Wednesday, 24 June 2026
NEWS FEED

“ผู้บัญชาการทหารเรือตรวจความพร้อมการจัดร้านกองทัพเรือ ในโอกาสครบรอบ ๑๐๐ ปี งานมหรสพรื่นเริงการกุศลที่สำคัญยิ่ง เพื่อหารายได้บำรุงสภากาชาดไทย ประจำปี 2566” 

พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือในฐานะประธานร้านกองทัพเรือ ในงานกาชาดประจำปี 2566 พร้อมด้วย คุณกีรตา พันธุ์เอี่ยม นายกสมาคมภริยาทหารเรือ  เดินทางมาตรวจเยี่ยมความพร้อมของร้านกองทัพเรือฯ โดยมี พล.ร.อ.สุวิน แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะประธานกรรมการอำนวยการ ร้านกองทัพเรือ ในงานกาชาดประจำปี 2566 และผู้เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ และนำตรวจความพร้อมของการเตรียมสถานที่ ณ สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร

ซึ่งในปี พ.ศ.2566 นี้ สภากาชาดไทยได้กำหนดกรอบการจัดงานโดยใช้ชื่อว่า “งานวันกาชาด ๑๐๐ ปี รื่นรมย์สุขฤดี ณ ที่แห่งการให้ #RedCrossFairCenturyOfCharity สื่อความหมายว่า ๑๐๐ ปี งานกาชาด นับเป็นศตวรรษแห่งการให้” ในรูปแบบย้อนยุค โดยในส่วนของกองทัพเรือ ได้ออกแบบร้านด้วยแนวคิด “ย้อนวันวานทะเลไทย ประชาชนภูมิใจ ทะเลไทยมั่นคง” ในบรรยากาศย้อนยุคของทะเลไทย และความร่วมสมัย ดำเนินการสร้างส่วนต่างๆ ตามแบบอาคารราชนาวิกสภาที่มีประวัติความเป็นมากว่า 100 ปี แสดงอัตลักษณ์ความเป็นทหารเรือ และยังมีการสร้างแบบจำลองเรือหลวงพระร่วงที่เป็นตัวแทนความรักความศรัทธาของประชาชนที่ร่วมบริจาคเงินในการจัดหาเรือให้กองทัพเรือ โดยการจัดร้าน และกิจกรรมสำคัญ ประกอบด้วย 

การแสดงดนตรีโดยกองดุริยางค์ทหารเรือที่ได้รับความสนใจจากประชาชนทุกปี  ร้านอาหารโดยกรมพลาธิการทหารเรือที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในรสชาติมาอย่างยาวนาน และพื้นที่แสดงนิทรรศการเรื่องราวของกองทัพเรือกับประชาชนโดยกรมกิจการพลเรือนทหารเรือ  นอกจากนี้ยังจัดให้มีการเล่นเกมส์ชิงโชคที่คัดสรรค์ของรางวัลอย่างพิถีพิถันจากกรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ การจำหน่ายสินค้าที่แสดงความเป็นชาวเรือและสินค้าจากร้านเกษตรนาวีจากกรมสวัสดิการทหารเรือ และยังมีการจำหน่ายสินค้าในรูปแบบออนไลน์อีกด้วย

สำหรับบริเวณพื้นที่สมาคมภริยาทหารเรือ จัดให้มีการจำหน่ายสินค้าในสไตล์ทหารเรือที่คัดเลือกอย่างตั้งใจทุกชิ้น การเล่นเกมส์ชิงโชคที่คงความสนุกสนาน และการจำหน่ายสลากบำรุงสภากาชาดไทย ประจำปี 2566 ซึ่งนอกจากการได้ทำบุญกับสภากาชาดแล้วยังมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลที่น่าสนใจอีกด้วย

กองทัพเรือขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน มาร่วมงานกาชาดประจำปีและร่วมแต่งกายย้อนยุค ย้อนวันวานในปีพิเศษนี้ และเชิญชวนเยี่ยมชมร้านกองทัพเรือ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกนายพร้อมให้การต้อนรับอย่างเต็มใจด้วยความเป็นชาวเรือ ในบรรยากาศที่แสนคลาสสิคของทหารเรือ โดยจะมีการจัดงาน ระหว่างวันที่ 8 - 18 ธ.ค.66 เป็นเวลา 11 วัน ณ สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร ระหว่างเวลา 11.00 - 22.00 น. 

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน 0909535645

#กองทัพเรือ #ROYALTHAINAVY 
#งานกาชาดประจำปี #RedCrossFairCenturyOfCharity

'นลินี ทวีสิน' พบทูตเยอรมนี เร่งเจรจา THAI-EU FTA เชิญชวนลงทุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า

นางนลินี ทวีสิน ผู้แทนการค้าไทย เปิดเผยภายหลังการหารือกับนายแอ็นสท์ ว็อล์ฟกัง ไรเซิลเอกอัครราชทูตราชสาธารณรัฐเยอรมนี ประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาว่า ทั้งสองฝ่ายต่างยินดีที่การเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย - สหภาพยุโรป (THAI-EU FTA) รอบแรกเริ่มต้นด้วยดี ซึ่ง FTA ฉบับดังกล่าวจะเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ สนับสนุนการจ้างงานของแรงงานไทย ตลอดจนสร้างแต้มต่อทางการแข่งขัน ในขณะเดียวกันก็จะเป็นโอกาสดีที่มาตรฐานและกฎระเบียบต่าง ๆ ของไทย ไม่ว่าจะเป็นด้านทรัพย์สินทางปัญญา สิทธิแรงงาน สิ่งแวดล้อม และความยั่งยืน จะถูกปรับปรุงให้มีความทันสมัยและเป็นสากลมากยิ่งขึ้น 

ผู้แทนการค้าไทยเสริมว่า จากความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศเยอรมนี ตนจึงได้ใช้โอกาส เชิญชวนให้บริษัทเยอรมนีมาลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะการผลิตและประกอบแบตเตอรี่ในไทย ซึ่งสอดคล้องกับแนวนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการจะดึงดูดอุตสาหกรรมสีเขียวในไทยเพิ่มเติม นอกจากนี้ ยังนับว่าเป็นโอกาสและข่าวดีที่เยอรมนีมีการจัดตั้งกองทุนภูมิอากาศสีเขียว ซึ่งมีพันธกิจในการสนับสนุนเงินทุนแก่โครงการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในประเทศที่กำลังพัฒนา ซึ่งล่าสุดทราบว่ากองทุนดังกล่าวได้สนับสนุนเงินกว่า 38 ล้านยูโรเพื่อส่งเสริมการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศในไทย

'แด๊ดดี้พิธา' โพสต์ภาพคู่ 'ตารางงาน-List เพลง' วง BABYMONSTER ด้านชาวเน็ตติง ไม่เหมาะสม ล่าสุดเจ้าตัวขอโทษ-ลบแล้ว

(6 ธ.ค.66) เพจ 'วันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร' ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพถึงกรณีที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้โพสต์ตารางงานศิลปินดัง ไว้ว่า...

#ทุกคนคะ ไม่ทันขาดคำ แด๊ดดี้สร้างเรื่องอีกแล้วค่ะ

โพสต์ภาพคู่ตารางงานและ List เพลง ของวงเบม่อน (Baby Monster) ที่เป็นความลับของค่าย YG ลงโซเชียล ล่าสุดลบแล้วค่า

ภายหลังจากเป็นกระแสวิจารณ์ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ (X) ระบุว่า…

“ต้องขอบคุณ YG Entertainment ที่ให้เวลาและความรู้กับผม และต้องขอโทษที่สื่อสารข้อมูลที่ผิดพลาดออกไป ตอนนี้ลบออกและขอโทษผู้บริหารและศิลปินโดยตรงแล้ว ต้องขออภัย YG ศิลปิน และ แฟนคลับ มา ณ ที่นี้ด้วยครับ”

สตม.บุกรวบสองหนุ่มแดนปลาดิบ ก่อเหตุลักทรัพย์ อยู่เกินอนุญาต พ่วงประวัติอาชญากรรมเพียบ

บก.ตม.1 จับกุม นายมาซาโอะ (นามสมมติ) อายุ 36 ปี สัญชาติญี่ปุ่น ในความผิดฐาน ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน และจับกุม นายซูซูกิ (นามสมมติ) อายุ 24 ปี สัญชาติญี่ปุ่น ในความผิดฐาน เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด ส่งพนักงานสอบสวน สน.คลองตัน ดำเนินคดีตามกฏหมาย

สืบเนื่องจาก บก.ตม.1 ได้สืบสวนหาข่าวกรณีบุคคลต่างด้าวที่มีพฤติกรรมเป็นภัยสังคม มีประวัติการก่ออาชญากรรม หรือมีส่วนพัวพันกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ จนกระทั่งทราบจากสายลับว่ามีกลุ่มชาวญี่ปุ่นกลุ่มหนึ่งซึ่งมีพฤติกรรมที่น่าเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรืออาชญากรรมประเภทอื่นๆ โดยมักจะเช่าบ้านอยู่รวมกันหลายๆ คน และเปลี่ยนที่พักไปเรื่อยๆ ใช้รถยนต์เป็นยานพาหนะที่จดทะเบียนในชื่อของบุคคลอื่น จึงได้ให้สายลับหาข้อมูลจนกระทั่งพบว่า กลุ่มดังกล่าวนี้ไปพักอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านหรูย่านพัฒนาการ โดยมีสมาชิก 4-5 คนผลัดเปลี่ยนกันเข้าๆออกในบ้านดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้สืบสวนหาข่าวเรื่อยมาจนทราบชื่อสมาชิกรายหนึ่งของกลุ่ม ได้แก่ นายมาซาโอะ เนื่องจากชุดสืบสวนได้ทราบข้อมูลจากสายลับว่า เมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมานายมาซาโอะได้ยึดโทรศัพท์ของแม่บ้านรายหนึ่งไว้ เนื่องจากไปพบคลิปวิดิโอและภาพถ่ายที่เป็นหลักฐานการกระทำความผิดของตนในบ้านหลังดังกล่าวหลายภาพ ซึ่งต่อมาผู้เสียหายได้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับนายมาซาโอะในความผิดฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืน จนกระทั่งพนักงานสอบสวน สน. คลองตัน ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาพระโขนงขออนุมัติหมายจับนายมาซาโอะ 

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ตม.1 ได้นำกำลังไปเฝ้าสังเกตการณ์ที่หมู่บ้านดังกล่าวจนได้ข้อมูลว่ามีบุคคลต่างด้าวสัญชาติญี่ปุ่น มีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ กำลังเล่นกับสุนัขอยู่ที่สวนหน้าบ้านหลังหนึ่ง จึงนำกำลังไปแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และได้แสดงสำเนาหมายจับให้ดู ผู้ถูกจับยืนยันว่าตนเองคือนายมาซาโอะ ตรวจสอบเอกสารหนังสือเดินทางพบว่า นายมาซาโอะเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเมื่อ 22 พ.ย. 66 ทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด้วยวีซ่าประเภท ผ.30 อนุญาตถึง 21 ธ.ค. 66 การอนุญาตยังไม่สิ้นสุด และยืนยันว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริงเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิ์ของผู้ถูกจับให้ทราบ นอกจากนี้ในบริเวณที่เกิดเหตุยังพบนาย ซูซูกิ (นามสมมติ) สัญชาติญี่ปุ่น อายุ 24 ปี เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเมื่อ 6 ต.ค. 66 ทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด้วยวีซ่าประเภท ผ.30 ครบกำหนดอนุญาต 4 พ.ย. 66 การอนุญาตสิ้นสุดแล้ว 24 วัน จึงได้จับกุม โดยกล่าวหา เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด นำตัวส่งพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

จากการประสานข้อมูลกับทางการญี่ปุ่น ทำให้ได้ทราบข้อมูลเชิงลึกว่า นายมาซาโอะ มีประวัติเกี่ยวพันคดีอาญาถึง 18 คดี เช่น คดียาเสพติด คดีทำร้ายร่างกาย และคดีอุกฉกรรจ์อื่นๆ โดยเป็นอดีตสมาชิกแก๊งองค์กรอาชญากรรมที่มีความเชื่อมโยงกับอดีตแก๊งยากูซ่า ส่วนนายซูซูกิผู้ถูกจับรายที่ 2 นั้นก็มีประวัติเกี่ยวพันคดีปล้นทรัพย์  โดยใช้กำลังประทุษร้ายที่ญี่ปุ่น จำนวนถึง 3 คดี สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่น ๆ ที่มีหมายจับ และการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระชนมพรรษา 60 พรรษา เลขที่ 904 หมู่ที่ 6 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จว.นนทบุรี 11120 หรือติดต่อตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดในพื้นที่ หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สตม.รวบหนุ่มออสซี่ ระดับแกนนำแก๊ง HELLS ANGELS ใช้หนังสือเดินทางผู้อื่นเข้าไทยพบพัวพัน  คดียาเสพติดและอาวุธปืนหลายคดี

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม.,  พล.ต.ต.ประพันธ์ศักดิ์ ประสานสุข ผบก.สส.สตม.,พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รอง ผบก.สส.สตม., 

พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง รอง ผบก.สส.ภ.7 ปฏิบัติราชการ บก.สส.สตม., พ.ต.อ.ระพีพัฒน์ อุตสาหะ รอง ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.พิสิษฐ์ ศรีอ่อน ผกก.2 บก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัฐพงษ์ แก้วยอด ผกก.4 บก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม., พ.ต.อ.กาจภณ ปฐมัง ผกก.สส.บก.ตม.1 ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ ดังนี้

1. สตม.รวบหนุ่มออสซี่ ระดับแกนนำแก๊ง HELLS ANGELS ใช้หนังสือเดินทางผู้อื่นเข้าไทยพบพัวพันคดียาเสพติดและอาวุธปืนหลายคดีและประวัติอาชญากรรมเพียบ บก.สส.สตม. จับกุม MR.ELICES หรือเอเลียส (นามสมมติ) อายุ 31 ปี สัญชาติออสเตรเลีย ในความผิดฐานใช้หนังสือเดินทางของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ส่งพนักงานสอบสวน บก.สส.สตม. ดำเนินคดีตามกฏหมาย

สืบเนื่องจาก บก.สส.สตม. ได้สืบทราบว่ามีบุคคลสัญชาติออสเตรเลีย ได้ใช้หนังสือเดินทางของคนต่างชาติ สัญชาติอิตาลี เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้ทำการประสานงานกับทางสถานทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทยและได้ร่วมทำการสืบสวน โดยพบว่า ได้มีชาย สัญชาติออสเตรเลีย ชื่อ นายเอเลียส สัญชาติออสเตรเลีย ได้ใช้หนังสือเดินทางประเทศอิตาลี ชื่อ MR.GJINI เช่าเครื่องบินส่วนบุคคลเดินทางเข้ามาที่ประเทศไทย โดยทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้นำฐานข้อมูลลายพิมพ์นิ้วมือของบุคคลที่ใช้หนังสือเดินทางประเทศอิตาลี ชื่อ MR.GJINI ส่งเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลประเทศออสเตรเลีย พบว่าลายพิมพ์นิ้วมือ นั้นตรงกับบุคคลที่ชื่อ นายเอเลียส และจากการตรวจสอบรูปภาพในระบบสารสนเทศ ตม. พบว่าบุคคลที่ใช้หนังสือเดินทางของประเทศอิตาลี ชื่อ MR.GJINI คือ นายเอเลียส จริง โดยได้เดินทางเข้าประเทศไทย ด้วยวีซ่าประเภท ผ.30 ซึ่งเป็นวีซ่านักท่องเที่ยวที่สามารถอยู่ในประเทศไทยได้ไม่เกิน 30 วัน อีกทั้งนายเอเลียส ยังเป็นผู้ต้องหารายสำคัญของประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นแกนนำของแก๊ง HELLS ANGELS ที่เป็นเครือข่ายจำหน่ายยาเสพติด ลักลอบนำเข้ายาเสพติดและอาวุธปืนโดยมีหมายจับที่เป็นการกระทำความผิดจำนวน 38 กระทง โดยเป็นความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนจำนวน 36 กระทง ความผิดเกี่ยวกับการนำเข้ายาเสพติดเมทแอมเฟตามีน จำนวน 14 กิโลกรัม จำนวน 1 กระทง และมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ จำนวน 1 กระทง อีกทั้งยังมีประวัติอาชญากรรมเกี่ยวกับการทำร้ายเจ้าหน้าที่และการปล้นทรัพย์ด้วย
ชุดสืบสวนได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า นายเอเลียส ได้หลบหนีไปพักอาศัยอยู่ที่คอนโดหรูแห่งหนึ่งย่านทองหล่อ จึงได้นำกำลังและเข้าทำการตรวจสอบพบ นายเอเลียส และจากการตรวจสอบห้องพัก พบหนังสือเดินทางประเทศออสเตรเลียของ นายเอเลียส และพบหนังสือเดินทางประเทศอิตาลี ของ MR.GJINI สอบถาม นายเอเลียส ยอมรับว่าได้หลบหนีออกมาจากประเทศออสเตรเลียจริง โดยได้ใช้หนังสือเดินทางของของ MR.GJINI เข้ามาที่ประเทศไทยและเคยยื่นขอต่อการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทย หลังจากนั้นทราบว่าทางตำรวจประเทศออสเตรเลียได้ทำการประสานกับทางตำรวจตรวจคนเข้าเมืองประเทศไทย จึงได้พยายามหลบหนีมาโดยตลอด เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อหาและสิทธิตามกฎหมายให้ทราบ นำตัวส่ง พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

‘นายกฯ’ สั่งคมนาคมเร่งดูแลผู้ประสบเหตุรถทัวร์มรณะ หลังเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ข้างทาง คร่าชีวิต 16 ศพ

(6 ธ.ค.66) นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต กรณีเหตุรถทัวร์โดยสารประจำทางสายกรุงเทพฯ-นาทวี ประสบอุบัติเหตุเสียหลักตกไหล่ทางชนต้นไม้ริมถนนเพชรเกษม หน้าอุทยานแห่งชาติหาดวนกร หมู่ที่ 7 ตำบลห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 14 รายและที่โรงพยาบาล 2 ราย 

นางรัดเกล้า ยังระบุว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับความปลอดภัยบนท้องถนนมาโดยตลอดไม่ว่าจะช่วงเทศกาลหรือไม่ใช่ช่วงเทศกาลจะมีการรณรงค์เรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียขึ้น ขณะเดียวกันกระทรวงคมนาคมยังมีมาตรการคุมเข้มอุบัติเหตุช่วงเทศกาลเพื่อ ‘ลดตาย’ ในส่วนของรถโดยสาร 2 ชั้น ได้เปิดจดทะเบียนรถโดยสารสาธารณะ 2 ชั้นแล้วที่ต้องมีความสูงไม่เกิน 4 เมตร จากเดิมไม่เกิน 4.3 เมตร แต่รถทัวร์ 2 ชั้นในระบบจดทะเบียนวิ่งให้บริการได้เหมือนเดิม พร้อมบังคับติดตั้งระบบจีพีเอส เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมผู้ขับรถ ปรับปรุงสภาพรถ ซ่อมตัวถังรถ ต้องปรับระดับความสูงของรถเหลือไม่เกิน 4 เมตร ซึ่งจะมีอายุการใช้งานไปอีกประมาณ 4-5 ปี และจะปิดตำนานรถ 2 ชั้นในเมืองไทย

"นายกรัฐมนตรี ขอให้กระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และอำนวยความสะดวกกับผู้ประสบเหตุและญาติ ดังนั้นจะเห็นว่ารัฐบาลเอาจริงเอาจังกับความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างมาก มีการรณรงค์ในทุกเทศกาล เพื่อลดความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้น" นางรัดเล้า กล่าว

นางรัดเกล้า ยังกล่าวชื่นชมประชาชนในที่เกิดเหตุที่ให้ความช่วยเหลือ ด้วยการเปิดห้องพักในระแวกนั้นให้ญาติผู้ประสบเหตุที่มาติดต่อรับศพ หรือมาเยี่ยมผู้บาดเจ็บได้พักครอบครัวละ 1 ห้องฟรี เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อน และขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่เข้าช่วยเหลือ

สื่อมวลชนไทย-มาเลเซีย-อินโดนีเซีย พร้อมเป็นตัวกลางผสานความร่วมมือ ผลักดันความเชื่อมโยงในทุกมิติ เพื่อกระตุ้นเขตเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ (IMT-GT) ให้แนบแน่น

เมื่อเร็วๆนี้ ที่ ห้องประชุมโรงแรมบีพี แกรนด์ทาวเวอร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายมาหะมะพีสกรี วาแม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ให้การต้อนรับผู้เข้าร่วมงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “ความร่วมมือและการพัฒนาการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ IMT-GT โดยมีนายนาวาเอก จักรพงษ์ อภิมหาธรรม ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาฝ่ายพลเรือน เป็นประธานการประชุม นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย กล่าวรายงาน พร้อมด้วยคณะสื่อมวลชน ผู้ประกอบการท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซีย และสื่อไทยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าร่วม

นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย กล่าวว่า สมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย ได้ดำเนินงานสร้างความสัมพันธ์กับสื่อมวลชนของประเทศมาเลเซียและประเทศอินโดนีเซียมาอย่างยาวนาน ทางสมาคมจึงได้จัดโครงการสานสัมพันธ์สื่อมวลชนและผู้ประกอบการท่องเที่ยวคาบสมุทรมลายู ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 27 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 3 ธันวาคม 2566 เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มนักท่องเที่ยวมาเลเซียและอินโดนีเซีย โดยเฉพาะเขตพัฒนาเศรษฐกิจ IMTGT เชื่อมสัมพันธ์และกระชับมิตรระหว่างสื่อมวลชนมาเลเซีย อินโดนีเซีย และสื่อมวลชนไทยในพื้นที่ จชต. และแลกเปลี่ยนแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “ความร่วมมือและการพัฒนาการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในเขตพื้นที่เศรษฐกิจ IMT-GT” โดยมี Mr. Suargana Pringganu กงสุลใหญ่อินโดนีเซีย ประจำจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย Mr. Ahmad Fahmi Ahmad Sarkawi กงสุลใหญ่มาเลเซีย ประจำจังหวัดสงขลา , ดาโตะฮัจยี โมฮัมมัด ซาและฮ์ ไซดิน ผู้อำนวยการการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และผู้ประกอบการ รัฐเคดาห์ , ผู้แทนแทนนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา, ดร.สิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา, นายสมพล ชีววัฒนาพงศ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา และ น.ส.อัยดา กูเจะ นายกสมาคมการค้าการท่องเที่ยวฮาลาลไทย-อาเซียน

ขณะที่ นาวาเอก จักรพงษ์ อภิมหาธรรม ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาฝ่ายพลเรือน ศอ.บต. กล่าวว่า จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ที่มีลักษณะเฉพาะแตกต่างจากภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศไทย โดยประชากรมากกว่าร้อยละ 80 นับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งรัฐบาลไทยได้ตระหนักถึงความพิเศษของวิถีชีวิต และความศรัทธาของผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามในพื้นที่ จึงได้จัดให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่พิเศษ และมีนโยบายการพัฒนาที่ตอบสนองต่อวิถีชีวิต และความต้องการของประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนมีสิทธิและเสรีภาพในการดำเนินชีวิตตามอัตลักษณ์และความเชื่อของตนเอง

นอกจากนั้น วานนี้ (1 ธ.ค.) ทาง ศอ.บต. ยังได้เปิดเวทีให้ผู้ประกอบการไทยในพื้นที่ จชต. ได้จัดแสดงสินค้า พร้อมจับคู่ธุรกิจ Business Matching คู่ค้าจากประเทศมาเลเซีย และสิงคโปร์ ในมหกรรมเชื่อมสัมพันธ์ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและการศึกษาระหว่างประเทศ คาบสมุทรมลายูภาคใต้ฯ ณ โรงแรมคริสตัลหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ร่วมปาฐกถาพิเศษ "ทิศทางการพัฒนา จชต."

อีกทั้งงานดังกล่าว ยังเป็นการเปิดตลาดสินค้าบริการฮาลาลของ จชต. ให้สามารถกระจายสินค้าได้ทั้งใน และต่างประเทศ ส่งเสริมความสัมพันธ์ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการศึกษา ระหว่างคาบสมุทรมลายูภาคใต้ อนุภูมิภาคไทย-มาเลเซีย-สิงคโปร์ พร้อมสร้างการรับรู้ และความเข้าใจต่อทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจ ตามระเบียงเศรษฐกิจฮาลาล จชต. แนวทางยุทธศาสตร์และนโยบายการพัฒนาพื้นที่ของรัฐบาล

นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา

'วิชัย ทองแตง' เปิดมุมมองรักษ์โลก 'ธรรมดาๆ' ที่ 'ไม่ธรรมดา' พกพา 'ถุง' จาก 'กระดาษ' เหลือใช้ พับติดตัวไว้ใช้อเนกประสงค์

(6 ธ.ค. 66) ช่อง ‘godfatherofstartup’ ในติ๊กต็อกได้เผยแพร่มุมมองของ ‘วิชัย ทองแตง' เกี่ยวกับเรื่องการใช้ ‘กระดาษ’ เหลือใช้ นำมาพับเป็นถุงและพกติดตัวไปด้วยทุกที่ โดยมีใจความว่า..

“ความธรรมดาของคุณวิชัย คือการเก็บกระดาษที่ไม่ใช้แล้ว เราทำธุรกิจเยอะ กระดาษที่เหลือใช้เยอะมาก จึงนำมาพับเป็นถุงทั่วไป ถ้าหากเป็นกระดาษที่ใช้ไปแล้วหน้าเดียว ก็จะนำมาจดบันทึกต่อ เวลาเดินทางไปต่างประเทศ กระดาษพวกนี้ก็เดินทางไปด้วย ไซซ์เล็กคือค้างคืนเดียว ไซซ์ใหญ่ก็ค้างสองคืนขึ้นไป

ปกตินักเล่นหุ้นจะได้รับเอกสาร (ซองกระดาษสีน้ำดาล) บ่อย ผมก็ได้รับ และที่บ้านผมก็เอามาทำถุงกระดาษนะ

ลูกชายคนเล็กของผม เปิดร้านกาแฟ และเขาก็ใส่ใจเรื่องออแกนิกมาก ถุงที่ใช้ของก็คือ…ถุงจากตลาดหลักทรัพย์ครับ”

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลง ตำรวจ ปส. จับเครือข่าย ภาคเหนือ พบซุกยาบ้า 10 ล้านเม็ด หลังใช้กล้วยน้ำว้าวางอำพรางท้ายกระบะ

ตามนโยบายการปราบปรามยาเสพติดของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เน้นการใช้ทุกมาตรการทางกฎหมายเพื่อทำลายเครือข่ายยาเสพติด และยึดทรัพย์ที่ได้มาจากการค้ายาเสพติด ประกอบกับนโยบายของ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่เดินหน้าปราบปรามผู้มีอิทธิพลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ด้าน พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร(ผอ.ศอ.ปส.ตร.)กำหนดนโยบายหลักในการสืบสวนปราบปรามทำลายเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ให้สิ้นซาก  

ล่าสุด วันนี้ 6 ธ.ค.66 เวลา 10.00 น.นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย พร้อมด้วย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.สำราญ นาลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส., พล.ต.ท.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย ผบช.ปส., พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว, พล.ต.ต.ออมสิน ตรารุ่งเรือง, พล.ต.ต.พลัฎฐ์ วิเศษสิงห์ รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต. ธนรัชน์ สอนกล้าผบก.ปส.2, พล.ต.ต.อดิศ เจริญสวัสดิ์ ผบก.ปส.3, พล.ต.ต.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ ผบก.ปส.4, พล.ต.ต.อิทธิพล จันทร์ศรีบุตร ผบก.ขส. และ พล.ต.ต.วิทัศน์ บริรักษ์ ผบก.สกส, ผู้แทนจาก กอ.รมน., สำนักงาน ป.ป.ส. และ พ.อ.สุพจน์ สวาคฆพรรณ ผบ.ขกท.ศปก.นสศ. อนุกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินการป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพล ร่วมกันแถลงผลการปราบปรามเครือข่ายค้ายาเสพติดรายนี้ ได้ผู้ต้องหา 5 ราย และยึดยาบ้าได้ 10 ล้านเม็ด 

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 พ.ย.66 บช.ปส. โดย กก.2 บก.ปส.3 และ บก.ขส.พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ นปส.ขกท.ศปก.ทบ.(ขกท.ศปก.นสศ.) ได้ร่วมกันสืบสวนติดตามพฤติกรรมเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือ พบว่าจะใช้รถกระบะลักษณะตีคอก ก 13XX (ป้ายแดง) กำแพงเพชร และ รถกระบะอีซูซุ ยX 81XX เชียงใหม่ ลำเลียงยาเสพติดจาก จว.เชียงใหม่ ลงไปยังพื้นที่ จว.พระนครศรีอยุธยา โดยอำพรางด้วยพืชผลทางการเกษตร ต่อมาได้พบความเคลื่อนไหวของเครือข่ายขับรถกระบะ ก 13XX (ป้ายแดง) กำแพงเพชร เข้าไปรับ ยาเสพติดบริเวณ ต.แม่นะ อ.เชียงดาว จว.เชียงใหม่ จากนั้นได้มุ่งหน้าสู่พื้นที่ภาคกลาง โดยมีรถยนต์อีซูซุ ยX 81XX เชียงใหม่ ขับนำทางและนำมาจอดทิ้งไว้ที่บริเวณหน้าปั๊มน้ำมัน ปตท.วังน้อย จว.พระนครศรีอยุธยา จากนั้นมี รถเก๋งฮอนด้า ญX 28XX กรุงเทพ ขับรถมาจอดที่หน้ารถกระบะ ก 13XX(ป้ายแดง) กำแพงเพชร แล้วมีคนลง จากรถเก๋งแล้วขึ้นไปขับรถกระบะลักษณะตีคอกฯออกไป โดยมีรถเก๋งขับนำทางไป ต่อมาพบรถกระบะ ก 13XX (ป้ายแดง) กำแพงเพชร ขับมาจอดภายในซอยหมู่บ้านฉัตรนคร แขวง/เขตประเวศ กรุงเทพฯ ตำรวจชุดจับกุมจึงแสดงตัวขอตรวจค้น จากการตรวจค้นรถกระบะลักษณะตีคอก พบมีการใช้กล้วยน้ำว้าจำนวนมาก มาวางปิดทับซุกซ่อนกระสอบบรรจุยาบ้า จำนวนประมาณ 10 ล้านเม็ด จึงจับกุมผู้ต้องหาซึ่งทำหน้าที่ขับรถบรรทุกยาเสพติด และรถนำทั้งหมด จำนวน 5 คน พร้อมรถยนต์ 3 คัน ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

พล.ต.ท.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย ผบช.ปส. เผยว่า ภายใต้แผน “ตามล่า 100 เครือข่าย” ในคดีนี้พบว่าผู้ต้องหาเครือข่ายนี้มีการรับยาเสพติดจากในพื้นที่ อ.เชียงดาว จว.เชียงใหม่ โดยใช้รถยนต์กระบะลักษณะตีคอกและใช้กล้วยซึ่งเป็นผลผลิตการเกษตรของชาวเขาตามแนวชายแดนปิดทับซ่อนไว้ เช่นเดียวกับการจับกุมเมื่อก่อนหน้า ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา ตำรวจ บก.สกส.บช.ปส. จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมยาบ้าจำนวน 13.4 ล้านเม็ด ที่ด่านตรวจ จว.ชุมพร ซึ่งใช้รถกระบะมีคอกใช้กล้วยปิดทับและมีการรับยาบ้ามาจากพื้นที่ อ.เชียงดาว จว.เชียงใหม่เช่นกัน สำหรับ อ.เชียงดาว เป็นหนึ่งใน 5 อำเภอ ตามแนวชายแดนของ จว.เชียงใหม่ที่พบการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเป็นประจำ ตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) จะสืบสวนขยายผล เพื่อดำเนินคดีและยึดทรัพย์ผู้สั่งการ

ทั้งสองคดีนี้ให้ได้โดยเร็วและจะดำเนินการสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดที่พื้นที่ชายแดนอย่างจริงจังโดยจะร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยใช้มาตรการปราบปรามทางกฎหมาย โดยเฉพาะในพื้นที่เร่งด่วนตามมาตรา 5 (10) ของประมวลกฎหมายยาเสพติด ซึ่งกำหนดสถานะของพื้นที่ชายแดนที่มีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ในพื้นที่ชายแดน  15 อำเภอ 3 จังหวัด ได้แก่ 6 อำเภอ ของจังหวัดเชียงราย 5 อำเภอของจังหวัดเชียงใหม่ และ 4 อำเภอของ จว.นครพนม โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้ามาภายในประเทศ ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลในการสกัดกั้นตามแนวชายแดน

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย เผยว่า กระทรวงมหาดไทยมีนโยบายปราบปรามผู้มีอิทธิพลในทุกพื้นที่ โดยพบว่าผู้มีอิทธิพลส่วนมากมีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ที่ต้องดำเนินการปราบปรามโดยเร่งด่วน ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือ ของทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและกลไกในระดับพื้นที่ กระทรวงมหาดไทย ได้เปิดปฏิบัติการ(Kick Off) ปราบปรามผู้มีอิทธิพล เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 66 ที่ผ่านมานี้ ซึ่งการจับกุมในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จหนึ่งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องทำงานร่วมกัน “แยกปลาแยกน้ำ”ระหว่างผู้เสพผู้ค้า ดำเนินการปราบปรามผู้ค้า ผู้มีอิทธิพลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดอย่างจริงจัง เพื่อเป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง

สำหรับเดือน พฤศจิกายน 2566 ตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ได้จับกุมขบวนการค้ายาเสพติด รายสำคัญ  21 คดี ผู้ต้องหา 42 คน ของกลาง ยาบ้า 36,351,455 เม็ด, ไอซ์ 125.84 กก. เฮโรอีน 11.87 กก., โคเคน 3.229 กก. และตรวจยึดทรัพย์ ไว้ตรวจสอบมูลค่าประมาณ 24,680,000 ล้านบาท

'ซิโก้' ปลื้ม!! ได้รับเกียรติบัตรพระราชทาน 'พ่อตัวอย่างแห่งชาติ' ประจำปี 2566 เผย!! เป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจที่ไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาสได้รับในชีวิตนี้

(6 ธ.ค. 66) เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หรือ ซิโก้ อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย ในตำแหน่งกองหน้าปัจจุบันเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนให้กับฮองอันยาลาย ในวีลีกของประเทศเวียดนาม ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ‘Kiatisuk Senamuang’ เนื่องในโอกาสได้รับเกียรติบัตรพระราชทาน ‘พ่อตัวอย่างแห่งชาติ’ ประจำปี 2566 ระบุว่า…

“เกียรติบัตรพระราชทาน ‘พ่อตัวอย่างแห่งชาติ’ ประจำปี 2566 คือรางวัลแห่งความภาคภูมิใจที่ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีโอกาสได้รับพระราชทานในชีวิตนี้ 🙏 และเนื่องจากภารกิจหน้าที่ในประเทศเวียดนามจึงไม่สามารถเดินทางกลับไปประเทศไทยได้ ผมขอเก็บความภูมิใจนี้ไว้ตลอดไป 🙏❤️ และขอขอบคุณ เจ้าหน้าที่ สต๊าฟโค้ช ทีมสโมสรฮองอันยาลาย ที่ได้ร่วมแสดงความยินดีในวันพ่อแห่งชาตินี้ครับ 🙏
#วันพ่อแห่งชาติ #พ่อตัวอย่างแห่งชาติ2566 #Carabao #คาราบาว #HAGL #zicohagl  #เกียรติศักดิ์เสนาเมือง #kiatisuk #coachzico #ทีมซิโก้ #โค้ชซิโก้ #ซิโก้”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top