Wednesday, 24 June 2026
NEWS FEED

การศึกษาที่มีคุณภาพ เป็นหนทางสู่ความก้าวหน้าของทุกสิ่ง

ไม่ว่าจะยุคไหน ๆ ‘การศึกษา’ ก็เป็นสิ่งสำคัญและเป็นพื้นฐานของความก้าวหน้าของทุกสิ่ง ทางด้านศาสตราจารย์ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ก็ได้เน้นย้ำถึงเรื่องนี้ โดยระบุว่า…

“การพัฒนาและความก้าวหน้าของทุกประเทศทั่วโลก เริ่มจากการวางรากฐาน ด้านการศึกษาที่มีคุณภาพเท่านั้น”

ผบ.ตร.สั่งจับ 2 คนร้ายแกงค์ทวงหนี้นอกระบบบุกทำลายร้านค้าลูกหนี้

ผบ.ตร.สั่งจับ 2 คนร้ายแก็งทวงหนี้นอกระบบบุกทำลายร้านค้าลูกหนี้ หลังไม่พอใจที่ไปลงทะเบียนไกล่เกลี่ย เตรียมขยายผลจับนายทุน ผู้ร่วมทำผิดรายอื่น ย้ำรับไม่ได้แก๊งทวงหนี้ไม่เกรงกลัวกฎหมาย พร้อมย้ำทุกหน่วยทั่วประเทศเข้มงวดขานรับนโยบายรัฐบาล บูรณาการทุกภาคส่วนแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ 

วันนี้ (7 ธ.ค.66) พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. เปิดเผยถึงการแก้ไขปัญหาหนี้ระบบตามนโยบายรัฐบาลว่า  ตามที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประกาศ “การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ” เป็นวาระแห่งชาติ ให้บูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนขับเคลื่อนให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างจริงจัง โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยร่วมกับตำรวจ เปิดระบบลงทะเบียนรับความช่วยเหลือแก้ไขหนี้นอกระบบ ซึ่งที่ผ่านมามีประชาชนทั้งลูกหนี้เจ้าหนี้มาลงทะเบียนจำนวนมาก เป็นไปในทิศทางที่ดี 

แต่มีบางราย ตามที่ปรากฎข่าวในสื่อสังคมออนไลน์  “ลูกหนี้ผวาถูกแก๊งเงินกู้นอกระบบบุกพังร้านกลางดึกหลังลงทะเบียนแก้หนี้” เหตุเกิดที่ร้านส้มตำครกแตก ต.แพรกศรีราชา  อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท ของเช้ามืดวันที่ 6 ธ.ค. 2566 เวลาประมาณ 04.30 น. พื้นที่ สภ.สรรคบุรี หลังเกิดเหตุ ผบ.ตร.ได้สั่งการไปยัง พล.ต.ท.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผบช.ภ.1 ให้จัดชุดสืบสวนลงตรวจสอบจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ ตำรวจได้สืบสวนจนพบว่าสาเหตุเกิดจาก น.ส.ปิยธิดา ได้กู้ยืมเงินจาก นายธีระศักดิ์ หรือ แมว จำนวน 30,000 บาท โดย นายธีระศักดิ์ คิดอกเบี้ยแบบลอย คือชำระดอกเบี้ยไปเรื่อยๆ จนกว่าจะนำเงินต้นทั้งหมดมาคืน ซึ่ง น.ส.ปิยธิดา ต้องชำระดอกเบี้ยเป็นเงินจำนวนวันละ 850 บาท ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และได้ชำระมาแล้ว 18 วัน ต่อมา น.ส.ปิยธิดา ได้ไปยื่นคำร้องเพื่อขอไกล่เกลี่ยที่อำเภอสรรคบุรี จนเจ้าหนี้ไม่พอใจ ทำให้นายไตรภพ หรือ อ้น   และนายนิรุต หรือ แน็ต ได้มาที่ร้านและทำลายทรัพย์สินภายในร้านได้รับความเสียหาย  ตำรวจ สภ.สรรคบุรี จึงได้รวบรวมหลักฐานออกหมายจับและติดตามจับกุมทั้ง 2 ราย ในผิดฐาน “ร่วมกันบุกรุกเคหะสถานในเวลากลางคืน , ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยมีและใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำความผิด และร่วมกันทำให้เสียทรัพย์” ซึ่งจากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าผู้ต้องหาทั้งสองรายได้มาเก็บดอกเบี้ยเงินกู้จริง  

ผบ.ตร.ได้สั่งการขยายผลไปยัง นายธีระศักดิ์ เป็นนายทุนเงินกู้ รวมทั้งผู้ร่วมกระทำผิดรายอื่นๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ ตร.รับไม่ได้ คนร้ายไม่เกรงกลัวกฎหมาย และกำชับไปยังทุกหน่วยทั่วประเทศ ให้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบอย่างจริงจัง หากพบใครฝ่าฝืนกฎหมายให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดและจริงจัง

ศาลฯ ตัดสิน ‘ไบรท์ ชินวัตร’ คดี ม.112 จำคุก 3 ปี แต่สารภาพ-เกิดดวงตาเห็นธรรม ให้รอลงอาญา 2 ปี

(7 ธ.ค. 66) นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง หรือ ไบรท์ ผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า เช้าวันนี้ ศาลพิพากษาจำคุก 3 ปี ในคดี 112 แต่ศาลแจ้งว่าผมได้กลับตัวกลับใจ และได้ทำงานบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม จึงให้รอลงอาญาไว้ 2 ปีและอยู่ในการดูแลของคุมประพฤติ

ส่วนคดีพรบ.ฉุกเฉินให้ปรับ 200 บาท ลดเหลือ 100 บาท อามีนได้มีโอกาสทำความดีแท้ ๆ เป็นคนแผ่นดินต่อไปครับ

นายชินวัตร ระบุว่า ศาลอาญากรุงเทพฯ ใต้นัดฟังคำพิพากษาในคดีมาตรา 112 เป็นคดีแรกที่ผมทำการสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ที่ผ่านมาผมเคยหลงผิด "บัดนี้ดวงตาผมได้เห็นธรรมแล้ว"

ขอพระบารมีพระองค์ท่านทรงปกปักรักษาให้กระผมได้มีโอกาสทดแทนบุญคุณแผ่นดินในการทำหน้าที่เป็นผู้นำชุมชน เพื่อความผาสุขของพี่น้องในชุมชน ตามรอยเบื้องพระยุคลบาทของพระองค์ท่าน

อามีนน น้อมรับคำตัดสินของศาลไม่ว่าจะออกมารูปแบบใดก็ตาม

หากศาลตัดสินจำคุกกระผมก็น้อมรับคำตัดสิน ส่วนหน้าที่ในการพัฒนาชุมชนทีมงานคณะกรรมการชุมชนที่เหลืออยู่ก็จะดำเนินการทำตามปณิธานที่ตั้งไว้ต่อไป

หากศาลตัดสินให้รอลงอาญา ผมก็จะทำหน้าที่ที่พี่น้องประชาชนได้มอบหมายให้กับผมได้ทำการพัฒนาชุมชนอย่างเต็มที่แน่นอน

‘สถานทูตญี่ปุ่น’ ปลื้ม!! ‘ศาลโดเรมอน’ กลางกรุง ลั่น!! นี่แหละซอฟต์พาวเวอร์ที่แท้จริง

(7 ธ.ค.66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟสบุ๊ก ‘สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย’ ได้เผยแพร่ภาพ พร้อมระบุข้อความว่า “วันนี้ มีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมศาลเจ้าแห่งหนึ่ง ที่ว่ากันว่าหากมาขอพรแล้วพรที่ขอสมดังหวังจะต้องนำตุ๊กตาโดราเอมอนมาถวายให้กับศาลเจ้า 

‘โดราเอมอน’ หนึ่งในซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ของญี่ปุ่น ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลก ซึ่งไม่เพียงแต่เด็กเท่านั้น ‘โดราเอมอน’ ยังเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนทุกเพศทุกวัย ด้วยความน่ารักน่าเอ็นดูของโดราเอมอน จึงกลายเป็นของถวายแทนความขอบคุณให้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยบันดาลพรให้เป็นไปดังหวัง”

ทั้งนี้ ศาลเจ้านี้ ตั้งอยู่บริเวณหน้าห้องอาหารเรือนต้น โรงแรมมณเฑียร กรุงเทพฯ

‘บริษัทดัง’ สั่งปลดเด็กเข้าใหม่ แถมบอกล่วงหน้า ‘วันเดียว’ พนง.ประจำยังไม่รอด สั่งหยุดยาวสูงสุด 3 เดือน จ่าย 75%

(6 ธ.ค.66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.ที่ผ่านมา เพจเฟซบุ๊ก ข่าวสารชลบุรี-ระยอง รายงานว่า บริษัท ผลิตโซลาร์เซลล์ ในนิคมอมตะซิตี้ระยอง ปลดหมดพนักงานเพิ่งเข้าใหม่ไม่ถึงเดือน โดยบอกกล่าวล่วงหน้า 1 วัน พนักงานประจำยังไม่รอด สั่งหยุดยาวสูงสุด 3 เดือน จ่าย 75% พนักงานซับไม่ต่อสัญญา

ทั้งนี้ มีหนุ่มสาวฉันทนาเข้าไปแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ทั้งยอมรับสภาพและว่าก็ดีได้เงินก้อน เพื่อไปต่อทุนหางานใหม่ บ้างก็ให้กำลังใจกัน บอกว่า สู้ๆ นะ

ขณะเดียวกันบางรายให้ข้อมูลว่า เป็นแบบนี้หลายโรงงานเลย เช่นว่า “ข้างโรงงานผม ปิดไปตั้งแต่ก่อนโควิด ตอนนี้เป็นป่า สามารถเข้าไปหางู หาต่อ หาผึ้ง ได้แล้ว” อีกรายบอกว่า “ขนาดหลายโรงงานที่วางแผนมาดี ก็ยังมีปลดกลางอากาศ ส่วนบางสาขาได้โอทีเยอะมาก” เป็นต้น

‘สว.วีระศักดิ์’ ร่วมพิธีเปิดงาน ‘พึ่งพา RUN’ มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

เมื่อวานนี้ (5 ธ.ค. 66) มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จัดกิจกรรม ‘พึ่งพา RUN’ ครั้งที่ 1 ภายใต้งานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปี 2566 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติองค์ประธาน และนายกกิตติมศักดิ์ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่อเป็นการส่งเสริม และสนับสนุนให้ประชาชนทั่วไป หันมาใส่ใจดูแลสุขภาพสร้างกิจกรรมที่เกิดประโยชน์ ให้กับตนเองและครอบครัว เพื่อสร้างภาพลักษณ์ของมูลนิธิฯ และเฉลิมฉลองการดำเนินงานตลอด 28 ปี ที่ผ่านมาของมูลนิธิ ฯ เพื่อนำรายได้สมทบทุนและใช้สำหรับกิจกรรมของมูลนิธิฯ

สำหรับงานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากนายวีรศักดิ์ โควสุรัตน์ กรรมการมูลนิธิฯ และรองประธานกรรมการอำนวยการจัดงานฯ กล่าวเปิดงาน ระบุว่า…กิจกรรมวิ่งการกุศล ‘พึ่งพา RUN’ ในวันนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการจัดงานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ในโอกาสครบรอบ 28 ปี จัดตั้งมูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-10 ธันวาคม 2566 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  ภายใต้แนวคิด “น้ำพระทัยสองพระมิ่งขวัญเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) เปี่ยมล้นพระเมตตาผู้ประสบอุทกภัย" เพื่อเทิดพระเกียรติพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ในการทรงงานช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยตลอดระยะเวลากว่า 28 ปี และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพทรงพระกรุณาประทานถ้วยรางวัลให้แก่ผู้ชนะเลิศการแข่งขันจำนวน 2 ถ้วย เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของขวัญและกำลังใจของผู้ร่วมกิจกรรม นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ แก่คณะกรรมการอำนวยการจัดงานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ปี 2566 

ภายหลังมีผู้เข้าแข่งขันวิ่งเข้าเส้นชัย ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษา และประธานกรรมการบริหารมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นประธานมอบรางวัลให้แก่ผู้ชนะการแข่งขันวิ่งการกุศล ‘พึ่งพา RUN’ ชิงถ้วยประทานพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ณ สวนเบญจกิติ

สำหรับกิจกรรมพึ่งพา RUN แบ่งเป็น 2 ระยะ คือ Mini Marathon 10 กิโลเมตร ประเภทบุคคลหญิงและชาย และ Fun Run (เดิน/วิ่ง) 3 กิโลเมตร บรรยากาศภายในงานคึกคัก มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งแบบวิ่งในงาน และ Virtual Run รวมกว่า 300 คน ผู้ร่วมกิจกรรมทุกคนจะได้รับเสื้อวิ่ง และเหรียญวิ่งผลิตจากเส้นใยขวดพลาสติกรีไซเคิล สอดคล้องกับรูปแบบการจัดงานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2566 คือ Sustainability เพื่อรณรงค์ให้ทุกหน่วยงานได้เห็นถึงความสำคัญของการนำกลับมาใช้ใหม่ สนับสนุนอุตสาหกรรมที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นมิตรกับโลก 

นอกจากนี้ภายในงานผู้ร่วมงานยังได้รับประทานอาหารเช้าเมนูข้าวเหนียวไก่ทอดสูตรประทานฯ และไอศกรีมจากมูลนิธิ ณภาฯ อีกด้วย

‘มาดามแป้ง’ ลงสมัครชิงเก้าอี้นายกสมาคมฟุตบอลไทย พร้อมสานต่องานจาก ‘สมยศ’ เผย มีแล้ว 65 เสียงหนุน

(6 ธ.ค. 66) ‘มาดามแป้ง’ นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีมชาติไทย ชุดใหญ่ และประธานสโมสรการท่าเรือ เอฟซี เดินทางไปยื่นใบสมัครลงเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ณ ที่ทำการสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เมื่อวันที่ 6 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการยื่นใบสมัครคนแรก หลังจากก่อนหน้านี้ยังไม่มีใครเดินทางไปยื่นอย่างเป็นทางการ

ก่อนหน้านี้ ‘มาดามแป้ง’ แถลงข่าวเปิดตัวทีมงานสภากรรมการ 18 ราย เมื่อ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา นำทัพโดย ปวิณ ภิรมย์ภักดี, อรรณพ สิงห์โตทอง, อดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ, ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน, วิลักษณ์ โหลทอง ในตำแหน่งอุปนายก โดยมีตัวแทนจากอีกหลายสโมสรที่เข้าร่วมเป็นกรรมการกลาง รวมถึง ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน อดีตกองหน้าทีมชาติไทย

โดย นวลพรรณ ล่ำซำ กล่าวว่า “ก็มีหลายเรื่องที่ตนจะต้องทำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทีมชาติหรือเรื่องอื่นๆ เราต้องก้าวไปให้ได้ มันมีหลายสิ่งที่ต้องปรับปรุงแก้ไข และมันก็มีหลายปัจจัยจากทั้งตัวสโมสร หรืออื่นๆ รวมถึงเรื่องเงินสนับสนุนฟุตบอลลีก T2, T3 ก็เป็นประเด็นที่ทุกคนพูดถึง เช่นเดียวกับลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด”

“ก่อนหน้านี้สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ภายใต้การบริหารงานของ พล.ต.อ.สมยศ ก็ทำไว้ดีในหลายๆเรื่อง แป้งเองถ้ามีโอกาสก็จะเข้ามาสานต่อในหลาย ๆ เรื่อง และพัฒนาให้ดีขึ้น มันมีหลายมิติ มีหลายภาคส่วนที่จะต้องเข้าไปทำงาน ไม่ว่าจะต้องทำงานกับผู้สนับสนุนหลาย ๆ ราย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, การกีฬาแห่งประเทศไทย แม้กระทั่งกองทุนพัฒนากีฬา เราต้องปรับปรุงมาตรฐานของหลายๆภาคส่วน อย่างที่บอกไปสโลแกนของเรา คือ Better Together ก็คงจะต้องรวบรวมความเห็นของคนที่จะมาทำงานร่วมกัน ทำให้ทุกอย่างขับเคลื่อนไปด้วยดี”

“อย่างที่แป้งได้เรียนไปเมื่อได้เห็นหน้าสภากรรมการของแป้งแล้วก็จะเห็นได้ว่าเรารวบรวมคนที่รักฟุตบอลอย่างแท้จริง ที่ผ่านมาอาจจะเห็นว่าบางคนอยู่ขั้วนั้นขั้วนี้ แต่ตอนนี้เราทำให้เห็นว่าทุกคนต้องรวมใจกัน เชื่อว่าทุกคนจะมาร่วมทำงานจริงๆ เพราะฉะนั้น คงไม่มีใครแสดงเจตจำนงที่มาร่วมกับทีมของแป้ง” มาดามแป้ง กล่าวทิ้งท้าย

ขณะเดียวกัน นวลพรรณ ล่ำซำ ยังเปิดเผยอีกว่าเวลานี้มีเสียงสนับสนุนจากสโมสรมากถึง 65 สโมสร จากทั้งหมด 73 สโมสร ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย คนใหม่ โดยจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมประกาศเจตนารมย์ต่อต้านทุจริต โปร่งใส ไม่คอรัปชั่น กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เข้าร่วมกิจกรรม

วันที่ 6 ธันวาคม 2566 เวลา 09.00น. ที่ห้องประชุมอาคารกระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กทม. กระทรวงยุติธรรม จัดงาน"ประกาศเจตนารมย์ต่อต้านทุจริต"

เนื่องในสัปดาห์ต่อต้านทุจริตและส่งเสริมจริยธรรม 'ยุติธรรมต้าน โกงโปร่งใส ไม่คอรัปชั่น' โดยมี พัน
ตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธี พร้อมกล่าวนโยบาย ในการต่อต้านการทุจริตของกระทรวงยุติธรรมแก่สื่อมวลชนและผู้มีเกียรติที่เข้าร่วมงาน โดยมี นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวรายงาน ตลอดจนคณะผู้บริหาร ข้าราชการและเจ้า
หน้าที่ในสังกัดกระทรวงยุติธรรมเข้าร่วม พร้อมทั้งร่วมกันถ่ายภาพหมู่เพื่อแสดงเชิงสัญลักษณ์ในการต่อต้านการทุจริต จากนั้นได้จัดการอภิปรายในหัวข้อ "ปัญหาการทุจริตและแนวทางการป้องกันการทุจริต
ในระบบราชการไทย" โดยได้รับเกียรติจาก นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช. และ ดร.มานะ นิมิตรมงคลเลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน(ประเทศไทย) เป็นวิทยากรผู้ทรง
คุณวุฒิร่วมบรรยายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกล่าวนโยบายต่อต้านการทุจริตตอนหนึ่งว่า "กระทรวงยุติธรรมจะขับเคลื่อนค่านิยมร่วมและวัฒนธรรมองค์กรของกระทรวงยุติธรรม โดยเฉพาะ "สุจริต จิตบริการ ยึดมั่น ความยุติธรรม" ที่เจ้าหน้าที่กระทรวง ยุติธรรมทุกคนมีความสำนึกว่าจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเปิดเผย โปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมาย และเพื่อให้ความยุติธรรม
เข้าถึงประชาชนได้อย่างแท้จริง"

โอกาสนี้ พันตำรวจโท ประวุธ วงศ์สีนิล  รองปลัดกระทรวงยุติธรรม รักษาราชการแทนอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน พร้อมด้วยนางนลินนาถ ไกรนรา รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน พร้อมบุคลากรกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เข้าร่วมในพิธีดังกล่าวด้วย 

***********
กฤษฎา สมมาตร
รายงานข่าว

นายกสมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ ออกโรงโต้ ม.ธรรมศาสตร์ หลังโดนกล่าวหา ‘ต้นเหตุ’ ทำบอลประเพณี เลื่อน!!

(6 ธ.ค. 66) กลายเป็นดรามาหนักมากในโลกออนไลน์ เมื่อเพจเฟซบุ๊ก ‘ชุมนุมเชียร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์’ โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า... 

‘งานบอล 75 ถูกเลื่อนไม่มีกำหนด เหตุสมาคมศิษย์เก่าจุฬาฯ ไม่พร้อมจัดงาน’

ตามที่ชุมนุมเชียร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และองค์การบริหารสโมสรนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้มีการประชาสัมพันธ์เรื่องการกลับมาจัดการแข่งขันงานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 75 ในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ในวันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566 ที่ผ่านมานั้น

เนื่องจากสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยฯ ได้มีหนังสือแจ้งขอให้ทางสมาคมธรรมศาสตร์ฯ ซึ่งเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันงานฟุตบอลประเพณีฯ ครั้งที่ 75 พิจารณาเลื่อนการแข่งขันงานฟุตบอลประเพณีฯ ครั้งที่ 75 ออกไปก่อน โดยให้มีการหารือร่วมกันเพื่อกำหนดวันที่เหมาะสมในการจัดการแข่งขันงานฟุตบอลประเพณีฯ ครั้งที่ 75 อีกครั้งหนึ่ง ทำให้ได้ข้อสรุปว่างานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 75 คาดว่าจะไม่ถูกจัดภายในปีการศึกษา 2566

ชุมนุมเชียร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และองค์การบริหารสโมสรนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะนิสิตนักศึกษาผู้ได้รับมอบหมายให้จัดงานฟุตบอลประเพณีฯ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เข้าใจดีว่า งานฟุตบอลประเพณีฯ เป็นกิจกรรมที่ได้รับความสนใจและติดตามจากประชาคมชาวธรรมศาสตร์ ประชาคมชาวจุฬาฯ และผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน แต่เมื่อมีเหตุดังกล่าวขึ้น ชุมนุมเชียร์ฯ และองค์การบริหารสโมสรนิสิตฯ จึงมีความจำเป็นต้องเรียนแจ้งให้ทุกท่านทราบว่า การแข่งขันงานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 75 จะไม่ถูกจัดขึ้นภายในปีการศึกษา 2566

ทั้งนี้ ชุมนุมเชียร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และองค์การบริหารสโมสรนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต้องขออภัยผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านในความไม่สะดวกนี้ และหวังว่าในอนาคต กิจกรรมงานฟุตบอลประเพณีฯ จะได้รับการสนับสนุนจากทุกท่านดังเช่นที่ผ่านมา จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

ล่าสุด น.ส.อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย นายกสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า…

เห็นมีข่าว ประกาศที่ออกโดยชุมนุมเชียร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่างานบอลประเพณี ธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 75 ถูกเลื่อนออกไป เพราะสมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ ขอเลื่อน

ขอให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับสังคม งานบอลประเพณี จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ เป็นงานที่จัดโดยสมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ (สนจ.) และ สมาคมธรรมศาตร์ฯ (สมธ.) โดยปกติจะจัดปลายเดือน ม.ค.- ต้น ก.พ.

การแข่งขันครั้งที่ 75 นี้ ทาง สมธ.เป็นเจ้าภาพจัดงาน ซึ่ง สมธ. แจ้งเลื่อนการจัดงานมาตั้งแต่ปี 2564 – 2566 และเมื่อเดือนตุลาคมนี้ ก็ยังแจ้งโดยวาจาว่าจะไม่จัดงานในต้นปี 2567

แต่ทาง สมธ. มีจดหมายลงวันที่ 15 พ.ย. แจ้ง สนจ. ว่าจะจัดงานในวันที่ 30 มี.ค.67 และขอให้ สนจ. ไปร่วมประชุมและแถลงข่าวการจัดงานในวันที่ 28 พ.ย. คือ บอกล่วงหน้าแค่ 10 วัน ไม่มีการหารืออะไรกันก่อนเลย

ทาง สนจ. จึงได้ประชุมและสรุปว่าหากจัดงานบอลประเพณี วันที่ 30 มี.ค. 67 จะชนกับงานประจำปีของ สนจ. คืองานวันสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ 26 มี.ค. จึงตอบว่าไม่พร้อมร่วมจัดงาน

แต่คนที่ออกมาออกประกาศในสื่อ Social Media กลับกลายเป็น ชุมนุมเชียร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งไม่ใช่ผู้รับผิดชอบในการจัดงานบอลประเพณี และเขียนเหมือนกับ สนจ. เป็นต้นเหตุที่ทำให้งานเลื่อนออกไป อยากให้ สมธ. ออกมาชี้แจงให้ชัดเจน ทำไม พูดกลับไปกลับมา ทำไมแจ้ง สนจ. กะทันหัน อย่าให้น้อง ๆ ออกมาวุ่นวายเลย

หากนิสิต นักศึกษาทั้งสองสถาบัน อยากจะจัดเตะบอลเชื่อมความสัมพันธ์กัน ก็ทำได้ ไม่ต้องใช้ชื่อ งานบอลประเพณี ธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 75 หรอก (แต่อาจหาสปอนเซอร์ได้ไม่มาก)

“พวงเพ็ชร ชูรัฐบาลดิจิทัล” ทำรัฐ โปร่งใส รวดเร็ว เน้นออนไลน์ ตอบสนอง ประชาชน

วันนี้ (6 ธันวาคม 2566) เวลา 10.30 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจาก นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานมอบรางวัลรัฐบาลดิจิทัลประจำปี 2566 “Digital Government Awards 2023” แก่หน่วยงานภาครัฐที่มีการยกระดับองค์กรสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล จำนวนทั้งสิ้น 150 รางวัล โดยมี นายนพรัตน์ เมธาวีกุลชัย ประธานกรรมการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ดร.สุพจน์ เธียรวุฒิ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล และผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน 

การมอบ “รางวัลรัฐบาลดิจิทัล” จัดขึ้นโดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA เป็นส่วนหนึ่งของโครงการสำรวจระดับความพร้อมการเป็นรัฐบาลดิจิทัลของหน่วยงานภาครัฐ ว่า ปัจจุบันภาครัฐมีบริการดิจิทัลที่หลากหลายมิติครอบคลุมบริการประชาชนในทุกช่วงชีวิตหรือไม่ เป็นสิ่งสะท้อนการพัฒนาและแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั้น ตั้งใจที่ภาครัฐปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล ซึ่งปัจจุบันภาครัฐมีบริการดิจิทัลที่หลากหลายมิติครอบคลุมบริการประชาชนในทุกช่วงชีวิต อาทิ แพลตฟอร์มบริการกลางและบริการดิจิทัลเพื่อประชาชน  ซึ่งในปีนี้ได้แบ่งรางวัลเป็น 5 รางวัล ได้แก่ 1) รางวัลรัฐบาลดิจิทัล สำหรับหน่วยงานมีคะแนนความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลรวมสูงสุด 2) รางวัลเฉพาะด้านประจำปี ประกอบด้วย 3 รางวัลย่อย คือ รางวัลหน่วยงานคุณภาพด้านการใช้ธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ รางวัลหน่วยงานคุณภาพด้านการเปิดเผยข้อมูลผ่านศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐ และรางวัลหน่วยงานคุณภาพด้านบุคลากรดิจิทัล 3) รางวัลผู้นำองค์กรดิจิทัลดีเด่น 4) รางวัลพัฒนาการดีเด่น และ 5) รางวัลท้องถิ่นดิจิทัล

นางพวงเพ็ชร กล่าวชื่นชมหน่วยงานที่ได้รับรางวัล แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับการพัฒนาให้สอดรับกับการเป็นสังคมดิจิทัล ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบันที่ต้องปรับตัวตามความต้องการของประชาชน เพื่อให้การติดต่อกับภาครัฐเป็นเรื่องง่าย สร้างความมั่นใจต่อผู้รับบริการ สะดวก โปร่งใส รวดเร็ว และสามารถเข้าถึงได้จากทุกที่  ซึ่งรัฐบาลตระหนักดีว่าการบริหารงานและการให้บริการที่ตอบโจทย์ประชาชนอย่างทันท่วงทีถือเป็นความสำคัญลำดับแรก โดยต้องปรับปรุงการบริการออนไลน์ภาครัฐ เพื่อให้ประชาชนติดต่อได้ง่าย เข้าถึงข้อมูลได้สะดวก ทั้งสวัสดิการ บริการสาธารณะ และประโยชน์ต่างๆ ที่ประชาชนพึงได้รับ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top