Wednesday, 24 June 2026
NEWS FEED

'อดีตทูตนริศโรจน์' โพสต์!! ส่วนตัวไม่ขัดสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึง ช่วย 'อำนวยความสะดวก-ดูแลจราจรมนุษย์-ธรรมชาติไม่เสื่อม'

(4 ธ.ค.66) นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก Fuangrabil Narisroj ว่า...

โดยส่วนตัวผมเห็นด้วยกับการสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึงครับ ด้วยเหตุผล...

1.กระเช้าไม่ได้ทำลายธรรมชาติ ต้นไม้ก็ยังขึ้นได้ด้านล่าง ยกเว้นแค่ที่ตั้งเสาเท่านั้น National Park ในต่างประเทศเขามีมานานแล้ว

2.ข้างบนภูกระดึงมีชุมชน มีคนอาศัย มีสำนักสงฆ์ ที่ต้องการเดินทางโดยสะดวก

3.การมีกระเช้าสามารถควบคุมการบริหารจัดการจำนวนคนได้ดีกว่าปล่อยให้เดินขึ้นไปแบบสะเปะสะปะ แบบควบคุมไม่ได้

4.กรณีมีเหตุฉุกเฉินที่ต้องขนย้ายคนก็สามารถทำได้รวดเร็วกว่า

5.ถ้ามีรถกระเช้าขนส่งสิ่งของเหลือใช้ / ขยะก็สามารถขนย้ายระบายนำมาฝังกลบ / กำจัดด้านล่างได้แทนที่จะทิ้งบนยอดภู

'หมอปลาย' เตือน 3 วันก่อนปีใหม่ 2567 มีเหตุที่ต้องระวังให้ดี ส่วนปีหน้ามีเรื่องใหญ่

(4 ธ.ค.66) เฟซบุ๊ก 'ตีสิบเดย์ At Ten Day' เผยคลิปวิดีโอ สัมภาษณ์ หมอปลาย พรายกระซิบ ซึ่งมีการเปิดคำทำนายในรายการตีสิบเดย์ เมื่อถามถึงคืนปีใหม่จะมีอะไรไหม หลังปีใหม่ ปีหน้าจะมีอะไร

หมอปราย ระบุว่า "ให้ระวังดีกว่า อย่างแรกช่วงก่อนวันที่ 1 วันเลขคู่ ประมาณ 28-29-30 ทั้ง 3 วันนี้ จะมีเหตุเรื่องเกี่ยวกับเวที หรือเครื่องเสียงที่มีปัญหา และมีคนเจ็บ เน้นเรื่องไฟฟ้าลัดวงจร...

"สำหรับในประเทศจะมีเรื่องเปลวไฟ ไฟไหม้ แต่เป็นเขตปริมณฑลมากกว่า ไม่ใช่ในกรุงเทพฯ เป็นเรื่องของโรงงาน หรือสถานที่เก็บของที่เป็นเชื้อไฟ จะมีเรื่องไฟเป็นหลักก่อนที่จะเข้าปีหน้า"

เมื่อถามถึงปีหน้า (2567) ทั้งปี หมอปลาย ตอบว่า "ปีหน้าเรื่องใหญ่ หลังมกราคมจะมีการเปลี่ยนแปลงเยอะมากๆ อะไรที่เกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บ ของที่มาจากของมีปีก ของบินได้ อะไรมีปีกเป็นสิ่งที่ค่อนข้างอันตรายเกือบทั้งหมด ระวังเรื่องเชื้อโรค ถ้าหลังจากนี้มีวัคซีนใหม่ต้องฉีด"

'มาดามแป้ง' พร้อมนั่งประมุขบอลไทย หลัง 60 สโมสรไทยลีกหนุน ลั่น!! อำลาประธานท่าเรือ 25 ธ.ค.นี้ เพื่อขจัดเสียงวิจารณ์

(4 ธ.ค.66) 'มาดามแป้ง' นวลพรรณ ล่ำซำ ได้แถลงข่าวเปิดตัวทีมสภากรรมการ เพื่อลงสมัครตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย โดยมี เนวิน ชิดชอบ นั่งแท่นที่ปรึกษา

อุปนายกสมาคมฯ ประกอบด้วย 'บอสปิ๊ป' ปวิณ ภิรมย์ภักดี ประธานสโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด, วิลักษณ์ โหลทอง ประธานสโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด, อรรณพ สิงห์โตทอง รองประธานสโมสรชลบุรี เอฟซี, 'บิ๊กป๋อม' อดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ อุปนายกสมาคม ฝ่ายฟุตซอล, 'อ.หรั่ง' ชาญวิทย์ ผลชีวิน อดีตกุนซือทีมชาติไทย

กรรมการกลาง 'บิ๊กฮั่น' มิตติ ติยะไพรัช ประธานสโมสรลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด, 'เสี่ยรุท' อนุรุทธิ์ นาคาศัย ตัวแทนจากชัยนาท ฮอร์นบิล, ประมูลชัย นพสุวรรณวงศ์ จากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, 'นายกเกียร์' ทรงเกียรติ ลิ้มอนุรักษ์ ประธานสโมสรพีที ประจวบ เอฟซี, 'เสี่ยฟลุ๊ค' ธนวัชร์ นิติกาญจนา ประธานสโมสร 'ราชันมังกร' ราชบุรี เอฟซี, 'มาดามจอย' กฤษยา ภู่มงคลสุริยา รองประธานสโมสรหนองบัว พิชญ เอฟซี, พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผช.ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, น.ท.นพ.พรเทพ ม้ามณี ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์การกีฬาและออกกำลังกายกรุงเทพ (BASEM) โรงพยาบาลกรุงเทพ ในฐานะแพทย์ประจำทีมกีฬาไทย, เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ส.ส.พรรคเพื่อไทย, พ.ต.ท.หม่อมหลวง กิติบดี ประวิตร จากสโมสรราชประชา, กุดั่น สุขุมานนท์ และ 'เดอะตุ๊ก' ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน อดีตกองหน้าทีมชาติไทย

โดย 'มาดามแป้ง' กล่าวว่า “ที่ผ่านมาจะเห็นสมาคมฟุตบอลแบ่งคนละฝั่ง แต่วันนี้จะเห็นทุกคนในวงการฟุตบอลมาร่วมมือกัน ไม่มีการแบ่งฝ่าย ทุกคนพร้อมทำงานร่วมกัน ขณะนี้มีสโมสรที่รับรองตนเองเป็นนายกสมาคมกว่า 60 สโมสรแล้ว และจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด แม้ว่าตนเองจะเป็นผู้หญิง แต่การที่อยู่ในวงการฟุตบอลมา 16 ปี แสดงให้เห็นแล้วว่าตัวเองรักในวงการฟุตบอล”

“ส่วนการที่แป้งยังนั่งเป็นประธานสโมสรการท่าเรือ แป้งจะลงจากตำแหน่งประธานท่าเรือ ในวันที่ 25 ธันวาคม เพื่อขจัดเสียงวิจารณ์ต่าง ๆ ที่จะตามมา”

“หลังจากนี้จะเดินทางไปแจงนโยบายกับสโมสรต่าง ๆ และจะเดินทางไปพบกับทุกทีม วันที่ 6 ธันวาคม จะไปยื่นสมัครนายก หากได้ตำแหน่งเรื่องแรกที่จะแก้ไขก็คือ เรื่องสิทธิประโยชน์คงจะมีการพูดคุยกันใหม่ เพราะที่ผ่านมาเงินมาจากลิขสิทธิ์ถ่ายทอด และคงจะแก้ปัญหานี้เป็นเรื่องแรก”

เริ่มแล้วประชุมครม.สัญจรหนองบัวลำภูโมเดล "นายกเศรษฐา" เล็งจัดงบประมาณซอฟพาวเวอร์ 5,164 ล้านบาท

วันที่ 4 ธันวาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่โรงแรมณัฐพงษ์ แกรนด์ จ.หนองบัวลำภู สถานที่ประชุมครม.สัญจร ครั้งที่ 1 "หนองบัวลำภูโมเดล"  3 ก. แก้จน แก้ยาเสพติด และแก้สารเคมี  โดยมีนักการเมือง ส่วนราชการ เดินทางมาร่วมงานจำนวนมาก ท่ามกลางความสนใจของประชาชน ที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่บริเวณรอบนอก ขณะที่ผู้ประกอบการสินค้าโอทอปในพื้นที่ จ.หนองบัวลำภู โดยเฉพาะกลุ่มอาชีพผู้ผลิต และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผ้าฝ้าย ผ้าไหม ที่ได้จากภูมิปัญญาและเป็นชิ้นงานหัตถกรรมที่ชึ้นชื่อ หลายแบรนด์  ต่างนำผลิตภัณฑ์ มาจัดบูธแสดง และจำหน่าย บรรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก

ทั้งนี้ บริเวณสถานที่จัดประชุม ครม.สัญจร ครั้งที่ 1 เป็นครั้งแรกในภูมิภาคอีสานตอนบน หรือกลุ่มจังหวัด "สบายดี" ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน คือ เลย อุดรธานี หนองคาย และหนองบัวลำภู โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยทุกหน่วยงาน ทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบ  ตรึงกำลังอารักขาเข้มข้น บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย 

ทั้งนี้ สำหรับการประชุม ครม.สัญจรครั้งที่ 1 นี้ ฝ่ายดำเนินการประชุมได้ออกแบบให้นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงการคลัง   พร้อมคณะ สวมเสื้อ ครม.สัญจร สีชมพู "ลายขอ" ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการตัดเย็บจากผ้าลายบัวลุ่มภู ของดีขึ้นชื่อของกลุ่มผู้ผลิต จ.หนองบัวลำภู เพื่อแสดงอัตลักษณ์ และประชาสัมพันธ์ของดีที่โดดเด่น ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากยิ่งขึ้น 
สำหรับวาระการประชุม ครม.สัญจร ครั้งนี้ มีวาระสำคัญคือ เปิดโอกาสให้แต่ละจังหวัด เสนอโครงการเพื่อขออนุมัติงบประมาณจังหวัดเพิ่มอีกจังหวัดละ 100 ล้านบาท เพื่อนำไปแก้ไขปัญหาด้านการท่องเที่ยว ด้านยาเสพติด แก้ปัญหาทางการเกษตร การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม รวมทั้งผลักดันให้ จ.หนองบัวลำภู เข้าร่วมในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือด้วย
โดยหลังการประชุมครม.สัญจร ซึ่งใช้เวลาประมาณ 3 ชม. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการคลัง ยืนยันว่า ในส่วนโครงการซอฟพาวเวอร์ที่กำลังขับเคลื่อนนั้น  จะใช้งบประมาณดำเนินการจำนวน 5,164 ล้านบาท ให้คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ และต้องเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนมากที่สุด

"ขณะที่ความคืบหน้าโครงการดิจิทัลวอลเลตนั้น จะมีการส่งเรื่องถึงคณะกรรมการกฤษฎีกาภายในสิ้นเดือนนี้" นายเศรษฐากล่าวในที่สุด

ไทย สมายล์ บัส มอบหมวกกันน็อค ในกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ ปี 2566

วันที่ 4 ธันวาคม 2566 

คุณกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด ประธานกิตติมศักดิ์ มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ พร้อมด้วย
นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์  และ ทีมงานมวลชนสัมพันธ์ (CSR) ไทย สมายล์ บัส 

ได้ร่วมกับศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน (ศอญ.) กระทรวงแรงงาน และหน่วยงานต่างๆ จัดกิจกรรมจิตอาสา แจกหมวกกันน็อค  ในนามของ บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด 
เพื่อสนับสนุนงานด้านจราจรและความปลอดภัย เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2566 ณ วัดปากน้ำภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร

ซึ่งบรรยากาศของการจัดกิจกรรมจิตอาสาในจุดนี้มีพี่น้องประชาชน นักเรียน นักศึกษา เจ้าหน้าที่จากภาคส่วนต่างๆ และชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงต่างให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก

อีอีซี ชูศักยภาพพลังคนรุ่นใหม่ ร่วมโครงการ “อีอีซี สแควร์” เดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมดูแลสิ่งแวดล้อมและชุมชน พร้อมผนึกกำลังทุกภาคส่วนผลักดันสร้างโอกาสขยายผลโครงการจริง

​เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 นางธัญรัตน์ อินทร รองเลขาธิการสายงานพื้นที่และชุมชน สกพอ. หรือ อีอีซี เป็นประธานพร้อมมอบรางวัลในงานประกาศรางวัลโครงการ อีอีซี สแควร์ ประจำปี 2566 (EEC2 : Environmental Empowerment CAMP & CONTEST) ณ โรงแรมบางแสนเฮอริเทจ จังหวัดชลบุรี ซึ่งได้รับเกียรติจากผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน อาทิ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านพื้นที่และชุมชน นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา นายชัยพร  แพภิรมย์รัตน์ ปลัดจังหวัดชลบุรี 

นายฉัตรชัย ทิมกระจ่าง นายกเทศมนตรีเมืองศรีราชา นายณัฏฐ์ธน สาตรจีนพงษ์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี ผศ.ดร.ณยศ คุรุกิจโกศล ผู้รักษาการแทนรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยบูรพา ธนาคารกรุงไทย จำกัดบริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เข้าร่วมชมผลงานและแสดงความยินดีแก่เยาวชน โดยโครงการ อีอีซี สแควร์ ประจำปี 2566 ได้สร้างการมีส่วนร่วม และสิ่งเสริมให้เยาวชนใน อีอีซี แสดงศักยภาพผ่านการประกวดการสร้างสรรค์โครงงานนวัตกรรม และการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อช่วยพัฒนาสิ่งแวดล้อมท้องถิ่นในมิติต่างๆ ตามบริบทของพื้นที่ พร้อมสร้างโอกาสการขยายผลจริงในชุมชน 

​ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจากคณะกรรมการประเมินผลงานเยาวชนซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิจาก EECi. NECTEC สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพื้นที่ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศิลปากร PTTGC และธนาคารไทยพาณิชย์ โดยผลงานดีเด่น รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ โรงเรียนเซนต์หลุยส์ฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา กับการออกแบบและพัฒนาถังดักไขมันในน้ำเสียเพื่อใช้ในครัวเรือน รองชนะเลิศอันดับ 1 โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ 2 จังหวัดฉะเชิงเทรา กับโครงการ Smart farm feeding เครื่องให้อาหารปลาอัตโนมัติและติดตามอุณหภูมิน้ำผ่าน Application และรองชนะเลิศอันดับ 2 โรงเรียนหมอนทองวิทยา จังหวัดฉะเชิงเทรา กับผลงานโครงการกระถางจากธรรมชาติ โดยนำฟางข้าวมาแปรรูปเป็นกระถางเพื่อลดมลภาวะทางอากาศจากการเผาฟางข้าว  
​นอกจากนี้ ยังมีรางวัลพิเศษแห่งความประทับใจ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากธนาคารกรุงไทย อีก 5 รางวัล ได้แก่ รางวัล Best Content Creator ได้แก่ โรงเรียนมกุฎเมืองราชวิทยาลัย จังหวัดระยอง รางวัล Best Impact ได้แก่ โรงเรียนแปลงยาวพิทยาคม จังหวัดฉะเชิงเทรา รางวัล School Supporter ได้แก่ โรงเรียนบ้านสวน (จั่นอนุสรณ์) จังหวัดชลบุรี รางวัล Young EEC Square Courage ได้แก่ โรงเรียนวัดป่าประดู่ จังหวัดระยอง และรางวัล Start Up DNA ได้แก่ โรงเรียนอัสสัมชัญระยอง จังหวัดระยอง 

​สำหรับโครงการ อีอีซี สแควร์ นับเป็นโครงการสำคัญที่ อีอีซี สร้างการมีส่วนร่วมและพัฒนาศักยภาพเยาวชน ซึ่งได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562 โดยในปี 2566 นี้ได้เปิดรับสมัครเยาวชนระดับมัธยมศึกษาในพื้นที่อีอีซี มีเยาวชนเข้าร่วมจำนวน 17 โรงเรียน และได้รับการเรียนรู้เกี่ยวกับ อีอีซี การนำเทคโนโลยีนำเทคโนโลยี board Kidbright มาปรับใช้ในการทำโครงงาน ซึ่งตั้งใจให้เยาวชนที่เรียนเรื่อง coding ในโรงเรียนอยู่แล้วได้เข้าใจว่าสิ่งที่เรียนสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาผลงานที่เป็นประโยชน์ได้อย่างไร รวมถึงมีการพัฒนาทักษะต่าง ๆ เช่น การทำงานเป็นทีม การศึกษาดูงานกระบวนการผลิตแบตตารีลิเทียมในอุตสาหกรรมจริง เป็นต้น และที่สำคัญ อีอีซี ได้รับความร่วมมือจากภาครัฐและเอกชนหลายหน่วยงาน ให้ความสนใจนำผลงานเยาวชนไปพัฒนาต่อยอดขยายผลจริงในชุมชน ในโรงงาน และสร้างโอกาสต่อยอดเชิงพาณิชย์อีกด้วย

'หมอยง' ชี้!! โรคปอดบวมในเด็กที่กำลังระบาด เป็นเชื้อที่มีอยู่เดิมแล้ว  เมื่อติดเชื้อจะมีภูมิต้านทาน หากติดปีต่อๆ ไป ความรุนแรงก็จะน้อยลง

(4 ธ.ค. 66) นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก Yong Poovorawan เรื่อง ‘โรคปอดบวม ปอดอักเสบ ที่เพิ่มมากขึ้น’ ระบุว่า มีการระบาดและเพิ่มมากขึ้นของปอดอักเสบ โดยเฉพาะในเด็ก ไม่ใช่เฉพาะประเทศจีน ยังพบมากในเนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก อเมริกาในหลายรัฐ และแม้แต่ในประเทศไทย

จากการระบาดของโควิด-19 มาถึงขณะนี้เป็นเวลา 4 ปี ในช่วง 3 ปีแรก มีมาตรการเข้มงวด เคร่งครัด ควบคุมการระบาดของโรค ใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือ ใช้แอลกอฮอล์เช็ดมือ ปิดบ้านปิดเมือง รวมทั้งปิดโรงเรียน ทำให้โรคทางเดินหายใจ ไม่ระบาด เด็กที่เกิดในช่วงนี้ จึงยังไม่เคยเป็นโรคดังกล่าว หรือถ้าเป็นมาแล้วในเด็กโตก็นานมาแล้ว ทำให้ประชากรส่วนใหญ่โดยเฉพาะเด็ก ง่ายต่อการติดเชื้อ เกิดระบาดได้ง่าย เป็นกลุ่มใหญ่ ชดเชยกับปีที่ผ่านมาที่ไม่มีการระบาด

โรคทางเดินหายใจในเด็กส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส โควิด-19 ไข้หวัดใหญ่ RSV parainfluenza virus rhinovirus hMPV เป็นเชื้อที่มีอยู่เดิมแล้ว ไม่ได้เป็นเชื้ออุบัติใหม่แต่อย่างใด เมื่อติดเชื้อไปแล้ว ก็จะมีภูมิต้านทานเกิดขึ้น ปีต่อ ๆ ไปถึงจะมีการติดเชื้ออีก อาการความรุนแรง ก็จะน้อยลง

ความรุนแรงของโรคส่วนใหญ่จะอยู่ในเด็กเล็ก กลุ่มเปราะบางที่มีโรคประจำตัว ผู้สูงอายุ ถ้าเป็นในเด็กโตหรือผู้ใหญ่ที่แข็งแรงจะมีอาการน้อย

‘แพทย์’ แนะ!! ‘เศรษฐา’ ให้พักผ่อนมากขึ้น หลังผลตรวจพบภาวะ ‘เครียด-ตื่นเต้น-กดดันสูง’

เมื่อวานนี้ (3 ธ.ค.66) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระหว่างลงพื้นที่ตรวจการดำเนินงานตามมาตรการป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติด ‘หนองบัวลำภูโมเดล’ และการดูแลผู้ป่วยจิตเวชจากการใช้ยาเสพติด และตรวจเยี่ยมกระบวนการบำบัดรักษาผู้ป่วยจิตเวช ที่โรงพยาบาลสุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู

โดยช่วงหนึ่ง นายกรัฐมนตรีได้เข้าไปตรวจสภาพร่างกายเบื้องต้น บนรถโมบายเคลื่อนที่ ของกรมสุขภาพจิต ประจำโรงพยาบาลสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ซักประวัตินายกรัฐมนตรี โดยผลการตรวจร่างกายพบว่า นายกรัฐมนตรีมีสภาวะเครียดสูง ตื่นเต้น และกดดัน ทำให้ระบบประสาทไม่สมดุลกัน ทั้ง 2 ด้าน

ทำให้นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวเสริมว่า เนื่องจาก นายกรัฐมนตรี มีภารกิจเยอะ จะไม่เครียดได้อย่างไร รวมถึงความเหนื่อยล้าของสภาพร่างกาย ทำให้นายกฯ ถึงกับขั้นหัวเราะเสียงดัง เปรียบเสมือนการยอมรับความจริง ซึ่งแพทย์ก็แนะนำให้นายกรัฐมนตรีนอนหลับพักผ่อนให้มากขึ้น

ก่อนที่เดินลงมาถ่ายภาพร่วมกับคณะแพทย์และโรงพยาบาล และรับฟังบรรยาย ระบบการใช้อุปกรณ์รถเคลื่อนที่ ในการรักษา

‘ท่านอ้น’ เตรียมเยือนไทยครั้งที่ 2 พรุ่งนี้ เผย เป็นการเดินทางมาแบบส่วนตัว

(3 ธ.ค. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ท่านวัชเรศร วิวัชรวงศ์ หรือ ‘ท่านอ้น’ โอรสคนที่ 2 ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเดินทางมายังประเทศไทย ในวันที่ 4 ธันวาคมนี้ ซึ่งมีการยืนยันว่าเป็นการเดินทางมาเป็นการส่วนตัว ในการมาไทยเป็นครั้งที่ 2 ของ ‘ท่านอ้น’

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ ท่านอ้นได้เดินทางมาไทย เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2566 ซึ่งถือเป็นการมาไทยเป็นครั้งแรกในรอบ 27 ปี ก่อนที่ ‘ท่านอ่อง’ นายแพทย์จักรีวัชร วิวัชรวงศ์ น้องชาย เดินทางมาสมทบในวันที่ 13 สิงหาคม ก่อนที่ทั้งสองคนจะเดินทางกลับสหรัฐอเมริกาพร้อมกัน ในวันที่ 14 สิงหาคม

‘รมว.พีระพันธุ์’ เป็นประธานหล่อองค์พระมหาโพธิสัตว์กวนอิมพันมือ พร้อมเปิดมูลนิธิฯ ให้ความช่วยเหลือ ปชช.ที่ประสบภัยใน จ.ราชบุรี

เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 66 ที่พุทธสถานเต๋อฮว่า อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เดินทางมาเป็นประธานในพิธีหล่อองค์พระมหาโพธิสัตว์กวนอิมพันกร พร้อมทั้งเปิดมูลนิธิวงษ์พิทักษ์ร่วมประชาชนสงเคราะห์ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัย และประสบอุบัติเหตุ โดยมี นายอัครเดชร วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี และโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ ในพิธีดังกล่าว นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรค นำทีม สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ อาทิ นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ รองหัวหน้าพรรค, น.ส.กุลวดี นพอมรบดี สส.ราชบุรี, พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร สส.นครปฐม พร้อมข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ใน จ.ราชบุรี นำโดยนายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผวจ.ราชบุรี พ่อค้า ประชาชนชาว จ.ราชบุรีร่วมงานจำนวนมาก

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ต้องขอบคุณชาว จ.ราชบุรี ที่ได้เลือกนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็น สส.ราชบุรี ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้เข้ามาเป็นตัวแทนรับใช้ประชาชนในพื้นที่ นายอัครเดชถือว่าเป็นกำลังสำคัญของตนและพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ และมีความตั้งใจที่จะทำงานเพื่อพี่น้องชาวราชบุรีอย่างจริงจังตลอดมา 

สำหรับ พรรครวมไทยสร้างชาติมุ่งมั่นที่เข้ามาทำงาน โดยนโยบายหนึ่งที่ตนตั้งใจจะทำก็คือ การแก้ปัญหาราคาพลังงานให้กับประชาชนเพราะปัญหาพลังงานเกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตของประชาชน ตนมุ่งมั่นตั้งใจว่าถ้าได้มาเป็นรัฐบาลจะพยายามปรับปรุงแก้ไขอย่างเต็มที่ เมื่อพรรครวมไทยสร้างชาติได้เป็นรัฐบาล และมีโอกาสมาทำงานตรงนี้จะทำตามที่ได้พูดไว้ ตั้งใจจะแก้ปัญหานี้ให้ยั่งยืน โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างราคาพลังงานที่ไม่มีใครเคยทำได้มา 40 ปีจนเกิดปัญหากับประชาชน ตนและพรรครวมไทยสร้างชาติจะเข้ามาทำให้ได้ ทำให้ดี และยั่งยืนเพื่อลดภาระด้านพลังงานให้กับประชาชนได้มีชีวิตที่ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ภายหลังเสร็จพิธี นายพีระพันธุ์พร้อมคณะได้มอบเครื่องอุปโภค-บริโภคให้กับประชาชนผู้ยากไร้ เพื่อช่วยเหลือในการดำรงชีวิต

ด้านนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า เนื่องจาก อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เป็นพื้นที่หนึ่งที่มีชาวไทยเชื้อสายจีนมาตั้งรกรากอาศัย และทำมาหากินมาเป็นระยะเวลายาวนานแล้ว จะเห็นได้ว่าในพื้นที่มีสถาปัตยกรรมจีนต่าง ๆ ปรากฎให้เห็นมากมาย  ดังนั้นนายวุฒิพงศ์ และคุณแม่สมจิตต์ วงษ์พิทักษ์โรจน์ บิดาและมารดาของตน ซึ่งเป็นคนไทยเชื้อสายจีน จึงได้มีดำริในการก่อตั้งศาลาแปดเหลี่ยมในรูปแบบสถาปัตยกรรมจีน เพื่อประดิษฐานพระโพธิสัตว์กวนอิมปางพันกร และศาลทีกง หรือ ‘ศาลเทียนสี่ฟูมู่’ หรือ ‘ศาลเทวดา ฟ้าดิน’ รวมทั้งยังได้ก่อตั้งศาลหลวงปู่ไต่ฮงกง ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะแบบหลวงพ่อพระใส พร้อมองค์ไฉ่ซิงเอี๊ย หรือ ‘เทพเจ้าแห่งโชคลาภ’ ให้พุทธศาสนิกชนโดยทั่วไปได้มากราบสักการะบูชา 

“นอกจากนี้ ยังเป็นการเริ่มต้นในการก่อตั้งมูลนิธิวงษ์พิทักษ์ร่วมประชาสงเคราะห์ เนื่องจาก อ.จอมบึง ยังไม่มีอาสาสมัครกู้ภัยอย่างเป็นทางการ ดังนั้น คุณพ่อวุฒิพงศ์ และคุณแม่สมจิตต์ มีความประสงค์ที่จะร่วมกันก่อตั้งมูลนิธิฯ เพื่อให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยและประสบอุบัติเหตุ และช่วยเหลือทางราชการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเหตุการณ์ต่างๆ ในอนาคต เราหวังว่ามูลนิธิวงษ์พิทักษ์ร่วมประชาชนสงเคราะห์ จะได้ปฏิบัติภารกิจเพื่อเป็นประโยชน์ให้กับชาว จ.ราชบุรีอย่างเต็มที่ ตามวัตถุประสงค์ของคุณพ่อวุฒิพงศ์ และคุณแม่สมต่อไป” นายอัครเดชกล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top