Tuesday, 23 June 2026
NEWS FEED

'พงศ์พรหม' เผย!! พบพนักงานต่างชาติในร้านขายมือถือตามย่านดังมากขึ้น เหตุ!! 'ทำงานดี-ขยัน-พัฒนา' มากกว่าคนไทยในเงินเดือนที่เท่ากัน 

(15 ม.ค.67) นายพงศ์พรหม ยามะรัต ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'Pongprom Yamarat' ระบุว่า...

เสาร์ - อาทิตย์ที่ผ่านมา ไปหาซื้อเคสโทรศัพท์ที่มาบุญครอง ไปทานข้าวที่ Central Embassy
ที่น่าสนใจคือ เจ้าของร้านมือถือมาบุญครองเป็นบังคลาเทศ, พม่า, จีน, แขก ไปเกือบหมดแล้ว เหลือเจ้าเก่าเก่งๆ ไม่กี่เจ้า

ตรงกับที่ผมเคยแชร์ เจ้าของร้านเดิมๆ หาคนงานยาก คนไทยยุคใหม่หมิ่นเงินน้อย ด้อยวินัย ไม่ขยัน ภาษาอังกฤษห่วย ทางออกเจ้าของเดิมก็ต้องเซ้งบูทต่อ ไม่ก็เข้าหุ้นให้ต่างชาติมาทำ ต่างชาติขยันกว่า แถมพูดภาษาอังกฤษได้ 

ส่วน Embassy, EmQuartier ก็เกิดปรากฏการณ์ผู้จัดการร้านเป็นฝรั่ง เป็นบังคลาเทศ เป็นฟิลิปปินส์ เป็นอินโดนีเซีย เจ้าของร้านเจอเหมือนกันคือต่างชาติทำงานดีกว่าคนไทยในเงินเดือนที่เท่ากัน

ธุรกิจท่องเที่ยวก็กำลังเจอปัญหานี้ คนไทยเป็นระดับคนเสิร์ฟ แต่ระดับแต่ผู้จัดการร้านในโรงแรม ตอนนี้ต้องเอาคนอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ พม่ามา เพราะคนไทยเก่งๆ หายากขึ้นมาก

นัดสัมภาษณ์แล้วไม่มา อยากจะออกก็ออก ให้ไปฝึกภาษาอังกฤษ ก็บอกว่าเป็นหน้าที่นายจ้างที่ต้องส่งไปเรียน ตื่นเช้าบ่อยไม่ไหว ทำงานดึกก็ไม่ไหว แต่ขอเงินเดือนเหมือนความสามารถเป็น GM โรงแรมเลย

ปัญหาใหญ่นี้ไม่ใช่ปัญหาชนชั้น แต่มันกำลังสร้างปัญหาชนชั้น คือชนชั้นขยัน เอาตัวรอดได้ดี ต่างชาติเคารพ กับชนชั้นขี้บ่น ขี้ท้อ ขี้ไม่พัฒนา อะไรๆ ก็ไม่ดีไปหมด แต่อยากมีชีวิตสบาย แล้วก็โดนต่างชาติดูถูกไปเรื่อย เพราะเก่งแต่เรื่องสนุกสนาน

ภายใน 10 ปี ปัญหานี้จะใหญ่ขึ้น ความห่างชนชั้นจะเพิ่มขึ้น โดยที่ปัญหานี้คนในชนชั้นนี้สร้างปัญหาเอง

'กรณ์' มอง 'เลือกตั้ง ปธน.ไต้หวัน' ควรเลือกให้ผู้ชนะได้เกิน 50%  รอบแรกเลือกคนที่รัก รอบสองเลือกคนที่รับได้มากกว่า

(15 ม.ค.67) นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว 'กรณ์ จาติกวณิช - Korn Chatikavanij' ระบุว่า...

เห็นผลการเลือกตั้งไต้หวันแล้วทำให้คิดว่า ชอบระบบของฝรั่งเศสที่มีการเลือกสองรอบ คือรอบสองตัดคนที่สามออก 

คะแนน (ยังไม่ 100%) DPP 42% KMT 33% TPP 27%

ถ้าเป็นการเลือก สส. ยังไม่เท่าไร แต่การเลือกผู้นำประเทศ ควรเลือกให้ผู้ชนะได้เกิน 50% 

รอบแรกเลือกคนที่รัก รอบสองเลือกคนที่รับได้มากกว่า

'อ.แพท' ห่วง!! โพลชี้นำ 'เด็กไทย' อยากได้อะไรจากการศึกษา เบื้องหน้า 'Rocket Media Lab-แพธทูเฮลท์' เบื้องหลัง NED

(15 ม.ค. 67) 'อ.แพท' พัฒนพงศ์ แสงธรรม อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ (ภาควิชาภาษาอังกฤษ) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Pat Sangtum' ถึงความน่ากังวลต่อกรณีโพลสำรวจ 'เด็กไทย' อยากได้อะไรจากการศึกษาล่าสุด โดยระบุว่า...

จะแก้ไขการศึกษา ด้วยการลงนะที่สมอง หรือแก้ปีชง

การสำรวจของ Rocket Media Lab ร่วมกับ แพธทูเฮลท์ นำความไม่สบายอารมณ์มาสู่ผู้ห่วงคุณภาพการศึกษา และวิตกเรื่องทัศนะของเยาวชนไทย ไม่ว่าจะเป็นวิชาที่อยากเรียน และสิ่งที่อยากให้ยกเลิก

ก่อนอื่น การวิจัยครั้งนี้ ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดที่จะทำให้แน่ใจได้ว่าเป็นเช่นนั้น ยังขาดทั้งความเที่ยง (reliability) และความตรง (validity) 

ประการแรกคือ กลุ่มสำรวจ ซึ่งเริ่มตั้งแต่ชั้น ป. 1 ไปจนถึงชั้น ม. 6 นั่นหมายถึงช่วงอายุตั้งแต่ 6-7-8-9 ขวบ ในชั้นประถม ไปจนถึงอายุ 15-16-17 ปี ความต้องการของเด็กประถม กับเด็กวัยมัธยมปลาย ก็ต่างกัน โลกทัศน์เกี่ยวกับอาชีพ เด็กประถมก็ไม่มีเท่าเด็กมัธยม 

-  เด็กประถมและมัธยมต้นสนใจเรียน เรื่องการเงินการลงทุน?
-  เด็กกลุ่มไหนอยากเรียนวิชาการใช้สื่อโซเชียลมีเดีย? 
- เด็กวัยไหน ไม่อยากเข้าแถวเคารพธงชาติ ไม่ชอบวิชาศาสนาพุทธ? ... การสำรวจหัวข้อเหล่านี้

ตั้งแต่เด็กอายุ 6 ขวบ ไปจนถึงวัย 17 ปี ย่อมขาดความตรง (validity) ในการออกแบบงานวิจัย มีผลต่อความเที่ยง

ผลสำรวจเห็นได้ชัดว่าเป็นการสำรวจด้วย 'คำถามปลายปิด' โดยผู้ตอบแบบสอบถาม เลือกตอบจากคำตอบที่มีไว้ให้แล้ว... เช่น "การเงินการลงทุน" หากเป็นคำถามปลายเปิด ย่อมต้องมีคำตอบตามวัย เช่น "การเปิดร้านกาแฟ-ร้านอาหาร" "การขายสินค้าออนไลน์" ฯลฯ "การผลิตรายการติ๊กต็อกและยูทูบ" เป็นต้น

ในกลุ่มของสิ่งที่อยากให้ปรับปรุง แน่นอน ทั้งประเทศย่อมต้องการให้ปรับปรุงห้องน้ำ เพราะเชื่อว่าห้องน้ำตามโรงเรียนส่วนใหญ่ สภาพอาจมีแนวสยอง แต่รองลงมาคือห้องเรียน และโรงอาหาร (ต่ำว่า 10%) ไม่มีคำตอบปลายปิด ชี้นำให้ปรับปรุงห้องสมุด-ห้องคอมพิวเตอร์-ห้องแล็บ-โรงยิม ฯลฯ  (แบบสอบถามมองเห็นเท่านี้ ห้องน้ำ-ห้องเรียน-โรงอาหาร)

เรื่องกิจกรรมและวิชา ที่ต้องการให้ยกเลิก ก็สะท้อนช่วงอายุของนักเรียนมัธยมชัดเจน เด็กประถมคงไม่รำคาญวิชาหน้าที่พลเมือง

อย่างไรก็ตาม หลักสูตรที่มองเห็นว่า ประเทศไทยมีศาสนาพุทธเพียงอย่างเดียว จึงมีวิชาพุทธศาสนา หรือค่ายธรรมะ โดยไม่มองไม่เห็นคริสเตียน มุสลิม ฮินดู ฯลฯ เป็นสิ่งที่เชยและน่าอาย

โรงเรียนสาธิต มธ. (และอาจที่อื่นด้วย) มีวิชาด้าน "การเงิน" สอนให้กับนักเรียน บรรดาผู้รู้ในเน็ตก็โวยวายว่ามันบ้าไปแล้ว ต่อต้านหลักสูตรของ สาธิต มธ. ที่ให้ทางเลิอกในการเรียนรุ้ไว้มากมาย วิชาด้านการเงิน สอนให้เด็กเริ่มมีวินัยทางการเงิน รู้จักจัดการกับเงิน เห็นความสำคัญในการเก็บออม เพื่อลงทุน ฯลฯ เนื้อหาเป็นไปตามช่วงการเรียนรู้... พอผลสำรวจของ Rocket Media ออกมายืนยันว่า นักเรียนสนใจเรื่องการเงิน... ผู้รู้ในเน็ต จะว่ายังไง...

เรื่องการลงโทษ ที่ทำให้อับอาย ก็เป็นกระบวนการเรียนรู้ของเด็ก อายในกลุ่ม อายในชั้นเรียน อายในโรงเรียน อายต่อสังคม.... แต่เมื่อผลสำรวจได้ระบุมาแล้วว่า นักเรียนไม่ชอบโดนลงโทษแบบให้อับอาย ก็ต้องหาวิธีอื่นต่อไป... ส่วนเรื่องเสื้อผ้า ทรงผมนั้น กฎกระทรวงศึกษาได้ปรับเปลี่ยนระเบียบเรื่องทรงผม และประกาศตอกย้ำมาหลายหนแล้ว ถ้าจะทำการวิจัยและเล่นเนื้อหาเดิมๆ ไม่ตรงเหตุการณ์ปัจจุบัน ก็ดูเหมือนจะเป็นการวิจัยรอบวงเวียนไปหน่อย.

ผลสรุปที่ผู้วิจัยทำมาให้ คิดว่ามาจากตัวอย่างสำรวจกลุ่มไหน ประถม มัธยมต้น หรือมัธยมปลาย หรือเกลี่ยได้เท่ากันทุกกลุ่มจริงๆ

***หมายเหตุ: สำหรับการดำเนินงานและกิจกรรมต่างๆ ของทาง Rocket Media Lab นั้น จะได้รับเงินสนับสนุนจาก National Endowment for Democracy หรือ NED นับตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2563 ถึง 30 กันยายน 2567

เชียงใหม่-วิ่งการกุศล Rajavej x Movenpick Charity Run 2024 ช่วยแก้ไขปัญหาฝุ่นควันในจังหวัดเชียงใหม่

เสร็จสิ้นไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับ Rajavej x Mövenpick Charity Run 2024  โดยมี นพ.ณรงค์ เลาหวิรภาพ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลราชเวช เชียงใหม่ กล่าวต้อนรับนักวิ่งที่เข้าร่วมงาน นายทศพล เผื่อนอุดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงาน เมื่อวันที่ 14  มกราคม 2567 

สำหรับ Rajavej x Movenpick Charity Run 2024 เป็นงานวิ่งการกุศลที่เกิดขึ้นจากการร่วมมือกันในปีนี้เป็นครั้งแรก ระหว่างภาคเอกชนซึ่งเป็นสถานประกอบการด้านสุขภาพ ได้แก่ โรงพยาบาลราชเวช เชียงใหม่ และสถานประกอบการด้านการท่องเที่ยว ได้แก่ โรงแรมเมอเวนพิค สุริวงศ์ เชียงใหม่ มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยแก้ไขปัญหาฝุ่นควันในจังหวัดเชียงใหม่ ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องทุกปีอย่างจริงจัง ก่อให้เกิดผลกระทบต่อทั้งสุขภาพและการท่องเที่ยวโดยรวมของจังหวัด 

รายได้ส่วนหนึ่งที่ได้รับจากการจัดงาน จะนำไปจัดซื้อ “ข้าวสาร อาหารแห้ง และอุปกรณ์ยังชีพ มูลค่า 100,000 บาท” เพื่อมอบให้กับสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 โดยจะมีการนัดหมายมอบสิ่งของทั้งหมดให้อีกครั้งอย่างเป็นทางการหลังจากงานวิ่งเสร็จสิ้น ก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้จำนวนกว่า 1,000 นาย จะเดินทางเข้าไปประจำจุดในป่า เพื่อปฏิบัติหน้าที่เฝ้าระวังป้องกันไฟป่าในเดือนกุมภาพันธ์นี้ โดยจะเข้าไปอยู่เป็นเวลากว่า 2 เดือน ปัจจัยเหล่านี้ อาทิเช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง ฯลฯ จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งเพื่อใช้ยังชีพ

ทางผู้จัดงานประกอบด้วยโรงพยาบาลราชเวช เชียงใหม่ โรงแรมเมอเวนพิค สุริวงศ์ เชียงใหม่ ต้องขอขอบพระคุณผู้ให้การสนับสนุนทุกท่าน และที่สำคัญที่สุดคือนักวิ่งทุกท่านที่มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในวันนี้ ซึ่งมีส่วนร่วมในการเป็นกำลังสำคัญ ที่จะมาช่วยสนับสนุนให้เชียงใหม่มีอากาศที่ดี และลดปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 ให้เกิดขึ้นน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อปอดของชาวเชียงใหม่ทุกคน

‘หมอธีระวัฒน์’ ชวนจับตา!! ‘ภาวะลองโควิด-ผลกระทบวัคซีน’ หลังพบคนไทยเสียชีวิตสูงผิดปกติ ทั้งที่เข้าสู่ช่วงหยุดการระบาดแล้ว

(14 ม.ค.67) นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพ โรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต ออกแถลงการณ์ร่วมต่อสถานการณ์อาการ ลองโควิด-19 และผลกระทบจากวัคซีน ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุใจความดังนี้…

แถลงการณ์ร่วมต่อสถานการณ์อาการ Long Covid-19 และผลกระทบจากวัคซีน

เนื่องในโอกาสที่ ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ลงนามความร่วมมือทางด้านวิชาการและการวิจัยร่วมกับวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิตในวันนี้ จึงเห็นสมควรที่จะต้องแจ้งถึงสถานการณ์ในเรื่องภาวะลองโควิด-19 และผลกระทบต่อวัคซีนโควิด-19 ต่อพี่น้องประชาชน ดังนี้

ประการแรก - จากการที่มีประชาชนชาวไทยและทั่วโลกกำลังได้รับผลกระทบจากภาวะต่อเนื่องหลังการติดเชื้อโรคโควิด-19 หรือได้รับผลกระทบจากการได้รับวัคซีนในหลายมิติ เป็นผลทำให้มีประชาชนกลุ่มดังกล่าวเสียชีวิต หรือมีสุขภาพร่างกายที่อ่อนแอลง หรือส่งผลต่อคุณภาพชีวิตแย่ลง เป็นเรื่องที่เป็นความจริงทั้งสิ้น

ประการที่สอง - อาการที่เกิดขึ้นที่ทอดยาวเป็นเวลานานเกินกว่าสามเดือนหลังจากติดเชื้อโควิดที่เรียกว่าลองโควิด (long covid) โดยมีทั้งอาการทางระบบหัวใจและปอด ระบบสมองประสาทและกล้ามเนื้อ ภาวะที่มีการอักเสบของผิวหนัง เส้นเอ็นพังผืด กล้ามเนื้อ ข้อต่างๆ ตลอดจนการปะทุขึ้นของโรคที่ไม่เคยเป็นมาก่อนหรือโรคที่สงบไปแล้ว รวมทั่งมะเร็งและการเกิดเริม งูสวัดซึ่งไวรัสเหล่านี้เป็นไวรัสที่ซ่อนอยู่ในร่างกายจากการติดเชื้อเนิ่นนานมาแล้ว และถูกกดไม่ให้แสดงตัวออกมาจากการควบคุมของระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงของร่างกาย และยังรวมถึงการนอนหลับที่ผิดปกติ หลับยากหลับกระท่อนกระแท่น จนถึงฮอร์โมนแปรปรวนทั้งผู้ชายและผู้หญิง

ประการที่สาม - มีขบวนการปกปิดข้อมูลและข้อเท็จจริงของผู้ที่ได้รับผลกระทบและเสียชีวิตจากวัคซีนทำให้ตัวเลขการรายงานผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวัคซีนต่ำกว่าความเป็นจริง รวมถึงการปิดกั้นข้อมูลข่าวสารจากโซเชียลมีเดียและแอพลิเคชั่นในหลายระบบ ทำให้มีประชาชนอีกจำนวนมากยังไม่ทราบว่าตัวเองได้รับผลกระทบจากวัคซีน จึงทำให้ไม่สามารถหาแนวทางการรักษาตัวเองที่ถูกต้องได้

ในขณะเดียวกัน ‘กลุ่มแพทย์และจิตอาสาคนไทยพิทักษ์สิทธิ์’ ได้รวมตัวกันนำเสนอรายงานสถิติการเสียชีวิตของคนไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างผิดปกติ (excess deaths) ในปี 2565 และ ปี 2566  ทั้งๆที่เป็นช่วงที่โรคโควิด-19ได้หยุดการระบาดไปแล้ว โดยสถิติอัตราการเสียชีวิตของคนไทยในปี 2565 และ 2566 นั้น สูงเพิ่มขึ้นมากกว่าช่วงก่อนการเกิดโรคระบาด และมากกว่าช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ด้วย  ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำการสืบสวนการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นอย่างผิดปกตินั้น มีสัดส่วนอันเนื่องมาจากผลกระทบของวัคซีนมากเพียงใด

เพราะในรายงานการวิจัยสถิติในต่างประเทศพบว่า  มีผู้ที่เสียชีวิตจากวัคซีนโควิด-19 จริง และในผู้เสียชีวิตเหล่านี้ได้รับความเสียหาย ต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด  ระบบทางโลหิตวิทยา ระบบทางเดินหายใจ หรือหลายระบบพร้อมกัน และมีการประเมินว่าการตายจากวัคซีนที่รายงานเข้าในระบบ VAERS  (Vaccine Adverse Event Reporting System) ของสหรัฐอเมริกาต่ำกว่าความจริงกว่า 20 เท่าตัว

ประการที่สี่ - ผลการติดตามเบื้องต้นของศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ร่วมกับภาควิชาอายุรศาสตร์และสาขาประสาทวิทยาคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบข้อมูลจากการติดตามผลของผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งจากโรคโควิด-19 ในผู้ที่ฉีดวัคซีนในประเทศไทยเกือบ 100 รายในระยะเวลา 1 ปี พบค่าการอักเสบและโปรตีนที่แสดงให้เห็นว่าเกิดภาวะสมองเสื่อม ทั้งที่ยังไม่มีอาการและมีอาการแล้ว หรือแม้แต่ยังมีร่องรอยภาวะโรคสมองเสื่อมดำเนินต่อไปหากมีปัจจัยกระตุ้นแม้จะมีอาการป่วยดีขึ้นแล้วก็ตาม  ซึ่งจะสร้างปัญหาต่อประชากรกลุ่มนี้ต่อไปในอนาคต หากไม่รู้ตัวหรือไม่ได้หาหนทางในการป้องกันหรือเยียวยาเพื่อลดความเสี่ยงลงด้วยคำแนะนำอย่างถูกต้อง

ประการที่ห้า - นักวิจัยจากคณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้เผยแพร่รายงานเอาไว้ในวารสาร Nature Scientific Report เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2566 ได้กล่าวถึงประเด็นการฉีดวัคซีนหลังเข็มที่ 3 ว่าอาจจะทำให้ภูมิคุ้มกันชนิด T-Cell หมดแรง นั่นหมายความว่าการฉีดวัคซีนมากเกินไปอาจทำให้ร่างการมีระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอลงได้

ประการที่หก - สำหรับประชาชนที่สงสัยว่าสุขภาพร่างกายของตัวเองอ่อนแอลงไม่หมือนเดิม อันเนื่องมาจากภาวะลองโควิด-19 หรือไม่ หรือสงสัยว่าจะได้รับผลกระทบจากวัคซีนหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ จะทำการสร้างเครือข่าย รับข้อมูลจากประชาชน

ประการที่เจ็ด - สำหรับแนวทางการรักษาทั้งจากภาวะลองโควิด-19 หรือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวัคซีนในปัจจุบัน ได้มีการดำเนินการรักษาอยู่แล้วทั้งในวงการแพทย์แผนปัจจุบัน การแพทย์ทางเลือก ธรรมชาติบำบัด ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร การใช้สมุนไพร และตำรับยาตลอดจนหัตถการทั้งการแพทย์แผนไทยและการแพทย์แผนจีน ซึ่งวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต จะร่วมกับศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่จะรวบรวมกรรมวิธีการเยียวยาและรักษา ทำการวิจัย และเผยแพร่ให้ประชาชนทราบในโอกาสต่อไป

ทั้งนี้ ขอเรียนเชิญแพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยประยุกต์ แพทย์แผนจีน หมอพื้นบ้าน เภสัชกรผู้รักชาติทั้งหลาย ได้ร่วมกันระดมเสนอหนทางจากประสบการณ์ตรงและให้ข้อมูลการช่วยเหลือและรักษาผู้ที่เป็นภาวะลองโควิด-19 และผู้ที่ได้รับผลกระทบของวัคซีน เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ได้มากที่สุดอย่างเป็นระบบและเข้าสู่เป็นงานวิจัยต่อไป

ประการที่แปด - นอกจากขบวนการปกปิดข้อมูลแล้ว สังคมไทยควรตระหนักถึงความเสี่ยงอันตรายและรู้เท่าทันความเสี่ยงจากงานวิจัยในประเทศไทยที่สนับสนุนโดยทุนต่างชาติเพื่อหาหนทางการตัดต่อพันธุกรรมไวรัสจากค้างคาวเพื่อให้กลายเป็นเชื้อไวรัสในมนุษย์ อาจกลายเป็นการเอื้อประโยชน์กลุ่มทุนบางกลุ่มที่ต้องการแสวงหาผลกำไรและความมั่งคั่งจากทำให้เกิดการแพร่ระบาดโรคระบาดสร้างความเสียหายต่อประชาคมโลกต่อไปในอนาคต และเห็นว่าสถาบันวิชาการในประเทศไทยควรเห็นแก่ประโยชน์ของชาติมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตัวหรือผลประโยชน์ของกลุ่มทุนต่างชาติ

สุดท้ายนี้สถานการณ์ปัญหาจากภาวะลองโควิด-19 และภาวะผลกระทบของวัคซีน จะต้องเริ่มต้นจากการยอมรับความจริง การเปิดเผยความจริงในประโยชน์และความเสี่ยงตลอดจนผลกระทบอย่างรอบด้านเท่านั้น จะทำให้เกิดความเป็นธรรมต่อประชาชนในการตัดสินใจและสร้างความตระหนักต่อความเสี่ยงการรับวัคซีนและไม่รับวัคซีนในอนาคต รวมถึงทำให้ประชาชนได้รับรู้เพื่อตระหนักและรีบตรวจคัดกรองความเสี่ยงก่อนที่จะเกิดอันตรายในผลกระทบต่างๆ เพื่อทำให้เกิดการแสวงหาและรวบรวมหนทางในการฟื้นฟูสุขภาพ หรือรักษาประชาชนอย่างถูกต้องต่อไป และจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลในฐานะผู้ที่สนับสนุนและรณรงค์การใช้วัคซีนมาโดยตลอด ต้องให้การช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวัคซีนอย่างเต็มที่และรวดเร็วต่อไปด้วย

แถลงโดย
ศาสตราจารย์นายแพทย์ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา
หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพ โรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

และ อาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์
คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต
14 มกราคม 2567

‘ดร.สามารถ’ ชี้!! หาก ‘แลนด์บริดจ์ ระนอง-ชุมพร’ สำเร็จ อาจขึ้นแท่นเป็นประตูสู่เอเชีย แทน ‘ช่องแคบมะละกา’

(14 ม.ค.67) ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ‘ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ - Dr.Samart Ratchapolsitte’ ในหัวข้อ ‘แลนด์บริดจ์ ‘ระนอง-ชุมพร’ หรือ ‘ช่องแคบมะละกา’ ประตูสู่เอเชีย’ โดยระบุว่า…

ในขณะที่รัฐบาลกำลังทุ่มสรรพกำลังผลักดันโครงการ ‘แลนด์บริดจ์ ระนอง-ชุมพร’ ให้เป็นรูปธรรม ทำให้เกิดคำถามว่า ถ้าแลนด์บริดจ์ ระนอง-ชุมพร เกิดขึ้นจริง จะช่วงชิงประตูสู่เอเชียจาก ‘ช่องแคบมะละกา’ ได้หรือไม่?

‘ช่องแคบมะละกา’ ตั้งอยู่ระหว่างประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ และประเทศอินโดนีเซีย (เกาะสุมาตรา) เป็นเส้นทางการเดินเรือที่มีปริมาณการจราจรหนาแน่นมากแห่งหนึ่งของโลก 
ท่าเรือสิงคโปร์มีบทบาทสำคัญในการรองรับเรือที่แล่นผ่านช่องแคบมะละกา โดยได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับต้นๆ ของโลกมานานหลายปี ไม่ว่าจะพิจารณาจากน้ำหนักสินค้าทุกประเภท หรือจากปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ก็ตาม

ปัจจัยหลักที่จูงใจให้เรือมาใช้บริการที่ท่าเรือสิงคโปร์จำนวนมากก็คือ มีทำเลที่ดีทำให้เกิดเป็นศูนย์รวมของเส้นทางเดินเรือที่สำคัญของโลกกว่า 200 สาย ให้บริการเชื่อมโยงท่าเรือกว่า 600 แห่งทั่วโลก

ปัจจัยอื่นที่ช่วยเสริมสร้างศักยภาพของท่าเรือสิงคโปร์ คือ มีความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและบุคลากร มีคุณภาพการให้บริการที่ดี และมีการบริหารงานที่โปร่งใส

คาดกันว่า ถ้ามีแลนด์บริดจ์ ระนอง-ชุมพร จะช่วยร่นระยะทางและระยะเวลาการเดินเรือ ระหว่างฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกของไทยได้ เมื่อเทียบกับการเดินเรือผ่านช่องแคบมะละกา หลายคนเห็นด้วยว่าระยะทางนั้นสั้นกว่า แต่ไม่แน่ใจว่าระยะเวลาจะสั้นกว่าหรือไม่?

ที่ไม่แน่ใจก็เพราะว่า จะต้องมีการขนถ่ายสินค้าหรือน้ำมันจากเรือสู่รถไฟ รถบรรทุก หรือท่อส่งน้ำมันที่ฝั่งทะเลด้านหนึ่ง แล้วขนสินค้าหรือน้ำมันด้วยรถไฟ รถบรรทุก หรือท่อส่งน้ำมันไปยังอีกฝั่งหนึ่ง จากนั้นก็ขนสินค้าหรือน้ำมันขึ้นเรือเพื่อขนไปส่งยังจุดหมายปลายทางต่อไป

จึงน่าห่วงว่า จะประหยัดเวลาได้จริงหรือ?

ลองคิดดูว่า ถ้ามีเรือบรรทุกน้ำมันขนาด 100,000 ตัน จะใช้เวลานานเพียงใดที่จะสูบน้ำมันจากเรือลงสู่ท่อ หรือถ้ามีเรือบรรทุกสินค้าขนาด 50,000 ตัน จะใช้เวลานานแค่ไหนที่จะขนสินค้าจากเรือสู่รถ และจะต้องใช้รถบรรทุกจำนวนมากขนาดไหน…

ข้อเป็นห่วงนี้ ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องจะต้องชี้แจงให้กระจ่าง

เวลาเป็นปัจจัยสำคัญที่จะจูงใจให้เรือมาใช้บริการ เพราะเวลาหมายถึงค่าใช้จ่าย ไม่ว่าเวลาที่แล่นเรืออยู่ในทะเลหรือเวลาที่จอดเทียบท่า ล้วนต้องเสียค่าใช้จ่ายทั้งนั้น

ถ้าแลนด์บริดจ์ ระนอง-ชุมพร สามารถประหยัดเวลาได้ ก็จะสามารถจูงใจให้เรือมาใช้บริการแทนการแล่นผ่านช่องแคบมะละกา แต่ถ้าแลนด์บริดจ์ ระนอง-ชุมพร ไม่ทำให้ประหยัดเวลาได้ ก็ยากที่จะจูงใจให้เรือมาใช้บริการ

คำตอบต่อข้อกังวลนี้ ติดตามดูได้จากผลตอบรับของเอกชนว่าสนใจจะมาลงทุนในโครงการแลนด์บริดจ์ ระนอง-ชุมพร หรือไม่? ถ้าลงทุนแล้วได้กำไร เขาก็จะลงทุน นั่นหมายความว่าแลนด์บริดจ์ ระนอง-ชุมพร จะช่วยร่นระยะเวลาได้ ทำให้มีเรือมาใช้บริการในปริมาณที่มากพอที่จะทำกำไรได้

แต่ถ้าลงทุนแล้วขาดทุน เขาก็จะไม่ลงทุน นั่นหมายความว่า แลนด์บริดจ์ ระนอง-ชุมพร ไม่สามารถจูงใจให้เรือมาใช้บริการแทนช่องแคบมะละกาได้

ด้วยเหตุนี้ ปริมาณเรือที่จะมาใช้บริการ จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจที่จะลงทุนในโครงการนี้ของเอกชน ซึ่งเขาจะต้องคาดการณ์ว่าจะมีเรือมาใช้แลนด์บริดจ์ ระนอง-ชุมพร มากน้อยแค่ไหนนั้น โดยคำนึงถึงประเภทของสินค้าที่เรือจะขนมา และจุดต้นทางและปลายทางของสินค้า เช่น

1.) เรือบรรทุกน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางสู่ประเทศญี่ปุ่น จะเปลี่ยนเส้นทางจากช่องแคบมะละกามาใช้แลนด์บริดจ์ ระนอง-ชุมพร มากน้อยเพียงใด

2.) เรือบรรทุกคอนเทนเนอร์จากยุโรป (ท่าเรือร็อตเตอร์ดัม) สู่ญี่ปุ่น จะเปลี่ยนเส้นทางจากช่องแคบมะละกา มาใช้แลนด์บริดจ์ ระนอง-ชุมพร มากน้อยเพียงใด

3.) เรือบรรทุกแร่เหล็กจากอินเดียสู่ตะวันออกไกลจะเปลี่ยนมาใช้แลนด์บริดจ์ ระนอง-ชุมพร หรือไม่

4.) เรือบรรทุกถ่านหินจากแอฟริกาสู่ตะวันออกไกลจะเปลี่ยนมาใช้แลนด์บริดจ์ ระนอง-ชุมพร หรือไม่

วันนี้ ‘ประตูสู่เอเชียทางน้ำ’ ยังอยู่ที่ช่องแคบมะละกา แต่ถ้าโครงการแลนด์บริดจ์ ระนอง-ชุมพร เป็นรูปธรรมขึ้นมาคงต้องรอดูกันว่าประตูสู่เอเชียจะเปลี่ยนไปหรือไม่

ถึงวันนั้นคนไทยจะได้ไชโย!!

‘ก๊อง–ปรเมษฐ์ ภู่โต’ ลุยสื่อออนไลน์เต็มสูบ เปิดช่องใหม่ ‘ถึงแก่น Live’ เสิร์ฟ 4 รายการรวด

(14 ม.ค.67) ที่ผ่านมา ‘ก๊อง – ปรเมษฐ์ ภู่โต’ คนข่าวคุณภาพ อดีตผู้ดำเนินรายการ ‘คุยถึงแก่น’ เดินหน้าลุยสื่อออนไลน์เต็มสูบ ผุดช่องใหม่ ‘ถึงแก่น Live’ ชูคอนเซ็ปต์ ‘สื่อเพื่อประชาชน ทุกคนเป็นเจ้าของ’ เสิร์ฟสาระข่าวสาร ในสไตล์แซบจัดจ้าน ตรงไปตรงมา ถึงผู้ชมทุกวัน จัดงานแถลงข่าวเปิดช่องรายการออนไลน์ท่ามกลาง FC  ที่มาให้กำลังใจและให้การสนับสนุนอย่างอบอุ่นเต็มพื้นที่ห้องจัดงาน

ภายหลังจากรายการ ‘คุยถึงแก่น’ รายการดังเรทติ้งดีของ ช่อง NBT2HD ที่ยืนยงมากว่า 6 ปี แต่กลับถูกปลดออกผังรายการของช่องปี 2567 จนกลายเป็นประเด็นร้อนในแวดวงสื่อ เมื่อช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา จนมีคำถามว่า เหตุใดผู้บริหารกรมประชาสัมพันธ์ปัจจุบัน จึงปลดรายการที่มีเรตติงดีของช่องออกไป ขัดความรู้สึกของแฟนรายการจำนวนมาก และมีการตั้งข้อสังเกตว่า สาเหตุสำคัญน่าจะเป็นเพราะการวิพากษ์วิจารณ์การเมืองอย่างเผ็ดร้อนของพิธีกร ไม่เว้นแม้แต่เรื่องของการรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจของ นายทักษิณ ชินวัตร จนไม่สบอารมณ์ผู้มีอำนาจ 

ล่าสุดวันนี้ นายปรเมษฐ์ ภู่โต ได้จัดงานแถลงข่าวถึงแนวทางการทำงานสื่อของตนและทีมงานจากนี้ไปใหม่ ผ่านช่องทางออนไลน์ ณ KliuqeX Samyan ชั้น 3 ศูนย์การค้า I’m Park สามย่าน ข้างอุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ท่ามกลางแฟนรายการที่มาให้กำลังใจอย่างอบอุ่น 

นายปรเมษฐ์ กล่าวว่า จากการที่ได้จัดรายการ ‘คุยถึงแก่น’ ทางสถานีโทรทัศน์ NBT2HD มายาวนานเกือบ 6 ปี ทำให้มีฐานแฟนรายการจำนวนมาก และมีความเหนี่ยวแน่นมั่นคงกับตัวพิธีกรและทีมงาน โดยเมื่อมีข่าวว่า เราถูกปลดออกจากผังรายการ ของสถานีฯ ทำให้แฟนรายการที่ติดตามเรามานานต่างออกมายืนยันผ่านช่องทางต่างๆ ว่า พวกเราไปไหนก็จะตามไปดูและให้กำลังใจในทุกที่ และยินดีให้การสนับสนุนในทุกรูปแบบ ประกอบกับแนวทางการทำงานของเราที่ต้องการความ ‘เป็นอิสระ’ ในการนำเสนอเนื้อหาข่าวสารอย่างตรงไปตรงมา

ทางทีมงานจึงตัดสินใจเดินหน้า ในรูปแบบออนไลน์ตามเสียงเรียกร้องของแฟนรายการ ที่อยากให้เราทำรายการต่อไป โดยก้าวใหม่ของเราในครั้งนี้ จะปรากฏออกมาในรูปแบบช่องข่าวออนไลน์ ชื่อ ‘ถึงแก่น Live’ ภายใต้คำขวัญ “สื่อเพื่อประชาชน ทุกคนเป็นเจ้าของ” 

สำหรับรายการทำงานภายใต้ ‘ถึงแก่น Live’ จะยังมี ก๊อง-ปรเมษฐ์ ภู่โต และ หนิง - นันทิญา จิตตโสภาวดี เป็นผู้ดำเนินรายการเช่นเดิม โดยจะเป็นรายการ Live สดทุกวัน ผ่านแพลตฟอร์ม Facebook และ Youtube ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของอดีตพิธีกรรายการ ‘คุยถึงแก่น’ ที่ปลดแอกออกจากสื่อดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง โดยจะเน้นการนำเสนิในรูปแบบของการ Live ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook ,Youtube ,Tiktok 

และนอกจากรายการหลัก ช่วงเช้า โดยพิธีกรคู่เดิม แล้ว ช่อง ‘ถึงแก่น Live’ ยังมีรายการอื่นๆ ให้ติดตามถึง 4 รายการ ประกอบด้วย

- รายการ ถึงแก่น Live จันทร์ - ศุกร์ เวลา 07.00–09.00 น. 
- รายการ ถึงแก่น Live สุดสัปดาห์ เสาร์ - อาทิตย์ 18.00–19.00 น.
- รายการ ข่าวต้องคุย จันทร์ - ศุกร์ เวลา 18.00–19.00 น.
- รายการ ไร่ลุงก๊อง วันเวลา ตามใจลุงก๊อง (รายการแนววาไรตี้สบายๆ)

นายปรเมษฐ์ ย้ำว่า ทิศทางของรายการใหม่ทั้ง 4 รายการ จะยังคงไว้ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘สื่อเพื่อประชาชน ทุกคนเป็นเจ้าของ’ ด้วยรูปแบบรายการที่เน้นสาระและข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ชม พร้อมสะท้อนความจริงในทุกด้าน ผ่านการนำเสนอเนื้อหาที่ทันสมัย ฉับไว ตรงไปตรงมา และเข้าถึงง่ายเหมือนเดิม และที่สำคัญเราจะยังคงดำรงจุดยืนในการนำเสนอข่าวสารที่สร้างสรรค์ ไม่ทำร้ายสังคม และประเทศชาติเหมือนเช่นเคย

และสุดท้ายต้องขอขอบพระคุณ แฟนๆ รายการทุกท่านที่กรุณาให้กำลังใจ และร่วมระดมทุนในการสนับสนุน ให้เราสามารถเริ่มต้นทำภารกิจส่งข่าวสารเพื่อประชาชน จนก่อรูปนับหนึ่งเป็นช่องข่าวออนไลน์ ‘ถึงแก่นLive’ ขึ้นมาได้

โซเชียลถกสนั่น!! หลัง ‘มช.’ ประกาศกฎข้อบังคับวันรับปริญญา ‘ห้ามใส่เหล็กจัดฟันสีฉูดฉาด-แต่งหน้าด้วยไฮไลต์’ เข้าร่วมพิธี

(14 ม.ค.67) กลายเป็นประเด็นที่เกิดข้อถกเถียงในวงกว้าง หลังเพจเฟซบุ๊ก ‘บัณฑิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รุ่นที่ 58’ โพสต์กฎระเบียบข้อปฏิบัติ สำหรับผู้ที่จะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ในปีนี้

โดยในกำหนดการมีข้อห้ามปฏิบัติหลายข้อ แต่ข้อที่ทำให้เกิดถกเถียง คือ ประเด็นเรื่องการแต่งหน้า โดยระบุว่า “ให้หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าด้วยวัสดุสะท้อนแสงและกากเพชร (ทาไฮไลต์)”

และ “ไม่อนุญาตให้ใช้อุปกรณ์จัดฟันสีฉูดฉาด หรือสีแฟชั่น⁣อุปกรณ์จัดฟันในช่องปาก โดยให้ใช้อุปกรณ์สีสุภาพ เช่น สีขาว สีใส หรือสีเงิน”

งานนี้ทำเอาคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย โดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับข้อบังคับนี้และมองว่าไร้สาระ บางคนแซะว่าเหมือนเจ้าหน้าที่จะว่างเกินไป

นอกจากนี้ ยังมีคนเข้ามาแซะอีกเป็นจำนวนมาก เช่น
- “จบละ ไฮไลต์หนังปลาทู”
- “ฟันห้ามเหลืองด้วยไหมคะ เดี๋ยวสีฉูดฉาด”
- “ขอใส่ถุงเท้าสีแดง สีเหลืองได้มั้ย แบบนายก”
- “มหาวิทยาลัยหรือคุกครับ?”
- “ตอนรับต้องหันมายิ้มกับกล้องด้วยหรอ?” เป็นต้น

สมุทรปราการ-“พระครูแจ้” ทุ่มเงินนับล้านบาทแจกเด็ก และมอบเงินสนับสนุนโรงพยาบาลตำบล 75 แห่ง ทั่วสมุทรปราการ

โดยสำหรับงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567 ที่ทางวัดบางพลีใหญ่กลางจัดขึ้นในปีนี้ นับว่ายิ่งใหญ่กว่าทุกปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีผู้ปกครองนำบุตรหลานทยอยเดินทางมารอกันตั้งแต่ช่วงเช้าเพื่อรอรับของขวัญจากท่านเจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง โดยมีจำนวนมากกว่า 1,000 คน  และสำหรับของขวัญที่ทางท่านพระครูแจ้ เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลางมอบให้กับน้องๆ หนูๆ ในปีนี้ คือเงินสดคนละ 200 บาท ของเล่นอื่นๆ อีกจำนวนมาก แต่ที่เป็นไฮไลท์ของงานวันเด็กปีนี้คือเด็กคนไหนที่ไว้ผมเปียและผมแกะ จะได้รับเงินคนละ 500 บาท และ 1,000 บาท สร้างความตื่นเต้นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับผู้ปกครองและเด็กๆ เป็นจำนวนมาก

อีกทั้งภายในงานยังมีการแจกจ่ายอาหารปรุงสุก อาทิ ก๋วยเตี๋ยวเรือประทุมทอง โรตีทอดกรอบ ขนมครก น้ำดื่ม นับว่ามางานนี้อิ่มทั้งท้องได้ทั้งเงินได้ทั้งของแจกกับบ้านโดยทั่วกัน จากนั้น ท่านพระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ ได้นำคณะสงฆ์วัดบางพลีใหญ่กลางประกอบพิธีสวดมาติกาบังสุกุล เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับโยมบิดาและโยมมารดา หลังจากนั้นได้มีการมอบเงินสนับสนุนด้านการแพทย์แก่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทั่วทั้งจังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 75 โรงพยาบาล พร้อมทั้งท่านเจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลางยังได้มอบเงินแก่เจ้าหน้าที่และหน่วยงานต่างๆ ที่มาร่วมงานโดยทั่วกันทุกคน สร้างสีสันและรอยยิ้มทำให้วันเด็กแห่งชาติในปีนี้คึกคักกว่าทุกปีที่ผ่านมา

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

‘กัญจนา’ แจงปม ‘มาสคอตปลานีโม่-ฉลาม บึงฉวาก’ สภาพทรุดโทรม ชี้!! มุมดีๆ ปลาสวย-น้ำใส ก็มี วอนทุกคนใจกว้าง-เป็นกำลังใจให้ จนท.

(14 ม.ค.67) จากกรณีคลิปไวรัลมาสคอตปลาการ์ตูน สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติฯ สุพรรณบุรี อยู่ในสภาพเก่าและสีซีดมาก ชุดเปื่อย ครีบจะขาดอยู่แล้ว ก่อนจะมีคนเข้ามายืนยันหลายเสียงว่าปัจจุบันบึงฉวากทรุดโทรมมากจริง ๆ ไปแล้วดูเงียบเหงามาก ไม่มีคนเลย ต่างจากสมัยหลายสิบปีก่อน

ล่าสุด น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย โพสต์ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก ‘NuNa Silpa-archa’ ระบุว่า ขอพื้นที่นี้ ช่วยทางเจ้าหน้าที่ที่ดูแลอควาเรียมบึงฉวาก ชี้แจงเรื่องที่คนโซเชียลบางคนเอาไปลงว่า มาสคอตของบึงฉวากเก่าแก่มาก และบางสื่อเอาไปขยายผล…

ความเป็นจริง คือ มาสคอตของทางอควาเรียมมีหลายตัว ยังแบ่งเอาไปช่วยที่งานวันเด็กของเทศบาลเดิมบางด้วย (เขาอยู่แบบช่วยเหลือกันค่ะ) ซึ่งเกือบทั้งหมด มีสภาพใหม่…

ทว่า ที่คนโซเชียลคนนั้นเอาไปลง ก็ได้กรุณาเลือกเอาตัวเก่าที่สุด คือ ‘ปลานีโม่และฉลาม’ ซึ่งทางนี้ก็มีส่วนผิดแหละ ไม่ควรเอาตัวเก่า 2 ตัวออกมาใช้ ควรเปลี่ยน…

เขาโพสต์วันที่ 11 ม.ค. ต่อมาในวันที่ 12 ม.ค. เจ้าหน้าที่ก็เปลี่ยนทันที…

ก็ต้องขอบคุณคนโพสต์นะคะที่สนใจ แต่จะขอบคุณมากขึ้น ถ้าจะโพสต์เรื่องที่ทางนี้เขาทำดีมาตลอดด้วย…

นํ้าใสสะอาดทุกตู้ ทุกแท็งก์ ปลาสวยงามมากมาย สถานที่ก็จัดภูมิทัศน์ดีมาก…

โซนอควาเรียม ดิฉันไปดูไม่บ่อยเท่าโซนสวนสัตว์ที่ไปทุกเดือน เพราะเขาทำดีอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่สวนสัตว์ทำไม่ดีนะคะ เพียงแต่ต้องการไปเยี่ยมพูดคุยกับสัตว์ (ยังไม่ได้บ้านะคะ แต่ดิฉันคุยกับทุกตัวจริงๆ เพียงแต่ไม่มีตัวไหนคุยตอบ…)

สรุป… ส่วนที่เป็นแก่นของสถานที่คือ การดูแลสัตว์ ที่อยู่สัตว์ สวัสดิภาพสัตว์ เขาทำได้ดี คนหลายคนก็คอมเมนต์ชื่นชม…

ส่วนคุณที่เอาไปโพสต์เรื่องมาสคอตเก่า และสื่อบางสื่อที่เลือกขยายผลเฉพาะเรื่องนี้ เราก็ต้องขอบคุณเขา ทำให้เรามาอุดจุดบกพร่องเล็กๆ ของเรา… แต่ถ้าคุณจะใจกว้างกว่านี้ พูดสิ่งดีบ้างถ้าไม่ยากไปนัก ก็จะดีนะคุณ…

ดิฉันขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่บึงฉวากทุกคน ทั้งโซนอควาเรียม สวนสัตว์ อุทยานผักพื้นบ้าน รีสอร์ต ที่ช่วยดูแลทุกอย่างสมเจตนารมณ์ที่ ‘พ่อบรรหาร’ ต้องการให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ศึกษา ของคนทั่วไปที่ราคาไม่แพง…

และขอเชิญชวนพี่น้องคนไทยและเทศ มาเที่ยวบึงฉวากนะคะ… จบค่ะ… ขอบคุณค่ะ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top