Wednesday, 24 June 2026
NEWS FEED

‘ท่านอ้น’ นำคณะเยี่ยมชมสวนนงนุชเป็นการส่วนตัวเกือบทั้งวัน เข้าชม ‘พิพิธภัณฑ์รถ-หัวโขน-ปลูกต้นสาละอินเดีย’

เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 66 ท่านอ้น วัชเรศร วิวัชรวงศ์ กลับมาประเทศไทยต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 แล้ว และยังคนเดินสายปฎิบัติภารกิจส่วนตัว โดยวันนี้ใช้เวลาเกือบทั้งวัน นำพาคณะเดินชมสวนนงนุช มีคุณโต้ง กัมพล ตันสัจจา เจ้าของสวนนงนุชพาชม ตั้งแต่การแสดงโชว์​ในโรงละคร การแสดงช้าง จากนั้น ขึ้นรถรางชมรอบส่วนนงนุช ซึ่งมีเนื้อที่มากกว่า 1,700 ไร่ ทั้งพืชพันธุ์ต่างๆ รวมถึงรูปปั้นไดโนเสาร์และรูปปั้นสัตว์ต่างๆ ที่ทางสวนจัดแสดง

ท่านอ้น ให้ความสนใจกับพิพิธภัณฑ์รถ พิพิธภัณฑ์หัวโขน การปักสดึงไทยหุ่นกระบอก และพิพิธภัณฑ์พระเป็นพิเศษ เพราะมองแล้วเป็นสิ่งที่ควรเรียนรู้

นอกจากนี้ ท่านอ้น ได้นั่งรถขึ้นไปบนเขาบันไดกฤษ เพื่อปลูกต้นสาละอินเดีย โดยพื้นที่เขาแห่งนี้ เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และรักษาพันธุ์ไม้ของสวนนงนุช อย่างไรก็ตาม ระหว่างเดินชมสวนนงนุช มีประชาชนจำนวนมากมาขอถ่ายรูปกับท่านอ้น และบอกว่าโชคดีมากที่ได้เจอท่านอ้นวันนี้

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตรวจเยี่ยมให้กำลังใจตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัย พร้อมเยี่ยมชมและร่วมกิจกรรมร้านของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสมาคมแม่บ้านตำรวจ ในงานกาชาดประจำปี 2566 

พล.ต.ต.หญิง สมพร พูลเกษม ผู้บังคับการกองสารนิเทศ เปิดเผยว่า วานนี้ (9 ธ.ค.66) เวลา 18.30 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยคุณนิภาพรรณ สุขวิมล นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ได้เดินทางไปยังงานกาชาดประจำปี 2566 ณ สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดูแลความเรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินแก่พี่น้องประชาชนที่มาร่วมงานกาชาด โดยได้ร่วมประชุมรับฟังการปฏิบัติหน้าที่ ณ กองอำนวยการร่วมงานกาชาด ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

จากนั้นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ได้เยี่ยมชมร้านของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บริเวณโซน 5 ซึ่งมีกองบัญชาการตำรวจสันติบาล กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เป็นเจ้าภาพ โดยได้ชมนิทรรศการเกี่ยวกับวิวัฒนาการตำรวจไทย “ย้อนรอย 100 ปีกิจการตํารวจไทย” , ร่วมถ่ายภาพกับภาพเหมือนของตำรวจโบราณ , ความรู้เกี่ยวกับอาชญากรรมทางไซเบอร์ “ตํารวจไซเบอร์ผู้พิทักษ์ภัยออนไลน์ 24 ชั่วโมง” และยังได้ร่วมสนุกกับกิจกรรม “สนุกกับเกม” ได้แก่ เกมปาโป่ง และเกมตักไข่นำโชค นอกจากนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ร่วมร้องเพลงบนเวที สร้างความสุขให้กับผู้เข้าร่วมสนุกที่ร้านของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอีกด้วย 

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยังได้เยี่ยมชมร้านของสมาคมแม่บ้านตำรวจ ซึ่งบูทติดกับร้านของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ พร้อมคณะแม่บ้านตำรวจ ร่วมให้การต้อนรับ โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ชมและอุดหนุนสินค้าของสมาคมแม่บ้านตำรวจ ซึ่งคัดสรรสินค้าคุณภาพงานฝีมือจากหน่วยงานและครอบครัวข้าราชการตำรวจทั่วประเทศ และร่วมกิจกรรม “พฤกษากาชาด”อีกด้วย

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนตลอดงาน ตั้งแต่วันที่ 8 - 18 ธันวาคมนี้ รวมทั้งจัดกำลังตำรวจจราจรจากสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี คอยดูแลอำนวยความสะดวกทั้งกับผู้มาร่วมงาน และผู้ใช้รถใช้ถนนทั่วไป เพื่อไม่ให้การจราจรติดขัด ในทุกวันของการจัดงาน ในส่วนของร้านของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสมาคมแม่บ้านตำรวจ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาร่วมกิจกรรม และร่วมสนุกกันได้ทุกวัน เพราะได้เตรียมพร้อมทั้งความรู้ ความสนุก และของรางวัลจำนวนมาก สำหรับผู้มาเยี่ยมชม 

นอกจากนี้ ผู้บังคับการกองสารนิเทศ กล่าวว่า งานกาชาดประจำปี 2566 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 - 18 ธันวาคม 2566 ณ สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร และทางระบบ Online ภายใต้แนวคิด “งานวันกาชาด 100 ปี รื่นรมย์สุขฤดี ณ ที่แห่งการให้” โดยเชิญชวนผู้เข้าร่วมงานย้อนวันวานด้วยการ “นุ่งโจงห่มไทยเที่ยวงานวันกาชาด” โดยในปีนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสมาคมแม่บ้านตำรวจ ร่วมออกร้านบริเวณ โซน 5 ซึ่งการจัดงาน 2 วันที่ผ่านมา พบว่ามีพี่น้องประชาชนให้ความสนใจร่วมสนุกกับกิจกรรมต่างๆ ในร้านของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสมาคมแม่บ้านตำรวจจำนวนมาก โดยทั้งสองร้านมีกิจกรรมและของรางวัลมากมายเพื่อให้ผู้เข้าชมได้ร่วมสนุก รวมทั้งในแต่ละวันจะมีศิลปินดาราจำนวนมากมาร่วมกิจกรรมในทุกวันอีกด้วย

'สพฐ.' เดินหน้านโยบาย 'ลดการบ้าน เพิ่มการเรียนรู้' ย้ำครูช่วยลดปริมาณ หวังให้เด็กๆ ได้เรียนอย่างมีความสุข

(9 ธ.ค.66) ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.2566 ได้ลงนามประกาศ ‘แนวทางการมอบหมายการบ้าน’ ตามนโยบาย ลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา และ ลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ) โดยเป็นการประกาศหลักการและแนวปฏิบัติในการมอบหมายการบ้าน ‘ลดการบ้าน เพิ่มการเรียนรู้’ ที่มุ่งหวังให้นักเรียนได้เรียนรู้อย่างมีความสุข ให้การบ้านเป็นเครื่องมือในการพัฒนาการเรียนรู้และเป็นเครื่องมือประเมินเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียน

หลักการ ‘ลดการบ้าน เพิ่มการเรียนรู้’ มุ่งเน้นให้ครูลดปริมาณการบ้านที่ต้องทำนอกเวลาในชั้นเรียนให้เน้นการมอบหมายการบ้านเฉพาะรายวิชาที่จำเป็นทักษะสำคัญ เช่น การอ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็น ให้มีการบูรณาการการบ้าน ซึ่งการบ้านชิ้นงานเดียวอาจตอบโจทย์การเรียนรู้ข้ามรายวิชา และส่งเสริมให้นักเรียนได้มีเวลาศึกษาค้นคว้าตามความสนใจของตนเองมากขึ้น

“การประกาศแนวทางการมอบหมายการบ้าน ‘ลดการบ้าน เพิ่มการเรียนรู้’ ของ สพฐ. เพื่อให้คุณครู รวมถึงพ่อแม่ผู้ปกครองได้เข้าใจร่วมกันว่า หัวใจของการให้การบ้าน คือ การให้เด็กๆ ได้ทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้ ให้ได้ฝึกฝนทำซ้ำจนเกิดทักษะ ซึ่งเด็กแต่ละคนต้องการเวลาเพื่อทำความเข้าใจสิ่งที่เรียนไม่เท่ากัน หรือสำหรับเด็กโต การบ้านที่ให้ได้ค้นคว้าอย่างอิสระ จะยิ่งส่งเสริมการเรียนรู้ ช่วยบ่มเพาะความรับผิดชอบในตนเอง จึงขอเน้นย้ำกับคุณครูว่า การให้โจทย์ที่ไม่ยากไม่ง่าย ไม่ใช้เวลามากเกินไป แล้วมีการตรวจการบ้าน อธิบาย ให้ feedback จุดที่ควรพัฒนาอย่างตรงประเด็น จึงจะเป็นการพัฒนานักเรียนอย่างแท้จริง ซึ่งความสุขที่เกิดจากการลดปริมาณแต่เพิ่มคุณภาพของการบ้าน เช่น ทำการบ้านหนึ่งชิ้นงานส่งคุณครูเพื่อวัดผลการเรียนรู้ได้หลายวิชา จะสร้างความสุขให้ทั้งนักเรียน ผู้ปกครอง รวมถึงคุณครูเองด้วย ซึ่งเชื่อได้ว่าจะทำให้เด็กไทย ‘เรียนดี มีความสุข’ ตามเจตนารมณ์ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว

‘แอน จักรพงษ์’ ประกาศฟ้องกลับผู้แอบอ้าง ‘การเป็นเจ้าของโครงการเหรียญจักรวาล’

(9 ธ.ค.66) แอน-จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ และผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ บมจ.เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป หรือ JKN โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ประกาศฟ้องกลับผู้แอบอ้าง ‘การเป็นเจ้าของโครงการเหรียญจักรวาล’ ด้วยมูลค่า 1.5 พันล้านบาท โดยระบุว่า…

“It’s time to clean up!! คนดีคนชั่วในสังคมมันเยอะนัก…กว่าประชาชนจะตระหนักว่าใครเป็นใคร ใครคือตัวปัญหา…ตัวเราต้องใช้ความอดทนทั้งพลังและปัญญา...ใช้เวลาใช้ความจริงสู้กับมนุษย์จอมปลอม!!

เจเคเอ็นประกาศฟ้องกลับผู้แอบอ้าง ‘การเป็นเจ้าของโครงการเหรียญจักรวาล’ ถ้าใช้หลักการเปรียบเปรย…ดิฉันไม่เคยเห็นโจรที่ไหนมาปล้นเจ้าของบ้าน พอปล้นไม่สำเร็จก็มาฟ้องเจ้าของบ้านกลับ?! แต่ลืมนึกไปว่าเจ้าของบ้านคนนี้ คือผู้หญิงข้ามเพศที่สู้ฟัดกัดไม่ปล่อยและไม่ยอมใคร…ถ้าคุณมาเอาเปรียบดิฉันและสมาชิกทุกคนที่อยู่ในอาณาจักรของเจเคเอ็นค่ะ ***Thx to Thai Sashes News ***”

‘การบินไทย’ แจงปมผู้โดยสารโวยซื้อตั๋วชั้นธุรกิจ แต่ได้นั่งชั้นประหยัด เหตุปรับโครงสร้าง บินแทนไทยสมายล์ ขออภัยที่ไม่บอกเงื่อนไขให้ชัด

(9 ธ.ค. 66) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) หรือ กพท. แจ้งว่า จากข้อร้องเรียนของผู้โดยสารสายการบินไทยที่ปรากฏบนสื่อสังคมออนไลน์ กรณีซื้อบัตรโดยสารเครื่องบินชั้นธุรกิจแต่ได้ที่นั่งชั้นประหยัด นั้น

เมื่อวันศุกร์ที่ 8 ธันวาคม 2566 สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ในฐานะหน่วยงานกำกับ ดูแล ควบคุม และส่งเสริมการดำเนินงานของกิจการการบินพลเรือนให้เป็นไปตามกฎระเบียบและมาตรฐานสากลจึงได้ประชุมร่วมกับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าว โดยมีรายละเอียดดังนี้

1.บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ปรับโครงสร้างธุรกิจการบิน โดยทำการบินทดแทนสายการบิน ไทยสมายล์ ซึ่งปัจจุบันสายการบินไทยได้ทยอยทำการบินทดแทนเส้นทางบินต่างๆ ของสายการบิน ไทยสมายล์ ด้วยเครื่องบินแบบแอร์บัส A320 อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนการให้บริการรูปแบบใหม่ โดยบัตรโดยสารแบบ Smile Plus ที่สายการบินไทยสมายล์เคยให้บริการนั้น สายการบินไทยได้ปรับเปลี่ยนเป็นบัตรโดยสารแบบ Silk Class ด้วยการเพิ่มบริการต่างๆ ให้เทียบเท่ากับบัตรโดยสารแบบชั้นธุรกิจ (Business Class) ของสายการบินไทย

เช่น เพิ่มน้ำหนักกระเป๋า 40 กิโลกรัม ให้บริการช่องเช็กอินและเกท สามารถพักผ่อนที่เลานจ์ ณ สนามบิน บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน เป็นต้น แต่ยังคงใช้ที่นั่งแบบชั้นประหยัด (Economy Class) ซึ่งจะอำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารด้วยการเว้นที่นั่งตรงกลางไว้

อย่างไรก็ตาม การจัดจำหน่ายบัตรโดยสารแบบ Silk Class ในช่วงแรก บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ไม่ได้แจ้งข้อมูลเรื่องการให้บริการรวมถึงรูปแบบการจัดที่นั่งอย่างชัดเจน จึงส่งผลต่อการเลือกซื้อบัตรโดยสารของผู้ใช้บริการ

2.บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้รับทราบถึงข้อร้องเรียนของผู้โดยสารและได้ติดต่อไปยังผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าว พร้อมเสนอมาตรการแก้ไขปัญหาให้ผู้โดยสารแล้ว

3.บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ตรวจสอบผู้โดยสารที่ซื้อบัตรโดยสารแบบ Silk Class ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2566 พบว่า ผู้โดยสารซื้อบัตรโดยสารในคลาสนี้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566 เท่านั้น ซึ่งสายการบินไทยจะติดต่อผู้โดยสารเรื่องข้อมูลการเดินทางและรายละเอียดการให้บริการที่ผู้โดยสารจะได้รับ หากไม่เป็นไปตามที่ผู้โดยสารคาดหวัง สายการบินไทยจะพิจารณาปรับเปลี่ยนเงื่อนไขหรือคืนเงิน ค่าโดยสารตามความต้องการของผู้โดยสาร โดยจะเริ่มต้นจากเส้นทาง กรุงเทพฯ-เกาสงก่อน

4.สำหรับการให้บริการในอนาคต บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) อยู่ระหว่างการพิจารณาปรับปรุงบริการให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่งอาจรวมถึงการปรับแผนการจำหน่ายบัตรโดยสาร เพื่อให้สามารถใช้อากาศยานแบบแอร์บัส A320 ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งบริษัทจะประชาสัมพันธ์ให้ผู้โดยสารทราบในการเปลี่ยนแปลงต่อไป ในการนี้ CAAT ได้กำชับให้บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ประชาสัมพันธ์การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ อย่างครบถ้วน เพื่อประโยชน์ของผู้โดยสารในการเลือกใช้บริการตามความคาดหวังต่อไป

5.บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ดำเนินการแก้ไขระบบการจองบัตรโดยสารในเว็บไซต์แล้ว เพื่อให้ผู้โดยสารทราบบริการและลักษณะที่นั่งตรงตามประเภทบัตรโดยสารที่เลือกซื้อ

6. CAAT เน้นย้ำให้ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญเรื่องการแจ้งเงื่อนไขบัตรโดยสารให้ผู้โดยสารรับทราบขณะเลือกซื้อบัตรโดยสาร ดังนั้น CAAT จึงกำหนดให้ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ปรับปรุงวิธีการขายบัตรโดยสาร โดยต้องระบุบริการที่ชัดเจน และจัดทำแนวทางการเยียวยาผู้โดยสารส่งให้ CAAT พิจารณา เมื่อผ่านการพิจารณาแล้วให้บริษัท ดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้ผู้โดยสารทราบต่อไป

ลำปาง-ศฝท.มทบ.32 จัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตน และสวนสนามของนศท.

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2566 ศูนย์การฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 32 จัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตน และสวนสนามของนักศึกษาวิชาทหาร ประจำปีการศึกษา 2566  เนื่องในวันนักศึกษาวิชาทหาร จากวีรกรรมอันกล้าหาญของ “ยุวชนทหาร” ที่ร่วมกับทหาร ตำรวจ และราษฎรอาสา ต่อต้านทหารญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกที่จังหวัดชุมพร และในหลายพื้นที่ทางภาคใต้ของไทย เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ.2484 ณ สนามพิทยุทธยรรยงค์ ศูนย์การฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 32 ค่ายสุรศักดิ์มนตรี อ.เมือง จ.ลำปาง โดยมี พลตรี พรชัย นพรัตน์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 เป็นประธาน 

ในการนี้ได้มีการจัดแสดงของนศท.อาทิ การแสดง ศิลปะป้องกันตัวมวยไทย, การแสดงประกอบเพลงบ้านเกิดเมืองนอน เป็นต้น และพิธีมอบรางวัลการสวนสนามของ นศท.ในประเภทต่างๆ, รางวัลกองร้อยสวนสนามขวัญใจสื่อมวลชน, รางวัลผู้บังคับกองพันสวนสนาม SMART LEADER ROTCS. และรางวัลปฎิบัติหน้าที่เป็นผู้บังคับกองผสม 

ทั้งนี้เพื่อให้ นศท.ได้แสดงออกถึงสมรรถภาพ ระเบียบวินัย มีโอกาสพบปะและรับฟังโอวาทจากผู้บังคับบัญชาชั้นสูง รวมถึงเป็นการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนมีความเข้าใจถึงบทบาทหน้าที่ของ นศท. และพร้อมที่จะให้การสนับสนุนกิจกรรมเพื่อความมั่นคงของประเทศชาติต่อไป

#8ธันวาวันนักศึกษาวิชาทหาร

(สุรินทร์) หน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มทบ.25 จัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของนักศึกษาวิชาทหาร

วันที่ 8 ธันวาคม 2566 เวลา 13.30 น. พลตรี ชินวิช เจริญพิบูลย์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 เป็นประธาน พิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของนักศึกษาวิชาทหาร ณ ลานสโมสร ค่ายวีรวัฒน์โยธิน มณฑลทหารบกที่ 25 มี พันโท กฤษฎา ตะเภาพงษ์ ผู้บังคับหน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 25 ผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหารและนักศึกษาวิชาทหารทั้งชายและหญิงเข้าร่วมพิธี จำนวน 16 โรงเรียน จำนวนทั้งสิ้น 326 คน ประกอบด้วย กองพันเดินสวนสนาม 2 กองพัน พิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของนักศึกษาวิชาทหารอันมีเกียรตินี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักศึกษาวิชาทหาร ได้กระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อหน้าผู้บังคับบัญชาระดับสูง และประชาชนทั้งหลายว่าจะยึดถืออุดมการณ์และดำรงไว้ ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตลอดจนเป็นสถาบันตัวอย่างในการสร้างวินัยให้แก่คนในชาติ พร้อมที่จะปกป้องอธิปไตยและร่วมพัฒนาชาติไทยให้เจริญรุ่งเรืองสืบไป อีกทั้งยังมุ่งหมายให้นักศึกษาวิชาทหาร ผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินกิจกรรมร่วมกัน 

เพื่อแสดงออกถึงพลังของนักศึกษาวิชาทหารซึ่งเป็นกำลังสำรองของชาติ ให้เป็นที่ปรากฏแก่สายตาของผู้บังคับบัญชาและ ประชาชนทั่วไป เนื่องในวันนักศึกษาวิชาทหาร หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ได้ริเริ่มประกอบพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของนักศึกษาวิชาทหารในส่วนกลางครั้งแรก เมื่อ พ.ศ.2509 ณ พระลานพระราชวังดุสิต (ลานพระบรมรูปทรงม้า) โดยมี จอมพล ถนอม กิตติขจร ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธี และได้ประกอบพิธีดังกล่าวเป็นประจำทุกปี โดยมอบให้หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน รับผิดชอบการจัดพิธีสวนสนามฯ โดยได้รับการสนับสนุนจากสถานศึกษาวิชาทหารต่างๆ ซึ่งแต่เดิมเคยจัดประมาณเดือนพฤศจิกายนของทุกปี แต่เมื่อปี 2542 กองทัพบก ได้อนุมัติให้วันที่ 8 ธันวาคม เป็น “วันนักศึกษาวิชาทหาร” เพื่อระลึกถึงวีรกรรมของยุวชนทหาร ที่ร่วมต่อต้านทหารญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกที่จังหวัดชุมพร ดังนั้น หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน จึงได้กำหนดให้เป็นวันประกอบพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของนักศึกษาวิชาทหารทั่วประเทศ สำหรับในส่วนภูมิภาคได้มอบให้หน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหาร ประกอบพิธีนี้พร้อมกันกับส่วนกลาง จึงถือได้ว่าพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของนักศึกษาวิชาทหารนั้น เป็นพิธีสำคัญและเป็นเกียรติแก่นักศึกษาวิชาทหารทุกคน

รัฐเปอร์ลิสเปิดการท่องเที่ยวปี 2024-2025 มกุฎราชกุมารทรงเป็นประธาน คาดนักท่องเที่ยวเพิ่ม 3.5 ล้านคน สมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย ได้รับเกียรติเข้าร่วม

เมื่อค่ำวันที่ (7 ธ.ค.66) ที่ผ่านมา ณ คอนเวนชั่น ฮอล เมืองคาการ์ (Kangar) รัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย  ได้จัดให้มีกิจกรรมการเปิดการท่องเที่ยวรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย 2024-2025 (2567-2568)ขึ้น หน่วยงานการท่องเที่ยว ภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน สมาคมการท่องเที่ยว สมาคมนักข่าวจากรัฐต่างๆ รวมถึง สมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย เข้าร่วม 

โดยมี ตวนกูไซยิดไฟซุดดิน ไซยิดจามาลุลไลล์ (Tuanku syed Faizuddin Syed Jamalullail Raja Muda Perlis) มกุฎราชกุมารแห่งรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย  พร้อมพระชายา ทรงเป็นประธานในพิธีเปิด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนพิธีเปิด แขกรับเชิญจากภาคต่างๆ ได้เดินทางมาถึงโดยมีการต้อนรับพร้อมกำหนดตามที่นั่งตามจุดที่กำหนด โดยคณะสื่อจากสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้ฯ และสื่อจากรัฐเปอร์ลิสและรัฐต่างๆ ได้รับเกียรติจัดให้มีที่นั่งด้านหน้าติดขอบเวที

เวลาประมาณ 20.00 น.มกุฎราชกุมารแห่งรัฐเปอร์ลิสพร้อมพระชายา และผู้ติดตาม เสด็จมาถึง ได้รับการตั้งแถวต้อนรับจากทางเข้า คณะผู้จัดงานนำเสด็จนขึ้นประทับที่นั่งบนเวที มีการขอดุอาร์ (ขอพร) พร้อมมีการแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้าน การขับร้องเพลง การนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวมัลติวิชั่นผ่านจอ

โมฮัมหมัดสุกรี รอมลี  มุขมนตรีรัฐเปอร์ลิส กล่าวว่า ท่านมกุฎราฃกุมารมาเป็นประธานเมื่อค่ำวันที่ 7 ฮันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งพระองค์ท่านได้เชิญชวนประชาชนชาวเปอร์ลิสทุกคนร่วมเป็นทูตการท่องเที่ยว พร้อมที่จะเป็นเจ้าบ้านที่ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมต้อนรับ ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการท่องเที่ยว ที่พัก โรงแรม  รวมถึงร้านอาหาร 

นอกจากนั้น พระองค์ท่าน ยังกล่าวว่า ทุกฝ่ายจะต้องมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยว เพื่อให้รัฐเปอร์ลิสเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเปอร์ลิสกับจังหวัดชายแดนภาคใต้

พระองค์ยังได้กล่าวอีกว่า การเตรียมพร้อมผลิตภัณฑ์ของท้องถิ่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงต่างๆ ที่จะทำให้นักท่องเที่ยวมีความสุขในขณะที่มาท่องเที่ยว ประชาชนทุกคนทุกกลุ่มทุกเพศทุกวัยในรัฐเปอร์ลิสจะต้องเป็นเจ้าบ้านที่ดี พร้อมต้อนรับ มอบความสุข ความสงบให้กับผู้ที่มาเยือนรัฐเปอร์ลิสทุกคน

“เปอร์ลิสเป็นพื้นที่ทีมีศักยภาพสูงไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศก์ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ วัฒนธรรม ฯลฯ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมการท่องเที่ยวระหว่างรัฐต่างๆ ของมาเลเซีย  ความก้าวหน้าทางการท่องเที่ยว จำเป็นที่จะต้องมีการพัฒนาให้ดีขึ้น ให้นักท่องเที่ยวเที่ยวมีความสุข และกลับมาเที่ยวซ้ำอีก” 

โดยในปี 2022 จากสถิติมีนักท่องเที่ยว 2.2 ล้านคน คาดว่าในปีการท่องเที่ยว 2024-2025 รัฐเปอร์ลิสจะมีนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ 3.5 ล้านคน

นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ได้รับการติดต่อประสานงานจากสมาคมท่องเที่ยวรัฐเปอร์ลิส และ สมาคมนักข่าวรัฐเปอร์ลิส โดยผ่าน คุณตูแวตานียา มือนิงิง ประธานอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศของสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้ฯ เป็นผู้ประสานงาน นำคณะของเรา 4 คน มาเยือนและมาเป็นแขกของงานเปิดโลกการท่องเที่ยวรัฐเปอร์ลิส 2024-2025 

“ท่านมกุฎราชกุมารแห่งรัฐเปอร์ลิส ทรงเป็นประธานในพิธีเปิด ซึ่งจัดได้ยิ่งใหญ่มาก เป็นงานอันซีนในการส่งเสริมการท่องเที่ยวรัฐเปอร์ลิส ถือเป็นเกียรติย่างสูงของสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย รวมถึงพวกเราทั้ง 4 คนที่ได้รับเกียรติมาร่วมงานในครั้งนี้  สมาคมฯ พร้อมที่จะประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวได้รับทราบ...

นอกจากนั้น พระองค์ท่านมกุฎราชกุมารแห่งรัฐเปอร์ลิส ก็ยังได้สนทนากับคณะพวกเราและทรงฉายภาพร่วมกัน ถือเป็นเกียรติอันยิ่งใหญ่ของสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทยและคณะที่ได้เดินทางมาครั้งนี้ครับ”

#perlis #thailand #tahunmelawatperlis2024 #PWP #สมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย #ไชยยงค์มณีรุ่งสกุล #ตูแวตานียามือนิงิง #KasemLimaphan #เกษมลิมะพันธุ์

‘คุณพ่อ’ ซึ้งใจ!! ‘คุณลุงแท็กซี่’ นำเงินค่าเทอมลูก 6 หมื่น ส่งคืนถึงมือ ด้านลุงคุณ เผย “เงินที่ไม่ใช่ของเรา มันก็เหมือนเศษกระดาษธรรมดา”

(8 ธ.ค. 66) ที่สถานีวิทยุ สวพ.FM91 กองตำรวจสื่อสาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นายสกล ถาวรกาญจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายสื่อสารองค์กร สถานีวิทยุ สวพ.FM91 พร้อมด้วยน.ส.จิตต์ผ่องใส ศรีวังพล ผอ.ฝ่ายทรัพยากรบุคคลและจิตอาสาสัมพันธ์ สวพ.FM91 ร่วมเป็นสักขีพยาน ส่งมอบเงินสด กว่า 6 หมื่นบาท ส่งคืนเจ้าของ

โดย นายทองจันทร์ บุตรสัย โชเฟอร์แท็กซี่ สีชมพู ทส-6565 กทม. เดินทางเข้ามาเเจ้งว่า พบถุงผ้ามีหูรูดลายทาง สีน้ำตาล-ครีม ภายในมีเงินเหรียญ 12 บาท แบงก์ยี่สิบ 12 ใบ 240บาท แบงก์พัน 62 ใบ 62,000 บาท จำไม่ได้ว่าเป็นของผู้โดยสารคนไหน เพราะรับ 3 คนสุดท้ายเมื่อคืนวันที่ 7 ธ.ค.2566

คนเเรกจากดอนเมืองไปสุขุมวิท 23 คนที่2 จากสุขุมวิท 23 ไปตลาดบางใหญ่ และคนที่ 3 จากหมอชิต ไปเซนทรัลพระราม2 เเล้วกลับเข้าบ้าน ประมาณ 2-3 ทุ่ม

พอช่วง 7 โมงเช้า ทำความสะอาดรถ จึงพบกระเป๋าดังกล่าว ซึ่งตกใจมาก ไม่เคยเห็นเงินเยอะขนาดนี้ ตอนเช้ามาทำความสะอาดรถ สงสัยกระเป๋าอะไร จึงหยิบมาดู ตกใจรีบติดต่อสวพ.91 คิดว่า ไม่คิดจะเก็บไว้เอง เจ้าของเงินคงเดือดร้อน เพราะเงินเยอะขนาดนี้ ปกติเค้าคงไม่พกเงินสด คงต้องนำเงินไปทำอะไรสักอย่าง ก็เลยไม่คิดว่าจะเก็บไว้เป็นของเรา เราหาได้ 100 บาท 50 บาท ก็ดีใจเเล้ว เเต่พอเห็นเงินไม่ใช่ของเราก็เหมือนเศษกระดาษธรรมดา”

ด้านนายธนวัช ฉวีกัลยากุล เจ้าของเงิน ประสานมาที่ สวพ.91 ว่า ไปขอตรวจสอบกล้องวงจรปิด ที่คอนโด หลังจากนั่งแท็กซี่ สีชมพู ไม่ทราบทะเบียน จากดอนเมือง ไปลงซอยสุขุมวิท 31 เมื่อประมาณ 19.35 น. เนื่องจากช่วงที่ลงลืมถุงผ้าลายทาง สีขาวน้ำตาล ภายในมีเงินสดประมาณ 60,000 บาท ซึ่งจะเอามาเป็นค่าเทอมลูก พอรู้ว่าลืมจึงไปเช็กที่คอนโดได้ทะเบียนรถแท็กซี่มา

จึงโทรไปที่กรมการขนส่งทางบกขนส่ง บอกว่าเป็นรถของสหกรณ์สหมิตรแท็กซี่ จึงโทรไปที่สหกรณ์ ได้เบอร์เจ้าของรถจึงโทรฯหาเจ้าของรถ เจ้าของรถบอกว่าขายให้คุณทองจันทร์แล้ว จึงโทรฯหาคุณทองจันทร์ ทราบว่าเอามาฝากไว้ที่ สวพ.91 แล้ว จึงรีบประสานมารับเงินคืน ดีใจมากและขอบคุณแท็กซี่ เก็บได้แล้วประสานส่งคืน เป็นคนดีมาก

จับสาวจีนไลฟ์สดดิสเครดิตไทย อ้างไม่มีเจตนาร้าย แถมพบผิด พ.ร.ก.ต่างด้าว แอบขายออนไลน์ด้วย

จากกรณีประเด็นดรามา หญิงชาวจีนแต่งกายวาบหวิวเดินในซอยนานา และพูดให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของไทย ผ่านสื่อสังคมออนไลน์นั้น...

(8 ธ.ค.66) เจ้าหน้าที่ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (บก.สส.สตม.) เข้าตรวจสอบบุคคลดังกล่าวที่ปรากฏในคลิป คือ น.ส.หวาง จือ ยู สัญชาติจีน เข้าประเทศไทยด้วยวีซ่าประเภท Thai Privilege Card โดยเจ้าตัวยอมรับว่า เป็นคนทำคลิปจริง แต่ไม่ได้มีเจตนาให้เกิดความเสียหายต่อประเทศไทย โดยเพียงแต่ต้องการประชาสัมพันธ์ให้คนต่างชาติรู้ว่าสถานที่ไหนผู้หญิงไปคนเดียวควรจะระวังตัว 

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพฤติกรรมของ น.ส.หวาง พบว่า มีการไลฟ์สดขายสินค้าออนไลน์ ซึ่งเข้าข่ายการทำงานของคนต่างด้าวโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นความผิดตาม พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวฯ พนักงานสอบสวน บก.สส.สตม. จึงแจ้งข้อกล่าวหาให้ น.ส.หวาง ทราบว่าเป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top