื่อเป็นองค์กร สาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ดังปณิธาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

#มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418
#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

'พล.ต.อ. พัชรวาท' สั่งการกรมอุทยานฯ เร่งช่วยเหลือเหตุช้างป่าเขาอ่างฤาไนทำร้ายเจ้าหน้าที่เสียชีวิตพร้อมถอดบทเรียนไม่ให้เกิดซ้ำ

(1 พ.ย. 2566) นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่าจากเหตุการณ์นายจงรัก จงศรี เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ปฏิบัติงานประจำ ชุดเคลื่อนที่เร็วเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ที่ถูกช้างป่าทำร้ายจนเสียชีวิต ขณะปฏิบัติหน้าที่ผลักดันช้างป่า เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมานั้น ซึ่งตนได้รายงานให้พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทราบแล้ว

โดยพล.ต.อ.พัชรวาทฯ ภายหลังจากได้รับรายงานการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ก็ได้แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียชีวิต และแสดงความห่วงใยต่อเจ้าหน้าที่ชุดผลักดันช้างป่าของกรมอุทยานแห่งชาติฯ ที่เสียสละทั้งแรงกายแรงใจในการเข้าไปปฏิบัติหน้าที่เฝ้าระวังและผลักดันช้างป่าออกนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ทั้งนี้ สำหรับผู้เสียชีวิตได้นำศพไปบำเพ็ญกุศล ณ วัดด่านชัยพัฒนา ตำบลทุ่งมหาเจริญ อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว ซึ่งพล.ต.อ.พัชรวาทฯ ได้มอบหมายให้นายอรรถพลฯ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ เดินทางไปเป็นประธานในงานฌาปนกิจเจ้าหน้าที่ผู้เสียชีวิต พร้อมกับนำความห่วงใยไปยังครอบครัวผู้เสียชีวิต และให้กรมอุทยานแห่งชาติฯ เร่งดำเนินการช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตตามสิทธิและสวัสดิการที่จะได้รับ และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กองทุนสวัสดิการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กองทุนเพื่อผู้พิทักษ์ป่า มูลนิธิสืบ นาคะเสถียร มูลนิธิผู้พิทักษ์ป่าและรักษาทะเล สมาคมอุทยานแห่งชาติ และมูลนิธิต่าง ๆ ที่มีวัตถุประสงค์สงเคราะห์ช่วยเหลือผู้พิทักษ์ป่าในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตได้รับการเยียวยาและประโยชน์สูงสุด

นายอรรถพลฯ กล่าวต่อว่า เบื้องต้นกรมอุทยานแห่งชาติฯ โดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) ได้มอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตแล้ว จำนวน 50,000 บาท เครือข่ายอนุรักษ์ในพื้นที่ จำนวน 60,000 บาท ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว จำนวน 20,000 บาท โดยในวันพรุ่งนี้ ( 2 พ.ย. 66) ตนจะเดินทางไปเป็นประธานในพิธีฌาปนกิจเจ้าหน้าที่ผู้เสียชีวิต ตามที่ได้รับมอบหมายจากพล.ต.อ.พัชรวาทฯ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งนำเงินจำนวน 700,000 บาท ซึ่งประกอบด้วยเงินอนุรักษ์สัตว์ป่า จำนวน 500,000 บาท เงินสวัสดิการกรมอุทยานแห่งชาติฯ จำนวน 100,000 บาท และเงินจากกองทุนผู้พิทักษ์ป่าและรักษาทะเล จำนวน 100,000 บาท ไปมอบให้โดยตรง อย่างไรก็ตามต่อกรณีที่เกิดขึ้น ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้วยความรอบคอบไม่ประมาท อีกทั้งได้สั่งการให้มีการถอดบทเรียนสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตของเจ้าหน้าที่ ต่อไปในอนาคต

ขอนแก่น-เข้ม! จัดระเบียบสังคมและปราบปรามผู้มีอิทธิพลในพื้นที่

จังหวัดขอนแก่น บูรณาการ เปิดปฏิบัติการ (kick off) ตามนโยบายการจัดระเบียบสังคมและปราบปรามผู้มีอิทธิพลในจังหวัดขอนแก่น โดยให้ความสำคัญกับกิจกรรมที่ไม่พึงประสงค์ใน 6 เรื่อง ได้แก่ ยาเสพติด การค้ามนุษย์ การครอบครองและพกพาอาวุธปืน การพนัน การดำเนินการติดตามและเฝ้าระวังผู้มีอิทธิพล และสถานบริการและสถานบันเทิง

เมื่อวันที่ 3 พ.ย.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.อ.สุรพงษ์ ยอดอินทร์ รอง ผอ.รมน.จังหวัดขอนแก่น(ท.) มอบหมายให้ พ.อ.ณัฐพงศ์ กฤติธำรง หน.ฝ่ายนโยบายแผนฯ นำกำลังพล กอ.รมน.จังหวัดขอนแก่น จำนวน 4 นาย ร่วมพิธีเปิดปฏิบัติการ (kick off) ตามนโยบายการจัดระเบียบสังคมและปราบปรามผู้มีอิทธิพล ที่ ศาลหลักเมืองจังหวัดขอนแก่น โดยมี นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานในการเปิดปฏิบัติการ (Kick off) ตามนโยบายการจัดระเบียบสังคมและปรามปรามผู้มีอิทธิพลจังหวัดขอนแก่น โดยมี นายประจวบ รักแพทย์ นอภ.ขอนแก่น รักษาการปลัดจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย พล.ต.ต.อนุวัตร สุวรรณภูมิ รักษาการ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น,พ.ต.อ.ถนอมสิทธิ์ วงษ์วิจารณ์ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น,พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น  หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วม ในการเปิดปฏิบัติการ

นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้มีบัญชาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการเพื่อสนองนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในการป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพล โดยให้ความสำคัญกับกิจกรรมที่ไม่พึงประสงค์ใน 6 เรื่อง ได้แก่ ยาเสพติด การค้ามนุษย์ การครอบครองและพกพาอาวุธปืน การพนัน การดำเนินการติดตามและเฝ้าระวังผู้มีอิทธิพล และสถานบริการและสถานบันเทิง โดยให้กรมการปกครองและจังหวัด ร่วมกันเร่งจัดตั้งกลไกในการดำเนินการ การติดตามและรายงานผล เพื่อนำนโยบายของรัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายไกรสร กล่าวอีกว่าทางจังหวัดขอนแก่นจึงได้ดำเนินการจัดตั้งชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัด และจัดตั้งชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอ 26 อำเภอ เพื่อดำเนินการตั้งจุดตรวจจุดสกัดสิ่งผิดกฎหมาย ตรวจตรา หาข่าวยาเสพติด การค้ามนุษย์ การครอบครองและพกพาอาวุธปืนการพนัน การดำเนินการติดตามและเฝ้าระวังผู้มีอิทธิพล สถานบริการและสถานบันเทิงเพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนในทันที และเพื่อบูรณาการการทำงานแจ้งข้อมูลข่าวสาร จึงได้มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการจัดระเบียบสังคมและปราบปราม ผู้มีอิทธิพลจังหวัดขอนแก่น ณ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่น

‘การบินไทย’ ช่วยชีวิตผู้โดยสารหญิงวัย 99 ปี หลังหมดสติในห้องน้ำ ชาวเน็ตแห่ชม!! ‘แพทย์-ลูกเรือ’ รับมือสถานการณ์ฉุกเฉินได้ดีเยี่ยม

เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 66 ผู้ใช้งานติ๊กต็อก ชื่อ nakokatt หรือ ‘ครูคัท คัทลียา’ คุณครูผู้ฝึกสอนแอร์โฮสเตส และเป็นแอร์โฮสเตสของ ‘การบินไทย’ ได้โพสต์คลิปวิดีโอแชร์ประสบการณ์การกู้ชีพฉุกเฉินบนเครื่องบิน และบอกเล่าเรื่องราวอันน่าประทับใจที่เกิดขึ้นบนเครื่องบินโบอิ้ง TG 624 ของ ‘การบินไทย’ เส้นทางบินจากกรุงเทพฯ ไปยังกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 66 โดยระบุว่า…

“เหตุการณ์ทั้งหมด ได้เกิดขึ้นก่อนที่เครื่องบินจะทำการลงจอดประมาณ 1 ชั่วโมง มีผู้โดยสารชายท่านหนึ่ง แจ้งกับลูกเรือว่า คุณแม่วัย 99 ปีของเธอ หมดสติอยู่ในห้องน้ำ หลังจากได้รับข้อมูลจากลูกชายแล้ว ลูกเรือของโบอิ้ง TG 624 จึงได้ทำการช่วยเหลือคุณยายผู้โดยสารที่หมดสติ และทำการตรวจสัญญาณชีพ จากนั้นจึงนำอุปกรณ์ถังออกซิเจนออกมา เพื่อทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นโดยทันที

ขณะเดียวกัน หัวหน้าลูกเรือได้มีประกาศหาแพทย์จากกลุ่มผู้โดยสารบนเครื่องบิน โดยในเที่ยวบินนั้นมีผู้โดยสารที่เป็นแพทย์หลายท่านแสดงตัว และรีบเข้าช่วยเหลือผู้ป่วยทันที โดยแอร์โฮสเตสอีกคนหนึ่งที่เคยเป็นพยาบาล ทำหน้าที่เป็นลูกมือในการช่วยเหลือแพทย์อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ยังมีผู้ฝึกงานด้านบริการการแพทย์การบินและอวกาศ (Air Force Combat Medic) คอยช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้ทุกฝ่ายอีกแรงด้วย

จนกระทั่งในที่สุด อาการของคุณยายก็กลับมาเป็นปกติ และยิ้มได้อีกครั้งหนึ่ง ในตอนที่เครื่องบินกําลังทำการลดระดับเพื่อเตรียมลงจอดพอดี”

ครูคัท ยังเล่าเรื่องราวที่น่าประทับใจไว้อีกด้วยว่า “หลังสถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติ Combat Medic ก็ได้ลุกขึ้นยืน เพื่อแจ้งให้ผู้โดยสารทราบว่า เมื่อสักครู่นี้ได้เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น และที่สําคัญคือ Combat Medic ได้กล่าวชื่นชมความเป็นมืออาชีพของลูกเรือการบินไทย ในการตอบสนองและรับมือต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้เป็นอย่างดี”

“ถ้ารอยยิ้มของผู้โดยสาร คือรางวัลสําหรับลูกเรือ รอยยิ้มของคุณยายและญาติๆ ก็คือรางวัลพิเศษสําหรับลูกเรือในเที่ยวบินนี้ รวมถึงลูกเรือการบินไทยทุกๆ คน และนี่คืออีกหนึ่งความภูมิใจของพวกเราชาวการบินไทยค่ะ” ครูคัท กล่าวทิ้งท้าย

ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร คว้านักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ปี 2567 สาขารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ ผ่านงานวิจัยที่ตอบโจทย์ทางสังคมและการเมืองการปกครอง

(3 พ.ย. 66) ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ได้รับการประกาศเกียรติคุณจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ให้ได้รับรางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2567 สาขารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์

ศ.ดร.ไชยันต์ กล่าวถึงจุดเริ่มต้นที่สนใจทำงานวิจัยว่า ตนเป็นคนชอบคิดชอบเขียนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นงานวิชาการ กึ่งวิชาการ หรืองานที่ไม่เป็นวิชาการ ความสำเร็จในการทำงานวิจัยจึงเกิดจากความชอบ และความขยันหมั่นเพียร

สำหรับรางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ จะพิจารณาจากงานวิจัยในภาพรวมตั้งแต่งานชิ้นแรกจนถึงล่าสุด  ส่วนผลงานที่คัดสรรมาเป็นพิเศษจากงานวิจัยทั้งหมด ได้แก่

-Postmodern: ชะตากรรมโพสต์โมเดิร์นในอุ้งมือนักปรัชญาการเมืองโบราณ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ Openbooks, 2550.

-ข้อวิพากษ์ทฤษฎีการเมืองกระแสหลักของ คลิฟฟอร์ด เกียทซ์. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ Openbooks, 2551.

-นิธิ เอียวศรีวงศ์ใน/กับวิกฤตการเมืองไทย. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์คบไฟ, 2557. ได้รับรางวัลวิจัย ระดับดี สาขารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ ประจำปี 2555 สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ

-จอน เอลสเตอร์กับทฤษฎีการเลือกอย่างเป็นเหตุเป็นผล. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ Way of Book, 2557

-ประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข: บทวิเคราะห์มาตรา 7 จากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2540 ถึงรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน (จากมุมมองทางรัฐศาสตร์). กรุงเทพฯ: สถาบันพระปกเกล้า, 2560. ได้รับรางวัลงานวิจัย ระดับดี สาขารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ ประจำปี 2560 สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ

-ปิยกษัตริย์: เส้นทางสู่ระบอบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญเดนมาร์ก, 1849. กรุงเทพฯ:  สำนักพิมพ์คบไฟ, 2561

แนวทางการทำงานวิจัยสาขารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ของ ศ.ดร.ไชยันต์ เป็นการพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับแนวทางและระเบียบวิธีวิจัยที่เป็นแบบอย่างของการศึกษาตีความตัวบทเชิงวิพากษ์ แนวทางการศึกษาบริบททางความคิด ซึ่งจะสามารถสร้างการรับรู้ทางทฤษฎีจากมุมมองที่เปิดกว้าง หลากหลาย ไม่ยึดติดกับ ‘กรอบ’ หรือ ‘วิธีวิจัย’ แบบใดแบบหนึ่งในการวิเคราะห์และตีความข้อมูล ซึ่งข้อเท็จจริงจากกรอบหรือ ‘อคติ’ ทางวิชาการ จะเป็นประโยชน์ในการค้นคว้าวิจัยเพื่อตอบโจทย์ให้กับปัญหาทางสังคมและการเมืองการปกครองไทยอย่างแท้จริง

ผลงานวิจัยเรื่อง “ผลจากการศึกษาหลักว่าด้วยสัมพันธภาพทางอำนาจสำหรับจัดการปกครองและหลักนิติรัฐ-นิติธรรม โดยเฉพาะต่อกรณีปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง อันเนื่องมาจากประเด็นเรื่องรูปแบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยและสถาบันพระมหากษัตริย์” เป็นงานวิจัยที่สะท้อนถึงลักษณะเฉพาะของการปกครองแบบ Constitutional Monarchy ที่มีพัฒนาการแตกต่างกันตามเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละสังคม ซึ่งทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องต่อบทบาทและความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ในฐานะที่เป็นสถาบันหลักของสังคมไทยบนหลักการและเหตุผลอย่างแท้จริง เป็นการลดความขัดแย้งของคนในสังคมที่มีสาเหตุมาจากการขาดความเข้าใจหรือไม่ตระหนักถึงความสำคัญของการมีอยู่ของสถาบันพระมหากษัตริย์

สำหรับประโยชน์ของงานวิจัยในทางสังคม ศ.ดร.ไชยันต์ กล่าวว่าการพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้ทางปรัชญาการเมืองจะทำให้คนและสังคมมีเครื่องมือสำหรับวิเคราะห์และทำความรู้จักตัวตนของตนเอง ที่สำคัญยังเป็นพื้นฐานสำคัญในการทำให้เกิดกระบวนการคิดและเรียนรู้เชิงวิพากษ์และค้นหาประเด็นที่มีความสำคัญในการดำเนินชีวิตอันเกี่ยวข้องกับความรู้ ความดี ความยุติธรรม รูปแบบการเมืองการปกครอง ฯลฯ ซึ่งจะเป็นการติดอาวุธทางปัญญาให้กับสังคมได้มีสติไตร่ตรองเรื่องราวต่างๆ อย่างเท่าทันและรอบคอบ

ศ.ดร.ไชยันต์ ได้วางแผนการทำงานวิจัยในอนาคตว่า จะศึกษาวิจัยพัฒนาการของระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญของประเทศต่างๆ เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับพัฒนาการระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญของไทย ศึกษาการเมืองไทยในประวัติศาสตร์จากเอกสารหลักฐานชั้นต้น และศึกษาในมิติที่ยังไม่เคยมีใครทำวิจัยมาก่อน

สุดท้าย ศ.ดร.ไชยันต์ ได้ฝากข้อคิดสำหรับนักวิจัยรุ่นใหม่ในการทำงานวิจัยให้ประสบความสำเร็จว่า “ต้องมีใจรัก มีอุตสาหะ ขยัน มีวินัย ซื่อสัตย์และไม่ย่อท้อ”

‘รัฐบาลไทย’ มอบเงินช่วยเหลือ 3 ล้านบาท แก่ ‘UNRWA’ บรรเทาทุกข์ฉนวนกาซา-ผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ในตะวันออกกลาง

(3 พ.ย. 66) นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้แทนรัฐบาลไทยมอบเงินบริจาคเป็นกรณีพิเศษ แก่สำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานของสหประชาชาติ สำหรับผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ในตะวันออกกลาง (United Nations Relief and Works Agency for Palestine Refugees in the Near East : UNRWA) จำนวน 3 ล้านบาท หรือ 80,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีนาย Giuseppe De Vincentiis รักษาการ UN Resident Coordinator เป็นผู้แทนรับมอบ เพื่อตอบสนองต่อการร้องขอฉุกเฉิน (flash appeal) ต่อเหตุความรุนแรงที่เพิ่มมากขึ้นในฉนวนกาซาของ UNRWA ในเดือนตุลาคม 2566


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top