Sunday, 9 August 2026
NEWS FEED

‘วราวุธ’ ย้ำ!! เร่งช่วยเหลือครอบครัว 23 เหยื่อโรงงานพลุระเบิด พร้อมดูแลด้าน ‘กาย-จิตใจ-การศึกษา-รายได้และความเป็นอยู่’

เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 67 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์กรณีได้รับรายงานความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุโรงงานพลุระเบิด ที่ตำบลศาลาขาว อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ว่า ถือเป็นพระมหากรุณาที่คุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่ประชาชนผู้ประสบอัคคีภัย องคมนตรีได้เยี่ยมเยียน สอบถามความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ประสบภัย ซึ่งถือเป็นขวัญและกำลังใจ นอกจากผู้ได้รับผลกระทบแล้ว ยังเป็นขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ด้วย

นายวราวุธ กล่าวว่า ขณะนี้สำหรับผู้เสียชีวิต 23 ราย เราได้รายละเอียดครบทุกคนแล้ว โดยทราบว่ามีใครเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องบ้าง เกี่ยวข้องอย่างไร เพราะบางคนผู้ได้รับผลกระทบที่สุดคือหลาน โดยมีลูกมีอาชีพรับจ้างรายได้ไม่แน่นอน ฉะนั้น คนที่เสียชีวิตจะเป็นเสาหลัก แต่บางบ้านผู้เสียชีวิตไม่ใช่เสาหลัก ดังนั้นจึงจะพิจารณาเป็นรายๆ ไป

นายวราวุธ กล่าวต่อไปว่า รายละเอียดทั้งหมด แบ่งเป็น 4 มิติ ได้แก่ สุขภาพกาย, สุขภาพจิต, เรื่องการศึกษา, รายได้และความเป็นอยู่ โดยในแต่ละมิติจะมีหลายหน่วยงานเข้ามา อาทิ เรื่องสุขภาพกายและสุขภาพจิต จะเป็นเรื่องของกระทรวงพม. กับกระทรวงสาธารณสุข เรื่องการศึกษาก็จะมีทั้งเงินช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ เข้ามา ด้านรายได้ก็จะมีเงินประกันสังคม จากกระทรวงแรงงาน ส่วนเรื่องความเป็นอยู่ก็จะมีกระทรวงมหาดไทย และภาคเอกชนเข้ามาช่วย

อย่างไรก็ตาม ตนย้ำกับทีม พม.หนึ่งเดียวแล้วว่า ขณะที่ พม.มีวอร์รูมแล้ว ขอให้มีการประสานงานที่ดีกับหน่วยงานอื่น เพราะจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่สับสน

นายวราวุธ กล่าวอีกว่า ตอนนี้เคสที่หนัก คือ 3 ครอบครัว เด็กเยาวชนที่สูญเสียทั้งพ่อและแม่พร้อมกัน เนื่องจากเป็นเด็กเล็ก ยังเรียนหนังสือ ซึ่งขณะนี้มีหลายฝ่ายเข้าช่วยเหลือเรื่องทุนการศึกษา ทุกคนจะต้องได้เรียนต่ออย่างแน่นอน และต้องขอขอบคุณ ทุกหน่วยงาน ภาคเอกชนทุกราย และอีกหลายฝ่ายที่ยื่นมือเข้ามาช่วยสนับสนุน

“นักสหวิชาชีพ และนักจิตวิทยา รายงานกรณีเข้าประกบดูแลเคส ระบุว่า ตอนนี้ทุกคนอยู่ในภาวะเครียด เศร้าและซึม จิตใจย่ำแย่ ซึ่งในช่วง 7-10 วันแรกนี้ นักสหวิชาชีพ และนักจิตวิทยาจะประกบอยู่ทุกวันตลอดเวลา มีการประเมินสภาพจิตใจกันทุกวัน สถานการณ์หลังพูดคุยแล้วจิตใจเป็นอย่างไร และมีทีมแพทย์ ทีมนักจิตวิทยาจากโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช จ.สุพรรณบุรี กระทรวงสาธารณสุข เข้ามาร่วมงานกันด้วย เราต้องตามติดกันทุกวัน เพราะในเบื้องต้น สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การดูแลสภาพจิตใจกันก่อน” นายวราวุธ กล่าว

‘ก.พ.ร.’ แจง!! ข้อมูล ‘แร่ลิเทียม’ ในไทย เป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน ชี้!! ไทยไม่ใช่อันดับ 3 ของโลก แต่มีความสมบูรณ์กว่าหลายๆ แห่ง

เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 67 กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (ก.พ.ร.) ได้ออกมาชี้แจงกรณีที่ กรมฯได้เผยแพร่ข่าวว่ามีการพบแหล่งลิเทียมในประเทศไทย ที่แหล่งเรืองเกียรติ อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา มีปริมาณทางธรณีของทรัพยากรแร่ (Mineral Resource) ประมาณ 14.8 ล้านตัน มากเป็นอันดับ 3 ของโลก เกรดลิเทียมออกไซด์เฉลี่ย 0.45% หรือมีปริมาณลิเทียมคาร์บอเนตเทียบเท่า (LCE) ประมาณ 164,500 ตัน และสามารถนำแร่ขึ้นมาใช้ประโยชน์ได้ร้อยละ 25 จะนำมาผลิตเป็นแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าขนาด 50 kWh ได้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคันนั้น กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ชี้แจงว่า คำว่า ‘Mineral Resource’ มีความหมายถึง ‘ปริมาณทางธรณีของทรัพยากรแร่’ ซึ่งแตกต่างจากคำว่า ‘Lithium Resource’ ซึ่งหมายถึง ‘ปริมาณทรัพยากรโลหะลิเทียม’

ดังนั้น การนำข้อมูลปริมาณทางธรณีของทรัพยากรแร่ ไปเปรียบเทียบกับปริมาณทรัพยากรโลหะลิเทียมของต่างประเทศ จึงอาจทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่า ประเทศไทยมีปริมาณแร่ลิเทียมมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลกได้

สำหรับชนิดของแร่ที่พบในประเทศไทยในขณะนี้ เป็น ‘แร่เลพิโดไลต์’ (lepidolite) ที่พบใน ‘หินเพกมาไทต์’ (pegmatite) และมีความสมบูรณ์ของลิเทียม หรือเกรดลิเทียมออกไซด์ เฉลี่ย 0.45% แม้จะมีความสมบูรณ์ไม่สูงมาก แต่ก็ถือว่ามีความสมบูรณ์กว่าแหล่งลิเทียมหลายแห่งทั่วโลก และมีความเป็นไปได้ที่จะมีการพัฒนาเทคโนโลยีในการแต่งแร่ที่ความสมบูรณ์ดังกล่าวได้คุ้มค่า อีกทั้งแร่ลิเทียมมีความสัมพันธ์กับแหล่งแร่อื่นๆ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ ดีบุกและธาตุหายากอื่น ซึ่งประเทศไทยเป็นแหล่งดีบุกที่สำคัญในอดีต จึงมีความเป็นไปได้ที่จะพบแหล่งลิเทียมเพิ่มเติม หากมีการสำรวจในอนาคต

ปัจจุบันมีผู้ได้รับอาชญาบัตรพิเศษเพื่อสำรวจลิเทียมจำนวน 3 แปลง ในพื้นที่จังหวัดพังงา และมีคำขออาชญาบัตรเพื่อสำรวจลิเทียมในพื้นที่จังหวัดอื่นอีก เช่น จ.ราชบุรี และ จ.ยะลา

โดยกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ จะเร่งรัดให้เกิดการสำรวจลิเทียมและแร่หายากเพิ่มขึ้น ให้ประเทศไทยมีข้อมูลพื้นฐานสำหรับการทำเหมืองลิเทียม เพื่อรองรับการเป็นฐานการผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคต่อไป

นอกจากนี้ ศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ชี้แจงว่า ตัวเลข 14.8 ล้านตัน เป็นปริมาณของหินเพกมาไทต์ ซึ่งมีธาตุลิเทียมปะปนอยู่เฉลี่ย 0.45% เมื่อถลุงสกัดเอาลิเทียมออกมาแล้ว จะได้ลิเทียมประมาณ 6-7 หมื่นตัน

เปรียบเทียบกับรถยนต์ไฟฟ้าเทสลา โมเดล S หนึ่งคัน ใช้ลิเทียมสำหรับทำแบตเตอรี่ประมาณ 62.6 กิโลกรัม ถ้ามี 1 ล้านคัน ก็ใช้ลิเทียมไป 62,600 ตัน

ปริมาณลิเทียมที่คำนวณจากหินเพกมาไทต์ จากแหล่งเรืองเกียรติ เท่ากับ 6.66 หมื่นตัน ซึ่งหากนำมาเทียบกับข้อมูลแหล่งลิเทียมของประเทศอื่นๆ ทั่วโลก พบว่า ไทยยังห่างไกลจากประเทศ Top 10 เป็นอย่างมาก โดย 5 อันดับแรก ได้แก่ โบลิเวีย 21 ล้านตัน, อาร์เจนตินา 20 ล้านตัน, ชิลี 11 ล้านตัน, ออสเตรเลีย 7.9 ล้านตัน และ จีน 6.8 ล้านตัน

ผบช.สทส. และ ผบก.สส. พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน191 ตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน

วันนี้ (19 ม.ค.67) เวลา15.30น.พล.ต.ท.ศิริพงษ์ ติมุลา ผบช.สทส., พล.ต.ต.อธิศวิส กมลรัตน์ ผบก.สส. พร้อมคณะ ได้เดินทางมาร่วมตรวจเยี่ยมศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน191ตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน

โดยมี พ.ต.อ.สุณัฐพล นิรมิตศุภเชษฐ์ รอง ผบก.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน, พ.ต.อ.กิตติพงษ์ เพ็ชรมุณี รอง ผบก.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน, พ.ต.อ.สมศักดิ์ ขันชัยทิศ ผกก.กก.สส.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน / ผช.ผอ.ศูนย์191และข้าราชการตำรวจในสังกัด จำนวน 11 นาย ให้การต้อนรับ พร้อมกับเข้ารายงานผลปฎิบัติ หน้าที่ ปัญหา ขัดข้อง อุปสรรคในการปฎิบัติงานให้ทราบ 

พร้อมได้สั่งการดังนี้
1. มีระเบียบวินัยในการปฎิบัติหน้าที่ ผลัดเปลี่ยนกันเข้าเวร ควรจัดให้เป็นระบบและมีระเบียบ มีความพร้อมให้บริการกับประชาชน
2.เจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุควรมีความชำนาญในพื้นที่ที่รับผิดชอบ รู้จักสถานที่เกิดเหตุว่าอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบใด  มีทักษะในการสื่อสารที่ดี มีมนุษยสัมพันธ์ดี และมีใจรักในงานบริการ และมีความรู้ทางคอมพิวเตอร์
3.หมั่นตรวจเช็คระบบและอุปกรณ์เครื่องมือสื่อสารทั้งหมดภายในศูนย์รับแจ้งเหตุ ให้มีความพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา
4.กำชับการรับสายเรียกเข้าทุกสายด้วยความรวดเร็ว และสอบถามรายละเอียดข้อมูลจากผู้แจ้งเหตุให้ครบถ้วน
5.กำกับดูแลสายตรวจให้ ไประงับเหตุและให้บริการประชาชนด้วยความรวดเร็ว ทันเหตุการณ์ 
6.นำข้อมูลและสถิติการรับแจ้งเหตุ มาวิเคราะห์วางแผนในการป้องกันอาชญากรรม และปรับปรุงการปฏิบัติงานของศูนย์รับแจ้งเหตุให้ดียิ่งขึ้น

พิษณุโลก นายก อบจ.พิษณุโลก อุดหนุนงบ 2.5 ล้านบาท จัดการแสดง แสง เสียง ละครอิงประวัติศาสตร์ “เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” พร้อมร่วมแสดงเป็นองค์สมมติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2457 เวลา 19.00 น. นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในพิธีเปิดการแสดง แสง เสียง ละครอิงประวัติศาสตร์ “เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ภายในงาน "แผ่นดินสมเด็จพระนเรศวรมหาราชพิษณุโลก" ประจำปี 2567 ระหว่างวันที่ 14-20 มกราคม 2567 ณ บริเวณพระราชวังจันทน์ อำเภอเมืองพิษณุโลก โดยมี นางสาวนิภาวรรณ กาญจนพิทักษ์ วัฒนธรรมจังหวัดพิษณุโลก กล่าวรายงาน พร้อมกันนี้ได้มอบเช็คเงินอุดหนุนจำนวน 2.5 ล้านบาท ให้กับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพิษณุโลก เพื่อจัดการแสดงละครเทิดพระเกียรติฯ ภายในพิธีเปิดได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาฯ และหัวหน้าส่วนราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก เข้าร่วมพิธีและชมการแสดงละครเทิดพระเกียรติฯ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและเผยแพร่พระเกียรติภูมิของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระมหากษัตริยาธิราชเจ้าผู้เกรียงไกร ผู้ทรงกอบกู้อิสรภาพของชาติไทยที่ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของพี่น้องชาวไทยและชาวพิษณุโลก และในโอกาสนี้ นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ได้ร่วมการแสดงละครอิงประวัติศาสตร์ “เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ในครั้งนี้ โดยรับบทแสดงเป็นองค์สมมติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยการจัดขึ้นเป็นวันที่ 6 พร้อมทั้งได้นำข้าราชการและพนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก “นุ่งโจม ห่มสไบ แต่งไทย ทั้งเมือง” ร่วมชมการแสดงละครฯ โดยได้รับความสนใจจากประชาชนมาร่วมชมการแสดงจำนวนมาก     .ธันย์ชนก ทองเพิ่ม ผู้สื่อข่าวพิษณุโลกรายงานข่าว

‘อ.ลอย’ เตือนอย่าเพิ่งดีใจไทยมีลิเทียม 14.8 ล้านตัน ชี้!! ส่วนใหญ่คือ ‘หิน-สินแร่’ อาจเป็นลิเทียมแค่ 3 หมื่นตัน

เมื่อไม่นานมานี้ประเทศไทยได้ออกแถลงการณ์ว่าค้นพบแหล่งแร่ลิเทียม-โซเดียมที่คาดการณ์ว่ามีปริมาณมากถึง 14.8 ล้านตัน จากแหล่งแร่คุณภาพดี 2 แห่ง ได้แก่ แหล่งเรืองเกียรติ และแหล่งบางอีตุ้ม จ.พังงา

ล่าสุด (19 ม.ค. 67) อาจารย์ลอย ชุนพงษ์ทอง นักคณิตศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญดาราศาสตร์คำนวณ และยูทูบเบอร์ ผู้ก่อตั้ง ‘Loy Academy’ ได้ออกมาโพสต์ถึงเรื่องดังกล่าว ระบุว่า…

หยุดแหกตา โกหกประชาชน!! เรื่องแหล่งแร่ #ลิเทียม ที่พังงา แร่ Lepidolite ที่ตะกั่วทุ่งมี % Lithium Oxide ราว 0.35-0.45%

1. สินแร่ (หิน) Lepidolite 25 ล้านตัน ไม่ใช่ลิเทียมออกไซด์ 25 ล้านตัน ตามที่ตีข่าวใหญ่โต มีลิเทียมออกไซด์ ไม่เกิน 0.45% ของหินชนิดนี้ ที่แหล่งนี้

2. แหล่งเล็กมาก ต่อให้เอา 2 แหล่ง และต่อให้มีหินแร่รวมกัน 25 ล้านตัน ก็คาดว่าขุดหินแร่มาใช้ได้อย่างเก่งแค่ 10 ล้านตัน ถ้าแยกแร่ได้ดีเยี่ยม ก็เหลือลิเทียมออกไซด์ไม่เกิน 3 หมื่นตัน

3. ที่สำคัญสุดคือเกรดห่วย ต่อให้นำสินแร่ขึ้นมาได้ ยกสินแร่ให้ผมฟรี ๆ ผมก็ไม่เอาครับ เพราะเกรดต่ำมาก 0.45% ปรกติเกรดที่คุ้มค่าการลงทุนแต่งแร่ คือ 0.9% ค่าสกัดให้เป็นลิเทียมออกไซด์ ต่อตันอาจแพงกว่าราคานำเข้าเสียอีก ประมาณว่า แหล่งนี้ต้องใช้หินแร่ (สินแร่) ถึง 300 ตัน จึงจะสกัดลิเทียมออกไซด์ได้ 1 ตัน

อย่างไรก็ตามนั่นหมายความว่าประเทศไทยไม่ได้มีแร่ลิเทียม 14.8 ล้านตันอย่างที่เป็นข่าว แต่เป็นสินแร่ (หินที่มีแร่) จำนวน 14.8 ล้านตันเท่านั้น ซึ่งหากสกัดออกมาเป็นลิเทียมออกไซด์เรียบร้อยแล้วจะมีเพียง 3 หมื่นตันเท่านั้น และประเทศไทยอาจไม่ได้เป็นอันดับที่ 3 เหมือนที่คาดการณ์ไว้

‘นายกฯ’ เตรียมหารือ ‘รมว.อุตฯ’ แก้กฎหมาย เพิ่มความเข้มงวด โรงงานพลุขนาดใหญ่

(19 ม.ค.67) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงการเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุโรงงานพลุระเบิดที่ จ.สุพรรณบุรี ว่า เรื่องการเยียวยาอยู่ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าสลดใจ เพราะเคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ระหว่างนี้ต้องไปดูเรื่องผู้เสียชีวิตที่ต้องได้รับการเยียวยาอย่างถูกต้อง การพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล เพื่อคืนศพให้ญาติพี่น้อง ได้รับรายงานว่าสามารถพิสูจน์ได้แล้ว 15 ราย และทยอยคืนศพแล้ง เรื่องระยะสั้นคงเป็นเรื่องนี้ก่อน 

ส่วนเรื่องที่ต้องแก้ไขข้อกฎหมาย ต้องดูแลให้ดี เพราะมีโรงงานเหล่านี้อยู่จำนวนมาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเข้าไปจัดการให้ดี ส่วนมาตรฐานของโรงงาน หวังว่าจะกำกับดูแลที่ดีและถูกต้อง เข้าใจว่าโรงงานพลุแห่งนี้ไม่ได้อยู่ในกำกับดูแลของกรมโรงงานอุตสาหกรรม เพราะมีขนาดเล็ก ซึ่งต้องดูว่ากฎหมายอะไรที่จะทำให้ประชาชนมั่นใจเรื่อง Public Safety

เมื่อถามว่าควรให้โรงงานผลิตพลุอยู่ในการควบคุมของกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมหรือไม่? นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “มันมีกฎที่จะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแล โดยกระทรวงอุตสาหกรรม แต่ที่ถามมาว่าทำไมถึงไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุม เพราะโรงงานนี้มีขนาดเล็ก ซึ่งจะต้องพูดคุยกับทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมว่าจะขยายหรือไม่ เพราะโรงงานที่อันตรายต้องถูกควบคุมให้ใกล้ชิดมากขึ้น อาจจะต้องจำกัดประเภทธุรกิจและสินค้า แม้ว่าขนาดไม่ใหญ่ แต่หากเกิดอุบัติเหตุขึ้น ความหายนะสูงก็ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดมากขึ้น ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องกำกับดูแลให้มากขึ้น” 

'ดร.เอ้' แนะ!! กทม. ควรสั่งปิดโรงเรียนเด็กเล็ก ชี้!! ฝุ่นพิษครองเมือง เร่งกวดขันต้นตอเสียที

(19 ม.ค.67) ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ 'ดร.เอ้' รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กทม. ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว 'เอ้ สุชัชวีร์' โดยระบุว่า...

"แดง แดง แดง ทั้งกทม." ฝุ่นพิษครองเมือง กทม. ต้องแจ้งเตือน และ เข้มงวดกับต้นตอ

ดร.เอ้ กล่าวว่า ตนเองไอหนักมากตั้งแต่เช้า โทรหาหมอเพื่อนกัน เขาบอกว่า ฝุ่นพิษ PM2.5 วิกฤตแล้ว คนไข้โรคทางเดินหายใจ คิวเต็มรพ. หมอเครียดมาก ผมห่วงใยเพื่อนๆ และลูกๆ นะครับ เพราะจะใส่หน้ากาก N95 ทั้งวันก็หายใจไม่สะดวก จะซื้อเครื่องฟอกอากาศ ก็ไม่ได้ผลมากนัก เฮ้อ...ไม่รู้จะทำไงดี ครอบครัวคนกทม. เราจำเป็นต้องใช้ชีวิตที่นี่... กรุงเทพเรา อากาศหายใจ ไม่ได้แล้วหรือ เรามาถึงจุดนี้ได้ไง? ใครก็รู้ว่า ต้นกำเนิดฝุ่นมาจากการขนส่ง หนักที่สุด ซึ่งมันแก้ได้

ดร.เอ้ กล่าวว่า สิ่งที่ กทม. ต้องทำเร่งด่วน เป็นอันดับแรก คือ การแจ้งเตือนผู้ปกครอง เพราะวันนี้โรงเรียนเด็กเล็กควรปิด และต้องมีรายงานฝุ่น ขึ้นป้าย LED ที่มีอยู่เต็ม กทม. แจ้งให้ประชาชนระวังตัวใส่หน้ากาก ป้องกันตนเอง และลูกๆ

อันดับสอง รถขนส่งที่ปล่อยฝุ่นพิษ ส่วนใหญ่ไปส่งของ ที่ไซต์งานก่อสร้าง ดังนั้น กทม. มีอำนาจตรวจจับ และบังคับใช้กฎหมายกับเจ้าของสถานที่ก่อสร้างไร้ความรับผิดชอบได้ทันที ให้เขากวดขันกับรถที่ปล่อยฝุ่น เข้า-ออก เพราะเขากลัวถูกพักการก่อสร้าง ซึ่งเสียหายมาก ใครก็กลัว ทุกเมืองทั่วโลก ทำแบบนี้

ทั้งนี้ ดร.เอ้ ยังเชื่อ เรายังแก้ปัญหามลพิษได้ หากผู้นำมุ่งมั่น จริงจัง ดุดัน มากพอ กับการสู้กับต้นกำเนิดฝุ่น ที่วันนี้ยังปล่อยทำร้ายคนกทม. ทุกวันๆ

รมว.แรงงาน 'พิพัฒน์' ตามผลผู้ฝึกแรงงานอิสระเชียงราย และแรงงานจากอิสราเอล Up Skill นำความรู้ติดตัว ต่อยอดอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ให้ครัวเรือน

วันที่ 19 มกราคม 2567 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมรับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานของสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 20 เชียงราย และตรวจเยี่ยมพบปะให้คำแนะนำ ผู้เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรการประกอบอาชีพให้แรงงานที่เดินทางกลับจากประเทศอิสราเอล ภายใต้โครงการพัฒนาทักษะเฉพาะของแรงงานอิสระยุค 4.0 และหลักสูตรขับเคลื่อนและส่งกำลังยานยนต์ไฟฟ้า โดยมี นางสาวบุปผา เรืองสุด อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน เข้าร่วม หัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดเชียงราย และผู้เข้ารับการฝึกอบรม ร่วมให้การต้อนรับ ณ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 20 เชียงราย ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เชียงรายเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเป็นจำนวนมาก ทำให้ภาคธุรกิจการท่องเที่ยวภาคเหนือคึกคัก ในส่วนของกระทรวงแรงงานได้ให้ความสำคัญเร่งส่งเสริมการประกอบอาชีพให้แก่ประชาชนในพื้นที่ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการจ้างงาน ทำให้ประชาชนมีทักษะฝีมือ มีงานทำ มีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง ในวันนี้ผมพร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่ติดตามผลการฝึกอบรมหลักสูตรการประกอบอาชีพให้แรงงานอิสระและแรงงานที่เดินทางกลับจากประเทศอิสราเอล อาทิ หลักสูตรการบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศในบ้านและการพาณิชย์ขนาดเล็ก เพื่อเป็นอาชีพเสริมจากภาคเกษตร สามารถทำงานเพื่มรายได้ที่อิสราเอลได้ และหลักสูตรการบำรุงรักษารถจักรยานยนต์เบื้องต้น เพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่ายของแรงงานในการบำรุงรักษา ซ่อมด้วยตนเอง เป็นต้น

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ผมได้ให้นโยบายเร่งด่วนไปกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงานในหลักสูตรที่แรงงานต้องการฝึกอบรม 5 อันดับแรก ได้แก่ การเดินสายไฟฟ้าภายในอาคาร การติดตั้งโซล่าเซลล์ระบบ lOT เพื่อการเกษตรกรรม การซ่อมรถจักรยานยนต์ การซ่อมรถยนต์ และการเชื่อมโลหะตามลำดับ เพื่อให้แรงงานอิสระสามารถนำไปประกอบอาชีพ มีรายได้ทันที ส่วนผู้ว่างงานที่ต้องการ Up Skill ทักษะฝีมือของตัวเอง สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 20 เชียงราย หรือโทร.สายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 4 กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน 

'โซเชียล' ชื่นชม!! 'ชรินทร์ นาคทอง' สุดยอดโชเฟอร์แท็กซี่ น้ำใจงาม คืนทรัพย์สินเฉียดล้านแก่เจ้าของ บอก "ไม่ใช่ของเรา ต้องคืนเขา"

(19 ม.ค. 67) จากเพจ 'ไจตนย์ : Jaitana channel' ได้โพสต์เหตุการณ์น่าประทับใจ กรณีโชเฟอร์แท็กซี่รายหนึ่งโทรแจ้ง สวพ.91 เพื่อให้เจ้าของที่ลืมกระเป๋าไว้มารับ ระบุว่า...

'ความดี ต้องทำ ถึงจะรู้'

นี่คือ คำพูดของหนุ่มน้ำใจงามคนนี้ น้ำตาคลอเบ้า จนเอ่อล้นออกมา ก่อนที่จะบอกสิ่งที่อยู่ในใจนี้ กับเรา

นี่คือน้ำตาแห่งความตื้นใจ ความปีติ ความสุขใจ ในคุณความดีที่ได้ทำ เป็นความรู้สึกที่ออกมาจากใจที่งดงามของ 'คุณชรินทร์ นาคทอง' อายุ 62 ปี ชาวกรุงเทพมหานคร โชเฟอร์เเท็กซี่ สีชมพู คาดเขียว ทห-6062 กทม และเขาย้ำว่า...

"มันไม่ใช่ของเรา ต้องคืนเขา"

เมื่อคืนวันครู (16 มกราคม) คุณชรินทร์โทรมาที่สวพ.91 หมายเลข 1644 โทรฟรี 24 ชั่วโมง ทั่วประเทศ เพื่อเเจ้งว่า ผู้โดยสารที่รับมาจากหน้าโรงเเรมย่าน ราชเทวี ไปส่งเเถวพระราม 7 ลืมกระเป๋าไว้ที่กระโปรงท้ายรถ ขอให้สวพ.91 ช่วยประกาศหาเจ้าของ

เขาเล่าว่า...
"กำลังจะเติมเเก๊ส ก่อนจะเข้าบ้าน  พอเปิดกระโปรงท้ายรถ ก็เจอกระเป๋าเดินทางของผู้โดยสาร ไม่กล้าเปิดดู ไม่กล้าแตะ เพราะไม่ใช่ของเราจากนั้นจึงรีบโทรมาเเจ้งที่สวพ.FM91 ให้ช่วยประกาศตามหาเจ้าของ และพร้อมกับรีบนำกระเป๋าเข้ามาฝากไว้ที่สวพ.91 

และตามขั้นตอนการทำงานของทีมสวพ.91 จึงเปิดกระเป๋าทำการตรวจสอบ เพื่อบันทึกรายละเอียดไว้เป็นหลักฐาน ถึงได้รู้ว่าเป็นของมีค่า

- มีเอกสารใบกำกับภาษี และทรัพย์สินคือไอแพด 2 เครื่อง  โทรศัพท์มือถือไอโฟน 10 เครื่อง  
- กล่องกระดาษสีน้ำเงิน 1 กล่องข้างในมีทองคำแท่ง 5 แท่งๆละ 1 บาท
- น้ำหนักรวม 5 บาท ทั้งหมดมีมูลค่ากว่า 7 แสนบาท

คุณภาณุภณ วังวิไล อายุ 52 ปี เจ้าของทรัพย์สิน ซึ่งเป็นตัวแทนบริษัทประกันชีวิต บอกเราว่า "ดีใจมาก ตอนแรกเครียดมากจนลงกระเพาะ ของทั้งหมดนี้จัดเตรียมไว้สำหรับจัดโปรโมชั่นให้ลูกทีมในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ดีใจมากๆ ที่ได้คืน"

คุณเพ็ญมณี หนึ่งในทีมที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า "เราจะหาแท็กซี่คันนี้ได้ยังไง มันเหมือนกับงมเข็มในมหาสมุทร" จึงช่วยกันทำทุกรูปแบบ ทั้งโทรไปตามที่ต่างๆ แจ้งความที่โรงพัก เพื่อให้ได้ของคืน

และในที่สุด เธอบอกว่า...

"ได้รับสายสวรรค์จากทีมสวพ.91 บอกว่าของของคุณอยู่ที่เราแล้ว คุณสบายใจได้ เราจะดูแลให้อย่างดี"

คุณเพ็ญมณี เล่าไปร้องไห้ไป และแน่นอน มันคือน้ำตาแห่งความสุขของทั้งผู้ให้และผู้รับ

ขอบคุณ 'คุณชรินทร์ นาคทอง'

ความดีที่คุณได้ทำ ไม่แค่ทำให้คุณอิ่มเต็มด้วยความสุข แต่คุณได้เผื่อแผ่ให้กับทุกคนที่ได้เห็น ได้ยิน ได้ฟัง ได้รับรู้เรื่องราวของคนดี เช่นคุณ

เร่งสร้าง Smart Farmer รองรับอาชีพเลี้ยงปศุสัตว์ส่งออก

นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี ตำบลสามพระยา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี โดยมีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายทิฐินันท์ ทุมมา ผู้อำนวยการสถานศึกษา นักเรียน และนักศึกษาจากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี ให้การต้อนรับในพื้นที่ สำหรับวัตถุประสงค์การตรวจเยี่ยมในวันนี้ เพื่อเยี่ยมชมการดำเนินงานของสถานศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร พร้อมหารือความร่วมมือร่วมกันระหว่างกระทรวงเกษตรฯ และสถานศึกษาให้สร้างเยาวชนในท้องถิ่นให้เป็นเกษตรกรอัจฉริยะ (Smart Farmer)

รัฐมนตรีช่วยฯ ไชยา กล่าวว่า จังหวัดเพชรบุรี มีสถานที่ที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นศูนย์กักกันโรคเพื่อการส่งออกของสินค้า ปศุสัตว์ไปยังต่างประเทศ และมีวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรีที่มีความพร้อมทั้งศูนย์การเรียนรู้ เครื่องมือ และมีบุคลากร นักเรียน รวมถึงนักศึกษาที่มีความสนใจการทำเกษตรกรรมจำนวนมาก ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ต้องการบูรณาการร่วมกันกับสถานศึกษาในการผลิตหลักสูตรทางด้านวิชาการและประสบการณ์จริง สำหรับรองรับอาชีพการเลี้ยงปศุสัตว์เพื่อการส่งออก โดยมอบหมายให้กรมปศุสัตว์และองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ประสานการทำงานร่วมกันกับสถานศึกษา เพื่อใช้สถานที่ของวิทยาลัยฯ ในการจัดการเรียนการสอน และใช้องค์ความรู้ด้านการวิจัย พัฒนา เทคโนโลยีและนวัตกรรมของกระทรวงเกษตรฯ ในการสร้างเกษตรกรอัจฉริยะ (Smart Farmer) ให้รองรับการทำการเกษตรสมัยใหม่ในอนาคต

นอกจากนี้ รมช.ไชยา ได้เยี่ยมชมนิทรรศการวิจัยการแปรรูปสับปะรดเป็นอาหารสำหรับโคนมของศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์เพชรบุรี การพัฒนาไก่เขียวห้วยทรายจากไก่พันธุ์พื้นเมืองของศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รวมถึงโครงการของนักเรียน อาทิ การศึกษาอัตราการรอดของแหนแดงที่เพาะเลี้ยงในน้ำกร่อย โดยใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงจากใบทองหลางน้ำที่ในอัตราส่วนที่แตกต่างกัน ช่วยให้การเจริญเติบโต และโครงการผลิตก้อนเชื้อเห็ดนางฟ้าภูฐาน เพื่อจำหน่าย เป็นต้น พร้อมทั้ง เยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ของวิทยาลัยฯ ที่มีการสอนทำอาหารสัตว์ การพัฒนาสายพันธุ์โค และการทำสัตวบาล เพื่อเป็นแนวทางให้นักศึกษาสามารถหารายได้เลี้ยงชีพได้ตั้งแต่วัยเรียนอีกด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top