Wednesday, 24 June 2026
NEWS FEED

'ดร.สมเกียรติ' ย้อนอดีต!! 'ในหลวง ร.๑๐' ทรงปฏิเสธวิจารณ์เรื่องบ้านเมือง ยกเป็นบทบาทของรัฐบาล ส่วนพระองค์ขอทำหน้าที่ให้คนไทยมีความสุข

เมื่อไม่นานมานี้ ติ๊กต็อกช่อง ‘Gaegood’ ได้โพสต์คลิป ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล สื่อมวลชนอาวุโส ได้เล่าเรื่องในอดีตเกี่ยวกับ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งที่เป็นมกุฎราชกุมาร ในมุมที่ใครหลายคนอาจจะไม่รู้ โดยระบุว่า…

พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ครั้งที่เป็นมกุฎราชกุมาร ซึ่งทุกคนคงทราบกันดีว่าชาวบ้านต่างนินทาพูดคุยกันเยอะไปหมด…ซึ่งตอนพ.ศ. 2533 ครั้งที่ผมตามเสด็จไปถึงกรุงลอนดอน เพื่อจะทําข่าวที่คิดว่าครั้งนี้แหละประชาชนคนไทยจะได้เห็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารกับบรรดาปัญญาชนอังกฤษ แล้วก็งานของพระองค์…ซึ่งพระองค์จะอยู่ที่นั่นประมาณ 1 ปี พระองค์นั้นทรงรอบรู้และก็เข้าใจ อีกทั้งยังรู้จักคนเยอะแยะไปหมด…พูดง่าย ๆ คือเนื่องจากพระราชภารกิจของพระองค์แม้จะเป็นมกุฎราชกุมารยังไม่ใช่พระเจ้าแผ่นดินก็จะมีโอกาสเดินทาง ซึ่งพระองค์มีทั้งปฏิสัมพันธ์ มี Connection มี Networking กับใคร ๆ ในโลกนี้… 

ซึ่งผมจะกราบบังคมทูลขอสัมภาษณ์เกี่ยวกับสงครามและสันติภาพ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในโลก แต่ใจหายหล่นไปที่ตาตุ่ม เพราะว่าอดสัมภาษณ์…ทำให้คนไทยจะไม่ได้เห็นพระปรีชาสามารถนี้…โดยพระองค์บอกว่าคุณสมเกียรติ ไม่เอาดีกว่า ซึ่งอันนี้ผมพูดเป็นภาษาของผมนะ ผมไม่ได้บันทึกอะไรเสียงอะไรไว้ กล้องก็ยังไม่ได้เดินแต่ตั้งไว้เรียบร้อยแล้ว โดยตั้งใจว่าวันนี้จะคุยเรื่องยูโรเปียน, Common market, อาเซียน และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทุกประเทศในโลกนี้ ว่าพระองค์รู้จักอย่างไร โลกมันมีสงครามจะรักษาและสร้างสันติภาพอย่างไร ซึ่งพระองค์รู้หมดเลย เรียกว่าเป็นอาจารย์สอนนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาฯ หรือธรรมศาสตร์ ซึ่งก็เหมือนกับสมเด็จพระเทพฯ สอนที่จปร. ซึ่งพระองค์ก็บอกว่ามาคิดดูอีกทีนึง ไม่ดีกว่าและขอยกเลิกไป…

โดยพระองค์บอกว่าเราเป็นมกุฎราชกุมารมันไม่มีหน้าที่และไม่ควรที่จะไปพูดอะไรที่เป็นเรื่องบ้านเมืองหรือการเมือง และยิ่งเป็นเรื่องของโลก สงคราม สันติภาพ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นหน้าที่ของรัฐบาลไม่ใช่หน้าที่ของมกุฎราชกุมาร หรือพระเจ้าอยู่หัว…ซึ่งอันนี้ผมอธิบายยาวกว่าที่พระองค์พูด เพื่อให้ทุกคนเข้าใจ และจะได้เข้าใจว่าความผิดหวังของผมมันคือความเข้าใจนั่นเอง…ว่าสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร หรือ ในหลวงรัชกาลที่ 10 ในปัจจุบันของเราทําไมจึงเหมือนราชวงศ์อังกฤษเป๊ะเลย…กับการไม่เรียกร้องและไม่อธิบาย แม้ใครจะบ่นใครจะว่าอย่าง พิธา, ปิยบุตร, ช่อ พรรณิการ์, คนที่มีตําแหน่งทางการเมืองกันและเคยมี หรือประชาชนกลุ่มหนึ่งจะว่าอย่างไร ซึ่งพระองค์รู้แต่ก็ไม่วิจารณ์ ไม่ให้ความเห็น ไม่พูด ไม่บ่น ซึ่งเหมือนอังกฤษเลย จะยังไงเราก็จะทํางานทําหน้าที่นี้ต่อไป 

ดังนั้น อยากให้คนรุ่นใหม่ได้รู้ว่าพระองค์มีหน้าที่ที่จะต้องทําให้ประชาชนมีความสุข ไม่มีหน้าที่ที่จะพูดอะไรที่รัฐบาลเขาทํา แล้วเกิดรัฐบาลเขาไม่เห็นด้วย ก็ต้องกระอักกระอ่วน…

พระองค์เปิดกว้างและผ่านโลกแห่งความทันสมัยแห่งยุคสมัยของพระองค์และของเรา ซึ่งก็ยังอยู่ในโลกของความทันสมัย…ดังนั้น ต้องเข้าใจ ซึ่งตัวผมนั้นเข้าใจตั้งแต่ปี 2535 แล้วว่าพระองค์เก่งในเรื่องที่ชํานาญจริง ๆ ซึ่งผมอยากเอาความเก่งนี้มาให้ประชาชนคนไทยได้รู้ ทั้งนี้ รัชกาลที่ 10 งานที่เป็นหลักที่สุด คือ พระองค์จะใส่ใจในเรื่องโรงพยาบาลสําหรับชาวบ้านต่างจังหวัด ดังนั้น จึงริเริ่มก่อตั้งสร้างโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชทุกหนแห่งทุกจังหวัดในประเทศไทยนั่นเอง…

ผบ.ตร.ส่งผู้แทน ลงใต้มอบเงินช่วยเหลือ ผบ.หมู่ หน่วยปฏิบัติการพิเศษยะลา ที่เหยียบกับระเบิดจากการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม มอบสิ่งของบำรุงขวัญตำรวจ สภ.แม่ลาน ปัตตานี สร้างความปลื้มใจให้ตำรวจชายแดนใต้ ที่ผู้นำหน่วย ไม่ทอดทิ้ง ดูแลห่วงใย

วานนี้ (4 ม.ค.2567) พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร./รอง ผบ.ศปก.ตร.สน. เดินทางไปตรวจเยี่ยม มอบกระเช้า และมอบเงินกองทุนสวัสดิการ ตร. ช่วยเหลือครอบครัวข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฎิบัติหน้าที่ จำนวนเงิน 275,000 บาท ให้แก่ จ.ส.ต.สรกาล ทรัพย์บัว ผบ.หมู่ กก.ปพ.ภ.จว.ยะลา ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กรณี เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.66 จ.ส.ต.สรกาลฯ ได้เหยียบกับระเบิด ณ บริเวณสวนยางพารา หน้าวัดคูหาภิมุข (วัดหน้าถ้ำ) อ.เมืองยะลา จ.ยะลา เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บข้อเท้าขวาขาด โดยขณะนี้ได้พักรักษาตัวที่บ้านพักตามภูมิลำเนา  ม.9 ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จว.สงขลา ด้าน จ.ส.ต.สรกาลฯ ปลื้มใจที่ ผบ.ตร.ไม่ทอดทิ้ง ส่งผู้แทนมาเยี่ยม ทำให้มีกำลังใจในการรักษาตัวและกลับไปปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

ต่อมา พล.ต.ต.พิทักษ์ ได้เดินไปตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญกำลังใจ แก่ข้าราชการตำรวจ สภ.แม่ลาน จ.ปัตตานี โดยนำความห่วงใยของ ผบ.ตร.ที่มีต่อข้าราชการตำรวจจังหวัดชายแดนใต้ มาให้กำลังใจในการทำงาน พร้อมกำชับการปฏิบัติตามหลักยุทธวิธี ตามข้อสั่งการของผู้บังคับบัญชา สร้างความปลื้มใจแก่ตำรวจ สภ.แม่ลาน จ.ปัตตานี ที่ ผบ.ตร.ไม่เคยลืมมดงาน ส่งผู้แทนมาตรวจเยี่ยม มอบสิ่งของบำรุงขวัญ พร้อมอวยพรกำลังพลเนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ด้วย 

โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สนใจทำข้อตกลงความร่วมมือกับ ก.พ.ค.ตร.

วันที่ 4 ม.ค. 67 เวลา 10:30 น. นายสมรรถชัย วิศาลาภรณ์ ประธาน ก.พ.ค.ตร. และคณะกรรมการ ก.พ.ค.ตร. ให้การต้อนรับ รศ.ดร.ธนภัทร  ปัจฉิมม์ คณบดีโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต และคณะ ประกอบด้วย ผศ.สรศักดิ์  มั่นศิลป์ รองคณบดีโรงเรียนกฎหมายและการเมือง ผศ.ดร.เบญจพร  พึงไชย ผู้ช่วยคณบดีฯ  ดร. มุทิตา  มากวิจิตร อาจารย์ประจำฯ  และ น.ส.เต็มใจ มนต์ไธสงค์  หัวหน้าสำนักงานฯ  โดยโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้ให้ความสนใจที่จะร่วมมือกับคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ หรือ ก.พ.ค.ตร. และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร.

ในการเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจไปเผยแพร่ทั้งในด้านวิชาการ การวิจัย และการประชาสัมพันธ์ เช่น การจัดอบรม การสัมมนาหรือเสวนาทางวิชาการ โดยในอนาคตจะมีการทำข้อตกลงความร่วมมือร่วมกันทั้งสองหน่วยงาน เพื่อทำงานร่วมกันต่อไป จึงนับว่าเป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกที่บรรลุข้อตกลงความร่วมทางวิชาการร่วมกันกับ ก.พ.ค.ตร. 

📸 ดูโพสต์นี้บน Facebook https://www.facebook.com/share/p/594qRsGKcNPuGLYT/?mibextid=7TVuMX

ทาวน์เฮ้าส์เก่า ‘ทรุดถล่ม’ กลางดึกติดกัน 4 หลัง ด้านเจ้าของบ้านหนีตาย เหลือแค่เสื้อผ้ากับมือถือติดตัว

(4 ม.ค. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา นายพินิจ เติมบุญ นายก อบต.บ้านคลองสวน รับแจ้งว่ามีบ้านลักษณะเป็นทาวน์เฮ้าส์ขนาด 2 ชั้น ทรุดตัวได้รับความเสียหายหลายหลัง ภายในหมู่บ้านพักครู ใน ต.บ้านคลองสวน อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่กองช่างและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรีบไปให้การช่วยเหลือ

ที่เกิดเหตุเข้าจากถนนประชาอุทิศ 90 มุ่งหน้าวัดจันทร์แก้วเพชร ประมาณ 5 กิโลเมตร ด้านขวามือ พบเป็นทาวน์เฮ้าส์ขนาด 2 ชั้น ปลูกติดกันจำนวน 50 คูหา แบ่งเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งละ 25 หลัง บริเวณทาวน์เฮ้าส์ด้านซ้ายมือ 4 หลัง เกิดการทรุดตัว บริเวณด้านหลังบ้านซึ่งเป็นห้องครัวและห้องน้ำพังถล่มลงมา เศษอิฐ เศษปูนหล่นลงมากองกับพื้น

บริเวณหน้าบ้านพบกำแพงบ้านและหน้าต่างแตกแยก จนเอนเอียงไปทางด้านหลังบ้าน โดยทางเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.บ้านคลองสวน ปิดกั้นบริเวณที่เกิดเหตุ ไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในบ้านและยังไม่อนุญาตให้เจ้าของบ้านเข้าไปเก็บทรัพย์สินภายในตัวบ้าน เหตุเกรงว่าจะเกิดอันตราย และเกิดการทรุดตัวเพิ่มขึ้นจนพังถล่ม

นายเล็ก อายุ 63 ปี หนึ่งในเจ้าของบ้านที่บ้านพังถล่ม เล่าว่า ตนเป็นพนักงานรับ-ส่งสินค้า อยู่ในบริษัทชื่อดังแห่งหนึ่ง โดยบ้านหลังดังกล่าวตนซื้อต่อมาจากครูที่เกษียณราชการไปเมื่อช่วง 20 ปีก่อน ในราคา 500,000 บาท ปกติจะพักอยู่กับลูกและภรรยารวมกัน 5-6 คน แต่เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมาลูก ไปซื้อบ้านอยู่อีกแห่งหนึ่ง ตนจึงอยู่บ้านหลังดังกล่าวเพียงคนเดียว

กระทั่งเมื่อช่วงกลางเดือนตุลาคม 66 ที่ผ่านมา ตนได้ยินเสียงปูนของบ้านซึ่งอยู่ติดกัน บ้านหลังดังกล่าวไม่มีผู้พักอาศัยมานานกว่า 2-3 ปี ได้ยินเสียงปูนลั่นมาโดยตลอด บางครั้งลั่นทุกชั่วโมง บางครั้ง ลั่น 2-3 ครั้งแต่ไม่ได้เอะใจอะไร

กระทั่งเมื่อเวลา 19.30 น.วันนี้ ในขณะที่ตนนั่งดูทีวีอยู่ชั้นล่างของตัวบ้านได้ยินเสียงปูนลั่นเหมือนเดิม และเหมือนลั่นในบ้านของตนด้วยจำนวน 2-3 ครั้ง ตนจึงลุกขึ้นเดินดูรอบบ้าน พบว่าปูนบริเวณหลังบ้านเริ่มหล่นลงมาจำนวนมาก ก่อนที่มีเพื่อนบ้านจะตะโกนเรียกตนให้รีบหนีออกมาจากตัวบ้าน

ในระหว่างที่ตนกำลังจะเดินออกจากบ้าน ยังได้ยินเสียงตัวบ้านลั่นอีก 2-3 ครั้ง ตนจึงรีบกระโดดออกทางหน้าต่างวิ่งหนีออกมาจากตัวบ้านรอดตายอย่างหวุดหวิด ทำให้ข้อเท้าด้านขวามีอาการปวดเจ็บ หลังจากที่ได้ออกมาจากตัวบ้านแล้วยืนดูตัวบ้านอยู่สักครู่ใหญ่ นึกขึ้นได้ว่าลืมโทรศัพท์อยู่ในบ้านจึงวิ่งเข้าไปเอาโทรศัพท์ในบ้าน ก่อนที่จะวิ่งหนีออกมาได้

หลังจากเกิดเหตุ ตนจะไปพักอาศัยอยู่บ้านลูกและคงต้องรอหน่วยงาน ในพื้นที่มาตรวจสอบและยืนยันโครงสร้างอีกครั้ง ซึ่งตนเป็นห่วงข้าวของที่อยู่ในบ้านเพราะมีหลายอย่าง ตอนที่ตนหนีออกมามีแค่เสื้อผ้าชุดเดียว กับโทรศัพท์มือถือเพียง 1 เครื่องเท่านั้น

กระทั่งเมื่อเวลา 23.00 น. ดร.ธเนศ วีระศิริ ที่ปรึกษาวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยพร้อมเจ้าหน้าที่ที่เชี่ยวชาญ เดินทางมายังพื้นที่เกิดเหตุพร้อมเดินสำรวจโดยรอบ สันนิษฐานคาดว่าน่าจะเกิดจากฐานล่างของตัวบ้านเกิดการทรุดตัว จากที่ตัวบ้านหลังหนึ่งใน สังเกตด้วยสายตาพบว่าบ้านหลังดังกล่าวทรุดตัวมากกว่าหลังอื่นๆ ก่อนที่จะดึงบ้านข้างเคียงพ่วงลงไปด้วย

จึงประสานเจ้าหน้าที่ในตอนเช้าให้นำอุปกรณ์มาตรวจสอบระดับการทรุดตัวของตัวบ้าน ว่ามีเพิ่มเติมอีกหรือไม่และประชาสัมพันธ์เจ้าของบ้านไม่ให้เข้าไปในตัวบ้านโดยเด็ดขาด

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปิดกั้นบริเวณที่เกิดเหตุไว้โดยรอบพร้อมประชาสัมพันธ์ไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในจุดเกิดเหตุดังกล่าว เกรงว่าบ้านจะถล่มลงมาทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตพร้อมทั้งประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ.บ้านคลองสวน เข้ามาอำนวยความสะดวกและป้องกันบุคคลอื่นเข้าไปลักทรัพย์สินภายในบ้านที่เกิดเหตุ

โดยหลังจากนี้จะประสานเจ้าหน้าที่โยธาจังหวัดสมุทรปราการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องนำอุปกรณ์เร่งเข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุโดยเร็วเพื่อป้องกันเหตุซ้ำซ้อน อีกทั้งจะจัดตั้งจุดลงทะเบียนพร้อมเยียวยาเจ้าของบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนในเบื้องต้น

และในวันพรุ่งนี้จะมีเจ้าหน้าที่โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสมุทรปราการ เข้ามาตรวจสอบถึงสาเหตุการทรุดตัวอีกครั้ง และนายพินิจ เติมบุญ นายก อบต.บ้านคลองสวน จะหาแนวทางการช่วยเหลือบ้านผู้เสียหายต่อไป ซึ่งทีมงาน ส.ส. จะติดตามการช่วยเหลือกรณีดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

'สาวท้อง' โวย!! 'ที่นั่งบุคคลพิเศษ' ใน รฟฟ. แต่คนท้องไม่ได้นั่ง ชาวเน็ตเสียงแตก!! บ้างบอกควร 'เสียสละ' บ้างบอก 'สิทธิ์ส่วนบุคคล'

(4 ม.ค. 67) กลายเป็นเรื่องราวถกสนั่นร้อนระอุไปทั่วโลกโซเชียล เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งออกมาแชร์ประสบการณ์การเดินทางที่ ‘คนท้อง’ ต้องเผชิญ สะท้อนทัศนคติผู้คนในสังคมต่อ คนท้อง และทำให้เกิดการตั้งคำถามถึงสิ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ คนท้อง ในสังคมนั้นมีเพียงพอหรือยัง?

โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กรายนี้โพสต์ข้อความว่า “ขอบคุณที่นั่งสำหรับ คนพิการ พระสงฆ์ และ คนท้อง (ที่ไม่ได้นั่งเลย ยืนตลอดสาย ) ตั้งแต่ แบริ่ง – อโศก และเป็นวัน ที่ 3 ม.ค. 67 เป็นวันที่คนเริ่มกลับมาทำงาน และ บนรถไฟฟ้า ผู้คนแน่นมาก ๆ แต่สำหรับคนท้องที่มีที่นั่งพิเศษ กลับไม่ได้นั่ง”

“ส่วนคนที่แข็งแรง และ เป็นผู้ชาย แหงนหน้ามามองหลายรอบมาก แต่กลับนิ่งเฉย (ฉันยืนเหงื่อแตก ตาลาย ไหนมือนึงจะเกาะเสา ไหนอีกมือ จะคว้านหายาดมในกระเป๋า (แทบล้มตอนขบวนออกตัว)”

“แต่เขาก็ยังนั่งมองฉันเฉย ๆ แบบไม่มีจิตสำนึกอะไรเลย ผู้คนในรถไฟฟ้าต่างมองเขากัน แต่เขาก็ยังทำตัวนิ่งเฉย เริ่มไม่เข้าใจแล้วว่า ที่นั่งสำหรับ คนท้อง คนพิการ พระสงฆ์ ติดป้ายยังไม่ชัดเจนใช่ไหม? หรือ เข็มกลัดที่ท้องเรา มันเห็นไม่ชัดใช่ไหม (ทั้งๆที่มันอยู่ตรงหน้าคุณแท้ๆ)”

เมื่อโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็กลายเป็นไวรัลสร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์สนั่นในสังคม ความคิดเห็นจากโลกโซเชียลแตกออกหลายเสียง

ความคิดเห็นบางส่วนมองว่า การลุกให้ คนท้อง นั่งใน ที่นั่งสำรองสำหรับบุคคลพิเศษ เป็นเรื่องของ ‘การเสียสละ และมีน้ำใจ’ คอมเมนต์บางรายถึงขั้นมองเป็นหน้าที่ เพราะผู้ที่ตั้งครรภ์ต้องเผชิญกับความยากลำบากในการเดินทางอย่างมาก โดยเฉพาะการเดินทางโดยรถสาธารณะ

ยิ่งไปกว่านั้น ที่นั่งสำรองสำหรับบุคคลพิเศษ ก็มีไว้เพื่อให้บุคคลพิเศษที่มีความจำเป็นนั่ง ทั้งยังมองว่าเป็นเรื่องของจิตสำนึกที่ควรตระหนักรู้ได้ด้วยตนเอง

พร้อมกันนี้ยังมีเสียงจาก คนท้อง ที่ออกมาแชร์ประสบการณ์ความยากลำบากในการเดินทางเช่นเดียวกันจำนวนมาก

คอมเมนต์อีกด้านมองว่า แม้ว่าที่นั่งดังกล่าวจะเป็น ที่นั่งสำรองสำหรับบุคคลพิเศษ แต่ไม่ได้มีกฎระเบียบข้อบังคับ เพียงแค่ขอความร่วมมือเท่านั้น ดังนั้นการจะลุกหรือไม่ลุกให้นั่ง จึงไม่ใช่ความผิด แต่เป็นความสมัครใจส่วนบุคคล

ขณะที่คอมเมนต์อีกส่วน จวกแรง วิจารณ์พฤติกรรมของเจ้าของโพสต์ว่า ทำไมถึงไม่พูดกับชายที่นั่งตรง ๆ แทนที่จะถ่ายมาโพสต์ประจาน? และมีคอมเมนต์โจมตีมากมาย

โดยทางเจ้าของโพสต์เผยว่า เธอต้องการเป็นกระบอกเสียงให้กับคนที่ท้อง แต่ไม่ได้รับการซัพพอร์ตทางสังคมในที่สาธารณะ ทั้งยังยกกรณีคอมเมนต์จากคนท้องที่เคยเจอเหตุการณ์ลักษณะเดียวกัน ซึ่งเธอหวังว่า จะสร้างความตระหนักรู้ในสังคมได้

อย่างไรก็ดี ทาง รถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) เคยมีการชี้แจงถึง ที่นั่งสำรองสำหรับบุคคลพิเศษ ไว้ดังนี้

ที่นั่งสำรองสำหรับบุคคลพิเศษ (Priority seat) คือ ที่นั่งสำรองให้แก่ เด็ก, สตรีมีครรภ์, คนพิการ, ผู้ป่วย, พระภิกษุสงฆ์ และผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้งาน ทางบีทีเอส ได้ออกแบบสัญลักษณ์ที่นั่งสำรอง เพื่อให้เห็นเด่นชัด สังเกตได้ง่าย พร้อมที่จะเอื้อเฟื้อที่นั่งสำหรับผู้ที่จำเป็นต้องใช้ที่นั่งพิเศษนี้

ที่นั่งสำรองนี้ ผู้โดยสารทุกคนสามารถนั่งได้ แต่ต้องพร้อมที่จะเสียสละ เมื่อมีบุคคลพิเศษที่มีความจำเป็นต้องใช้งาน ร่วมสร้างสังคมมีน้ำใจในการเดินทาง มีน้ำใจให้แก่กัน ทำให้การเดินทางในแต่ละวันมีแต่รอยยิ้ม

กลายเป็นประเด็นดราม่าถกสนั่น สะท้อนให้เห็นถึงทัศนคติที่ ผู้คนในสังคม มีต่อ คนท้อง ขณะที่ประเทศไทยก็กำลังเผชิญกับภาวะเด็กเกิดใหม่ที่ลดลงจนถึงขั้นวิกฤต ยิ่งทำให้เกิดคำถามต่อสังคมว่า สวัสดิการและสิ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ คนท้อง ในพื้นที่สาธารณะในสังคมไทยนั้นมีเพียงพอแล้วหรือยัง? โดยเรื่องราวจะจบลงอย่างไรคงต้องติดตามกันต่อไป

“ เจริญชัย ” คว้ารางวัล Thailand Energy Award 2023ปลาบปลื้ม “หม้อแปลง BCG & Low Carbon” ย้ำชัด เป็นหม้อแปลงและระบบการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าแบบ  Real Time

เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2566 ที่ผ่านมา กระทรวงพลังงาน จัดพิธีมอบรางวัล Thailand Energy Awards 2023 ชื่นชมทุกภาคส่วนร่วมใจขับเคลื่อนการพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานไทย ได้อย่างมั่นคงและต่อเนื่อง สร้างผลงานเป็นที่โดดเด่นเห็นผลเป็นรูปธรรมพาประเทศไทยสร้างชื่อเสียงบนเวทีอาเซียน พร้อมรุกคืบเป้าหมายสังคมคาร์บอนต่ำสู่อนาคตที่ยั่งยืน

นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล Thailand Energy Awards 2023 ณ ห้องคอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ โรงแรมรามา การ์เด้น กรุงเทพฯ รวมทั้งสิ้น 68 รางวัล จากการประกวด 5 ด้าน ได้แก่ ด้านพลังงานทดแทน ด้านอนุรักษ์พลังงาน ด้านพลังงานสร้างสรรค์ ด้านบุคลากร และด้านผู้ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน ที่ได้ร่วมกันสร้างผลประหยัดพลังงานโดยรวมให้ประเทศกว่า 562 ล้านบาท และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 140,000 ตัน

คุณประจักษ์ กิตติรัตนวิวัฒน์ กล่าว ขอขอบพระคุณกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ที่ได้รับโอกาสรับรางวัลถึง 2 รางวัลด้วยกันคือ ASEAN Energy Award 2023 และ Thailand Energy Award 2023 เป็นความภาคภูมิใจและความปลาบปลื้มอย่างยิ่ง โดยหม้อแปลงดังกล่าวตอบโจทย์การประหยัดพลังงาน ของภาคอุตสาหกรรม และผู้ประกอบการอาคารสถานที่ที่สามารถลดการใช้พลังงาน ลดต้นทุนค่าไฟฟ้าได้ถึง 11.5% และลดคาร์บอนมากกว่า 100 ล้านตันคาร์บอน คืนทุนภายใน 2-5 ปี เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลในการแก้ปัญหาด้านการประหยัดพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน สร้างความมั่นคงและความยืดหยุ่นด้านพลังงาน เพื่อผลักดันการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดความยั่งยืนนี้จะส่งเสริมการเติบโตสีเขียวในภูมิภาค ทั้งนี้ สถานการณ์ดังกล่าวทำให้รัฐบาลต้องประกาศ นโยบายการลดคาร์บอน โดยประกาศเป้าหมายความเป็นกลางของแผนลดก๊าซคาร์บอนในปี 2575 จะเห็นภาพการใช้พลังงานทั้งด้านอุตสาหกรรมและภาคประชาชน ซึ่งจะต้องให้ความสำคัญต่อการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากขึ้น ดังนั้น หม้อแปลงที่กล่าวข้างต้นจึงตอบโจทย์ทุกหน่วยงานภาครัฐและเอกชนด้านการประหยัดพลังงานและลดคาร์บอน (คืนทุน 2-5 ปี)
หม้อแปลง Low Carbon เป็นหม้อแปลงบริหารระบบจัดการพลังงานที่บริหารจัดการการสิ้นเปลืองให้เกิดประสิทธิภาพและมีความเสถียรภาพกับการใช้พลังงานไฟฟ้าที่มั่นคงและยั่งยืน ทำให้โรงงานอุตสาหกรรม, อาคาร สถานประกอบการ ลดค่าไฟฟ้า 5-20% (Energy Saving) ลดคาร์บอน 5-20% (Low Carbon) มากกว่า 100 ล้านตัน ลดมลพิษ (Low Emission) ทำให้อุปกรณ์อายุการใช้งานยาวนานขึ้น (Long Life Equipment) เพื่อเป็นการตอบโจทย์ให้ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม สถานประกอบการ เจ้าของอาคาร ตามนโยบายของรัฐบาลในการลดก๊าซเรือนกระจก ลดโลกร้อน”

"บิ๊กโจ๊ก"ลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น กวดขันพนง.ขับรถโดยสารสาธารณะในช่วงเทศกาลปีใหม่

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ตรวจวัดแอลกอฮอล์และสารเสพติดในพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะในช่วงเทศกาลปีใหม่ เน้นย้ำปัญหาที่เกิดขึ้นจะต้องปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้เกิดอุบัติเหตุน้อยที่สุด และปรับปรุงจุดเสี่ยงในพื้นที่ของแต่ละจังหวัด ไม่ให้เป็นจุดเสี่ยง

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 3 ม.ค. 66 ที่ สถานีขนส่งผู้โดยสารขอนแก่น แห่งที่ 3 ต.เมืองเก่า อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น ภายใต้การอำนวยการของ นายไกรสร กองฉลาด ผวจ.ขอนแก่น มอบหมายให้ นายยุทธพร พิรุณสาร รอง ผวจ.ขอนแก่น ให้การต้อนรับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.ในโอกาสมาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ตรวจวัดแอลกอฮอล์และสารเสพติดในพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะเพื่อป้องกันอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567  โดยมี พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี รอง ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.อนุวัตร สุวรรณภูมิ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น, นายพงศ์ธร จันทราธิบดี ขนส่งจังหวัดขอนแก่น , นายประสิทธิ์ ทองแท่งไทย รองนายก อบจ.ขอนแก่น ,หน.สนง.ปภ.ขอนแก่น ,จนท.สนง.ขนส่งจังหวัด, หน.สถานีรถโดยสาร ร่วมรับการตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง.ผบ.ตร. กล่าวว่า ขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจในการคุมเข้มในการดูแลกำกับการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 4 ตัวเลขสถิติการเกิดอุบัติเหตุในปีนี้นั้นลดลงกว่าปีที่แล้ว รัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องการเห็นประชาชนคนไทยมีความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน และเน้นหนักในเรื่องความปลอดภัยเป็นที่สุด ทั้งในสถานการณ์ปกติและในช่วงเทศกาลต่างๆ ประชาชนต้องปลอดภัยให้มากที่สุด เกิดอุบัติเหตุต่ำสุด น้อยที่สุดแต่อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลยังต้องทำงานหนักต่อไปเพื่อที่จะทำให้ตัวเลขสถิติการการเกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิตลดน้อยลงที่สุดให้ได้

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์  กล่าวด้วยว่า ในส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นจะต้องปรุบปรุงแก้ไข เพื่อให้เกิดอุบัติเหตุน้อยที่สุด และปรับปรุงจุดเสี่ยงในพื้นที่ของแต่ละจังหวัด ไม่ให้เป็นจุดเสี่ยง โดยเฉพาะผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ รถสกายแล็ป ที่มักจะเกิดเหตุบ่อยที่สุด เกิดจากขับรถเร็วและไม่ใส่หมวกกันน็อก ขับรถย้อนศร ใช้รถยนต์ ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย จึงต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ในส่วนของประชาชนที่ยังตกค้างใน บขส.นั้น ในวันที่ 4 ม.ค. 2567 จะต้องได้กลับเข้ากรุงเทพฯ กันทุกคน และต้องไม่มีผู้โดยสารตกค้างเด็ดขาด เพราะวันนี้ตนและทุกหน่วยงานได้มาส่งทุกท่านเดินทางให้ถึงจุดหมายปลายทางด้วยความปลอดภัยทุกคน

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมนายกสมาคมตำรวจ และคณะ ร่วมมอบพิซซ่าพร้อมน้ำอัดลมแก่โรงพยาบาลตำรวจ ส่งต่อแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อขอบคุณที่ดูแลผู้ป่วยเป็นอย่างดี

วันนี้ (4 มกราคม 2567) พล.ต.อ.วินัย ทองสอง นายกสมาคมตำรวจ พร้อมคณะกรรมการสมาคมฯ นำพิซซ่า 1,600 ถาด พร้อมน้ำอัดลม 800 ขวด มอบให้โรงพยาบาลตำรวจ ส่งต่อแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อขอบคุณที่ดูแลข้าราชการตำรวจที่เจ็บป่วย หรือบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงผู้ป่วย และผู้มาใช้บริการ เป็นอย่างดี โดยมี พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ , พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว สมาชิกวุฒิสภา/อดีต ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ ร่วมรับมอบ ณ ลานเวที ชั้น 2 อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา โรงพยาบาลตำรวจ นอกจากนี้ พล.ต.อ.อดุลย์ มอบเงิน 50,000 บาท , พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ มอบเงิน 30,000 บาท และนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 43 มอบเงิน 30,000 บาท ให้ทางสมาคมตำรวจด้วย

โอกาสนี้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ และ พล.ต.อ.อดุลย์ ร่วมร้องเพลงกับวง PGH BAND สร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับผู้ร่วมงานทุกคนด้วย ทั้งนี้ พล.ต.อ. อดุลย์ กล่าวขอบคุณ และอวยพรปีใหม่ให้แก่แพทย์ พยาบาล และบุคลากรของโรงพยาบาล ที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้ป่วยเป็นอย่างดี

ด้านนายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ กล่าวขอบคุณผู้ที่มาร่วมงานทุกคน ที่มาร่วมแสดงความขอบคุณทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรของโรงพยาบาลตำรวจ ที่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างดีที่สุด พร้อมขอบคุณสมาคมตำรวจและคณะ ที่สนับสนุนและให้การช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลตำรวจมาโดยตลอด ยืนยันว่า บุคคลากรของโรงพยาบาลตำรวจทุกนายจะปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด สมกับที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน

‘วัดธรรมกาย’ แจงไม่เกี่ยวข้อง ‘ลัทธิโยเร’ ตามสื่ออ้าง ยืนยัน!! ยึดแนวปฏิบัติตามหลักธรรมวินัยสงฆ์เถรวาท

(4 ม.ค.67) มีรายงานข่าวว่ามีเพจ สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ได้เผยแพร่เอกสารชี้แจง ยืนยันว่า วัดธรรมกาย ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มโยเร โดยระบุว่า

“วัดพระธรรมกายไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มโยเรแต่อย่างใด” ตามที่สื่อออนไลน์บางสำนักนำเสนอข่าวอันเป็นเท็จว่า “ลัทธิโยเร” เชื่อมโยงเกี่ยวพันกับวัดพระธรรมกายนั้น

วัดพระธรรมกายขอชี้แจงว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับกลุ่มความเชื่อตามที่สื่อกล่าวอ้าง ทั้งนี้ วัดพระธรรมกายเป็นวัดในพระพุทธศาสนา สังกัดคณะสงฆ์ไทย ยึดแนวปฏิบัติตามหลักพระธรรมวินัยของสงฆ์เถรวาท ภายใต้การปกครองของมหาเถรสมาคม (มส.) ดังนั้นการนำเสนอข่าวที่ปราศจากข้อเท็จจริง อาจเป็นการกระทำผิดกฎหมายได้

วัดพระธรรมกายจึงชี้แจงมาเพื่อทราบ และโปรดเผยแพร่ความจริงดังกล่าวแก่สาธารณชนด้วย จักขอบคุณยิ่ง

สำนักสื่อสารองค์กร
วัดพระธรรมกาย
วันที่ 4 มกราคม พ.ศ.2567″

“สืบนครบาลร่วมกับ PCT5 จับกุม เบนซ์ สโนเบล ตระเวนเข้าแอปเดลิเวอรี่ลวงสั่งสินค้าก่อนหลอกพนักงานส่งเติมเงินทรูมันนี่วอเล็ต เติมเงินค่าโทรศัพท์ กว่า 200 ครั้ง เสียหายกว่าสองล้านบาท”

ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. , พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ให้ปราบปรามกลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดทุกรูปแบบซึ่งสร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชนผู้สุจริตจำนวนมาก โดยชุดลาดตระเวนออนไลน์ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. พร้อมด้วยชุด PCT5 ได้รับการร้องเรียนจากพนักงานจัดส่งเดลิเวอรี่ให้ช่วยทำการสืบสวนติดตามจับกุมตัวคนร้ายใช้แอปพลิเคชั่น ในนาม เบนซ์ สโนเบล สั่งสินค้าระบบเดลิเวอรี่โดยคนร้ายจะทำทีแจ้งข้อมูลพิกัดสถานที่จัดส่งและเบอร์โทรศัพท์ให้พนักงานทราบเพื่อจัดส่งและติดต่อ เมื่อพนักงานจัดส่งเดลิเวอรี่ใกล้จะเดินทางไปจัดส่งสินค้าตามคำสั่งซื้อ คนร้ายจะทำทีโทรศัพท์ติดต่อหาพนักงานส่งเดลิเวอรี่เพื่อหลอกให้พนักงานจัดส่งเดลิเวอรี่เติมเงินทรูมันนี่วอลเล็ตออนไลน์ หรือบางครั้งก็ให้เติมเงินค่าโทรศัพท์มือถือให้เพิ่มเติม เมื่อพนักงานเดลิเวอรี่หลงเชื่อเติมเงินให้เรียบร้อย ก็ไม่สามารถติดต่อคนร้ายได้ เป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย ที่ผ่านมามีพนักงานเดลิเวอรี่ถูกก่อเหตุมาแล้วทั่วประเทศกว่า 200 ราย มูลค่าความเสียหายกว่าสองล้านบาท

เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2567 เวลาประมาณ 16.30 น. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. , พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. , พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นิวัตน์ พึ่งอุทัยศรี รองผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย รอง ผบก สส.บช.น. , พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. , พ.ต.ท.พัชรพงษ์ กาญจนวัฎศรี , พ.ต.ท.นิธิ ปิยะพันธุ์ รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. , พ.ต.ท.สมพงษ์ เกตุระติ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. , ร.ต.ต.ทรงศักดิ์ เจียมสกุล รอง สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 5 กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. และชุด PCT5  ได้ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุม 
นางสาวภัณฑิลาหรือเบนซ์  วิศาลจิตร อายุ 26 ปี ที่อยู่เลขที่ 62 ซอยอ่อนนุช 74 แขวงประเวศ เขตประเวศ จังหวัดกรุงเทพฯ    ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัด แม่ฮ่องสอน สาขาปาย ที่ จ.44/2566 ลงวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ.2566       

ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ , โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณปากซอยศักดิ์เจริญ จรัญสนิทวงศ์ ซอย 3 แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ กล่าวคือ โดยชุดลาดตระเวนออนไลน์ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. พร้อมด้วยชุด PCT5 ได้รับการร้องเรียนจากพนักงานจัดส่งเดลิเวอรี่ให้ช่วยทำการสืบสวนติดตามจับกุมตัวคนร้ายใช้แอปพลิเคชั่นสั่งสินค้าระบบเดลิเวอรี่ และจากการสืบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบข้อมูลว่าหนึ่งในคนร้ายที่เป็นตัวการในการก่อเหตุ คือ นางสาวภัณฑิลา หรือเบนซ์ วิศาลจิตร โดยจากการตรวจสอบข้อมูลประวัติคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า ณ ปัจจุบัน นางสาวภัณฑิลา หรือเบนซ์ วิศาลจิตร มีหมายจับที่ต้องการต้องตัวเพื่อดำเนินคดี จำนวน 1 หมายจับ คือ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอน สาขาปาย ที่ จ.44/2566 ลงวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ.2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ , โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ”พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ รีบทำการสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวคนร้ายรายดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็วเนื่องจากตามพฤติการณ์ที่คนร้ายก่อเหตุนั้น ถือว่าสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนผู้ทำมาหากินสุจริตเป็นอย่างมาก

ในชั้นจับกุม นางสาวภัณฑิลา หรือเบนซ์ วิศาลจิตร ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่าตนเรียนจบ กศน. ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปัจจุบันทำอาชีพวีเจออนไลน์ แนว 18 บวก ผ่านแอปพลิเคชั่น CallPlay เกี่ยวกับข้อกล่าวหาตามหมายจับตนขอยอมรับว่าตนกับแฟนชื่อ น.ส.สุพัตรา หรือทราย ศรีสงคราม ร่วมกันก่อเหตุ (ยังไม่ถูกจับกุม)โดย น.ส.สุพัตรา หรือทราย ทำหน้าที่เข้าแอปพลิเคชั่นเดลิเวอรี่เพื่อหลอกสั่งสินค้า ให้ข้อมูลพิกัดสถานที่จัดส่งซึ่งปักพิกัดหลอกไว้ พร้อมเบอร์โทรศัพท์สำหรับติดต่อ เมื่อคำนวนเวลาว่าพนักงานเดลิเวอรี่ใกล้ที่จะเดินทางมาถึง ตนจะโทรติดต่อหาพนักงานส่งเดลิเวอรี่ เพื่อหลอกให้พนักงานเดลิเวอรี่เติมเงินทรูมันนี่วอลเล็ตออนไลน์ หรือบางครั้งก็ให้เติมเงินค่าโทรศัพท์มือถือให้เพิ่มเติม เมื่อได้รับเงินทรูมันนี่วอเล็ต หรือเงินค่าโทรศัพท์เสร็จเรียบร้อย ตนก็จะทำนิ่งเฉย ไม่รับสาย ถ้าโทรบ่อยตนก็จะบล็อกเบอร์ของพนักงานเดลิเวอรี่

เมื่อได้เงินทรูมันนี่วอเล็ตเข้ามาในบัญชีแล้วตนจะทำการโอนต่อไปยังบัญชีธนาคารตนเอง และแบ่งเงินให้แฟนที่ร่วมกันก่อเหตุคนละครึ่ง ส่วนกรณีเงินค่าโทรศัพท์ เมื่อหลอกพนักงานส่งเดลิเวอรี่ได้เรียบร้อย ส่วนหนึ่งตนจะเข้าไปที่กลุ่มเฟสบุ๊กแลกค่าโทรเป็นเงินสด เช่น " กลุ่มแลกค่าโทร เป็นเงินสด True  Dtac Ais "  ซึ่งในกลุ่มจะมีการรับแลกเงินในอัตราค่าโทรศัพท์ 500 บาท แลกกับเงินสดโอนเข้าบัญชีธนาคาร 300 บาท ซึ่งในหนึ่งวันจะสามารถแลกได้แต่ 500 บาท ส่วนเงินค่าโทรศัพท์ที่เหลือนำไปเล่นพนันออนไลน์ ซึ่งเข้าเล่นและเติมเงินผ่านเว็บพนันออนไลน์ โดยจะหักเงินจากยอดเงินค่าโทรศัพท์ที่ได้มาจากการหลอกผู้เสียหาย

นอกจากนี้ ในส่วนของเบอร์โทรศัพท์ที่นำมาเปิดบัญชีทรูมันนี่วอเล็ต และเบอร์โทรสำหรับผูกบัญชีแอปพลิเคชั่นเดลิเวอรี่ตนเป็นผู้ว่าจ้างให้คนอื่นมาเปิดใช้งานให้โดยให้ค่าจ้างเปิดซิมพร้อมกับสแกนใบหน้าเพื่อสมัครทรูมันนี่วอเล็ต รายละ 500 บาท ต่อคน โดยใช้วิธีการหาคนมาเปิดเบอร์พร้อมบัญชีทรูมันนี่วอเล็ต หรือเบอร์โทรศัพท์สำหรับผูกบัญชีแอปพลิเคชั่นเดลิเวอรี่ จากการโพสต์เฟสบุ๊กหาคนเปิดในกลุ่ม “ จ้างเปิดบัญชีทรูมันนี่ ”ที่ผ่านมาก่อเหตุมาตั้งแต่ปี 2564 ร่วมกันก่อเหตุมาแล้วกว่า 200 ครั้ง   
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัว นางสาวภัณฑิลา หรือเบนซ์ วิศาลจิตร ผู้ต้องหาตามหมายจับ นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปางมะผ้า ภ.จว.แม่ฮ่องสอน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวแจ้งเตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชนว่าในสังคมปัจจุบัน มิจฉาชีพมีเล่เหลี่ยมกลโกงมากมายหลายรูปแบบ ขอให้ประชาชนได้โปรดใช้สติในการใช้ชีวิตในสังคม อย่างหลงเชื่อกลโกงต่างๆ ของมิจฉาชีพซึ่งมีอยู่มากมาย หากไม่แน่ใจ หรือสงสัยว่าบุคคลที่เข้ามาเสนอผลประโยชน์ นั้นจะเป็นมิจฉาชีพ หรือไม่ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ หรือแจ้งเบาะแสการกระทำความผิด มายังเพจ “สืบสวนนครบาล IDMB” ได้ตลอด 24 ชม. แม้จะเป็นคดีที่มีความเสียหายไม่มาก แต่หากเป็นคดีที่ประชาชนเดือดร้อน เราทำทันที ตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ น.1


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top