Saturday, 8 August 2026
NEWS FEED

‘วธ.’ ลุ้น!! ‘ภูพระบาท’ เตรียมเข้าสู่วาระบอร์ดมรดกโลกกลางปีนี้ หวัง ‘ยูเนสโก’ ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม

เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 67 นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม เมื่อเร็วๆ นี้ รับทราบความคืบหน้าการเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมในประเทศไทย ซึ่งได้รับการบรรจุชื่อในบัญชีชั่วคราว (Tentative List) ขององค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) เพื่อเสนอขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยแหล่งอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี หลังจากที่กรมศิลปากรจัดส่งเอกสารนำเสนอขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกฉบับสมบูรณ์ ไปยังศูนย์มรดกโลกของยูเนสโก ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสแล้ว อาจเข้าสู่การพิจารณาในวาระการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญ ครั้งที่ 46 ในช่วงกลางปี 2567

รัฐมนตรีว่าการ วธ.กล่าวต่อว่า ส่วนแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมอื่นๆ ที่ได้รับการบรรจุชื่อในบัญชีชั่วคราวของยูเนสโก ได้แก่ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช, พระธาตุพนม จ.นครพนม และแหล่งอนุสรณ์สถาน แหล่งและภูมิทัศน์วัฒนธรรมเชียงใหม่ ศูนย์กลางล้านนา จ.เชียงใหม่ อยู่ระหว่างการจัดทำเอกสารให้มีความสมบูรณ์ครบถ้วน ตามเกณฑ์ที่ยูเนสโกกำหนด ซึ่งขณะนี้ทั้ง 3 แหล่งมรดกทางวัฒนธรรมอยู่ในบัญชีเบื้องต้นมากว่า 6-10 ปี ดังนั้น ที่ประชุมจึงมีข้อแนะนำให้ทั้ง 3 จังหวัดปรับปรุงเนื้อหาของเอกสารให้ครบถ้วนสมบูรณ์และเป็นปัจจุบัน

เนื่องจากช่วงหลายปีที่ผ่านมาอาจจะมีข้อมูลและเอกสารเพิ่มเติม เพื่อนำเสนอต่อคณะอนุกรรมการได้พิจารณาเอกสารขอขึ้นทะเบียนมรดกโลก ของแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมที่อยู่ในบัญชีชั่วคราว ของยูเนสโก หากแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมใดปรับปรุงเอกสารแล้วเสร็จสมบูรณ์ และผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการแล้ว ก็จะนำเสนอต่อคณะกรรมการแห่งชาติ ว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกทันที

“นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับรายงานจากกรมศิลปากร ภายหลัง ‘เมืองโบราณศรีเทพ’ ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม จะต้องส่งรายงานการดำเนินงานของเมืองโบราณศรีเทพเสนอต่อยูเนสโก ภายในวันที่ 1 ธันวาคม 2567

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2566 ที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 45 ที่กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย ได้ประกาศขึ้นทะเบียน ‘เมืองโบราณศรีเทพและโบราณสถานสมัยทวารวดีที่เกี่ยวเนื่อง’ จ.เพชรบูรณ์ เป็นมรดกโลก ทำให้ปัจจุบันประเทศไทยมีแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม รวม 4 แห่ง ได้แก่ นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา, เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวารศรีสัชนาลัยและกำแพงเพชร, แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี และเมืองโบราณศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์” นายเสริมศักดิ์กล่าว

‘รร.ปทุมคงคา สมุทรปราการ’ รับลูกมติ ครม. ประกาศ ‘ยกเลิกครูเวร’ ทุกกรณี มีผลทันที!!

จากกรณี ครูถูกทำร้ายร่างกาย ขณะอยู่เฝ้าเวรโรงเรียนในวันหยุด ที่จังหวัดเชียงราย ทำให้เกิดการเรียกร้องให้ยกเลิกการอยู่เวรของครูทั่วประเทศ ผ่านแฮชแท็ก ‘#ยกเลิกครูเวรกี่โมง’ จนมีมติ ครม.ยกเลิกการอยู่เวรของครูในโรงเรียนและสถานศึกษาทั่วประเทศ มีผลทันที 23 ม.ค. 67 นั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 ม.ค. ที่ผ่านมา นางจิรภา สบายดี ผู้อำนวยการโรงเรียนปทุมคงคา สมุทรปราการ ได้เซ็นลงนามในคำสั่ง ยกเลิกคำสั่งโรงเรียนปทุมคงคา สมุทรปราการ ที่ 256/2566 และยกเลิกการให้ข้าราชการครู พนักงานราชการ ครูอัตราจ้าง อยู่เวรรักษาการณ์ (กลางวัน) เวรรักษาการณ์ (กลางคืน) เวรวันหยุดสถานที่ราชการ ไปจนกว่าจะมีคำสั่ง ระเบียบ หรือมติคณะรัฐมนตรีเปลี่ยนแปลง

ผบ.ตร.เยี่ยม สภ.นครชุม และ รร.ตำรวจตระเวนชายแดน จ.พิษณุโลก เดินหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิตตำรวจ เปิดแนวทางรับทหารเกณฑ์เป็นนายสิบชี้แก้ปัญหากำลังพลขาดแคลน ย้ำตำรวจเข้าเวรแทนครูไม่ได้ เล็งอัปเกรดครู ตชด.รับวุฒิ ป.ตรี เพิ่มศักยภาพ

วันนี้ (26 มกราคม 2567) เวลา 09.00 น.พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)  เดินทางไปยัง จ.พิษณุโลก ตรวจเยี่ยม สภ.นครชุม อ.นครไทย เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ สอบถามถึงสภาพการทำงาน เป็นแนวทางในการช่วยแก้ไขข้อขัดข้องต่าง ๆ เพื่อให้การทำงานบริการดูแลพี่น้องประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และตำรวจมีขวัญกำลังใจที่ดี โดยมี พล.ต.ท.กิตติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 (ผบช.ภ.6 ) , พล.ต.ต.บัณฑิต ตุงคะเศรณี รอง ผบช.ภ.6, พล.ต.ต.นิคม เครือนพรัตน์ ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก และข้าราชการตำรวจในพื้นที่ให้การต้อนรับ และร่วมพูดคุย แลกเปลี่ยน รับฟังนโยบายจาก ผบ.ตร. ด้วยบรรยากาศเป็นกันเอง

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ฯ ได้รับฟังรายงานการปฏิบัติหน้าที่ของ สภ.นครชุม ซึ่งเป็นโรงพักขนาดเล็ก มี พ.ต.ท.สุรศิลป์ สมศรี เป็นสารวัตรหัวหน้าสถานี โดยมีกำลังพล 24 นาย จากอัตราที่พึงมีอนุญาต 37 นาย ดูแลความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยให้ประชาชนในพื้นที่ชุมชนหมู่บ้าน หน่วยงานราชการต่าง ๆ พื้นที่อุทยานแห่งชาติชาติตระการ พื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าภูขัด โดย ผบ.ตร.ได้สอบถามถึงจำนวนสถานศึกษาในพื้นที่ ซึ่งพบว่ามีโรงเรียน 9 แห่ง ทั้งนี้ ผบ.ตร.ได้มอบเงินเพื่อให้ตำรวจ สภ.นครชุม นำไปใช้ทำงาน และจัดเลี้ยงปีใหม่แก่ตำรวจและครอบครัวตำรวจในโรงพักด้วย

ผบ.ตร.กล่าวว่า สถานีตำรวจ หรือโรงพัก ถือเป็นฟันเฟืองหลักจักรสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน เป็นหน่วยงานแขนขาที่สำคัญที่ต้องให้ความสำคัญ ตนสั่งการกำชับทั่วประเทศให้ดูแลกำลังพลในโรงพัก ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่อย่างปลอดภัย มีทักษะการปฏิบัติหน้าที่ มีอุปกรณ์เครื่องมือที่พร้อมปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทันสมัย โดยเร็ว ๆ นี้ จะมีการส่งมอบปืนไฟฟ้าให้ทุกโรงพัก 1,484 สถานีทั่วประเทศไปใช้งาน พร้อมกำชับให้ทุกกองบัญชาการไปจัดหาอุปกรณ์ไม้ง่ามระงับคนคลุ้มคลั่งเตรียมไว้ใช้งานในโรงพักให้พร้อม เพราะเหตุการณ์คนคลุ้มคลั่งเกิดขึ้นได้เสมอ รวมทั้งควรสร้างทักษะให้ประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนมีความรู้เรื่องการเอาตัวรอดในเหตุวิกฤตต่าง ๆ โดยเฉพาะทักษะ หนี ซ่อน สู้ เพื่อความปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน 

และที่สำคัญคือต้องดูแลขวัญกำลังใจของตำรวจในโรงพัก เบี้ยเลี้ยงห้ามตกหล่น ห้ามหาย ต้องไปดูไปตรวจสอบความเป็นอยู่ของผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อให้ตำรวจปฏิบัติงานอย่างมีขวัญกำลังใจมีค่าตอบแทนที่เหมาะสม โดยในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดูแลแก้ปัญหาในเชิงนโยบาย ซึ่งล่าสุดได้ทำโครงการ “ธนาคารตำรวจ” เป็นโครงการทำแหล่งปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากธนาคารไทยพาณิชย์ โดยมีวัตถุประสงค์ช่วยแก้ปัญหาหนี้สินที่พอกพูนของตำรวจช่วยให้ตำรวจ และครอบครัวตำรวจมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อคุณภาพการทำงานที่ดี

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ฯ กล่าวด้วยว่า ตำรวจมีปัญหาเรื่องกำลังพลที่ไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะงานในโรงพัก ในปีนี้ได้เปิดรับนักเรียนนายสิบตำรวจ 5,000 นาย เป็นกำลังพลใหม่เข้ามาเสริมการปฏิบัติงานในโรงพัก  แต่กลุ่มนี้ต้องไปเรียนและฝึกระยะเวลา 1 ปี ครึ่ง จึงจะพร้อมออกมาปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งหลังจากช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงทำให้งดเว้นการเปิดรับนักเรียนนายสิบมาช่วงหนึ่ง ส่งผลให้กำลังพลตำรวจโรงพัก โดยเฉพาะในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล , ตำรวจภูธรภาค 1 , ภาค 2 และภาค 7 ขาดแคลน มีอัตราการครองตำแหน่งแค่ 40% เท่านั้น ขณะที่ประชากรในพื้นที่มีเพิ่มขึ้น ดังนั้น ปีนี้มีแนวทางในการรับทหารเกณฑ์ซึ่งปลดประจำการแล้วเข้ามาเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจในสัดส่วน 10% ซึ่งกลุ่มนี้จะช่วยร่นระยะเวลาในการฝึก ทำให้สามารถผลิตตำรวจที่มีทักษะความพร้อมออกมาปฏิบัติหน้าที่ในโรงพักได้เร็วขึ้น และลดการโยกย้ายกลับภูมิลำเนาเพราะกลุ่มนี้เน้นการรับทหารเกณฑ์จากคนพื้นที่

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ฯ ยังกล่าวถึงกรณีที่กระทรวงศึกษาธิการทำหนังสือถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ส่งกำลังตำรวจเข้าไปรักษาความปลอดภัยในโรงเรียนแทนครูเวร ว่า เรื่องนี้ตนได้มอบหมาย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร.ด้านป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ไปดูแล้ว ทั้งนี้ หน้าที่ของตำรวจคือการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทุกคน เราคงไม่สามารถเข้าไปดูแลหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเป็นพิเศษได้ ซึ่งการดูแลความปลอดภัยโรงเรียนนั้น ตำรวจเราจะเข้าเป็นช่วยดูในลักษณะของการให้คำปรึกษาด้านการดูแลความปลอดภัย โดยต้องร่วมมือกับโรงเรียน อาสาสมัคร อปพร. ภาคสังคมในการช่วยกันดูแล โดยการให้คำปรึกษาอาจเป็นเรื่องการวางระบบการรักษาความปลอดภัย วางระบบกล้องวงจรปิด การประสานงานเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงเรียน เพิ่มความถี่ในการออกตรวจ ไม่ใช่ให้ตำรวจเข้าไปทำหน้าที่แทน 

ต่อมา ผบ.ตร. และคณะ เดินทางไปตรวจเยี่ยมโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนอาทรอุทิศ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก โดย ผบ.ตร. ได้มอบของใช้จำเป็น และเงินเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ครู ตชด. และบุคลากรใน รร.ตชด.อาทรอุทิศ ก่อนที่จะไปเยี่ยมเยียนนักเรียนในโรงเรียน ตชด.แห่งนี้ ซึ่งมีอยู่ 44 คน โดย ผบ.ตร.ได้เลี้ยงอาหารกลางวัน เมนูข้าวหมูแดง และร่วมตักอาหารใส่ถาดหลุม และเสิร์ฟอาหารให้แก่เด็ก ๆ ด้วยตัวเอง สร้างความตื่นเต้น เรียกรอยยิ้มสร้างความสุข ให้แก่เด็ก ๆ อย่างมาก โดย ผบ.ตร.ได้มอบเงินเพื่อไว้จัดเลี้ยงไอศครีมแก่เด็ก ๆ ในโรงเรียน ตชด.ด้วย

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ได้ตรวจเยี่ยมดูการจัดห้องเรียน ห้องพยาบาล ศูนย์ดิจิทัลชุมชน และพื้นที่แปลงเกษตรภายในโรงเรียน ตชด. ได้รับฟังแนวทางการเรียนการสอน การพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กนักเรียนและชุมชนโดยรอบ ก่อนร่วมรับประทานอาหารกลางวัน พูดคุย รับฟัง แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ร่วมกับตำรวจภาค 6 และคณะครู ตชด. อย่างเป็นกันเอง

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ฯ กล่าวถึงแนวคิดการพัฒนาครู ตชด.ให้มีประสิทธิภาพ โดยจะไปศึกษาแก้ไขระเบียบให้สามารถรับผู้มีวุฒิปริญญาตรีจากบุคคลภาคนอกเข้ามาเป็นครู ตชด.ได้ เพื่อยกระดับคุณภาพของครู ตชด. และโรงเรียน ตชด.ซึ่งมี 222 แห่งทั่วประเทศ

‘ศรีสุวรรณ’ ยื่น 4 แสนประกันตัวเอง พร้อมปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ชี้!! ถูกจ้องหนนี้ ‘ธรรมดา’ เพราะผู้เสียประโยชน์หวังเห็นตนล้มสักที

(27 ม.ค. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังสอบปากคำนายศรีสุวรรณ จรรยา นานเกือบ 9 ชั่วโมง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการสอบปากคำในประเด็นต่างๆ มีการให้นายศรีสุวรรณ ชี้แจงภาพบริเวณจุดทิ้งถุงเงิน, โฉนดที่ดิน 5 แปลง เซิร์ฟเวอร์คอมพิวเตอร์ รวมถึงของกลางที่ตรวจยึดมาได้จากที่บ้าน ก่อนแจ้งข้อหา สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐฯ เรียกรับทรัพย์หรือประโยชน์อื่นใด โดยมิชอบ, ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน, ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดหรือไม่กระทำการใดฯ ตามหมายจับ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง

ทั้งนี้ นายศรีสุวรรณ ให้การปฏิเสธทุกข้อหา ก่อนจะยื่นเงินสด 4 แสนบาทเพื่อขอประกันตัว ซึ่งพนักงานสอบสวนไม่คัดค้านและอนุญาตให้ประกันตัว

นาศรีสุวรรณ ให้สัมภาษณ์ หลังได้รับการประกันตัว โดยยืนยันว่าไม่ได้มีการเรียกรับเงินจากอธิบดีกรมการข้าว ส่วนที่โยนเงินจำนวน 500,000 บาท ทิ้งที่ข้างบ้าน เนื่องมาจาก ตนเองเห็นว่ามีใครก็ไม่รู้นำเงินมาแขวนไว้ ภรรยาตนเองซึ่งไม่รู้เรื่อง ได้นำเงินดังกล่าวมาให้ตนเองดู เมื่อเห็นว่าไม่ใช่เงินของตัวเองและเข้าข่ายน่าสงสัย จึงนำไปทิ้งเพื่อปัดให้พ้นตัวไปก่อน ยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรู้สึกตกใจแต่ก็ไม่ทำให้เสียขวัญ และยังมีกำลังใจที่ดีอยู่ การที่ตนเองถูกดำเนินคดีครั้งนี้ถือเป็นเรื่องธรรมดา การทำหน้าที่ตรวจสอบการทุจริตก็เหมือนการเดินฝ่าฝน ต้องเปียกเป็นธรรมดา แน่นอนว่าต้องมีไปเหยียบตาปลาผู้มีอำนาจ โดยคดีในวันนี้เชื่อว่ามาจากผู้ที่เสียผลประโยชน์ หนึ่งในนั้นคือผู้เสียหายในคดีนี้ ที่ตนเองกำลัง ได้แจ้งสื่อมวลชนว่ากำลังตรวจสอบอย่างเข้มข้น ทำให้เจ้าตัวอาจเกิดความหวาดวิตก พยายามหาหนทางที่จะล้มตนเองให้ได้ ซึ่งตนเองยืนยันว่ามีข้อมูลพยานหลักฐานทุกอย่าง ที่จะสามารถยืนยันหักล้างทุกอย่างในคดี

นายศรีสุวรรณ ยังบอกอีกว่า การทำให้ศรีสุวรรณล้มลงได้ก็ทำให้คนเหล่านี้ผยองขึ้น ตนเองทำใจได้มาโดยตลอด ครั้งนี้ตนเองพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติ แต่ก็จะทำหน้าที่ในการตรวจสอบข้อร้องเรียนการทุจริตของผู้มีอิทธิพลต่อไป ทั้งการฟ้องร้องคดีความให้กับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนให้ได้รับความเป็นธรรม การจับผิดนักการเมือง ข้าราชการที่ทุจริตคอร์รัปชัน

ขณะที่ ‘เจ๋ง ดอกจิก’ ก็ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเมื่อถูกถามว่าได้เรียกรับเงินจริงหรือไม่ เจ๋งตอบเพียงสั้นๆว่า “ไม่มีๆ” พร้อมส่ายหน้าปฏิเสธ โดยเจ้าตัวได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 4 แสนบาทเพื่อขอประกันตัวเช่นกัน

กองทัพเรือ ส่งมอบอาหารทะเลที่มีสารไอโอดีนพระราชทาน รร.แม่สะเรียง แม่ฮ่องสอน 'จากทะเลสู่ดอย ปีที่ 28'

เมื่อ 26 ม.ค.67 พลเรือโท สุระศักดิ์ สิงขรวัฒน์ ผู้บัญชาการทัพเรือภารที่1 (ผู้แทนกองทัพเรือ) จัดพิธีส่งมอบปลากะตักแห้ง ปลาทูเค็ม และอาหารทะเลที่มีสารไอโอดีน ให้แก่ นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง ในฐานะผู้แทนโครงการส่วนพระองค์ในพื้นที่ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน รวมถึงครูโรงเรียนแม่สะเรียง"บริพัตรศึกษา เป็นผู้รับมอบ

กองทัพเรือ โดย ทัพเรือภาคที่ 1 ร่วมกับกลุ่มสมาชิกไทยอาสาป้องกันชาติในทะเลเขตทัพเรือภาคที่ 1 สมาคมการประมงใน จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด จังหวัดชลบุรี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดชุมพร และองค์การสะพานปลา ได้ร่วมกันน้อมเกล้าฯ ถวายปลากะตักแห้ง จำนวน 7,785 กิโลกรัม ปลาทูเค็ม และปลาเค็มแห้งอื่น ๆ จำนวน 8,010 กิโลกรัม ปลากระป๋อง จำนวน 58,500 กระป๋อง กะปิ จำนวน 2,502 กิโลกรัม เกลือ จำนวน 13,000 กิโลกรัม และน้ำปลา จำนวน 12,156 ขวด เพื่อสนับสนุนโครงการตามพระราชดำริต่อต้านโรคขาดสารไอโอดีน

สำนักงานโครงการส่วนพระองค์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้กำหนดแผนการแจกจ่ายส่งมอบ ให้แก่ หน่วยงานในพื้นที่เพื่อนำแจกจ่ายให้แก่ โรงเรียนในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร และโรงเรียนในสังกัดโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน รวมทั้งสิ้น 268 โรงเรียน นักเรียนจำนวน 21,273 คน โดยในห้วงที่ผ่านมาได้จัดสรรแจกจ่ายอาหารทะเล ถึงจุดส่งมอบพื้นที่ทุรกันดารในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

สำหรับโครงการต่อต้านโรคขาดสารไอโอดีน ได้เริ่มเมื่อปลายปี พุทธศักราช 2538 ในการที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้เสด็จทรงเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ภาคเหนือ ทรงพบเห็นพสกนิกรของพระองค์ท่าน ป่วยเป็นโรคขาดสารไอโอดีน (หรือโรคคอหอยพอก) จำนวนมาก พระองค์ทรงตระหนักถึงพิษภัยของโรคนี้ ที่อาจสร้างปัญหาให้กับสังคมในภายหน้าได้จึงทรงจัดตั้ง “โครงการต่อต้านโรคขาดสารไอโอดีน” ขึ้นโดยพระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อดำเนินโครงการในเบื้องต้น และจากนั้น สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ก็ได้ทรงดำเนินโครงการนี้ต่อมาจนถึงปัจจุบันโดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานความช่วยเหลือให้กับผู้ที่เป็นโรคขาดสารไอโอดีนอย่างต่อเนื่องตลอดมา ซึ่งในปีนี้นับเป็นปีที่ 28

ทั้งนี้มีบริษัทที่เข้าสนุับสนุน อุปกรณ์การเรียนการสอน เครื่องอุปโภคบริโภค และเครื่องนุ่งห่ม น้องๆในทุรกันดารในภาคเหนือ ดังนี้ 
1. บริษัท CP มอบผ้าห่ม จำนวน 500 ผืน
2. บริษัท ไทยแท้งค์เทอร์มินัล จำกัด สนับสนุนทุน อุปกรณ์ เพื่อการศึกษา ให้น้องๆ โรงเรียนแม่สะเรียง
3. บริษัท ท่าเรือประจวบ จำกัด สนับสนุนมอบอุปกรณ์กีฬาต่างๆ และชุดไมค์-ลำโพงเคลื่อนที่ จำนวน 3 ชุด
4. บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) สนับสนุน สบู่เหลวล้างมือขนาด 1 ลิตร จำนวน 200 แกลลอน เสปรย์แอลกอฮอล์ขนาด 60 ML จำนวน 20 ลัง

‘นักแสดงซีรีส์ดังชาวเกาหลีใต้’ ผู้รับบทเป็น ‘คนไทย-ครูสอนมวยไทย’ สร้างความประทับใจด้วยรอยสัก “ฉันเกิดในรัชกาลที่ ๙” บนหน้าผาก

เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 67 ซีรีส์เกาหลีเรื่อง ‘A Shop for Killers’ หรือ ‘มรดกร้านนักฆ่า’ ที่กำลังเป็นไวรัลดังและกำลังฉายอยู่บนแพลตฟอร์ม Disney+ Hotstar ในขณะนี้ ซึ่งซีรีส์เรื่องนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กสาวคนหนึ่งที่ถูกเลี้ยงดูโดยคุณอามาตั้งแต่เล็ก หลังต้องสูญเสียพ่อและแม่ไป แต่เมื่อคุณอาของเธอจากไป กลายเป็นว่าเธอต้องรับมือกับมือสังหารมากมายที่พยายามตามฆ่าเธอ

ซึ่งความน่าสนใจของซีรีส์เรื่องนี้ นอกจากจะมีเนื้อเรื่องสุดเข้มข้นแล้ว ยังมีตัวละครตัวหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน นั่นก็คือ ‘พสิน’ ตัวละครคนไทยและครูสอนมวยไทย ที่รับบทโดยนักแสดงชาวเกาหลีใต้ชื่อ ‘คิมมิน’

โดยตัวละคร ‘พสิน’ นั้น ถึงแม้นักแสดงจะไม่ใช่คนไทย แต่เขาก็ใส่ความเป็นไทยให้กับตัวละคร ด้วยรอยสัก “ฉันเกิดในรัชกาลที่ ๙” ไว้บนหน้าผากของพสินด้วย ซึ่งซีนหนึ่งที่ได้เห็นรอยสักบนหน้าผากของพสินชัดๆ ก็เล่นเอาคนไทยถึงกับประทับใจในความใส่ใจรายละเอียดของตัวละครพสินกันอย่างมากเลยทีเดียว

กรมเจ้าท่า จัดกิจกรรม 'คมนาคมส่งยิ้ม เจ้าท่าสร้างสุข มอบหาดทรายสวยสู่ประชาชน' @ ชายหาดจอมเทียน มอบเป็นของขวัญรับปีใหม่ 2567

(26 ม.ค.67) ที่บริเวณชายหาดจอมเทียน พัทยา ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม จัดกิจกรรม "คมนาคมส่งยิ้ม เจ้าท่าสร้างสุข มอบหาดทรายสวยสู่ประชาชน" @ ชายหาดจอมเทียน เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ 2567 ให้ประชาชน ตามนโยบาย “คมนาคมเพื่อความอุดมสุขของประชาชน” ของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนโยบาย “ราชรถยิ้ม” ของ ดร.มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม โดยมีนายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดกิจกรรม พร้อมด้วย นายสรพันธ์ คุณากรวงศ์ ผู้ช่วยเลขานุการกระทรวงคมนาคม, นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่าด้านปลอดภัย นายภัควัต ขันธหิรัญ นายอำเภอสัตหีบ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา, นางสาวระพีพรรณ รัตนเหลี่ยม นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลนาจอมเทียน และผู้บริหารหน่วยราชการในพื้นที่ เข้าร่วม 

นายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์  ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคม ได้เล็งเห็นถึงความสำเร็จ จากการฟื้นฟูเสริมทรายชายหาดพัทยา ต่อเนื่องมาจนถึงชายหาดจอมเทียนแห่งนี้ ส่งผลให้เกิดคุณค่าด้านจิตใจและเพิ่มมูลค่าด้านเศรษฐกิจ อีกทั้งยังเป็นการฟื้นฟู อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล ส่งเสริมการท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ให้กลับมาคึกคัก พร้อมสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ จึงได้ผลักดันให้กรมเจ้าท่าจัดทำแผนการพัฒนาชายฝั่งทะเลด้านการเสริมชายหาด Beach Nourishment เพื่อแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ฟื้นฟู อนุรักษ์พื้นที่แหล่งท่องเที่ยวสร้างรายได้และส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ โดยทำการเสริมทรายในพื้นที่ชายหาดจอมเทียน ซึ่งเป็นโครงการที่ 2 ต่อจากชายหาดพัทยา เพื่อฟื้นฟู อนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน สร้างความหลากหลายด้านการท่องเที่ยว และการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสามารถสร้างมาตรการควบคุมผลกระทบ ที่จะเกิดขึ้นให้น้อยที่สุด เป็นไปตามมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับของสังคมโดยทั่วไป

โครงการเสริมทรายชายหาดจอมเทียน ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากกระทรวงคมนาคม จำนวน 521,924,392.40 บาท (ห้าร้อยยี่สิบเอ็ดล้านเก้าแสนสองหมื่นสี่พันสามร้อยเก้าสิบสองบาทสี่สิบสตางค์) โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 สำหรับแหล่งทรายที่ใช้เสริมชายหาดจอมเทียน นำมาจากบริเวณทิศตะวันตกของเกาะรางเกวียน ซึ่งอยู่ห่างจากชายหาดจอมเทียนออกไปประมาณ 15 กิโลเมตร และเป็นแหล่งเดียวกับที่ใช้เสริมทรายชายหาดพัทยา ใช้ทรายรวมทั้งสิ้นประมาณ 640,000 ลูกบาศก์เมตร ภายหลังจากการฟื้นฟูชายหาดจอมเทียนเสร็จสิ้น ชายหาดจะมีขนาดกว้างเฉลี่ยประมาณ 50 เมตร ความยาว 3,575 เมตร ซึ่งจะสามารถสร้างประโยชน์ในพื้นที่ได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม ด้วยการพลิกฟื้นคืนความงดงามของชายหาดจอมเทียนให้กลับมาสวยงาม และใช้เป็นพื้นที่สันทนาการได้มากขึ้น
***(สัมภาษณ์ :- ทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์  ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม)

สัปดาห์ดอกป๊อปปี้บาน เนื่องในวันทหารผ่านศึก 27 มกราคม - 4 กุมภาพันธ์ 2567

สัปดาห์ดอกป๊อปปี้บานวันทหารผ่านศึก ด้วยวันที่ระลึกทหารผ่านศึกจะเวียนมาบรรจบครบรอบอีกวาระหนึ่ง ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึก ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จะจัดจำหน่ายดอกไม้ที่ระลึกวันทหารผ่านศึก (ดอกป๊อปปี้) เพื่อหารายได้สมทบทุนสงเคราะห์ครอบครัวทหาร ตำรวจ พลเรือนและอาสาสมัคร ที่อุทิศตนปฏิบัติหน้าที่ปกป้องประเทศชาติ ดังเช่นที่เคยปฏิบัติมาเป็นประจำทุกปี นั้น ในปีนี้มูลนิธิได้จัดให้มี “สัปดาห์ดอกป๊อปปี้บานวันทหารผ่านศึก”โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม ถึง 4 กุมภาพันธ์ 2567

ทั้งนี้เพื่อให้การประชาสัมพันธ์เป็นไปอย่างกว้างขวางและทั่วถึง อันจะเป็นผลดีแก่การจำหน่ายดอกป๊อปปี้ จึงขอเชิญสื่อมวลชนทุกแขนง ช่วยเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบอย่างแพร่หลาย ใคร่ขอความกรุณาและการสนับสนุนจากท่านช่วยพูดประชาสัมพันธ์เขอเชิญชวนทุกท่าน สั่งซื้อดอกป๊อปปี้และ ผลิตภัณฑ์ได้ที่ มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึก ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรม ราชชนนี 02-2453303, 092-7502642 ID Line : @poppythailandหรือเชิญซื้อผลิตภัณฑ์ทางลิงค์นี้ได้เลย https://shop.line.me/@poppythailand ช่องทางการชำระเงิน ธนาคารกสิกรไทย สาขาสนามเป้า ชื่อบัญชีมูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึก เลขที่บัญชี 029-2-30712-8 หรือสแกนบริจาค

'วีระศักดิ์' ส่งมอบหนังสือรับรอง 'GBAC STAR' สู่ 6 สุดยอดผู้บริหารไทย หลังได้รับการรับรองมาตรฐานสุขอนามัยระดับสากลจากสหรัฐฯ

(26 ม.ค.67) นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานกล่าวเปิดและปาฐกถาพิเศษ เรื่อง 'มาตรฐานสุขอนามัยในกระแสการท่องเที่ยวของสากล' ที่อาคารศูนย์การประชุมบางแสนเฮอริเทจ จังหวัดชลบุรี โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และนายกเทศมนตรีเมืองแสนสุขร่วมให้การต้อนรับ

สำหรับงานดังกล่าว ได้รับเกียรติจาก ผศ.สุภาวดี โพธิยะราช ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส สกสว. และประธานอนุกรรมการแผนงานกลุ่มการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ บพข. กล่าวแนะนำโครงการและนางสาวนวลสมร อุณหะประทีป หัวหน้าโครงการ รายงานผลการดำเนินโครงการวิจัยและพัฒนาเพื่อยกระดับมาตรฐานสุขอนามัยระดับสากลจบแล้ว

หลังจากนั้น นายวีระศักดิ์ ก็ได้ขึ้นทำหน้าที่เป็นประธานในพิธีมอบหนังสือรับรอง การเป็นผู้ได้รับการรับรองมาตรฐานสุขอนามัยระดับสากล หรือ GBAC STAR ซึ่งเป็นเครื่องหมายรับรองมาตรฐานด้านสุขอนามัยที่มีชื่อเสียงในสหรัฐอเมริกา ให้กับผู้บริหารของไทย 6 แห่งที่ได้รับการรับรองในปีนี้ ได้แก่ ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต, ศูนย์การประชุมบางแสนเฮอริเทจ ชลบุรี, บางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซนทรัลเวิลด์, บ้านปารค์นายเลิศ, บริษัทนิกรมารีน ภูเก็ต และ บริษัทสุโข เวลเนสแอนด์ สปา จำกัด โดยเมื่อรวมกับที่ได้รับไปรุ่นแรกในปีก่อนหน้าอีก 4 แห่ง คือ ไทเกอร์มวยไทย, ป่าตองเบย์วิว, เกาะยาวใหญ่วิลเลจ และ อ่าวนางปรินซ์วิลล์ รีสอร์ตแอนด์ สปา ก็ทำให้ไทยมีสถานที่ที่ได้รับตรามาตรฐานนี้รวมแล้ว 10 แห่ง

อนึ่ง มาตรฐาน GBAC STAR ได้ถูกใช้ในสถานประกอบการมาตรฐานนับพันแห่งทั่วโลก เช่น สนามบิน JFK, สนามบินลากัวเดียร์, สนามบินนวอค์, ท่าเรือนิวยอร์ก, ท่าเรือนิวเจอร์ซีย์, ศูนย์ประชุมนานาชาติออราเคิลและสนามกีฬาที่แอตแลนตา จอร์เจีย ซึ่งเป็นเมืองเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน เป็นต้น ขณะนี้มีกิจการต่างๆ รอรับการประเมินให้ผ่านการรับรองมาตรฐาน GBAC STAR อีกหลายพันแห่งทั่วโลก

สำหรับการขอรับรองตรามาตรฐาน GBAC STAR ของไทย เป็นการร่วมมือผ่านงานวิจัยที่นักวิจัยและวิชาการจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) โดยงบประมาณจาก กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ที่ทำงานร่วมกับแต่ละสถานที่เพื่อใช้ประโยชน์จากฐานเดิมที่สถานประกอบการหลายๆ แห่งในไทยเคยพัฒนาระบบมาตรฐานสุขอนามัยผ่านระบบ SHA และ SHA+ ที่ดำเนินการโดยททท.และกระทรวงสาธารณสุขมาก่อนในช่วงรับมือโรคระบาด โควิด19  

ดังนั้น ด้วยการดำเนินการเพิ่มการบันทึกเอกสารและขั้นตอนรายละเอียดอีกเพียงไม่มาก ผู้ประกอบการก็เข้าเกณฑ์ที่จะผ่านการประเมินของ GBAC STAR ที่ตลาดสหรัฐฯ, แคนาดา, ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ที่ให้ความเชื่อถือต่อมาตรฐานนี้อย่างยิ่งได้แล้ว 

อีกทั้งผู้ประกอบการต่างพึงพอใจที่นอกจากจะมีตรารับรองที่ตลาดไว้วางใจแล้ว ยังได้มาตรฐานที่สร้างความปลอดภัยให้พนักงานหน้างานของตนเอง มีแผนรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน มีแผนประเมินความเสี่ยงที่อาจมาถึง และมีการเปลี่ยนแปลงที่กระตุ้นให้ Supply Chains และนิเวศของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยตื่นตัว และเท่ากับช่วยยกระดับมาตรฐานของการเดินทางและท่องเที่ยวไทยไปด้วย

นอกจากนี้ ผลพลอยได้ที่เกิดจากกิจกรรมคือ นักวิจัยไทยจากโครงการนี้ ซึ่งมีทั้ง มอ.ภูเก็ต และ นิด้า ได้กลายเป็นผู้มีความชำนาญในการออกแบบติดตามและประเมินมาตรฐานตามระบบของ สมาคม ISSA Worldwide Cleaning Industry Association USA และได้รับการรับรองให้เป็นบุคลากรเชี่ยวชาญในการประเมินอิสระให้ GBAC STAR ในระดับภูมิภาคด้วย

‘ช้างศึก’ ฟาดแรงค์กิ้งฟีฟ่าพุ่งท็อป 100 โลก ในรอบ 14 ปี แซงหน้า!! ‘เวียดนาม’ ขึ้นแท่นเบอร์ 1 ของอาเซียนอีกครั้ง

(26 ม.ค.67) ความเคลื่อนไหวทัพ ‘ช้างศึก’ ทีมชาติไทย หลังระเบิดฟอร์มสุดยอด ผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ 16 ทีมสุดท้าย ในศึกเอเชียนคัพ 2023 เข้ามาดวลกับ ทีมชาติ อุซเบกิสถาน ที่สนาม อัล ยานูบ สเตเดี้ยม ในวันอังคารที่ 30 ม.ค.นี้ เริ่มฟาดแข้งในเวลา 18.30 น. เป็นต้นไป PPTV ถ่ายทอดสด 

โดยทัพ ‘ช้างศึก’ ที่ลงเล่นนัดสุดท้ายรอบแบ่งกลุ่มเสมอกับซาอุดีอาระเบีย ทีมอันดับ 56 ของโลก 0-0 ทำให้สร้างผลงานสุดยอดด้วยการเก็บถึง 5 คะแนน จาก 3 นัด รั้งรองแชมป์ของกลุ่ม เอฟ พร้อมกับ สร้างประวัติศาสตร์ไม่เสียประตูในรอบแบ่งกลุ่มแม้แต่ลูกเดียว และในครั้งนี้ก็นับเป็นเพียง 2 ชาติร่วมกับ กาตาร์ เจ้าภาพที่ทำสถิติดังกล่าวได้

ซึ่งจากผลงานของทัพ ‘ช้างศึก’ ในรายการนี้ก็ทำให้ทีมเก็บคะแนนแรงค์กิ้งฟีฟ่าได้ทั้งหมด 30.69 คะแนน ทำให้คะแนนจากเดิมที่มี 1198.86 เพิ่มเป็น 1206.58 คะแนน อันดับโลกขยับจาก 113 ไปอยู่ที่ 100 ของโลก เป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี อย่างไม่เป็นทางการแน่นอนแล้ว  หลังครั้งสุดท้ายที่ไทยอันดับท็อป 100 โลก คือการอยู่อันดับ 98 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2010  พร้อมกันนี้ก็จะแซงหน้า เวียดนาม กลับขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ของอาเซียนอีกครั้งด้วย

สำหรับสถิติการดวลกันของ ‘ไทย’ กับ ‘อุซเบกิสถาน’ ทีมอันดับ 68 ของโลก นั้นปรากฏว่าเคยดวลกันมา 10 ครั้ง เป็นไทย ที่ทำได้ดีกว่าเอาชนะไปได้ 6 ครั้ง อุซเบกิสถาน ชนะไป 4 ครั้ง ซึ่งผลงานครั้งสุดท้ายที่ดวลกันเกิดขึ้นในปี 2023 ในเกม เอเชียนคัพ รอบคัดเลือก อุซเบกิสถาน เอาชนะไปได้ 2-0


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top