Tuesday, 23 June 2026
NEWS FEED

‘รทสช.’ พร้อมใจเปลี่ยนสัญลักษณ์ในโซเชียล เป็น ‘สีม่วง’ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี

(14 ก.พ. 67) สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ นำโดย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรค พร้อมใจกันเปลี่ยนเป็นสัญลักษณ์ในสื่อโซเชียลเป็นสีม่วงเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี

ผู้ว่าฯสตูล ให้การต้อนรับ พลเรือเอกอาภากร อยู่คงแก้ว หัวหน้าสำนักงานผู้บังคับบัญชา ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลและคณะ เนื่องในโอกาสลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินงานของ ศรชล.ภาค 3 พื้นที่จังหวัดสตูล

วันนี้ 14 ก.พ. 67 ที่ห้องรับรองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดสตูล อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล นายศักระ กปิลกาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ในฐานะผู้อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดสตูล ให้การต้อนรับ พลเรือเอกอาภากร  อยู่คงแก้ว หัวหน้าสำนักงานผู้บังคับบัญชา ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลและคณะ  เนื่องในโอกาสลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินงานของ ศรชล.ภาค 3 พื้นที่จังหวัดสตูล จากนั้นเข้าร่วมประชุมรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะในพื้นที่จังหวัดสตูล โดยมีนาวาเอกแสนย์ไท บัวเนียม รองผู้อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดสตูล พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพียงกัน ณ ห้องประชุมโต๊ะพญาวัง ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดสตูล

สำหรับการประชุมฯ ในครั้งนี้ เพื่อรับทราบภารกิจหน้าที่ของ ศรชล.จังหวัดสตูล รับทราบโครงสร้างการจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจพื้นที่ตอนใต้ ศรชล.ภาค 3 ซึ่งมีภารกิจป้องกัน ปราบปราม สกัดกั้น ควบคุม ดำเนินการตามกฎหมายสำหรับการประทำผิดกฎหมายทางทะเลทุกรูปแบบที่ส่งผลกระทบต่อการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และความมั่นคงทางทะเลในพื้นที่ตอนใต้ หรือพื้นที่ทะเลจังหวัดสตูล รวมถึงรับทราบสถานการณ์ความมั่นคงทางทะเลในกรอบภัยคุกคาม ประกอบด้วย การช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล , การป้องกันและปรับปรามการค้ามนุษย์และการลักลอบเข้าเมือง , การทำประมงผิดกฎหมาย , การขนส่งสินค้าสองวัตถุประสงค์และต้องห้ามของ UN , การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย , การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดสินค้าผิดกฎหมาย , อาวุธสงคราม และการทำลายทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง 

หลังจากรับฟังการรายงานผลและสถานการณ์ หัวหน้าสำนักงานผู้บังคับบัญชา ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลได้ให้คำปรึกษา และหารือในการแก้ปัญหา เน้นย้ำการปฏิบัติงานตามหน้าที่ภายใต้กรอบของกฎหมายด้วยความเป็นธรรม รวมทั้งได้เน้นย้ำการทำงานแบบบูรณาการในพื้นที่บริเวณชายแดนไทย-มาเลเซีย พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะต่างๆ รวมทั้งกล่าวให้ขวัญกำลังใจแก่กำลังพลในการปฏิบัติงานให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยอีกด้วย

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติชื่นชมพร้อมมอบรางวัลให้กับดาบตำรวจท่องเที่ยว เร่งช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเด็กชาวจีนที่ป่วยและเป็นลมด้วยหัวใจผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ นำส่งโรงพยาบาลจนอาการปลอดภัย

วันนี้ (14 ก.พ.67) เวลา 10.30 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ชื่นชมและมอบรางวัลให้กับ ด.ต.โชติธนินท์ วัจนสุนทรวงศ์ ผบ.หมู่ ส.ทท.1 กก.1 บก.ทท.1 บช.ทท. ที่เข้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเด็กชาวจีน ที่มีอาการป่วยและเป็นลม โดยได้ช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น และนำส่งโรงพยาบาลจนอาการปลอดภัย สร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยว รวมถึงผู้ที่ทราบเหตุการณ์เป็นอย่างมาก โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณและเงินรางวัล ณ สำนักงาน ผบ.ตร. อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เวลา 11.30 น.  ด.ต.โชติธนินท์ ฯ ขณะปฏิบัติหน้าที่เวร สายตรวจ บริเวณอุโมงค์หน้าพระลาน ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร พบ เด็กชาย ลู่ อวี่เฟย ชาวจีน มีอาการป่วยเป็นไข้ เป็นลม และอาเจียน จึงได้เร่งให้ความช่วยเหลือโดยการปฐมพยาบาลเบื้องต้น จากนั้นได้นำตัวเด็กชายชาวจีนคนดังกล่าวส่งโรงพยาบาลกลางเพื่อพบแพทย์และทำการรักษาต่อไป ล่าสุดอาการปลอดภัย

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ขอชื่นชมและขอบคุณ ด.ต.โชติธนินท์ ฯ ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยหัวใจของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ จนนักท่องเที่ยวปลอดภัย จึงมอบรางวัลให้เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ตลอดจนเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์สืบไป ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาให้กับประชาชน

นอกจากนี้  พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ  ผู้บัญชาการตำรวจท่องที่ยว ได้ชื่นชมและมอบรางวัลให้กับ ด.ต.โชติธนินท์ ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายของรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ในการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวก ให้กับนักท่องที่ยวอย่างเต็มที่

'บอมม์-ขี้คุกเขียนรูป' เปิดใจ!! ได้ความรู้คู่อาชีพ เพราะ 'กรมสมเด็จพระเทพฯ' โอกาสของคนคุกที่ไม่เคยได้รับจากนักการเมืองคนไหน นอกจากพระองค์ฯ

ไม่นานมานี้ นายวรรณวัฒน์ หาญรุ่งเรืองกิจ หรือ บอมม์ เจ้าของเพจดัง 'ขี้คุกเขียนรูป' ได้โพสต์คลิปเกี่ยวกับกรณีกลุ่มทะลุวังบีบแตร ป่วนขบวนเสด็จกรมสมเด็จพระเทพฯ โดยระบุว่า…

“ผมเพิ่งได้ดูข่าว ซึ่งก่อนหน้านี้ผมไม่รู้ว่ามีข่าวนี้นะ พอดูจบอะดรีนาลีนในร่างกายสูบฉีดเลย เด็กพวกนี้ไปบีบแตรไล่รถพระที่นั่งองค์สมเด็จพระเทพฯ ผมเจ็บปวดมากเลยนะ

ทําไมผมถึงพูดว่าเจ็บปวด?

เพราะครั้งหนึ่งตอนที่ผมอยู่ในเรือนจํา ผมเคยเห็นองค์สมเด็จพระเทพฯ เสด็จไปเป็นประธานเปิดห้องสมุดพร้อมปัญญาให้กับในเรือนจําทั่วประเทศ ซึ่งผมติดคุกมา 10 ปี ผมไม่เคยเห็นนักการเมืองคนไหนเข้าไปในเรือนจํา และทำเรื่องพวกนี้เพื่อนักโทษเลย แต่ผมเห็นพระเทพฯ เข้าไปเปิดห้องสมุดพร้อมปัญญาให้นักโทษใช้เวลาว่างในเรือนจําให้เป็นประโยชน์ โดยการอ่านหนังสือ

และที่สำคัญเลยคือ วิชาชีพที่ติดตัวผมมาจนถึงทุกวันนี้ ก็เพราะกรมสมเด็จพระเทพฯ ได้นำวิชาช่าง 10 หมู่ของวิทยาลัยในวัง มาเปิดสอน ซึ่งผมก็ได้เรียนโครงการนี้ของพระองค์ แล้วนำมาประกอบอาชีพ

สิ่งที่เกิดขึ้นคือพระมหากรุณาธิคุณสำหรับผม”

นอกจากนี้ ยังระบุต่อว่า…พระองค์ทรงใช้ถนนร่วมกับประชาชน แต่เด็กพวกนี้กลับมาเรียกร้องว่าทําไมต้องปิดถนน มาบีบแตรใส่ ก็ไม่รู้วันนั้นเด็กพวกนี้จะรีบไปไหน แต่การกระทำแบบนี้มันสื่อออกมาเลยว่า ครอบครัวเลี้ยงดูมาแบบไหน เด็กพวกนี้ต้องรู้ว่าตัวเองเติบโตบนแผ่นดินไทย กินข้าวไทย ใช้สกุลเงินไทย แต่กลับไม่รักประเทศไทย

ก็ไม่รู้ว่าใครหนุนหลัง หรือมีผลประโยชน์กับการกระทำอันต่ำทรามนี้หรือไม่? แต่สิ่งเดียวที่จะบอกเลยนะ หากวันใดที่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นต่อหน้า รับรองเลยว่าเด็กพวกนี้จะต้องฝันร้ายไปตลอดชีวิต

สำรวจค่าฝุ่น 'วันวาเลนไทน์' กรุงเทพฯ ระดับสีแดง 17 พื้นที่ สีส้ม 50 พื้นที่

(14 ก.พ.67) เพจกรุงเทพมหานคร โพสต์กราฟฟิคพร้อมเนื้อหาระบุว่า ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร ขอรายงานสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 67 เวลา 05.00-07.00 น. ตรวจวัดได้ 54.3-82.9 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) พบว่าเกินมาตรฐานจำนวน 67 พื้นที่ เกินมาตรฐานอยู่ในระดับสีแดง มีผลกระทบต่อสุขภาพ (มาตรฐานไม่เกิน 75.1 มคก./ลบ.ม.) จำนวน 17 พื้นที่ ระดับสีส้ม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพจำนวน 50 พื้นที่ ดังนี้

อยู่ในระดับสีแดง มีผลกระทบต่อสุขภาพ (มาตรฐานไม่เกิน 75.1 มคก./ลบ.ม.) จำนวน 17 พื้นที่ คือ

1.เขตลาดกระบัง ด้านหน้าโรงพยาบาลลาดกระบังข้างป้อมตำรวจ : มีค่าเท่ากับ 82.9 มคก./ลบ.ม.
2.เขตหนองแขม สามแยกข้างป้อมตำรวจ ถนนมาเจริญ เพชรเกษม 81 : มีค่าเท่ากับ 82.1 มคก./ลบ.ม.
3.เขตบางเขน ภายในสำนักงานเขตบางเขน : มีค่าเท่ากับ 79.9 มคก./ลบ.ม.
4.เขตประเวศ ด้านหน้าห้างสรรพสินค้าซีคอน สแควร์ : มีค่าเท่ากับ 79.8 มคก./ลบ.ม.
5.เขตบางพลัด ภายในสำนักงานเขตบางพลัด : มีค่าเท่ากับ 79.7 มคก./ลบ.ม.
6.เขตทวีวัฒนา ทางเข้าสนามหลวง 2 : มีค่าเท่ากับ 79.4 มคก./ลบ.ม.
7.เขตหนองจอก บริเวณหน้าสำนักงานเขตหนองจอก : มีค่าเท่ากับ 78.8 มคก./ลบ.ม.
8.เขตธนบุรี ริมป้ายรถเมล์บริเวณแยกมไหศวรรย์ : มีค่าเท่ากับ 78.2 มคก./ลบ.ม.
9.เขตบึงกุ่ม ภายในสำนักงานเขตบึงกุ่ม : มีค่าเท่ากับ 77.6 มคก./ลบ.ม.
10.เขตคลองสามวา ภายในสำนักงานเขตคลองสามวา : มีค่าเท่ากับ 77.4 มคก./ลบ.ม.
11.เขตบางบอน ใกล้ตลาดบางบอน : มีค่าเท่ากับ 76.9 มคก./ลบ.ม.
12.เขตบางกอกน้อย บริเวณหน้าสถานีตำรวจรถไฟบางกอกน้อย : มีค่าเท่ากับ 76.2 มคก./ลบ.ม
13.เขตปทุมวัน หน้าห้างสามย่านมิตรทาวน์ : มีค่าเท่ากับ 75.8 มคก./ลบ.ม.
14.เขตมีนบุรี สวนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ตรงข้ามสำนักงานเขตมีนบุรี : มีค่าเท่ากับ 75.7 มคก./ลบ.ม.
15.เขตคันนายาว บริเวณปากทางถนนสวนสยามตัดกับถนนรามอินทรา : มีค่าเท่ากับ 75.7 มคก./ลบ.ม.
16.เขตยานนาวา ใกล้ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สำนักงานใหญ่ : มีค่าเท่ากับ 75.4 มคก./ลบ.ม.
17.เขตตลิ่งชัน ถนนพุทธมณฑลสาย 1 ตัดกับถนนบรมราชชนนี : มีค่าเท่ากับ 75.3 มคก./ลบ.ม.

อยู่ในระดับสีส้ม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (มาตรฐานไม่เกิน 37.5 มคก./ลบ.ม.) จำนวน 50 พื้นที่ คือ

18.สวนเสรีไทย เขตบึงกุ่ม : มีค่าเท่ากับ 74.8 มคก./ลบ.ม.
19.เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ด้านหน้าสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ : มีค่าเท่ากับ 74.8 มคก./ลบ.ม.
20.เขตหลักสี่ ภายในสำนักงานเขตหลักสี่ : มีค่าเท่ากับ 73.9 มคก./ลบ.ม.
21.เขตบางนา บริเวณหน้าห้าง สรรพสินค้าบิ๊กซี บางนา : มีค่าเท่ากับ 72.1 มคก./ลบ.ม.
22.สวนหนองจอก เขตหนองจอก : มีค่าเท่ากับ 72.0 มคก./ลบ.ม.
23.สวนหลวงพระราม 8 เขตบางพลัด : มีค่าเท่ากับ 71.2 มคก./ลบ.ม.
24.เขตจตุจักร บริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ : มีค่าเท่ากับ 70.8 มคก./ลบ.ม.
25.เขตคลองสาน บริเวณหน้าห้องสมุดใต้สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน : มีค่าเท่ากับ 70.7 มคก./ลบ.ม.
26.สวนทวีวนารมย์ เขตทวีวัฒนา : มีค่าเท่ากับ 70.4 มคก./ลบ.ม.
27.สวนธนบุรีรมย์ เขตทุ่งครุ : มีค่าเท่ากับ 70.0 มคก./ลบ.ม.
28.เขตบางซื่อ ภายในสำนักงานเขตบางซื่อ : มีค่าเท่ากับ 69.5 มคก./ลบ.ม.
29.เขตสัมพันธวงศ์ บริเวณหน้าหัวมุม ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ (วงเวียนโอเดียน) : มีค่าเท่ากับ 69.2 มคก./ลบ.ม.
30.เขตพระโขนง ภายในสำนักงานเขตพระโขนง : มีค่าเท่ากับ 68.8 มคก./ลบ.ม.

31.เขตดินแดง ริมถนนวิภาวดีรังสิต : มีค่าเท่ากับ 68.3 มคก./ลบ.ม.
32.เขตคลองเตย ภายในสำนักงานเขตคลองเตย : มีค่าเท่ากับ 68.2 มคก./ลบ.ม.
33.เขตบางกะปิ ข้าง ป้อมตำรวจตรงข้ามสำนักงาน เขตบางกะปิ : มีค่าเท่ากับ 68.1 มคก./ลบ.ม.
34.เขตสายไหม ป้ายรถเมล์ด้านหน้าสำนักงานเขตสายไหม : มีค่าเท่ากับ 67.9 มคก./ลบ.ม.
35.สวน 60 พรรษาสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เขตลาดกระบัง : มีค่าเท่ากับ 67.8 มคก./ลบ.ม.
36.เขตดุสิต ริมสวนหย่อมตรงข้ามสำนักงานเขตดุสิต : มีค่าเท่ากับ 67.6 มคก./ลบ.ม.
37.เขตบางกอกใหญ่ บริเวณสี่แยกท่าพระ แขวงวัดท่าพระ : มีค่าเท่ากับ 67.6 มคก./ลบ.ม.
38.เขตบางขุนเทียน ภายในสำนักงานเขตบางขุนเทียน : มีค่าเท่ากับ 67.0 มคก./ลบ.ม.
39.เขตวังทองหลาง ด้านหน้าปั๊มน้ำมัน เอสโซ่ ซ.ลาดพร้าว 95 : มีค่าเท่ากับ 67.0 มคก./ลบ.ม.

40.เขตดอนเมือง ด้านข้างสำนักงานเขตดอนเมือง : มีค่าเท่ากับ 66.8 มคก./ลบ.ม.
41.สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เขตบางกอกน้อย : มีค่าเท่ากับ 66.2 มคก./ลบ.ม.
42.เขตราษฎร์บูรณะ ภายในสำนักงานเขตราษฎร์บูรณะ : มีค่าเท่ากับ 66.1 มคก./ลบ.ม.
43.เขตจอมทอง ภายในสำนักงานเขตจอมทอง : มีค่าเท่ากับ 65.0 มคก./ลบ.ม.
44.เขตลาดพร้าว ภายในสำนักงานเขตลาดพร้าว : มีค่าเท่ากับ 65.0 มคก./ลบ.ม.
45.เขตบางรัก ข้างป้อมตำรวจหน้าลานบางรักเลิฟลี่ พลาซ่า : มีค่าเท่ากับ 64.9 มคก./ลบ.ม.
46.เขตทุ่งครุ หน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี : มีค่าเท่ากับ 64.8 มคก./ลบ.ม.
47.สวนกีฬารามอินทรา เขตบางเขน : มีค่าเท่ากับ 64.4 มคก./ลบ.ม.
48.เขตบางแค ภายในสำนักงานเขตบางแค : มีค่าเท่ากับ 64.4 มคก./ลบ.ม.
49.เขตสะพานสูง ภายในสำนักงานเขตสะพานสูง : มีค่าเท่ากับ 64.0 มคก./ลบ.ม.

50.สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เขตจตุจักร : มีค่าเท่ากับ 63.7 มคก./ลบ.ม.
51.เขตพญาไท หน้าแฟลตทหารบกใกล้โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ตรงข้ามกระทรวงการคลัง : มีค่าเท่ากับ 63.6 มคก./ลบ.ม.
52.สวนเบญจกิติ เขตคลองเตย : มีค่าเท่ากับ 62.2 มคก./ลบ.ม.
53.อุทยานเบญจสิริ เขตคลองเตย : มีค่าเท่ากับ 62.2 มคก./ลบ.ม.
54.เขตพระนคร ภายในสำนักงานเขตพระนคร : มีค่าเท่ากับ 61.3 มคก./ลบ.ม.
55.เขตห้วยขวาง ภายในสำนักงานเขตห้วยขวาง (ด้านข้างโรงเพาะชำ) ถนนประชาอุทิศ : มีค่าเท่ากับ 61.0 มคก./ลบ.ม.
56.สวนวชิรเบญจทัศ เขตจตุจักร : มีค่าเท่ากับ 60.9 มคก./ลบ.ม.
57.เขตบางคอแหลม บริเวณป้อมตำรวจสี่แยกถนนตก : มีค่าเท่ากับ 60.9 มคก./ลบ.ม.
58.เขตสาทร สี่แยกหน้าสำนักงานเขตสาทร ซอย ถนนเซนต์หลุยส์ : มีค่าเท่ากับ 60.3 มคก./ลบ.ม.
59.สวนหลวง ร.9 เขตประเวศ : มีค่าเท่ากับ 60.1 มคก./ลบ.ม.
60.สวนบางแคภิรมย์ เขตบางแค : มีค่าเท่ากับ 59.6 มคก./ลบ.ม.

61.เขตวัฒนา ตรงข้าม noble Reveal(ข้าง MK gold restaurants) : มีค่าเท่ากับ 59.4 มคก./ลบ.ม.
62.สวนสันติภาพ เขตราชเทวี : มีค่าเท่ากับ 59.4 มคก./ลบ.ม.
63.สวนจตุจักร เขตจตุจักร : มีค่าเท่ากับ 58.0 มคก./ลบ.ม.
64.เขตราชเทวี ภายในสำนักงานเขตราชเทวี : มีค่าเท่ากับ 56.7 มคก./ลบ.ม.
65.สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา เขตบางคอแหลม : มีค่าเท่ากับ 55.9 มคก./ลบ.ม.
66.เขตภาษีเจริญ หน้ามหาวิทยาลัยสยาม(ประมาณซอยเพชรเกษม 36) ทางเข้ามหาวิทยาลัย : มีค่าเท่ากับ 55.5 มคก./ลบ.ม.
67.สวนลุมพินี เขตปทุมวัน : มีค่าเท่ากับ 54.3 มคก./ลบ.ม.

>> สำหรับข้อแนะนำสุขภาพ :

- คุณภาพอากาศระดับสีแดง : มีผลกระทบต่อสุขภาพ
ประชาชนทุกคน : งดกิจกรรมกลางแจ้ง หากมีความจำเป็นต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งให้ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองทุกครั้ง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5 หากมีอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์ ผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยจากมลพิษทางอากาศ ให้เตรียมยาและอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อมและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

- คุณภาพอากาศระดับสีส้ม: เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
ประชาชนทั่วไป : ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร จำกัดระยะเวลาในการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก ควรสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา
ประชาชนกลุ่มเสี่ยง : ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร เลี่ยงการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ หากมีอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์สภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียส ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง(คาดการณ์แนวโน้มสภาพอากาศที่ส่งผลกระทบต่อฝุ่นPM2.5 โดยสภาพทางอุตุนิยมวิทยา)

ช่วงวันที่ 14-15 ก.พ. 67 การระบายอากาศอ่อน ประกอบกับอากาศใกล้ผิวพื้นมีลักษณะปิด ส่งผลให้ความเข้มข้นของฝุ่นละอองมีแนวโน้มทรงตัวถึงเพิ่มขึ้น ส่วนในช่วงวันที่ 16-22 ก.พ. 67 การระบายอากาศอยู่ในเกณฑ์ดี อากาศใกล้ผิวพื้นมีลักษณะค่อนข้างเปิดสลับปิด ส่งผลให้ค่าฝุ่นละอองมีแนวโน้มลดลง และคาดการณ์วันนี้ มีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียส

จากการตรวจสอบข้อมูลจุดความร้อน (hotspot) ผ่านดาวเทียม จากหน่วยงาน NASA พบจุดความร้อนที่ดาวเทียมตรวจพบค่าความร้อนสูงผิดปกติจากค่าความร้อนบนผิวโลกบริเวณพื้นที่กรุงเทพมหานคร พบจุดความร้อนที่ดาวเทียมตรวจพบค่าความร้อนสูงผิดปกติจากค่าความร้อนบนผิวโลกบริเวณพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 จำนวน 3 จุด ดังนี้ จุดที่ 1 เวลา 13.26 น. แขวงแขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว จุดที่ 2-3 เวลา 13.26 น. แขวงลำผักชี เขตหนองจอก (อยู่ระหว่างประสานตรวจสอบจุดความร้อนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง)

สำนักสิ่งแวดล้อมได้ประสานแจ้งทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เพิ่มความเข้มงวดการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง เพื่อเป็นการบรรเทาความรุนแรงของสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับสุขภาพอนามัยของประชาชน และขอเชิญชวนส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนและทุกภาคส่วน โดยช่วยกันปรับเปลี่ยน พฤติกรรมและลดกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดฝุ่นละออง เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพ ‘5 วิธีลดฝุ่น คุณก็ทําได้’ 1. หมั่นทําความสะอาดบ้านด้วยวิธีเช็ดฝุ่น 2. งดเผาขยะ งดจุดธูป 3. ปลูกต้นไม้ช่วยดูดซับมลพิษดักจับฝุ่นละออง 4. เดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ และ 5. ดับเครื่องยนต์ขณะจอดรถ ตรวจสภาพเครื่องยนต์ไม่ให้มีค่าควันดํา เกินมาตรฐาน

‘มิ้นท์’ I Roam Alone ประกาศแยกทางแฟนหนุ่มต่างชาติ ลั่น!! ไม่มีความสุขอีกแล้ว ขอแยกย้ายกันไปใช้ชีวิตดีกว่า

(14 ก.พ. 67) เพิ่งประกาศข่าวดี หลังถูกแฟนหนุ่มชาวต่างชาติคุกเข่าขอแต่งงานที่ Gateway to Hell ประเทศเติร์กเมนิสถาน พร้อมระบุว่าได้เข้าพิธีวิวาห์กันแล้วแบบแอมะซอนสไตล์ ในป่าแอมะซอนไปเมื่อปีที่ผ่านมา

แต่ล่าสุดทางด้านของ ‘มิ้นท์ มณฑล กสานติกุล’ ยูทูบเบอร์เจ้าของช่องท่องเที่ยว I Roam Alone ก็เผยข่าวเศร้าว่าได้เลิกรากับอีกฝ่ายแล้วโดยระบุข้อความว่า...

สวัสดีค่ะทุกคน

มิ้นท์มีเรื่องจะบอกนะ ตอนนี้มิ้นท์กับโจแยกกันแล้วนะคะ ด้วยปัญหาหลายๆ อย่าง

จริงๆ ไม่มีใครอยากให้จบแบบนี้เลย แต่เราอยู่ด้วยกันแล้วไม่มีความสุขอีกแล้ว เลยดีกว่าที่ต่างคนต่างแยกไปใช้ชีวิตของตัวเองค่ะ

จริงๆ การเปลี่ยนแปลงมันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ แค่เราจะรับมือยังไงในวันที่การเปลี่ยนแปลงมาถึง ยังดีน้าที่เรายังมีครอบครัว มีเพื่อน มีพี่ๆ น้องที่ยังอยู่กับมิ้นท์ อยู่ไปด้วยกันนานๆ นะคะ

ไม่ต้องเป็นห่วงน้า มิ้นท์จัดการความรู้สึกได้สะอาดเอี่ยมมากเลยครั้งนี้ เพราะเราเต็มที่แล้ว ไม่มีอะไรติดค้าง และไม่มีอะไรเสียดายเลยค่ะ

โดนหนักทั้งแก็งค์ เด็กแว้นพระสมุทรเจดีย์ ตำรวจส่งฟ้องแล้ว 22 ราย ศาลสั่งปรับหนักคนละ 10,000 บาท จำคุก 3เดือน พร้อมริบรถทุกคัน ทั้งหมด22คัน !!!

วันนี้( 14 ก.พ.67 ) เวลา 10.00 น. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานป้องกันและปราบปรามการขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น แข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องของ ตร. เปิดเผยกรณีปิดล้อมเด็กแว้นแข่งรถบนถนนสุขสวัสดิ์ พื้นที่ สภ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ จับกุมผู้ต้องหาได้ 32 ราย ยึดรถ 49 คัน ส่งฟ้องผู้ต้องหาแล้ว 22 ราย ศาลพิพากษาปรับหนักคนละ 10,000 บาท จำคุก 3 เดือน พร้อมริบรถจักรยานยนต์ของกลางทุดคน ทั้งหมด 22คัน ส่วนผู้ต้องหาเด็กเยาวชนอีก 10ราย อยู่ระหว่างทำสำนวนการสอบสวน และจะดำเนินการต่อเนื่องตาม พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวฯ  และเตรียมพิจารณาโทษเอาผิดสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองที่ปล่อยปละละเลยให้เด็กออกมารวมกลุ่มกันก่อเหตุดังกล่าวนี้

พล.ต.ท.สำราญฯ กล่าวว่า เมื่อเวลา 03.30 น. ของวันที่ 12 ก.พ.67 สภ.พระสมุทรเจดีย์ นำโดย พ.ต.อ.นิรันดร์ ปิตะกาศ รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ได้สั่งการให้พ.ต.อ.ทศพล ทองใบ ผกก.สภ.พระสมุทรเจดีย์ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 100 นาย วางแผนเข้าปิดล้อมจับกุมกลุ่มเด็กแว้นที่มารวมตัวกันบริเวณ ถ.สุขสวัสดิ์ ฝั่งขาเข้า สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 32 ราย ยึดรถจักรยานยนต์ จำนวน 49 คัน นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ได้แจ้งข้อหา “ขับขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยฯ” ต่อมาเมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2567 ส่งฟ้องศาลแขวงสมุทรปราการ ศาลได้พิพากษา ปรับคนละ 10,000 บาท ทำทัณฑ์บนไว้ 1 ปี จำคุก 3 เดือน โทษจำรอลงอาญา 2 ปี ริบรถของกลาง 22 คัน ส่วนผู้ต้องหาที่เป็นเด็กอีก 10 ราย อยู่ระหว่างทำสำนวนการสอบสวน และจะดำเนินการต่อเนื่องตาม พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวฯ และพิจารณาดำเนินคดีเอาผิดกับพ่อแม่ผู้ปกครองที่ปล่อยปละละเลยให้ออกมารวมตัวก่อเหตุดังกล่าวนี้

ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวอีกว่า การจับกุมครั้งนี้ เป็นการเอาจริงเอาจังของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการแก้ปัญหาของเด็กแว้น โดยนำข้อมูลเบาะแสการร้องเรียนผ่านสายด่วน 1599 และ 191 จากคณะทำงานฯ ของ ตร. ที่ประสานส่งข้อมูลไปให้ แล้วนำมาวิเคราะห์ดำเนินการวางแผนระดมกวาดล้างจับกุมในครั้งนี้ ซึ่งตนได้กำชับทุกพื้นที่ให้ประสานและนำข้อมูลต่างๆ ของคณะทำงานฯ ของ ตร.นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับการแก้ปัญหาเด็กแว้นในพื้นที่ของตนเอง ทั้งนี้ การแข่งรถในทาง การขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นวงกว้าง และเป็นความผิดทางอาญา ศาลพิพากษาลงโทษหนัก ริบรถของกลาง จึงอยากฝากเตือนพี่น้องประชาชน รวมถึงผู้ปกครองที่มีบุตรหลาน ให้ช่วยกันห้ามปราม อย่าปล่อยปละละเลยบุตรหลานของท่าน และอย่าเลียนแบบหรือกระทำตามในลักษณะนี้เด็ดขาด ซึ่ง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ คณะทำงานฯ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร รอง ผบ.ตร. ขับเคลื่อนงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย ทั้งการโพสต์ชักชวน เชิญชวน บนสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆก็ดี ทั้งการรวมตัวบนท้องถนนก็ดี โดยประชาชนสามารถแจ้งเหตุร้ายที่สายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

รวมใจร่วมโพสต์ภาพ 'สรรเสริญ-ปกป้อง' พระเกียรติ 'กรมสมเด็จพระเทพฯ' แสดงออกถึงความรัก และพร้อมยืนเคียงข้างพระองค์อย่างมีอริยะ

(14 ก.พ.67) จากกรณีที่คนกลุ่มหนึ่งแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม ด้วยการขับรถจี้ท้าย บีบแตรป่วนใส่ขบวนเสด็จ กรมสมเด็จพระเทพฯ จนสร้างความสะเทือนใจให้กับประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่ของประเทศ และกลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ทำให้เหล่าคนวงการบันเทิงรุ่นต่างๆ ต่างก็ออกมาเคลื่อนไหวไม่ว่าจะเป็น พี่ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค, เจ เจตริน, เกลือ เป็นต่อ, แพนเค้ก เขมนิจ, ท็อป ดารณีนุช, บอย พิษณุ, ฝ้าย เอเอฟ, น็อต วรฤทธิ์, พิม พิมพ์มาดา, นก สินจัย , นก จริยา แอนโฟเน่, หมอก้อง สรวิชญ์, เบนซ์ พรชิตา, มิค บรมวุฒิ, วี วีรภาพ, กิ๊ฟ ทีสเกิร์ต, ธัญญ่า ธัญญาเรศ, ตั๊ก บงกช, เบนซ์ ปุณยาพร เป็นต้น

โดยได้มีการอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ และพระบรมสาทิสลักษณ์ 'สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี' มาโพสต์ลงในโลกออนไลน์ พร้อมกับการถวายกำลังใจแด่พระองค์ท่านเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ คนไทยที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ต่างก็ออกมาแสดงพลังอย่างมีอริยะในลักษณะเดียวกัน เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความรักและพร้อมยืนเคียงข้างพระองค์โดยพร้อมเพรียง

#น้อมถวายกำลังใจกรมสมเด็จพระเทพฯ
#เรารักกรมสมเด็จพระเทพ

สวนนงนุชพัทยา จัดงานจดทะเบียนสมรสบนหลังช้างรับวันแห่งความรัก 14 กุมภา วันวาเลนไทน์

วันพุธที่ 14 กุมภาพันธ์  2567 เวลา 09.00น. นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา  มอบหมายให้    นางพัทธนันท์ ขันติสุขพันธุ์ ผู้จัดการทั่วไปสวนนงนุชพัทยา จัดกิจกรรมจดทะเบียนสมรสบนหลังช้างโดยมี นายภัควัต ขันธหิรัญ นายอำเภอสัตหีบ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน โดยทางอำเภอสัตหีบ ได้จัดส่งหน่วยเคลื่อนที่อำนวยความสะดวก ในการจดทะเบียนสมรส บริเวณสวนลอยฟ้าซึ่งเป็นสวนแปลกและใหม่ที่สุดของโลก 

ในวันนี้สวนนงนุชพัทยา ได้จัดพิธีอย่างยิ่งใหญ่อลังการโดยมีขบวนแห่ขันหมากนำคู่สมรส 9 คู่นั่งบนหลังช้าง 9 เชือก และนักแสดงสวนนงนุชพัทยาอีกกว่า 100 คน ร่วมขบวนสร้างความตื่นตา ตื่นใจให้กับคู่บ่าวสาวที่มาร่วมงาน รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวได้พบประสบการณ์ใหม่ ที่เกี่ยวข้องกับวัฒธรรมและประเพณีไทยอันดีงาม มันคือ ซอฟต์พาวเวอร์ ( Soft Power )ที่ทางสวนนงนุชพัทยาจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

กิจกรรมสำหรับผู้ที่มาจดทะเบียนสมรสวันนี้ทุกท่าน ได้รับสิทธิ์เที่ยวชมสวนสวยฟรีทุกคู่ โดย50ท่านแรกได้รับบัตรรับประทานอาหารกลางฟรี และทุกคู่ได้ขึ้นหลังช้างเพื่อรับทะเบียนสมรส พร้อมกับรับของที่ระลึกเป็นต้นไม้มงคลทุกคู่ จากสวนนงนุชพัทยา

'เชียงราย' เปิดอยู่ก็จับ!! พ่อเมืองเชียงรายจับต่อ 2 ร้านน้ำกระท่อมพบเด็กต่ำกว่า 18 นั่งดื่มภายในร้าน

(13 ก.พ.67) เวลา 22.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ ปลัดจังหวัดเชียงราย นายบุญส่ง ตินารี นายอำเภอเมืองเชียงราย พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย และ พ.ต.อ.โสภณ ม่วงเฟื่อง ผกก.สภ.เมืองเชียงรายได้สั่งการให้ที่ทำการปกครองจังหวัดเชียงราย นำโดยนายกองรบ กระทุ่มนัด ป้องกันจังหวัดเชียงราย ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดเชียงราย ผู้ช่วย หน.ศอ.ปส.จ.ชร. สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดเชียงรายที่ 1 นายพิสิษฐ์ สันติวงษ์สกุล ปลัดอำเภอเมืองเชียงราย สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอเมืองเชียงรายที่ 3 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย เข้าตรวจสอบร้านจำหน่ายน้ำกระท่อม

1. ร้าน กินยำป่าว 20 บาท (ชื่อเดิม มิตรภาพน้ำท่อม หวานฉ่ำ) โดยภายในร้านมีลักษณะการประกอบกิจการตบตาเจ้าหน้าที่ ซึ่งที่ทางร้านขึ้นป้ายขายยำ แต่แอบแฝงขายน้ำกระท่อม ปรุงแต่งด้วยน้ำหวาน ซึ่งจะรู้กันในหมู่เด็ก เยาวชน วัยรุ่น ว่าภายในร้านมีการจำหน่ายน้ำกระท่อมปรุง เป็นหลัก โดยมีเงินหมุนเวียนจากการขายน้ำกระท่อมหลักหลายพันบาท และเปิดโดยไม่มีเวลาปิด ตามแต่ลูกค้าจะนั่ง จากการตรวจสอบพบบางวันเปิดถึงเช้า โดยลักษณะร้าน ตั้งอยู่หลังสถานศึกษา อยู่ใกล้หอพัก และแหล่งชุมชน และจากการตรวจสอบยังพบว่าเมื่อวัยรุ่นนั่งดื่มกินที่ร้านเสร็จแล้ว จะมีการขับรถมอเตอร์ไซค์แต่งเสียงดัง ออกจากร้านในตอนดึก ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญกับคนในละแวกนั้นเป็นอย่างมาก

จากการเข้าตรวจสอบร้านดังกล่าวพบ มีผู้ใช้บริการกว่า 20 คน นั่งดื่มกินน้ำกระท่อมปรุงทุกโต๊ะ มีบางโต๊ะพรางด้วยการดื่มกินในแก้วเยติ และจากการตรวจสอบผู้ใช้บริการภายในร้าน พบมีอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 2 คน และส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 18 - 20 ปี จากการตรวจค้นภายในร้าน ยังพบอุปกรณ์แต่งรถ ทั้ง ท่อ โช๊ค และชิ้นส่วนอื่นที่ใช้ในการแต่งรถอีกเป็นจำนวนมาก และตรวจสอบภายนอกร้านพบรถจักรยานยนต์ที่มีการดัดแปลงอีกกว่า 10 คัน

ร้าน กินยำป่าว 20 บาท (ชื่อเดิม มิตรภาพน้ำท่อม หวานฉ่ำ) ตั้งอยู่ที่อาคารไม่มีเลขที่ บ้านป่าก๊อ หมู่ที่ 6 ตำบลป่าอ้อดอนชัย อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย จากการตรวจสอบภายในร้านพบมีบุคคลแสดงตัวเป็นเจ้าของร้าน
จำนวน 1 คน 

2. ต่อเนื่องเวลา 23.30 น. เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบร้านจำหน่ายน้ำกระท่อม ชื่อเดิม ร้านนั่งยันท่อมกัน By หลังเซ็น ตั้งอยู่เลขที่ 248 ตำบลรอบเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้มีคำสั่งปิดสถานที่ดังกล่าวไม่มีกำหนดระยะเวลา เนื่องจากมีการจับกุมมาแล้วถึง 3 ครั้ง แต่ละครั้งมีการปล่อยปละให้เยาวชนเข้าไปนั่งดื่มกินน้ำกระท่อม ซึ่งจากการตรวจสอบอายุต่ำที่สุดมีอายุ 12 ปี โดยมีการจับกุมมาแล้วในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2566 ครั้งที่ 2 ในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 และครั้งที่ 3 ในวันที่ 24 มกราคม 2567 ซึ่งการจับกุมครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 

จากการเข้าตรวจสอบ พบร้านยังคงเปิดให้บริการโดยฝ่าฝืนคำสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และมีผู้ใช้บริการในร้านอยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งร้านดังกล่าวยังคงเปิดให้มีการนั่งดื่มกินน้ำกระท่อมปรุงภายในร้านได้ และมีการเพิ่มการให้บริการในการจำหน่ายกลับบ้านโดยบรรจุขวด ในราคาขวดละ 50 บาท และยังตรวจสอบพบยาแก้ไอเด็กอีกเป็นจำนวนมาก จากการตรวจสอบภายในร้านพบมีบุคคลแสดงตัวเป็นเจ้าของร้าน
จำนวน 1 คน

ซึ่งจากการตรวจสอบ ทั้ง 2 ร้านไม่พบใบอนุญาตในทุกประเภทและไม่พบหนังสือรับรองการแจ้งการสะสมอาหาร ตามพรบ.การสาธารณสุข และมีการจำหน่ายน้ำกระท่อม โดยฝ่าฝืน พรบ.อาหารฯ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจร้านดังกล่าวยังไม่มีการตรวจความปลอดภัยของอาหารและไม่ได้ส่งมอบสลากให้สำนักงานอาหารและยาตรวจอนุมัติก่อนนำไปใช้ตามเงื่อนไขของประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยอาหารใหม่หรือที่ผลิตเพื่อการส่งออกเท่านั้น เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานนำส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top