Monday, 10 August 2026
NEWS FEED

พังงา " สอ.รฝ.อันดามัน อิ่มสนุก สุขสันต์ วันเนวี่เดย์ 66 " 

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2566  ที่ผ่านมากองพันต่อสู้อากาศยานที่ 22 ร่วมกับกองพันรักษาฝั่งที่ 11 จัดเลี้ยงอาหารมื้อพิเศษให้แก่กำลังพล เนื่องในโอกาสวันกองทัพเรือ ณ พื้นที่หน่วยขึ้นตรงหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ทะเลอันดามัน ตำบลลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา กองพันต่อสู้อากาศยานที่ 22 และกองพันรักษาฝั่งที่ 11 ร่วมกันจัดอาหารให้แก่กำลังพลรับประทานเนื่องในวันกองทัพเรือ( Navy Day ) ซึ่งเป็นอาหารมื้อพิเศษ ได้แก่ ข้าวมันไก่ ขนมจีนน้ำยา น่องไก่ทอด ส้มตำ ก๋วยเตี๋ยว และเครื่องดื่มอีกมากมาย

โดยเน้นเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ผสม พร้อมกันนี้ในระหว่างรับประทานอาหารมีดนตรีโฟล์คซองบรรเลง เพื่อสร้างบรรยากาศในการรับประทานอาหาร พร้อมทั้งจับฉลากมอบของรางวัลให้กับผู้ร่วมงาน ทำให้กำลังพลมีความสุขและสนุกสนานภูมิใจในความเป็นทหารเรือ และความเอื้ออาทรของผู้บังคับบัญชา ซึ่งเป็นไปตามนโยบายและวัตถุประสงค์ ของ ผู้บัญชาการทหารเรือ ด้านกำลังพล

นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวภูมิภาคประจำจังหวัดสตูล

ตำรวจไซเบอร์รวบขบวนการหลอกทำภารกิจ เหยื่ออยากหารายได้ กลายเป็นสูญเงินเฉียดแสน

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2565 ผู้เสียหายต้องการหารายได้พิเศษ จึงได้ค้นหาบนอินเตอร์เน็ต พบเว็บไซต์ชื่อ “หางานพาร์ทไทม์” จึงได้สนใจและสมัครทำงาน ต่อมาเว็บดังกล่าวได้ให้ผู้เสียหาย แอดไลน์ชื่อ “ฝ่ายบริการพลอย” แล้วให้กรอกข้อมูลส่วนบุคคล จากนั้นไลน์ดังกล่าวได้ให้ผู้เสียหายเริ่มทำภารกิจกับบริษัท Asset shop online โดยอ้างว่ามีค่าตอบแทนให้ประมาณวันละ 500 - 3000 บาท โดยการกดจองออเดอร์สินค้าในแพลตฟอร์มชื่อดังต่างๆ เช่น Shopee Lazada และอีกหลายแพลตฟอร์ม

ผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงได้ทดลองทำภารกิจโดยเริ่มต้นจากการโอนเงิน 50 บาท เข้าบัญชีธนาคารคนร้าย ต่อมาปรากฏเป็นภาพบัญชีกระเป๋าตังค์ของผู้เสียหายในเว็บไซต์ของ Asset shop online พบยอดเงินในบัญชี 50 บาท ผู้เสียหายจึงได้กดเข้าไปที่ร้านค้า Shopee ผ่านทางกระเป๋าตังค์และจากนั้นพบว่ามีผลตอบแทนในกระเป๋าตังค์ของผู้เสียหายเพิ่มมาจำนวน 15 บาท แล้วมีการเงินตอบแทนมายังบัญชีธนาคารของผู้เสียหาย จำนวน 65 บาท ผู้เสียหายจึงมั่นใจว่าเป็นการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนจริง จึงโอนเงินเพื่อลงทุนเพิ่มอีกเรื่อยๆ ตั้งแต่ 300 - 500 บาท โดยยังคงได้รับผลตอบแทนกลับมาจริง

ต่อมาผู้เสียหายจึงโอนเงินเพื่อลงทุนเพิ่มอีกเรื่อยๆ อีกหลายครั้ง ตั้งแต่ 800 - 3,500 บาท เมื่อโอนเสร็จผู้เสียหายต้องการถอนเงินแต่ทำไม่ได้ อ้างว่าภารกิจยังไม่สำเร็จ ต้องโอนเงินเพิ่มอีก ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปอีก 12,000 บาท เมื่อทำภารกิจเสร็จ มิจฉาชีพแจ้งว่าผู้เสียหายทำภารกิจผิดพลาด ต้องติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าเพื่อทำการแก้ไขแผนลงทุน จึงให้โอนเงินเพิ่มอีก 32,520 บาท เมื่อโอนเสร็จยังถอนไม่ได้ ต้องโอนเพิ่มอีก 32,520 บาท ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไป แต่คนร้ายแจ้งว่าดำเนินการไม่สำเร็จ ให้โอนเงินเพิ่มอีกจำนวน 99,907 บาท แต่ผู้เสียหายเชื่อว่าถูกหลอกแน่นอน จึงได้แจ้งความกับตำรวจไซเบอร์เพื่อดำเนินคดี โดยผู้เสียหายโดนหลอกโอนเงินไปทั้งสิ้น จำนวน 82,190 บาท 

ต่อมา พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. จึงสั่งการให้ บก.สอท.3 โดย กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3  ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า นายบุลากร อายุ 23 ปีชาวบางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็น 1 ในกลุ่มขบวนการดังกล่าวที่ถูกออกหมายจับ จึงทำการวางแผนเข้าจับกุม จนสามารถเข้าจับกุมตัวได้ขณะเดินอยู่ริมถนนหน้าบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ม.8 ต.ช้างแรก อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงแจ้งข้อหา“ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” จึงนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท.,พล.ต.ต.สถิตย์ พรมอุทัย ผบก.สอท.๓,พ.ต.อ.พงศ์นรินทร์ เหล่าเขตกิจ ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.๓ สั่งการให้ พ.ต.ท.ภาคภูมิ บุญเจริญพานิช รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.3, พ.ต.ท.เลอศักดิ์ พิเชษฐไพบูลย์ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ พ.ต.ต.รุ่งเรือง มีสติ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ, พ.ต.ต.ธวัช ทุเครือ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ, ร.ต.อ.อาณัติ เข็มทอง รอง สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ, บก.สอท.3 พร้อมชุดสืบสวนร่วมกันจับกุม

‘พม.’ เดินหน้าช่วยเหลือ ‘แรงงานไทย​’ หลังกลับจากอิสราเอล​ พร้อมส่ง จนท.ดูแลสภาพจิตใจครอบครัวผู้เสียชีวิต​อย่างใกล้ชิด​

(21 พ.ย. 66) นายวราวุธ​ ศิลปอาชา​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์​ (พม.) กล่าวถึงการให้การช่วยเหลือแรงงานไทย หลังจากเดินทางกลับจากประเทศอิสราเอลว่า​ ขณะนี้มีแรงงานลงทะเบียนกับกระทรวง พม. 8,400 ราย โดยขณะนี้เอง เจ้าหน้าที่ได้มีการให้คำแนะนำไปแล้วกว่า 8,348 ราย พร้อมช่วยเหลือส่งกลับภูมิลำเนา​

ในกรณีที่เดินทางกลับเองไม่ได้อีกกว่า 300 ราย โดยที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ พม.​ในพื้นที่​ 62 จังหวัด ทั่วประเทศได้มีการติดตาม และเข้าเยี่ยมแรงงานที่ได้รับผลกระทบ เกือบ 2,000 ราย​  รวมไปถึงทางกระทรวง​ พม.ได้ให้ความช่วยเหลือ เยียวยา​ 1,030 ราย​ ทั้งเรื่องเงินสงเคราะห์​ การให้คำปรึกษา​ การสนับสนุนอาชีพ​ การให้ทุนการศึกษา​ ซึ่งที่ผ่านมา​ พม.ได้ติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะครอบครัวผู้เสียชีวิต

เพื่อนช่วยยัน!! ‘พิธา’ ขึ้นแปรอักษรงานจตุรมิตรจริง ส่วนที่ไปเมืองนอก 11 ขวบ คือไปเรียนแบบซัมเมอร์

เมื่อวันที่ 20 พ.ย. 66 อดีตหัวหน้าห้องช่วยยืนยัน ‘พิธา’ ขึ้นแปรอักษรจริง เช็กชื่อทุกเช้า ส่วนไปเรียนเมืองนอกตอน 11 ขวบ เป็นแบบไปซัมเมอร์ เข้าแคมป์ช่วงปิดเทอม พอพร้อมค่อยไปเรียนต่อเต็มรูปแบบ วอนแยกแยะจบดรามา

จากกรณีดรามาเพจดังจับโป๊ะ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ว่าได้ขึ้นแปรอักษร 2 ครั้ง สมัยเรียนโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน แต่เมื่อย้อนไปดูเทปที่เคยให้สัมภาษณ์บอกว่าไปเรียนต่อนิวซีแลนด์ตั้งแต่ 11 ขวบ จึงไม่น่าเป็นไปได้ที่จะได้ขึ้นแปรอักษร กระทั่งมีภาพยืนยันว่าความจริงแล้วนายพิธา ยังเรียน ม.3 ที่กรุงเทพคริสเตียน จึงถูกตั้งคำถามว่าแล้วจะพูดเท็จเรื่องไปเรียนต่อตั้งแต่อายุ 11 ขวบเพื่ออะไร

ล่าสุด ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า ‘Orio Piriyawat’ ได้โพสต์ภาพพร้อมระบุว่า…

“ในฐานะ อดีตหัวหน้าห้อง ม.2 ห้อง 25 กับ ม.3 ห้อง 35 ผม ‘โอ’ (เพื่อนเรียก ‘เตี้ย’) กท.22718 ‘ทิม พิธา’ เรียนอยู่กับผม ขึ้นแปรอักษรร่วมกัน เป็น BCC145 ตลอดกาล ผมเช็กชื่อนับจํานวนนักเรียนทุกเช้า ประเด็นเรื่องไปเรียนต่อเมืองนอกทับซ้อน โกหก ขออธิบายตรงนี้ เขาไปเรียนจริงแต่เป็นแบบไปเรียนซัมเมอร์ เข้าแคมป์ ตามประสา ปิดเทอม จนพร้อมก็ไปเรียนต่อต่างประเทศเต็มรูปแบบ ดังนั้น แยกแยะนะครับ จบดรามานะครับ #bcc145”

นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย เข้าพบแม่ทัพภาคที่ 4 หารือการจัดกิจกรรมสานสัมพันธ์สื่อมวลชน และผู้ประกอบการท่องเที่ยวสามเหลี่ยมเศรษฐกิจไทยมาเลเซียอินโดนีเซีย IMTGT

ที่ห้องรับรองกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย พร้อมคณะ เข้าพบ พลโท ศานติ ศกุนตนาค  แม่ทัพภาคที่ 4/ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วย พลตรี กรกฏ ภู่โชติ  รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และคณะ เพื่อร่วมปรึกษาหารือและยื่นหนังสือเรื่องการจัดโครงการ "#สานสัมพันธ์สื่อมวลชนและผู้ประกอบการท่องเที่ยวคาบสมุทรมลายูครั้งที่1”กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 27 พฤศจิกายน - 2 ธันวาคม 2566 นี้ 

เพื่อส่งเสริมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว พร้อมหารือเรื่องการสร้างความเชื่อมั่น การดูแลความปลอดภัย ให้กับกลุ่มผู้ประกอบการและสื่อมวลชนในโครงการนี้ 

สำหรับ โครงการดังกล่าว สมาคมหนังสือภาคใต้แห่งประเทศไทย ได้นำเครือข่ายผู้ประกอบการ นักท่องเที่ยว สื่อมวลชนจากมาเลเซีย และอินโดนีเซีย มาชมแหล่งท่องเที่ยวที่โดดเด่นและใหม่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งการสัมมนาหัวข้อ”#ความร่วมมือการพัฒนาการท่องเที่ยวและเขตเศรษฐกิจIMTGT” ที่จังหวัดสงขลา เพื่อประชาสัมพันธ์แลกเปลี่ยนข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เป็นที่รู้จัก โดยเฉพาะเขตพัฒนาเศรษฐกิจ IMTGT เชื่อมสัมพันธ์และกระชับมิตรระหว่างสื่อมาเลเชีย อินโดนีเชีย และสื่อไทยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อีกด้วย 

นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ นอกจากจะช่วยพัฒนาการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่แล้ว ยังมีความตั้งใจอยากจะนำผู้ประกอบการท่องเที่ยว และสื่อมวลชน จากประเทศอินโดนีเซีย และมาเลเซียกว่า 40 คน ได้มาพบปะรับฟังนโยบายการดูแลรักษาความปลอดภัยจาก พลโท ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4/ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศพลโท ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4/ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 กล่าวว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมให้การสนับสนุนทุกๆ กิจกรรม เพื่อส่งเสริมการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 

และที่สำคัญยังได้สร้างการรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้อง ไปยังสื่อมวลชน และกลุ่มผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศให้เข้าใจถึงบริบทของสถานการณ์ และสร้างความเชื่อมั่น ที่จะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว ต่อยอดไปสู่การพัฒนาด้านเศรษฐกิจในพื้นที่ต่อไปในอนาคต

#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า #กอรมนภาค4ส่วนหน้า #สมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประทศไทย #ไชยยงค์มณีรุ่งสกุล #จังหวัดชายแดนภาคใต้ #สานสัมพันธ์สื่อมวลชนไทยมาเลเซียอินโดนีเซีย

เลขาฯ ศอ.บต. เข้าพบผู้นำศาสนา จชต. เพื่อความเป็นสิริมงคล ในโอกาสเข้าดำรงตำแหน่งฯ พร้อมหารือประสานงานการพัฒนา สอดรับบริบทวิถีชีวิต-กิจกรรมทางศาสนา

เมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2566 พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เข้าพบ นายศักดิ์กรียา บิลแสละ ประธานคณะกรรมการอิสลาม ประจำจังหวัดสงขลา เพื่อขอคำชี้แนะในการประสานงานพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้สอดคล้องกับบริบทวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่และกิจกรรมทางด้านศาสนา โดยมีคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลา และนายซากีย์ พิทักษ์คุมพล สมาชิกวุฒิสภา ร่วมให้การต้อนรับ ณ สำนักงานคณะกรรมการฯ มัสยิดกลางจังหวัดสงขลา 

โดยได้มีการพูดคุยถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาที่สอดรับกับวิถีชีวิตของคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมทั้งมีการพูดคุยการยกระดับการท่องเที่ยว สืบเนื่องพบว่า แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวประเทศมาเลเซียเข้าเที่ยวไทยเป็นจำนวนมาก โดยในปีนี้มีจำนวนกว่า 3.6 ล้านคน นอกจากนี้ เลขาธิการ ศอ.บต. ยังได้เข้าเยี่ยมหลุมฝังศพของนายอาศิส พิทักษ์คุมพล อดีตจุฬาราชมนตรี ที่ถึงแก่อนิจกรรมในวันที่ 22 ต.ค. ที่ผ่านมาด้วย 

จากนั้นพันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ได้เดินทางเข้าพบนายอรุณ อุมาจิ ประธานคณะกรรมอิสลามประจำจังหวัดสตูล และคณะกรรมการอิสลามฯ ณสำนักงานคณะกรรมการอิสลาม จังหวัดสตูล เพื่อหารือประสานความร่วมมือด้านการพัฒนาให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ได้รับความร่วมมือในการยกระดับการพัฒนาในมิติต่างๆอย่างราบรื่น 

เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า เนื่องจากเป็นวาระในการเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการ ศอ.บต.ซึ่งถือเป็นโอกาสดีในการเข้าพบปะผู้นำศาสนาทั้ง 5 จังหวัด ทุกศาสนา เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมขอคำแนะนำในการดำเนินงาน ให้ ศอ.บต. มีส่วนร่วมในการพัฒนาและดำเนินกิจกรรมทางศาสนา เพื่อช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ด้าน ประธานคณะกรรมการฯจังหวัดสตูล เผย ปลาบปลื้มและดีใจ เมื่อรับรู้ว่าเลขาธิการ ศอ.บต. มีกำหนดเดินทางเข้าพบ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดการดำเนินงาน เพื่อประชาชน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้ขอฝากให้เลขาธิการ ศอ.บต. ผลักดันให้สตูลเป็นต้นแบบการแก้ไขปัญหายาเสพติด การท่องเที่ยว การดูแลเยาวชนในพื้นที่ และขอให้ผลักดันการก่อสร้างอาคารสำนักงานแห่งใหม่ เพื่อเป็นของขวัญแก่คนสตูล

‘สมาคมนักเรียนไทย-จีน’ จัดค่าย ‘Young BRI 2023’ แลกเปลี่ยนการเรียนรู้ หนุนความร่วมมือด้านเทคโนโลยี

เมื่อไม่นานนี้ ‘สมาคมนักเรียนไทย-จีน’ (TCSA) ร่วมกับ ‘สำนักงานนวัตกรรมและความร่วมมือ สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน’ (CAS-ICCB) จัดกิจกรรมโครงการ ‘Young BRI 2023 (Winter) มิติใหม่สัมพันธ์ไทย-จีน ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม’ รวมนักเรียนนักศึกษาไทย-จีนกว่า 60 คน เข้าค่าย 3 วัน 2 คืน ณ โรงแรม Holiday Inn Silom กรุงเทพฯ โดยโครงการกิจกรรมดังกล่าวนั้น ได้รับการสนับสนุนโดย สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำราชอาณาจักรไทย และร่วมจัดโดยสมาคมนักศึกษาและนักวิชาการจีนแห่งประเทศไทย (CSSAT)

ตลอดระยะเวลา 3 วัน 2 คืนของค่าย Young BRI 2023 (Winter) นั้น อัดแน่นไปด้วยกิจกรรมมากมาย ทั้งการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ผ่านการบรรยายโดยวิทยากรพิเศษ กิจกรรมสันทนาการเพื่อการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำกิจกรรมศึกษาดูงานนอกสถานที่ กิจกรรมประกวดแสดงความสามารถด้านการร้องเพลง และกิจกรรมนำเสนอผลงานกลุ่ม

สำหรับกิจกรรมแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ผ่านการบรรยายนั้น ได้รับเกียรติจากกูรูตัวจริงอย่าง ‘ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร’ ผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา และอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บรรยายในหัวข้อ ‘การพัฒนาของจีนยุคใหม่กับโอกาสของเยาวชนไทย’ และ ‘ดร.อรสา รัตนอมรภิรมย์’ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ CAS-ICCB บรรยายในหัวข้อ ‘การทูตวิทยาศาสตร์ในความสัมพันธ์ไทย-จีน’

โดยในส่วนของกิจกรรมศึกษาดูงานนอกสถานที่นั้น ทางคณะผู้จัดได้พาไปดูความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ไทย-จีน ณ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ อ.องครักษ์ จ.นครนายก เรียนรู้การทำงานของเตาปฏิกรณ์ฟิวชัน TT-1 (Thailand Tokamak l) ดวงอาทิตย์ประดิษฐ์แห่งแรกในอาเซียน

นอกจากนี้ ยังไปที่สวนนวัตกรรม ‘Summer Lasalle Innovation park’ กทม. รับฟังประสบการณ์จากตัวแทนบริษัท Ocean Sky Network Co.,Ltd. : Online Marketing Analysis , Mettler-Toledo (Thailand) Co.,Ltd. : Production and service for measuring instruments for lavatories, Cosmax (Thailand) Co.,Ltd. : ODM Manufacturer for K-beauty and health products และเดินชมพื้นที่ของสวนนวัตกรรมในบรรยากาศสบายๆ

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมนำเสนอผลงานกลุ่ม และกิจกรรมสันทนาการเพื่อละลายพฤติกรรม และสานสัมพันธ์มิตรภาพของนักเรียนนักศึกษาไทย-จีน ซึ่งออกแบบโดย ‘นางสาวธนธร ศิระพัฒน์’ อุปนายกสมาคมนักเรียนไทย-จีน และกิจกรรมแสดงความสามารถผ่านการประกวดร้องเพลงจีนที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับ ‘พระจันทร์’ อันเป็นกิจกรรมที่สืบเนื่องมาจากเทศกาลวันไหว้พระจันทร์

กิจกรรม 3 วัน 2 คืนผ่านไปด้วยดี บรรลุวัตถุประสงค์ในการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ไทย-จีน และภาพรวมของ ‘ความคิดริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง : Belt and Road Initiative’ (BRI) ที่สำคัญ ยังเป็นพื้นที่ให้เหล่านักเรียนนักศึกษาชาวไทยและชาวจีนได้มารู้จักกัน แลกเปลี่ยนและสร้างมิตรภาพกันผ่านกิจกรรมที่ออกแบบโดยสมาคมฯ และเครือข่ายผู้ร่วมจัด

'เพจดัง' กระหน่ำ 'พิธา' ทำไมบอกไปเรียนนิวซีแลนด์ตอน 11 ขวบ ทั้งที่ยังอยู่กรุงเทพคริสเตียนถึง ม.3 และได้แปรอักษร 2 ครั้ง

(20 พ.ย. 66) จากเพจ 'วันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร' ได้โพสต์ภาพของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สมัยยังเป็นนักเรียน ม.3 ของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน พร้อมข้อควาระบุว่า...

#ทุกคนคะ ภาพถ่ายคุณพิธา ม.3 รร.กรุงเทพคริสเตียนค่ะ

แหล่งข่าวแจ้งว่าคุณพิธาเรียนไม่จบ ม.3 แล้วย้ายออกค่ะ เรื่องไปเรียนที่นิวซีแลนด์คือไปจริง แต่ทำไมสัมภาษณ์ว่าไปเรียนตอนอายุ 11-12 ขวบ อาจให้ดูน่าสงสารหรือจำผิด ก็ไม่ทราบได้

ส่วนที่ขึ้นสแตนด์ 2 ครั้ง เป็นไปได้ 2 ความหมายคือ

1. ขึ้นสแตนงานลูกเสือโลก 1 ครั้ง และ ขึ้นงานบอล 1 ครั้ง ตอน ม.2

2. ขึ้นงานบอลตอน ม.2 ทั้ง 2 ครั้ง คือ วันเปิด และ วันปิด

ขอความเป็นธรรมเรื่องคุณพิธาเรียนถึง ม.3 ด้วยนะคะ น่าสงสารมากค่ะ

ผบช.ตชด.สั่งช่วยเหลือครอบครัวคนไทยที่เดินทางไปใช้แรงงานในประเทศอิสราเอล เสียชีวิต"จากภัยสงครามพร้อมร่วมงานบำเพ็ญกุศลและฌาปนกิจ

เมื่อวันที่ 20 พ.ย.2566 ที่กองบัญชาการตำรวจชายแดน(บช.ตชด.) พล.ต.ท.ยงเกียรติ มนปราณีต ผบช.ตชด.เปิดเผยว่า ถึงกรณีการช่วยเหลือครอบครวัของคนไทยที่เดินทางไปใช่แรงงานในประเทศอิสราเอลเสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบพื้นที่จังหวัดอุดรธานี มีรายชื่อ ดังนี้

1.นายอนุชา โสภากุล ภูมิลําเนาอยู่บ้านเลขที่ 93 หมู่ 5 บ้านเดียม ตําบลเชียงแหว อําเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานีซึ่งกรณีดังกล่าวนี้ตนได้สั่งการให้ พ.ต.อ.กวีพงษ์ ชลการ ผกก.ตชด.24
ลงไปช่วยเหลือโดยได้มอบหมายให้ พ.ต.ต.อภิสิษฐ์กรณ์ นุ่มมีชัย สว.จอส.,กร.กก.ตชด.24 และข้าราชการตํารวจ กก.ตชด.24 ได้ร่วมฟังสวดอภิธรรมศพ นายอนุชา โสภากุล ในวันที่ 21-22 ต.ค.ที่ ผ่านมา และมอบหมายให้ พ.ต.ท.จารุบุตร เรืองศรี รอง ผกก.ตชด.24 ร่วมพิธีฌาปนกิจศพ ณฌาปนกจิสถาน บ้านเดียม ตําบลเชียงแหว อําเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 23,ต.ค.ที่ผ่านมา 

2.นายชัยรัตน์ สุนาสันต์ ภูมิลําเนาอยู่บ้านเลขที่ 171 หมู่ 9 บ้านโนนสูง ตําบลบ้านหยวก อําเภอน้ําโสม จังหวัดอุดรธานีภายใต้อํานวยการของ ร.ต.อ.โกญจนารถ ชาวยาม รอง ผบ.ร้อย ตชด.245 และข้าราชการตํารวจ ร้อย ตชด.245 ได้ร่วมฟังสวดอภิธรรมศพ นายชัยรัตน์ สุนาสันต์ในวันที่ 22-23 ต.ค และมอบหมายให้ พ.ต.ท.ทวี ภาน้อย รอง ผกก.ตชด.24 ร่วมพิธีฌาปนกิจศพ ณ ป่าช้า บ้านหยวก ตําบลบ้านหยวก อําเภอน้ําโสม จังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 23.ต.ค.66

3.นายพิรุฬ ทานนพิมพ์ ภูมิลําเนาอยู่บ้านเลขที่ 58 หมู่6 บ้านนาทัน ตําบลท่าลี่ อําเภอกุมภวาปี จังหวัด อุดรธานีภายใต้อํานวยการของ พ.ต.อ.กวีพงษ์ ชลการ ผกก.ตชด.24ไดม้ อบหมายให้ ข้าราชการตํารวจ กก.ตชด.24 ได้ร่วมฟังสวดอภิธรรมศพ นายพิรุฬ ทานพิมพ์ ในวันที่ 27-28ต.ค.66 และร่วมพิธีฌาปนกิจศพ ณ วัดสว่างนาทันบ้านนาทัน ตําบลท่าลี่ อําเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 30 ต.ค.66

4.ธีระพงษ์ กลางสุวรรณ ภูมิลําเนาอยู่บ้านเลขที่ 151 หมู่ 5 บ้านหนองบัวแดง ตําบลหนองไผ่ อําเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานีภายใต้อํานวยการของ พ.ต.อ.กวีพงษ์ ชลการ ผกก.ตชด.24ได้มอบหมายให้ ข้าราชการตํารวจ กก.ตชด.24,ได้ร่วมฟังสวดอภิธรรมศพ ธีระพงษ์ กลางสุวรรณ ในวันที่ 27 ต.ค.66 และร่วมพิธีฌาปนกิจศพ ณ วัดป่าหนองปิงตําบลหนองไผ่ อําเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 28'ต.ค.66

5.นายศักดิ์สิทธิ์ โคตมี ภูมิลําเนาอยู่บ้านเลขที่ 92,หมู่ 3 บ้านดงแสนสุข ตําบลบ้านดงเย็น อําเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานีภายใต้อํานวยการของ พ.ต.อ.กวีพงษ์ ชลการ ผกก.ตชด.24 ได้มอบหมายให้ ข้าราชการตํารวจ กก.ตชด.24 ได้ร่วมฟังสวดอภิธรรมศพ นายศักดิ์สิทธิ์ โคตมี ในวันที่ 27 ต.ค.88 และร่วมพิธีฌาปนกิจศพ ณ วัดป่าบ้านดงแสนสุขตําบลบ้านดงเย็น อําเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 28!ต.ค.66

6.นายจักรพงษ์ จันทรเสนา ภูมิลําเนาอยู่บ้านเลขที่ 93 หมู่ 5 บ้านเดียม ตําบลเชียงแหว อําเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ภายใต้อํานวยการของ พ.ต.อ.กวีพงษ์ ชลการ ผกก.ตชด.24 ได้มอบหมายให้ ข้าราชการตํารวจ กก.ตชด.24 ได้ร่วมฟังสวดอภิธรรมศพ นายจักรพงษ์ จันทรเสนา ในวันที่ 2 พ.ย 66 และร่วมพิธีฌาปนกิจศพ ณ เมรุป่าช้าบ้านเดียม ตําบลเชียงแหว อําเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 3 พ.ย.66

7.นายบัญชา ดัชถุยาวัช ภูมิลําเนาอยู่บ้านเลขที่ 56 หมู่ 6 บ้านวังแสนสุข ตําบลวังทอง อําเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานีภายใต้อํานวยการของ พ.ต.อ.กวีพงษ์ ชลการ ผกก.ตชด.24 ได้มอบหมายให้ ข้าราชการตํารวจ กก.ตชด.24 ได้ร่วมฟังสวดอภิธรรมศพ นายบัญชา ดัชถุยาวัช ในวันที่ 2 พ.ย.66 และร่วมพิธีฌาปนกิจศพ ณ เมรุวัดป่าประชารังตําบลวังทอง อําเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 3 พ.ย.66

8.นายเกียรติศักดิ์ พาที ภูมิลําเนาอยู่บ้านเลขที่ 63,หมู่ที่ 13 บ้านแดง ตําบลบ้านแดง อําเภอพิบูลย์รักษ์ จังหวัดอุดรธานีภายใต้อํานวยการของ พ.ต.อ.กวีพงษ์ ชลการ ผกก.ตชด.24 ได้มอบหมายให้ข้าราชการตํารวจ กก.ตชด.24 ได้ร่วมฟังสวดอภิธรรมศพ นายเกียรติศักดิ์ พาที ในวันที่ 9-10 พ.ย.66 และร่วมพิธีฌาปนกิจศพ ณ เมรุวัดป่าสามัคคีสันติธรรม ตําบลบ้านแดง อําเภอพิบูลย์รักษ์ จังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 11 พ.ย.66

9.นายไกรสร อรัญถิตย์ ภูมิลําเนาอยู่บ้านเลขที่ 115หมู่ที่ 4บ้านหนองบัวแดง ตําบลหนองไผ่ อําเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ภายใต้อํานวยการของ พ.ต.อ.กวีพงษ์ ชลการ ผกก.ตชด.24ได้มอบหมายให้ข้าราชการตํารวจ กก.ตชด.24 ได้ร่วมฟังสวดอภิธรรมศพ นายไกรสร อรัญถิตย์ ในวันที่ 10-12 พ.ย.และร่วมพิธีฌาปนกิจศพ ณ เมรุสํานักสงฆ์ป่าช้าวัดหนองปิงน้อย ตําบลหนองไผ่ อําเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 13,พ.ย.66

10.นายไชยยา รักษานนท์ ภูมิลําเนาอยู่บ้านเลขที่ 52/2 หมู่ 12 บ้านนาแค ตําบลเชียงเพ็ง อําเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี ภายใต้อํานวยการของ พ.ต.อ.กวีพงษ์ ชลการ ผกก.ตชด.24ได้มอบหมายให้ พ.ต.ต.จรัส รองสวัสดิ สว.กบ.กก.ตชด.24?และข้าราชการตํารวจ กก.ตชด.24 ได้มอบเงินช่วยเหลือและนําพวงหรีดไปร่วมไว้อาลัยให้กับ ครอบครัว นายบัญชา ดัชถุยาวัช ในวันที่ 17 พ.ย.66

11.นายศักดิ์สิทธิ์ จําปาสิม ภูมิลําเนาอยู่บ้านเลขที่ 152 หมู่ 8 บ้านโคกกลาง ตําบลข้าวสาร อําเภอบ้าน ผือ จังหวัดอุดรธานีภายใต้อํานวยการของ พ.ต.อ.กวีพงษ์ ชลการ ผกก.ตชด.24ได้มอบหมายให้ พ.ต.ต.อภิสิษฐ์กรณ์ นุ่มมีชัย สว.จอส.,กร.กก.ตชด.24 และข้าราชการตํารวจ กก.ตชด.24 ได้มอบเงินช่วยเหลือและนําพวงหรีดไปร่วมไว้อาลัย ให้กับครอบครัว นายศักดิ์สิทธิ์ จําปาสิม ในวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา  เพื่อให้เป็นไปตามนโยบาย ตร. ที่ต้องการให้ตำรวจเป็นที่พึ่ง ได้ รับความศรัทธาจากประชาชน ยามมีภัยและได้รับทุกข์ จากการสูญเสียจากกรณีดังกล่าว "ผบช.ตชด.กล่าว"

เปิดโปง!! สงคราม Wikipedia เปลี่ยนข้อมูล 'พิธา' ด้วยมือ 'ด้อมส้ม' สะท้อน!! หากคิดใช้เป็นเครื่องมืออ้างอิงเชิงวิชาการ คงต้องคิดให้ดีๆ

(20 พ.ย. 66) จากผู้ใช้เฟซบุ๊ก 'Chawalit Limsowan' ได้โพสต์ข้อความถึงสงครามบนโลก Wiki ในช่วงไม่กี่วันนี้ ว่า...

การต่อสู้กันบน Wiki ช่างน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก 🤣🤣

19 พ.ย. สามทุ่มเศษ ด้อมส้มที่ใช้เน็ต TrueMoveH เข้ามาพยายามช่วยคุณพิธา โดยเปลี่ยนอายุตอนที่ไปนิวซีแลนด์จาก 11 ปี ไปเป็น 16 ปี

20 พ.ย. ตีหนึ่งเศษ มีคนมาเปลี่ยนกลับ

ต่อมา 20 พ.ย. 8 โมงเศษ ๆ มีอีกรายเข้ามาแก้ข้อความรายละเอียดให้ ‘ดราม่ายิ่งขึ้น’ (เพิ่มคำว่า ‘ด้วยความที่เป็นเด็กเกเรและมีพฤติกรรมหมิ่นเหม่ และเป็นภัยต่อสังคม’) ก่อนเปลี่ยนใจเปลี่ยนกลับไปใช้ข้อความดั้งเดิม

ใครใช้ Wikipedia เป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงเชิงวิชาการ น่าพิจารณาคุณสมบัติอันนี้ประกอบนะครับ ^_^

ใครสนใจติดตามดราม่าเรื่องนี้ เข้าไปดูได้ที่ลิงก์นี้ครับ

https://th.wikipedia.org/w/index.php?title=พิธา_ลิ้มเจริญรัตน์&diff=prev&oldid=11151193 

https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid02WJZnThauq83g3eVCS2Yz4xPpmSjcjrnuESbJo7D5b2SvSGg46CL7S8GBu7T8bi1Gl&id=100000686209796&mibextid=Nif5oz 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top